Last updated: 2 ต.ค. 2569 | 3 จำนวนผู้เข้าชม |
จังหวัดพิษณุโลกเป็นหนึ่งในจังหวัดที่อยู่ในรายชื่อพื้นที่ประสบอุทกภัยตามรายงานของ ปภ. ในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 แม้หลายบ้านจะเจอน้ำไม่สูงมาก แต่เมืองที่มีแม่น้ำน่านไหลผ่านกลางเมืองและมีที่ราบลุ่มกว้างอย่างพิษณุโลก มักต้องรับมือกับปัญหาที่ตามมาหลังน้ำลดนานกว่าที่คิด ทั้งเชื้อโรคที่ปนมากับน้ำ เชื้อราที่ขึ้นตามผนัง และกลิ่นอับที่ไม่ยอมหายไป บทความนี้รวบรวมสิ่งที่ครอบครัว เจ้าของหอพัก และเจ้าของร้านในพิษณุโลกควรรู้ ตั้งแต่เชื้อทุกชนิดที่มากับน้ำท่วม จนถึงลำดับการฟื้นฟูบ้าน และบทบาทของ บริการอบโอโซนพิษณุโลก ในขั้นตอนสุดท้าย
เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (กรณีตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)
คุณวรรณาเป็นพยาบาลที่ทำงานเป็นกะ อาศัยอยู่ในทาวน์เฮาส์สองชั้นในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองพิษณุโลก กับสามีและลูกสาววัยเก้าขวบที่เป็นภูมิแพ้ ช่วงที่ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ท่อระบายน้ำของหมู่บ้านรับน้ำไม่ทัน น้ำเอ่อขึ้นจากถนนเข้ามาในบ้านสูงประมาณหนึ่งคืบ และขังอยู่สองวันเต็ม ครอบครัวยกของขึ้นชั้นบนได้ทัน แต่โซฟาผ้า พรมปูพื้น ตู้รองเท้าไม้อัด และกล่องเก็บของใต้บันไดจมน้ำทั้งหมด
เมื่อน้ำลด ทุกคนช่วยกันกวาดโคลน ล้างพื้นด้วยน้ำยาถูพื้น ยกพรมออกไปทิ้ง และเปิดประตูหน้าต่างให้ลมผ่าน หนึ่งสัปดาห์ต่อมาบ้านดูปกติ แต่คุณวรรณาสังเกตว่าลูกสาวเริ่มไอแห้ง ๆ ตอนกลางคืนบ่อยขึ้น จามทุกเช้า และขยี้ตาอยู่ตลอด กลิ่นชื้นคล้ายผ้าที่ตากไม่แห้งลอยอยู่ในห้องนั่งเล่นทุกครั้งที่ปิดแอร์ และเมื่อดึงตู้รองเท้าออกมาก็เห็นคราบราสีเขียวเทาเกาะเต็มผนังด้านหลังและขอบบัว
ในฐานะคนทำงานโรงพยาบาล คุณวรรณารู้ดีว่าสิ่งที่เห็นไม่ใช่แค่คราบสกปรก แต่เป็นแหล่งของสปอร์ราที่กระตุ้นภูมิแพ้ และอาจยังมีแบคทีเรียหลงเหลือในร่องกระเบื้องและใต้ขอบบัว คำถามคือ จะทำอย่างไรให้บ้านกลับมาปลอดภัยจริง ไม่ใช่แค่ดูสะอาด
ตามรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) วันที่ 1 ตุลาคม 2569 จังหวัดพิษณุโลกอยู่ในรายชื่อจังหวัดที่ประสบอุทกภัย ข้อมูลที่เรามีในขณะเขียนบทความนี้ยังไม่มีรายละเอียดตัวเลขรายอำเภอของพิษณุโลก เราจึงไม่ระบุจำนวนครัวเรือนหรืออำเภอที่ได้รับผลกระทบ เพื่อไม่ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน ผู้อ่านควรติดตามตัวเลขล่าสุดจาก ปภ. และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน
ในระดับประเทศ ปภ. รายงานเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ว่ามีน้ำท่วมใน 31 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ครัวเรือนได้รับผลกระทบ 1,245,581 ครัวเรือน ประชาชน 3,535,206 คน สาเหตุมาจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ร่วมกับน้ำจากภาคเหนือที่ไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง พิษณุโลกซึ่งตั้งอยู่ในภาคเหนือตอนล่างและเป็นทางผ่านของลำน้ำสำคัญ จึงเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง
พิษณุโลกได้ชื่อว่า "เมืองสองแคว" มีแม่น้ำน่านไหลผ่านกลางตัวเมือง ทางฝั่งตะวันตกของจังหวัดมีแม่น้ำยมไหลผ่านพื้นที่ลุ่มต่ำอย่างอำเภอบางระกำ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะพื้นที่นาข้าวที่ใช้รับน้ำในฤดูน้ำหลาก ตัวเมืองเองมีทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ในหมู่บ้านจัดสรร หอพักนักศึกษา คอนโดใกล้มหาวิทยาลัย ห้องแถวในย่านการค้า และเรือนแพริมแม่น้ำน่านที่เป็นเอกลักษณ์ของเมือง ส่วนรอบนอกเป็นชุมชนเกษตรกรรมที่มีบ้านไม้ยกใต้ถุนและยุ้งข้าว
ข้อมูลอ้างอิงสถานการณ์: กรุงเทพธุรกิจ และ Thai PBS
ลองนึกถึงเส้นทางที่น้ำเดินทางก่อนเข้ามาในบ้านคุณ น้ำฝนที่ตกลงบนหลังคาไหลลงถนน ผ่านท่อระบายน้ำที่มีตะกอนและขยะ ไหลผ่านบ่อเกรอะ คอกไก่ คอกหมู และแปลงนา ก่อนจะซึมเข้าประตูบ้าน น้ำนั้นจึงพาสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กหลายกลุ่มเข้ามาพร้อมกัน เราแบ่งให้เข้าใจง่ายเป็นห้ากลุ่มดังนี้
แบคทีเรียอย่างอีโคไล (E. coli) ซัลโมเนลลา และชิเกลลา มักมาจากระบบส้วมและบ่อเกรอะที่น้ำท่วมถึง เชื้อกลุ่มนี้ทำให้เกิดอาการท้องร่วง ปวดบิด ถ่ายเป็นน้ำ อาเจียน และมีไข้ ความเสี่ยงสูงสุดอยู่ที่ห้องครัว เคาน์เตอร์เตรียมอาหาร ถังเก็บน้ำที่น้ำท่วมถึงฝา และภาชนะที่ล้างด้วยน้ำไม่สะอาด หากในบ้านมีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก อาการท้องร่วงอาจทำให้ขาดน้ำอย่างรวดเร็ว ควรดื่มน้ำเกลือแร่และไปพบแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น
ในพื้นที่ที่มีทั้งนาข้าว ยุ้งฉาง และชุมชนเมืองติดกันอย่างพิษณุโลก หนูเป็นสัตว์ที่พบได้ทั่วไป เมื่อน้ำท่วม ปัสสาวะหนูที่มีเชื้อเลปโตสไปราจะกระจายไปในน้ำและโคลน เชื้อเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล รอยขีดข่วน ตา จมูก ปาก หรือผิวหนังที่เปื่อยจากการแช่น้ำ อาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือไข้สูง หนาวสั่น ปวดหัว แต่มีจุดเด่นคือ ปวดกล้ามเนื้อน่องอย่างรุนแรง และอาจมีตาแดง ใครที่ลุยน้ำแล้วมีอาการเหล่านี้ภายในราวสองสัปดาห์ ต้องไปพบแพทย์ทันทีพร้อมบอกประวัติการลุยน้ำ เพราะโรคนี้รักษาได้ถ้าได้รับยาเร็ว การอบโอโซนบ้านไม่สามารถรักษาหรือป้องกันโรคในร่างกายได้
ไวรัสทางเดินอาหารติดต่อผ่านการกินหรือดื่มสิ่งที่ปนเปื้อน และผ่านมือที่สัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อ โนโรไวรัสโดดเด่นตรงที่ติดง่ายมากและทนต่อสภาพแวดล้อม คนหนึ่งป่วยอาเจียนในบ้าน คนอื่น ๆ ก็มักป่วยตามกันภายในไม่กี่วัน ไวรัสตับอักเสบเอก็เป็นอีกเชื้อที่สัมพันธ์กับน้ำและอาหารปนเปื้อน ทำให้มีไข้ อ่อนเพลีย และตัวเหลืองตาเหลือง ในหอพักนักศึกษาหรือคอนโดที่ใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกัน การแพร่กระจายของไวรัสยิ่งเกิดได้ง่าย
เชื้อราอย่างแอสเปอร์จิลลัส (Aspergillus) เพนิซิลเลียม (Penicillium) และราดำบางชนิด เติบโตได้ดีบนผนังปูนที่ยังชื้น ไม้อัด วอลเปเปอร์ ฝ้ายิปซัม ผ้าม่าน ฟูก และกล่องกระดาษ องค์การอนามัยโลกและ CDC แนะนำว่าควรทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังน้ำท่วมเพื่อลดการเกิดเชื้อรา แต่ช่วงปลายฝนต้นหนาวของภาคเหนือตอนล่างที่อากาศยังชื้น การทำให้บ้านแห้งสนิทต้องใช้เวลามากกว่านั้น สปอร์ราที่ฟุ้งในอากาศกระตุ้นภูมิแพ้ หอบหืด ไซนัสอักเสบ และทำให้ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
กลิ่นที่คนพิษณุโลกหลายบ้านเรียกว่า "กลิ่นน้ำท่วม" คือส่วนผสมของก๊าซจากการย่อยสลายของเศษอินทรีย์ในโคลน กลิ่นจากท่อระบายน้ำ และสารระเหยที่เชื้อราปล่อยออกมา ถ้ากลิ่นยังคงอยู่แม้ทำความสะอาดแล้ว นั่นคือสัญญาณว่ายังมีแหล่งความชื้นหรือจุลชีพหลงเหลืออยู่ในบ้าน
ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านทั้งวัน เด็กเล็กที่ชอบนั่งเล่นกับพื้น หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน โรคไต โรคหัวใจ โรคปอด และผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มนี้ควรกลับเข้าบ้านหลังจากทำความสะอาดและฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว และหากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์
หลายคนวัดความเสียหายจากน้ำท่วมด้วยของที่ต้องทิ้ง แต่ต้นทุนที่แท้จริงมักมาในรูปแบบที่มองไม่เห็นในวันแรก
เข้าใจผิดข้อที่หนึ่ง: "ล้างด้วยน้ำยาฟอกขาวแล้ว เชื้อหมดแน่นอน" น้ำยาฟอกขาวทำงานเฉพาะจุดที่สัมผัสโดยตรง เข้าไม่ถึงรูพรุนของปูน ไม้ และผ้า ไม่ช่วยเรื่องเชื้อในอากาศ และหากใช้ในห้องปิดหรือผสมกับน้ำยาชนิดอื่นจะเกิดก๊าซอันตราย
เข้าใจผิดข้อที่สอง: "เปิดแอร์ไว้ บ้านจะแห้งเอง" แอร์ช่วยลดความชื้นได้บ้าง แต่ถ้าคอยล์แอร์และท่อลมเคยสัมผัสความชื้นสูง ก็อาจกลายเป็นที่สะสมของราและพัดสปอร์ไปทั่วห้อง
เข้าใจผิดข้อที่สาม: "ฉีดน้ำหอมกลบกลิ่นก็พอ" น้ำหอมและสเปรย์ปรับอากาศไม่ได้ทำลายต้นเหตุ เมื่อหมดกลิ่นหอม กลิ่นอับก็กลับมาเหมือนเดิม
เข้าใจผิดข้อที่สี่: "ทาสีใหม่ทับคราบรา จบปัญหา" ถ้าผนังยังชื้นภายใน ราจะโตต่อใต้สี ทำให้สีพอง ลอก และเกิดคราบซ้ำ
เข้าใจผิดข้อที่ห้า: "อบโอโซนแล้วไม่ต้องล้าง" นี่คือความเข้าใจผิดที่สำคัญที่สุด การอบโอโซนเป็นขั้นตอน หลัง การตักโคลน ล้าง และทำให้แห้งเท่านั้น โอโซนไม่สามารถเอาโคลนและคราบสกปรกออกจากพื้นผิวได้
โอโซน (O3) คือออกซิเจนในรูปแบบที่มีอะตอมออกซิเจนสามตัว มีคุณสมบัติออกซิไดซ์สูง เมื่อปล่อยเข้าไปในห้องปิด ก๊าซโอโซนจะแทรกไปทุกที่ที่อากาศไปถึง ทั้งใต้โซฟา หลังตู้ ในลิ้นชัก บนผ้าม่าน และในช่องว่างระหว่างวัสดุ โอโซนจะทำลายโครงสร้างเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา และทำลายโมเลกุลที่เป็นต้นเหตุของกลิ่น จากนั้นจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O2) โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek (สหราชอาณาจักร) ระบบนี้กำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99%
World Health Disinfection (WHD) ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ไม่ได้มีสาขาในพิษณุโลก ลูกค้าในอำเภอเมือง บางระกำ พรหมพิราม วังทอง หรืออำเภออื่นในจังหวัด สามารถติดต่อทีมงานเพื่อวางแผนการให้บริการได้ โดยการเดินทางและพื้นที่ให้บริการจะยืนยันกันทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ทีมงานจะนัดวันตามความเหมาะสมของระยะทางและสภาพเส้นทาง ไม่ได้รับประกันการเดินทางถึงในวันเดียวกัน
ย้ำเรื่องความปลอดภัย: การอบโอโซนทำในพื้นที่ปิดที่ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้อยู่ภายในเท่านั้น และกลับเข้าห้องได้หลังผ่านช่วงพักห้องและระบายอากาศแล้วเท่านั้น
หมายเหตุ: ผลลัพธ์ขึ้นกับการเตรียมบ้านก่อนอบและการควบคุมความชื้นหลังอบ วัสดุที่เสียหายถาวรควรเปลี่ยนใหม่
กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์สมมติเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวลูกค้าจริง)
คุณประเสริฐเป็นเจ้าของหอพักสามชั้นในอำเภอเมืองพิษณุโลก ผู้เช่าส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและพนักงานที่ทำงานในเมือง ห้องชั้นล่างแปดห้องโดนน้ำท่วมสูงราวข้อเท้าเป็นเวลาสองวัน หลังน้ำลด เขาจ้างแม่บ้านมาล้างห้องและเปลี่ยนที่นอน แต่ผ่านไปสองสัปดาห์ ผู้เช่าสามห้องแจ้งว่ามีกลิ่นอับ ตู้เสื้อผ้าไม้อัดมีคราบรา และมีคนหนึ่งขอย้ายออก
คุณประเสริฐจึงทำตามแผนสามขั้น ขั้นแรก รื้อตู้ไม้อัดที่บวมน้ำออก เช็ดผนังด้วยน้ำยาทำความสะอาด ขั้นที่สอง ปิดห้องที่ว่างแล้วเปิดเครื่องลดความชื้นและพัดลมหลายวันจนผนังแห้ง ขั้นที่สาม ติดต่อ WHD ส่งรูปห้องทาง LINE เพื่อวางแผนอบโอโซนแปดห้อง ทีมงานยืนยันวันเดินทาง และขอให้ผู้เช่าชั้นล่างออกจากห้องระหว่างการอบ
ทีมงานอบทีละห้อง ห้องละประมาณ 30 นาที แล้วพักห้องและระบายอากาศก่อนแจ้งให้ผู้เช่ากลับเข้าพัก ผู้เช่าที่เคยบ่นเรื่องกลิ่นบอกว่ากลิ่นลดลงมาก ส่วนคุณประเสริฐตัดสินใจติดตั้งช่องระบายอากาศเพิ่มที่ชั้นล่าง เพื่อลดความชื้นสะสมในอนาคต
ข้อคิดจากกรณีนี้คือ การอบโอโซนได้ผลดีที่สุดเมื่อทำหลังจากเอาต้นเหตุของความชื้นออกไปแล้ว และควรวางแผนป้องกันความชื้นในระยะยาวควบคู่กัน
ถาม: WHD มีสาขาในพิษณุโลกไหม
ตอบ: ไม่มี บริษัทตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ลูกค้าในพิษณุโลกติดต่อเพื่อวางแผนบริการได้ และยืนยันการเดินทางทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
ถาม: น้ำท่วมแค่คืบเดียว จำเป็นต้องอบโอโซนไหม
ตอบ: ขึ้นกับว่ามีกลิ่นอับ ราขึ้น หรือมีคนในบ้านที่เป็นภูมิแพ้หรือไม่ น้ำแม้ไม่สูงก็พาเชื้อเข้ามาและทำให้ผนังด้านล่างชื้นได้ ควรประเมินหลังล้างและทำให้แห้งแล้ว
ถาม: อบโอโซนแล้วต้องทาสีใหม่ไหม
ตอบ: ไม่จำเป็นเสมอไป ถ้าผนังแห้งและไม่เสียหาย การอบช่วยลดเชื้อและกลิ่นได้ แต่ถ้ามีคราบหรือสีพอง อาจต้องซ่อมแซมผนังหลังจากผนังแห้งสนิท
ถาม: ระหว่างอบต้องออกจากบ้านนานแค่ไหน
ตอบ: ต้องออกตลอดช่วงอบและช่วงพักห้อง โดยทั่วไปรอบการทำงานประมาณ 30 นาทีต่อโซน ทีมงานจะแจ้งเวลากลับเข้าที่ชัดเจน
ถาม: มีกลิ่นหรือสารเคมีตกค้างไหม
ตอบ: โอโซนสลายเป็นออกซิเจน จึงไม่มีสารเคมีตกค้าง
ถาม: อบโอโซนช่วยป้องกันโรคฉี่หนูได้ไหม
ตอบ: การอบช่วยลดเชื้อในบ้าน แต่ไม่ได้ป้องกันหรือรักษาโรคในร่างกาย ถ้ามีไข้หรือปวดน่องหลังลุยน้ำ ต้องไปพบแพทย์ทันที
บ้าน ทาวน์เฮาส์ หอพัก คอนโด หรือร้านค้าในพิษณุโลก ส่งรูปห้องมาให้ทีมงานประเมิน แล้วยืนยันวันเดินทางกันทางโทรศัพท์หรือ LINE
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
#อบโอโซนพิษณุโลก #น้ำท่วมพิษณุโลก2569 #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมพิษณุโลก #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #กลิ่นอับ #บริการอบโอโซน #โอโซนฆ่าเชื้อ
คำค้นหา: อบโอโซนพิษณุโลก, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมพิษณุโลก, น้ำท่วมพิษณุโลก 2569, กำจัดเชื้อรา พิษณุโลก, กลิ่นอับหลังน้ำท่วม, อบโอโซนหอพัก, บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ, เชื้อโรคที่มากับน้ำท่วม