พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม พหลโยธิน ช่วง ม.เกษตรศาสตร์ - กรมป่าไม้ และวงเวียนบางเขน - ร.11 ปี 2569: เชื้อโรคที่ค้างอยู่ในหอพัก ร้านอาหาร และสำนักงานริมถนน

Last updated: 3 ต.ค. 2569  |  2 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการพ่นฆ่าเชื้อสำคัญอย่างไร

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม พหลโยธิน ช่วง ม.เกษตรศาสตร์–กรมป่าไม้ และวงเวียนบางเขน–ร.11 ปี 2569: เชื้อโรคที่ค้างอยู่ในหอพัก ร้านอาหาร และสำนักงานริมถนน

ถ้าคุณมีหอพัก ร้านอาหาร คลินิก หรือสำนักงานอยู่ริม ถนนพหลโยธิน ช่วงหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไล่ไปจนถึงกรมป่าไม้ หรือช่วงวงเวียนบางเขนขึ้นไปถึงหน้า ร.11 บทความนี้เขียนขึ้นสำหรับคุณโดยตรง เราจะสรุปว่าน้ำท่วมพหลโยธินปลายเดือนกันยายน 2569 ขังอยู่ตรงไหนบ้างตามรายงานข่าว เชื้อโรคชนิดใดมักตามมาหลังน้ำลด ทำไมการล้างพื้นอย่างเดียวยังไม่พอ และบริการพ่นฆ่าเชื้อด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ของ World Health Disinfection (WHD) เข้ามาช่วยปิดงานฟื้นฟูอาคารริมถนนพหลโยธินได้อย่างไร

กรณีตัวอย่าง (เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย ใช้เพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

เช้าวันที่น้ำลด หอพักหลังมหาวิทยาลัยยังมีกลิ่นท่อลอยขึ้นมาจากพื้น

คุณสุนีย์เป็นเจ้าของหอพักนักศึกษาขนาดสี่ชั้นในซอยเล็ก ๆ ที่แยกออกจากถนนพหลโยธินฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ชั้นล่างของตึกแบ่งเป็นห้องโถง ห้องซักผ้าหยอดเหรียญ และร้านข้าวมันไก่ที่เธอให้ญาติเช่าขาย ช่วงฝนกระหน่ำระหว่างวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน น้ำบนถนนพหลโยธินหน้าปากซอยสูงจนรถเก๋งต้องค่อย ๆ ไต่ไปทีละคัน น้ำจากท่อระบายข้างทางเอ่อย้อนเข้ามาในซอย ไหลผ่านธรณีประตูเข้าห้องโถงชั้นล่าง ปนกับน้ำจากรางระบายน้ำหลังร้านอาหาร

นักศึกษาหลายคนต้องเดินลุยน้ำจากสถานีรถไฟฟ้ากลับหอ บางคนใส่รองเท้าแตะ บางคนเดินเท้าเปล่าเพราะรองเท้าหลุดในน้ำ พอน้ำเริ่มลดในอีกสองสามวันต่อมา คุณสุนีย์กับแม่บ้านช่วยกันกวาดโคลนออก ฉีดน้ำล้างพื้นห้องโถง เช็ดเคาน์เตอร์ร้านข้าวมันไก่ด้วยน้ำยาถูพื้น แล้วเปิดประตูทุกบานให้ลมผ่าน ภาพที่เห็นดูเหมือนทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ

แต่ภายในหนึ่งสัปดาห์ เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เริ่มเกิดขึ้น นักศึกษาสองคนบ่นว่าท้องเสีย อีกคนมีแผลถลอกที่เท้าซึ่งอักเสบบวมแดง ห้องซักผ้าหยอดเหรียญมีกลิ่นอับคล้ายผ้าเปียกค้างคืนตลอดเวลา ผนังปูนด้านล่างเริ่มมีจุดสีดำเล็ก ๆ ขึ้นเป็นแนว ส่วนญาติที่เช่าร้านข้าวมันไก่ก็กังวลว่าลูกค้าจะไม่กล้ากลับมานั่งกิน เพราะทุกคนรู้ว่าน้ำที่ท่วมหน้าร้านคือน้ำที่ผ่านท่อระบายของทั้งถนน

คุณสุนีย์ตัดสินใจโทรถามผู้ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อ คำถามแรกที่เธอถามไม่ใช่เรื่องราคา แต่เป็นคำถามที่เจ้าของอาคารริมพหลโยธินหลายรายถามเหมือนกัน คือ "ล้างไปแล้ว ยังต้องพ่นอีกไหม" คำตอบอยู่ในเนื้อหาด้านล่าง ซึ่งเราจะเริ่มจากการดูก่อนว่าน้ำท่วมตรงไหนบ้าง

จุดที่น้ำท่วมในย่านพหลโยธิน ม.เกษตรศาสตร์–กรมป่าไม้ และวงเวียนบางเขน–ร.11

ข้อมูลต่อไปนี้รวบรวมจากรายงานข่าวไทยพีบีเอส วันที่ 29 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 13.19 น. ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจุดน้ำท่วมของกรุงเทพมหานคร ตัวเลขความสูงคือระดับน้ำบนผิวถนน ณ เวลาที่รายงาน ไม่ใช่ระดับสูงสุดของเหตุการณ์ทั้งหมด

  • ถนนพหลโยธิน ใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระดับน้ำประมาณ 10 ซม. (ตามรายงานข่าว 29 ก.ย. 2569)
  • ถนนพหลโยธิน ช่วงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ถึงกรมป่าไม้ ถูกระบุเป็นจุดน้ำท่วม
  • ถนนพหลโยธิน ช่วงวงเวียนบางเขนถึง ร.11 ถูกระบุเป็นจุดน้ำท่วม
  • ถนนพหลโยธิน หน้า ร.11 ประตู 2 ระดับน้ำประมาณ 20 ซม.
  • ถนนพหลโยธิน ใกล้ซอยพหลโยธิน 60/1 ระดับน้ำประมาณ 22.8 ซม. เป็นหนึ่งในจุดที่สูงที่สุดของรายการในเวลานั้น

นอกจากตัวถนนพหลโยธินเอง ถนนสายรองที่เชื่อมเข้าหากันในย่านเดียวกันก็มีรายงานน้ำขังเช่นกัน ได้แก่

  • ถนนรามอินทรา ช่วงวงเวียนบางเขนถึงสถานีลาดปลาเค้า เป็นจุดน้ำท่วม และหนังสือพิมพ์เดลินิวส์รายงานน้ำสูงที่ รามอินทรา ซอย 23 และซอย 24
  • ถนนเทพารักษ์ บริเวณบิ๊กซีสะพานใหม่ ประมาณ 20 ซม. และ ถนนเทพารักษ์ ช่วงพหลโยธินถึงคลองบางเขน เป็นจุดน้ำท่วม
  • ถนนวิภาวดีรังสิต ขาออก แยกกำแพงเพชร 6 ประมาณ 20 ซม.
  • ถนนสรงประภา ช่วงวิภาวดีถึงคลองเปรมประชากร เป็นจุดน้ำท่วม
  • ถนนงามวงศ์วาน ใกล้ซอยชินเขต และใกล้เรือนจำคลองเปรม เป็นจุดน้ำท่วม
  • ถนนแจ้งวัฒนะ ใกล้มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ประมาณ 15 ซม.
  • ถนนช่างอากาศอุทิศ ซอย 15 ประมาณ 5 ซม.

ภาพรวมของเหตุการณ์คือ ฝนตกหนักราว 300 มิลลิเมตรภายในประมาณ 48 ชั่วโมงระหว่างวันที่ 24–27 กันยายน 2569 วันที่ 26 กันยายน กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย และตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2569 มีครัวเรือนในกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบราว 329,000 ครัวเรือน ย่านพหลโยธินตอนบนครอบคลุมเขตจตุจักรและเขตบางเขน มีทั้งมหาวิทยาลัย หน่วยงานราชการ ค่ายทหาร หอพัก คอนโด ตึกแถว และร้านอาหารจำนวนมาก จึงเป็นพื้นที่ที่คนเดินลุยน้ำกันเยอะ และเชื้อโรคมีโอกาสติดไปกับรองเท้า ล้อรถ และสิ่งของเข้าสู่อาคารได้ง่าย

หมายเหตุ: ระดับน้ำที่ระบุเป็นค่าที่รายงานในช่วงเวลาหนึ่ง บางซอยที่แยกจากถนนหลักอาจมีน้ำสูงกว่าหรือขังนานกว่าบนถนน ขึ้นอยู่กับระดับพื้นและการระบายน้ำของแต่ละจุด

เชื้อโรคชนิดต่าง ๆ หลังน้ำท่วมพหลโยธิน: ทำไมย่านมหาวิทยาลัยและสำนักงานต้องระวังเป็นพิเศษ

น้ำท่วมในเมืองไม่ใช่น้ำฝนสะอาด น้ำที่ไหลบนถนนพหลโยธินผ่านท่อระบาย บ่อพัก ถังขยะ ร้านอาหาร และบางครั้งปนกับน้ำเสียจากบ่อเกรอะ เมื่อน้ำลด สิ่งที่หลงเหลืออยู่บนพื้น ผนังส่วนล่าง ขาโต๊ะ และเฟอร์นิเจอร์ คือคราบโคลนบาง ๆ ที่อาจมีเชื้อโรคหลายชนิดติดมาด้วย องค์การอนามัยโลก ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา และกรมควบคุมโรค ต่างเตือนตรงกันว่าโรคติดต่อทางน้ำ โรคระบบทางเดินอาหาร โรคผิวหนัง และเชื้อรา มักเพิ่มขึ้นหลังน้ำท่วม

1. อีโคไลและแบคทีเรียจากอุจจาระ

แบคทีเรียกลุ่มที่มาจากลำไส้ของคนและสัตว์ เช่น อีโคไล เป็นตัวบ่งชี้ว่ามีการปนเปื้อนสิ่งขับถ่าย เมื่อท่อระบายน้ำเอ่อล้น น้ำเสียจะกระจายไปทั่ว คราบที่แห้งติดเคาน์เตอร์ ราวบันได หรือมือจับประตู สามารถส่งต่อเชื้อไปถึงมือ แล้วเข้าสู่ปากได้ง่าย อาการที่พบบ่อยคือ ท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ บางรายมีไข้ ในย่านที่มีร้านอาหารและแผงลอยหนาแน่นแบบช่วงหน้ามหาวิทยาลัย ความเสี่ยงนี้เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก

2. เลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู

เชื้อเลปโตสไปราออกมากับปัสสาวะของหนูและสัตว์บางชนิด พอน้ำท่วม หนูหนีน้ำขึ้นที่สูงและเข้าใกล้คนมากขึ้น ขณะที่น้ำก็พาเชื้อไปทั่วพื้นที่ เชื้อเข้าร่างกายได้ทางบาดแผล รอยถลอก หรือเยื่อบุตา จมูก ปาก โดยเฉพาะคนที่แช่น้ำนาน ๆ อาการเด่นคือ ไข้สูงทันที ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อมาก โดยเฉพาะที่น่อง กรมควบคุมโรคย้ำว่าใครที่มีไข้หลังลุยน้ำภายในประมาณสองสัปดาห์ ควรไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำ ห้ามซื้อยากินเอง ข้อนี้สำคัญมากสำหรับนักศึกษาและพนักงานที่ต้องเดินลุยน้ำจากป้ายรถเมล์หรือสถานีรถไฟฟ้าย่านบางเขน

3. ซัลโมเนลลา และเชื้อที่ทำให้อาหารเป็นพิษ

ร้านอาหาร โรงอาหาร และครัวในหอพักที่โดนน้ำท่วม มีโอกาสเกิดการปนเปื้อนข้ามระหว่างพื้น ภาชนะ เขียง และอาหารสด ซัลโมเนลลาเป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ ท้องเสีย มีไข้ และปวดท้องเกร็ง หากตู้เย็นหรือตู้แช่ไฟดับระหว่างน้ำท่วม อาหารที่เก็บไว้ก็อาจเสื่อมคุณภาพจนไม่ปลอดภัย ควรทิ้งอาหารที่สัมผัสน้ำท่วมทั้งหมด

4. โนโรไวรัสและโรตาไวรัส

ไวรัสสองชนิดนี้เป็นสาเหตุสำคัญของโรคอุจจาระร่วง ติดต่อง่ายผ่านพื้นผิวที่ปนเปื้อนและอยู่บนพื้นผิวได้นาน ในอาคารที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก เช่น หอพัก สำนักงาน หรือห้องเรียน เพียงคนเดียวป่วยก็อาจทำให้คนอื่นติดต่อกันได้ในเวลาไม่กี่วัน โรตาไวรัสพบบ่อยในเด็กเล็ก ส่วนโนโรไวรัสทำให้อาเจียนรุนแรงได้ทุกวัย

5. โรคมือ เท้า ปาก และ RSV ในเด็ก

ย่านพหลโยธินตอนบนมีบ้านพักครอบครัว ศูนย์เด็กเล็ก และโรงเรียนอยู่ในซอยหลายแห่ง ช่วงหลังน้ำท่วมตรงกับฤดูฝนซึ่งเป็นฤดูที่ RSV และโรคมือ เท้า ปาก ระบาดในเด็กอยู่แล้ว เมื่อเด็กต้องอยู่รวมกันในพื้นที่จำกัดระหว่างน้ำท่วม หรือใช้ของเล่นที่สัมผัสน้ำ ความเสี่ยงก็สูงขึ้น ข้อมูลบริการของ WHD ระบุว่าน้ำยาที่ใช้ครอบคลุมไวรัสกลุ่มนี้ด้วย ซึ่งเราจะอธิบายในหัวข้อบริการ

6. เชื้อราและกลิ่นอับ

ผนังปูน วงกบประตูไม้ ฝ้ายิปซัม พรม และเบาะ ที่ดูดน้ำไว้ จะเริ่มมีเชื้อราได้ภายในหนึ่งถึงสองวันถ้ายังชื้นอยู่ ซีดีซีแนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24–48 ชั่วโมงเพื่อลดเชื้อรา สปอร์ราทำให้คนที่เป็นภูมิแพ้ หอบหืด และผู้สูงอายุมีอาการกำเริบ ส่วนกลิ่นอับเป็นสัญญาณว่ายังมีความชื้นและจุลินทรีย์ทำงานอยู่ในวัสดุ

ใครเสี่ยงมากที่สุด

เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต หรือภูมิคุ้มกันต่ำ มีโอกาสป่วยรุนแรงกว่าคนทั่วไป ส่วนกลุ่มที่มีโอกาสสัมผัสเชื้อมากที่สุดในย่านนี้คือ นักศึกษาที่เดินลุยน้ำ ไรเดอร์ส่งอาหาร แม่ค้าริมทาง พนักงานรักษาความปลอดภัย และแม่บ้านที่ต้องเก็บกวาดโคลน

ผลกระทบที่เจ้าของอาคารริมพหลโยธินมักเจอหลังน้ำลด

ด้านสุขภาพ: ผู้เช่าหรือพนักงานเริ่มป่วยเป็นระลอก ทั้งท้องเสีย ผื่นคัน แผลอักเสบ และอาการภูมิแพ้ ถ้าไม่ได้จัดการความสะอาดให้ทั่วถึง คนที่หายแล้วก็อาจกลับมาป่วยซ้ำจากพื้นผิวที่ยังปนเปื้อน

ด้านเงิน: หอพักที่มีกลิ่นอับและมีข่าวว่าผู้เช่าป่วย อาจเสียผู้เช่าในช่วงเปิดภาค ร้านอาหารเสียยอดขายเพราะลูกค้าไม่มั่นใจ สำนักงานต้องรับมือกับพนักงานลาป่วย และอาจต้องเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ที่ขึ้นราเร็วกว่ากำหนด

ด้านเวลา: การล้างซ้ำหลายรอบโดยไม่มีขั้นตอนที่ชัดเจนใช้เวลามาก แต่ผลลัพธ์อาจไม่ต่างจากเดิม เจ้าของกิจการหลายรายต้องปิดร้านนานกว่าที่ควรเพราะยังไม่มั่นใจในความสะอาด

ด้านชื่อเสียง: ในย่านที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและคนทำงานซึ่งรีวิวกันทางออนไลน์ตลอดเวลา คำว่า "กลิ่นท่อ" หรือ "กินแล้วท้องเสีย" เพียงโพสต์เดียวอาจกระทบรายได้ไปอีกหลายเดือน

ด้านครอบครัว: สำหรับคนที่อยู่บ้านในซอยแถวบางเขน ความกังวลเรื่องลูกเล็กหรือพ่อแม่สูงอายุที่ต้องอยู่ในบ้านซึ่งเพิ่งโดนน้ำ เป็นความเครียดที่สะสมทุกวัน และทำให้หลายครอบครัวไม่กล้ากลับเข้าบ้านเต็มตัว

ทำไมวิธีที่คุ้นเคยยังไม่พอ

ล้างด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำยาถูพื้นอย่างเดียว: น้ำยาถูพื้นทั่วไปออกแบบมาเพื่อขจัดคราบและให้กลิ่นหอม ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับฆ่าเชื้อจากน้ำเสีย การถูพื้นช่วยเอาโคลนออกได้ แต่ซอกมุม ขอบผนัง และใต้เฟอร์นิเจอร์มักถูกข้ามไป

ใช้น้ำยาซักผ้าขาวเฉพาะจุด: ใช้ได้กับพื้นผิวแข็งบางชนิดถ้าผสมถูกสัดส่วน แต่มีข้อจำกัดเรื่องกลิ่นฉุน การกัดกร่อนโลหะ และการทำให้ผ้าหรือวัสดุบางชนิดเสียหาย หากผสมผิดหรือผสมกับน้ำยาชนิดอื่นยังอาจเกิดก๊าซอันตราย คนจำนวนมากจึงใช้เฉพาะพื้น ไม่ได้ทำทั่วทั้งห้อง

เปิดพัดลมให้แห้งแล้วจบ: พัดลมช่วยเรื่องความชื้นผิวหน้าได้ แต่ไม่ได้ทำลายเชื้อ และบางครั้งยังทำให้สปอร์ราฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง

ฉีดสเปรย์ปรับอากาศกลบกลิ่น: กลิ่นหอมทำให้รู้สึกว่าสะอาด แต่ต้นเหตุของกลิ่นอับยังอยู่ พอกลิ่นสเปรย์หมด กลิ่นเดิมก็กลับมา

ทาสีทับรอยราทันที: ถ้าผนังยังชื้นอยู่ เชื้อราจะโตใต้ชั้นสีและดันสีให้พองหรือหลุดภายในไม่กี่สัปดาห์ ต้องรอให้แห้งสนิทก่อนซ่อมแซม

สรุปคือ การทำความสะอาดเองเป็นขั้นตอนที่จำเป็นและต้องทำก่อนเสมอ แต่สำหรับอาคารที่มีคนเข้าออกจำนวนมากอย่างหอพัก ร้านอาหาร และสำนักงานริมพหลโยธิน การพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมงานที่ผ่านการฝึกอบรม ด้วยน้ำยาที่ออกแบบมาสำหรับงานฆ่าเชื้อ จะช่วยปิดช่องว่างที่การล้างเองทำไม่ถึง

บริการพ่นฆ่าเชื้อ พหลโยธิน โดย WHD: ทำงานอย่างไร

World Health Disinfection ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อสำหรับอาคารทุกประเภท ตามข้อมูลบริการ ทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจะพ่นน้ำยาและ/หรือพ่นหมอกแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งเป็นละอองฝอยละเอียดที่ช่วยให้น้ำยากระจายไปถึงพื้นผิวและซอกมุมได้ทั่วถึงกว่าการเช็ดด้วยมือ

น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบสำคัญคือ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ตามข้อมูลบริการ น้ำยานี้ครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา โดยหน้าบริการระบุรายชื่อเชื้อ เช่น COVID-19, RSV, H1N1, H5N1 และไวรัสโรคมือ เท้า ปาก พร้อมระบุประสิทธิภาพ 99.99%

หน้าบริการยังระบุการรับรองและการอ้างอิงจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 ลูกค้าที่ใช้บริการมีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย ซึ่งเป็นประเภทอาคารที่พบได้ตลอดแนวถนนพหลโยธิน

ขั้นตอนบริการ

  1. นัดหมาย: โทร 065-556-6294 หรือทัก LINE @whd268 แจ้งที่ตั้ง เช่น ซอยไหนของพหลโยธิน ขนาดพื้นที่ จำนวนชั้น และระดับที่น้ำเคยท่วม
  2. เตรียมพื้นที่: ขนโคลนออก ล้างพื้นและผนังที่สกปรก ทิ้งของที่ขึ้นราหรือซึมน้ำจนเสียหาย เก็บอาหาร ภาชนะ และของใช้ส่วนตัวให้มิดชิด
  3. ทีมช่างพ่นฆ่าเชื้อ: ช่างพ่นหรือพ่นหมอก ULV ตามพื้นที่ที่ตกลงกันไว้ ระหว่างนี้ผู้อยู่อาศัย พนักงาน และสัตว์เลี้ยงควรออกจากโซนที่กำลังพ่น
  4. รอประมาณ 30 นาที: ตามข้อมูลบริการ หลังพ่นให้รอประมาณ 30 นาที และให้ปฏิบัติตามเวลากลับเข้าพื้นที่ที่ช่างแนะนำสำหรับหน้างานนั้น ๆ
  5. กลับมาใช้พื้นที่ตามปกติ: เปิดหอพัก ร้าน หรือสำนักงานได้ตามคำแนะนำของช่าง

โปรโมชันตามข้อมูลบริการ: รับฟรีสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC เมื่อใช้บริการ และออกใบกำกับภาษีได้ ซึ่งเหมาะกับนิติบุคคล หน่วยงาน และบริษัทในย่านนี้

สิ่งที่ต้องรู้อย่างตรงไปตรงมา: การพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนหลังการขนโคลนและล้างทำความสะอาด ไม่ได้มาแทนการล้าง ไม่ได้แก้ปัญหาความชื้นในผนัง และไม่ได้แทนการรักษาพยาบาล ใครที่มีอาการป่วยควรไปพบแพทย์ นอกจากนี้ เราไม่ได้อ้างว่าน้ำยาไม่มีสารตกค้าง จึงควรออกจากพื้นที่ระหว่างพ่นและกลับเข้าตามเวลาที่ช่างกำหนด สำหรับห้องที่ยังมีกลิ่นอับในอากาศ อาจพิจารณาบริการอบโอโซนในที่พักอาศัยเป็นบริการเสริม

10 เหตุผลที่อาคารริมถนนพหลโยธินควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

  1. น้ำที่ท่วมคือน้ำจากท่อระบายทั้งสาย ตั้งแต่หน้า ม.เกษตรศาสตร์ ไปจนถึงหน้า ร.11 ไม่ใช่แค่น้ำฝนจากหลังคา
  2. คนเดินลุยน้ำเข้าออกอาคารจำนวนมาก ทั้งนักศึกษา พนักงาน และไรเดอร์ ทำให้เชื้อกระจายจากถนนเข้าสู่ล็อบบี้และทางเดิน
  3. ULV เข้าถึงซอกมุมที่ไม้ถูพื้นเข้าไม่ถึง เช่น ใต้เคาน์เตอร์ หลังตู้ และขอบบันได ดูรายละเอียดได้ที่หน้าบริการพ่นฆ่าเชื้อ
  4. ใช้น้ำยาระดับการแพทย์ CHEMGENE HLD4H จากสหราชอาณาจักร ที่ใช้ในโรงพยาบาลและสถานที่สาธารณะ
  5. ครอบคลุมทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ตามข้อมูลบริการ รวมถึงไวรัสที่ระบาดในเด็กอย่าง RSV และมือ เท้า ปาก
  6. รอประมาณ 30 นาทีแล้วใช้พื้นที่ต่อได้ ตามข้อมูลบริการ เหมาะกับร้านอาหารและสำนักงานที่ต้องเปิดให้บริการเร็ว
  7. มีเอกสารอ้างอิงจากหลายหน่วยงาน เช่น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และ EN 14476 ตรวจสอบได้ที่หน้าเอกสารรับรอง
  8. ออกใบกำกับภาษีได้ สะดวกต่อหน่วยงาน บริษัท และนิติบุคคลอาคารชุดในเขตจตุจักรและบางเขน
  9. สร้างความมั่นใจให้ผู้เช่าและลูกค้า เจ้าของหอพักและร้านอาหารสามารถสื่อสารได้ว่าได้ดำเนินการฆ่าเชื้อโดยทีมมืออาชีพแล้ว
  10. ได้ของแถมไว้ใช้ต่อเนื่อง สเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC สำหรับเช็ดจุดสัมผัสบ่อยหลังวันพ่น ดูข้อมูลเพิ่มที่บริการพ่นฆ่าเชื้อ WHD

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ: ภาพที่เจ้าของอาคารย่านบางเขนคาดหวังได้

ก่อน

  • ล้างพื้นแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าซอกมุมและจุดสัมผัสสะอาดจริง
  • ผู้เช่าหรือพนักงานถามซ้ำว่า "ห้องปลอดภัยหรือยัง"
  • ร้านอาหารชั้นล่างยังไม่กล้าเปิดเต็มที่
  • มีคนท้องเสียหรือมีผื่นหลังน้ำลด
  • เจ้าของต้องเช็ดซ้ำทุกวันโดยไม่มีแผนชัดเจน

หลัง

  • พื้นผิวและซอกมุมได้รับน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างทั่วถึงด้วยวิธีพ่นและ ULV
  • มีบันทึกวันพ่นและใบกำกับภาษีไว้สื่อสารกับผู้เช่า
  • เปิดร้านหรือหอพักได้ตามเวลาที่ช่างแนะนำ
  • มีแผนดูแลต่อด้วยสเปรย์และทิชชูเปียกที่ได้รับ
  • ลดความกังวลของครอบครัวและพนักงาน

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการเตรียมพื้นที่ ความแห้งของวัสดุ และการดูแลต่อเนื่อง การพ่นฆ่าเชื้อไม่ได้ทำให้ผนังที่ยังชื้นแห้งขึ้น และไม่ได้กำจัดเชื้อราที่โตลึกในวัสดุซึ่งควรรื้อออก

กรณีตัวอย่าง: สำนักงานเล็กใกล้วงเวียนบางเขน กับร้านข้าวมันไก่หน้าหอพัก

กรณีตัวอย่าง เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย ไม่ใช่รีวิวที่ยืนยันตัวตนลูกค้า

สำนักงานบัญชีของคุณเอก อยู่ในอาคารพาณิชย์สามชั้นริมถนนพหลโยธิน ช่วงระหว่างวงเวียนบางเขนกับหน้า ร.11 น้ำเข้ามาในชั้นล่างที่เป็นห้องรับลูกค้าและห้องเก็บเอกสาร พนักงานหกคนช่วยกันขนแฟ้มที่เปียกออก เช็ดโต๊ะ และล้างพื้น หลังจากเปิดทำงานได้สองวัน พนักงานคนหนึ่งเริ่มจามและแน่นจมูกทุกครั้งที่อยู่ชั้นล่าง อีกคนกังวลเพราะมีลูกวัยสองขวบที่บ้าน คุณเอกจึงนัดทีมพ่นฆ่าเชื้อเข้ามาหลังเลิกงาน ทีมช่างแนะนำให้ทิ้งพรมผืนเล็กที่ดูดน้ำไว้ ย้ายกล่องกระดาษที่ชื้นออกก่อน จากนั้นพ่นทั้งชั้นล่าง บันได และห้องน้ำ พนักงานออกจากอาคารระหว่างพ่น แล้วกลับเข้ามาตามเวลาที่ช่างแนะนำ เช้าวันรุ่งขึ้นสำนักงานเปิดทำงานได้ตามปกติ คุณเอกยังเปิดเครื่องลดความชื้นต่ออีกหลายวันเพราะผนังด้านล่างยังไม่แห้งสนิท

ร้านข้าวมันไก่ของน้องสาวคุณสุนีย์ จากเรื่องเล่าตอนต้น หลังจากเจ้าของร้านทิ้งเขียงไม้ ฟองน้ำ และวัตถุดิบที่โดนน้ำทั้งหมด ล้างพื้นและผนังด้วยน้ำยาทำความสะอาด จึงให้ทีมช่างพ่นฆ่าเชื้อในพื้นที่ร้าน ห้องโถง และห้องซักผ้าหยอดเหรียญ ช่างแนะนำให้เก็บภาชนะใส่อาหารไว้ในตู้ปิด และหลังพ่นเสร็จให้ล้างภาชนะที่จะสัมผัสอาหารอีกครั้งก่อนใช้งาน ร้านกลับมาเปิดได้ในวันเดียวกันหลังเวลาที่ช่างกำหนด ส่วนนักศึกษาที่มีแผลอักเสบที่เท้าได้รับคำแนะนำให้ไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งว่าเคยเดินลุยน้ำ

สิ่งที่ทั้งสองกรณีเหมือนกันคือ การพ่นฆ่าเชื้อเข้ามาเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการฟื้นฟู ไม่ใช่ขั้นตอนแรก และต้องไปพร้อมกับการทำให้แห้งและการดูแลสุขภาพของคนในอาคาร

เช็กลิสต์ฟื้นฟูอาคารหลังน้ำท่วม ย่านพหลโยธิน–บางเขน

ก่อนวันพ่นฆ่าเชื้อ

  • ตรวจระบบไฟฟ้าให้ปลอดภัยก่อนเข้าอาคาร ถ้าปลั๊กหรือแผงไฟเคยจมน้ำ ให้ช่างไฟฟ้าตรวจก่อนเปิดใช้
  • สวมรองเท้าบูต ถุงมือยาง และหน้ากากระหว่างขนโคลน ปิดแผลให้มิดชิด
  • ขนโคลนและเศษขยะออกให้หมด ล้างพื้นและผนังส่วนล่างด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาทำความสะอาด
  • ทิ้งอาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องปรุงที่สัมผัสน้ำท่วม รวมทั้งเขียงไม้และฟองน้ำ
  • ทิ้งหรือแยกพรม ฟูก เบาะ และกล่องกระดาษที่ดูดน้ำจนชุ่ม
  • เปิดประตูหน้าต่าง ใช้พัดลมและเครื่องลดความชื้นช่วยให้แห้งภายใน 24–48 ชั่วโมงเท่าที่ทำได้
  • ถ่ายรูปความเสียหายไว้ก่อนเก็บกวาด เพื่อใช้กับประกันหรือการขอความช่วยเหลือ
  • จดพื้นที่ที่ต้องการพ่นและแจ้งช่างล่วงหน้า เช่น ล็อบบี้ ห้องเก็บของ ห้องน้ำ ครัว

ระหว่างและหลังวันพ่น

  • ให้ทุกคนและสัตว์เลี้ยงออกจากโซนที่พ่น กลับเข้าตามเวลาที่ช่างแนะนำ
  • เก็บอาหารและภาชนะในตู้ปิด หลังพ่นให้ล้างภาชนะที่สัมผัสอาหารอีกครั้ง
  • เปิดระบายอากาศหลังกลับเข้าพื้นที่
  • เช็ดจุดสัมผัสบ่อย เช่น ลูกบิด ปุ่มลิฟต์ ราวบันได ด้วยสเปรย์ฆ่าเชื้ออย่างสม่ำเสมอ
  • เฝ้าระวังความชื้นต่อ ถ้าผนังยังมีรอยน้ำหรือราขึ้นใหม่ ให้แก้ต้นเหตุก่อนทาสี
  • สังเกตอาการของคนในอาคาร ใครมีไข้ ปวดน่อง ท้องเสียรุนแรง หรือแผลอักเสบ ให้ไปพบแพทย์

คำถามที่พบบ่อยเรื่องพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม พหลโยธิน

ถาม: ล้างพื้นด้วยน้ำยาถูพื้นแล้ว ยังต้องพ่นฆ่าเชื้ออีกไหม
ตอบ: การล้างช่วยเอาโคลนและคราบออก ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องทำก่อน แต่น้ำยาถูพื้นทั่วไปไม่ได้ออกแบบมาเพื่อฆ่าเชื้อจากน้ำเสีย และการเช็ดด้วยมือมักไม่ทั่วถึง สำหรับอาคารที่มีคนเข้าออกมาก เช่น หอพัก ร้านอาหาร และสำนักงานริมพหลโยธิน การพ่นฆ่าเชื้อหลังล้างช่วยลดความเสี่ยงได้ครอบคลุมขึ้น

ถาม: ระหว่างพ่นต้องออกจากอาคารไหม
ตอบ: ควรออกจากโซนที่กำลังพ่นทั้งคนและสัตว์เลี้ยง ตามข้อมูลบริการให้รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่น และให้ปฏิบัติตามเวลากลับเข้าที่ช่างแนะนำสำหรับหน้างานนั้น

ถาม: น้ำยาที่ใช้คืออะไร
ตอบ: CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ตามข้อมูลบริการครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา

ถาม: พ่นแล้วเชื้อราบนผนังจะหายไปเลยไหม
ตอบ: การพ่นช่วยจัดการเชื้อบนพื้นผิว แต่ถ้าผนังยังชื้นหรือราโตลึกเข้าไปในฝ้ายิปซัมหรือไม้ ต้องแก้ความชื้นและรื้อวัสดุที่เสียหายก่อน มิฉะนั้นราจะกลับมาอีก

ถาม: หอพักหรืออาคารใหญ่หลายชั้นทำได้ไหม
ตอบ: ได้ ลูกค้าตามข้อมูลบริการมีทั้งอาคารที่พักอาศัย สำนักงาน โรงเรียน และโรงพยาบาล แจ้งจำนวนชั้นและพื้นที่โดยประมาณเพื่อให้ทีมประเมินงาน

ถาม: ถ้าลุยน้ำแล้วมีไข้และปวดน่อง ควรทำอย่างไร
ตอบ: ไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการลุยน้ำ เพราะอาจเป็นอาการของโรคฉี่หนู การพ่นฆ่าเชื้อในอาคารไม่ใช่การรักษาโรค

ถาม: ขอใบกำกับภาษีได้ไหม
ตอบ: ได้ ตามข้อมูลบริการ WHD ออกใบกำกับภาษีได้ เหมาะกับบริษัท หน่วยงาน และนิติบุคคล

นัดพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม พหลโยธิน–บางเขน วันนี้

หอพัก ร้านอาหาร สำนักงาน คลินิก หรือบ้านในซอยแถว ม.เกษตรศาสตร์ กรมป่าไม้ วงเวียนบางเขน และ ร.11 ปรึกษาทีม WHD ได้ทันที

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อและนัดหมาย

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#พ่นฆ่าเชื้อ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #Chemgene #น้ำท่วมกทม2569 #พ่นฆ่าเชื้อพหลโยธิน #น้ำท่วมพหลโยธิน #พ่นฆ่าเชื้อบางเขน #น้ำท่วมม.เกษตร

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อ พหลโยธิน, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม บางเขน, น้ำท่วมพหลโยธิน 2569, น้ำท่วม ม.เกษตรศาสตร์ กรมป่าไม้, น้ำท่วม ร.11 วงเวียนบางเขน, บริการพ่นฆ่าเชื้อ จตุจักร, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม หอพัก, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้