พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม อ่อนนุช ซอย 59 ปี 2569: บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และหอพักในซอยต้องเริ่มจากตรงไหน

Last updated: 3 ต.ค. 2569  |  2 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม อ่อนนุช ซอย 59 ปี 2569: บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และหอพักในซอยต้องเริ่มจากตรงไหน

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม อ่อนนุช ซอย 59 ปี 2569: บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และหอพักในซอยต้องเริ่มจากตรงไหน หลังน้ำเน่าจากถนนอ่อนนุชไหลเข้าบ้าน

ถ้าคุณอยู่ในย่านอ่อนนุช โดยเฉพาะปากซอยและในซอยอ่อนนุช 59 คงยังจำภาพเมื่อปลายเดือนกันยายน 2569 ได้ดี ตามรายงานข่าวของไทยพีบีเอส ณ วันที่ 29 กันยายน 2569 เวลา 13.19 น. ถนนอ่อนนุช บริเวณซอย 59 ยังมีน้ำท่วมขังบนผิวถนนประมาณ 20 เซนติเมตร ทั้งที่ฝนหนักผ่านพ้นไปหลายวันแล้ว บทความนี้เขียนขึ้นสำหรับคนในซอยนี้โดยตรง เพื่ออธิบายว่าน้ำที่ไหลเข้าบ้านพาเชื้อโรคอะไรมาบ้าง ทำไมการล้างบ้านด้วยน้ำยาทั่วไปอาจยังไม่พอ และ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ของ World Health Disinfection (WHD) เข้ามาช่วยในขั้นตอนไหนของการพาบ้านกลับมาอยู่ได้อย่างสบายใจ

เราจะไม่พูดลอย ๆ ว่า "อ่อนนุชน้ำท่วม" แต่จะบอกให้ชัดว่าจุดไหนมีรายงานน้ำขัง ลึกเท่าไร ในวันไหน โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลจากรายงานข่าวและประกาศของกรุงเทพมหานครเท่านั้น เพื่อให้คุณประเมินได้เองว่าบ้านของคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงระดับไหน

กรณีตัวอย่าง (เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย ใช้เพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

คืนที่สามของฝนตก ทาวน์โฮมท้ายซอยอ่อนนุช 59 เริ่มมีน้ำซึมใต้ประตู

คุณแอน พนักงานบัญชีวัยสามสิบแปดปี อาศัยอยู่ในทาวน์โฮมสองชั้นลึกเข้าไปในซอยอ่อนนุช 59 กับแม่วัยเจ็ดสิบเอ็ดปีและลูกชายวัยห้าขวบ ช่วงวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 ฝนตกแทบไม่หยุด คืนที่สามน้ำจากถนนเริ่มเอ่อเข้ามาในโรงจอดรถ จากนั้นซึมผ่านร่องประตูเข้าห้องนั่งเล่นชั้นล่าง น้ำไม่ได้ลึกมาก สูงแค่ราวข้อเท้า แต่สีขุ่นออกเทา มีเศษใบไม้ ถุงพลาสติก และกลิ่นเหมือนท่อระบายน้ำ

คุณแอนรีบยกปลั๊กพ่วง โซฟาตัวเล็ก และกล่องของเล่นของลูกขึ้นชั้นบน แม่ของเธอซึ่งเป็นเบาหวานและเดินไม่ค่อยคล่องถูกพาขึ้นไปนอนห้องบน ส่วนรถยนต์ต้องจอดทิ้งไว้ที่ลานจอดของห้างใกล้ปากซอยสองคืน ระหว่างนั้นเธอต้องลุยน้ำเข้าออกซอยวันละสองรอบเพื่อไปทำงานและซื้อของ ทั้งที่รองเท้าแตะคู่เดียวที่มีไม่ได้ปกป้องอะไรเลย

พอน้ำบนถนนอ่อนนุชเริ่มลดลงในวันที่ 29 ถึง 30 กันยายน ทั้งบ้านลงมือขัดพื้นด้วยน้ำยาถูพื้นกลิ่นมะนาว ฉีดน้ำล้างโรงจอดรถ และเปิดประตูหน้าต่างไล่ความชื้น ทุกอย่างดูเรียบร้อยภายในสองวัน แต่สามวันต่อมา ลูกชายเริ่มถ่ายเหลวและมีไข้ต่ำ ๆ ส่วนผนังด้านล่างข้างบันไดเริ่มมีจุดดำเล็ก ๆ ขึ้นเป็นแนวเหนือรอยน้ำ กลิ่นอับชื้นลอยออกมาทุกครั้งที่เปิดตู้ใต้บันได

คุณแอนพาลูกไปหาหมอก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด จากนั้นเธอเริ่มตั้งคำถามว่าบ้านที่ "ดูสะอาด" แล้ว ยังมีอะไรหลงเหลืออยู่อีก คำตอบไม่ได้อยู่ที่ว่าเธอทำความสะอาดไม่ดี แต่อยู่ที่ธรรมชาติของน้ำท่วมในเมืองใหญ่ ซึ่งเป็นน้ำผสมระหว่างน้ำฝน น้ำจากท่อระบายน้ำ และน้ำเสียจากครัวเรือน มันพาเชื้อโรคหลายชนิดเข้ามาฝังอยู่ในร่องกระเบื้อง ขอบบัว ใต้ตู้ และผิวผนังที่ยังชื้น ซึ่งน้ำยาถูพื้นทั่วไปไม่ได้ออกแบบมาเพื่อจัดการกับสถานการณ์แบบนี้

จุดที่น้ำท่วมในย่านอ่อนนุชและพื้นที่ใกล้เคียง ตามรายงานข่าวและประกาศ กทม.

ข้อมูลในส่วนนี้รวบรวมจากรายงานข่าวของไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 เวลา 13.19 น. และรายงานของเดลินิวส์ในวันเดียวกัน ตัวเลขความลึกคือระดับน้ำบนผิวถนน ณ เวลาที่รายงาน ไม่ใช่ระดับน้ำสูงสุดในบ้านแต่ละหลัง เพราะบ้านที่อยู่ต่ำกว่าระดับถนนหรือลึกเข้าไปในซอยอาจเจอน้ำมากกว่านั้น

  • ถนนอ่อนนุช ซอยอ่อนนุช 59 น้ำท่วมขังบนถนนประมาณ 20 ซม. (ไทยพีบีเอส 29 ก.ย. 2569 เวลา 13.19 น.)
  • ถนนศรีนครินทร์ ช่วงพัฒนาการถึงสุขุมวิท 77 ถูกระบุเป็นจุดน้ำท่วม (ถนนอ่อนนุชคือถนนสุขุมวิท 77 จึงเป็นเส้นที่เชื่อมกับย่านนี้โดยตรง)
  • ถนนศรีนครินทร์ ช่วงลำสาลีถึงพัฒนาการ เป็นอีกช่วงที่มีรายงานน้ำท่วม
  • ถนนพัฒนาการ แยกศรีนครินทร์ น้ำบนถนนประมาณ 24.7 ซม. ซึ่งเป็นตัวเลขสูงที่สุดในรายการวันนั้น
  • ถนนพัฒนาการ ซอย 53 น้ำประมาณ 20 ซม. และเดลินิวส์ระบุว่าพัฒนาการ 53 เป็นหนึ่งในจุดที่น้ำยังสูง
  • ถนนกรุงเทพกรีฑา ถูกระบุว่าท่วมทั้งเส้น

ภาพรวมของเหตุการณ์คือ ระหว่างวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 มีฝนตกหนักราว 300 มิลลิเมตรภายในประมาณ 48 ชั่วโมง วันที่ 26 กันยายน กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ว่ามีครัวเรือนในกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบราว 329,000 ครัวเรือน ฝั่งตะวันออกของเมือง ซึ่งรวมถึงย่านอ่อนนุช ศรีนครินทร์ และพัฒนาการ เป็นกลุ่มพื้นที่ที่ชื่อปรากฏในรายงานซ้ำหลายครั้ง

สิ่งที่คนอ่อนนุชควรเข้าใจคือ ถนนอ่อนนุชเป็นถนนยาวที่พาดผ่านหลายเขต และมีซอยแยกจำนวนมาก แต่ละซอยระดับพื้นไม่เท่ากัน บางโครงการหมู่บ้านถมดินสูงกว่าถนน บางแถวทาวน์โฮมรุ่นเก่ากลับต่ำกว่าผิวถนนปัจจุบัน ซึ่งถูกยกระดับขึ้นหลายรอบตลอดหลายสิบปี บ้านกลุ่มหลังนี้คือกลุ่มที่น้ำเข้าง่ายที่สุดและระบายออกช้าที่สุด แม้ตัวเลขบนถนนจะดูไม่มาก แต่น้ำ 20 ซม. ที่ขังอยู่นานหลายวัน ก็เพียงพอที่จะทำให้ผนังชั้นล่าง ประตูไม้ ตู้ใต้ซิงก์ และพื้นลามิเนตอมน้ำได้แล้ว

เชื้อโรคชนิดต่าง ๆ หลังน้ำท่วมในซอยอ่อนนุช: อะไรมากับน้ำ และใครเสี่ยงที่สุด

ย่านอ่อนนุชซอย 59 เป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยเป็นหลัก มีทั้งบ้านเดี่ยวในหมู่บ้าน ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ที่ชั้นล่างเปิดเป็นร้านค้า และหอพักหรืออพาร์ตเมนต์ให้เช่า ผู้คนส่วนใหญ่เป็นครอบครัวที่มีทั้งเด็กเล็กและผู้สูงอายุอยู่ด้วยกัน รูปแบบนี้ทำให้กลุ่มเชื้อโรคที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ เชื้อจากน้ำเสียที่ปนเปื้อนพื้นบ้าน เชื้อที่ติดต่อผ่านมือและของเล่นของเด็ก และเชื้อราที่โตในผนังชั้นล่าง

1. อีโคไล และแบคทีเรียจากอุจจาระ

น้ำที่ท่วมถนนในเมืองแทบทุกครั้งผสมกับน้ำจากท่อระบายน้ำและบ่อเกรอะที่ล้น จึงมักมีแบคทีเรียกลุ่มที่มาจากอุจจาระ เช่น อีโคไล (E. coli) ปะปนอยู่ เมื่อน้ำแห้ง แบคทีเรียเหล่านี้ไม่ได้หายไปพร้อมน้ำ แต่ติดอยู่กับคราบโคลนบาง ๆ ที่เคลือบพื้น ร่องยาแนว และขาโต๊ะ เด็กที่คลานหรือนั่งเล่นกับพื้นแล้วเอามือเข้าปาก คือกลุ่มที่มีโอกาสรับเชื้อสูงที่สุด อาการที่พบบ่อยคือท้องร่วง ปวดท้อง คลื่นไส้ และบางรายมีไข้

2. เลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู

ซอยที่มีตลาด ร้านอาหาร และกองขยะ มักมีหนูอาศัยอยู่ เมื่อน้ำท่วม ปัสสาวะของหนูที่มีเชื้อเลปโตสไปราจะกระจายไปกับน้ำ และเชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านแผลที่เท้า รอยถลอก หรือเยื่อบุตา คนที่ต้องลุยน้ำเข้าออกซอยหลายวันอย่างคุณแอนในกรณีตัวอย่างจึงเป็นกลุ่มเสี่ยง หากมีไข้สูงทันที ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง หรือตาแดง ภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์หลังลุยน้ำ ต้องรีบไปพบแพทย์และบอกประวัติการลุยน้ำทุกครั้ง พื้นผิวในบ้านที่น้ำเคยท่วมถึง เช่น พื้นโรงจอดรถ ประตูรั้ว และบันไดขั้นล่าง ก็ควรได้รับการทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออย่างจริงจัง

3. ซัลโมเนลลา และอาหารที่ปนเปื้อน

บ้านในซอยจำนวนมากเก็บข้าวสาร ของแห้ง และเครื่องปรุงไว้ในตู้ล่างของครัว เมื่อน้ำท่วมถึงตู้เหล่านี้ อาหารที่โดนน้ำควรทิ้งทั้งหมด และพื้นผิวในครัว เช่น เคาน์เตอร์ ด้ามจับตู้เย็น และเขียง ต้องได้รับการล้างและฆ่าเชื้อก่อนกลับมาทำอาหาร เชื้อซัลโมเนลลา (Salmonella) ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ มีไข้ ท้องร่วง ปวดท้องบิด และอาจรุนแรงในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว

4. โนโรไวรัส และโรตาไวรัส

ไวรัสสองชนิดนี้เป็นสาเหตุสำคัญของท้องร่วงเฉียบพลัน ติดต่อง่ายมากผ่านพื้นผิวที่ปนเปื้อนและการสัมผัสใกล้ชิดในบ้าน โดยเฉพาะในหอพักหรืออพาร์ตเมนต์ที่ใช้ห้องน้ำ ทางเดิน หรือลิฟต์ร่วมกัน หากคนหนึ่งในชั้นป่วย คนอื่นก็มีโอกาสติดต่อกันเป็นทอด ๆ โรตาไวรัสพบบ่อยในเด็กเล็ก ทำให้ถ่ายเหลวมากจนขาดน้ำได้

5. มือ เท้า ปาก และอาร์เอสวีในเด็ก

ช่วงหลังน้ำท่วมตรงกับฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงที่โรคมือ เท้า ปาก และไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ระบาดในเด็กอยู่แล้ว เมื่อเด็กจำนวนมากต้องอยู่รวมกันในบ้านญาติ ศูนย์พักพิง หรือกลับไปโรงเรียนที่เพิ่งน้ำลด ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้น ของเล่น ราวบันได ลูกบิดประตู และโต๊ะกินข้าว เป็นจุดที่ไวรัสเหล่านี้ติดค้างได้

6. เชื้อรา และกลิ่นอับ

ผนังปูนชั้นล่างที่อมน้ำ แผ่นยิปซัม ไม้บัวพื้น และพื้นลามิเนต จะเริ่มมีเชื้อราขึ้นได้ภายในหนึ่งถึงสองวันหากยังชื้นอยู่ องค์การอนามัยโลกและศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (CDC) แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเพื่อลดโอกาสเกิดเชื้อรา สปอร์ของเชื้อรากระตุ้นภูมิแพ้ หอบหืด ไอเรื้อรัง และระคายเคืองตา กลิ่นอับที่ไม่ยอมหายไปเป็นสัญญาณว่ายังมีความชื้นและเชื้อราซ่อนอยู่

ใครเสี่ยงที่สุด: เด็กเล็กที่ยังคลานหรือเอามือเข้าปาก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต โรคหัวใจ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ และคนที่มีแผลที่เท้าหรือขา ถ้าในบ้านของคุณมีคนในกลุ่มนี้ การฟื้นฟูบ้านควรทำอย่างละเอียดกว่าปกติ และใครที่มีอาการผิดปกติ ต้องไปพบแพทย์ก่อนเสมอ บริการฆ่าเชื้อในบ้านไม่สามารถแทนการรักษาได้

น้ำท่วมอ่อนนุชกระทบชีวิตมากกว่าที่เห็น: สุขภาพ เงิน เวลา และความสัมพันธ์ในบ้าน

ด้านสุขภาพ ปัญหาที่ตามมาหลังน้ำลดมักมาแบบเงียบ ๆ อาการท้องร่วงของเด็ก ไอของผู้สูงอายุ หรือผื่นคันที่ขา มักถูกมองว่าเป็นเรื่องเล็ก จนกระทั่งต้องลางานพาไปโรงพยาบาลซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ด้านเงิน บ้านในซอยอ่อนนุชที่น้ำเข้าแม้เพียงไม่กี่สิบเซนติเมตร ต้องเสียค่าซ่อมประตูไม้ที่บวม เปลี่ยนพื้นลามิเนต ทาสีผนังใหม่ ซ่อมเครื่องซักผ้าและตู้เย็น บวกกับค่าแท็กซี่และค่าที่จอดรถระหว่างที่ซอยใช้ไม่ได้ หากเชื้อราลุกลามจนต้องรื้อผนังหรือฝ้า ค่าใช้จ่ายจะยิ่งพุ่งสูงขึ้น

ด้านเวลา หลายครอบครัวต้องใช้วันหยุดทั้งสัปดาห์ไปกับการขัดล้างบ้าน และบางครั้งต้องทำซ้ำ เพราะกลิ่นหรือคราบราย้อนกลับมา

ด้านรายได้ของเจ้าของหอพัก สำหรับเจ้าของอพาร์ตเมนต์หรือห้องเช่าในซอย ปัญหาคือผู้เช่าเริ่มบอกเลิกสัญญา หรือรีวิวในกลุ่มออนไลน์ว่าห้องมีกลิ่นอับและมีเชื้อรา ซึ่งส่งผลต่ออัตราการเข้าพักนานหลายเดือน

ด้านครอบครัว ความเครียดสะสมจากการต้องดูแลผู้สูงอายุและเด็กในพื้นที่จำกัด ความกังวลว่าลูกจะป่วยซ้ำ และการทะเลาะเรื่องว่าจะทิ้งหรือเก็บของชิ้นไหน เป็นเรื่องที่หลายบ้านในซอยกำลังเผชิญอยู่จริง

ทำไมการล้างบ้านแบบเดิม ๆ อาจยังไม่พอสำหรับบ้านในซอยอ่อนนุช 59

น้ำยาถูพื้นทั่วไปไม่ใช่น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในบ้านส่วนใหญ่ออกแบบมาเพื่อขจัดคราบและให้กลิ่นหอม ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อจัดการเชื้อจากน้ำเสียปริมาณมาก

น้ำยาซักผ้าขาวใช้ยาก และไม่เหมาะกับทุกพื้นผิว หลายบ้านใช้น้ำยาซักผ้าขาวผสมน้ำ ซึ่งได้ผลกับพื้นผิวแข็งบางชนิดหากผสมถูกสัดส่วน แต่กลิ่นแรง ระคายเคืองทางเดินหายใจ ทำให้ผ้าและวัสดุบางชนิดซีด และอันตรายมากหากเผลอผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำที่มีกรด ซึ่งจะเกิดก๊าซพิษ

พัดลมไล่ได้แค่ความชื้นบนผิว การเปิดพัดลมช่วยให้ผิวหน้าแห้งเร็วขึ้นจริง แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ และอาจพัดฝุ่นโคลนแห้งที่มีเชื้อกระจายไปทั่วบ้าน

สเปรย์ปรับอากาศกลบกลิ่น ไม่ได้แก้ต้นเหตุ กลิ่นอับคือสัญญาณเตือนว่ามีความชื้นและเชื้อจุลินทรีย์อยู่ การกลบกลิ่นทำให้เราละเลยปัญหาที่กำลังโตขึ้น

ทาสีทับรอยรา เป็นทางลัดที่หลายบ้านเลือก แต่ถ้าผนังด้านในยังชื้น เชื้อราจะดันสีให้พองและกลับมาใหม่ภายในไม่กี่สัปดาห์

มือคนเข้าไม่ถึงทุกซอกมุม ใต้ตู้ หลังตู้เย็น ช่องระหว่างผนังกับเฟอร์นิเจอร์ ใต้บันได และร่องประตูรั้ว เป็นจุดที่ผ้าถูพื้นเข้าไม่ถึง แต่เชื้อโรคเข้าถึงได้

บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม อ่อนนุช จาก WHD: ทำงานอย่างไร

ตามข้อมูลบริการของ World Health Disinfection บริการพ่นฆ่าเชื้อ ดำเนินการโดยช่างเทคนิคที่ผ่านการอบรม ใช้การพ่นและ/หรือการพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งทำให้น้ำยากลายเป็นละอองขนาดเล็ก ลอยไปเกาะพื้นผิวและเข้าถึงซอกมุมได้ทั่วถึงกว่าการเช็ดด้วยมือ

น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ตามข้อมูลบริการ หน้าเว็บระบุรายชื่อเชื้อที่จัดการได้ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงโควิด-19 อาร์เอสวี ไข้หวัดใหญ่ H1N1 ไข้หวัดนก H5N1 และไวรัสโรคมือ เท้า ปาก โดยระบุประสิทธิภาพที่ 99.99% และระบุการรับรองหรือการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019

ขั้นตอนการให้บริการ

  1. นัดหมาย ติดต่อทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 แจ้งที่อยู่ในซอยอ่อนนุช 59 ขนาดบ้าน จำนวนชั้น และระดับน้ำที่เคยเข้าถึง
  2. เตรียมพื้นที่ ขนโคลน เศษขยะ และของที่เสียหายออก ล้างพื้นและผนังให้สะอาด เก็บอาหาร ภาชนะ และของใช้ส่วนตัวให้มิดชิด
  3. ช่างเทคนิคพ่นฆ่าเชื้อ ระหว่างพ่น คนในบ้าน เด็ก ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยงควรออกจากโซนที่พ่น
  4. รอประมาณ 30 นาที ตามข้อมูลบริการ แล้วกลับเข้าใช้พื้นที่ได้ตามที่ช่างแจ้ง

สิ่งที่ต้องเข้าใจให้ตรงกัน: การพ่นฆ่าเชื้อคือขั้นตอนหลังจากตักโคลนและล้างบ้านแล้ว ไม่ใช่สิ่งที่มาแทนการทำความสะอาด เพราะน้ำยาฆ่าเชื้อทุกชนิดทำงานได้ดีที่สุดบนพื้นผิวที่สะอาด ถ้ายังมีโคลนหนาเคลือบอยู่ เชื้อที่อยู่ใต้โคลนก็จะไม่ได้สัมผัสน้ำยา และเราไม่กล่าวอ้างว่าไม่มีสารตกค้างใด ๆ ให้ปฏิบัติตามเวลากลับเข้าพื้นที่ที่ช่างแนะนำเสมอ

สำหรับบ้านที่ยังมีกลิ่นอับในห้องปิด เช่น ห้องนอนชั้นล่างหรือห้องเก็บของ สามารถพิจารณา บริการอบโอโซนในที่พักอาศัย เป็นบริการเสริม ซึ่งต้องทำในห้องที่ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้อยู่ภายใน

10 เหตุผลที่บ้านในซอยอ่อนนุช 59 ควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

  1. น้ำที่ขังบนถนนอ่อนนุชหลายวันคือน้ำผสมน้ำเสีย ไม่ใช่น้ำฝนสะอาด พื้นที่ที่น้ำเคยท่วมถึงจึงควรได้รับการ พ่นฆ่าเชื้อโดยช่างมืออาชีพ
  2. ละออง ULV เข้าถึงซอกมุม ใต้ตู้ หลังตู้เย็น ใต้บันได และร่องประตูรั้วที่มือเข้าไม่ถึง
  3. น้ำยาเกรดการแพทย์ CHEMGENE HLD4H เป็นน้ำยาที่ใช้ในสถานพยาบาล ไม่ใช่น้ำยาถูพื้นทั่วไป
  4. ครอบคลุมทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ตามรายชื่อเชื้อที่ระบุในหน้าบริการ ซึ่งตรงกับความเสี่ยงหลังน้ำท่วม
  5. ลดความเสี่ยงของเด็กเล็กที่เล่นกับพื้น และผู้สูงอายุที่ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง
  6. ใช้เวลาไม่นาน รอประมาณ 30 นาทีตามข้อมูลบริการ ก่อนกลับเข้าใช้พื้นที่ตามคำแนะนำของช่าง
  7. ช่วยเจ้าของหอพักให้ห้องกลับมาพร้อมให้เช่า และสื่อสารกับผู้เช่าได้อย่างมั่นใจว่าห้องผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว
  8. มีการอ้างอิงมาตรฐานสากล หน้าบริการระบุ EN 14476:2013+A2:2019 และการรับรองหรืออ้างอิงจากหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ ดูรายละเอียดได้ที่ หน้าบริการพ่นฆ่าเชื้อ
  9. มีประสบการณ์กับอาคารหลายประเภท ตามข้อมูลบริการ ลูกค้ามีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย
  10. มีของแถมให้ดูแลต่อเอง โปรโมชันระบุว่าจะได้รับขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC ไปใช้ต่อหลังรับบริการ พร้อมออกใบกำกับภาษีได้

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ: ทาวน์โฮมในซอยอ่อนนุช 59

ก่อน

  • คราบโคลนบางเคลือบร่องกระเบื้องและขอบบัว
  • กลิ่นท่อและกลิ่นอับลอยจากตู้ใต้บันได
  • จุดดำเริ่มขึ้นตามแนวผนังเหนือรอยน้ำ
  • ไม่แน่ใจว่าลูกจะคลานเล่นบนพื้นได้หรือยัง
  • ผู้เช่าห้องชั้นล่างถามซ้ำว่าห้องปลอดภัยไหม

หลัง (เมื่อทำครบลำดับ ล้าง ทำให้แห้ง และพ่น)

  • พื้นผิวที่น้ำเคยถึงผ่านการฆ่าเชื้อครบทุกห้องชั้นล่าง
  • ซอกมุมที่มือเข้าไม่ถึงได้รับละอองน้ำยาทั่วถึง
  • มีลำดับงานชัดเจน และรู้เวลาที่กลับเข้าบ้านได้
  • ครอบครัวกลับมาใช้ชั้นล่างได้อย่างสบายใจขึ้น
  • เจ้าของห้องเช่าแจ้งผู้เช่าได้ว่าทำอะไรไปแล้วบ้าง

กรณีตัวอย่าง: อพาร์ตเมนต์สี่ชั้นกลางซอยอ่อนนุช 59

กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์สมมติที่สร้างจากปัญหาที่พบบ่อย ไม่ใช่รีวิวที่ยืนยันตัวตน)

คุณต้อม เจ้าของอพาร์ตเมนต์ขนาดยี่สิบสี่ห้องกลางซอย ชั้นล่างมีห้องเช่าหกห้อง ห้องซักผ้ารวม และโถงหน้าลิฟต์ น้ำจากถนนอ่อนนุชเอ่อเข้ามาในโถงและห้องชั้นล่างราวหนึ่งคืบ ขังอยู่สองวันก่อนจะค่อย ๆ ลด ผู้เช่าชั้นล่างสามห้องย้ายไปพักกับเพื่อนชั่วคราว อีกสามห้องอยู่ต่อแต่บ่นเรื่องกลิ่นและยุง

หลังน้ำลด คุณต้อมจ้างแม่บ้านสองคนตักโคลน ขัดพื้นโถง และล้างห้องซักผ้า จากนั้นถอดบัวไม้ที่บวมน้ำทิ้ง เปิดพัดลมอุตสาหกรรมเป่าสามวัน เมื่อพื้นและผนังเริ่มแห้ง เขานัดช่างเทคนิคพ่นฆ่าเชื้อทั้งชั้นล่าง โถงลิฟต์ ราวบันไดทุกชั้น และปุ่มลิฟต์ ผู้เช่าได้รับแจ้งล่วงหน้าให้ออกจากโซนที่พ่น และกลับเข้าตามเวลาที่ช่างบอก

สิ่งที่คุณต้อมได้กลับมาไม่ใช่แค่ความสะอาด แต่คือคำอธิบายที่ชัดเจนให้ผู้เช่า เขาติดประกาศบนบอร์ดหน้าลิฟต์ว่าทำความสะอาดอะไรไปแล้ว ใช้น้ำยาอะไร และแนะนำให้ผู้เช่าที่ลุยน้ำแล้วมีไข้ไปพบแพทย์ ผู้เช่าที่ย้ายออกไปชั่วคราวสองในสามรายตัดสินใจกลับมา ส่วนห้องที่ผนังยังมีกลิ่นอับ เขาวางแผนอบโอโซนแยกเป็นห้อง ๆ ในช่วงที่ห้องว่าง

เช็กลิสต์ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม อ่อนนุช: ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อนช่างมาถึง

  • ตัดไฟชั้นล่างหากปลั๊กหรือเต้ารับเคยจมน้ำ และให้ช่างไฟฟ้าตรวจก่อนเปิดใช้
  • สวมรองเท้าบูต ถุงมือยาง และหน้ากากระหว่างตักโคลน ห้ามลุยน้ำหรือโคลนด้วยเท้าเปล่า
  • ตักโคลนออกให้หมด ล้างพื้นและผนังด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก
  • ทิ้งอาหาร ยา และเครื่องสำอางที่โดนน้ำ รวมถึงของเล่นผ้าหรือฟองน้ำที่ล้างไม่ได้
  • ถอดบัวไม้ แผ่นยิปซัม หรือพื้นลามิเนตที่บวมน้ำออก เพื่อให้ผนังด้านในแห้ง
  • เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศ ใช้พัดลมหรือเครื่องลดความชื้นช่วย
  • เก็บภาชนะ ช้อนส้อม แปรงสีฟัน และของใช้ส่วนตัวเข้าตู้หรือใส่กล่องปิด

ระหว่างและหลังพ่น

  • ทุกคน รวมถึงเด็ก ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยง ออกจากโซนที่พ่นระหว่างการทำงาน
  • รอประมาณ 30 นาทีตามข้อมูลบริการ และทำตามเวลากลับเข้าพื้นที่ที่ช่างแจ้ง
  • เปิดระบายอากาศหลังกลับเข้าบ้าน
  • ล้างภาชนะที่ใช้กับอาหารอีกครั้งก่อนใช้งาน
  • สังเกตอาการของคนในบ้านอย่างน้อยสองสัปดาห์ หากมีไข้ ปวดน่อง ตาแดง ท้องร่วงรุนแรง หรือหายใจลำบาก ให้ไปพบแพทย์ทันที
  • ใช้สเปรย์และทิชชูเปียกที่ได้รับ เช็ดจุดสัมผัสบ่อยเป็นประจำในช่วงหลายสัปดาห์แรก

คำถามที่พบบ่อยเรื่องพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม อ่อนนุช

ถาม: บ้านในซอยอ่อนนุช 59 น้ำเข้าแค่โรงจอดรถ จำเป็นต้องพ่นไหม
ตอบ: ถ้าน้ำเข้าเฉพาะโรงจอดรถและไม่เข้าตัวบ้าน อาจเลือกล้างและฆ่าเชื้อเฉพาะโซนนั้นได้ แต่ควรสังเกตว่าน้ำซึมผ่านประตูหรือพื้นเข้ามาหรือไม่ และคนในบ้านเดินผ่านโรงจอดรถทุกวัน เชื้อจึงติดรองเท้าเข้าบ้านได้ ช่างสามารถประเมินและเสนอขอบเขตที่เหมาะสม

ถาม: ต้องรอให้บ้านแห้งสนิทก่อนพ่นหรือเปล่า
ตอบ: ควรตักโคลนและล้างให้สะอาดก่อน และให้พื้นผิวแห้งพอสมควร เพราะน้ำยาทำงานได้ดีบนพื้นผิวที่ไม่มีคราบหนา การพ่นไม่ได้ทำให้ผนังที่อมน้ำแห้งเร็วขึ้น ดังนั้นจึงยังต้องระบายความชื้นควบคู่กันไป

ถาม: ระหว่างพ่น คนในบ้านอยู่ได้ไหม
ตอบ: ไม่ควรอยู่ในโซนที่กำลังพ่น ควรออกจากพื้นที่ และกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแนะนำ โดยหน้าบริการระบุให้รอประมาณ 30 นาที

ถาม: พ่นแล้วไม่มีสารตกค้างเลยใช่ไหม
ตอบ: เราไม่กล่าวอ้างเช่นนั้น หลังกลับเข้าบ้านควรเปิดระบายอากาศ และล้างภาชนะที่ใช้กับอาหารก่อนใช้งาน หากมีเด็กเล็กหรือผู้ที่แพ้ง่าย แจ้งช่างล่วงหน้าเพื่อวางแผนการทำงาน

ถาม: พ่นฆ่าเชื้อแล้วกลิ่นอับจะหายไหม
ตอบ: การพ่นช่วยจัดการเชื้อบนพื้นผิว แต่ถ้ากลิ่นมาจากผนังหรือฝ้าที่ยังชื้นอยู่ด้านใน ต้องแก้ที่ความชื้นด้วย สำหรับห้องปิดที่กลิ่นยังค้าง อาจพิจารณาอบโอโซนเสริม

ถาม: ลูกท้องเสียหลังน้ำลด ควรทำอย่างไรก่อน
ตอบ: พาไปพบแพทย์ก่อนเสมอ โดยเฉพาะถ้ามีไข้ ถ่ายบ่อย อ่อนเพลีย หรือมีสัญญาณขาดน้ำ การฆ่าเชื้อในบ้านช่วยลดการรับเชื้อซ้ำ แต่ไม่ใช่การรักษา

ถาม: เจ้าของหอพักขอใบกำกับภาษีได้ไหม
ตอบ: ได้ ตามข้อมูลบริการ สามารถออกใบกำกับภาษีได้

นัดพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม อ่อนนุช ซอย 59 วันนี้

บอกเราว่าบ้านของคุณอยู่ช่วงไหนของซอย น้ำเข้าถึงระดับไหน และมีใครในบ้านที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ทีมงานจะช่วยวางลำดับงานที่เหมาะกับบ้านคุณ

ดูรายละเอียดบริการพ่นฆ่าเชื้อ

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#พ่นฆ่าเชื้อ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #Chemgene #น้ำท่วมกทม2569 #พ่นฆ่าเชื้ออ่อนนุช #น้ำท่วมอ่อนนุช #อ่อนนุช59

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อ อ่อนนุช, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม อ่อนนุช, น้ำท่วมอ่อนนุช ซอย 59, ฆ่าเชื้อบ้านหลังน้ำท่วม, บริการพ่นฆ่าเชื้อ กทม., CHEMGENE HLD4H, น้ำท่วมกรุงเทพ 2569, เชื้อโรคหลังน้ำท่วม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้