Last updated: 3 ต.ค. 2569 | 0 จำนวนผู้เข้าชม |
ถ้าคุณมีร้าน มีตึกแถว หรือมีบ้านอยู่ริมถนนลาดพร้าวช่วงลาดพร้าว 101 ถึงแยกบางกะปิ หรือในซอยลาดพร้าว 101/1 ปลายเดือนกันยายน 2569 คงเป็นช่วงที่หลายคนจำไปอีกนาน ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องราว 300 มิลลิเมตรในเวลาประมาณสองวันระหว่าง 24 ถึง 27 กันยายน ทำให้น้ำเอ่อขึ้นถนนสายหลักของย่านบางกะปิ ร้านค้าที่ปกติเปิดตั้งแต่เช้ามืดต้องปิดประตูเหล็กกันน้ำ บ้านในซอยต้องยกของขึ้นที่สูง บทความนี้ตั้งใจเขียนให้คนในย่านนี้โดยเฉพาะ เพื่ออธิบายว่าหลังน้ำลดแล้ว การพ่นฆ่าเชื้อ ลาดพร้าว บางกะปิ ควรทำเมื่อไร ทำหลังขั้นตอนไหน ต้องระวังเชื้อโรคชนิดใดบ้าง และบริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection (WHD) ช่วยปิดงานฟื้นฟูได้อย่างไร
เราจะพูดถึงจุดที่น้ำท่วมจริงตามรายงานข่าว ไม่ใช่การเดา และจะพูดตรง ๆ ว่าการพ่นไม่ได้แทนการตักโคลนหรือการล้างทำความสะอาด แต่เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวก่อนกลับมาใช้พื้นที่อีกครั้ง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีคนเข้าออกทั้งวันอย่างร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ร้านสะดวกซื้อ และตึกแถวที่ชั้นล่างเป็นร้าน ชั้นบนเป็นบ้าน
กรณีตัวอย่าง: เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (เป็นสถานการณ์สมมติเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่คำบอกเล่าของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)
คุณต้อมเปิดร้านข้าวมันไก่ในห้องแถวสามชั้นใกล้ปากซอยลาดพร้าว 101/1 มาเกือบสิบปี ชั้นล่างเป็นหน้าร้านกับครัว ชั้นสองเป็นห้องเก็บของและห้องพักลูกน้อง ชั้นสามเป็นที่นอนของครอบครัว ซึ่งมีลูกสาววัยเจ็ดขวบกับคุณแม่วัยเจ็ดสิบกว่าปี ร้านของเขาขึ้นชื่อเรื่องน้ำซุปและน้ำจิ้มสูตรเฉพาะ ลูกค้าประจำมีตั้งแต่พนักงานออฟฟิศ นักเรียน ไปจนถึงไรเดอร์ที่มารับออเดอร์ทุกชั่วโมง
คืนวันที่ฝนตกหนักติดกัน น้ำบนถนนลาดพร้าวค่อย ๆ สูงขึ้นจนล้นขอบฟุตบาท ท่อระบายน้ำหน้าร้านเริ่มดันน้ำย้อนกลับขึ้นมาเป็นฟอง กลิ่นที่ลอยมาไม่ใช่กลิ่นฝน แต่เป็นกลิ่นท่อและกลิ่นขยะที่ถูกน้ำพัดมารวมกัน คุณต้อมกับลูกน้องรีบยกถังข้าวสาร หม้อต้ม และตู้แช่บางส่วนขึ้นชั้นสอง ส่วนของที่ยกไม่ไหวอย่างเคาน์เตอร์สแตนเลสและตู้กระจกโชว์ไก่ก็ต้องปล่อยให้แช่น้ำอยู่อย่างนั้น
สองวันต่อมาน้ำเริ่มลด สิ่งที่เหลืออยู่บนพื้นร้านคือโคลนบาง ๆ สีเทาปนน้ำตาล ผนังด้านล่างมีคราบเส้นน้ำชัดเจน ท่อระบายน้ำในครัวมีเศษใบไม้และถุงพลาสติกอุดตัน เขากับลูกน้องช่วยกันกวาดโคลน ฉีดน้ำ และเช็ดทุกอย่างด้วยน้ำยาล้างจานผสมน้ำยาซักผ้าขาวที่มีอยู่ในร้าน แล้วเตรียมจะเปิดร้านในวันรุ่งขึ้น เพราะทุกวันที่ปิดคือรายได้ที่หายไปและค่าแรงที่ยังต้องจ่าย
แต่คืนนั้นคุณแม่ของเขาบ่นว่าปวดท้องและถ่ายเหลวหลายครั้ง ลูกสาวก็มีอาการคันตามขาเพราะลงไปเดินลุยน้ำหน้าบ้านกับเพื่อนในซอยตอนน้ำยังไม่ลด คุณต้อมเริ่มคิดหนักว่าถ้าเปิดร้านทั้งที่ยังไม่แน่ใจเรื่องความสะอาด แล้วลูกค้าท้องเสียขึ้นมา ชื่อเสียงที่สร้างมาสิบปีอาจหายไปในโพสต์เดียว เขาจึงพาคุณแม่ไปพบแพทย์ก่อน แล้วค่อยหาข้อมูลเรื่องการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมอย่างจริงจัง
เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้กับทุกร้านริมถนนลาดพร้าวช่วงบางกะปิ ไม่ว่าจะเป็นร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี ร้านขายยา หรือร้านเสื้อผ้า เพราะน้ำที่ไหลบ่ามาจากถนนและท่อไม่ใช่น้ำฝนใส ๆ แต่เป็นน้ำที่พาเชื้อโรคจากสิ่งปฏิกูล ขยะ และสัตว์พาหะติดมาด้วย
ข้อมูลในส่วนนี้สรุปจากรายงานข่าวและประกาศสถานการณ์ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 เราอ้างอิงเฉพาะสิ่งที่มีรายงานไว้ ไม่เพิ่มตัวเลขระดับน้ำหรือวันที่ที่ไม่มีแหล่งข่าวยืนยัน
สิ่งที่ข้อมูลชุดนี้บอกเรามีสองเรื่อง เรื่องแรกคือย่านแยกบางกะปิและลาดพร้าว 101/1 ไม่ได้ท่วมเพียงชั่วคราวแล้วหายไป แต่มีน้ำค้างอยู่ในหลายวัน เรื่องที่สองคือแหล่งน้ำมีทั้งน้ำฝน น้ำจากท่อระบายน้ำที่ดันกลับ และน้ำคลอง ทั้งสามแหล่งนี้รวมกันเป็น "น้ำปนเปื้อน" ที่มีโอกาสพาเชื้อโรคหลายชนิดเข้ามาเกาะอยู่บนพื้น ผนัง เคาน์เตอร์ และสิ่งของในร้านหรือบ้านของคุณ
ย่านนี้มีลักษณะเฉพาะที่ต่างจากหมู่บ้านจัดสรรชานเมือง เพราะเป็นย่านการค้าที่หนาแน่น มีทั้งห้างสรรพสินค้า ตลาด ร้านอาหารริมถนน ตึกแถวที่ชั้นล่างเป็นร้าน ชั้นบนเป็นที่อยู่อาศัย หอพัก และบ้านในซอยที่อยู่ติดกันแน่น เมื่อน้ำเข้าพื้นที่แบบนี้ เชื้อโรคไม่ได้อยู่แค่ในบ้านหลังเดียว แต่กระจายไปตามทางเดินร่วม ท่อร่วม และพื้นที่ที่คนจำนวนมากใช้ร่วมกัน
ย่านถนนลาดพร้าวช่วงแยกบางกะปิมีร้านอาหารและแผงขายของจำนวนมาก ความเสี่ยงหลักหลังน้ำท่วมจึงอยู่ที่ "เชื้อที่ไปกับอาหารและมือ" มากกว่าย่านที่อยู่อาศัยล้วน ๆ ด้านล่างคือเชื้อหลักที่ควรรู้จัก เรียงตามความเกี่ยวข้องกับย่านนี้
เมื่อท่อระบายน้ำและบ่อเกรอะรับน้ำไม่ไหว น้ำเสียที่มีสิ่งปฏิกูลจะดันกลับขึ้นมาปนกับน้ำท่วม แบคทีเรียกลุ่มที่มาจากลำไส้คน เช่น อีโคไล จึงติดอยู่บนพื้นร้าน ขาโต๊ะ เคาน์เตอร์ และสิ่งของที่แช่น้ำ เชื้อกลุ่มนี้เข้าสู่ร่างกายทางปากเป็นหลัก เช่น มือที่จับพื้นผิวปนเปื้อนแล้วไปจับอาหาร หรือภาชนะที่ล้างไม่ดีพอ อาการที่พบบ่อยคือปวดท้อง ท้องร่วง คลื่นไส้ บางรายมีไข้ ในเด็กเล็กและผู้สูงอายุอาจขาดน้ำได้เร็ว
สำหรับร้านอาหาร จุดที่ต้องระวังที่สุดคือบริเวณที่น้ำท่วมเข้าไปถึงครัว ใต้ซิงก์ ท่อระบายน้ำพื้น ถังขยะ และเขียงหรือภาชนะที่วางอยู่ระดับต่ำ เพราะแม้จะล้างแล้วมองดูสะอาด แต่ร่องยาแนวกระเบื้องและรอยต่อของเคาน์เตอร์ยังเก็บคราบที่มีเชื้อไว้ได้
ซัลโมเนลลาเป็นแบคทีเรียที่คนทำร้านอาหารรู้จักกันดี เพราะเกี่ยวข้องกับเนื้อสัตว์ปีกและไข่ หลังน้ำท่วม ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเพราะไฟฟ้าดับทำให้ตู้เย็นหรือตู้แช่ไม่ทำงาน วัตถุดิบเสียโดยไม่รู้ตัว น้ำที่ปนเปื้อนไหลผ่านพื้นที่เตรียมอาหาร และสัตว์อย่างหนูหรือแมลงสาบหนีน้ำเข้ามาอยู่ในอาคาร อาการคือท้องเสีย ไข้ ปวดเกร็งท้อง สำหรับร้านข้าวมันไก่ ร้านไก่ทอด หรือร้านข้าวไข่เจียวในย่านนี้ นี่คือเหตุผลสำคัญที่ต้องทิ้งวัตถุดิบที่สงสัย และทำความสะอาดพื้นที่เตรียมอาหารอย่างจริงจังก่อนเปิดร้าน
ไวรัสสองชนิดนี้ทำให้เกิดท้องร่วงและอาเจียน แพร่ได้ง่ายมากผ่านพื้นผิวที่มือสัมผัสบ่อย เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได ปุ่มกดตู้น้ำ เครื่องคิดเงิน และโต๊ะลูกค้า โนโรไวรัสพบได้บ่อยในผู้ใหญ่และมักระบาดเป็นกลุ่มในที่ที่คนอยู่รวมกัน ส่วนโรตาไวรัสพบมากในเด็กเล็ก ในตึกแถวที่ชั้นล่างเป็นร้าน ชั้นบนเป็นบ้าน ถ้าคนในบ้านป่วยด้วยไวรัสกลุ่มนี้ เชื้ออาจกระจายจากบ้านลงไปที่ร้านได้ผ่านมือและพื้นผิวร่วม
ย่านที่มีตลาด ร้านอาหาร และถังขยะจำนวนมากมักมีหนูอยู่ไม่น้อย เมื่อน้ำท่วม หนูหนีขึ้นที่สูง และปัสสาวะของหนูที่มีเชื้อเลปโตสไปราจะปนอยู่ในน้ำและโคลน เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ทางบาดแผล รอยถลอก หรือเยื่อบุตา ปาก จมูก โดยเฉพาะคนที่เดินลุยน้ำนาน ๆ หรือลงไปตักโคลนโดยไม่สวมรองเท้าบูต อาการที่ต้องจำคือมีไข้สูงทันที ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อมาก โดยเฉพาะที่น่อง ถ้ามีอาการแบบนี้หลังลุยน้ำ ให้ไปพบแพทย์และแจ้งว่าเคยสัมผัสน้ำท่วม เพราะโรคนี้รักษาได้ถ้าได้รับการรักษาเร็ว
ในแง่พื้นผิว เชื้อฉี่หนูชอบที่ชื้นและมีโคลน ดังนั้นพื้นหลังร้าน ห้องเก็บของชั้นล่าง และบริเวณที่วางถังขยะ คือจุดที่ควรล้างและฆ่าเชื้อเป็นลำดับต้น ๆ
ตึกแถวในย่านบางกะปิจำนวนมากมีเด็กเล็กอาศัยอยู่ชั้นบน และร้านหลายแห่งก็มีลูกหลานมาช่วยหรือมานั่งทำการบ้านหลังเลิกเรียน ช่วงหลังน้ำท่วมเด็กอยู่บ้านมากขึ้น เล่นใกล้กันมากขึ้น และอาจไม่ได้ล้างมือบ่อยเท่าเดิมเพราะน้ำประปาหรือห้องน้ำใช้การไม่ได้ชั่วคราว ไวรัสโรคมือเท้าปากติดผ่านน้ำลาย น้ำมูก และของเล่น ส่วน RSV เป็นไวรัสทางเดินหายใจที่ทำให้เด็กเล็กมีอาการไอ หายใจเหนื่อย ทั้งสองโรคแพร่ผ่านพื้นผิวได้ จึงควรทำความสะอาดพื้นที่ที่เด็กใช้ เช่น พื้นห้อง โต๊ะ ราวบันได และของเล่น
ตึกแถวในย่านเมืองมักมีหน้าต่างน้อย อากาศถ่ายเทไม่ดี เมื่อผนังปูนและกล่องสินค้าดูดน้ำไว้ ความชื้นจะค้างอยู่หลายสัปดาห์ เชื้อราเริ่มขึ้นตามมุมผนัง ใต้ชั้นวางของ และหลังตู้ ทำให้เกิดกลิ่นอับและกระตุ้นอาการภูมิแพ้ จาม คัดจมูก หรือหอบหืด องค์การอนามัยโลกและ CDC แนะนำตรงกันว่าควรเร่งทำให้พื้นที่แห้งโดยเร็ว โดยทั่วไปภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง เพื่อลดโอกาสเกิดเชื้อรา สำหรับร้านที่ขายอาหาร กลิ่นอับเป็นสิ่งที่ลูกค้ารับรู้ได้ทันทีที่เดินเข้าร้าน
ด้านสุขภาพ: คนในบ้านป่วยต่อเนื่องหลายสัปดาห์โดยไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากพื้นผิวที่ยังปนเปื้อน บางคนท้องเสียซ้ำ บางคนมีผื่นคันจากการลุยน้ำ ผู้สูงอายุอ่อนเพลียจนต้องพาไปโรงพยาบาล
ด้านเงิน: ร้านปิดหลายวัน วัตถุดิบต้องทิ้ง อุปกรณ์ไฟฟ้าเสีย และถ้าเปิดร้านแล้วมีลูกค้าร้องเรียน ค่าใช้จ่ายอาจมากกว่าค่าทำความสะอาดหลายเท่า
ด้านเวลา: การทำความสะอาดเองทั้งร้านและบ้านกินเวลาหลายวัน แต่ยังไม่แน่ใจว่าสะอาดพอหรือยัง หลายร้านต้องทำซ้ำเมื่อกลิ่นกลับมา
ด้านชื่อเสียง: ในยุคที่ลูกค้ารีวิวผ่านแอปสั่งอาหารและโซเชียลมีเดีย คำว่า "กินแล้วท้องเสีย" หรือ "ร้านมีกลิ่นอับ" แม้เพียงครั้งเดียวก็อาจทำให้ยอดขายลดลงไปนาน
ด้านครอบครัว: สำหรับคนที่อยู่ชั้นบนของร้าน ความกังวลไม่ได้จบที่ร้าน แต่ตามขึ้นไปถึงห้องนอนของลูกและพ่อแม่ ความเครียดสะสมทำให้หลายครอบครัวทะเลาะกันเรื่องจะเปิดร้านต่อหรือหยุดก่อน
ใช้น้ำยาซักผ้าขาวราดพื้นแล้วจบ: น้ำยาฟอกขาวช่วยได้บนพื้นผิวที่สะอาดแล้ว แต่ถ้ายังมีคราบโคลนหรือไขมันเคลือบอยู่ ประสิทธิภาพจะลดลงมาก และการผสมน้ำยาฟอกขาวกับน้ำยาทำความสะอาดบางชนิด เช่น แอมโมเนียหรือกรด อาจเกิดก๊าซอันตราย นอกจากนี้กลิ่นคลอรีนที่แรงในร้านอาหารก็ไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้าอยากได้กลิ่นระหว่างกินข้าว
เช็ดเฉพาะจุดที่มองเห็น: เชื้อโรคไม่ได้อยู่แค่ที่มีคราบ แต่อยู่บนขาโต๊ะ ใต้เคาน์เตอร์ ราวบันได ปุ่มสวิตช์ และมือจับตู้แช่ ซึ่งเป็นจุดที่มือคนสัมผัสบ่อยแต่คนมักลืมเช็ด
เปิดพัดลมแล้วหวังว่าจะแห้ง: พัดลมช่วยให้ผิวหน้าแห้ง แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ และในตึกแถวที่อากาศถ่ายเทน้อย ความชื้นยังค้างอยู่ในผนังและในกล่องสินค้า
ฉีดสเปรย์ปรับอากาศหรือจุดธูปกลบกลิ่น: กลิ่นหอมกลบกลิ่นอับได้ชั่วคราว แต่ต้นเหตุยังอยู่ และบางครั้งยังทำให้คนที่แพ้ง่ายมีอาการมากขึ้น
ทาสีทับคราบราทันที: สีใหม่ทำให้ผนังดูสะอาด แต่ถ้าผนังยังชื้น เชื้อราจะกลับมาดันสีให้พองและเป็นคราบใหม่ภายในไม่กี่สัปดาห์
ปัญหาร่วมของวิธีเหล่านี้คือทำได้ไม่ทั่วถึง และไม่มีน้ำยาที่ออกแบบมาเพื่อฆ่าเชื้อในระดับทางการแพทย์ การพ่นโดยช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจึงเข้ามาช่วยเติมช่องว่างตรงนี้ หลังจากที่คุณล้างและเก็บกวาดหนักไปแล้ว
ตามข้อมูลบริการของ World Health Disinfection บริการพ่นฆ่าเชื้อดำเนินการโดยช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรม ใช้วิธีพ่นละอองและ/หรือพ่นหมอกละเอียดแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งเป็นละอองขนาดเล็กมาก ช่วยให้น้ำยากระจายไปถึงพื้นผิวในมุมต่าง ๆ ได้ทั่วถึงกว่าการเช็ดด้วยมือ เหมาะกับร้านค้าและตึกแถวที่มีของวางเยอะ มีซอกหลืบ และมีพื้นที่หลายชั้น
น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนผสมของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ตามข้อมูลบริการ น้ำยานี้ระบุการออกฤทธิ์ต่อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึง COVID-19, RSV, H1N1, H5N1 และไวรัสโรคมือเท้าปาก โดยระบุประสิทธิภาพ 99.99% และหน้าบริการยังระบุการรับรองหรือการยอมรับจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019
ข้อสำคัญที่เราขอย้ำ คือการพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอน หลัง การตักโคลนและล้างทำความสะอาด ไม่ได้มาแทนกัน น้ำยาฆ่าเชื้อทุกชนิดทำงานได้ดีที่สุดบนพื้นผิวที่สะอาดแล้ว และเราไม่ได้อ้างว่าการพ่นไม่มีสารตกค้างใด ๆ เลย จึงควรทำตามคำแนะนำของช่างทุกครั้ง หากใครในบ้านมีอาการเจ็บป่วย ให้ไปพบแพทย์ การพ่นฆ่าเชื้อไม่ใช่การรักษาโรค
ตามข้อมูลบริการ WHD ให้บริการลูกค้าหลายประเภท ได้แก่ โรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย พร้อมโปรโมชันแถมขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC เมื่อใช้บริการ และออกใบกำกับภาษีได้ ซึ่งสะดวกสำหรับร้านค้าที่จดทะเบียนในรูปแบบนิติบุคคล
สำหรับร้านหรือบ้านที่ยังมีกลิ่นอับในอากาศหลังพ่นแล้ว อาจพิจารณาบริการเสริมอย่าง อบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย ซึ่งต้องทำในพื้นที่ปิดที่ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้อยู่ และกลับเข้าได้หลังพ้นช่วงพักและระบายอากาศเท่านั้น
หมายเหตุ: เป็นภาพรวมเพื่ออธิบายความแตกต่าง ผลลัพธ์ของแต่ละพื้นที่ขึ้นกับสภาพหน้างานและการเตรียมพื้นที่ก่อนพ่น
กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์สมมติ ไม่ใช่รีวิวที่ยืนยันจากลูกค้าจริง)
กลับมาที่ร้านของคุณต้อม หลังจากพาคุณแม่ไปพบแพทย์และได้รับยาแล้ว เขาตัดสินใจปิดร้านต่ออีกสองวันเพื่อทำทุกอย่างให้ถูกลำดับ วันแรกเขากับลูกน้องรื้อของทั้งหมดที่โดนน้ำออกจากห้องเก็บของ ทิ้งกล่องกระดาษ ข้าวสารที่ถุงเปียก และซอสที่ฝาขวดจมน้ำ ล้างพื้นด้วยน้ำยาทำความสะอาดและแปรงขัด ทำความสะอาดท่อระบายน้ำพื้นในครัว แล้วเปิดประตูเหล็กกับพัดลมให้อากาศถ่ายเท
วันที่สองเขาโทรนัดบริการพ่นฆ่าเชื้อ ช่างแนะนำให้เก็บภาชนะและเครื่องปรุงทั้งหมดใส่กล่องปิดฝา คลุมเครื่องหั่นและเครื่องต้มด้วยพลาสติก แล้วให้ทุกคนในบ้านลงมาอยู่ร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามระหว่างช่างพ่นทั้งสามชั้น หลังจากรอครบเวลาที่ช่างแจ้ง ครอบครัวก็กลับเข้าบ้าน เปิดหน้าต่างระบายอากาศ และเริ่มเตรียมของสำหรับเปิดร้านในเช้าวันต่อมา
สิ่งที่คุณต้อมบอกว่าเปลี่ยนไปมากที่สุดไม่ใช่กลิ่นในร้านอย่างเดียว แต่เป็นความรู้สึกของเขาเอง ในฐานะคนที่ต้องตักข้าวให้ลูกค้าวันละหลายร้อยจาน เขาอยากรู้ว่าตัวเองทำทุกอย่างที่ทำได้แล้ว เขายังเก็บขวดสเปรย์ที่ได้มาไว้ข้างเครื่องคิดเงิน ใช้เช็ดถาดรับเงินและมือจับตู้แช่ทุกช่วงบ่าย และติดป้ายเล็ก ๆ ไว้หน้าร้านว่าร้านทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมแล้ว ลูกค้าประจำหลายคนกลับมาพร้อมถามว่าใช้บริการที่ไหน เพราะที่บ้านในซอยก็โดนน้ำเหมือนกัน
เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่สะท้อนสิ่งที่พบบ่อย คือคนทำร้านในย่านนี้ไม่ได้ต้องการแค่ความสะอาด แต่ต้องการความมั่นใจที่จะบอกลูกค้าได้อย่างเต็มปากว่าร้านพร้อมแล้ว
ถาม: ร้านอยู่ริมถนนลาดพร้าวช่วงลาดพร้าว 101 ถึงแยกบางกะปิ น้ำเข้าไม่สูง จำเป็นต้องพ่นไหม
ตอบ: ระดับน้ำไม่ใช่ตัววัดเดียว น้ำแค่ข้อเท้าที่มาจากท่อระบายน้ำหรือคลองก็พาเชื้อเข้ามาได้ ถ้าพื้นที่นั้นใช้เตรียมอาหาร มีเด็ก หรือมีผู้สูงอายุ การพ่นหลังล้างทำความสะอาดช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มาก
ถาม: ต้องล้างเองก่อนหรือช่างจะล้างให้
ตอบ: บริการพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนหลังการตักโคลนและล้างทำความสะอาด ควรเอาโคลนและคราบสกปรกออกให้หมดก่อน เพราะน้ำยาฆ่าเชื้อทำงานได้ดีบนพื้นผิวที่สะอาด
ถาม: ระหว่างพ่นอยู่ในร้านได้ไหม
ตอบ: ไม่ควร คนและสัตว์เลี้ยงควรออกจากโซนที่พ่น และกลับเข้ามาเมื่อพ้นเวลาที่ช่างแจ้ง ตามข้อมูลบริการโดยทั่วไปคือประมาณ 30 นาที
ถาม: ร้านอยู่ชั้นล่าง บ้านอยู่ชั้นบน พ่นทั้งตึกในวันเดียวได้ไหม
ตอบ: สามารถแจ้งช่างตอนนัดหมายเพื่อวางแผนพ่นทีละชั้น ครอบครัวจะได้รู้ว่าต้องออกจากชั้นไหนเมื่อไร
ถาม: ใช้น้ำยาอะไร ปลอดภัยแค่ไหน
ตอบ: ตามข้อมูลบริการ ใช้ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีข้อมูลการรับรองจากหลายหน่วยงาน อย่างไรก็ตาม ควรทำตามคำแนะนำของช่างเรื่องการออกจากพื้นที่และเวลากลับเข้า
ถาม: พ่นแล้วกลิ่นอับหายเลยไหม
ตอบ: ถ้ากลิ่นมาจากเชื้อบนพื้นผิว การพ่นช่วยได้ แต่ถ้ายังมีวัสดุชื้นหรือมีเชื้อราฝังในผนัง ต้องแก้ที่ความชื้นด้วย และอาจพิจารณาอบโอโซนเป็นบริการเสริม
ถาม: ลุยน้ำแถวแยกบางกะปิมาแล้วมีไข้ ปวดน่อง ควรทำอย่างไร
ตอบ: ไปพบแพทย์โดยเร็วและแจ้งว่าเคยลุยน้ำท่วม อาการนี้อาจเกี่ยวกับโรคฉี่หนู ซึ่งต้องได้รับการตรวจและรักษาจากแพทย์ การพ่นฆ่าเชื้อในบ้านไม่ใช่การรักษา
ล้างเสร็จแล้ว ให้ช่าง WHD ช่วยปิดงานด้วยการพ่นฆ่าเชื้อ เพื่อให้คุณเปิดร้านและกลับเข้าบ้านได้อย่างมั่นใจ
จองบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · ออกใบกำกับภาษีได้
#พ่นฆ่าเชื้อ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #Chemgene #น้ำท่วมกทม2569 #พ่นฆ่าเชื้อลาดพร้าว #น้ำท่วมลาดพร้าว #พ่นฆ่าเชื้อบางกะปิ #น้ำท่วมบางกะปิ #ลาดพร้าว101
คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อ ลาดพร้าว, พ่นฆ่าเชื้อ บางกะปิ, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ลาดพร้าว 101/1, น้ำท่วมแยกบางกะปิ, น้ำท่วมลาดพร้าว 2569, บริการพ่นฆ่าเชื้อร้านอาหาร, ฆ่าเชื้อตึกแถวหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H, พ่น ULV ฆ่าเชื้อ