Last updated: 1 ต.ค. 2569 | 28 จำนวนผู้เข้าชม |
เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของหน่วยงานหรือบุคคลใด)
คุณอรเป็นเจ้าหน้าที่ประจำเคาน์เตอร์งานทะเบียนของสำนักงานเขตแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ปกติเธอรับเรื่องแจ้งเกิด ย้ายที่อยู่ และทำบัตรประชาชนวันละหลายสิบราย แต่ในสัปดาห์หลังน้ำท่วมปลายเดือนกันยายน 2569 โถงชั้นล่างของสำนักงานเขตเต็มไปด้วยผู้คนที่มาด้วยเรื่องเดียวกัน คือมาติดต่อเรื่องความเสียหายจากน้ำท่วม มาขอเอกสารที่หายไปกับน้ำ และมาสอบถามความช่วยเหลือ
หลายคนเดินลุยน้ำมาจากหมู่บ้านที่ยังมีน้ำขัง รองเท้าแตะเปียก กางเกงเปื้อนโคลนถึงเข่า บางคนพาลูกเล็กมาด้วยเพราะโรงเรียนยังปิด บางคนพาพ่อแม่สูงวัยนั่งรถเข็นมาเพื่อยืนยันตัวตน เก้าอี้รอคิวทุกตัวมีคนนั่ง ห้องน้ำสาธารณะชั้นล่างใช้งานไม่หยุด และพื้นโถงต้องถูทุกชั่วโมงแต่ก็ยังมีรอยเท้าโคลนตลอดเวลา
ตัวอาคารเองก็ไม่ได้รอดจากน้ำ ในช่วงที่ฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำเอ่อเข้ามาทางประตูหลังและท่อระบายน้ำ ท่วมห้องเก็บแฟ้มชั้นล่าง ห้องพักเจ้าหน้าที่ และมุมหนึ่งของโถงบริการอยู่สองสามวัน เมื่อน้ำลด แม่บ้านช่วยกันล้างพื้นและเช็ดเคาน์เตอร์ แต่สิ่งที่คุณอรสังเกตได้ในสัปดาห์ต่อมาคือ ห้องเก็บแฟ้มมีกลิ่นอับรุนแรงจนต้องกลั้นหายใจทุกครั้งที่เข้าไปหยิบเอกสาร ผนังด้านล่างเริ่มมีจุดดำ เครื่องปรับอากาศในโถงบริการมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว และเพื่อนร่วมงานสามคนลาป่วยติดกันด้วยอาการไอ เจ็บคอ และท้องเสีย
หัวหน้าฝ่ายเรียกประชุมสั้น ๆ คำถามคือ "เราจะทำอย่างไรให้สถานที่ที่ประชาชนหลายร้อยคนเข้ามาทุกวันปลอดภัยพอ ทั้งสำหรับคนที่มาติดต่อและสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ต้องอยู่ที่นี่ทั้งวัน" ในเวลาเดียวกัน งานบริการก็หยุดไม่ได้ เพราะนี่คือช่วงที่ประชาชนต้องการสำนักงานเขตมากที่สุด
บทความนี้เขียนขึ้นสำหรับผู้บริหารอาคาร เจ้าหน้าที่ฝ่ายอาคารสถานที่ และผู้รับผิดชอบจุดบริการประชาชนทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานเขต ศูนย์บริการประชาชนย่อยในห้างหรือชุมชน จุดรับเรื่องร้องเรียน หรืออาคารหน่วยงานที่เปิดให้ประชาชนเข้ามาติดต่อ ว่าเชื้อโรคและเชื้อราซ่อนอยู่ตรงไหน ทำไมการถูพื้นทุกชั่วโมงยังไม่พอ และการอบโอโซนฆ่าเชื้อนอกเวลาทำการเข้ามาช่วยได้อย่างไร
ตามรายงานข่าว ฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วงวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 ปริมาณราว 300 มิลลิเมตรในเวลาประมาณ 48 ชั่วโมง ทำให้น้ำท่วมทั่วกรุงเทพฯ และเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ฝั่งตะวันออกของเมืองได้รับผลกระทบหนักที่สุด มีการกล่าวถึงพื้นที่อย่างคลองจั่นและบึงกุ่ม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่าคลองเต็มความจุ และการระบายน้ำจะใช้เวลาราว 2 ถึง 3 วันหลังฝนหยุด จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ถนนบางสาย เช่น ถนนศรีบูรพาและถนนลาดพร้าว ยังมีน้ำขังราว 20 ถึง 40 เซนติเมตร
สื่อไทยหลายแห่งเปรียบเทียบเหตุการณ์นี้กับมหาอุทกภัยปี 2554 รายงานธุรกิจฉบับหนึ่งอ้างประมาณการของหอการค้าไทยว่าความเสียหายอาจอยู่ที่ราว 12,300 ล้านบาท และเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตตามรายงานข่าว ซึ่งทำให้หน่วยงานในพื้นที่ต้องทำงานหนักทั้งด้านการช่วยเหลือและการฟื้นฟู
เมื่อทั้งเมืองอยู่ในสถานะพื้นที่ประสบภัย สำนักงานเขตและจุดบริการประชาชนก็กลายเป็นศูนย์กลางของชุมชนโดยปริยาย เป็นที่ที่ประชาชนมาติดต่อเรื่องความเสียหาย ขอเอกสารทดแทน สอบถามข้อมูล และบางแห่งยังเป็นจุดประสานงานหรือจุดรับและแจกจ่ายสิ่งของ ปริมาณคนที่เข้าออกจึงสูงกว่าปกติมาก และคนจำนวนไม่น้อยเพิ่งเดินผ่านน้ำท่วมมา นี่คือเหตุผลที่จุดบริการประชาชนต้องดูแลสุขอนามัยของอาคารเป็นพิเศษในช่วงนี้
จุดบริการประชาชนหลังน้ำท่วมมีแหล่งเชื้อสองทางพร้อมกัน ทางแรกคือตัวอาคารที่เคยถูกน้ำท่วม ซึ่งน้ำที่ไหลเข้ามาผสมน้ำเสีย โคลน และสิ่งปฏิกูล ทิ้งแบคทีเรียและสปอร์เชื้อราไว้ในพื้น ผนัง และวัสดุพรุน ทางที่สองคือผู้คนจำนวนมากที่เดินเข้ามาทุกวัน พร้อมรองเท้าและเสื้อผ้าที่สัมผัสน้ำท่วม และบางคนอาจกำลังป่วยโดยยังไม่รู้ตัว คำแนะนำทั่วไปขององค์การอนามัยโลกและศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกาคือ วัสดุที่เปียกควรทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง เพื่อลดโอกาสที่เชื้อราจะเติบโต
แบคทีเรียและไวรัสทางเดินอาหาร มาจากน้ำเสียและการสัมผัสพื้นผิวร่วมกัน ทำให้เกิดอาการท้องร่วง ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ในอาคารที่มีคนเข้าออกมาก การแพร่ผ่านลูกบิดประตู ราวบันได และปากกาที่ใช้ร่วมกันเกิดได้ง่าย
ไวรัสทางเดินหายใจ เมื่อคนจำนวนมากนั่งรอใกล้กันในห้องปรับอากาศที่ปิด การแพร่เชื้อหวัดและไข้หวัดใหญ่ก็มีโอกาสสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ทุกคนเหนื่อยล้าและพักผ่อนไม่พอจากเหตุน้ำท่วม
เชื้อรา ขึ้นตามผนังด้านล่าง ฝ้าเพดาน และกองเอกสารที่เคยชื้น สปอร์ลอยในอากาศทำให้จาม คัดจมูก คันตา ไอ และกระตุ้นอาการหอบหืด เจ้าหน้าที่ที่ต้องเข้าออกห้องเก็บแฟ้มทั้งวันเป็นกลุ่มที่สัมผัสมากที่สุด
เลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู เป็นความเสี่ยงของประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ลุยน้ำมาทำงานหรือออกพื้นที่ช่วยเหลือ เชื้อเข้าทางบาดแผลหรือผิวที่แช่น้ำนาน อาการสำคัญคือไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง ผู้ที่มีอาการต้องไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งว่าเคยสัมผัสน้ำท่วม จุดบริการประชาชนสามารถช่วยได้ด้วยการติดป้ายแนะนำอาการเหล่านี้ไว้ในโถงรอคิว
ผู้มาติดต่อที่เป็นผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และผู้พิการ มักต้องนั่งรอนานและมีภูมิต้านทานต่ำกว่าคนทั่วไป ส่วนฝั่งเจ้าหน้าที่ คนที่ประจำเคาน์เตอร์ แม่บ้าน และเจ้าหน้าที่ที่ดูแลห้องเอกสาร คือกลุ่มที่สัมผัสเชื้อต่อเนื่องที่สุด
ประชาชนที่ต้องมาติดต่อราชการในช่วงที่บ้านยังเสียหาย ไม่ควรต้องกลับบ้านไปพร้อมอาการป่วยเพิ่ม และเจ้าหน้าที่ที่ทำงานหนักกว่าปกติอยู่แล้ว หากป่วยต่อเนื่องหลายคน งานบริการทั้งหมดจะช้าลงในช่วงที่ประชาชนต้องการมากที่สุด
เมื่อเจ้าหน้าที่ลาป่วยพร้อมกัน คิวจะยาวขึ้น ผู้มาติดต่อต้องรอนานขึ้นในโถงที่อับชื้น และวงจรของการแพร่เชื้อก็ยิ่งหมุนเร็วขึ้น การจัดการพื้นที่ตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นการรักษาความต่อเนื่องของงานบริการไปพร้อมกัน
แฟ้มเอกสารที่ขึ้นราเสี่ยงเสียหายถาวร และการกู้คืนเอกสารสำคัญมีต้นทุนสูง ส่วนผนัง ฝ้า และเฟอร์นิเจอร์ที่ปล่อยให้เชื้อราลามนานจะต้องรื้อเปลี่ยนในพื้นที่ที่กว้างขึ้น ซึ่งหมายถึงงบประมาณซ่อมแซมที่สูงขึ้นตามไปด้วย
จุดบริการประชาชนคือหน้าตาของหน่วยงาน ประชาชนที่เข้ามาแล้วได้กลิ่นอับ เห็นคราบดำบนผนัง หรือเจอห้องน้ำที่ไม่สะอาด ย่อมรู้สึกไม่มั่นใจ ในทางกลับกัน สถานที่ที่สะอาด อากาศดี และมีป้ายแนะนำด้านสุขภาพ ช่วยสื่อสารว่าหน่วยงานใส่ใจทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ แม้ในช่วงวิกฤต
ทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ต่างกลับบ้านไปหาครอบครัว ซึ่งหลายบ้านมีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กที่กำลังรับมือกับบ้านที่เพิ่งถูกน้ำท่วม การลดเชื้อในจุดที่คนจำนวนมากมารวมกันจึงช่วยลดการนำเชื้อกลับบ้านในวงกว้าง
ถูพื้นบ่อย แต่ไม่ได้จัดการต้นตอ การถูพื้นในเวลาทำการเป็นเรื่องจำเป็น แต่จัดการได้เพียงคราบโคลนบนพื้น ไม่ถึงผนังที่เคยแช่น้ำ ห้องเก็บแฟ้ม หรืออากาศในโถง
เช็ดน้ำยาฟอกขาวบนเคาน์เตอร์ ช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวแข็ง แต่กลิ่นคลอรีนในโถงที่คนนั่งรอนานอาจทำให้ผู้สูงอายุและเด็กระคายเคือง และไม่สามารถใช้กับเอกสารหรือเฟอร์นิเจอร์บุผ้าได้
เปิดพัดลมเป่าห้องเก็บแฟ้ม ช่วยให้แห้งเร็วขึ้น แต่ถ้ายังมีแฟ้มที่ขึ้นราอยู่ พัดลมจะพาสปอร์กระจายไปทั่วห้องและติดไปยังแฟ้มอื่น
ฉีดสเปรย์ปรับอากาศในโถงบริการ กลบกลิ่นได้ชั่วคราว แต่ไม่ลดเชื้อ และกลิ่นน้ำหอมเข้มข้นในห้องปิดอาจกระตุ้นอาการแพ้ของผู้มาติดต่อบางคน
ทาสีทับคราบเชื้อราก่อนเปิดบริการเต็มรูปแบบ ทำให้ดูเรียบร้อยเร็ว แต่เชื้อราใต้สียังเติบโตต่อ และมักกลับมาเป็นคราบใหม่ภายในไม่กี่สัปดาห์
จุดบริการประชาชนมีข้อจำกัดอีกข้อหนึ่ง คือไม่สามารถปิดอาคารทั้งหมดเป็นเวลานานได้ ขั้นตอนเสริมที่ใช้ต้องทำได้นอกเวลาทำการ และไม่ทิ้งสารตกค้างที่ส่งผลต่อคนที่จะเข้ามาในเช้าวันถัดไป
ตามข้อมูลบริการของ World Health Disinfection (WHD) โอโซน (O3) จะทำลายโครงสร้างเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงโมเลกุลกลิ่น จากนั้นสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O2) โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง ก๊าซโอโซนกระจายไปทั่วปริมาตรห้อง จึงเข้าถึงอากาศในโถง ซอกหลังตู้เอกสาร และพื้นที่ที่การเช็ดถูทำได้ยาก
ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง บริการผ่านการทดสอบโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek (สหราชอาณาจักร) ในการกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา 99.99% หน่วยงานที่ต้องใช้เอกสารประกอบการพิจารณา สามารถดูได้ที่หน้า เอกสารรับรอง และขอใบเสนอราคาเพื่อดำเนินการตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานเอง
จุดบริการประชาชนไม่ได้มีแค่สำนักงานเขตขนาดใหญ่ ศูนย์บริการย่อยในห้างหรืออาคารชุมชน จุดรับเรื่องร้องเรียน และห้องชั่วคราวที่ใช้คัดแยกและแจกจ่ายสิ่งของช่วยเหลือ มักเป็นห้องขนาดเล็ก ปิดได้ และมีคนใช้งานหนัก ข้อดีคือปิดพื้นที่ได้ง่ายและมักอบเป็นโซนเดียวได้หลังปิดทำการ ห้องเก็บของบริจาคต้องได้รับความใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะสิ่งของ กล่อง และถุงเสื้อผ้าที่ส่งมาจากหลายแหล่งบางครั้งก็ชื้น กองกล่องกระดาษในห้องปิดคือจุดที่เชื้อราชอบเริ่มต้น การรักษาห้องให้แห้ง วางของให้ห่างพื้นและผนัง และอบห้องเปล่าหลังขนย้ายหรือแจกจ่ายสิ่งของแล้ว ช่วยให้พื้นที่ใช้งานได้ต่อเนื่องตลอดหลายสัปดาห์ของการฟื้นฟู
หากอาคารมีการทาสีหรือซ่อมแซมหลังน้ำท่วมและมีกลิ่นสารเคมีค้าง สามารถใช้บริการ อบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมีตกค้าง และสำหรับเคาน์เตอร์ ที่วางแขน และเครื่องกดบัตรคิว สามารถเช็ดระหว่างวันด้วย น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H ตามคำแนะนำบนฉลาก
หมายเหตุ: ผลลัพธ์ขึ้นกับสภาพพื้นที่และการทำความสะอาดก่อนอบ ตารางนี้เป็นตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ
กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์จำลองจากลักษณะงานที่พบบ่อย ไม่ใช่ข้อมูลของหน่วยงานจริง)
หลังการประชุม หัวหน้าฝ่ายของคุณอรมอบหมายให้ฝ่ายอาคารสถานที่ทำแผนฟื้นฟูที่ไม่ต้องหยุดให้บริการ โดยแบ่งเป็นสองสุดสัปดาห์
ระหว่างสัปดาห์ แม่บ้านถูพื้นโถงและเช็ดเคาน์เตอร์ เก้าอี้ เครื่องกดบัตรคิว และลูกบิดประตูเป็นรอบตลอดวัน ตั้งจุดล้างมือและเจลแอลกอฮอล์ที่ทางเข้า ติดป้ายแนะนำให้ผู้ที่มีไข้และปวดน่องหลังลุยน้ำไปพบแพทย์ และจัดที่นั่งให้ผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ใกล้เคาน์เตอร์เพื่อลดเวลานั่งรอ
สุดสัปดาห์แรก เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนสวมถุงมือและหน้ากาก แยกแฟ้มที่เปียกหรือขึ้นราออกจากห้องเก็บเอกสาร เพื่อดำเนินการตามแนวทางการจัดการเอกสารของหน่วยงาน ช่างตัดผนังยิปซัมช่วงล่างที่แช่น้ำออก ล้างพื้น เปิดเครื่องดูดความชื้นต่อเนื่อง และช่างแอร์ล้างเครื่องปรับอากาศทั้งในโถงและห้องเอกสาร
สุดสัปดาห์ที่สอง เมื่อพื้นที่แห้งแล้ว ทีม WHD เข้ามาอบโอโซนเป็นโซน เริ่มจากห้องเก็บแฟ้ม ห้องพักเจ้าหน้าที่ ห้องน้ำ ห้องประชุม และปิดท้ายด้วยโถงบริการ ทุกโซนว่างเปล่า ปิดประตู และติดป้ายห้ามเข้า มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลไม่ให้ใครเข้าพื้นที่ระหว่างอบ หลังครบระยะพักและระบายอากาศ ฝ่ายอาคารสถานที่บันทึกวันที่และโซนที่ดำเนินการไว้เป็นหลักฐาน
เช้าวันจันทร์ คุณอรเข้าห้องเก็บแฟ้มได้โดยไม่ต้องกลั้นหายใจอีก ผู้มาติดต่อรายหนึ่งซึ่งเป็นคุณยายที่มากับหลานพูดขึ้นมาว่า "วันนี้ในนี้หายใจสบายกว่าอาทิตย์ก่อนนะ" ส่วนเพื่อนร่วมงานที่ลาป่วยไป ทยอยกลับมาทำงานหลังได้รับการรักษาจากแพทย์
ไม่จำเป็นต้องปิดในเวลาทำการ การอบโอโซนทำได้นอกเวลาราชการ เช่น ตอนเย็นหลังปิดทำการหรือวันหยุด โดยพื้นที่ที่อบต้องว่างเปล่าและปิดสนิท
ไม่ใช่ เอกสารที่เปียกหรือขึ้นราควรแยกออกไปจัดการตามแนวทางของหน่วยงาน การอบโอโซนคือการดูแลห้องและอากาศหลังจากแยกเอกสารเสียหายออกและทำให้ห้องแห้งแล้ว
รอบการทำงานโดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน ไม่รวมการเตรียมพื้นที่และระยะพักระบายอากาศ จำนวนโซนขึ้นกับขนาดอาคาร
ดูผลทดสอบได้ที่หน้าเอกสารรับรองของบริษัท และขอใบเสนอราคาเพื่อดำเนินการตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับทีมงานโดยตรง
ตามข้อมูลบริการ โอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจนและไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง พื้นที่เปิดใช้หลังครบระยะพักและระบายอากาศตามที่ทีมงานแจ้ง
ได้ บริการครอบคลุมทั้งอาคารขนาดใหญ่และพื้นที่ขนาดเล็ก ทีมงานจะประเมินจำนวนโซนตามขนาดจริง
ต้องไปพบแพทย์และแจ้งว่าเคยสัมผัสน้ำท่วม โดยเฉพาะเมื่อมีไข้สูงและปวดน่อง การอบโอโซนเป็นการดูแลพื้นที่ ไม่ใช่การรักษาโรค
ปรึกษาทีม WHD เพื่อสำรวจอาคาร ขอใบเสนอราคา และวางแผนอบโอโซนนอกเวลาราชการ
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
#อบโอโซน #อบโอโซนฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วมกทม2569 #กำจัดเชื้อรา #อบโอโซนสำนักงานเขต #จุดบริการประชาชน #อาคารราชการหลังน้ำท่วม
คำค้นหา: อบโอโซนสำนักงานเขตหลังน้ำท่วม, ฆ่าเชื้อจุดบริการประชาชน, อบโอโซนอาคารราชการ, กำจัดเชื้อราห้องเก็บเอกสาร, ฆ่าเชื้อโถงรอคิว, ฟื้นฟูสำนักงานหลังน้ำท่วม, น้ำท่วมกทม 2569, อบโอโซนฆ่าเชื้อ