Last updated: 3 ต.ค. 2569 | 2 จำนวนผู้เข้าชม |
ถ้าคุณมีหอพัก ร้านอาหาร คลินิก หรือสำนักงานอยู่ริม ถนนพหลโยธิน ช่วงหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไล่ไปจนถึงกรมป่าไม้ หรือช่วงวงเวียนบางเขนขึ้นไปถึงหน้า ร.11 บทความนี้เขียนขึ้นสำหรับคุณโดยตรง เราจะสรุปว่าน้ำท่วมพหลโยธินปลายเดือนกันยายน 2569 ขังอยู่ตรงไหนบ้างตามรายงานข่าว เชื้อโรคชนิดใดมักตามมาหลังน้ำลด ทำไมการล้างพื้นอย่างเดียวยังไม่พอ และบริการพ่นฆ่าเชื้อด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ของ World Health Disinfection (WHD) เข้ามาช่วยปิดงานฟื้นฟูอาคารริมถนนพหลโยธินได้อย่างไร
กรณีตัวอย่าง (เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย ใช้เพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)
คุณสุนีย์เป็นเจ้าของหอพักนักศึกษาขนาดสี่ชั้นในซอยเล็ก ๆ ที่แยกออกจากถนนพหลโยธินฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ชั้นล่างของตึกแบ่งเป็นห้องโถง ห้องซักผ้าหยอดเหรียญ และร้านข้าวมันไก่ที่เธอให้ญาติเช่าขาย ช่วงฝนกระหน่ำระหว่างวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน น้ำบนถนนพหลโยธินหน้าปากซอยสูงจนรถเก๋งต้องค่อย ๆ ไต่ไปทีละคัน น้ำจากท่อระบายข้างทางเอ่อย้อนเข้ามาในซอย ไหลผ่านธรณีประตูเข้าห้องโถงชั้นล่าง ปนกับน้ำจากรางระบายน้ำหลังร้านอาหาร
นักศึกษาหลายคนต้องเดินลุยน้ำจากสถานีรถไฟฟ้ากลับหอ บางคนใส่รองเท้าแตะ บางคนเดินเท้าเปล่าเพราะรองเท้าหลุดในน้ำ พอน้ำเริ่มลดในอีกสองสามวันต่อมา คุณสุนีย์กับแม่บ้านช่วยกันกวาดโคลนออก ฉีดน้ำล้างพื้นห้องโถง เช็ดเคาน์เตอร์ร้านข้าวมันไก่ด้วยน้ำยาถูพื้น แล้วเปิดประตูทุกบานให้ลมผ่าน ภาพที่เห็นดูเหมือนทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ
แต่ภายในหนึ่งสัปดาห์ เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เริ่มเกิดขึ้น นักศึกษาสองคนบ่นว่าท้องเสีย อีกคนมีแผลถลอกที่เท้าซึ่งอักเสบบวมแดง ห้องซักผ้าหยอดเหรียญมีกลิ่นอับคล้ายผ้าเปียกค้างคืนตลอดเวลา ผนังปูนด้านล่างเริ่มมีจุดสีดำเล็ก ๆ ขึ้นเป็นแนว ส่วนญาติที่เช่าร้านข้าวมันไก่ก็กังวลว่าลูกค้าจะไม่กล้ากลับมานั่งกิน เพราะทุกคนรู้ว่าน้ำที่ท่วมหน้าร้านคือน้ำที่ผ่านท่อระบายของทั้งถนน
คุณสุนีย์ตัดสินใจโทรถามผู้ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อ คำถามแรกที่เธอถามไม่ใช่เรื่องราคา แต่เป็นคำถามที่เจ้าของอาคารริมพหลโยธินหลายรายถามเหมือนกัน คือ "ล้างไปแล้ว ยังต้องพ่นอีกไหม" คำตอบอยู่ในเนื้อหาด้านล่าง ซึ่งเราจะเริ่มจากการดูก่อนว่าน้ำท่วมตรงไหนบ้าง
ข้อมูลต่อไปนี้รวบรวมจากรายงานข่าวไทยพีบีเอส วันที่ 29 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 13.19 น. ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจุดน้ำท่วมของกรุงเทพมหานคร ตัวเลขความสูงคือระดับน้ำบนผิวถนน ณ เวลาที่รายงาน ไม่ใช่ระดับสูงสุดของเหตุการณ์ทั้งหมด
นอกจากตัวถนนพหลโยธินเอง ถนนสายรองที่เชื่อมเข้าหากันในย่านเดียวกันก็มีรายงานน้ำขังเช่นกัน ได้แก่
ภาพรวมของเหตุการณ์คือ ฝนตกหนักราว 300 มิลลิเมตรภายในประมาณ 48 ชั่วโมงระหว่างวันที่ 24–27 กันยายน 2569 วันที่ 26 กันยายน กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย และตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2569 มีครัวเรือนในกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบราว 329,000 ครัวเรือน ย่านพหลโยธินตอนบนครอบคลุมเขตจตุจักรและเขตบางเขน มีทั้งมหาวิทยาลัย หน่วยงานราชการ ค่ายทหาร หอพัก คอนโด ตึกแถว และร้านอาหารจำนวนมาก จึงเป็นพื้นที่ที่คนเดินลุยน้ำกันเยอะ และเชื้อโรคมีโอกาสติดไปกับรองเท้า ล้อรถ และสิ่งของเข้าสู่อาคารได้ง่าย
หมายเหตุ: ระดับน้ำที่ระบุเป็นค่าที่รายงานในช่วงเวลาหนึ่ง บางซอยที่แยกจากถนนหลักอาจมีน้ำสูงกว่าหรือขังนานกว่าบนถนน ขึ้นอยู่กับระดับพื้นและการระบายน้ำของแต่ละจุด
น้ำท่วมในเมืองไม่ใช่น้ำฝนสะอาด น้ำที่ไหลบนถนนพหลโยธินผ่านท่อระบาย บ่อพัก ถังขยะ ร้านอาหาร และบางครั้งปนกับน้ำเสียจากบ่อเกรอะ เมื่อน้ำลด สิ่งที่หลงเหลืออยู่บนพื้น ผนังส่วนล่าง ขาโต๊ะ และเฟอร์นิเจอร์ คือคราบโคลนบาง ๆ ที่อาจมีเชื้อโรคหลายชนิดติดมาด้วย องค์การอนามัยโลก ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา และกรมควบคุมโรค ต่างเตือนตรงกันว่าโรคติดต่อทางน้ำ โรคระบบทางเดินอาหาร โรคผิวหนัง และเชื้อรา มักเพิ่มขึ้นหลังน้ำท่วม
แบคทีเรียกลุ่มที่มาจากลำไส้ของคนและสัตว์ เช่น อีโคไล เป็นตัวบ่งชี้ว่ามีการปนเปื้อนสิ่งขับถ่าย เมื่อท่อระบายน้ำเอ่อล้น น้ำเสียจะกระจายไปทั่ว คราบที่แห้งติดเคาน์เตอร์ ราวบันได หรือมือจับประตู สามารถส่งต่อเชื้อไปถึงมือ แล้วเข้าสู่ปากได้ง่าย อาการที่พบบ่อยคือ ท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ บางรายมีไข้ ในย่านที่มีร้านอาหารและแผงลอยหนาแน่นแบบช่วงหน้ามหาวิทยาลัย ความเสี่ยงนี้เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก
เชื้อเลปโตสไปราออกมากับปัสสาวะของหนูและสัตว์บางชนิด พอน้ำท่วม หนูหนีน้ำขึ้นที่สูงและเข้าใกล้คนมากขึ้น ขณะที่น้ำก็พาเชื้อไปทั่วพื้นที่ เชื้อเข้าร่างกายได้ทางบาดแผล รอยถลอก หรือเยื่อบุตา จมูก ปาก โดยเฉพาะคนที่แช่น้ำนาน ๆ อาการเด่นคือ ไข้สูงทันที ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อมาก โดยเฉพาะที่น่อง กรมควบคุมโรคย้ำว่าใครที่มีไข้หลังลุยน้ำภายในประมาณสองสัปดาห์ ควรไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำ ห้ามซื้อยากินเอง ข้อนี้สำคัญมากสำหรับนักศึกษาและพนักงานที่ต้องเดินลุยน้ำจากป้ายรถเมล์หรือสถานีรถไฟฟ้าย่านบางเขน
ร้านอาหาร โรงอาหาร และครัวในหอพักที่โดนน้ำท่วม มีโอกาสเกิดการปนเปื้อนข้ามระหว่างพื้น ภาชนะ เขียง และอาหารสด ซัลโมเนลลาเป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ ท้องเสีย มีไข้ และปวดท้องเกร็ง หากตู้เย็นหรือตู้แช่ไฟดับระหว่างน้ำท่วม อาหารที่เก็บไว้ก็อาจเสื่อมคุณภาพจนไม่ปลอดภัย ควรทิ้งอาหารที่สัมผัสน้ำท่วมทั้งหมด
ไวรัสสองชนิดนี้เป็นสาเหตุสำคัญของโรคอุจจาระร่วง ติดต่อง่ายผ่านพื้นผิวที่ปนเปื้อนและอยู่บนพื้นผิวได้นาน ในอาคารที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก เช่น หอพัก สำนักงาน หรือห้องเรียน เพียงคนเดียวป่วยก็อาจทำให้คนอื่นติดต่อกันได้ในเวลาไม่กี่วัน โรตาไวรัสพบบ่อยในเด็กเล็ก ส่วนโนโรไวรัสทำให้อาเจียนรุนแรงได้ทุกวัย
ย่านพหลโยธินตอนบนมีบ้านพักครอบครัว ศูนย์เด็กเล็ก และโรงเรียนอยู่ในซอยหลายแห่ง ช่วงหลังน้ำท่วมตรงกับฤดูฝนซึ่งเป็นฤดูที่ RSV และโรคมือ เท้า ปาก ระบาดในเด็กอยู่แล้ว เมื่อเด็กต้องอยู่รวมกันในพื้นที่จำกัดระหว่างน้ำท่วม หรือใช้ของเล่นที่สัมผัสน้ำ ความเสี่ยงก็สูงขึ้น ข้อมูลบริการของ WHD ระบุว่าน้ำยาที่ใช้ครอบคลุมไวรัสกลุ่มนี้ด้วย ซึ่งเราจะอธิบายในหัวข้อบริการ
ผนังปูน วงกบประตูไม้ ฝ้ายิปซัม พรม และเบาะ ที่ดูดน้ำไว้ จะเริ่มมีเชื้อราได้ภายในหนึ่งถึงสองวันถ้ายังชื้นอยู่ ซีดีซีแนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24–48 ชั่วโมงเพื่อลดเชื้อรา สปอร์ราทำให้คนที่เป็นภูมิแพ้ หอบหืด และผู้สูงอายุมีอาการกำเริบ ส่วนกลิ่นอับเป็นสัญญาณว่ายังมีความชื้นและจุลินทรีย์ทำงานอยู่ในวัสดุ
เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต หรือภูมิคุ้มกันต่ำ มีโอกาสป่วยรุนแรงกว่าคนทั่วไป ส่วนกลุ่มที่มีโอกาสสัมผัสเชื้อมากที่สุดในย่านนี้คือ นักศึกษาที่เดินลุยน้ำ ไรเดอร์ส่งอาหาร แม่ค้าริมทาง พนักงานรักษาความปลอดภัย และแม่บ้านที่ต้องเก็บกวาดโคลน
ด้านสุขภาพ: ผู้เช่าหรือพนักงานเริ่มป่วยเป็นระลอก ทั้งท้องเสีย ผื่นคัน แผลอักเสบ และอาการภูมิแพ้ ถ้าไม่ได้จัดการความสะอาดให้ทั่วถึง คนที่หายแล้วก็อาจกลับมาป่วยซ้ำจากพื้นผิวที่ยังปนเปื้อน
ด้านเงิน: หอพักที่มีกลิ่นอับและมีข่าวว่าผู้เช่าป่วย อาจเสียผู้เช่าในช่วงเปิดภาค ร้านอาหารเสียยอดขายเพราะลูกค้าไม่มั่นใจ สำนักงานต้องรับมือกับพนักงานลาป่วย และอาจต้องเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ที่ขึ้นราเร็วกว่ากำหนด
ด้านเวลา: การล้างซ้ำหลายรอบโดยไม่มีขั้นตอนที่ชัดเจนใช้เวลามาก แต่ผลลัพธ์อาจไม่ต่างจากเดิม เจ้าของกิจการหลายรายต้องปิดร้านนานกว่าที่ควรเพราะยังไม่มั่นใจในความสะอาด
ด้านชื่อเสียง: ในย่านที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและคนทำงานซึ่งรีวิวกันทางออนไลน์ตลอดเวลา คำว่า "กลิ่นท่อ" หรือ "กินแล้วท้องเสีย" เพียงโพสต์เดียวอาจกระทบรายได้ไปอีกหลายเดือน
ด้านครอบครัว: สำหรับคนที่อยู่บ้านในซอยแถวบางเขน ความกังวลเรื่องลูกเล็กหรือพ่อแม่สูงอายุที่ต้องอยู่ในบ้านซึ่งเพิ่งโดนน้ำ เป็นความเครียดที่สะสมทุกวัน และทำให้หลายครอบครัวไม่กล้ากลับเข้าบ้านเต็มตัว
ล้างด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำยาถูพื้นอย่างเดียว: น้ำยาถูพื้นทั่วไปออกแบบมาเพื่อขจัดคราบและให้กลิ่นหอม ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับฆ่าเชื้อจากน้ำเสีย การถูพื้นช่วยเอาโคลนออกได้ แต่ซอกมุม ขอบผนัง และใต้เฟอร์นิเจอร์มักถูกข้ามไป
ใช้น้ำยาซักผ้าขาวเฉพาะจุด: ใช้ได้กับพื้นผิวแข็งบางชนิดถ้าผสมถูกสัดส่วน แต่มีข้อจำกัดเรื่องกลิ่นฉุน การกัดกร่อนโลหะ และการทำให้ผ้าหรือวัสดุบางชนิดเสียหาย หากผสมผิดหรือผสมกับน้ำยาชนิดอื่นยังอาจเกิดก๊าซอันตราย คนจำนวนมากจึงใช้เฉพาะพื้น ไม่ได้ทำทั่วทั้งห้อง
เปิดพัดลมให้แห้งแล้วจบ: พัดลมช่วยเรื่องความชื้นผิวหน้าได้ แต่ไม่ได้ทำลายเชื้อ และบางครั้งยังทำให้สปอร์ราฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง
ฉีดสเปรย์ปรับอากาศกลบกลิ่น: กลิ่นหอมทำให้รู้สึกว่าสะอาด แต่ต้นเหตุของกลิ่นอับยังอยู่ พอกลิ่นสเปรย์หมด กลิ่นเดิมก็กลับมา
ทาสีทับรอยราทันที: ถ้าผนังยังชื้นอยู่ เชื้อราจะโตใต้ชั้นสีและดันสีให้พองหรือหลุดภายในไม่กี่สัปดาห์ ต้องรอให้แห้งสนิทก่อนซ่อมแซม
สรุปคือ การทำความสะอาดเองเป็นขั้นตอนที่จำเป็นและต้องทำก่อนเสมอ แต่สำหรับอาคารที่มีคนเข้าออกจำนวนมากอย่างหอพัก ร้านอาหาร และสำนักงานริมพหลโยธิน การพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมงานที่ผ่านการฝึกอบรม ด้วยน้ำยาที่ออกแบบมาสำหรับงานฆ่าเชื้อ จะช่วยปิดช่องว่างที่การล้างเองทำไม่ถึง
World Health Disinfection ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อสำหรับอาคารทุกประเภท ตามข้อมูลบริการ ทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจะพ่นน้ำยาและ/หรือพ่นหมอกแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งเป็นละอองฝอยละเอียดที่ช่วยให้น้ำยากระจายไปถึงพื้นผิวและซอกมุมได้ทั่วถึงกว่าการเช็ดด้วยมือ
น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบสำคัญคือ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ตามข้อมูลบริการ น้ำยานี้ครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา โดยหน้าบริการระบุรายชื่อเชื้อ เช่น COVID-19, RSV, H1N1, H5N1 และไวรัสโรคมือ เท้า ปาก พร้อมระบุประสิทธิภาพ 99.99%
หน้าบริการยังระบุการรับรองและการอ้างอิงจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 ลูกค้าที่ใช้บริการมีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย ซึ่งเป็นประเภทอาคารที่พบได้ตลอดแนวถนนพหลโยธิน
โปรโมชันตามข้อมูลบริการ: รับฟรีสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC เมื่อใช้บริการ และออกใบกำกับภาษีได้ ซึ่งเหมาะกับนิติบุคคล หน่วยงาน และบริษัทในย่านนี้
สิ่งที่ต้องรู้อย่างตรงไปตรงมา: การพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนหลังการขนโคลนและล้างทำความสะอาด ไม่ได้มาแทนการล้าง ไม่ได้แก้ปัญหาความชื้นในผนัง และไม่ได้แทนการรักษาพยาบาล ใครที่มีอาการป่วยควรไปพบแพทย์ นอกจากนี้ เราไม่ได้อ้างว่าน้ำยาไม่มีสารตกค้าง จึงควรออกจากพื้นที่ระหว่างพ่นและกลับเข้าตามเวลาที่ช่างกำหนด สำหรับห้องที่ยังมีกลิ่นอับในอากาศ อาจพิจารณาบริการอบโอโซนในที่พักอาศัยเป็นบริการเสริม
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการเตรียมพื้นที่ ความแห้งของวัสดุ และการดูแลต่อเนื่อง การพ่นฆ่าเชื้อไม่ได้ทำให้ผนังที่ยังชื้นแห้งขึ้น และไม่ได้กำจัดเชื้อราที่โตลึกในวัสดุซึ่งควรรื้อออก
กรณีตัวอย่าง เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย ไม่ใช่รีวิวที่ยืนยันตัวตนลูกค้า
สำนักงานบัญชีของคุณเอก อยู่ในอาคารพาณิชย์สามชั้นริมถนนพหลโยธิน ช่วงระหว่างวงเวียนบางเขนกับหน้า ร.11 น้ำเข้ามาในชั้นล่างที่เป็นห้องรับลูกค้าและห้องเก็บเอกสาร พนักงานหกคนช่วยกันขนแฟ้มที่เปียกออก เช็ดโต๊ะ และล้างพื้น หลังจากเปิดทำงานได้สองวัน พนักงานคนหนึ่งเริ่มจามและแน่นจมูกทุกครั้งที่อยู่ชั้นล่าง อีกคนกังวลเพราะมีลูกวัยสองขวบที่บ้าน คุณเอกจึงนัดทีมพ่นฆ่าเชื้อเข้ามาหลังเลิกงาน ทีมช่างแนะนำให้ทิ้งพรมผืนเล็กที่ดูดน้ำไว้ ย้ายกล่องกระดาษที่ชื้นออกก่อน จากนั้นพ่นทั้งชั้นล่าง บันได และห้องน้ำ พนักงานออกจากอาคารระหว่างพ่น แล้วกลับเข้ามาตามเวลาที่ช่างแนะนำ เช้าวันรุ่งขึ้นสำนักงานเปิดทำงานได้ตามปกติ คุณเอกยังเปิดเครื่องลดความชื้นต่ออีกหลายวันเพราะผนังด้านล่างยังไม่แห้งสนิท
ร้านข้าวมันไก่ของน้องสาวคุณสุนีย์ จากเรื่องเล่าตอนต้น หลังจากเจ้าของร้านทิ้งเขียงไม้ ฟองน้ำ และวัตถุดิบที่โดนน้ำทั้งหมด ล้างพื้นและผนังด้วยน้ำยาทำความสะอาด จึงให้ทีมช่างพ่นฆ่าเชื้อในพื้นที่ร้าน ห้องโถง และห้องซักผ้าหยอดเหรียญ ช่างแนะนำให้เก็บภาชนะใส่อาหารไว้ในตู้ปิด และหลังพ่นเสร็จให้ล้างภาชนะที่จะสัมผัสอาหารอีกครั้งก่อนใช้งาน ร้านกลับมาเปิดได้ในวันเดียวกันหลังเวลาที่ช่างกำหนด ส่วนนักศึกษาที่มีแผลอักเสบที่เท้าได้รับคำแนะนำให้ไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งว่าเคยเดินลุยน้ำ
สิ่งที่ทั้งสองกรณีเหมือนกันคือ การพ่นฆ่าเชื้อเข้ามาเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการฟื้นฟู ไม่ใช่ขั้นตอนแรก และต้องไปพร้อมกับการทำให้แห้งและการดูแลสุขภาพของคนในอาคาร
ถาม: ล้างพื้นด้วยน้ำยาถูพื้นแล้ว ยังต้องพ่นฆ่าเชื้ออีกไหม
ตอบ: การล้างช่วยเอาโคลนและคราบออก ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องทำก่อน แต่น้ำยาถูพื้นทั่วไปไม่ได้ออกแบบมาเพื่อฆ่าเชื้อจากน้ำเสีย และการเช็ดด้วยมือมักไม่ทั่วถึง สำหรับอาคารที่มีคนเข้าออกมาก เช่น หอพัก ร้านอาหาร และสำนักงานริมพหลโยธิน การพ่นฆ่าเชื้อหลังล้างช่วยลดความเสี่ยงได้ครอบคลุมขึ้น
ถาม: ระหว่างพ่นต้องออกจากอาคารไหม
ตอบ: ควรออกจากโซนที่กำลังพ่นทั้งคนและสัตว์เลี้ยง ตามข้อมูลบริการให้รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่น และให้ปฏิบัติตามเวลากลับเข้าที่ช่างแนะนำสำหรับหน้างานนั้น
ถาม: น้ำยาที่ใช้คืออะไร
ตอบ: CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ตามข้อมูลบริการครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา
ถาม: พ่นแล้วเชื้อราบนผนังจะหายไปเลยไหม
ตอบ: การพ่นช่วยจัดการเชื้อบนพื้นผิว แต่ถ้าผนังยังชื้นหรือราโตลึกเข้าไปในฝ้ายิปซัมหรือไม้ ต้องแก้ความชื้นและรื้อวัสดุที่เสียหายก่อน มิฉะนั้นราจะกลับมาอีก
ถาม: หอพักหรืออาคารใหญ่หลายชั้นทำได้ไหม
ตอบ: ได้ ลูกค้าตามข้อมูลบริการมีทั้งอาคารที่พักอาศัย สำนักงาน โรงเรียน และโรงพยาบาล แจ้งจำนวนชั้นและพื้นที่โดยประมาณเพื่อให้ทีมประเมินงาน
ถาม: ถ้าลุยน้ำแล้วมีไข้และปวดน่อง ควรทำอย่างไร
ตอบ: ไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการลุยน้ำ เพราะอาจเป็นอาการของโรคฉี่หนู การพ่นฆ่าเชื้อในอาคารไม่ใช่การรักษาโรค
ถาม: ขอใบกำกับภาษีได้ไหม
ตอบ: ได้ ตามข้อมูลบริการ WHD ออกใบกำกับภาษีได้ เหมาะกับบริษัท หน่วยงาน และนิติบุคคล
หอพัก ร้านอาหาร สำนักงาน คลินิก หรือบ้านในซอยแถว ม.เกษตรศาสตร์ กรมป่าไม้ วงเวียนบางเขน และ ร.11 ปรึกษาทีม WHD ได้ทันที
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268
#พ่นฆ่าเชื้อ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #Chemgene #น้ำท่วมกทม2569 #พ่นฆ่าเชื้อพหลโยธิน #น้ำท่วมพหลโยธิน #พ่นฆ่าเชื้อบางเขน #น้ำท่วมม.เกษตร
คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อ พหลโยธิน, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม บางเขน, น้ำท่วมพหลโยธิน 2569, น้ำท่วม ม.เกษตรศาสตร์ กรมป่าไม้, น้ำท่วม ร.11 วงเวียนบางเขน, บริการพ่นฆ่าเชื้อ จตุจักร, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม หอพัก, CHEMGENE HLD4H