พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ถนนวัชรพล ซอยวัชรพล 8 ปี 2569: คู่มือฟื้นฟูบ้านในหมู่บ้านและทาวน์เฮาส์ย่านบางเขน ให้ปลอดภัยจากโรคฉี่หนูและเชื้อโรคจากน้ำเสีย

Last updated: 3 ต.ค. 2569  |  3 จำนวนผู้เข้าชม  | 

โควิด-19

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ถนนวัชรพล ซอยวัชรพล 8 ปี 2569: คู่มือฟื้นฟูบ้านในหมู่บ้านและทาวน์เฮาส์ย่านบางเขน ให้ปลอดภัยจากโรคฉี่หนูและเชื้อโรคจากน้ำเสีย

น้ำบนถนนสิบห้าเซนติเมตรอาจฟังดูไม่มาก แต่สำหรับคนที่อาศัยในซอยวัชรพล 8 และหมู่บ้านรอบถนนวัชรพล เขตบางเขน ตัวเลขนี้หมายถึงซอยที่ต้องเดินลุยน้ำเข้าออกบ้าน ท่อระบายน้ำที่ไหลย้อน และพื้นชั้นล่างที่เปียกชื้นต่อเนื่องหลายวัน บทความนี้อธิบายว่าน้ำท่วมตรงไหนในย่านวัชรพลตามรายงานข่าว เชื้อโรคอะไรบ้างที่ควรระวังเป็นพิเศษสำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุ ผู้ที่ทำงานจากบ้าน และสัตว์เลี้ยง และทำไมการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมควรเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการเก็บกวาด ไม่ใช่ขั้นตอนแรก

จุดที่น้ำท่วมในย่านวัชรพลและถนนใกล้เคียงฝั่งเหนือของกรุงเทพฯ

รายการต่อไปนี้อ้างอิงตามรายงานข่าวของไทยพีบีเอส วันที่ 29 กันยายน 2569 ซึ่งบันทึกระดับน้ำบนถนน ณ เวลาประมาณ 13.19 น. และรายงานของเดลินิวส์ในวันเดียวกัน ตัวเลขความลึกคือระดับน้ำบนถนนในช่วงเวลานั้น ไม่ได้หมายถึงระดับน้ำภายในบ้านแต่ละหลัง

  • ถนนวัชรพล ซอยวัชรพล 8 มีน้ำบนถนนประมาณ 15 เซนติเมตร ซอยนี้เป็นทางเข้าออกของบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และหมู่บ้านจัดสรรหลายโครงการ
  • ถนนรามอินทรา ช่วงวงเวียนบางเขนถึงสถานีลาดปลาเค้า ถูกระบุเป็นจุดน้ำท่วม และ ถนนรามอินทรา ซอยรามอินทรา 5 มีน้ำประมาณ 20 เซนติเมตร
  • เดลินิวส์รายงานน้ำสูงที่ รามอินทรา ซอย 23 และซอย 24
  • ถนนสุขาภิบาล 5 ใกล้ตลาดในย่านนั้น มีน้ำประมาณ 10 เซนติเมตร
  • ถนนพหลโยธิน ช่วงวงเวียนบางเขนถึง ร.11 และ ถนนพหลโยธิน ร.11 ประตู 2 มีน้ำประมาณ 20 เซนติเมตร
  • ถนนพหลโยธิน ช่วงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ถึงกรมป่าไม้ ถูกระบุเป็นจุดน้ำท่วม โดยบริเวณใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีน้ำประมาณ 10 เซนติเมตร
  • ถนนเทพารักษ์ ช่วงพหลโยธินถึงคลองบางเขน และหน้าบิ๊กซีสะพานใหม่ซึ่งมีน้ำประมาณ 20 เซนติเมตร

ภาพรวมของเหตุการณ์ตามรายงานข่าวและประกาศ กทม. คือมีฝนตกหนักราว 300 มิลลิเมตรภายในประมาณ 48 ชั่วโมงระหว่างวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 วันที่ 26 กันยายน กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย และข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ระบุว่ามีครัวเรือนในกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบประมาณ 329,000 ครัวเรือน

ลักษณะของย่านวัชรพลคือซอยลึกที่แตกแขนงเข้าหมู่บ้านจัดสรร บ้านหลายหลังสร้างมานานจนพื้นบ้านต่ำกว่าระดับถนนที่ถูกยกขึ้นภายหลัง เมื่อฝนตกหนัก น้ำจึงไม่ได้อยู่แค่บนถนน แต่ไหลเข้าโรงรถ ห้องรับแขก และบางบ้านยังมีน้ำดันขึ้นจากท่อระบายน้ำในห้องน้ำชั้นล่าง ซึ่งเป็นช่องทางที่พาเชื้อจากน้ำเสียเข้ามาในบ้านโดยตรง

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (กรณีตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

ห้องนอนชั้นล่างของพ่อ กับรอยน้ำบนผนังที่ยังไม่ยอมแห้ง

คุณเอกเป็นนักออกแบบกราฟิกที่ทำงานจากบ้าน อาศัยอยู่ในทาวน์เฮาส์สองชั้นในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ต้องเข้าทางซอยวัชรพล 8 กับพ่อวัยเจ็ดสิบสี่ปีที่เป็นเบาหวานและเดินขึ้นบันไดลำบาก ห้องนอนของพ่อจึงอยู่ชั้นล่าง ติดกับมุมทำงานของคุณเอกและที่นอนของสุนัขพันธุ์ผสมชื่อข้าวตู

ช่วงฝนตกหนักปลายเดือนกันยายน 2569 น้ำในซอยค่อย ๆ สูงขึ้นจนเข้ามาถึงโรงรถ จากนั้นก็มีน้ำสีดำดันขึ้นจากท่อระบายน้ำในห้องน้ำชั้นล่าง คุณเอกต้องย้ายพ่อขึ้นไปนอนชั้นบนชั่วคราว ยกคอมพิวเตอร์และจอภาพขึ้นโต๊ะสูง แต่ขาเตียงไม้ ตู้เสื้อผ้าไม้อัด พื้นลามิเนต และผนังยิปซัมช่วงล่างแช่น้ำอยู่หลายวัน

ระหว่างที่น้ำยังไม่ลด คุณเอกต้องลุยน้ำในซอยออกไปซื้อของ ทั้งที่มีแผลถลอกที่ข้อเท้าจากการยกของ ส่วนข้าวตูก็วิ่งเล่นในน้ำแล้วกลับเข้าบ้านทุกครั้งที่เผลอเปิดประตู เมื่อน้ำลด พื้นลามิเนตเริ่มบวม ผนังมีรอยน้ำเป็นเส้นชัดเจน และห้องนอนของพ่อมีกลิ่นเหมือนท่อ คุณเอกขัดพื้นด้วยน้ำยาที่มีอยู่ แต่ยังไม่กล้าให้พ่อกลับมานอนห้องเดิม เพราะรู้ว่าผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวานแผลหายช้า ติดเชื้อง่าย และถ้าป่วยจะลุกลามเร็วกว่าคนทั่วไป

หลายบ้านในซอยวัชรพล 8 เจอปัญหาคล้ายกัน คือน้ำไม่ได้สูงมาก แต่ท่วมขังนานพอให้เชื้อโรคและความชื้นซึมเข้าไปในวัสดุภายในบ้าน

เชื้อโรคชนิดต่าง ๆ หลังน้ำท่วม: อะไรที่บ้านในซอยวัชรพล 8 ต้องระวังมากที่สุด

บ้านในหมู่บ้านจัดสรรย่านวัชรพลมีความเสี่ยงต่างจากย่านร้านค้า เพราะคนต้องลุยน้ำในซอยเข้าออกบ้าน มีห้องน้ำชั้นล่างที่เชื่อมกับท่อระบายน้ำ และมักมีผู้สูงอายุหรือสัตว์เลี้ยงอยู่ด้วย ความเสี่ยงหลักจึงเรียงได้ดังนี้

อันดับแรก: เลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู

ในซอยที่มีน้ำขังหลายวัน หนูที่อาศัยตามท่อระบายน้ำและกองขยะจะถูกน้ำไล่ออกมา เชื้อเลปโตสไปราในปัสสาวะของหนูจึงกระจายไปกับน้ำ เชื้อเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล รอยถลอก หรือเยื่อบุตาและปาก คนที่ลุยน้ำบ่อยโดยไม่สวมรองเท้าบูต หรือมีแผลที่เท้าเหมือนคุณเอก จึงมีความเสี่ยงสูง อาการที่ควรสังเกตคือไข้สูงทันที ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อน่องมาก ตาแดง บางรายมีอาการรุนแรงจนต้องรักษาในโรงพยาบาล ถ้ามีอาการเหล่านี้ภายในราวหนึ่งถึงสองสัปดาห์หลังลุยน้ำ ต้องไปพบแพทย์และบอกว่าเคยสัมผัสน้ำท่วม การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวภายในบ้าน เช่น พื้นโรงรถและพื้นชั้นล่าง แต่ไม่ได้รักษาโรคและไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อจากการลุยน้ำนอกบ้าน

อันดับสอง: แบคทีเรียจากอุจจาระที่ดันขึ้นจากท่อ

เมื่อน้ำในท่อสาธารณะสูงกว่าระดับท่อของบ้าน น้ำเสียจะไหลย้อนขึ้นทางท่อระบายน้ำพื้นห้องน้ำ ช่องระบายน้ำซักผ้า และบางครั้งทางชักโครก น้ำที่ดันขึ้นมานี้มีแบคทีเรียกลุ่ม E. coli และเชื้อจากอุจจาระในปริมาณสูง เชื้อจะติดอยู่บนพื้น ขาเตียง ขอบประตู และผนังช่วงล่าง การสัมผัสแล้วเผลอจับหน้าหรืออาหารอาจทำให้ท้องเสีย ปวดท้อง และคลื่นไส้ ซึ่งในผู้สูงอายุอาจทำให้ขาดน้ำและระดับน้ำตาลในเลือดแปรปรวนได้

อันดับสาม: เชื้อราในผนังยิปซัม พื้นลามิเนต และเฟอร์นิเจอร์ไม้อัด

วัสดุตกแต่งบ้านสมัยใหม่ เช่น ผนังยิปซัม พื้นลามิเนต และตู้ไม้อัด ดูดซับน้ำได้ดีและแห้งช้า เมื่อความชื้นค้างอยู่ภายใน เชื้อราจะเริ่มเติบโตในเวลาไม่กี่วัน สัญญาณที่เห็นได้คือจุดดำหรือเขียวบนผนัง กลิ่นอับ และพื้นที่บวมโก่ง สปอร์ราอาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้ หอบหืด ไอเรื้อรัง และระคายเคืองตา โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคปอด องค์การอนามัยโลกและ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายในราว 24 ถึง 48 ชั่วโมง ส่วนวัสดุที่บวมหรือขึ้นราลึกแล้วมักต้องรื้อเปลี่ยน

อันดับสี่: ไวรัสระบบทางเดินหายใจ RSV และไวรัสท้องร่วง

ช่วงหลังน้ำท่วมสมาชิกในบ้านมักต้องอยู่รวมกันในห้องชั้นบนที่แคบลง อากาศถ่ายเทน้อย ทำให้ไวรัสทางเดินหายใจอย่าง RSV แพร่ได้ง่ายขึ้น RSV ไม่ได้อันตรายเฉพาะในเด็ก แต่ในผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวอาจทำให้ปอดอักเสบได้ นอกจากนี้ โนโรไวรัสและโรตาไวรัสซึ่งทำให้ท้องร่วงก็ติดต่อผ่านพื้นผิวที่สัมผัสร่วมกัน เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได และก๊อกน้ำ

อันดับห้า: ซัลโมเนลลาในครัวและตู้เย็นที่ไฟดับ

บ้านที่ต้องตัดไฟชั้นล่างระหว่างน้ำท่วม อาหารในตู้เย็นอาจเสียโดยไม่รู้ตัว ประกอบกับครัวที่โดนน้ำเสีย ความเสี่ยงอาหารเป็นพิษจากเชื้ออย่างซัลโมเนลลาจึงเพิ่มขึ้น หลักง่าย ๆ คือ อาหารที่สัมผัสน้ำท่วม หรืออยู่ในตู้เย็นที่ไฟดับนานจนไม่เย็น ควรทิ้ง ไม่ควรเสี่ยงชิม

เรื่องของสัตว์เลี้ยง

สุนัขและแมวที่ลุยน้ำแล้วเข้าบ้านอาจพาโคลนและเชื้อติดขนและเท้าเข้ามาที่ที่นอนและโซฟา และสัตว์เองก็ติดเชื้อเลปโตสไปราได้ ควรล้างเท้าและขนสัตว์เลี้ยงหลังลุยน้ำ และพาไปพบสัตวแพทย์หากซึม ไม่กินอาหาร หรือมีไข้ ระหว่างการพ่นฆ่าเชื้อ สัตว์เลี้ยงต้องอยู่นอกพื้นที่เช่นเดียวกับคน

ผลกระทบที่บ้านในซอยวัชรพลมักเจอหลังน้ำลด

สุขภาพของคนที่เปราะบางที่สุดในบ้าน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยโรคไต หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็ก ป่วยง่ายกว่าและฟื้นตัวช้ากว่า การปล่อยให้พวกเขากลับมาใช้ห้องชั้นล่างที่ยังไม่ผ่านการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อจึงเป็นความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น

งานและรายได้ของคนทำงานจากบ้าน มุมทำงานที่ชื้น มีกลิ่น และต้องย้ายอุปกรณ์ไปมา ทำให้ทำงานไม่ได้เต็มที่ ลูกค้ารอไม่ได้ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ในห้องชื้นนาน ๆ ก็มีโอกาสเสียหาย

ค่าใช้จ่ายที่บานปลาย ถ้าเชื้อรากินลึกเข้าไปในผนังยิปซัมหรือพื้นลามิเนต ค่าซ่อมแซมจะสูงกว่าการจัดการตั้งแต่ต้นหลายเท่า

เวลาและแรงที่ต้องทำซ้ำ บ้านที่ล้างแค่ผิวแล้วรีบปิดห้อง มักต้องกลับมาขัดใหม่เมื่อกลิ่นและคราบรากลับมา

ความสัมพันธ์ในหมู่บ้าน ในหมู่บ้านจัดสรร ถ้าบ้านหลังหนึ่งมีหนูหรือกลิ่นสะสม เพื่อนบ้านติดกันก็ได้รับผลกระทบด้วย การฟื้นฟูไปพร้อมกันทั้งซอยจึงช่วยลดปัญหาได้มากกว่าทำทีละหลัง

ความเข้าใจผิดที่ทำให้บ้านหลังน้ำท่วมยังไม่ปลอดภัย

"น้ำแค่สิบกว่าเซนติเมตร ไม่น่ามีเชื้อเยอะ" ความลึกไม่ได้บอกความสกปรก น้ำตื้นที่ไหลผ่านท่อระบายน้ำและซอยที่มีหนูชุกชุมอาจมีเชื้อมากกว่าน้ำลึกที่มาจากฝนโดยตรง และน้ำที่ดันขึ้นจากท่อในห้องน้ำคือน้ำเสียโดยตรง

"ราดน้ำยาฟอกขาวเข้มข้นจะยิ่งสะอาด" ความเข้มข้นสูงเกินไปทำให้ระคายเคืองทางเดินหายใจ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและสัตว์เลี้ยง การผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำบางชนิดอาจเกิดก๊าซอันตราย และน้ำยาฟอกขาวทำงานได้ไม่ดีบนพื้นผิวที่ยังมีโคลน

"เปิดแอร์ให้ห้องแห้งก็พอ" แอร์ที่เคยโดนน้ำหรือดูดอากาศชื้นปนสปอร์ราอาจกลายเป็นตัวกระจายเชื้อราเสียเอง ควรให้ช่างตรวจและล้างก่อนใช้งาน

"ทาสีกันราทับเลย จะได้จบ" สีกันราไม่ได้ทำให้ผนังที่ชื้นภายในแห้ง รอยราจะกลับมาภายในไม่กี่สัปดาห์ และอาจต้องรื้อหนักกว่าเดิม

"ใช้สเปรย์ปรับอากาศกลบกลิ่นไปก่อน" กลิ่นอับคือสัญญาณเตือนของความชื้นและเชื้อที่ยังสะสม การกลบกลิ่นทำให้เรามองข้ามปัญหา

สิ่งที่บ้านต้องการจริง ๆ คือการทำงานครบลำดับ: ทิ้งของที่เสียหาย ล้าง ทำให้แห้ง แล้วปิดท้ายด้วยการพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมที่ใช้น้ำยาเหมาะสมและเข้าถึงซอกมุมได้ทั่วถึง

บริการพ่นฆ่าเชื้อจาก WHD สำหรับบ้านในซอยวัชรพล 8 และหมู่บ้านรอบถนนวัชรพล

World Health Disinfection (WHD) ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อสำหรับบ้าน ทาวน์เฮาส์ คอนโด สำนักงาน และอาคาร ตามข้อมูลบริการ ช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรมจะพ่นฆ่าเชื้อบนพื้นผิวและ/หรือพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งเป็นละอองละเอียดที่ลอยเข้าไปในซอกมุม หลังตู้ ใต้เตียง และช่องว่างที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง

น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ตามข้อมูลบริการ น้ำยาครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึง COVID-19, RSV, H1N1, H5N1 และไวรัสโรคมือเท้าปาก โดยระบุประสิทธิภาพ 99.99% หน้าบริการยังระบุการรับรองหรืออ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019

ขั้นตอนตั้งแต่โทรนัดจนกลับเข้าบ้าน

  1. นัดหมาย ติดต่อ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 แจ้งว่าบ้านอยู่ในซอยวัชรพล 8 หรือหมู่บ้านใกล้เคียง จำนวนชั้น ห้องที่โดนน้ำ และจุดที่มีน้ำดันขึ้นจากท่อ
  2. เตรียมพื้นที่ ขนโคลน ทิ้งของที่เสียหาย ล้างพื้นและผนังช่วงล่าง เก็บอาหาร ยา ภาชนะ และของใช้ส่วนตัวเข้าตู้หรือคลุมให้มิดชิด ย้ายสัตว์เลี้ยงและกรงออกจากพื้นที่
  3. ทีมช่างลงพ่น ช่างพ่นทั่วห้องที่กำหนด โดยเน้นห้องน้ำชั้นล่าง โรงรถ ห้องนอน และมุมที่น้ำขัง ระหว่างนี้ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วย และสัตว์เลี้ยงต้องอยู่นอกโซนที่พ่น
  4. รอประมาณ 30 นาที ตามข้อมูลบริการ และกลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ทีมช่างแจ้ง
  5. เปิดระบายอากาศและใช้ชีวิตตามปกติ เช็ดพื้นผิวที่สัมผัสอาหารหรือที่เด็กและสัตว์เลี้ยงเลียได้ตามคำแนะนำของทีมงาน

ย้ำอีกครั้งว่า การพ่นฆ่าเชื้อทำ หลัง การขนโคลนและล้างทำความสะอาด ไม่ได้แทนการล้าง การรื้อวัสดุที่ขึ้นรา หรือการรักษาทางการแพทย์ และไม่ควรอ้างว่าน้ำยาไม่มีสิ่งตกค้างเลย ทีมช่างจะแนะนำวิธีดูแลพื้นผิวหลังพ่นให้เหมาะกับการใช้งาน ใครในบ้านมีอาการป่วยควรไปพบแพทย์

ตามข้อมูลบริการ ลูกค้าของ WHD มีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย โปรโมชันปัจจุบันแถมขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC เมื่อใช้บริการ และออกใบกำกับภาษีได้ เหมาะทั้งเจ้าของบ้านและนิติบุคคลหมู่บ้านที่ต้องการเอกสาร

10 เหตุผลที่บ้านย่านวัชรพลควรปิดท้ายการเก็บกวาดด้วยการพ่นฆ่าเชื้อ

  1. ซอยวัชรพล 8 มีน้ำบนถนนราว 15 เซนติเมตรตามรายงานข่าว น้ำตื้นแต่ขังนานพอให้เชื้อซึมเข้าพื้นบ้านและโรงรถ
  2. ห้องน้ำชั้นล่างที่มีน้ำดันขึ้นจากท่อคือจุดเสี่ยงอันดับต้น ควรได้รับการพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมช่างมืออาชีพหลังล้างแล้ว
  3. ช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวที่เกี่ยวข้องกับโรคฉี่หนู เช่น พื้นโรงรถ บันไดหน้าบ้าน และพื้นชั้นล่างที่หนูอาจเดินผ่าน
  4. ปกป้องผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง ที่ต้องกลับมาใช้ห้องนอนชั้นล่าง
  5. ละอองฝอย ULV เข้าถึงใต้เตียง หลังตู้ และร่องผนัง ซึ่งผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง
  6. ใช้น้ำยาระดับการแพทย์ CHEMGENE HLD4H ที่หน้าบริการระบุว่าครอบคลุม RSV และเชื้อรา
  7. ใช้เวลาไม่นาน รอประมาณ 30 นาทีตามข้อมูลบริการ ไม่ต้องย้ายออกจากบ้านหลายวัน
  8. เหมาะกับคนทำงานจากบ้าน ได้มุมทำงานที่สะอาดและมั่นใจกลับมาโดยเร็ว
  9. นิติบุคคลหมู่บ้านนัดพร้อมกันหลายหลังได้ ช่วยลดปัญหาที่ลามจากบ้านหนึ่งไปอีกบ้าน สอบถามได้ที่หน้าบริการพ่นฆ่าเชื้อ
  10. ได้ของแถมไว้ดูแลบ้านต่อ ขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC สำหรับลูกบิด ราวบันได และชามข้าวสัตว์เลี้ยง พร้อมใบกำกับภาษี

ก่อนและหลัง: ห้องนอนชั้นล่างในทาวน์เฮาส์ซอยวัชรพล 8

ก่อนพ่น

  • ห้องน้ำชั้นล่างมีคราบน้ำดำจากท่อตามร่องกระเบื้อง
  • ผนังยิปซัมมีรอยน้ำเป็นเส้น พื้นลามิเนตบวม
  • ห้องนอนของพ่อมีกลิ่นท่อและกลิ่นอับ
  • สุนัขพาโคลนจากซอยเข้ามาที่ที่นอน
  • ไม่กล้าให้ผู้สูงอายุกลับมานอนชั้นล่าง

หลังพ่น

  • รื้อพื้นและผนังส่วนที่บวมออก ล้างและเป่าให้แห้ง
  • พ่นฆ่าเชื้อห้องน้ำ โรงรถ ห้องนอน และซอกมุมทั่วชั้นล่าง
  • เปิดระบายอากาศ กลิ่นท่อลดลงชัดเจน
  • ที่นอนสัตว์เลี้ยงใหม่ ชามข้าวล้างและเช็ดตามคำแนะนำ
  • ผู้สูงอายุกลับมาใช้ห้องเดิมได้อย่างสบายใจขึ้น

กรณีตัวอย่าง: บ้านสองหลังติดกันในหมู่บ้านซอยวัชรพล 8

กรณีตัวอย่าง (เรื่องเล่าเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่คำรีวิวที่ยืนยันตัวตนแล้ว)

หลังน้ำลด คุณเอกคุยกับป้าแดงเพื่อนบ้านติดกันซึ่งอยู่กับหลานวัยประถม ทั้งสองบ้านเจอปัญหาคล้ายกัน คือน้ำดันขึ้นจากท่อในห้องน้ำชั้นล่างและพื้นลามิเนตบวม จึงตัดสินใจทำงานตามลำดับเดียวกันและนัดทีมพ่นฆ่าเชื้อวันเดียวกัน

ขั้นที่หนึ่ง ทิ้งและรื้อ ทั้งสองบ้านยกที่นอน พรม และกล่องกระดาษที่เปียกออกไปทิ้ง รื้อพื้นลามิเนตแผ่นที่บวมและตัดผนังยิปซัมช่วงล่างที่ชื้นออก ตามคำแนะนำของช่างซ่อมบ้าน

ขั้นที่สอง ล้างและทำให้แห้ง ขัดห้องน้ำ พื้นโรงรถ และพื้นปูนด้วยน้ำและน้ำยาทำความสะอาด เปิดประตูหน้าต่างและใช้พัดลมช่วยให้แห้งภายในสองวัน ระหว่างทำงานสวมรองเท้าบูตและถุงมือ คุณเอกปิดแผลที่ข้อเท้าด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ

ขั้นที่สาม พ่นฆ่าเชื้อ ทีมช่าง WHD มาถึงตามนัด พ่นห้องน้ำ ห้องนอน มุมทำงาน โรงรถ และบันไดของทั้งสองบ้าน ระหว่างนั้นพ่อของคุณเอก ป้าแดง หลาน และข้าวตูไปนั่งรอที่ศาลากลางหมู่บ้าน เมื่อครบเวลาที่ช่างแจ้งจึงกลับเข้าบ้าน เปิดหน้าต่าง และเช็ดโต๊ะกินข้าวกับชามข้าวสุนัขตามคำแนะนำ

หลังจากนั้น คุณเอกให้พ่อกลับมานอนห้องเดิม และใช้ขวดสเปรย์ CHEMGENE ที่ได้รับแถมเช็ดราวบันไดและลูกบิดประตูทุกวันในสัปดาห์แรก อีกไม่กี่วันต่อมาคุณเอกมีไข้ต่ำ ๆ จึงไปพบแพทย์และแจ้งว่าเคยลุยน้ำทั้งที่มีแผล ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด เพราะการพ่นฆ่าเชื้อดูแลบ้าน แต่สุขภาพของคนต้องให้แพทย์ดูแล

เช็กลิสต์ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ สำหรับบ้านในหมู่บ้านย่านวัชรพล

ก่อนวันพ่น

  • ตัดไฟชั้นล่าง และให้ช่างไฟฟ้าตรวจเต้ารับ ปั๊มน้ำ และแอร์ที่เคยโดนน้ำก่อนเปิดใช้
  • สวมรองเท้าบูตและถุงมือยางทุกครั้งที่ลุยน้ำหรือขนโคลน ปิดแผลให้มิดชิด
  • ทิ้งอาหารที่โดนน้ำ และอาหารในตู้เย็นที่ไฟดับนานจนไม่เย็น
  • รื้อพื้นลามิเนต ผนังยิปซัม และเฟอร์นิเจอร์ไม้อัดที่บวมหรือขึ้นรา
  • ล้างห้องน้ำ ท่อระบายน้ำพื้น และโรงรถให้สะอาด ไม่มีคราบโคลน
  • เปิดระบายอากาศให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงตามคำแนะนำของ WHO และ CDC
  • เก็บยา อาหาร ภาชนะ และของใช้ส่วนตัวเข้าตู้ ย้ายตู้ปลา กรงนก และต้นไม้ในบ้านออก
  • จัดที่พักชั่วคราวให้ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วย และสัตว์เลี้ยงระหว่างพ่น

หลังวันพ่น

  • กลับเข้าบ้านเมื่อครบเวลาที่ทีมช่างแจ้งเท่านั้น
  • เปิดหน้าต่างระบายอากาศ เช็ดโต๊ะอาหาร ชามข้าวสัตว์เลี้ยง และของเล่นเด็กตามคำแนะนำ
  • เช็ดจุดสัมผัสบ่อยทุกวันในช่วงแรก เช่น ลูกบิด ราวบันได สวิตช์ไฟ และก๊อกน้ำ
  • ล้างเท้าและขนสัตว์เลี้ยงทุกครั้งที่ออกไปเดินในซอย
  • ถ้ากลิ่นอับในห้องที่ปิดยังไม่หาย อาจพิจารณาบริการอบโอโซนในที่พักอาศัยเป็นบริการเสริม
  • ถ้ามีไข้สูง ปวดน่อง ตาแดง ท้องเสียรุนแรง หรือหายใจเหนื่อย ให้ไปพบแพทย์ทันที

คำถามที่พบบ่อย: พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ซอยวัชรพล 8

ถาม: น้ำท่วมบ้านไม่สูง แค่โรงรถกับห้องน้ำ จำเป็นต้องพ่นไหม
ตอบ: ถ้ามีน้ำดันขึ้นจากท่อหรือมีน้ำจากซอยเข้ามา พื้นที่นั้นมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อจากน้ำเสีย การพ่นหลังล้างเสร็จช่วยให้มั่นใจขึ้น โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุหรือเด็ก

ถาม: บ้านมีผู้ป่วยติดเตียง ทำอย่างไร
ตอบ: ให้แจ้งทีมงานตอนนัดหมาย เพื่อวางแผนพ่นทีละโซนและจัดให้ผู้ป่วยอยู่นอกพื้นที่ที่กำลังพ่นตลอดเวลา จนครบเวลากลับเข้าพื้นที่

ถาม: สัตว์เลี้ยงกลับเข้าบ้านได้เมื่อไร
ตอบ: พร้อมกับคน คือหลังครบเวลาที่ทีมช่างแจ้งและเปิดระบายอากาศแล้ว และควรเช็ดพื้นผิวที่สัตว์ชอบเลียหรือนอนตามคำแนะนำ

ถาม: ผนังขึ้นราแล้ว พ่นอย่างเดียวพอไหม
ตอบ: ไม่พอ วัสดุที่ชื้นหรือขึ้นราลึกควรรื้อและทำให้แห้งก่อน การพ่นเป็นขั้นตอนปิดท้ายเพื่อลดเชื้อบนพื้นผิวที่เหลืออยู่

ถาม: นิติบุคคลหมู่บ้านจองพร้อมกันหลายหลังได้ไหม
ตอบ: ติดต่อทีมงานที่ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อสอบถามการนัดหลายหลังและเอกสารที่ต้องการ สามารถออกใบกำกับภาษีได้ตามข้อมูลบริการ

ถาม: พ่นแล้วไม่ต้องไปหาหมอใช่ไหม ถ้าเคยลุยน้ำ
ตอบ: ไม่ใช่ การพ่นดูแลพื้นผิวในบ้าน ไม่ได้รักษาหรือป้องกันโรคที่ได้รับจากการลุยน้ำแล้ว ถ้ามีอาการไข้และปวดน่องต้องไปพบแพทย์

ให้ทีม WHD ปิดงานฟื้นฟูบ้านย่านวัชรพลด้วยการพ่นฆ่าเชื้อ

ล้างเสร็จ แห้งแล้ว ถึงเวลาทำให้บ้านพร้อมสำหรับคนที่คุณรัก ทั้งพ่อแม่ ลูกหลาน และสัตว์เลี้ยง

นัดพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268

ลิงก์ที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

#พ่นฆ่าเชื้อ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #Chemgene #น้ำท่วมกทม2569 #พ่นฆ่าเชื้อวัชรพล #น้ำท่วมวัชรพล #วัชรพล8 #ป้องกันโรคฉี่หนู

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อ วัชรพล, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม วัชรพล, น้ำท่วมซอยวัชรพล 8, น้ำท่วมถนนวัชรพล 2569, พ่นฆ่าเชื้อ บางเขน, ฆ่าเชื้อบ้านหลังน้ำท่วม, โรคฉี่หนูหลังน้ำท่วม, Chemgene HLD4H, บริการพ่นฆ่าเชื้อ กทม.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้