อบโอโซนโรงงานหลังน้ำท่วม: คู่มือฟื้นฟูโรงงาน SME ย่านลาดกระบังหลังน้ำท่วม กทม. 2569 ลดเชื้อโรคและเชื้อราก่อนเปิดไลน์ผลิตอีกครั้ง

Last updated: 1 ต.ค. 2569  |  16 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการอบโอโซน

อบโอโซนโรงงานหลังน้ำท่วม: คู่มือฟื้นฟูโรงงาน SME ย่านลาดกระบังหลังน้ำท่วม กทม. 2569 ลดเชื้อโรคและเชื้อราก่อนเปิดไลน์ผลิตอีกครั้ง

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

เช้าวันจันทร์ที่เครื่องจักรพร้อม แต่คนงานยังไม่กล้าเข้าห้องพัก

คุณวิทย์เป็นเจ้าของโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกขนาดเล็กในซอยแห่งหนึ่งย่านลาดกระบัง มีพนักงานราวสี่สิบคน ทำงานสองกะ ตัวโรงงานเป็นอาคารชั้นเดียวหลังคาสูง ด้านหน้ามีสำนักงานสองชั้น ด้านข้างเป็นห้องล็อกเกอร์ ห้องน้ำพนักงาน และโรงอาหารเล็ก ๆ ที่แม่ครัวมาทำกับข้าวขายทุกวัน ด้านหลังเป็นคลังวัตถุดิบที่วางเม็ดพลาสติกเป็นกระสอบบนพาเลตไม้ และกล่องกระดาษลูกฟูกสำหรับแพ็กสินค้าซ้อนกันสูงเกือบถึงคาน

ช่วงวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 ฝนตกหนักต่อเนื่องจนกรุงเทพฯ หลายพื้นที่จมน้ำ ตามรายงานข่าว ปริมาณฝนสะสมราว 300 มิลลิเมตรในเวลาประมาณ 48 ชั่วโมง และฝั่งตะวันออกของเมืองได้รับผลกระทบหนักที่สุด คุณวิทย์สั่งหยุดไลน์ผลิตตั้งแต่คืนแรกที่น้ำเริ่มเข้าลานจอดรถ พนักงานช่วยกันยกแม่พิมพ์และกล่องเอกสารขึ้นที่สูง แต่น้ำขุ่นที่ไหลมาจากถนนและท่อระบายน้ำยังคงซึมผ่านประตูม้วนเข้ามาทางคลังด้านหลัง ท่วมพื้นห้องล็อกเกอร์และโรงอาหารอยู่หลายวัน

เมื่อน้ำลด ทีมช่างไฟฟ้าตรวจตู้ควบคุมและมอเตอร์จนเครื่องจักรกลับมาเดินได้ ทุกคนโล่งใจ แต่ปัญหาใหม่กลับไม่ได้อยู่ที่เครื่องจักร หัวหน้ากะเดินมาบอกว่าห้องล็อกเกอร์มีกลิ่นอับรุนแรงจนพนักงานหลายคนเลือกเปลี่ยนชุดในห้องน้ำแทน ผนังยิปซัมด้านล่างของห้องพักพนักงานเริ่มมีจุดดำ ๆ ลามขึ้นมาเป็นแนวเหนือคราบน้ำ กล่องกระดาษที่วางชั้นล่างสุดนิ่มยวบและมีฝ้าขาว ส่วนในสำนักงานชั้นล่าง เมื่อเปิดเครื่องปรับอากาศครั้งแรกหลังน้ำลด ลมที่ออกมามีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวคล้ายผ้าเปียกที่หมักไว้นาน

ที่น่ากังวลที่สุดคือลูกค้ารายใหญ่ซึ่งเป็นผู้ผลิตอาหาร โทรมาถามว่าโรงงานจะส่งของรอบถัดไปได้เมื่อไร และขอเอกสารยืนยันว่าพื้นที่ผลิตและคลังผ่านการทำความสะอาดฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมแล้ว เพราะบรรจุภัณฑ์ที่คุณวิทย์ผลิตจะไปสัมผัสอาหารต่อ คุณวิทย์ไม่ได้กังวลแค่เรื่องคำสั่งซื้อ เขากังวลว่าพนักงานที่เดินลุยน้ำมาทำงานในช่วงที่น้ำยังไม่ลด จะมีใครป่วยหรือเปล่า และจะทำอย่างไรให้คนกลับมาทำงานในอาคารที่เพิ่งจมน้ำได้อย่างสบายใจ

เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดกับโรงงานของคุณวิทย์เพียงแห่งเดียว โรงงานขนาดเล็กและขนาดกลางจำนวนมากในฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ต้องเผชิญคำถามเดียวกันหลังน้ำลด นั่นคือ "เครื่องจักรกลับมาแล้ว แต่ตัวอาคารพร้อมให้คนทำงานหรือยัง" บทความนี้จะพาไปดูว่าเชื้อโรคและเชื้อราซ่อนอยู่ตรงไหนในโรงงาน ทำไมวิธีที่ใช้กันบ่อยจึงไม่พอ และการอบโอโซนฆ่าเชื้อเข้ามาช่วยในขั้นตอนไหนของการฟื้นฟู

ภาพรวมน้ำท่วม กทม. ปลายเดือนกันยายน 2569 และเหตุผลที่โรงงานฝั่งตะวันออกต้องระวังเป็นพิเศษ

ตามรายงานข่าว ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องช่วงวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 ทำให้น้ำท่วมขังหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ จนวันที่ 26 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ฝั่งตะวันออกของเมืองเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก มีการกล่าวถึงพื้นที่อย่างคลองจั่นและบึงกุ่ม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ระบุว่าคลองเต็มความจุ และการระบายน้ำจะใช้เวลาราว 2 ถึง 3 วันหลังฝนหยุด จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ถนนบางสาย เช่น ถนนศรีบูรพาและถนนลาดพร้าว ยังมีน้ำขังราว 20 ถึง 40 เซนติเมตร

สื่อไทยหลายสำนักนำเหตุการณ์ครั้งนี้ไปเปรียบเทียบกับมหาอุทกภัยปี 2554 และรายงานธุรกิจฉบับหนึ่งอ้างประมาณการของหอการค้าไทยว่าความเสียหายอาจอยู่ที่ราว 12,300 ล้านบาท ตัวเลขนี้สะท้อนว่าน้ำท่วมครั้งนี้ไม่ได้กระทบแค่บ้านเรือน แต่กระทบภาคธุรกิจโดยตรง ทั้งร้านค้า คลังสินค้า และโรงงานที่ต้องหยุดผลิต เหตุการณ์ยังมีผู้เสียชีวิตตามรายงานข่าว ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจว่าความปลอดภัยของคนต้องมาก่อนทุกอย่าง ทั้งเรื่องไฟฟ้าและการเดินลุยน้ำ

สำหรับโรงงาน SME ในย่านลาดกระบังและพื้นที่ใกล้เคียง สิ่งที่ทำให้ความเสี่ยงหลังน้ำท่วมสูงกว่าบ้านทั่วไปมีอยู่หลายข้อ ข้อแรก อาคารโรงงานมักมีพื้นที่ชั้นล่างกว้าง และมีวัสดุดูดซับน้ำจำนวนมาก เช่น กล่องกระดาษ พาเลตไม้ ผ้าเช็ดเครื่อง ฉนวนหุ้มท่อ ผนังยิปซัม และฝ้าในส่วนสำนักงาน ข้อสอง โรงงานมีคนทำงานใกล้ชิดกันในพื้นที่ปิด ใช้ห้องน้ำ ห้องล็อกเกอร์ และโรงอาหารร่วมกัน หากเชื้อโรคยังตกค้าง โอกาสแพร่ต่อในกลุ่มพนักงานจึงสูง ข้อสาม โรงงานจำนวนมากเป็นห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจอื่น โดยเฉพาะอาหาร เครื่องดื่ม ยา และเครื่องสำอาง ลูกค้าปลายทางจึงคาดหวังมาตรฐานสุขอนามัยที่ตรวจสอบได้

เชื้อโรคและเชื้อราในโรงงานหลังน้ำท่วม มาจากไหน ซ่อนอยู่ตรงไหน

น้ำท่วมในเมืองไม่ใช่น้ำฝนสะอาด แต่เป็นน้ำที่ผสมกับน้ำจากท่อระบายน้ำ น้ำเสียจากบ่อเกรอะ ดินโคลน ขยะ น้ำมันจากถนน และสิ่งขับถ่ายของสัตว์ เมื่อน้ำแบบนี้ไหลเข้าโรงงานและท่วมขังหลายวัน มันจะนำแบคทีเรีย ไวรัส และสปอร์เชื้อราเข้ามาฝังในทุกพื้นผิวที่สัมผัส และเมื่อน้ำลดแล้ว ความชื้นที่ยังเหลือในวัสดุกับอากาศร้อนชื้นของกรุงเทพฯ ก็เป็นสภาพที่เชื้อราชอบที่สุด องค์การอนามัยโลกและศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกาแนะนำตรงกันว่า หากไม่ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง เชื้อรามีโอกาสเริ่มเติบโตบนวัสดุที่เปียก

จุดเสี่ยงในโรงงาน SME ที่มักถูกมองข้าม

  • ห้องล็อกเกอร์และห้องเปลี่ยนชุด ตู้เหล็กที่ด้านล่างเป็นสนิม รองเท้าเซฟตี้ที่ทิ้งไว้ในตู้ ผ้าขนหนูและชุดทำงานที่เปียกน้ำ เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียและเชื้อราที่ส่งกลิ่นอับได้นานหลายสัปดาห์
  • ห้องน้ำและห้องอาบน้ำพนักงาน น้ำท่วมอาจดันน้ำเสียจากท่อย้อนขึ้นมา ทำให้พื้น ผนังกระเบื้อง และร่องยาแนวปนเปื้อนเชื้อจากอุจจาระ
  • โรงอาหารและห้องพักพนักงาน โต๊ะ เก้าอี้ ตู้เย็น ชั้นวางภาชนะ และผนังด้านล่าง เป็นพื้นที่ที่คนสัมผัสบ่อยและเกี่ยวข้องกับอาหารโดยตรง
  • คลังวัตถุดิบและคลังบรรจุภัณฑ์ กล่องกระดาษลูกฟูก กระดาษรองพาเลต และพาเลตไม้ดูดน้ำได้ดีมาก หากวางชิดผนังหรือชิดพื้น เชื้อราจะขึ้นจากด้านที่มองไม่เห็นก่อน
  • สำนักงานชั้นล่าง ผนังยิปซัม ฝ้าเพดาน พรม เก้าอี้บุผ้า และแฟ้มเอกสาร เป็นวัสดุที่เชื้อราชอบ และมักอยู่ในห้องปรับอากาศที่ปิดสนิท
  • ท่อลมและเครื่องปรับอากาศ แผ่นกรอง ถาดน้ำทิ้ง และขดลวดเย็นที่ได้รับความชื้นต่อเนื่อง อาจกลายเป็นจุดที่กระจายสปอร์และกลิ่นอับไปทั่วห้องทุกครั้งที่เปิดเครื่อง
  • ห้องควบคุมคุณภาพหรือห้องตรวจสอบสินค้า หากเป็นห้องปิดชั้นล่าง ความชื้นที่ค้างอยู่อาจกระทบทั้งความสะอาดและความน่าเชื่อถือของการตรวจสอบ

เชื้อหลักที่ควรรู้จัก

แบคทีเรียจากน้ำเสียและอุจจาระ เช่น กลุ่มที่ทำให้เกิดโรคท้องร่วงและอาหารเป็นพิษ แพร่ผ่านมือที่สัมผัสพื้นผิวปนเปื้อนแล้วนำเข้าปาก โดยเฉพาะในโรงอาหารและห้องพักพนักงาน อาการที่พบบ่อยคือถ่ายเหลว ปวดท้อง คลื่นไส้ และมีไข้

เลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู เชื้อนี้มาจากปัสสาวะของหนูและสัตว์อื่นที่ปนอยู่ในน้ำท่วม เข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน พนักงานที่เดินลุยน้ำมาทำงาน หรือช่วยขนของในช่วงน้ำยังไม่ลด เป็นกลุ่มเสี่ยงโดยตรง อาการสำคัญคือไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง ใครมีอาการแบบนี้หลังลุยน้ำต้องไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งว่าเคยสัมผัสน้ำท่วม การอบโอโซนไม่ใช่การรักษาโรคนี้

ไวรัสทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ เมื่อคนจำนวนมากกลับมาทำงานพร้อมกันในอาคารที่อับชื้น ใช้ห้องน้ำและโรงอาหารร่วมกัน การแพร่ของไวรัสจากคนสู่คนผ่านพื้นผิวที่สัมผัสบ่อยก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

เชื้อรา เช่น เชื้อราที่ขึ้นเป็นจุดดำบนผนังและฝ้า หรือเป็นฝ้าขาวเขียวบนกล่องกระดาษและไม้ สปอร์ของเชื้อราลอยในอากาศได้ง่าย ทำให้เกิดอาการจาม คัดจมูก คันตา ไอ และอาจกระตุ้นอาการหอบหืดในผู้ที่เป็นอยู่เดิม

ใครในโรงงานเสี่ยงที่สุด

พนักงานที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต โรคปอด หรือหอบหืด พนักงานที่ตั้งครรภ์ พนักงานสูงวัย และพนักงานที่มีแผลที่เท้าหรือขา เป็นกลุ่มที่ควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ นอกจากนี้ แม่ครัวและคนที่ทำงานในโรงอาหาร พนักงานทำความสะอาด และพนักงานคลังที่ต้องยกกล่องเปียก ก็สัมผัสเชื้อมากกว่าคนอื่น ผู้ประกอบการควรจัดอุปกรณ์ป้องกันให้ครบ และกำหนดให้คนกลุ่มเสี่ยงไม่ต้องเข้าพื้นที่ที่ยังไม่ผ่านการทำความสะอาด

ผลกระทบที่เจ้าของโรงงานต้องเจอ ถ้าปล่อยเชื้อโรคและเชื้อราไว้

ด้านสุขภาพของพนักงาน

เมื่อพนักงานกลับมาทำงานในอาคารที่ยังอับชื้น อาการที่มักเกิดก่อนคือคัดจมูก ไอ ระคายคอ ปวดศีรษะ และผื่นคัน แต่ถ้ามีการปนเปื้อนจากน้ำเสียในห้องน้ำหรือโรงอาหาร อาจเกิดอาการท้องร่วงเป็นกลุ่มได้ อาการเหล่านี้อาจไม่รุนแรงในแต่ละคน แต่เมื่อเกิดพร้อมกันหลายคน การผลิตก็สะดุดทันที

ด้านการเงินและเวลา

โรงงานที่หยุดผลิตมาหลายวันแล้ว ย่อมอยากเร่งกลับมาเดินไลน์ให้เร็วที่สุด แต่ถ้าเปิดไลน์โดยที่อาคารยังมีปัญหา การลาป่วยที่ตามมา งานแก้ไขซ้ำ และวัตถุดิบที่เสียเพิ่มเพราะเชื้อราลาม อาจทำให้ต้นทุนสูงกว่าการทำให้ถูกตั้งแต่ต้น กล่องบรรจุภัณฑ์ที่ขึ้นราต้องทิ้งทั้งล็อต และหากสินค้าที่ส่งออกไปแล้วมีกลิ่นอับหรือมีคราบเชื้อรา ต้นทุนการเรียกคืนและการเสียโอกาสยิ่งสูง

ด้านความน่าเชื่อถือกับลูกค้า

โรงงาน SME จำนวนมากอยู่ได้เพราะความไว้ใจของลูกค้าไม่กี่ราย หากลูกค้าเข้ามาตรวจเยี่ยมหลังน้ำท่วมแล้วพบกลิ่นอับ คราบดำบนผนัง หรือกล่องที่มีฝ้าขาว ความไว้ใจที่สร้างมาหลายปีอาจลดลงในวันเดียว โดยเฉพาะลูกค้าในธุรกิจอาหารที่มีระบบตรวจสอบซัพพลายเออร์เข้มงวด เอกสารที่แสดงว่าโรงงานได้ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ และฟื้นฟูพื้นที่อย่างเป็นระบบ จึงมีค่ามากในช่วงนี้

ด้านขวัญกำลังใจและครอบครัวของพนักงาน

พนักงานหลายคนเองก็ประสบภัยที่บ้านเช่นกัน พวกเขากลับมาทำงานพร้อมความเหนื่อยล้าและความกังวล ถ้าที่ทำงานเหม็นอับและดูไม่ปลอดภัย ความรู้สึกว่า "บริษัทไม่ได้ใส่ใจ" จะเกิดขึ้นง่ายมาก ในทางกลับกัน หากเจ้าของโรงงานลงทุนทำให้ห้องพัก ห้องน้ำ และโรงอาหารสะอาดและปลอดภัยก่อนเรียกทุกคนกลับ นั่นคือสัญญาณที่พนักงานรับรู้ได้ทันที และยังช่วยลดโอกาสที่พนักงานจะนำเชื้อกลับไปบ้านหาลูกหลานหรือผู้สูงอายุในครอบครัว

ทำไมวิธีที่โรงงานมักใช้กันจึงยังไม่พอ

หลังน้ำลด โรงงานส่วนใหญ่รีบทำสิ่งที่ทำได้ทันที ซึ่งเป็นเรื่องถูกต้องและจำเป็น แต่หลายวิธีมีข้อจำกัดที่ควรรู้ไว้

ฉีดน้ำแรงดันสูงแล้วจบ การฉีดน้ำช่วยไล่โคลนได้ดี แต่ถ้าไม่ตามด้วยการทำให้แห้ง น้ำที่ฉีดเข้าไปในร่องผนัง ใต้ตู้ และในวัสดุพรุน กลับเพิ่มความชื้นให้เชื้อราเติบโตต่อ

เช็ดน้ำยาฟอกขาวเฉพาะพื้นผิวที่มองเห็น น้ำยาฟอกขาวช่วยฆ่าเชื้อบนพื้นผิวแข็งที่เรียบได้ แต่ซึมเข้าไปในวัสดุพรุนอย่างยิปซัม ไม้ หรือกระดาษได้จำกัด และไม่ถึงอากาศในห้อง ซอกหลังตู้ล็อกเกอร์ หรือเหนือฝ้า นอกจากนี้ยังมีกลิ่นแรงและเป็นอันตรายถ้าผสมกับน้ำยาทำความสะอาดชนิดอื่น

เปิดพัดลมอุตสาหกรรมเป่าทั้งวัน พัดลมช่วยให้ผิวหน้าแห้งเร็ว แต่ก็พัดสปอร์เชื้อราให้ลอยกระจายไปทั่วอาคาร ถ้ายังไม่ได้รื้อวัสดุที่ขึ้นราออกก่อน

ฉีดสเปรย์ปรับอากาศหรือจุดน้ำหอม เป็นเพียงการกลบกลิ่น ไม่ได้ลดเชื้อที่เป็นต้นเหตุ เมื่อกลิ่นหอมหมด กลิ่นอับก็กลับมา

ทาสีทับรอยเชื้อรา เป็นวิธีที่หลายแห่งทำเพื่อให้พร้อมรับลูกค้าเข้าตรวจเร็ว ๆ แต่เชื้อราใต้สียังมีชีวิต และมักดันสีให้พองหรือขึ้นเป็นจุดใหม่ภายในไม่กี่สัปดาห์

ข้อจำกัดร่วมของวิธีเหล่านี้คือ จัดการได้เฉพาะสิ่งที่มองเห็นและเอื้อมถึง แต่โรงงานมีพื้นที่และช่องว่างจำนวนมากที่มือคนเช็ดไม่ถึง และมีอากาศปริมาตรสูงที่เชื้อและสปอร์ลอยอยู่ ตรงนี้เองที่การอบโอโซนเข้ามาเป็นขั้นตอนเสริมหลังจากล้างและทำให้แห้งแล้ว

บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อของ WHD ช่วยโรงงานได้อย่างไร

โอโซน หรือ O3 เป็นก๊าซที่มีความสามารถในการออกซิไดซ์สูง ตามข้อมูลบริการของ World Health Disinfection (WHD) โอโซนจะเข้าไปทำลายโครงสร้างเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงโมเลกุลของกลิ่น จากนั้นจะสลายกลับเป็นออกซิเจน (O2) โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง ข้อดีสำคัญของการใช้ก๊าซคือสามารถกระจายไปทั่วปริมาตรห้อง เข้าถึงซอกมุม ช่องว่างหลังตู้ และพื้นที่ที่การเช็ดถูทำได้ยาก

ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง บริการนี้ผ่านการทดสอบโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ Intertek (สหราชอาณาจักร) ในการกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา 99.99% ผู้ที่ต้องการดูรายละเอียดสามารถดูได้ที่หน้า เอกสารรับรอง ของบริษัท ซึ่งมีประโยชน์สำหรับโรงงานที่ต้องแนบหลักฐานให้ลูกค้าหรือผู้ตรวจประเมิน

ขั้นตอนการทำงานในโรงงาน

  1. สำรวจและแบ่งโซน ทีมงานเดินดูพื้นที่ร่วมกับเจ้าของหรือผู้จัดการโรงงาน แบ่งเป็นโซน เช่น สำนักงาน ห้องล็อกเกอร์ ห้องน้ำ โรงอาหาร ห้องควบคุมคุณภาพ และคลัง เพื่อจัดลำดับและประเมินขนาดงาน
  2. ตรวจความพร้อมก่อนอบ ยืนยันว่าพื้นที่ได้ขนโคลนออก ล้าง และทำให้แห้งแล้ว วัสดุที่ขึ้นราหนักได้รื้อทิ้งแล้ว ไม่มีน้ำขัง และไม่มีอาหารเปิดทิ้งไว้
  3. เคลียร์คนและปิดพื้นที่ พื้นที่ที่จะอบต้องว่างเปล่า ไม่มีพนักงาน ไม่มีสัตว์ และไม่มีต้นไม้ ปิดประตูหน้าต่าง และติดป้ายห้ามเข้า
  4. ปล่อยโอโซนและคงระยะสัมผัส รอบการทำงานโดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน ครอบคลุมการเติมโอโซนเข้าสู่พื้นที่และระยะเวลาสัมผัส
  5. พักพื้นที่และระบายอากาศ ปล่อยให้โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน แล้วเปิดระบายอากาศ ก่อนอนุญาตให้คนกลับเข้าพื้นที่
  6. ส่งมอบพื้นที่และแนะนำการดูแลต่อ ทีมงานแนะนำวิธีควบคุมความชื้น การจัดวางสินค้า และการทำความสะอาดประจำวันเพื่อลดโอกาสที่เชื้อรากลับมา

สำหรับโรงงาน ข้อดีที่ใช้งานได้จริงคือสามารถวางแผนทำเป็นโซนในวันหยุดหรือช่วงที่ไม่มีกะทำงาน ไม่ต้องหยุดทั้งโรงงานพร้อมกัน และเมื่อพื้นที่ผ่านการพักและระบายอากาศแล้วก็กลับมาใช้งานได้ ไม่มีสารเคมีเหลือบนโต๊ะอาหารหรือบนพื้นผิวที่ต้องล้างออกอีกรอบ

หากโรงงานของคุณมีปัญหากลิ่นสารเคมีจากการทาสีหรือทาอีพ็อกซี่พื้นใหม่หลังน้ำท่วมด้วย WHD มีบริการ อบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมีตกค้าง แยกต่างหาก และสำหรับพื้นผิวที่สัมผัสบ่อย สามารถใช้ร่วมกับ น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H ตามคำแนะนำบนฉลาก

10 เหตุผลที่โรงงาน SME ย่านลาดกระบังควรอบโอโซนก่อนเรียกพนักงานกลับเต็มกำลัง

  1. เข้าถึงพื้นที่ที่มือเช็ดไม่ถึง ก๊าซโอโซนกระจายไปหลังตู้ล็อกเกอร์ ใต้ชั้นวาง และมุมเพดานสูงที่ผ้าและไม้ถูพื้นเข้าไม่ถึง
  2. ลดเชื้อในอากาศ ไม่ใช่แค่บนพื้นผิว สปอร์เชื้อราและเชื้อที่ลอยอยู่ในห้องปิดจะสัมผัสกับโอโซนโดยตรง ต่างจากการเช็ดที่ทำได้เฉพาะพื้นผิว
  3. ไม่ทิ้งสารตกค้าง โอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจน เหมาะกับโรงอาหาร ห้องพัก และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์อาหาร ดูรายละเอียดเพิ่มได้ที่หน้า บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ
  4. ทำเป็นโซนได้ ไม่ต้องหยุดทั้งโรงงาน รอบละประมาณ 30 นาทีต่อโซน จึงจัดตารางในวันหยุดหรือระหว่างเปลี่ยนกะได้
  5. มีผลทดสอบรองรับ ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง ผ่านการทดสอบโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek (สหราชอาณาจักร) กำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา 99.99%
  6. ช่วยลดกลิ่นอับที่ต้นเหตุ โอโซนทำลายโมเลกุลกลิ่นแทนการกลบกลิ่น ห้องล็อกเกอร์และสำนักงานจึงไม่ต้องพึ่งน้ำหอม
  7. เป็นหลักฐานการดูแลที่เล่าให้ลูกค้าฟังได้ โรงงานสามารถบันทึกวันที่ โซน และขั้นตอนการทำงาน เพื่อแนบในรายงานการฟื้นฟูหลังน้ำท่วมให้ลูกค้าหรือผู้ตรวจประเมิน
  8. ดูแลพนักงานกลุ่มเสี่ยง พนักงานที่เป็นภูมิแพ้ หอบหืด หรือตั้งครรภ์ ได้กลับมาทำงานในอากาศที่ดีขึ้น หลังจากที่ได้ล้าง ทำให้แห้ง และอบโอโซนครบขั้นตอน
  9. ลดโอกาสที่เชื้อราจะลามไปยังวัตถุดิบและกล่องใหม่ เมื่อพื้นที่คลังผ่านการทำความสะอาด ทำให้แห้ง และอบแล้ว กล่องล็อตใหม่ที่นำเข้ามาก็มีโอกาสปนเปื้อนน้อยลง
  10. ทีมงานมืออาชีพพร้อมคำแนะนำหลังบริการ ได้แผนดูแลความชื้นและการทำความสะอาดต่อเนื่อง พร้อมโปรโมชันรับฟรีสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์เมื่อใช้บริการอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป สอบถามได้ที่ หน้าบริการ

ก่อนและหลัง: โรงงานที่ฟื้นฟูแบบครบขั้นตอน

ก่อนฟื้นฟู

  • ห้องล็อกเกอร์มีกลิ่นอับ พนักงานไม่อยากเปลี่ยนชุด
  • ผนังยิปซัมช่วงล่างมีจุดดำเหนือคราบน้ำ
  • กล่องกระดาษชั้นล่างนิ่มและมีฝ้าขาว
  • เครื่องปรับอากาศในสำนักงานเป่าลมกลิ่นเหม็นเปรี้ยว
  • โรงอาหารมีคราบโคลนตามขาโต๊ะและมุมผนัง
  • ลูกค้าขอเอกสารยืนยันการฟื้นฟู แต่ยังไม่มีอะไรให้แสดง

หลังฟื้นฟูครบขั้นตอน

  • ห้องล็อกเกอร์สะอาด แห้ง และกลิ่นอับลดลงอย่างชัดเจน
  • รื้อยิปซัมช่วงที่เสียหาย เปลี่ยนใหม่หลังโครงแห้งสนิท
  • ทิ้งกล่องที่เสียหาย จัดคลังใหม่บนพาเลตห่างผนัง
  • ล้างเครื่องปรับอากาศ เปลี่ยนแผ่นกรอง แล้วอบโอโซนทั้งห้อง
  • โรงอาหารผ่านการล้าง ฆ่าเชื้อพื้นผิว และอบโอโซน
  • มีบันทึกขั้นตอน วันที่ และโซนที่ทำ แนบให้ลูกค้าได้

หมายเหตุ: ผลลัพธ์ขึ้นกับสภาพพื้นที่และการทำความสะอาดก่อนอบ ตารางนี้เป็นตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ

กรณีตัวอย่าง: แผนฟื้นฟูสามวันของโรงงานบรรจุภัณฑ์

กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์จำลองจากลักษณะงานที่พบบ่อย ไม่ใช่รีวิวของลูกค้าจริง)

กลับมาที่คุณวิทย์ หลังจากคุยกับลูกค้าและหัวหน้ากะ เขาตัดสินใจว่าจะไม่เรียกพนักงานกลับครบทุกคนในวันจันทร์ แต่จะให้ทีมเล็กเข้ามาทำความสะอาดก่อน และวางแผนเป็นสามวัน

วันแรก ทีมพนักงานที่สวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง และหน้ากาก ขนโคลนออกจากคลังและห้องล็อกเกอร์ คัดกล่องกระดาษที่เปียกทิ้งทั้งหมด แยกเม็ดพลาสติกที่กระสอบเสียหายออกมาตรวจ ถอดแผ่นกรองเครื่องปรับอากาศทุกตัว และตัดผนังยิปซัมช่วงล่างที่มีคราบน้ำออกประมาณครึ่งเมตร เพื่อให้โครงด้านในแห้ง

วันที่สอง ล้างพื้นด้วยน้ำยาทำความสะอาด เช็ดตู้ล็อกเกอร์ โต๊ะโรงอาหาร และพื้นผิวในห้องน้ำ จากนั้นเปิดประตูม้วนและใช้เครื่องดูดความชื้นกับพัดลมเป่าให้แห้ง โดยรื้อของที่ขึ้นราออกไปก่อนแล้วจึงเปิดพัดลม ช่างแอร์เข้ามาล้างขดลวดและถาดน้ำทิ้ง

วันที่สาม ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ ไม่มีกะทำงาน ทีม WHD เข้ามาอบโอโซนเป็นโซน เริ่มจากสำนักงาน ห้องล็อกเกอร์ ห้องน้ำ และโรงอาหาร ตามด้วยคลังด้านหลัง ทุกโซนปิดประตู ติดป้ายห้ามเข้า และไม่มีคนอยู่ข้างในระหว่างอบ หลังพักพื้นที่และเปิดระบายอากาศ หัวหน้ากะเดินตรวจพร้อมกับคุณวิทย์ แล้วบันทึกวันที่และโซนที่ทำไว้ในรายงานฟื้นฟู

เช้าวันจันทร์ถัดมา พนักงานกลับมาเปลี่ยนชุดในห้องล็อกเกอร์ตามปกติ คุณวิทย์ส่งรายงานการฟื้นฟูให้ลูกค้าพร้อมรูปภาพก่อนและหลัง ส่วนพนักงานที่บอกว่ามีไข้และปวดน่องหลังลุยน้ำในสัปดาห์ก่อน เขาให้ลาไปพบแพทย์ก่อน โดยไม่ต้องห่วงเรื่องการหักเงิน สิ่งที่คุณวิทย์บอกทีมงานในวันนั้นคือ "เราซ่อมเครื่องจักรได้ แต่ถ้าคนป่วยหรือไม่อยากทำงานที่นี่ เราจะไปต่อไม่ได้"

เช็กลิสต์ฟื้นฟูโรงงานหลังน้ำท่วม ก่อนและหลังอบโอโซน

ความปลอดภัยต้องมาก่อน

  • ตัดไฟในส่วนที่ถูกน้ำท่วมจนกว่าช่างไฟฟ้าจะตรวจตู้ควบคุม เต้ารับ และมอเตอร์ อย่าเปิดสวิตช์ขณะยืนบนพื้นเปียก
  • ตรวจถังแก๊สในโรงอาหาร สารเคมี น้ำมัน และตัวทำละลาย ว่ามีรั่วหรือถูกน้ำพัดไปหรือไม่
  • ให้ทุกคนที่ทำความสะอาดสวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง หน้ากาก และแว่นตา ปิดแผลให้มิดชิด

ก่อนอบโอโซน

  • ขนโคลนและขยะออกให้หมด ล้างพื้นและผนังด้วยน้ำยาทำความสะอาด
  • ทิ้งกล่องกระดาษ กระดาษรองพาเลต และวัสดุพรุนที่จมน้ำหรือขึ้นรา
  • รื้อผนังยิปซัม ฉนวน และฝ้าที่เปียกน้ำหรือมีเชื้อราลาม
  • ล้างเครื่องปรับอากาศ ถาดน้ำทิ้ง และเปลี่ยนแผ่นกรอง
  • ทำให้แห้งด้วยการระบายอากาศ เครื่องดูดความชื้น และพัดลม โดยรื้อวัสดุที่ขึ้นราออกก่อน
  • เก็บอาหาร ยา และสิ่งของส่วนตัวของพนักงานออกจากพื้นที่ แจ้งทีมงานเรื่องวัสดุหรืออุปกรณ์ที่อ่อนไหวเป็นพิเศษ
  • วางแผนโซนและวันเวลาที่ไม่มีคนทำงาน แจ้งพนักงานล่วงหน้า

ระหว่างอบ

  • ห้ามคน สัตว์ หรือต้นไม้อยู่ในพื้นที่ ติดป้ายห้ามเข้าและล็อกประตู
  • มอบหมายผู้ประสานงานของโรงงานหนึ่งคนคอยดูแลไม่ให้มีใครเข้าพื้นที่โดยไม่ตั้งใจ

หลังอบ

  • กลับเข้าพื้นที่หลังครบระยะพักและระบายอากาศตามที่ทีมงานแจ้งเท่านั้น
  • ควบคุมความชื้นต่อเนื่อง จัดวางกล่องและพาเลตให้ห่างผนังและยกสูงจากพื้น
  • เช็ดพื้นผิวที่สัมผัสบ่อยเป็นประจำ เช่น ลูกบิด โต๊ะอาหาร ก๊อกน้ำ และราวบันได
  • บันทึกวันที่ โซน และขั้นตอนทั้งหมดเป็นรายงานฟื้นฟูสำหรับลูกค้าและผู้ตรวจประเมิน
  • เฝ้าดูอาการพนักงาน ใครมีไข้ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง ท้องร่วง หรือมีแผลอักเสบ ให้ไปพบแพทย์ทันที

คำถามที่พบบ่อยเรื่องอบโอโซนโรงงานหลังน้ำท่วม

1. อบโอโซนแทนการล้างและทำความสะอาดได้ไหม

ไม่ได้ การอบโอโซนเป็นขั้นตอนหลังจากขนโคลน ล้าง และทำให้แห้งแล้วเท่านั้น โคลนและคราบสกปรกที่หนาจะบังเชื้อไว้ และวัสดุที่ยังเปียกจะทำให้เชื้อรากลับมาได้อีก

2. ระหว่างอบ พนักงานทำงานในโซนอื่นได้ไหม

พื้นที่ที่กำลังอบต้องว่างเปล่าและปิดสนิท ส่วนโซนอื่นที่แยกขาดจากกันอย่างชัดเจนอาจทำงานได้ ขึ้นกับผังอาคารและการประเมินของทีมงาน แต่ทางที่ดีที่สุดคือทำในวันหยุดหรือช่วงที่ไม่มีกะ

3. ใช้เวลานานแค่ไหน

รอบการทำงานโดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน ไม่รวมเวลาเตรียมพื้นที่และระยะพักระบายอากาศ จำนวนโซนขึ้นกับขนาดและผังของโรงงาน ทีมงานจะประเมินให้หลังสำรวจ

4. วัตถุดิบและสินค้าที่ยังไม่เสียหายต้องขนออกไหม

อาหาร ยา และสิ่งของที่พนักงานจะบริโภคควรเก็บออก วัตถุดิบหรือวัสดุบางประเภทที่อ่อนไหวควรแจ้งทีมงานก่อนเพื่อประเมินร่วมกัน ส่วนกล่องหรือวัสดุที่จมน้ำแล้วควรคัดทิ้งก่อนอบ ไม่ใช่เก็บไว้แล้วหวังให้โอโซนช่วย

5. มีเอกสารให้ลูกค้าหรือผู้ตรวจประเมินไหม

บริษัทมีหน้าเอกสารรับรองให้ดูผลทดสอบ และโรงงานสามารถบันทึกวันที่ โซน และขั้นตอนการทำงานเพื่อประกอบรายงานการฟื้นฟู สอบถามรายละเอียดเอกสารที่ต้องการได้กับทีมงานโดยตรง

6. ถ้าพนักงานป่วยหลังลุยน้ำ อบโอโซนช่วยได้ไหม

การอบโอโซนเป็นการดูแลพื้นที่ ไม่ใช่การรักษาโรค พนักงานที่มีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ ท้องร่วง หรือแผลอักเสบ ต้องไปพบแพทย์ และแจ้งแพทย์ว่าเคยสัมผัสน้ำท่วม

7. มีโปรโมชันไหม

ปัจจุบันมีโปรโมชันรับฟรีสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ เมื่อใช้บริการอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป สอบถามเงื่อนไขล่าสุดได้ทางโทรศัพท์หรือ LINE

ให้โรงงานพร้อมทั้งเครื่องจักรและคน

ปรึกษาทีม WHD เพื่อสำรวจพื้นที่และวางแผนอบโอโซนเป็นโซน ในวันที่ไม่กระทบไลน์ผลิต

นัดสำรวจและอบโอโซนโรงงาน

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#อบโอโซน #อบโอโซนฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วมกทม2569 #กำจัดเชื้อรา #อบโอโซนโรงงาน #โรงงานลาดกระบัง #SMEหลังน้ำท่วม

คำค้นหา: อบโอโซนโรงงานหลังน้ำท่วม, ฆ่าเชื้อโรงงานหลังน้ำท่วม, โรงงานลาดกระบังน้ำท่วม, กำจัดเชื้อราในโรงงาน, อบโอโซนห้องล็อกเกอร์, ฟื้นฟูโรงงาน SME หลังน้ำท่วม, น้ำท่วมกทม 2569, อบโอโซนฆ่าเชื้อ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้