พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ถนนเทศบาลสงเคราะห์ 2569: เมื่อน้ำท่วมทั้งเส้น บ้าน ร้านค้า และห้องเช่าต้องฟื้นฟูอย่างถูกวิธี

Last updated: 3 ต.ค. 2569  |  4 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บ้านหลังน้ำท่วม

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ถนนเทศบาลสงเคราะห์ 2569: เมื่อน้ำท่วมทั้งเส้น บ้าน ร้านค้า และห้องเช่าต้องฟื้นฟูอย่างถูกวิธี

ถ้าคุณอาศัยหรือทำมาหากินอยู่ริม ถนนเทศบาลสงเคราะห์ คุณคงยังจำภาพเมื่อปลายเดือนกันยายน 2569 ได้ดี ตามรายงานข่าวของ Thai PBS วันที่ 29 ก.ย. 2569 ถนนเทศบาลสงเคราะห์อยู่ในรายชื่อจุดที่ "ท่วมทั้งเส้น" ไม่ใช่แค่หน้าปากซอยหรือบางช่วงเหมือนถนนสายอื่น บทความนี้ตั้งใจเขียนให้คนในย่านนี้โดยเฉพาะ เพื่ออธิบายว่าหลังน้ำลดแล้วมีเชื้อโรคชนิดใดหลงเหลืออยู่บ้าง ทำไมการล้างธรรมดาจึงยังไม่พอ และ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ของ World Health Disinfection (WHD) เข้ามาช่วยในขั้นตอนไหน เพื่อให้ การพ่นฆ่าเชื้อ เทศบาลสงเคราะห์ เกิดผลจริงและปลอดภัยต่อทุกคนในบ้าน

เราจะไม่พูดลอย ๆ ว่า "น้ำท่วมแล้วต้องฆ่าเชื้อ" แต่จะไล่ตั้งแต่ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ จุดที่น้ำท่วมในย่านเดียวกัน ลักษณะอาคารที่พบบ่อยบนถนนสายนี้ ไปจนถึงเช็กลิสต์ที่คุณทำเองได้ตั้งแต่วันนี้

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย: ร้านข้าวแกงห้องแถวที่มีห้องเช่าอยู่ชั้นบน

กรณีตัวอย่างต่อไปนี้เป็นสถานการณ์สมมติที่เรียบเรียงจากปัญหาที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม ไม่ใช่คำบอกเล่าของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง

"พี่แดง" เปิดร้านข้าวแกงในห้องแถวสองคูหาริมถนนเทศบาลสงเคราะห์มากว่าสิบปี ชั้นล่างเป็นร้าน ชั้นสองและชั้นสามแบ่งเป็นห้องเช่าเล็ก ๆ ให้พนักงานออฟฟิศและนักศึกษา ช่วงฝนกระหน่ำระหว่างวันที่ 24–27 ก.ย. 2569 น้ำเริ่มเอ่อจากท่อระบายน้ำหน้าร้านขึ้นมาบนทางเท้า จากนั้นก็ไหลเข้าร้านทางประตูเหล็กม้วน พี่แดงยกหม้อแกงกับถังข้าวสารขึ้นโต๊ะทัน แต่ตู้แช่ ถังน้ำแข็ง เขียง เก้าอี้พลาสติก และสต็อกผักที่เก็บไว้ในลังใต้เคาน์เตอร์จมน้ำทั้งหมด

สิ่งที่พี่แดงจำได้ไม่ลืมไม่ใช่ความสูงของน้ำ แต่เป็น "สี" และ "กลิ่น" น้ำที่เข้าร้านไม่ใช่น้ำฝนใส ๆ แต่เป็นน้ำสีเทาขุ่นที่ผสมกับน้ำจากท่อ มีเศษขยะลอยมาด้วย และมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวที่ติดจมูกไปหลายวัน ลูกค้าห้องเช่าชั้นบนต้องเดินลุยน้ำเข้าออกทุกวันเพื่อไปทำงาน บางคนเท้ามีแผลจากรองเท้าแตะที่บาด

พอน้ำลด พี่แดงกับลูกชายช่วยกันตักโคลน ฉีดน้ำ ขัดพื้นด้วยผงซักฟอก แล้วเทน้ำยาฟอกขาวราดพื้นตามที่เคยเห็นคนอื่นทำ สองวันต่อมาพื้นแห้งดูสะอาด แต่ผนังด้านในยังมีคราบน้ำเป็นเส้น ใต้เคาน์เตอร์มีจุดดำ ๆ ขึ้น ห้องเก็บของหลังร้านยังอับ และที่ทำให้กังวลที่สุดคือหลานวัยสามขวบที่มาเล่นในร้านเริ่มมีไข้ต่ำ ๆ กับท้องเสีย ส่วนผู้เช่าคนหนึ่งบ่นปวดน่องหลังจากลุยน้ำมาหลายวัน

คำถามของพี่แดงคือคำถามเดียวกับของคนจำนวนมากบนถนนสายนี้ "ล้างแล้ว ทำไมยังไม่รู้สึกว่าปลอดภัย และจะเปิดร้านขายอาหารต่อได้เมื่อไร" คำตอบอยู่ในรายละเอียดของเชื้อโรคที่มากับน้ำ และในลำดับขั้นตอนการฟื้นฟูที่ถูกต้อง ซึ่งเราจะอธิบายต่อจากนี้ ส่วนอาการของหลานและผู้เช่านั้น สิ่งแรกที่ต้องทำคือพาไปพบแพทย์ ไม่ใช่รอให้บ้านสะอาดก่อน

ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ปลายเดือนกันยายน 2569

เพื่อให้เห็นภาพรวมก่อนลงรายละเอียดถนนเทศบาลสงเคราะห์ ขอสรุปข้อเท็จจริงจากรายงานข่าวและประกาศของทางราชการดังนี้

  • ระหว่างวันที่ 24–27 ก.ย. 2569 กรุงเทพมหานครมีฝนตกหนักสะสมราว 300 มิลลิเมตรภายในเวลาประมาณ 48 ชั่วโมง (ตามรายงานข่าว)
  • วันที่ 26 ก.ย. 2569 กรุงเทพมหานครประกาศให้พื้นที่ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (ตามประกาศ กทม.)
  • วันที่ 2 ต.ค. 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่ามีครัวเรือนในกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบราว 329,000 ครัวเรือน
  • Thai PBS รายงานเมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2569 เวลา 13:19 น. ระบุรายชื่อถนนที่ยังมีน้ำท่วมขังพร้อมระดับน้ำบนผิวถนน และระบุว่า ถ.เทศบาลสงเคราะห์ ท่วมทั้งเส้น เช่นเดียวกับ ถ.นวลจันทร์ ถ.กรุงเทพกรีฑา และ ถ.เสนานิคม

ตัวเลขเหล่านี้บอกเราว่า นี่ไม่ใช่น้ำรอระบายธรรมดาที่มาเร็วไปเร็ว แต่เป็นน้ำที่ขังอยู่นานพอจะซึมเข้าบ้าน ห้องแถว และห้องเช่าชั้นล่าง และนานพอให้เชื้อโรคจากท่อระบายน้ำกระจายไปทั่วพื้นผิวที่น้ำไปถึง

จุดที่น้ำท่วมในย่านเทศบาลสงเคราะห์และถนนใกล้เคียง

ข้อมูลต่อไปนี้มาจากรายงานข่าวของ Thai PBS วันที่ 29 ก.ย. 2569 (ระดับน้ำคือระดับบนผิวถนน ณ เวลาที่รายงาน) โดยเลือกเฉพาะจุดที่อยู่ในย่านเดียวกันหรือเป็นเส้นทางที่คนเทศบาลสงเคราะห์ใช้สัญจรเป็นประจำ

  • ถ.เทศบาลสงเคราะห์ ท่วมทั้งเส้น หมายความว่าบ้านเรือน ห้องแถว และซอยแยกตลอดแนวถนนมีโอกาสได้รับน้ำเท่า ๆ กัน ไม่มีช่วงไหนที่ "รอด" อย่างชัดเจน
  • ถ.งามวงศ์วาน บริเวณใกล้ซอยชินเขต และบริเวณใกล้เรือนจำคลองเปรม เป็นจุดน้ำท่วมที่ถูกระบุในรายงานเดียวกัน ซึ่งเป็นถนนหลักที่คนในย่านนี้ใช้เดินทางเข้าออก
  • ถ.วิภาวดีรังสิต ขาออก บริเวณแยกกำแพงเพชร 6 มีน้ำบนผิวถนน 20 ซม.
  • ถ.พหลโยธิน ช่วง ม.เกษตรศาสตร์–กรมป่าไม้ ถูกระบุเป็นจุดน้ำท่วม และถนนพหลโยธินใกล้ ม.เกษตรศาสตร์มีน้ำ 10 ซม.

เมื่อถนนหลักรอบด้านมีน้ำขัง น้ำบนถนนสายรองอย่างเทศบาลสงเคราะห์ก็ระบายออกได้ช้าลง ผลที่ตามมาคือบ้านริมถนนต้องแช่น้ำนานกว่าที่คนส่วนใหญ่คาดไว้ ยิ่งน้ำขังนาน คราบสกปรกจากท่อและเชื้อโรคก็ยิ่งมีเวลาซึมเข้าไปในวัสดุที่มีรูพรุน เช่น ปูนฉาบ ยาแนวกระเบื้อง ไม้อัด ขาโต๊ะ และพรมเช็ดเท้า

ลักษณะอาคารบนถนนเทศบาลสงเคราะห์ที่พบได้บ่อยคือห้องแถวที่ชั้นล่างเป็นร้านค้า ร้านอาหารตามสั่ง ร้านกาแฟ ร้านซักรีด อู่ซ่อมรถเล็ก ๆ และบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮาส์ในซอยแยก รวมถึงห้องเช่าและหอพักที่อยู่ไม่ไกลจากถนนใหญ่ แต่ละแบบมีจุดเสี่ยงต่างกัน เช่น ร้านอาหารเสี่ยงเรื่องเชื้อที่ปนเปื้อนอาหาร ห้องเช่าชั้นล่างเสี่ยงเรื่องเชื้อราบนที่นอนและตู้เสื้อผ้า ส่วนบ้านที่มีเด็กเล็กเสี่ยงเรื่องเชื้อที่ติดมือแล้วเข้าปาก

เชื้อโรคชนิดต่าง ๆ หลังน้ำท่วมที่คนเทศบาลสงเคราะห์ควรรู้

น้ำท่วมในเมืองไม่ได้มาจากฝนอย่างเดียว เมื่อท่อระบายน้ำล้น น้ำจากบ่อเกรอะ ท่อน้ำทิ้ง และรางระบายน้ำจะไหลย้อนขึ้นมาปนกับน้ำฝน องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ต่างเตือนว่าน้ำท่วมมักปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลและสารเคมี จึงต้องถือว่าทุกพื้นผิวที่น้ำไปถึงเป็นพื้นผิวที่ปนเปื้อน เชื้อหลัก ๆ ที่ควรรู้จักมีดังนี้

1. อีโคไล (E. coli) และแบคทีเรียจากอุจจาระ

อีโคไลเป็นตัวชี้วัดว่าน้ำมีการปนเปื้อนอุจจาระ เมื่อน้ำจากท่อไหลเข้าร้านอาหารหรือห้องครัว แบคทีเรียกลุ่มนี้จะเกาะอยู่กับเขียง ขาโต๊ะ ประตูตู้เย็น ถังน้ำแข็ง และพื้นที่เราเดินไปมาทุกวัน อาการที่พบได้คือท้องร่วง ปวดท้อง คลื่นไส้ บางสายพันธุ์ทำให้ถ่ายเป็นเลือดได้ สำหรับร้านข้าวแกงอย่างร้านของพี่แดง นี่คือความเสี่ยงอันดับหนึ่ง เพราะเชื้อสามารถเดินทางจากพื้นไปสู่มือ แล้วจากมือไปสู่จานของลูกค้า

2. เลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู

เชื้อเลปโตสไปราอยู่ในปัสสาวะของหนูและสัตว์บางชนิด เมื่อน้ำท่วมพาเชื้อจากท่อและกองขยะมากระจาย คนที่เดินลุยน้ำโดยไม่สวมรองเท้าบูท หรือมีแผลที่เท้าและขา มีโอกาสรับเชื้อผ่านผิวหนังที่เปิด อาการที่ต้องจับตาคือไข้สูงทันที ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง ปวดศีรษะ ตาแดง กรมควบคุมโรคย้ำมาตลอดว่าหากมีประวัติลุยน้ำแล้วมีอาการเหล่านี้ ต้องรีบไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำทุกครั้ง หลังน้ำลด เชื้อนี้ยังอาจอยู่ในโคลนชื้นและแอ่งน้ำที่ขังตามมุมบ้านได้ระยะหนึ่ง จึงต้องสวมถุงมือยางและรองเท้าบูทตอนทำความสะอาด

3. ซัลโมเนลลา (Salmonella)

เชื้อนี้เกี่ยวพันกับอาหารโดยตรง เมื่อวัตถุดิบหรือภาชนะที่จมน้ำถูกนำกลับมาใช้โดยไม่ผ่านการทำความสะอาดอย่างเหมาะสม เชื้ออาจปนเปื้อนสู่อาหาร ทำให้เกิดไข้ ท้องเสีย ปวดบิด อาเจียน ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำมีโอกาสป่วยรุนแรงกว่าคนทั่วไป กฎง่าย ๆ คืออาหารและวัตถุดิบใดที่โดนน้ำท่วมให้ทิ้งทั้งหมด ไม่ต้องเสียดาย

4. โนโรไวรัสและโรตาไวรัส

ไวรัสสองชนิดนี้ทำให้เกิดอาการอาเจียนและท้องร่วงเฉียบพลัน แพร่ได้ง่ายมากผ่านมือที่สัมผัสพื้นผิวปนเปื้อน ลูกบิดประตู ราวบันได หรือของเล่นเด็ก ในห้องแถวที่มีทั้งร้านค้าและห้องเช่า ราวบันไดขึ้นชั้นบนคือจุดที่ทุกคนจับ จึงเป็นทางผ่านของไวรัสที่ไม่ควรมองข้าม

5. มือเท้าปาก และ RSV ในเด็กเล็ก

หลังน้ำท่วม เด็กมักต้องย้ายไปอยู่บ้านญาติหรือรวมกันอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ชั้นบน อากาศชื้นและการอยู่ใกล้ชิดกันทำให้โรคติดเชื้อทางเดินหายใจและโรคมือเท้าปากแพร่ได้ง่ายขึ้น ของเล่นพลาสติก เสื่อรองคลาน และโต๊ะเตี้ยที่เด็กชอบจับ ควรถูกทำความสะอาดและฆ่าเชื้อก่อนให้เด็กกลับมาใช้

6. เชื้อราและกลิ่นอับ

เชื้อราเป็นปัญหาที่มาช้าแต่อยู่นาน WHO และ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้บ้านแห้งภายใน 24–48 ชั่วโมงหลังน้ำลด เพื่อลดโอกาสที่เชื้อราจะเติบโต แต่ในทางปฏิบัติ ห้องแถวที่หน้าแคบและลึกอย่างบนถนนเทศบาลสงเคราะห์มักมีอากาศถ่ายเทไม่ดี ด้านหลังร้านและห้องน้ำชั้นล่างจึงแห้งช้า จุดดำบนยาแนว ใต้เคาน์เตอร์ และหลังตู้ คือสัญญาณว่าเชื้อราเริ่มตั้งรกราก สปอร์ของเชื้อราทำให้ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ หอบหืด หรือโรคปอดเรื้อรังมีอาการกำเริบ และกลิ่นอับที่ตามมาก็ทำลายบรรยากาศของร้านอาหารได้ทันที

ใครเสี่ยงที่สุดหลังน้ำท่วมถนนเทศบาลสงเคราะห์

เชื้อโรคไม่ได้เลือกบ้าน แต่ร่างกายของแต่ละคนรับมือได้ไม่เท่ากัน กลุ่มที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้แก่

  • ผู้สูงอายุ ที่อาศัยอยู่ชั้นล่างของห้องแถวหรือบ้านในซอย เพราะเดินขึ้นบันไดลำบากจึงต้องอยู่ใกล้พื้นที่ปนเปื้อนมากที่สุด
  • เด็กเล็ก ที่ชอบคลาน จับพื้น และเอามือเข้าปาก
  • หญิงตั้งครรภ์ ที่ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสโคลนและสารเคมีทำความสะอาดความเข้มข้นสูง
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคไต โรคปอด และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
  • ผู้ประกอบการร้านอาหารและพนักงาน ที่ต้องสัมผัสทั้งพื้นผิวในร้านและอาหารของลูกค้า
  • ผู้เช่าห้องชั้นล่าง ที่มักไม่มีอำนาจตัดสินใจเรื่องการซ่อมแซม และต้องอยู่ในห้องที่ยังชื้นต่อไป

ผลกระทบที่ตามมา ถ้าฟื้นฟูไม่ครบขั้นตอน

ด้านสุขภาพ: อาการท้องร่วง ผื่นคัน ไอเรื้อรัง และภูมิแพ้ที่กำเริบ อาจลากยาวเป็นสัปดาห์ ทำให้ต้องหยุดงานหรือหยุดเรียน สำหรับครอบครัวที่ทำร้านค้า การที่คนในบ้านป่วยพร้อมกันหลายคนหมายถึงร้านต้องปิดต่อไปอีก

ด้านเงิน: ร้านค้าบนถนนเทศบาลสงเคราะห์ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจครอบครัวที่มีรายได้รายวัน ทุกวันที่ปิดร้านคือรายได้ที่หายไป ยิ่งถ้าเปิดร้านเร็วเกินไปแล้วลูกค้าท้องเสีย ความเสียหายจะมากกว่ารายได้ที่ได้มาหลายเท่า นอกจากนี้ เชื้อราที่ปล่อยไว้จะทำให้เฟอร์นิเจอร์ไม้ ตู้ และวัสดุตกแต่งเสียหายถาวรจนต้องเปลี่ยนใหม่

ด้านเวลา: การทำความสะอาดเองแบบลองผิดลองถูกกินเวลาหลายวัน และบ่อยครั้งต้องทำซ้ำเพราะกลิ่นอับกลับมา

ด้านชื่อเสียง: ร้านอาหารเล็ก ๆ อยู่ได้ด้วยลูกค้าประจำและการบอกต่อ ถ้าลูกค้ารู้สึกว่าร้านยังมีกลิ่นอับหรือเห็นคราบดำตามมุม ความเชื่อมั่นจะลดลงทันที สำหรับเจ้าของห้องเช่า ผู้เช่าที่ไม่สบายใจก็อาจย้ายออก

ด้านครอบครัว: ความเครียดจากการไม่รู้ว่าบ้าน "ปลอดภัยแล้วหรือยัง" ทำให้หลายครอบครัวไม่กล้าพาเด็กกลับบ้าน และต้องแยกกันอยู่นานกว่าที่จำเป็น

ทำไมวิธีที่ทำกันบ่อย ๆ จึงยังไม่พอ

ราดน้ำยาฟอกขาวอย่างเดียว: น้ำยาฟอกขาวมีประโยชน์ แต่ประสิทธิภาพลดลงมากเมื่อพื้นยังมีคราบโคลนหรือสารอินทรีย์ หลายคนผสมเข้มข้นเกินไปจนเหม็นฉุนและระคายเคืองทางเดินหายใจ บางคนผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำซึ่งอาจเกิดก๊าซอันตราย และที่สำคัญคือมักราดแค่พื้น ส่วนผนังช่วงที่น้ำขึ้นถึง ขาโต๊ะ ประตูตู้ และราวบันไดกลับถูกมองข้าม

เปิดพัดลมแล้วรอให้แห้ง: พัดลมช่วยให้ผิวหน้าแห้ง แต่ห้องแถวที่ลึกและด้านหลังไม่มีหน้าต่าง ความชื้นยังค้างอยู่ในผนังและใต้กระเบื้อง พัดลมยังอาจพัดสปอร์เชื้อรากระจายไปทั่วห้องด้วย

ฉีดสเปรย์ปรับอากาศ: กลิ่นหอมกลบกลิ่นอับได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ เมื่อกลิ่นหอมจางลง กลิ่นเดิมก็กลับมา

ทาสีทับคราบเชื้อรา: ทำให้ผนังดูใหม่ แต่ถ้าผนังยังไม่แห้งและไม่ได้กำจัดเชื้อราออกก่อน คราบจะดันสีขึ้นมาอีกในไม่กี่สัปดาห์

เช็ดเฉพาะจุดที่มองเห็น: เชื้อโรคมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า การเช็ดเฉพาะคราบที่เห็นจึงทิ้งพื้นผิวสัมผัสจำนวนมากไว้โดยไม่ได้จัดการ เช่น ใต้ขอบโต๊ะ ปุ่มกดน้ำ สวิตช์ไฟ ลูกบิดประตูห้องเช่า

ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าการล้างไม่มีประโยชน์ ตรงกันข้าม การตักโคลน ล้าง ขัด และทำให้แห้งคือหัวใจของการฟื้นฟู แต่เมื่อทำครบแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายที่ควรทำคือการฆ่าเชื้อให้ทั่วถึงทุกพื้นผิวอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นงานที่ทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรมทำได้ครอบคลุมกว่า

บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD สำหรับบ้านและร้านค้าบนถนนเทศบาลสงเคราะห์

ตามข้อมูลบริการของ World Health Disinfection บริการพ่นฆ่าเชื้อ ดำเนินการโดยทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรม ใช้การพ่นและ/หรือการพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งทำให้น้ำยากระจายเป็นละอองละเอียดเข้าถึงพื้นผิวและมุมต่าง ๆ ได้ทั่วถึงกว่าการเช็ดด้วยมือ

น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ตามข้อมูลบริการ หน้าบริการระบุว่าน้ำยานี้ครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึง COVID-19, RSV, H1N1, H5N1 และไวรัสมือเท้าปาก โดยอ้างประสิทธิภาพ 99.99% และระบุการรับรองหรือการอ้างอิงจาก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019

กลุ่มลูกค้าที่ระบุไว้ในหน้าบริการ ได้แก่ โรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย ซึ่งหมายความว่าบริการนี้ออกแบบมาสำหรับทั้งพื้นที่ขนาดใหญ่และพื้นที่ขนาดเล็กอย่างห้องแถวหรือบ้านในซอย

ขั้นตอนการใช้บริการ

  1. นัดหมาย: โทร 065-556-6294 หรือแอดไลน์ @whd268 แจ้งที่ตั้งบนถนนเทศบาลสงเคราะห์ ขนาดพื้นที่ ประเภทอาคาร (ร้านอาหาร ห้องแถว ห้องเช่า บ้านเดี่ยว) และส่งรูปความเสียหายเบื้องต้น
  2. เตรียมพื้นที่: ตักโคลน ล้าง ขัด และทำให้พื้นที่แห้งให้มากที่สุดก่อนวันนัด เก็บอาหาร ภาชนะใส่อาหาร และของใช้ส่วนตัวให้เรียบร้อย
  3. ทีมช่างพ่นฆ่าเชื้อ: ระหว่างพ่น คน เด็ก ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยง ต้องออกจากโซนที่พ่น
  4. รอประมาณ 30 นาที: ตามข้อมูลบริการ หลังพ่นให้รอราว 30 นาที และกลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ทีมช่างแจ้ง
  5. ใช้พื้นที่ตามปกติ: จากนั้นจึงกลับมาใช้พื้นที่ได้ตามปกติ สำหรับพื้นผิวที่สัมผัสอาหารโดยตรง ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดตามคำแนะนำของช่างก่อนใช้งาน

โปรโมชันตามข้อมูลบริการ: เมื่อใช้บริการจะได้รับสเปรย์ CHEMGENE และทิชชู่เปียก WELLGIENIC ฟรี และสามารถออกใบกำกับภาษีได้ ซึ่งสะดวกสำหรับร้านค้าที่ต้องการบันทึกค่าใช้จ่ายของกิจการ

ข้อควรรู้ที่เราอยากพูดตรง ๆ: การพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนหลังจากตักโคลนและล้างทำความสะอาดแล้ว ไม่ใช่สิ่งทดแทนการล้าง การทำให้แห้ง หรือการซ่อมแซมโครงสร้าง ระหว่างพ่นต้องไม่มีคนอยู่ในโซนนั้น และต้องกลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ช่างแจ้ง เราไม่อ้างว่าไม่มีสารตกค้างใด ๆ เลย และหากใครในบ้านมีอาการป่วย ต้องไปพบแพทย์

10 เหตุผลที่คนเทศบาลสงเคราะห์ควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

  1. ถนนท่วมทั้งเส้น ความเสี่ยงจึงไม่ได้อยู่เฉพาะบ้านใดบ้านหนึ่ง น้ำจากท่อไหลผ่านทุกหลังคาเรือน การฆ่าเชื้อให้ครบทุกพื้นผิวคือการปิดช่องโหว่ที่ไม่ได้เห็นด้วยตา
  2. ร้านอาหารต้องการความมั่นใจก่อนเปิดขาย การ พ่นฆ่าเชื้อโดยทีมช่าง หลังล้างร้านเสร็จ ช่วยให้คุณเปิดร้านด้วยความมั่นใจมากขึ้นและบอกลูกค้าได้ว่าทำอะไรไปแล้วบ้าง
  3. ละออง ULV เข้าถึงซอกมุมที่มือเข้าไม่ถึง เช่น ใต้เคาน์เตอร์ หลังตู้แช่ และร่องบันได
  4. น้ำยาระดับการแพทย์ที่ระบุส่วนประกอบชัดเจน CHEMGENE HLD4H มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ตามข้อมูลบริการ
  5. ครอบคลุมทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ตามรายการที่ระบุในหน้าบริการ รวมถึงไวรัสมือเท้าปากและ RSV ที่เป็นห่วงในเด็ก
  6. ใช้เวลารอไม่นาน ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่น แล้วกลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ช่างแจ้ง เหมาะกับร้านค้าที่อยากกลับมาเปิดเร็ว
  7. มีการอ้างอิงมาตรฐานและหน่วยงาน หน้าบริการระบุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และ EN 14476:2013+A2:2019
  8. เหมาะกับห้องเช่าและหอพัก เจ้าของสามารถสื่อสารกับผู้เช่าได้ว่าห้องผ่านการล้างและการ พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม แล้ว ช่วยรักษาผู้เช่าไว้
  9. ออกใบกำกับภาษีได้ สะดวกต่อร้านค้าและนิติบุคคล
  10. ได้ของแถมไว้ใช้ต่อ สเปรย์ CHEMGENE และทิชชู่เปียก WELLGIENIC ช่วยให้คุณดูแลจุดสัมผัสบ่อยต่อได้เองในวันถัด ๆ ไป

ก่อนและหลัง: ภาพของห้องแถวริมถนนเทศบาลสงเคราะห์

ก่อนฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ

  • พื้นดูสะอาดแต่ยังมีกลิ่นเปรี้ยวอับในห้องหลังร้าน
  • คราบน้ำเป็นเส้นบนผนังและจุดดำใต้เคาน์เตอร์
  • ราวบันไดและลูกบิดห้องเช่าไม่ได้ถูกฆ่าเชื้อ
  • คนในบ้านกังวล ไม่กล้าพาเด็กกลับมาอยู่
  • ยังไม่มั่นใจพอจะเปิดร้านขายอาหาร

หลังล้าง ทำให้แห้ง และพ่นฆ่าเชื้อ

  • ตักโคลนและล้างครบ ผนังและพื้นแห้งสนิท
  • ทุกพื้นผิวที่น้ำไปถึงผ่านการพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมช่าง
  • จุดสัมผัสร่วม เช่น ราวบันไดและสวิตช์ไฟ ถูกจัดการครบ
  • ครอบครัวรู้ลำดับขั้นตอนชัดเจนและรู้ว่าต้องเฝ้าดูอาการอะไร
  • เปิดร้านต่อได้ด้วยความมั่นใจมากขึ้น

กรณีตัวอย่าง: วันที่ร้านข้าวแกงกลับมาเปิดอีกครั้ง

กรณีตัวอย่างนี้เป็นการเล่าต่อจากสถานการณ์สมมติข้างต้น เพื่อให้เห็นลำดับการฟื้นฟูที่เหมาะสม

หลังจากหลานได้รับการตรวจและดูแลจากแพทย์ และผู้เช่าที่ปวดน่องไปโรงพยาบาลพร้อมแจ้งประวัติลุยน้ำแล้ว พี่แดงตัดสินใจเริ่มใหม่อย่างเป็นขั้นตอน เธอทิ้งวัตถุดิบและภาชนะไม้ที่จมน้ำทั้งหมด ขนพรมเช็ดเท้าและเบาะเก้าอี้ผ้าออก ให้ช่างไฟตรวจปลั๊กและสวิตช์ชั้นล่างก่อนเปิดไฟ จากนั้นล้างร้านอีกรอบด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก เปิดประตูหน้าและหลังให้อากาศไหลผ่าน วางพัดลมดูดอากาศไว้หลังร้าน และรอจนผนังแห้ง

เมื่อพื้นที่พร้อม เธอติดต่อ WHD ทางไลน์ ส่งรูปหน้าร้าน ห้องครัว ห้องเก็บของ และบันไดขึ้นห้องเช่า ทีมงานนัดวันเข้ามาพ่นฆ่าเชื้อในโซนชั้นล่างทั้งหมด รวมถึงราวบันไดและทางเดินหน้าห้องเช่า ระหว่างพ่น ทุกคนออกไปนั่งรอที่ร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม และกลับเข้ามาตามเวลาที่ช่างแจ้ง

สิ่งที่พี่แดงทำต่อหลังจากนั้นสำคัญไม่แพ้กัน เธอล้างพื้นผิวที่สัมผัสอาหารด้วยน้ำสะอาดตามคำแนะนำ ซื้อเขียงใหม่ เปลี่ยนฟองน้ำล้างจาน และใช้สเปรย์ที่ได้รับมาเช็ดราวบันไดกับลูกบิดประตูทุกเย็น เธอติดป้ายเล็ก ๆ หน้าร้านว่าร้านผ่านการล้างและพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมแล้ว ลูกค้าประจำหลายคนบอกว่าอุ่นใจที่ได้เห็น นี่คือภาพที่เราอยากเห็นบนถนนเทศบาลสงเคราะห์ ไม่ใช่การรีบเปิดร้านทั้งที่ยังไม่พร้อม และไม่ใช่การปิดร้านยาวเพราะไม่รู้จะเริ่มตรงไหน

เช็กลิสต์ฟื้นฟูบ้านและร้านค้าหลังน้ำท่วม ถนนเทศบาลสงเคราะห์

ก่อนพ่นฆ่าเชื้อ

  • ตรวจความปลอดภัยไฟฟ้าก่อนเข้าอาคาร ถ้าปลั๊กหรือเบรกเกอร์จมน้ำให้ช่างไฟตรวจก่อนเปิดใช้
  • สวมถุงมือยาง รองเท้าบูท และหน้ากากระหว่างทำความสะอาด ปิดแผลที่มือและเท้าให้มิดชิด
  • ตักโคลนออกให้หมด ล้างพื้นและผนังด้วยน้ำสะอาดกับผงซักฟอก เน้นผนังช่วงที่น้ำขึ้นถึง
  • ทิ้งอาหาร วัตถุดิบ ยา และเครื่องสำอางที่โดนน้ำท่วม รวมถึงภาชนะไม้และเขียงที่จมน้ำ
  • ขนวัสดุที่ซับน้ำ เช่น ที่นอน พรม เบาะผ้า ออกไปตากหรือทิ้งตามความเหมาะสม
  • เปิดประตูหน้าต่างและใช้พัดลมดูดอากาศเพื่อให้แห้งเร็วที่สุด ตามคำแนะนำ 24–48 ชั่วโมงของ WHO และ CDC
  • เก็บอาหาร ภาชนะ ของเล่นเด็ก และของใช้ส่วนตัวเข้าที่ปิดมิดชิดก่อนวันนัดพ่น

หลังพ่นฆ่าเชื้อ

  • กลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ทีมช่างแจ้ง เปิดให้อากาศถ่ายเท
  • ล้างพื้นผิวที่สัมผัสอาหารโดยตรงด้วยน้ำสะอาดตามคำแนะนำก่อนใช้งาน
  • เช็ดจุดสัมผัสบ่อยต่อเนื่องทุกวันในช่วงสองสามสัปดาห์แรก
  • สังเกตจุดชื้นหรือคราบดำที่อาจกลับมา และแก้ที่ต้นเหตุความชื้น
  • เฝ้าดูอาการของคนในบ้าน หากมีไข้ ปวดน่อง ท้องร่วงรุนแรง หรือหายใจลำบาก ให้ไปพบแพทย์ทันที
  • หากยังมีกลิ่นอับในห้องปิด พิจารณา บริการอบโอโซนในที่พักอาศัย เป็นบริการเสริมสำหรับอากาศภายในห้อง

คำถามที่พบบ่อยเรื่องพ่นฆ่าเชื้อ เทศบาลสงเคราะห์

ถาม: บ้านอยู่ในซอยแยกของถนนเทศบาลสงเคราะห์ น้ำเข้าไม่สูงมาก จำเป็นต้องพ่นฆ่าเชื้อไหม
ตอบ: ความสูงของน้ำไม่ใช่ตัววัดเดียว แม้น้ำเข้าบ้านเพียงไม่กี่เซนติเมตร แต่ถ้าเป็นน้ำที่ไหลมาจากท่อระบายน้ำ พื้นและผนังช่วงล่างก็ปนเปื้อนแล้ว หากในบ้านมีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วย การฆ่าเชื้อหลังล้างเสร็จเป็นทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยง

ถาม: ร้านอาหารพ่นแล้วเปิดขายได้เลยหรือไม่
ตอบ: ตามข้อมูลบริการ ให้รอประมาณ 30 นาทีและกลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ช่างแจ้ง จากนั้นล้างพื้นผิวที่สัมผัสอาหารโดยตรงด้วยน้ำสะอาด และทิ้งวัตถุดิบที่โดนน้ำท่วมทั้งหมดก่อนเริ่มประกอบอาหาร

ถาม: ต้องล้างบ้านก่อนหรือเรียกทีมพ่นก่อน
ตอบ: ต้องล้างก่อนเสมอ การพ่นฆ่าเชื้อทำหลังจากตักโคลนและล้างทำความสะอาดแล้ว เพราะคราบโคลนและสิ่งสกปรกจะลดประสิทธิภาพของน้ำยาทุกชนิด

ถาม: ระหว่างพ่นอยู่ในบ้านได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ ทุกคนรวมถึงสัตว์เลี้ยงต้องออกจากโซนที่กำลังพ่น และกลับเข้ามาตามเวลาที่ทีมช่างแจ้ง

ถาม: พ่นแล้วจะไม่มีสารตกค้างเลยใช่ไหม
ตอบ: เราไม่อ้างเช่นนั้น สิ่งที่แนะนำคือปฏิบัติตามคำแนะนำของช่างเรื่องเวลากลับเข้าพื้นที่และการล้างพื้นผิวสัมผัสอาหาร

ถาม: พ่นฆ่าเชื้อแล้วไม่ต้องไปหาหมอใช่ไหม
ตอบ: ไม่ใช่ การพ่นฆ่าเชื้อดูแลพื้นผิวในบ้าน ไม่ได้รักษาโรค ใครที่มีไข้ ปวดน่อง ตาแดง ท้องร่วง หรืออาการผิดปกติหลังลุยน้ำ ต้องไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำ

ถาม: เจ้าของห้องเช่าต้องการใบกำกับภาษี ทำได้ไหม
ตอบ: ได้ ตามข้อมูลบริการ สามารถออกใบกำกับภาษีได้

นัดพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ถนนเทศบาลสงเคราะห์ วันนี้

ล้างเสร็จแล้ว แห้งแล้ว ให้ทีมช่าง WHD ช่วยปิดงานด้วยการพ่นฆ่าเชื้อด้วย CHEMGENE HLD4H ให้ครบทุกพื้นผิว

จองบริการพ่นฆ่าเชื้อ

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#พ่นฆ่าเชื้อเทศบาลสงเคราะห์ #น้ำท่วมเทศบาลสงเคราะห์ #พ่นฆ่าเชื้อ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #Chemgene #น้ำท่วมกทม2569 #พ่นฆ่าเชื้อจตุจักร

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อ เทศบาลสงเคราะห์, น้ำท่วมถนนเทศบาลสงเคราะห์, บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, ฆ่าเชื้อร้านอาหารหลังน้ำท่วม, ฆ่าเชื้อห้องเช่า, เชื้อโรคหลังน้ำท่วม, Chemgene HLD4H, น้ำท่วมกรุงเทพ 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้