อบโอโซนชัยนาทหลังน้ำท่วม 2569: ฆ่าเชื้อโรค กำจัดเชื้อรา และกลิ่นอับในบ้านไม้ใต้ถุนสูงริมเจ้าพระยา

Last updated: 2 ต.ค. 2569  |  7 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการอบโอโซน

อบโอโซนชัยนาทหลังน้ำท่วม 2569: ฆ่าเชื้อโรค กำจัดเชื้อรา และกลิ่นอับในบ้านไม้ใต้ถุนสูงริมเจ้าพระยา ให้กลับมาอยู่ได้อย่างปลอดภัย

น้ำท่วมชัยนาทปี 2569 ไม่ได้จบลงในวันที่น้ำลด สำหรับครอบครัวในอำเภอเมืองชัยนาท มโนรมย์ วัดสิงห์ สรรพยา หันคา หนองมะโมง และสรรคบุรี งานที่ยากที่สุดมักเริ่มต้นหลังจากนั้น เมื่อโคลนแห้งติดใต้ถุนบ้าน ไม้กระดานยังชื้น ยุ้งฉางส่งกลิ่นเหม็นอับ และเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุในบ้านเริ่มไอ จาม หรือมีผื่นคัน บทความนี้รวบรวมสิ่งที่คนชัยนาทควรรู้เกี่ยวกับ เชื้อโรคทุกชนิดที่มากับน้ำท่วม ตั้งแต่แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา ไปจนถึงกลิ่นน้ำเน่า พร้อมลำดับการฟื้นฟูบ้านที่ถูกต้อง และบทบาทของการ อบโอโซนชัยนาท ในฐานะขั้นตอนสุดท้ายที่ช่วยให้บ้านกลับมาสะอาดลึกถึงอากาศที่หายใจ

สถานการณ์น้ำท่วมชัยนาท 2569: ตัวเลขล่าสุดที่ควรรู้

ตามรายงานของ ปภ. (กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) วันที่ 2 ตุลาคม 2569 จังหวัดชัยนาทมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองชัยนาท มโนรมย์ วัดสิงห์ สรรพยา หันคา หนองมะโมง และสรรคบุรี รวม 1,581 ครัวเรือน และรายงานระบุว่า ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนแปลงทุกวัน ผู้อ่านควรติดตามประกาศล่าสุดจาก ปภ. และหน่วยงานในจังหวัดอย่างใกล้ชิด

ในภาพรวมของประเทศ ปภ. รายงานเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ว่ามีน้ำท่วมใน 31 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,245,581 ครัวเรือน หรือ 3,535,206 คน สาเหตุหลักมาจากฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่อง ประกอบกับมวลน้ำจากภาคเหนือที่ไหลลงมาตามลำน้ำ ชัยนาทในฐานะจังหวัดต้นทางของที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่าง ซึ่งมีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน จึงอยู่ในเส้นทางของน้ำก้อนนี้โดยตรง

ตัวเลขหนึ่งพันห้าร้อยกว่าครัวเรือนอาจดูน้อยเมื่อเทียบกับบางจังหวัด แต่สำหรับแต่ละครอบครัว นี่คือบ้านทั้งหลัง ข้าวของทั้งชีวิต และสุขภาพของทุกคนในบ้าน สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่ความเสียหายที่มองเห็น แต่เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นซึ่งน้ำทิ้งไว้ให้ ได้แก่ เชื้อแบคทีเรียจากสิ่งปฏิกูล ไวรัสที่ทำให้ท้องร่วง สปอร์เชื้อราที่ฝังในเนื้อไม้ และกลิ่นอับที่ไม่ยอมจางหาย

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (กรณีตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

ใต้ถุนบ้านยายบุญมาที่วัดสิงห์ กับกลิ่นที่ไม่ยอมไปไหน

ลองนึกภาพบ้านไม้ยกใต้ถุนหลังหนึ่งในอำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท ยายบุญมาอายุเจ็ดสิบสองปี อยู่กับลูกชายที่ทำนา ลูกสะใภ้ และหลานสาววัยสามขวบ ใต้ถุนบ้านเคยเป็นที่วางแคร่ไม้ไผ่ เก็บกระสอบปุ๋ย เครื่องสูบน้ำ จอบเสียม และข้าวเปลือกบางส่วนที่แบ่งไว้กินทั้งปี เมื่อน้ำค่อย ๆ สูงขึ้น ครอบครัวยกของขึ้นชั้นบนได้เพียงบางส่วน ส่วนที่เหลือจมอยู่ในน้ำขุ่นสีชาเย็นนานหลายวัน

เมื่อน้ำลด ลูกชายใช้เวลาสามวันตักโคลนออกจากใต้ถุน ล้างเสาไม้ด้วยน้ำบาดาล ขนกระสอบข้าวเปลือกที่ขึ้นราไปทิ้ง ลูกสะใภ้เอาน้ำยาซักผ้าขาวราดพื้นปูนแล้วขัด ทุกคนคิดว่าจบแล้ว แต่ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ กลิ่นอับเหมือนผ้าเปียกหมักยังลอยขึ้นมาตามร่องกระดานพื้นชั้นบน ห้องนอนของยายบุญมาซึ่งอยู่ติดผนังด้านที่โดนน้ำมีจุดดำเล็ก ๆ ขึ้นตามขอบไม้ หลานสาวเริ่มจามทุกเช้า และยายเองก็ไอแห้ง ๆ ตอนกลางคืน

ลูกชายเดินลุยน้ำทุกวันระหว่างช่วงน้ำท่วมเพื่อไปดูนา และมีบาดแผลที่เท้าจากเศษไม้ ครอบครัวไม่รู้ว่าอาการปวดน่องกับไข้ต่ำ ๆ ที่เขาเป็นอยู่สองวันอาจเกี่ยวข้องกับโรคฉี่หนู จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ อสม. ในหมู่บ้านมาแนะนำให้ไปโรงพยาบาลทันที เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง แต่เป็นภาพที่เกิดซ้ำในหลายหมู่บ้านริมน้ำของชัยนาททุกครั้งที่น้ำมาเยือน

บทเรียนจากกรณีตัวอย่างนี้มีสามข้อ ข้อแรก การล้างที่มองเห็นได้ไม่เท่ากับการฆ่าเชื้อที่มองไม่เห็น ข้อสอง กลิ่นอับคือสัญญาณว่ายังมีความชื้นและจุลชีพตกค้าง และข้อสาม อาการป่วยหลังน้ำท่วมต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ก่อนเสมอ ส่วนบ้านต้องได้รับการฟื้นฟูอย่างเป็นลำดับ

เชื้อทุกชนิดที่มากับน้ำท่วมชัยนาท: แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา และกลิ่น

น้ำที่ไหลบ่าเข้าบ้านในชัยนาทไม่ใช่น้ำฝนสะอาด แต่เป็นน้ำที่ผ่านทุ่งนา คอกสัตว์ บ่อเกรอะ ส้วมซึม ท่อระบายน้ำ และกองขยะมาแล้ว ทุกอย่างที่อยู่ในเส้นทางจึงถูกพาเข้ามาในบ้านด้วย เราแบ่งภัยที่มองไม่เห็นออกเป็นสี่กลุ่มหลักดังนี้

1. แบคทีเรีย: อีโคไล ซัลโมเนลลา และเลปโตสไปรา

อีโคไล (E. coli) เป็นแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของคนและสัตว์ เมื่อพบในน้ำหรือบนพื้นผิวหลังน้ำท่วม แปลว่ามีการปนเปื้อนจากอุจจาระ บางสายพันธุ์ทำให้ท้องร่วงรุนแรง ปวดท้อง และในเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำได้เร็ว ซัลโมเนลลา และแบคทีเรียกลุ่มอื่นที่มาจากสิ่งปฏิกูลก็ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษได้ หากภาชนะ เขียง หรือโต๊ะครัวที่โดนน้ำไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างถูกต้อง

เลปโตสไปรา (Leptospira) คือต้นเหตุของโรคเลปโตสไปโรซิส หรือที่คนไทยเรียกว่า โรคฉี่หนู เชื้ออยู่ในปัสสาวะของหนูและสัตว์บางชนิด เมื่อน้ำท่วมทุ่งนาและหมู่บ้าน เชื้อจะกระจายไปกับน้ำ และเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล รอยถลอก หรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน ๆ จนเปื่อย ชาวนาและคนที่ต้องเดินลุยน้ำในอำเภอที่เป็นพื้นที่เกษตรอย่างวัดสิงห์ หันคา หนองมะโมง และสรรคบุรีจึงมีความเสี่ยงสูง อาการที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ และ ปวดกล้ามเนื้อน่องอย่างชัดเจน บางรายตาแดง หากมีอาการเหล่านี้หลังลุยน้ำ ต้องไปพบแพทย์ทันทีและบอกแพทย์ว่าเคยสัมผัสน้ำท่วม เพราะโรคนี้รักษาได้หากได้รับยาเร็ว

2. ไวรัส: โนโรไวรัส โรตาไวรัส และไวรัสตับอักเสบเอ

โนโรไวรัส เป็นไวรัสที่ติดต่อง่ายมาก เพียงปริมาณเล็กน้อยก็ทำให้คนทั้งบ้านอาเจียนและท้องร่วงได้ภายในหนึ่งถึงสองวัน ไวรัสนี้อยู่บนพื้นผิวได้นาน และทนต่อการทำความสะอาดแบบผิวเผิน โรตาไวรัส เป็นสาเหตุสำคัญของท้องร่วงในเด็กเล็ก ส่วน ไวรัสตับอักเสบเอ ติดต่อผ่านอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระ ทำให้มีไข้ อ่อนเพลีย ตัวเหลือง ตาเหลือง นอกจากนี้ ช่วงที่คนต้องอยู่รวมกันในศูนย์พักพิงหรือในบ้านญาติที่แออัด ไวรัสทางเดินหายใจอย่างไข้หวัดใหญ่ก็แพร่ได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

3. เชื้อรา: ภัยเงียบในบ้านไม้และผนังปูน

เชื้อราเริ่มเติบโตได้ภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังวัสดุเปียก ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่องค์การอนามัยโลกและ CDC ของสหรัฐฯ ย้ำเสมอว่าต้องรีบทำให้แห้งเร็วที่สุด บ้านในชัยนาทจำนวนมากเป็นบ้านไม้ ไม้เป็นวัสดุที่ดูดน้ำลึกและคายความชื้นช้า เชื้อราอย่าง Aspergillus, Penicillium และ Cladosporium จึงเติบโตอยู่ภายในเนื้อไม้ ร่องกระดาน ใต้เสื่อน้ำมัน หลังตู้เสื้อผ้า และในฟูกที่นอน สปอร์ของมันลอยอยู่ในอากาศ ทำให้คนที่เป็นภูมิแพ้ หอบหืด หรือภูมิคุ้มกันต่ำมีอาการกำเริบ ไอเรื้อรัง คัดจมูก ระคายเคืองตา และผิวหนังอักเสบ

4. กลิ่นอับชื้นและกลิ่นน้ำเน่า

กลิ่นอับที่คนชัยนาทคุ้นเคยหลังน้ำลดมาจากสองแหล่ง แหล่งแรกคือสารระเหยที่เชื้อราและแบคทีเรียปล่อยออกมาขณะย่อยสลายอินทรียวัตถุ แหล่งที่สองคือก๊าซจากโคลนและสิ่งปฏิกูลที่ตกค้าง เช่น ไฮโดรเจนซัลไฟด์ที่มีกลิ่นคล้ายไข่เน่า กลิ่นเหล่านี้ไม่ใช่แค่ความรำคาญ แต่เป็นสัญญาณว่ากระบวนการเน่าเสียและการเติบโตของจุลชีพยังดำเนินอยู่ในบ้าน การกลบกลิ่นด้วยน้ำหอมจึงไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ

ใครในบ้านชัยนาทเสี่ยงที่สุด

ทุกคนในบ้านที่โดนน้ำท่วมมีโอกาสสัมผัสเชื้อ แต่บางกลุ่มต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

  • ผู้สูงอายุ ซึ่งมีจำนวนมากในครอบครัวเกษตรกรของชัยนาท ภูมิคุ้มกันลดลงตามวัย และมักมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน โรคปอด เมื่อติดเชื้อจะมีอาการรุนแรงกว่า
  • เด็กเล็ก คลานเล่นบนพื้น หยิบของเข้าปาก และร่างกายขาดน้ำได้เร็วเมื่อท้องร่วง
  • หญิงตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการทำความสะอาดพื้นที่ที่มีเชื้อราหนาแน่นและสารเคมีแรง ๆ
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรังและผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยไต ผู้ป่วยมะเร็งที่รับเคมีบำบัด ผู้ป่วยหอบหืด
  • ชาวนาและคนที่ต้องลุยน้ำทำงาน มีความเสี่ยงโรคฉี่หนูและการติดเชื้อทางบาดแผลสูงที่สุด ควรใส่รองเท้าบูทยาง ถุงมือยาง และล้างตัวด้วยน้ำสะอาดทันทีหลังลุยน้ำ

หากใครในบ้านมีไข้ ปวดน่อง ท้องร่วงไม่หยุด อาเจียน หายใจลำบาก หรือแผลอักเสบบวมแดง ขอให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลชุมชนหรือโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร โดยไม่ต้องรอดูอาการ การฆ่าเชื้อในบ้านเป็นเรื่องของการป้องกัน แต่ไม่ใช่การรักษาโรค

ผลกระทบที่ครอบครัวชัยนาทต้องเจอหลังน้ำลด

ด้านสุขภาพ: อาการภูมิแพ้ ไอ จาม ผื่นคัน ท้องร่วง และความเสี่ยงโรคฉี่หนู คือผลที่มาพร้อมกับบ้านที่ยังไม่สะอาดจริง โดยเฉพาะห้องนอนที่ทุกคนใช้เวลาอยู่วันละหลายชั่วโมง

ด้านเงิน: ครอบครัวเกษตรกรที่เพิ่งเสียผลผลิตในนาข้าวหรือสวนส้มโอ ต้องมาเสียค่าซ่อมแซมบ้าน ค่าเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ ค่ารักษาพยาบาล และหากปล่อยให้เชื้อรากัดกินโครงสร้างไม้นานเกินไป ค่าใช้จ่ายในการรื้อเปลี่ยนไม้จะสูงกว่าการจัดการตั้งแต่ต้นหลายเท่า

ด้านเวลา: การขัดล้างซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะกลิ่นและราไม่หาย กินเวลาที่ควรใช้ฟื้นฟูนาหรือกลับไปทำงาน

ด้านธุรกิจและชื่อเสียง: ร้านค้า ร้านอาหาร โฮมสเตย์ และกิจการเล็ก ๆ ในตัวเมืองชัยนาทหรือสรรคบุรีที่ยังมีกลิ่นอับ ทำให้ลูกค้าไม่กล้ากลับมา ความรู้สึกว่า "ที่นี่ยังไม่สะอาด" ทำลายความเชื่อมั่นได้เร็วกว่าที่คิด

ด้านครอบครัวและจิตใจ: ความกังวลว่าลูกหลานจะป่วย การนอนไม่หลับเพราะกลิ่น และความเหนื่อยล้าสะสม ทำให้การกลับเข้าบ้านไม่ใช่ความโล่งใจอย่างที่ควรเป็น

ทำไมวิธีเดิม ๆ ถึงยังไม่พอสำหรับบ้านในชัยนาท

ราดน้ำยาซักผ้าขาวอย่างเดียว: สารฟอกขาวฆ่าเชื้อบนผิวเรียบได้ แต่ซึมเข้าไม้หรือปูนเปลือยได้น้อย เชื้อราที่ฝังลึกในเนื้อไม้จึงกลับมาเติบโตอีก และการใช้ในห้องปิดยังก่อให้เกิดไอระเหยระคายเคืองทางเดินหายใจ ห้ามผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำหรือแอมโมเนียเด็ดขาด

เปิดพัดลมเป่าอย่างเดียว: พัดลมช่วยให้แห้ง ซึ่งเป็นเรื่องดีและจำเป็น แต่ก็พัดสปอร์เชื้อราให้ฟุ้งกระจายไปทั่วบ้านด้วย และไม่ได้ฆ่าเชื้อที่อยู่ในอากาศหรือในซอกมุม

ใช้น้ำหอมหรือสเปรย์ปรับอากาศ: เป็นการกลบกลิ่นชั่วคราว พอหมดฤทธิ์กลิ่นเดิมก็กลับมา และบางคนแพ้สารหอมจนอาการภูมิแพ้แย่ลง

ทาสีทับรอยรา: สีใหม่ปิดรอยดำได้ไม่กี่สัปดาห์ แต่เชื้อราที่ยังมีชีวิตใต้สีจะดันจนสีพองและลอก พร้อมปล่อยกลิ่นอับออกมาอีก

ตากแดดของบางชิ้นแล้วเอากลับเข้าบ้าน: แดดช่วยได้กับของที่ขนออกไปได้ แต่ตัวบ้าน ผนัง ฝ้า ใต้ถุน และช่องว่างระหว่างพื้นไม้ ไม่สามารถยกออกไปตากแดดได้

สิ่งที่ขาดไปในทุกวิธีข้างต้นคือการจัดการกับ "อากาศ" และ "ซอกที่เข้าไม่ถึง" ซึ่งเป็นจุดที่ก๊าซโอโซนทำงานได้ดี

บริการอบโอโซนชัยนาทจาก WHD: ขั้นตอนสุดท้ายที่ทำให้บ้านสะอาดถึงอากาศ

World Health Disinfection (WHD) ให้ บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคาร โดยทีมงานมีฐานอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 สำหรับลูกค้าในจังหวัดชัยนาท สามารถติดต่อทีมงานเพื่อวางแผนการให้บริการได้ทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ทีมงานจะสอบถามขนาดพื้นที่ สภาพบ้าน และยืนยันการเดินทางและพื้นที่ให้บริการกับลูกค้าเป็นกรณีไป (WHD ไม่มีสาขาในชัยนาท และไม่สามารถรับประกันการเข้าพื้นที่ภายในวันเดียวกันได้)

โอโซนทำงานอย่างไร

โอโซน (O3) คือออกซิเจนที่มีอะตอมสามตัว เป็นสารออกซิไดซ์ที่แรง เมื่อก๊าซโอโซนสัมผัสกับเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา จะทำลายโครงสร้างผนังเซลล์และเปลือกหุ้มของเชื้อ รวมถึงแตกโมเลกุลของสารที่ก่อกลิ่น หลังจากนั้นโอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O2) จึงไม่มีสารเคมีตกค้างบนพื้นผิวหรือเฟอร์นิเจอร์ ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek (สหราชอาณาจักร) การอบโอโซนของ WHD สามารถกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่หน้า เอกสารรับรอง

ข้อดีที่สำคัญสำหรับบ้านไม้ในชัยนาทคือ โอโซนเป็นก๊าซ จึงแทรกเข้าไปในร่องกระดาน ช่องว่างหลังตู้ ใต้เตียง ในฝ้าเพดาน และมุมอับที่ผ้าหรือแปรงเข้าไม่ถึง

ขั้นตอนการอบโอโซน

  1. สำรวจและวางแผน: ทีมงานสอบถามหรือประเมินขนาดพื้นที่ จำนวนห้อง ระดับน้ำที่ท่วม และจุดที่มีกลิ่นหรือราชัดเจน แล้วแบ่งโซนการทำงาน
  2. เตรียมพื้นที่: นำคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกจากพื้นที่ทั้งหมด ปิดประตูหน้าต่าง เปิดตู้และลิ้นชักเพื่อให้ก๊าซเข้าถึง
  3. ปล่อยโอโซน: เดินเครื่องผลิตโอโซนให้ก๊าซกระจายเต็มพื้นที่
  4. ช่วงสัมผัส: ปล่อยให้โอโซนทำงานกับเชื้อและกลิ่นตามเวลาที่กำหนด
  5. พักและระบายอากาศ: ปิดเครื่องแล้วรอให้โอโซนสลายตัวเป็นออกซิเจน จากนั้นเปิดระบายอากาศก่อนกลับเข้าพื้นที่

รอบการทำงานโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อโซน ขึ้นอยู่กับขนาดและสภาพพื้นที่

กฎความปลอดภัยที่ต้องจำ: การอบโอโซนต้องทำในพื้นที่ปิดที่ ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้อยู่ภายใน และกลับเข้าได้หลังจากผ่านช่วงพักและระบายอากาศแล้วเท่านั้น โอโซนเป็นขั้นตอน หลัง การขนโคลน ล้าง และทำให้แห้ง ไม่ใช่การทดแทนการทำความสะอาด และไม่ใช่การรักษาโรค

10 เหตุผลที่คนชัยนาทเลือกอบโอโซนหลังน้ำท่วม

  1. เข้าถึงร่องไม้และใต้ถุน บ้านไม้ยกใต้ถุนมีช่องว่างมากมาย ก๊าซโอโซนแทรกเข้าไปได้ทั่วถึงกว่าการเช็ดถู
  2. จัดการเชื้อได้ครบกลุ่ม ทั้งแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง 99.99%
  3. สลายกลิ่นที่ต้นเหตุ แตกโมเลกุลกลิ่นอับและกลิ่นน้ำเน่า แทนการกลบด้วยน้ำหอม อ่านเพิ่มเติมเรื่อง บริการอบโอโซนในบ้าน
  4. ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง โอโซนกลับเป็นออกซิเจน เหมาะกับบ้านที่มีเด็กเล็กคลานเล่นบนพื้นกระดาน
  5. ใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 30 นาทีต่อโซน ครอบครัวกลับเข้าบ้านได้หลังช่วงระบายอากาศ
  6. ปกป้องผู้สูงอายุ ลดสปอร์เชื้อราในอากาศห้องนอน ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นอาการไอและภูมิแพ้
  7. ช่วยดูแลยุ้งฉางและห้องเก็บของ พื้นที่เก็บข้าวสารและเครื่องมือการเกษตรที่โดนน้ำและมีกลิ่นอับ (ข้าวเปลือกหรืออาหารที่โดนน้ำท่วมต้องทิ้ง ไม่ควรนำมาบริโภค)
  8. เหมาะกับร้านค้าและกิจการ ร้านอาหาร ร้านขายของชำ และหอพักในตัวเมืองชัยนาทกลับมาเปิดได้อย่างมั่นใจ ดูข้อมูล อบโอโซนสำหรับอาคาร
  9. มีมาตรฐานรองรับ ผ่านการทดสอบจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek ตามที่บริษัทได้รับรอง
  10. คุ้มค่าเมื่องานใหญ่ งานอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาท รับฟรีสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ สำหรับใช้ต่อในชีวิตประจำวัน สอบถามโปรโมชัน

ก่อนและหลังอบโอโซน: บ้านชัยนาทเปลี่ยนไปอย่างไร

ก่อน

  • กลิ่นอับขึ้นมาตามร่องพื้นไม้ทุกเช้า
  • ใต้ถุนบ้านมีกลิ่นโคลนและกลิ่นน้ำเน่า
  • จุดดำของราตามขอบผนังและหลังตู้
  • เด็กจามและผู้สูงอายุไอตอนกลางคืน
  • ไม่มั่นใจว่าครัวและที่นอนปลอดภัย

หลัง

  • อากาศในบ้านโล่งขึ้น กลิ่นอับลดลงชัดเจน
  • ใต้ถุนและห้องเก็บของหายกลิ่นเหม็น
  • ลดเชื้อราในอากาศและซอกมุมที่มองไม่เห็น
  • ห้องนอนพร้อมใช้งานอย่างสบายใจขึ้น
  • ไม่มีสารเคมีตกค้างบนพื้นและเครื่องใช้

หมายเหตุ: ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการทำความสะอาดและการทำให้แห้งก่อนอบ วัสดุที่เสียหายหนัก เช่น ฟูกที่นอนที่จมน้ำ หรือแผ่นยิปซัมที่ยุ่ย ควรรื้อทิ้งและเปลี่ยนใหม่

กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์จำลองเพื่ออธิบายการทำงาน ไม่ใช่รีวิวที่ยืนยันตัวตน)

ร้านข้าวแกงของคุณสมใจ ในตัวเมืองชัยนาท

คุณสมใจ เจ้าของร้านข้าวแกงในห้องแถวไม้สองชั้นย่านตัวเมืองชัยนาท ถูกน้ำท่วมสูงระดับเข่านานหลายวัน หลังน้ำลด เธอกับลูกจ้างช่วยกันขนโคลน ทิ้งวัตถุดิบและเครื่องปรุงทั้งหมดที่โดนน้ำ ล้างพื้นและผนังด้วยน้ำยาทำความสะอาด เปิดประตูหน้าต่างและเปิดพัดลมให้แห้งหลายวัน แต่ลูกค้าประจำบางคนยังทักว่า "ร้านมีกลิ่นอับ ๆ" และชั้นบนที่เธอใช้นอนก็มีกลิ่นชื้นจากฝ้าเพดาน

เธอติดต่อทีม WHD ทาง LINE ทีมงานสอบถามขนาดห้อง ระดับน้ำ และถ่ายรูปจุดที่มีปัญหา แนะนำให้รื้อฝ้ายิปซัมแผ่นที่ยุ่ยออกก่อน และรอให้พื้นที่แห้งเพิ่มอีกสองสามวัน จากนั้นจึงนัดวันเข้าอบโอโซนแบ่งเป็นสองโซน คือหน้าร้านกับครัว และชั้นบน ระหว่างที่อบ ทุกคนออกไปอยู่นอกอาคาร หลังพักและระบายอากาศ คุณสมใจบอกว่ากลิ่นที่ค้างอยู่ลดลงจนแทบไม่รู้สึก เธอจึงกล้ากลับมาเปิดร้านพร้อมป้ายบอกลูกค้าว่าร้านผ่านการทำความสะอาดและอบโอโซนแล้ว

สิ่งที่ทำให้กรณีนี้ได้ผลไม่ใช่โอโซนอย่างเดียว แต่เป็นลำดับที่ถูกต้อง คือ ทิ้งของที่ปนเปื้อน ล้าง ทำให้แห้ง แล้วจึงอบ

เช็กลิสต์ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วมชัยนาท ก่อนและหลังอบโอโซน

ก่อนเข้าบ้าน

  • รอให้หน่วยงานประกาศว่าปลอดภัย ตรวจสอบโครงสร้างบ้าน เสาไม้ และบันได ว่าไม่ทรุดหรือผุ
  • ตัดไฟที่เบรกเกอร์ หากปลั๊กหรือสายไฟโดนน้ำ ให้ช่างไฟตรวจก่อนเปิดใช้
  • ระวังงู ตะขาบ และสัตว์มีพิษที่อาจหลบอยู่ใต้ถุนและในกองของ
  • สวมรองเท้าบูทยาง ถุงมือยาง หน้ากาก และแว่นตาป้องกัน

ระหว่างทำความสะอาด

  • ขนโคลนออกให้เร็วที่สุด อย่าปล่อยให้แห้งติดพื้นและเสา
  • ทิ้งอาหาร ข้าวสาร ข้าวเปลือก เครื่องปรุง และยาที่โดนน้ำท่วมทั้งหมด
  • ทิ้งฟูก หมอน ตุ๊กตา และของที่ซับน้ำซึ่งล้างไม่ได้
  • ล้างพื้นผิวด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก แล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสอาหาร
  • เปิดประตูหน้าต่าง ใช้พัดลมช่วยให้แห้ง ภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหากเป็นไปได้
  • รื้อฝ้ายิปซัม ฉนวน หรือพื้นลามิเนตที่อมน้ำและยุ่ย

วันอบโอโซน

  • นำคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกจากพื้นที่ทั้งหมด
  • เปิดตู้ ลิ้นชัก และประตูห้องภายใน เพื่อให้ก๊าซกระจายทั่วถึง
  • รอให้ทีมงานแจ้งว่าพ้นช่วงพักและระบายอากาศแล้วจึงกลับเข้า

หลังอบโอโซน

  • เปิดระบายอากาศเป็นประจำ ลดความชื้นในบ้าน
  • สังเกตจุดที่เคยมีราหรือกลิ่น หากกลับมา แปลว่ายังมีความชื้นสะสม ต้องหาต้นตอ
  • ล้างมือบ่อย ๆ ดื่มน้ำสะอาด และดูแลสุขอนามัยของทุกคนในบ้าน
  • หากมีอาการป่วย ไปพบแพทย์ทันที

คำถามที่พบบ่อยเรื่องอบโอโซนในชัยนาท

1. WHD มีสาขาในชัยนาทหรือไม่

ไม่มี ทีมงานของ WHD อยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ลูกค้าในชัยนาทสามารถโทร 065-556-6294 หรือแอด LINE @whd268 เพื่อวางแผนการให้บริการ ทีมงานจะยืนยันการเดินทางและพื้นที่ครอบคลุมเป็นกรณีไป

2. ต้องรอให้บ้านแห้งก่อนอบโอโซนหรือไม่

ควรรอ โอโซนเป็นขั้นตอนหลังการขนโคลน ล้าง และทำให้แห้ง หากผนังหรือพื้นยังเปียกชุ่ม เชื้อราจะยังมีแหล่งความชื้นให้เติบโตต่อ ทีมงานจะช่วยประเมินความพร้อมของพื้นที่ก่อนนัดวัน

3. ระหว่างอบ คนในบ้านอยู่ได้ไหม

ไม่ได้ ต้องนำคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกจากพื้นที่ทั้งหมด และกลับเข้าหลังผ่านช่วงพักและระบายอากาศแล้วเท่านั้น

4. ใช้เวลานานเท่าไร

โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน บ้านที่มีหลายห้องหรือหลายชั้นจะแบ่งโซนทำ ระยะเวลารวมขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่

5. อบโอโซนแล้วป้องกันโรคฉี่หนูได้หรือไม่

โอโซนช่วยลดเชื้อในพื้นที่ที่อบ แต่โรคฉี่หนูติดต่อเมื่อลุยน้ำหรือดินโคลนที่ปนเปื้อน วิธีป้องกันคือสวมรองเท้าบูท ปิดแผล และล้างตัวทันที ใครมีไข้และปวดน่องหลังลุยน้ำต้องไปพบแพทย์ทันที

6. บ้านไม้เก่าอบโอโซนได้หรือไม่

ได้ ก๊าซโอโซนแทรกเข้าร่องไม้ได้ดี แต่ไม้ที่ผุหรือยุ่ยจากน้ำควรซ่อมแซมหรือเปลี่ยนก่อน เพื่อให้การฆ่าเชื้อได้ผลและบ้านแข็งแรงปลอดภัย

7. มีโปรโมชันอะไรบ้าง

งานอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางโทรศัพท์หรือ LINE

พร้อมทำให้บ้านในชัยนาทกลับมาปลอดภัยอีกครั้ง

ปรึกษาทีม WHD เพื่อวางแผนอบโอโซนฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมในชัยนาท ไม่ว่าจะเป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูง ทาวน์เฮาส์ ร้านค้า หรือหอพัก

ขอคำปรึกษาอบโอโซนชัยนาท

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#อบโอโซนชัยนาท #น้ำท่วมชัยนาท2569 #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมชัยนาท #อบโอโซน #บริการอบโอโซน #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #โอโซนฆ่าเชื้อ

คำค้นหา: อบโอโซนชัยนาท, น้ำท่วมชัยนาท 2569, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมชัยนาท, กำจัดเชื้อรา กลิ่นอับ ชัยนาท, อบโอโซนบ้านไม้, บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ, โรคฉี่หนูหลังน้ำท่วม, เชื้อโรคที่มากับน้ำท่วม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้