พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม วิภาวดีรังสิต ขาออก แยกกำแพงเพชร 6 และพหลโยธิน 60/1 ปี 2569: ออฟฟิศ ทาวน์เฮาส์ และคนเดินทางต้องรู้

Last updated: 3 ต.ค. 2569  |  10 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ชุดทำความสะอาดพื้นผนังหลังน้ำท่วม

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม วิภาวดีรังสิต ขาออก แยกกำแพงเพชร 6 และพหลโยธิน 60/1 ปี 2569: ออฟฟิศ ทาวน์เฮาส์ และคนเดินทางต้องรู้อะไรหลังน้ำลด

ในรายการระดับน้ำที่ไทยพีบีเอสรายงานเมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2569 เวลา 13:19 น. มีสองจุดที่คนทำงานฝั่งเหนือของกรุงเทพฯ คุ้นเคยเป็นอย่างดี คือ ถนนวิภาวดีรังสิต ขาออก บริเวณแยกกำแพงเพชร 6 ซึ่งมีน้ำบนผิวถนนราว 20 ซม. และ ถนนพหลโยธิน ใกล้ซอยพหลโยธิน 60/1 ซึ่งมีน้ำราว 22.8 ซม. จัดอยู่ในกลุ่มจุดที่น้ำลึกที่สุดของรายการในช่วงเวลานั้น สองถนนนี้เป็นเส้นเลือดหลักของการเดินทาง มีอาคารสำนักงาน โกดัง โชว์รูม ทาวน์เฮาส์ และคอนโดเรียงรายสองฝั่ง เมื่อน้ำลด สิ่งที่เหลืออยู่ในอาคารเหล่านี้คือคราบโคลน ความชื้น และเชื้อโรคที่มองไม่เห็น บทความนี้อธิบายว่าต้องจัดการอย่างไร และ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ของ World Health Disinfection (WHD) เข้ามาช่วยตรงไหน

สรุปสั้นสำหรับคนที่ต้องรีบกลับไปทำงาน

  • น้ำที่ท่วมถนนวิภาวดีรังสิตและพหลโยธินมีน้ำจากท่อระบายน้ำปน อาคารที่น้ำเข้าจึงควรถือว่าพื้นผิวชั้นล่างปนเปื้อน
  • ลำดับที่ถูกต้องคือ ขนโคลน ล้าง ทำให้แห้ง แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อ การพ่นไม่ได้ใช้แทนการล้าง
  • ระหว่างพ่น ทุกคนต้องออกจากโซนที่พ่น และกลับเข้ามาตามเวลาที่ช่างแจ้ง ตามข้อมูลบริการรอประมาณ 30 นาที
  • ใครลุยน้ำแล้วมีไข้ ปวดน่อง ตาแดง หรือท้องร่วง ต้องไปพบแพทย์ ไม่ว่าบ้านหรือออฟฟิศจะพ่นฆ่าเชื้อแล้วหรือไม่
  • นัดหมาย WHD โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย: ออฟฟิศชั้นล่างของ "คุณเจ" ริมวิภาวดีขาออก

(กรณีตัวอย่าง เป็นเรื่องเล่าเพื่ออธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อย ไม่ใช่รีวิวของลูกค้าที่ระบุตัวตน)

คุณเจเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลและธุรการของบริษัทขนส่งขนาดเล็กแห่งหนึ่ง สำนักงานเช่าอยู่ชั้นล่างของอาคารสำนักงานสี่ชั้นริมถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาออก ไม่ไกลจากแยกกำแพงเพชร 6 พนักงานราวสามสิบคนนั่งทำงานในห้องเดียวกัน มีห้องประชุมปูพรม ห้องเก็บเอกสาร และมุมแพนทรีเล็ก ๆ ที่ทุกคนใช้อุ่นข้าวกลางวัน พนักงานหลายคนบ้านอยู่ในซอยแถวพหลโยธิน 60/1 และย่านสะพานใหม่

ช่วงที่ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน น้ำบนวิภาวดีขาออกไหลเข้าลานจอดรถหน้าอาคาร แล้วซึมผ่านประตูกระจกเข้ามาในสำนักงาน พรมห้องประชุมดูดน้ำจนเปียกโชก กล่องเอกสารชั้นล่างสุดของชั้นวางเปื่อยยุ่ย ปลั๊กพื้นใต้โต๊ะจมน้ำ บริษัทต้องให้ทุกคนทำงานจากบ้านหลายวัน แต่พนักงานหลายคนก็ลำบากไม่แพ้กัน เพราะต้องลุยน้ำบนถนนพหลโยธินแถวซอย 60/1 ทั้งไปและกลับเพื่อออกไปซื้อของ

เมื่อน้ำลด แม่บ้านของอาคารช่วยกันขนโคลนออกและล้างพื้น แต่กลิ่นอับจากพรมยังลอยอยู่ทั้งชั้น แอร์ที่เปิดเพื่อไล่ความชื้นทำให้กลิ่นกระจายไปทั่ว สัปดาห์แรกที่กลับมาทำงาน มีพนักงานลาป่วยพร้อมกันห้าคน บางคนท้องเสีย บางคนไอและคัดจมูก อีกคนหนึ่งมีไข้สูงและปวดน่องหลังลุยน้ำหลายวัน ซึ่งคุณเจรีบบอกให้ไปโรงพยาบาลทันที

คำถามที่ผู้บริหารโยนมาให้คุณเจคือ "จะทำอย่างไรให้พนักงานกลับมานั่งทำงานในออฟฟิศได้โดยไม่ป่วยกันเป็นทอด ๆ และให้ลูกค้าที่มาติดต่อรู้สึกว่าที่นี่สะอาด"

จุดที่น้ำท่วมในย่านวิภาวดีรังสิต แยกกำแพงเพชร 6 และพหลโยธิน 60/1 (ตามรายงานข่าว / ประกาศ กทม.)

ข้อมูลต่อไปนี้มาจากรายงานของไทยพีบีเอส วันที่ 29 ก.ย. 2569 ตัวเลขความลึกเป็นระดับน้ำบนผิวถนน ณ เวลา 13:19 น. ของวันนั้น

ฝั่งถนนวิภาวดีรังสิต

  • ถนนวิภาวดีรังสิต ขาออก บริเวณแยกกำแพงเพชร 6 น้ำราว 20 ซม.
  • ถนนสรงประภา ช่วงวิภาวดีรังสิต–คลองเปรมประชากร ถูกระบุเป็นจุดน้ำท่วม เป็นถนนที่แยกจากวิภาวดีเข้าไปทางฝั่งดอนเมือง
  • ถนนแจ้งวัฒนะ ใกล้มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร น้ำราว 15 ซม. เป็นเส้นทางที่ตัดระหว่างวิภาวดีกับพหลโยธิน

ฝั่งถนนพหลโยธิน

  • ถนนพหลโยธิน ใกล้ซอยพหลโยธิน 60/1 น้ำราว 22.8 ซม. เป็นหนึ่งในจุดที่ลึกที่สุดของรายการในเวลานั้น
  • ถนนพหลโยธิน บริเวณ ร.11 ประตู 2 น้ำราว 20 ซม. และ ถนนพหลโยธิน ช่วงวงเวียนบางเขน–ร.11 ถูกระบุเป็นจุดน้ำท่วม
  • ถนนพหลโยธิน ช่วง ม.เกษตรศาสตร์–กรมป่าไม้ ถูกระบุเป็นจุดน้ำท่วม โดยบริเวณใกล้ ม.เกษตรศาสตร์ มีน้ำราว 10 ซม.
  • ถนนเทพารักษ์ หน้าบิ๊กซีสะพานใหม่ น้ำราว 20 ซม. และ ถนนเทพารักษ์ ช่วงพหลโยธิน–คลองบางเขน ถูกระบุเป็นจุดน้ำท่วม
  • ถนนรามอินทรา ช่วงวงเวียนบางเขน–สถานีลาดปลาเค้า ถูกระบุเป็นจุดน้ำท่วม เป็นเส้นทางที่แยกจากพหลโยธินไปทางตะวันออก

บริบทของเหตุการณ์ตามรายงานข่าว คือฝนตกสะสมราว 300 มิลลิเมตรภายในประมาณ 48 ชั่วโมงระหว่างวันที่ 24–27 ก.ย. 2569 กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยเมื่อวันที่ 26 ก.ย. และ ปภ. รายงานเมื่อวันที่ 2 ต.ค. ว่ามีครัวเรือนในกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบราว 329,000 ครัวเรือน

ความน่าสนใจของสองจุดนี้คือ คนที่ได้รับผลกระทบไม่ได้มีแค่คนที่อาศัยอยู่ติดถนน แต่รวมถึงคนทำงานหลายหมื่นคนที่ใช้ถนนสองเส้นนี้เดินทางทุกวัน คนที่ลุยน้ำบนพหลโยธินแถวซอย 60/1 ตอนเช้า อาจนำโคลนและเชื้อโรคติดรองเท้า กางเกง และกระเป๋าเข้าไปในออฟฟิศริมวิภาวดี แล้วนำกลับไปบ้านในตอนเย็น ความเสี่ยงจึงเดินทางไปพร้อมกับคน

เชื้อโรคชนิดต่าง ๆ หลังน้ำท่วมวิภาวดี–พหลโยธิน: มุมมองของออฟฟิศและบ้านที่มีเด็กเล็ก

องค์การอนามัยโลก (WHO) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) และกรมควบคุมโรค เตือนตรงกันว่าน้ำท่วมทำให้ความเสี่ยงโรคติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลายทาง สำหรับย่านที่มีทั้งสำนักงานและบ้านพักอาศัยอย่างวิภาวดีและพหลโยธิน เราขอแยกเป็นสองมุม

มุมที่หนึ่ง: ในสำนักงาน

เชื้อราในพรม ฝ้า และระบบปรับอากาศ สำนักงานจำนวนมากใช้พรม ผนังเบา และฝ้ายิปซัม วัสดุเหล่านี้ดูดน้ำและแห้งช้า WHO และ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายในราว 24–48 ชั่วโมงหลังน้ำลด หลังจากนั้นเชื้อราจะเติบโตได้ง่าย เมื่อเปิดแอร์ในห้องที่ปิดทึบ สปอร์และกลิ่นอับจะหมุนเวียนทั่วห้อง คนที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืดจะมีอาการก่อนใคร

ไวรัสทางเดินหายใจในพื้นที่ปิด หน้าบริการพ่นฆ่าเชื้อระบุรายชื่อเชื้ออย่าง RSV และ H1N1 ซึ่งเป็นไวรัสทางเดินหายใจที่ติดต่อผ่านละอองและพื้นผิว ออฟฟิศที่คนสามสิบคนใช้แป้นพิมพ์ เมาส์ โทรศัพท์ มือจับประตู และปุ่มเครื่องถ่ายเอกสารร่วมกัน เป็นจุดที่เชื้อเดินทางจากคนสู่คนได้รวดเร็ว โดยเฉพาะช่วงที่ทุกคนเหนื่อยล้าและภูมิคุ้มกันลดลงหลังน้ำท่วม

โนโรไวรัสในแพนทรี มุมแพนทรีที่ทุกคนใช้ไมโครเวฟ ตู้เย็น และอ่างล้างจานร่วมกัน เป็นจุดที่โนโรไวรัส (norovirus) แพร่ได้ง่าย อาการคือคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วงเฉียบพลัน และมักระบาดเป็นกลุ่มในที่ทำงาน

มุมที่สอง: ในบ้านและทาวน์เฮาส์ย่านพหลโยธิน 60/1

อี. โคไล และแบคทีเรียจากอุจจาระ น้ำที่ท่วมพหลโยธินแถวซอย 60/1 ไหลผ่านท่อระบายน้ำที่รับน้ำเสียจากบ้านเรือน อี. โคไล (E. coli) เป็นตัวชี้วัดการปนเปื้อนจากอุจจาระ และบางสายพันธุ์ทำให้ท้องร่วงรุนแรง

ซัลโมเนลลาในครัวบ้าน ครัวทาวน์เฮาส์ส่วนใหญ่อยู่ชั้นล่าง ตู้ใต้ซิงก์ ตู้เย็น และเคาน์เตอร์ที่เคยจมน้ำอาจเป็นแหล่งสะสมซัลโมเนลลา (Salmonella) ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ

โรตาไวรัส RSV และโรคมือ เท้า ปาก ในทารกและเด็กเล็ก บ้านที่มีทารกหรือเด็กวัยคลาน ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะเด็กเล็กเอามือเข้าปากตลอดเวลา โรตาไวรัสทำให้ท้องร่วงจนขาดน้ำได้เร็ว ส่วน RSV อาจทำให้ทารกหายใจลำบาก และโรคมือ เท้า ปาก พบบ่อยในช่วงนี้ของปีอยู่แล้ว

ความเสี่ยงร่วมของทุกคนที่ลุยน้ำ: โรคฉี่หนู

คนทำงานจำนวนมากต้องลุยน้ำบนวิภาวดีหรือพหลโยธินเพื่อไปขึ้นรถ เชื้อเลปโตสไปราจากปัสสาวะหนูที่ปนในน้ำและโคลนสามารถเข้าทางแผลที่เท้า รอยถลอก หรือเยื่อบุตา กรมควบคุมโรคเตือนว่า หากมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง หรือตาแดง หลังลุยน้ำ ต้องไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการลุยน้ำ บริการพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวในอาคาร แต่ไม่ได้ป้องกันหรือรักษาโรคในคน

กลุ่มเสี่ยงสูง: ทารกและเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์และแม่หลังคลอด ผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต โรคปอด และพนักงานที่มีบาดแผลที่เท้าหรือขา องค์กรควรอนุญาตให้คนกลุ่มนี้ทำงานจากบ้านจนกว่าออฟฟิศจะล้างและพ่นฆ่าเชื้อเสร็จ

ลุยน้ำบนวิภาวดีหรือพหลโยธินมาแล้ว ควรทำอะไรทันที

ส่วนนี้เขียนให้คนเดินทางโดยเฉพาะ เพราะเชื้อโรคไม่ได้อยู่แค่ในอาคาร แต่ติดตัวคนไปด้วย

  1. ล้างเท้าและขาด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันทีที่ถึงที่หมาย เช็ดให้แห้ง โดยเฉพาะซอกนิ้วเท้า
  2. ถ้ามีแผล ให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ใส่ยาฆ่าเชื้อสำหรับแผล และปิดแผล สังเกตอาการบวมแดง
  3. เปลี่ยนรองเท้าและถุงเท้าก่อนเข้าออฟฟิศ วางรองเท้าที่เปียกไว้นอกพื้นที่ทำงาน
  4. ซักเสื้อผ้าที่สัมผัสน้ำท่วมแยกจากผ้าอื่น ใช้น้ำร้อนถ้าทำได้
  5. ล้างมือก่อนกินอาหาร ก่อนจับหน้า และก่อนอุ้มลูก
  6. ถ้ามีไข้ ปวดน่อง ตาแดง หรือท้องร่วงภายในหลายวันหลังลุยน้ำ ให้ไปพบแพทย์และบอกว่าเคยลุยน้ำท่วม

ผลกระทบที่ออฟฟิศและครอบครัวย่านนี้เจอ

พนักงานลาป่วยเป็นทอด ๆ: เมื่อคนหนึ่งป่วย อีกหลายคนตามมา งานที่ต้องส่งลูกค้าล่าช้า ทีมที่เหลือต้องทำงานแทนจนเหนื่อยล้า

ภาพลักษณ์ต่อลูกค้าที่มาติดต่อ: ลูกค้าที่เดินเข้ามาแล้วได้กลิ่นอับจากพรมหรือเห็นคราบน้ำบนผนัง จะตั้งคำถามกับความเป็นมืออาชีพของบริษัททันที

ค่าใช้จ่ายที่บานปลาย: ค่าเปลี่ยนพรม ค่าซ่อมระบบไฟฟ้า ค่าล้างแอร์ ค่าเอกสารที่เสียหาย บวกกับวันทำงานที่หายไป สำหรับครอบครัวในทาวน์เฮาส์ ค่าเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ชั้นล่างและค่ารักษาพยาบาลรวมกันก็เป็นภาระหนัก

ความกังวลของพ่อแม่: คนที่มีลูกเล็กต้องตัดสินใจว่าจะพาลูกกลับบ้านเมื่อไร ความไม่แน่ใจทำให้ต้องไปอาศัยบ้านญาตินานขึ้น เสียค่าเดินทางและเวลาเพิ่ม

ทำไมการทำความสะอาดแบบที่ออฟฟิศส่วนใหญ่ทำจึงยังไม่พอ

แม่บ้านถูพื้นด้วยน้ำยาถูพื้นทั่วไป: น้ำยาถูพื้นช่วยให้พื้นสะอาดตา แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม และไม่ได้ครอบคลุมผนังส่วนล่าง ขาโต๊ะ ใต้โต๊ะ หรือชั้นวางเอกสาร

ตากพรมไว้แล้วปูกลับ: พรมที่แช่น้ำท่วมนานมักชื้นอยู่ภายในแม้ผิวหน้าดูแห้ง CDC แนะนำว่าวัสดุดูดซับน้ำที่แช่น้ำท่วมและทำให้แห้งสนิทไม่ได้ควรทิ้ง

เปิดแอร์ไล่ความชื้นทั้งวันทั้งคืน: ช่วยได้บางส่วน แต่ถ้าวัสดุยังชื้นและเชื้อรายังอยู่ แอร์อาจกลายเป็นตัวกระจายกลิ่นและสปอร์ไปทั่วชั้น

วางเครื่องฟอกอากาศหรือน้ำหอมปรับอากาศ: ช่วยเรื่องความรู้สึก แต่ไม่ได้จัดการเชื้อที่เกาะอยู่บนพื้นผิวที่คนสัมผัสทุกวัน

เช็ดโต๊ะด้วยแอลกอฮอล์ทีละตัว: เป็นนิสัยที่ดี แต่สำหรับพื้นที่ทั้งชั้นที่เคยจมน้ำ การเช็ดทีละจุดใช้เวลานานและพลาดได้ง่าย

สิ่งที่ออฟฟิศต้องการคือการพ่นฆ่าเชื้อทั้งพื้นที่อย่างเป็นระบบหลังล้างเสร็จ ด้วยน้ำยาที่เหมาะสม อุปกรณ์ที่ทำให้ละอองเข้าถึงทั่ว และการจัดการคนออกจากพื้นที่ระหว่างทำงาน

บริการพ่นฆ่าเชื้อ วิภาวดีรังสิต–พหลโยธิน โดย WHD

ตามข้อมูลบริการ ทีมช่าง WHD ที่ผ่านการฝึกอบรมจะใช้การพ่นและ/หรือการพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ละอองที่ละเอียดมากช่วยให้น้ำยาเกาะพื้นผิวได้สม่ำเสมอ ทั้งพื้น ผนัง ใต้โต๊ะ ชั้นวางเอกสาร ขาเก้าอี้ ราวบันได และมุมที่การเช็ดเข้าไม่ถึง เหมาะกับพื้นที่ขนาดใหญ่อย่างสำนักงานทั้งชั้นหรือบ้านทั้งหลัง

น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ตามข้อมูลบริการ หน้าบริการระบุรายชื่อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึง COVID-19, RSV, H1N1, H5N1 และไวรัสโรคมือ เท้า ปาก โดยอ้างประสิทธิภาพ 99.99% และระบุการรับรองหรือการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 หน้าบริการยังระบุว่ามีลูกค้าเป็นโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย

ขั้นตอนบริการ (ตามข้อมูลบริการ)

  1. นัดหมาย: โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 แจ้งที่ตั้ง เช่น อาคารริมวิภาวดีขาออกใกล้แยกกำแพงเพชร 6 หรือทาวน์เฮาส์ในซอยพหลโยธิน 60/1 พร้อมขนาดพื้นที่และระดับน้ำที่เคยท่วม
  2. เตรียมพื้นที่: ขนโคลน ล้างพื้นและผนัง ย้ายพรมและวัสดุที่เสียหายออก เก็บเอกสารสำคัญ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร และของใช้ส่วนตัวให้มิดชิด การพ่นเป็นขั้นตอนหลังการล้าง
  3. ช่างพ่นฆ่าเชื้อ: พนักงาน ผู้อยู่อาศัย เด็ก และสัตว์เลี้ยงออกจากโซนที่พ่น ทำตามคำแนะนำของช่าง
  4. รอประมาณ 30 นาที: ตามข้อมูลบริการ แล้วกลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ช่างแจ้ง
  5. ใช้งานตามปกติ: เปิดระบายอากาศ ตรวจจุดที่ยังชื้น และวางแผนดูแลต่อเนื่อง

ตามข้อมูลบริการ มีโปรโมชันแถมสเปรย์ CHEMGENE และทิชชู่เปียก WELLGIENIC พร้อมบริการ และออกใบกำกับภาษีได้ ซึ่งสะดวกสำหรับบริษัทที่ต้องเบิกจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการ ถ้าห้องประชุมหรือห้องเก็บเอกสารยังมีกลิ่นอับในอากาศ สามารถพิจารณา บริการอบโอโซน เป็นบริการเสริม ซึ่งต้องทำในห้องว่างที่ไม่มีคนอยู่

10 เหตุผลที่ออฟฟิศและบ้านย่านวิภาวดี–พหลโยธินควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

  1. ลดโอกาสป่วยต่อกันในที่ทำงาน พื้นผิวที่คนหลายสิบคนสัมผัสร่วมกันได้รับการพ่นฆ่าเชื้อทั้งพื้นที่หลังล้าง
  2. เข้าถึงใต้โต๊ะ ชั้นวาง และขาเก้าอี้ ละอองฝอย ULV ช่วยให้น้ำยาไปถึงจุดที่แม่บ้านเช็ดไม่ทั่ว
  3. น้ำยาเกรดการแพทย์ที่อ้างอิงมาตรฐาน บริการพ่นฆ่าเชื้อ WHD ใช้ CHEMGENE HLD4H ที่หน้าบริการอ้างอิง EN 14476
  4. รายชื่อเชื้อครอบคลุมทั้ง RSV และ H1N1 ตามข้อมูลบริการ ตรงกับความกังวลเรื่องไวรัสทางเดินหายใจในออฟฟิศ
  5. ใช้เวลาไม่นาน รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่นตามข้อมูลบริการ วางแผนทำช่วงเย็นหรือวันหยุดเพื่อไม่กระทบงาน
  6. สร้างความมั่นใจให้พนักงานกลับมาทำงาน องค์กรสื่อสารได้ชัดว่าล้างและพ่นฆ่าเชื้อแล้ว
  7. ภาพลักษณ์ที่ดีต่อลูกค้าที่มาติดต่อ พื้นที่ต้อนรับและห้องประชุมพร้อมใช้งาน
  8. ปกป้องทารกและเด็กเล็กในทาวน์เฮาส์ พื้นที่เด็กคลานและของเล่นเป็นจุดสำคัญ
  9. ใบกำกับภาษีสำหรับบริษัท พร้อมของแถมสเปรย์และทิชชู่เปียกตามข้อมูลบริการ
  10. นัดหมายง่าย จองบริการพ่นฆ่าเชื้อ ผ่านโทรศัพท์หรือ LINE แล้ววางแผนตามขนาดพื้นที่จริง

ก่อนและหลัง: ออฟฟิศริมวิภาวดีขาออกที่ทำครบขั้นตอน

ก่อน

  • พรมห้องประชุมชื้นและมีกลิ่นอับ
  • แอร์พากลิ่นกระจายทั่วชั้น
  • พนักงานลาป่วยพร้อมกันหลายคน
  • ลูกค้าที่มาติดต่อสังเกตเห็นคราบน้ำ
  • ผู้บริหารไม่มีคำตอบชัดเจนให้พนักงาน

หลัง

  • วัสดุที่เสียหายถูกนำออก พื้นผิวที่เหลือล้างและพ่นฆ่าเชื้อแล้ว
  • มีลำดับงานและเวลากลับเข้าที่ชัดเจน
  • พนักงานรู้ว่าองค์กรดูแลสุขภาพของพวกเขา
  • พื้นที่ต้อนรับพร้อมรับลูกค้า
  • มีแผนดูแลจุดที่ยังชื้นต่อเนื่อง

ข้อควรรู้: การพ่นฆ่าเชื้อไม่ได้ทำให้พรม ฝ้า หรือผนังเบาที่แช่น้ำนานกลับมาใช้ได้ วัสดุเหล่านี้มักต้องเปลี่ยน และผนังที่ยังชื้นต้องระบายความชื้นต่อจนแห้ง

กรณีตัวอย่าง: ทาวน์เฮาส์ในซอยพหลโยธิน 60/1 กับลูกน้อยวัยหกเดือน

(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวทาง ไม่ใช่คำรับรองจากลูกค้าที่ระบุตัวตน)

"คุณมิ้นท์" อาศัยอยู่ในทาวน์เฮาส์สองชั้นในซอยแยกจากถนนพหลโยธินแถวซอย 60/1 กับสามีและลูกวัยหกเดือน ช่วงน้ำท่วม น้ำเข้าชั้นล่างที่เป็นห้องนั่งเล่นและครัว ครอบครัวย้ายไปอยู่บ้านแม่ชั่วคราว เมื่อน้ำลด สามีกลับมาขนโคลน ล้างพื้น ทิ้งโซฟาและพรมเด็กเล่นที่แช่น้ำ แล้วเปิดประตูหน้าต่างระบายความชื้นหลายวัน

สิ่งที่คุณมิ้นท์กังวลคือ ลูกเริ่มคลานและเอาทุกอย่างเข้าปาก เธอจึงไม่อยากพาลูกกลับจนกว่าจะมั่นใจว่าชั้นล่างสะอาดจริง ครอบครัวนัดทีมช่างมาพ่นฆ่าเชื้อชั้นล่างทั้งหมด รวมถึงราวบันไดและพื้นทางเดินขึ้นชั้นบน ระหว่างพ่นทุกคนออกไปรอนอกบ้าน กลับเข้ามาตามเวลาที่ช่างแจ้ง เปิดระบายอากาศ แล้วจึงซื้อพรมเด็กเล่นผืนใหม่มาปู หลังจากนั้นอีกหนึ่งวันจึงพาลูกกลับบ้าน

กรณีนี้แสดงให้เห็นว่า สำหรับบ้านที่มีทารก ความรอบคอบเรื่องลำดับขั้นตอนและเวลากลับเข้าบ้านสำคัญพอ ๆ กับตัวบริการเอง

เช็กลิสต์ฟื้นออฟฟิศและบ้านหลังน้ำท่วม วิภาวดีรังสิต–พหลโยธิน

สำหรับสำนักงาน

  • ปิดเบรกเกอร์ชั้นล่าง ให้ช่างไฟตรวจปลั๊กพื้นและสายไฟก่อนเปิดใช้
  • ถ่ายภาพความเสียหายไว้สำหรับประกันภัยก่อนขนย้าย
  • นำพรม ฝ้า และผนังเบาที่แช่น้ำออก ตามคำแนะนำของผู้รับเหมา
  • ให้ช่างแอร์ตรวจและล้างเครื่องปรับอากาศที่สัมผัสความชื้นหรือฝุ่นโคลน
  • ย้ายเอกสารสำคัญและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ออกจากโซนที่จะพ่น
  • แจ้งพนักงานล่วงหน้าเรื่องวันและเวลาที่พ่น และเวลากลับเข้าทำงาน
  • หลังกลับเข้า วางเจลล้างมือที่ทางเข้าและแพนทรี ทำความสะอาดจุดสัมผัสบ่อยทุกวัน

สำหรับบ้านและทาวน์เฮาส์

  • ทิ้งอาหาร ยา นมผง และของใช้เด็กที่สัมผัสน้ำท่วม
  • ขนโคลน ล้างพื้นและผนังด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก
  • เปิดระบายความชื้นให้มากที่สุดก่อนวันพ่น
  • วันพ่น ให้ทุกคน โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ออกจากบ้านหรือโซนที่พ่น
  • เฝ้าระวังอาการไข้ ปวดน่อง ตาแดง ท้องร่วง และพาไปพบแพทย์เมื่อมีอาการ

คำถามที่พบบ่อย: พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม วิภาวดีรังสิต แยกกำแพงเพชร 6 และพหลโยธิน 60/1

ถาม: ออฟฟิศพ่นนอกเวลาทำงานได้ไหม
ตอบ: แจ้งช่วงเวลาที่สะดวกตอนนัดหมาย เพื่อให้ทีมวางแผนร่วมกัน หลายองค์กรเลือกทำช่วงเย็นหรือวันหยุดเพื่อไม่ให้กระทบการทำงาน

ถาม: ต้องย้ายคอมพิวเตอร์และเอกสารออกไหม
ตอบ: ควรเก็บเอกสารสำคัญและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้มิดชิดหรือย้ายออกจากโซนที่พ่น และสอบถามคำแนะนำจากช่างก่อนวันพ่น

ถาม: หลังพ่นพนักงานกลับเข้าได้เมื่อไร
ตอบ: ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาที และกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง จากนั้นเปิดระบายอากาศ

ถาม: พรมห้องประชุมพ่นแล้วใช้ต่อได้ไหม
ตอบ: ถ้าพรมแช่น้ำท่วมนานและยังชื้นภายใน มักควรเปลี่ยน การพ่นฆ่าเชื้อช่วยเรื่องพื้นผิว แต่ไม่ได้ทำให้วัสดุที่ชื้นอยู่ภายในแห้ง

ถาม: บ้านมีทารก ควรรอนานแค่ไหนก่อนพาลูกกลับ
ตอบ: กลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง เปิดระบายอากาศ ตรวจว่าไม่มีจุดชื้นหรือกลิ่นอับเหลือ และเปลี่ยนของเล่นหรือพรมเด็กที่แช่น้ำ ถ้าลูกมีไข้หรือท้องเสีย ให้พาไปพบแพทย์

ถาม: ลุยน้ำบนพหลโยธินแล้วปวดน่อง ควรทำอย่างไร
ตอบ: ไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งว่าเคยลุยน้ำท่วม อาการนี้อาจเกี่ยวข้องกับโรคฉี่หนู

ให้ทีมกลับมาทำงาน ให้ครอบครัวกลับบ้านอย่างมั่นใจ: นัดพ่นฆ่าเชื้อย่านวิภาวดี–พหลโยธินวันนี้

สำนักงาน โกดัง ทาวน์เฮาส์ และคอนโดย่านแยกกำแพงเพชร 6 และพหลโยธิน 60/1 ที่ผ่านน้ำท่วมปลายกันยายน 2569

จองบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268

ลิงก์ที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อ วิภาวดีรังสิต, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม แยกกำแพงเพชร 6, น้ำท่วมพหลโยธิน 60/1, น้ำท่วมวิภาวดี 2569, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, ฆ่าเชื้อออฟฟิศหลังน้ำท่วม, Chemgene HLD4H, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้