Last updated: 3 ต.ค. 2569 | 1 จำนวนผู้เข้าชม |
ถ้าคุณอยู่ริม ถนนสรงประภา ในย่านดอนเมือง โดยเฉพาะช่วงที่ไล่จากถนนวิภาวดีรังสิตไปจนถึงคลองเปรมประชากร คุณคงจำภาพปลายเดือนกันยายน 2569 ได้ดี ฝนที่กระหน่ำต่อเนื่องระหว่างวันที่ 24–27 ก.ย. ทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นหนึ่งในจุดน้ำท่วมที่ถูกรายงานชื่ออย่างเป็นทางการ บทความนี้จะพาไล่ดูว่าน้ำท่วมตรงไหนบ้างตามรายงานข่าว เชื้อโรคชนิดใดบ้างที่มักตามมาหลังน้ำลด ทำไมการล้างเองอย่างเดียวจึงยังไม่พอ และ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ของ World Health Disinfection (WHD) ช่วยให้บ้าน หอพัก และร้านค้าบนถนนสรงประภากลับมาใช้งานได้อย่างมั่นใจขึ้นได้อย่างไร
คำค้นที่คนในย่านนี้พิมพ์กันมากที่สุดช่วงนี้คือ "พ่นฆ่าเชื้อ สรงประภา" และ "น้ำท่วมดอนเมือง ทำความสะอาดบ้าน" เราจึงเขียนบทความนี้ให้เป็นคู่มือที่ใช้ได้จริงสำหรับคนดอนเมือง ตั้งแต่เจ้าของบ้านเดี่ยวในซอยแคบ เจ้าของหอพักที่ปล่อยเช่าให้พนักงานสนามบิน ไปจนถึงร้านอาหารตามสั่งและมินิมาร์ตริมถนน
(กรณีตัวอย่าง เป็นเรื่องเล่าเพื่ออธิบายสถานการณ์ที่พบได้บ่อย ไม่ใช่รีวิวของลูกค้าที่ระบุตัวตน)
พี่นกเป็นเจ้าของหอพักสามชั้นในซอยเล็ก ๆ แยกจากถนนสรงประภา ห้องเช่าส่วนใหญ่ปล่อยให้พนักงานภาคพื้นดินของสนามบินดอนเมือง พนักงานร้านค้าในอาคารผู้โดยสาร และนักศึกษาที่เดินทางเข้าเมืองด้วยรถไฟฟ้าสายสีแดง คืนวันที่ 25 กันยายน ฝนตกไม่หยุดจนถึงเช้า น้ำจากถนนเริ่มเอ่อเข้าซอย แล้วไหลข้ามธรณีประตูเข้าห้องชั้นล่างทั้งหกห้อง พี่นกยกตู้เย็นของผู้เช่าขึ้นบนอิฐบล็อกได้เพียงบางห้อง ที่เหลือต้องปล่อยให้น้ำขุ่นสีน้ำตาลปนกลิ่นท่อแช่อยู่หลายวัน
เมื่อน้ำลด ภาพที่เห็นคือคราบโคลนบาง ๆ เกาะตามผนังสูงประมาณหน้าแข้ง ฟูกนอนที่ดูดน้ำจนหนัก ตู้เสื้อผ้าไม้อัดที่บวมจนเปิดไม่ออก และกลิ่นอับที่ลอยขึ้นไปถึงชั้นสอง ผู้เช่าห้องหนึ่งบอกว่าเห็นหนูวิ่งออกจากท่อระบายน้ำหลังบ้านตอนกลางคืน อีกห้องหนึ่งมีลูกวัยสามขวบที่เริ่มมีไข้และมีตุ่มในปาก ส่วนผู้เช่าที่ทำงานกะดึกที่สนามบินก็เริ่มถามว่า "ห้องนี้ปลอดภัยแล้วหรือยัง จะกลับมานอนได้เมื่อไร"
พี่นกลงมือล้างเองพร้อมลูกชายสองวันเต็ม ใช้สายยางฉีด ใช้แปรงขัด ราดน้ำยาซักผ้าขาวลงพื้น แล้วเปิดพัดลมทิ้งไว้ แต่สามวันต่อมาจุดดำ ๆ เริ่มขึ้นที่มุมผนังหลังตู้ และกลิ่นอับก็กลับมาทุกครั้งที่ปิดห้อง สิ่งที่พี่นกกังวลที่สุดไม่ใช่ค่าซ่อม แต่เป็นความเชื่อใจของผู้เช่า เพราะถ้าผู้เช่าป่วยหรือย้ายออกพร้อมกัน รายได้ทั้งเดือนก็หายไปทันที
เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดกับพี่นกคนเดียว แต่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ตลอดแนวถนนสรงประภาและซอยย่อยที่ต่ำกว่าระดับถนน บทความนี้จึงตั้งใจตอบคำถามเดียวกับที่พี่นกถาม คือ หลังล้างโคลนแล้ว ต้องทำอะไรต่อเพื่อให้พื้นที่ปลอดภัยพอให้คนกลับเข้ามาใช้ชีวิต
ข้อมูลในส่วนนี้สรุปจากรายงานข่าวไทยพีบีเอส ฉบับวันที่ 29 ก.ย. 2569 ซึ่งรวบรวมจุดน้ำท่วมขังทั่วกรุงเทพฯ ในช่วงเวลา 13:19 น. ของวันนั้น ตัวเลขความลึกที่ระบุคือระดับน้ำบนผิวถนน ณ เวลาที่รายงาน ไม่ใช่ระดับสูงสุดตลอดเหตุการณ์
ภาพรวมของเหตุการณ์ตามรายงานข่าวคือ ฝนตกหนักสะสมราว 300 มิลลิเมตรภายในประมาณ 48 ชั่วโมงระหว่างวันที่ 24–27 ก.ย. 2569 กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยเมื่อวันที่ 26 ก.ย. และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเมื่อวันที่ 2 ต.ค. ว่ามีครัวเรือนในกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบราว 329,000 ครัวเรือน ถนนสรงประภาจึงเป็นเพียงหนึ่งในหลายร้อยจุด แต่สำหรับคนที่อาศัยอยู่ริมถนนสายนี้ มันคือจุดที่สำคัญที่สุด
ลักษณะเฉพาะของถนนสรงประภาที่ทำให้เรื่องเชื้อโรคน่าห่วงกว่าปกติ คือการที่ถนนพาดผ่านใกล้คลองเปรมประชากร น้ำที่ท่วมขังจึงไม่ใช่น้ำฝนสะอาด แต่เป็นน้ำที่ผสมกับน้ำจากท่อระบายน้ำ บ่อพักน้ำเสีย และน้ำจากคลองที่รับของเสียจากชุมชนมาตลอดแนว เมื่อน้ำชนิดนี้ไหลเข้าบ้าน มันจะนำเอาเชื้อโรคจากสิ่งปฏิกูลเข้ามาเกาะอยู่บนพื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ และซอกมุมที่มองไม่เห็นด้วย
องค์การอนามัยโลก (WHO) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) และกรมควบคุมโรคของไทย อธิบายตรงกันว่า น้ำท่วมเพิ่มความเสี่ยงโรคติดเชื้อหลายกลุ่ม ทั้งจากการสัมผัสน้ำโดยตรง จากการกินอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน และจากเชื้อราที่เติบโตในบ้านที่ยังชื้นอยู่ เราจะไล่ดูทีละกลุ่ม โดยเน้นสิ่งที่เกี่ยวกับสภาพพื้นที่ริมคลองอย่างถนนสรงประภา
เมื่อท่อระบายน้ำและบ่อเกรอะล้น น้ำที่ท่วมจะมีแบคทีเรียจากอุจจาระของคนและสัตว์ปนอยู่ อี. โคไล เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่บอกว่าน้ำปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล บางสายพันธุ์ทำให้เกิดท้องร่วงรุนแรง ปวดท้อง และในเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุอาจทำให้ขาดน้ำได้เร็ว เชื้อเหล่านี้ติดอยู่กับคราบโคลนบนพื้นกระเบื้อง ขาโต๊ะ ประตูตู้ ลูกบิด และสวิตช์ไฟที่อยู่ต่ำ ซึ่งเป็นจุดที่มือของเราแตะบ่อยที่สุด
พื้นที่ริมคลองมีหนูอาศัยอยู่ไม่น้อย เมื่อน้ำท่วมโพรงและท่อ หนูจะหนีขึ้นที่สูงและเข้ามาในบ้าน เชื้อเลปโตสไปราที่ออกมากับปัสสาวะหนูสามารถปนอยู่ในน้ำขังและดินโคลน แล้วเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล รอยถลอก หรือเยื่อบุตา กรมควบคุมโรคเตือนทุกปีว่าคนที่ลุยน้ำแล้วมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง หรือตาแดง ควรไปพบแพทย์ทันทีและบอกว่าเคยลุยน้ำ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่บริการพ่นฆ่าเชื้อแทนไม่ได้ การพ่นช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวในบ้าน แต่คนที่ป่วยต้องได้รับการรักษาจากแพทย์
ซัลโมเนลลาเป็นแบคทีเรียที่มักปนเปื้อนในอาหาร และอาจแพร่กระจายได้มากขึ้นเมื่อครัวถูกน้ำท่วม เคาน์เตอร์ เขียง ภาชนะ และตู้เย็นที่แช่น้ำกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อ อาการที่พบคือท้องเสีย มีไข้ ปวดท้อง คลื่นไส้ หอพักที่มีครัวรวมหรือร้านอาหารตามสั่งริมถนนสรงประภาจึงควรให้ความสำคัญกับจุดนี้เป็นพิเศษ
ไวรัสโนโร (norovirus) และโรตา (rotavirus) เป็นสาเหตุสำคัญของท้องร่วงเฉียบพลัน แพร่ได้ง่ายผ่านมือที่สัมผัสพื้นผิวปนเปื้อนแล้วเข้าปาก โรตาพบบ่อยในเด็กเล็ก ส่วนโนโรสามารถระบาดเป็นกลุ่มในที่ที่คนใช้พื้นที่ร่วมกัน เช่น หอพัก ห้องน้ำรวม หรือโรงอาหาร ในช่วงหลังน้ำท่วมที่ผู้คนต้องอยู่กันแออัดและน้ำประปาบางจุดอาจไม่สะอาดเต็มที่ ความเสี่ยงนี้ยิ่งสูงขึ้น
ปลายเดือนกันยายนถึงตุลาคมเป็นช่วงที่โรคทางเดินหายใจและโรคมือ เท้า ปาก พบได้บ่อยในเด็กเล็กอยู่แล้ว เมื่อเด็กต้องย้ายไปอยู่ห้องเดียวกันหลายคน หรือเล่นบนพื้นที่เพิ่งน้ำลด โอกาสที่เชื้อจะแพร่ต่อกันก็มากขึ้น บ้านที่มีเด็กอยู่ในซอยรอบถนนสรงประภา รวมถึงศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลในย่าน ควรทำความสะอาดของเล่น ราวบันได โต๊ะกินข้าว และพื้นที่เด็กคลานอย่างละเอียด
WHO และ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้บ้านแห้งภายในประมาณ 24–48 ชั่วโมงหลังน้ำลด เพราะหลังจากนั้นเชื้อรามีโอกาสเติบโตบนผนังยิปซัม ไม้อัด ฟูก พรม และผ้าม่าน สปอร์เชื้อราทำให้คนที่เป็นภูมิแพ้ หอบหืด หรือภูมิคุ้มกันต่ำมีอาการกำเริบ จาม คัดจมูก ไอเรื้อรัง และกลิ่นอับที่ไม่ยอมหายก็เป็นสัญญาณว่าความชื้นและจุลินทรีย์ยังคงอยู่ในวัสดุ
ใครเสี่ยงที่สุด: ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคไต โรคปอด และคนที่มีบาดแผลที่เท้าหรือขา ถ้าในบ้านมีคนกลุ่มนี้ ควรให้พวกเขาอยู่ห่างจากพื้นที่ที่กำลังล้างและพ่นจนกว่าทุกอย่างจะเสร็จสมบูรณ์
ด้านสุขภาพ: อาการท้องร่วง ผื่นคัน ไข้ ไอ และอาการภูมิแพ้ที่เพิ่มขึ้นหลังกลับเข้าบ้าน เป็นสิ่งที่คนในพื้นที่น้ำท่วมพูดถึงบ่อย บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาการเกิดจากบ้านที่ยังไม่สะอาดพอ เพราะคิดว่าแค่เหนื่อยจากการขนของ
ด้านเงิน: ค่าซ่อมบ้าน ค่าเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ และค่ารักษาพยาบาลสะสมกันเร็วมาก สำหรับเจ้าของหอพักหรืออพาร์ตเมนต์ริมถนนสรงประภา การที่ห้องชั้นล่างปล่อยเช่าไม่ได้หนึ่งเดือนหมายถึงรายได้ที่หายไปทันที และถ้าผู้เช่าย้ายออกเพราะไม่มั่นใจ ค่าหาผู้เช่าใหม่ก็ตามมาอีก
ด้านเวลา: หลายคนทำงานที่สนามบินหรือบริษัทในย่านวิภาวดีรังสิต ต้องกลับไปทำงานตามกะ ไม่มีเวลาขัดล้างบ้านซ้ำแล้วซ้ำเล่า การทำความสะอาดที่ไม่จบในรอบเดียวทำให้ชีวิตค้างอยู่กับน้ำท่วมนานเกินจำเป็น
ด้านชื่อเสียงและความเชื่อใจ: ร้านอาหาร ร้านกาแฟ คลินิก และมินิมาร์ตริมถนนสรงประภาอยู่ได้ด้วยลูกค้าประจำในย่าน ถ้าลูกค้ารู้สึกว่าร้านยังมีกลิ่นอับหรือดูไม่สะอาด พวกเขาจะเปลี่ยนไปร้านอื่นโดยไม่บอก
ด้านครอบครัว: พ่อแม่ที่มีลูกเล็กหรือดูแลผู้สูงอายุจะนอนไม่หลับ เพราะไม่แน่ใจว่าบ้านปลอดภัยพอหรือยัง ความเครียดสะสมนี้เป็นต้นทุนที่มองไม่เห็นแต่หนักที่สุดอย่างหนึ่ง
ฉีดน้ำแรงอย่างเดียว: น้ำแรงช่วยไล่โคลนออกได้ดี แต่ก็ทำให้ละอองน้ำที่ปนเชื้อกระจายไปติดผนังส่วนบนและเพดาน และถ้าไม่มีขั้นตอนฆ่าเชื้อตามมา เชื้อก็ยังคงอยู่บนพื้นผิวที่ดูสะอาด
ราดน้ำยาซักผ้าขาวแบบกะเอาเอง: หลายบ้านใช้สารฟอกขาวโดยไม่ได้ผสมตามสัดส่วนที่เหมาะสม บางคนผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำจนเกิดก๊าซระคายเคือง บางคนราดแล้วล้างออกทันทีจนสารไม่มีเวลาสัมผัสเชื้อนานพอ และสารฟอกขาวเข้าไม่ถึงซอกหลังตู้ ใต้เตียง หรือช่องระหว่างบานประตูกับวงกบ
เปิดพัดลมแล้วปิดห้อง: พัดลมช่วยให้ผิวหน้าแห้ง แต่ความชื้นในผนังและเฟอร์นิเจอร์ไม้ยังสูงอยู่ พอปิดห้องเปิดแอร์ เชื้อราก็กลับมาเติบโตอีก
ฉีดสเปรย์ปรับอากาศ: กลิ่นหอมกลบกลิ่นอับได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้ลดจำนวนเชื้อโรคหรือเชื้อรา บางครั้งยังทำให้คนที่แพ้ง่ายมีอาการมากขึ้นด้วย
ทาสีทับรอยดำ: สีใหม่ปิดรอยเชื้อราได้ไม่กี่สัปดาห์ ถ้าผนังด้านในยังชื้นและเชื้อยังอยู่ รอยดำจะซึมกลับขึ้นมาใหม่ และตอนนั้นต้องขูดสีทิ้งทั้งหมด
สิ่งที่ขาดหายไปในทุกวิธีข้างต้นคือ ขั้นตอนฆ่าเชื้อที่ใช้น้ำยาที่เหมาะกับงาน ใช้อุปกรณ์ที่ทำให้น้ำยาเข้าถึงพื้นผิวทั่วถึง และทำโดยคนที่รู้ว่าต้องเว้นระยะเวลาและพื้นที่อย่างไร นี่คือช่องว่างที่บริการพ่นฆ่าเชื้อเข้ามาเติมเต็ม
World Health Disinfection ให้ บริการพ่นฆ่าเชื้อ สำหรับบ้าน คอนโด หอพัก สำนักงาน ร้านค้า และอาคารสาธารณะ ตามข้อมูลบริการ ทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจะพ่นน้ำยาและ/หรือพ่นแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งเป็นการพ่นละอองฝอยละเอียดมาก ทำให้น้ำยากระจายเข้าถึงพื้นผิวและซอกมุมได้ทั่วกว่าการเช็ดหรือราดด้วยมือ
น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H ซึ่งตามข้อมูลบริการเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride หน้าบริการระบุว่าน้ำยานี้ใช้กับไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราหลายชนิด รวมถึง COVID-19, RSV, H1N1, H5N1 และไวรัสโรคมือ เท้า ปาก โดยอ้างประสิทธิภาพ 99.99% และหน้าบริการยังระบุการรับรองหรือการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019
ถ้าบ้านยังมีกลิ่นอับค้างอยู่ในอากาศ โดยเฉพาะห้องที่ปิดทึบหรือห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ คุณสามารถพิจารณา บริการอบโอโซนในที่พักอาศัย เป็นบริการเสริมได้ ซึ่งต้องทำในห้องที่ไม่มีคนอยู่เช่นกัน
สำหรับลูกค้า ตามข้อมูลบริการมีโปรโมชันแถมสเปรย์ CHEMGENE และทิชชู่เปียก WELLGIENIC พร้อมบริการ และสามารถออกใบกำกับภาษีได้ ซึ่งสะดวกสำหรับเจ้าของหอพักและร้านค้าที่ต้องการเอกสารทางบัญชี
หมายเหตุ: การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อบนพื้นผิว แต่ไม่ได้ซ่อมวัสดุที่เสียหาย ฟูก พรม หรือไม้อัดที่แช่น้ำนานและบวมแล้วมักต้องเปลี่ยนใหม่ และผนังที่ยังชื้นต้องได้รับการระบายความชื้นต่อเนื่อง
(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวทาง ไม่ใช่คำรับรองจากลูกค้าที่ระบุตัวตน)
"ป้าแดง" ขายข้าวแกงหน้าซอยที่แยกจากถนนสรงประภามานานกว่าสิบปี ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นวินมอเตอร์ไซค์ พนักงานโรงงานและบริษัทขนส่งในย่าน และคนที่รอรถเมล์ไปวิภาวดีรังสิต ช่วงน้ำท่วม ร้านต้องปิดไปหลายวัน น้ำขึ้นมาท่วมพื้นร้านจนถังข้าวสารและตู้กับข้าวด้านล่างเปียก
หลังน้ำลด ป้าแดงกับลูกสาวล้างร้านเองก่อน ขนโคลนออก ทิ้งของที่แช่น้ำทั้งหมด ล้างเคาน์เตอร์และพื้นด้วยน้ำยาล้างจาน แล้วตากของให้แห้ง จากนั้นจึงนัดทีมช่างมาพ่นฆ่าเชื้อในส่วนครัว หน้าร้าน และห้องเก็บของด้านหลัง ระหว่างพ่น ทุกคนออกไปรอข้างนอก และกลับเข้ามาตามเวลาที่ช่างบอก วันรุ่งขึ้นป้าแดงเขียนป้ายเล็ก ๆ ติดหน้าร้านว่าร้านได้ทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมแล้ว ลูกค้าประจำหลายคนบอกว่าดีใจที่ร้านกลับมาเปิดอีกครั้ง
สิ่งที่กรณีนี้สอนเราคือ ลำดับขั้นตอนสำคัญมาก ล้างก่อน ทิ้งของที่เสียหาย ทำให้แห้ง แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อ และร้านอาหารต้องเปลี่ยนวัตถุดิบที่สัมผัสน้ำท่วมทั้งหมด ไม่ว่าจะดูสะอาดเพียงใด
ถาม: บ้านเพิ่งน้ำลด ยังมีโคลนเต็มพื้น เรียกช่างมาพ่นได้เลยไหม
ตอบ: ควรขนโคลนและล้างพื้นผิวก่อน การพ่นฆ่าเชื้อได้ผลดีบนพื้นผิวที่สะอาด ถ้ายังมีโคลนหนา น้ำยาจะสัมผัสเชื้อได้ไม่ทั่วถึง ช่างสามารถให้คำแนะนำได้ว่าต้องเตรียมพื้นที่แค่ไหน
ถาม: ระหว่างพ่นต้องออกจากบ้านไหม
ตอบ: ผู้อยู่อาศัยควรออกจากโซนที่กำลังพ่น และกลับเข้ามาตามเวลาที่ช่างแจ้ง ตามข้อมูลบริการให้รอประมาณ 30 นาที บ้านที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยงควรวางแผนพาออกไปก่อน
ถาม: น้ำยาที่ใช้คืออะไร
ตอบ: ตามข้อมูลบริการ ใช้ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride
ถาม: พ่นแล้วไม่ต้องไปหาหมอใช่ไหม ถ้าเคยลุยน้ำแล้วปวดขา
ตอบ: ไม่ใช่ การพ่นฆ่าเชื้อช่วยเรื่องพื้นผิวในบ้าน ไม่ได้รักษาคน ถ้ามีไข้ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง ตาแดง หรือท้องร่วง ควรไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งว่าเคยลุยน้ำท่วม
ถาม: หอพักหลายห้องต้องพ่นทุกห้องพร้อมกันไหม
ตอบ: ขึ้นอยู่กับว่าห้องไหนถูกน้ำท่วม ส่วนใหญ่จะเน้นชั้นล่าง ทางเดินรวม ห้องน้ำรวม และพื้นที่ซักล้าง แจ้งจำนวนห้องและผังอาคารตอนนัดหมายเพื่อให้ทีมวางแผนได้ตรงจุด
ถาม: ถ้ากลิ่นอับยังไม่หายหลังพ่น ควรทำอย่างไร
ตอบ: กลิ่นอับมักมาจากความชื้นที่ยังค้างในวัสดุ ให้ระบายอากาศและลดความชื้นต่อ ถ้าต้องการจัดการกลิ่นในอากาศของห้องปิด อาจพิจารณาบริการอบโอโซนเป็นบริการเสริม
ถาม: ออกใบกำกับภาษีได้ไหม
ตอบ: ได้ ตามข้อมูลบริการ สามารถออกใบกำกับภาษีได้
ทีมช่าง WHD พร้อมช่วยบ้าน หอพัก และร้านค้าในย่านดอนเมืองที่เพิ่งผ่านน้ำท่วมปลายเดือนกันยายน 2569
จองบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268
#พ่นฆ่าเชื้อ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #Chemgene #น้ำท่วมกทม2569 #พ่นฆ่าเชื้อสรงประภา #น้ำท่วมสรงประภา #พ่นฆ่าเชื้อดอนเมือง #น้ำท่วมดอนเมือง
คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อ สรงประภา, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ดอนเมือง, น้ำท่วมถนนสรงประภา 2569, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, Chemgene HLD4H, คลองเปรมประชากร น้ำท่วม, ทำความสะอาดหอพักหลังน้ำท่วม