อบโอโซนรถแท็กซี่และรถเรียกผ่านแอปหลังลุยน้ำท่วม กทม. 2569: จัดการเชื้อรา แบคทีเรีย และกลิ่นอับในพรม เบาะ และระบบแอร์ ก่อนรับผู้โดยสารคนต่อไป

Last updated: 1 ต.ค. 2569  |  71 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อบโอโซนรถแท็กซี่และรถเรียกผ่านแอปหลังลุยน้ำท่วม กทม. 2569: จัดการเชื้อรา แบคทีเรีย และกลิ่นอับในพรม เบาะ และระบบแอร์ ก่อนรับผู้โดยสารคนต่อไป

อบโอโซนรถแท็กซี่และรถเรียกผ่านแอปหลังลุยน้ำท่วม กทม. 2569: จัดการเชื้อรา แบคทีเรีย และกลิ่นอับในพรม เบาะ และระบบแอร์ ก่อนรับผู้โดยสารคนต่อไป

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

ผู้โดยสารคนที่สามของวันเปิดกระจกตั้งแต่ขึ้นรถ

พี่ชัยขับแท็กซี่มาสิบห้าปี รถคันปัจจุบันเป็นรถเก๋งสีเขียวเหลืองที่ผ่อนกับสหกรณ์ ส่วนน้องเบียร์ ลูกชายวัยยี่สิบหก ใช้รถเก๋งส่วนตัวขับรับงานผ่านแอปเรียกรถหลังเลิกงานประจำ ทั้งคู่อาศัยอยู่ในชุมชนฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ และหารายได้จากถนนสายเดียวกันทุกวัน

ช่วงวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 ฝนตกหนักต่อเนื่อง ตามรายงานข่าว ปริมาณฝนราว 300 มิลลิเมตรในเวลาประมาณ 48 ชั่วโมงทำให้น้ำท่วมทั่วกรุงเทพฯ จนกรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยเมื่อวันที่ 26 กันยายน ผู้โดยสารจำนวนมากติดค้างอยู่ตามป้ายรถเมล์และหน้าอาคารสำนักงาน ความต้องการรถพุ่งสูง พี่ชัยกับน้องเบียร์ต่างออกไปรับงานแม้ถนนหลายช่วงมีน้ำขัง

บ่ายวันหนึ่ง น้ำบนถนนสายหนึ่งลึกกว่าที่คิด น้ำซึมเข้ามาทางขอบประตูและพื้นรถของพี่ชัย พรมฝั่งคนขับเปียกชุ่ม ถาดรองเท้ามีน้ำขุ่นขังอยู่ ส่วนรถของน้องเบียร์ น้ำเข้าท้ายรถจนกล่องเก็บของและผ้าสำรองเปียก ทั้งคู่ขับต่อจนจบวันเพราะไม่อยากเสียรายได้

สามวันหลังจากนั้น ถึงแม้ทั้งคู่จะเอาพรมยางออกมาล้าง ตากแดด และแขวนน้ำหอมใหม่ แต่ทุกครั้งที่เปิดแอร์ กลิ่นอับคล้ายผ้าเปียกที่ลืมไว้ในถังซักผ้ายังพุ่งออกมาจากช่องลม ผู้โดยสารคนที่สามของวันเปิดกระจกตั้งแต่ขึ้นรถ อีกคนถามว่า "รถเพิ่งลุยน้ำมาใช่ไหมครับ" ส่วนน้องเบียร์ได้คะแนนรีวิวต่ำพร้อมความเห็นสั้น ๆ ว่ารถมีกลิ่น พี่ชัยเองเริ่มคัดจมูกและจามทุกเช้าที่ขึ้นรถ ทั้งที่ไม่เคยเป็นภูมิแพ้มาก่อน

เรื่องของพี่ชัยและน้องเบียร์เกิดขึ้นกับคนขับรถรับจ้างจำนวนมากในกรุงเทพฯ หลังน้ำท่วมครั้งนี้ บทความนี้จะอธิบายว่าห้องโดยสารรถที่ลุยน้ำซ่อนอะไรไว้ ทำไมการล้างและตากธรรมดาจึงไม่จบ และลำดับขั้นตอนที่ถูกต้อง ตั้งแต่ตรวจสภาพรถ ถอดล้าง ทำให้แห้ง ฆ่าเชื้อ ไปจนถึงการอบโอโซนในห้องโดยสารที่ว่างเปล่า

ห้องโดยสารรถหลังลุยน้ำ: พื้นที่ปิดเล็ก ๆ ที่ชื้น อุ่น และมีคนเปลี่ยนเข้าออกทั้งวัน

รถยนต์เป็นพื้นที่ปิดขนาดเล็กที่ใต้พรมมีแผ่นซับเสียงและฉนวนที่ทำจากใยสังเคราะห์หรือโฟม วัสดุเหล่านี้ดูดน้ำได้มากและแห้งช้ามาก เพราะถูกพรมและแผงพลาสติกปิดทับไว้ เมื่อรถจอดตากแดดในเวลากลางวัน ความร้อนในห้องโดยสารยิ่งทำให้ความชื้นระเหยขึ้นมาแล้วกลั่นตัวใหม่ เกิดสภาพอุ่นชื้นที่เชื้อราและแบคทีเรียเติบโตได้ดี

น้ำที่ซึมเข้ารถไม่ใช่น้ำฝนสะอาด แต่เป็นน้ำที่ไหลผ่านท่อระบายน้ำ คลอง และพื้นถนน มีทั้งสิ่งปฏิกูล ปัสสาวะสัตว์ น้ำมันเครื่อง และเศษขยะ สิ่งเหล่านี้ตกค้างอยู่ในพรมและฉนวนใต้พรมแม้น้ำจะแห้งไปแล้ว

เชื้อและสิ่งที่ซ่อนอยู่ในรถที่ลุยน้ำ

  • เชื้อราในพรม ฉนวนใต้พรม และฟองน้ำเบาะ โดยเฉพาะเบาะผ้าที่น้ำซึมจากด้านล่างขึ้นมา สปอร์เชื้อราจะลอยขึ้นทุกครั้งที่มีคนนั่งลงหรือเปิดแอร์
  • เชื้อราและแบคทีเรียในระบบปรับอากาศ ทั้งกรองแอร์ในห้องโดยสารและคอยล์เย็น ซึ่งชื้นอยู่แล้วตามธรรมชาติ เมื่อความชื้นในรถสูงขึ้น ระบบแอร์จะกลายเป็นตัวเป่าเชื้อและกลิ่นอับไปที่หน้าผู้โดยสารโดยตรง
  • แบคทีเรียจากน้ำเสีย เช่น อีโคไล ที่ติดอยู่ในพรม ถาดรองเท้า และร่องราวเบาะ
  • ไวรัสบนจุดสัมผัสร่วม ได้แก่ มือจับประตู เข็มขัดนิรภัย หัวเข็มขัด ที่จับเหนือประตู และกระจกกั้น ซึ่งผู้โดยสารหลายสิบคนสัมผัสต่อวัน
  • เชื้อเลปโตสไปรา สาเหตุของโรคฉี่หนู คนขับที่ต้องลงไปเข็นรถหรือเดินลุยน้ำ หรือเท้าแช่น้ำในพื้นรถนาน ๆ เสี่ยงติดเชื้อผ่านบาดแผล

อาการที่คนขับควรสังเกตตัวเอง

คนขับรถรับจ้างอยู่ในห้องโดยสารวันละสิบชั่วโมงหรือมากกว่า อาการที่อาจเกี่ยวข้องกับเชื้อราในรถ ได้แก่ จาม คัดจมูก ระคายตา ระคายคอ ไอแห้ง และปวดศีรษะเมื่ออยู่ในรถนาน ๆ ส่วนอาการที่ต้องไปพบแพทย์ทันที คือ ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง ตาแดง ปัสสาวะน้อย หลังจากลุยน้ำหรือเท้าแช่น้ำ ซึ่งอาจเป็นอาการของโรคฉี่หนู รวมถึงท้องร่วงหรือแผลที่เท้าอักเสบบวมแดง อย่าซื้อยากินเองแล้วขับต่อ

ผู้โดยสารกลุ่มที่เสี่ยงกว่า

ผู้สูงอายุที่เรียกรถไปโรงพยาบาล ผู้ป่วยโรคปอดหรือหอบหืด หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็กที่นั่งตักพ่อแม่ และผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหลังให้เคมีบำบัด คนกลุ่มนี้มักใช้แท็กซี่และรถเรียกผ่านแอปเป็นประจำ และเป็นกลุ่มที่ไวต่อเชื้อราและเชื้อโรคในห้องปิดมากที่สุด

ผลกระทบที่คนขับรถรับจ้างต้องเจอ

สุขภาพของคนขับ

คนขับคือคนที่สูดอากาศในรถมากที่สุด อาการภูมิแพ้เรื้อรัง ปวดศีรษะ และอ่อนเพลีย ส่งผลต่อสมาธิในการขับขี่ และเมื่อคนขับป่วยจนต้องหยุด รายได้ของทั้งวันก็หายไปทันที

รายได้และคะแนนรีวิว

สำหรับคนขับผ่านแอป คะแนนรีวิวคือทุกอย่าง ความเห็นว่า "รถมีกลิ่น" เพียงไม่กี่ครั้งอาจทำให้คะแนนเฉลี่ยลดลงและได้รับงานน้อยลง สำหรับแท็กซี่ ผู้โดยสารที่เปิดประตูแล้วได้กลิ่นอับอาจปิดประตูและเรียกคันถัดไป ส่วนการใช้น้ำหอมแรง ๆ กลบกลิ่นก็ทำให้ผู้โดยสารบางคนเวียนหัวและไม่เรียกซ้ำ

ค่าใช้จ่ายที่บานปลาย

ถ้าปล่อยให้ความชื้นอยู่ในรถนาน นอกจากเชื้อราแล้ว ยังมีโอกาสเกิดสนิมที่พื้นตัวถัง ขั้วไฟฟ้าใต้เบาะเป็นคราบ และเบาะผ้าเป็นรอยด่างถาวร ค่าเปลี่ยนพรมทั้งชุดหรือหุ้มเบาะใหม่สูงกว่าค่าจัดการตั้งแต่ต้นหลายเท่า

เวลาที่หายไป

การจอดรถทิ้งไว้หลายวันเพื่อรอให้แห้งเองหมายถึงวันที่ไม่มีรายได้ แต่ค่าเช่ารถหรือค่างวดยังเดินทุกวัน คนขับจำนวนมากจึงเลือกขับต่อทั้งที่รถยังชื้น ซึ่งยิ่งทำให้ปัญหายืดเยื้อ

ครอบครัว

รถของคนขับผ่านแอปหลายคนคือรถของครอบครัวด้วย ช่วงเช้าใช้ส่งลูกไปโรงเรียน ช่วงเย็นรับงาน ห้องโดยสารที่มีเชื้อราจึงส่งผลถึงลูกเล็กและพ่อแม่สูงวัยที่นั่งรถคันเดียวกันในวันหยุด

ทำไมการล้างพรมยาง ตากแดด และแขวนน้ำหอม จึงไม่พอ

ล้างเฉพาะพรมยางที่ถอดได้ พรมยางเป็นชั้นบนสุด แต่น้ำส่วนใหญ่ซึมผ่านลงไปยังพรมติดรถและฉนวนใต้พรม ซึ่งต้องถอดเบาะและแผงข้างออกจึงจะเข้าถึง ถ้าไม่ได้ยกขึ้นมาตาก ความชื้นจะค้างอยู่หลายสัปดาห์

เปิดประตูตากแดด แดดช่วยให้ผิวหน้าพรมแห้ง แต่ฉนวนด้านล่างและฟองน้ำในเบาะยังชื้น และพอปิดประตู ความร้อนจะดันความชื้นขึ้นมาใหม่

แขวนน้ำหอมหรือวางเจลปรับอากาศ กลบกลิ่นได้ไม่กี่ชั่วโมง แต่ไม่ได้ลดเชื้อเลย กลิ่นหอมผสมกลิ่นอับยังทำให้ผู้โดยสารบางคนคลื่นไส้มากกว่าเดิม

เปิดแอร์แรงสุดเพื่อไล่กลิ่น ถ้ากรองแอร์และคอยล์เย็นมีเชื้อราอยู่แล้ว การเปิดแอร์แรงคือการเป่าสปอร์ไปทั่วห้องโดยสาร

ฉีดสเปรย์ฆ่าเชื้อบนเบาะผ้า ช่วยได้เฉพาะผิวที่สเปรย์โดน แต่ไม่ถึงเนื้อฟองน้ำ ช่องลมแอร์ และใต้แผงคอนโซล อีกทั้งถ้าฉีดมากเกินไปยังทำให้เบาะเปียกเพิ่ม

หัวใจของปัญหาคือ ความชื้นและเชื้อซ่อนอยู่ในชั้นที่มองไม่เห็น การแก้จึงต้องเริ่มจากถอด ล้าง และทำให้แห้งจริง แล้วจึงใช้การอบโอโซนเพื่อเข้าถึงทุกช่องของห้องโดยสารที่ปิดสนิท

การอบโอโซนห้องโดยสารรถ และบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อจาก WHD

World Health Disinfection หรือ WHD ให้บริการ อบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคาร ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สำหรับคนขับรถรับจ้าง อู่แท็กซี่ สหกรณ์ และบริษัทที่มีรถหลายคัน สามารถติดต่อทีมงานเพื่อประเมินงานได้ทั้งห้องพักคนขับ สำนักงานอู่ และห้องโดยสารของรถ โดยทีมงานจะแนะนำรูปแบบที่เหมาะสมกับจำนวนรถและสถานที่

ทำไมโอโซนเหมาะกับห้องโดยสาร

โอโซน (O3) เป็นก๊าซที่มีคุณสมบัติออกซิไดซ์สูง ห้องโดยสารรถเป็นพื้นที่ปิดขนาดเล็ก เมื่อปล่อยโอโซนตามความเข้มข้นที่ควบคุม ก๊าซจะกระจายเข้าใต้เบาะ ร่องคอนโซล ช่องเก็บของ ท้ายรถ และช่องลมของระบบแอร์ที่เปิดออกสู่ห้องโดยสาร โอโซนทำลายโครงสร้างเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงโมเลกุลกลิ่นอับ จากนั้นสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O2) จึงไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างบนเบาะที่ผู้โดยสารคนต่อไปจะนั่ง

ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง บริการของ WHD ผ่านการทดสอบโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek สหราชอาณาจักร ในการกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้า เอกสารรับรอง

กฎความปลอดภัยที่ห้ามละเลย

ห้องโดยสารต้องว่างเปล่าระหว่างอบ ห้ามมีคนนั่งในรถ ห้ามนอนพักในรถระหว่างเครื่องทำงาน และห้ามมีสัตว์เลี้ยงหรือต้นไม้ในรถ ประตูและกระจกปิดสนิท และเปิดได้หลังพ้นช่วงพักตามที่ทีมงานแจ้ง จากนั้นเปิดประตูทุกบานระบายอากาศก่อนขึ้นไปขับ หลักเดียวกันนี้ใช้กับห้องพักคนขับและสำนักงานอู่ ซึ่งต้องไม่มีคนอยู่ระหว่างอบเช่นกัน

โอโซนเป็นขั้นตอนหลังการถอดล้างและทำให้แห้ง ไม่ใช่ทางลัดแทนการรื้อพรมที่จมน้ำเสีย ถ้าฉนวนใต้พรมยังเปียก เชื้อราจะกลับมาใหม่แม้จะลดจำนวนลงแล้ว

ตรวจสภาพรถกับช่างก่อนเสมอ รถที่น้ำเข้าห้องโดยสารควรได้รับการตรวจระบบไฟฟ้า ขั้วต่อใต้เบาะ เบรก และเครื่องยนต์จากอู่ก่อนนำกลับมาใช้งาน ความปลอดภัยของคนขับและผู้โดยสารมาก่อนเรื่องกลิ่น

ลำดับงานสำหรับรถที่ลุยน้ำ

  1. ตรวจสภาพที่อู่ ให้ช่างตรวจระบบไฟฟ้า เบรก และเครื่องยนต์ ประเมินระดับน้ำที่เข้ารถ
  2. ถอดและล้าง ถอดพรมยาง ยกพรมติดรถและฉนวนขึ้นตาก หรือเปลี่ยนถ้าเปื่อยและมีกลิ่นน้ำเสีย ล้างคราบโคลนในร่องพื้นและท้ายรถ
  3. ทำให้แห้งจริง ใช้ลม ความร้อนที่เหมาะสม หรือเครื่องลดความชื้นในที่ร่ม จนพื้นและฉนวนแห้งสนิท
  4. เปลี่ยนกรองแอร์และล้างระบบแอร์ กรองแอร์ที่สัมผัสความชื้นสูงควรเปลี่ยนใหม่
  5. เช็ดฆ่าเชื้อจุดสัมผัสบ่อย มือจับ เข็มขัดนิรภัย พวงมาลัย คันเกียร์ และกระจกกั้น ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อตามฉลาก
  6. อบโอโซนห้องโดยสารที่ว่างเปล่า ปิดประตูและกระจก ปล่อยโอโซน ให้มีช่วงสัมผัส แล้วพักก่อนเปิดระบายอากาศ
  7. ระบายอากาศและตรวจซ้ำ เปิดประตูทุกบาน ดมกลิ่นและสังเกตจุดชื้นที่อาจเหลืออยู่ ก่อนรับผู้โดยสาร

รอบการทำงานของการอบโอโซนโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อโซน สำหรับอู่หรือบริษัทที่มีรถหลายคันและอาคารที่ต้องดูแล งานอบโอโซนมูลค่าตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไปรับฟรีสเปรย์น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ ซึ่งคนขับใช้เช็ดจุดสัมผัสระหว่างวันตามฉลากได้

10 เหตุผลที่แท็กซี่และรถเรียกผ่านแอปที่ลุยน้ำควรอบโอโซนก่อนกลับมารับงานเต็มที่

  1. เข้าถึงใต้เบาะและร่องคอนโซล จุดที่มือและผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง แต่เป็นแหล่งสะสมความชื้นหลังลุยน้ำ
  2. ลดเชื้อในพื้นที่ปิดขนาดเล็ก ห้องโดยสารที่ผู้โดยสารหลายสิบคนหายใจร่วมกันต่อวัน
  3. ไม่มีสารตกค้างบนเบาะ โอโซนสลายเป็นออกซิเจน ไม่ทิ้งกลิ่นน้ำยาที่ทำให้ผู้โดยสารเวียนหัว
  4. กำจัดกลิ่นอับที่ต้นเหตุ ทำลายโมเลกุลกลิ่นแทนการกลบด้วยน้ำหอม ช่วยเรื่องคะแนนรีวิว ดูบริการอบโอโซน
  5. ดูแลสุขภาพคนขับเอง ซึ่งอยู่ในรถวันละหลายชั่วโมงและสูดอากาศในห้องโดยสารมากที่สุด
  6. ปกป้องผู้โดยสารกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคปอด หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็ก
  7. มีผลทดสอบรองรับ ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek สหราชอาณาจักร
  8. ใช้เวลาไม่นาน รอบการทำงานประมาณ 30 นาทีต่อโซน ไม่ต้องจอดรถทิ้งไว้หลายวัน
  9. เหมาะกับอู่และสหกรณ์ที่มีรถหลายคัน วางแผนดูแลทั้งรถ ห้องพักคนขับ และสำนักงานได้ในคราวเดียว ปรึกษาทีมงาน
  10. ลดค่าใช้จ่ายระยะยาว จัดการความชื้นและเชื้อตั้งแต่ต้น ดีกว่าต้องเปลี่ยนพรมและหุ้มเบาะใหม่ทั้งคันในภายหลัง ขอใบเสนอราคา

ก่อนและหลังจัดการห้องโดยสารครบขั้นตอน

ก่อน

  • เปิดแอร์แล้วมีกลิ่นอับคล้ายผ้าเปียกพุ่งจากช่องลม
  • พรมฝั่งคนขับยังชื้นเมื่อกดลงไป
  • กระจกขึ้นฝ้าง่ายแม้อากาศไม่ชื้น
  • ผู้โดยสารเปิดกระจก ถามว่ารถลุยน้ำมาหรือไม่ และให้คะแนนต่ำ
  • คนขับคัดจมูกและจามทุกเช้าที่ขึ้นรถ

หลัง

  • พรมและฉนวนแห้งสนิทหรือเปลี่ยนใหม่ กรองแอร์ใหม่
  • อากาศจากช่องแอร์สดชื่นขึ้น กลิ่นอับลดลงชัดเจน
  • ไม่ต้องพึ่งน้ำหอมแรง ๆ กลบกลิ่น
  • จุดสัมผัสบ่อยได้รับการเช็ดฆ่าเชื้อเป็นประจำ
  • คนขับรับงานได้อย่างมั่นใจ และอาการคัดจมูกในรถลดลง

กรณีตัวอย่าง: พ่อลูกคนขับรถรับจ้างกับรถสองคันที่ลุยน้ำ

กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์จำลองเพื่ออธิบายลำดับงาน ไม่ใช่คำรีวิวของลูกค้าจริง)

หลังได้รับคะแนนรีวิวต่ำติดกันสองวัน น้องเบียร์ชวนพี่ชัยหยุดรับงานหนึ่งวันเต็มเพื่อจัดการรถทั้งสองคันอย่างจริงจัง เช้าวันนั้นทั้งคู่นำรถเข้าอู่ประจำ ช่างตรวจขั้วไฟฟ้าใต้เบาะ ระบบเบรก และห้องเครื่อง พบว่ารถของพี่ชัยมีน้ำขังในร่องพื้นใต้พรมฝั่งคนขับ ส่วนรถของน้องเบียร์มีน้ำค้างในช่องยางอะไหล่ท้ายรถ

ช่างถอดเบาะหน้า ยกพรมติดรถขึ้น พบว่าฉนวนใต้พรมของรถพี่ชัยเปียกชุ่มและมีกลิ่นน้ำเสีย จึงตัดสินใจเปลี่ยนฉนวนช่วงนั้นใหม่ ส่วนพรมติดรถล้างและเป่าให้แห้งในที่ร่มพร้อมเครื่องลดความชื้น ท้ายรถของน้องเบียร์ถูกเช็ดโคลนออก ผ้าและกล่องกระดาษที่เปียกถูกทิ้งทั้งหมด ทั้งสองคันเปลี่ยนกรองแอร์ใหม่ และล้างระบบแอร์

เมื่อทุกอย่างแห้งและประกอบกลับ น้องเบียร์เช็ดมือจับประตู เข็มขัดนิรภัย พวงมาลัย และคันเกียร์ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ จากนั้นจึงอบโอโซนในห้องโดยสารที่ว่างเปล่า ประตูและกระจกปิดสนิท ไม่มีใครนั่งในรถ ทั้งคู่ไปนั่งรอในร้านกาแฟข้างอู่จนพ้นช่วงพัก แล้วกลับมาเปิดประตูทุกบานระบายอากาศอีกระยะก่อนขึ้นรถ

สัปดาห์ต่อมา พี่ชัยสังเกตว่าอาการคัดจมูกตอนเช้าลดลง และไม่ต้องแขวนน้ำหอมกลิ่นแรงอีก น้องเบียร์ได้คะแนนรีวิวกลับมาตามปกติ ทั้งคู่ตั้งกฎใหม่ร่วมกันว่า ถ้าน้ำบนถนนสูงเกินระดับที่ปลอดภัย จะไม่ฝืนขับผ่าน เพราะค่างานหนึ่งเที่ยวไม่คุ้มกับค่าซ่อมและวันที่ต้องหยุดรับงาน

เช็กลิสต์สำหรับคนขับแท็กซี่และรถเรียกผ่านแอปหลังน้ำท่วม กทม. 2569

ทันทีหลังลุยน้ำ

  • ถ้าน้ำเข้าห้องโดยสาร หยุดรับงานและนำรถเข้าอู่ตรวจระบบไฟฟ้า เบรก และเครื่องยนต์
  • ล้างเท้าและขาด้วยสบู่ทันทีหลังลุยน้ำ ทำแผลให้สะอาด และสังเกตอาการไข้หรือปวดน่องในช่วงหลังจากนั้น
  • ถ่ายภาพระดับน้ำในรถไว้เป็นหลักฐานสำหรับประกันภัยหรือสหกรณ์

การทำความสะอาดและทำให้แห้ง

  • ถอดพรมยางล้างด้วยน้ำสบู่ ยกพรมติดรถและฉนวนขึ้นตรวจ เปลี่ยนส่วนที่เปื่อยหรือมีกลิ่นน้ำเสีย
  • ทำให้แห้งในที่ร่มที่มีลมผ่าน ใช้เครื่องลดความชื้นหรือพัดลมช่วย หน่วยงานสาธารณสุขสากลอย่าง CDC และ WHO แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งโดยเร็ว ภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเมื่อทำได้ เพื่อลดการเกิดเชื้อรา
  • ทิ้งสิ่งของที่เป็นผ้า กระดาษ และฟองน้ำที่จมน้ำเสีย
  • เปลี่ยนกรองแอร์ในห้องโดยสาร และล้างระบบแอร์

ก่อนและหลังอบโอโซน

  • เอาสิ่งของส่วนตัว อาหาร และต้นไม้ออกจากรถ
  • ปิดประตูและกระจกให้สนิท ห้ามมีใครอยู่ในรถระหว่างอบ
  • เปิดได้หลังพ้นช่วงพักตามที่ทีมงานแจ้ง แล้วเปิดประตูทุกบานระบายอากาศก่อนขึ้นขับ
  • เช็ดจุดสัมผัสบ่อยด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นประจำทุกวัน
  • สังเกตกลิ่นและความชื้นใต้พรมต่อเนื่องอย่างน้อยสองสัปดาห์

สำหรับการเช็ดจุดสัมผัสบ่อยระหว่างวัน สามารถใช้ น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ Chemgene HLD4H ตามอัตราเจือจางและเวลาสัมผัสบนฉลาก และถ้าปัญหาหลักคือกลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิงหรือกลิ่นสารเคมีจากการซ่อม ดูบริการ อบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมีตกค้าง เพิ่มเติมได้

คำถามที่พบบ่อยของคนขับรถรับจ้าง

1. นั่งรออยู่ในรถระหว่างอบโอโซนได้ไหม

ไม่ได้เด็ดขาด ห้องโดยสารต้องว่างเปล่าระหว่างอบ และห้ามเปิดประตูเข้าไปจนกว่าจะพ้นช่วงพักตามที่ทีมงานแจ้ง จากนั้นต้องเปิดประตูระบายอากาศก่อนขึ้นรถ

2. ถ้าพรมยังชื้นอยู่ อบโอโซนเลยได้ไหม

ไม่แนะนำ ควรทำให้พรมและฉนวนแห้งก่อน เพราะถ้าความชื้นยังอยู่ เชื้อราจะกลับมาได้อีก โอโซนเป็นขั้นตอนปิดงานหลังการถอดล้างและทำให้แห้ง

3. โอโซนทำให้กลิ่นหายแต่รถยังมีน้ำค้างใต้พื้น จะเป็นอะไรไหม

กลิ่นอาจกลับมาภายในไม่กี่วัน และน้ำที่ค้างอยู่ยังทำให้เกิดสนิมและปัญหาไฟฟ้าได้ ต้องให้ช่างตรวจและระบายน้ำออกก่อนเสมอ

4. อู่แท็กซี่ที่มีรถหลายสิบคันควรทำอย่างไร

ติดต่อทีม WHD เพื่อประเมินพื้นที่และจำนวนรถ ทีมงานจะแนะนำรูปแบบที่เหมาะสม รวมถึงการอบห้องพักคนขับและสำนักงานที่คนใช้ร่วมกันในช่วงที่ไม่มีคนอยู่

5. ถ้าคนขับมีไข้และปวดน่องหลังลุยน้ำ ควรทำอย่างไร

ไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งว่าเคยลุยน้ำท่วม เพราะอาจเป็นโรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส ซึ่งต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว การอบโอโซนเป็นการลดเชื้อในสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่การรักษาโรค

6. ต้องอบโอโซนรถบ่อยแค่ไหน

หลังจัดการต้นเหตุความชื้นแล้ว การอบหนึ่งครั้งมักช่วยได้ชัดเจน หากกลิ่นอับกลับมา ให้ตรวจหาจุดที่น้ำยังรั่วซึมเข้ารถก่อน ส่วนการดูแลประจำคือเช็ดจุดสัมผัส เปลี่ยนกรองแอร์ตามรอบ และไม่ปล่อยให้พรมเปียก

7. ขับผ่านน้ำระดับไหนถึงจะปลอดภัย

ทางที่ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงถนนที่น้ำท่วมทั้งหมด ตามรายงานข่าว ถึงวันที่ 30 กันยายน ถนนบางสายอย่างศรีบูรพาและลาดพร้าวยังมีน้ำขังราว 20 ถึง 40 เซนติเมตร ควรตรวจสอบเส้นทางก่อนออกรับงาน และปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตรถและเจ้าหน้าที่

คนขับรถรับจ้างคือคนที่พาเมืองกลับบ้าน

ตามรายงานข่าว ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครระบุว่าคลองเต็มและการระบายน้ำจะใช้เวลาสองถึงสามวันหลังฝนหยุด สื่อไทยหลายแห่งเปรียบเทียบเหตุการณ์ครั้งนี้กับน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 และมีรายงานผู้เสียชีวิต ซึ่งเราขอแสดงความเสียใจกับทุกครอบครัว ช่วงเวลาแบบนี้ คนขับแท็กซี่และรถเรียกผ่านแอปจำนวนมากยังคงออกไปรับคนที่ติดค้างกลับบ้าน

การดูแลห้องโดยสารให้แห้ง สะอาด และลดเชื้อ จึงไม่ใช่แค่เรื่องคะแนนรีวิว แต่เป็นการดูแลสุขภาพของตัวคนขับเอง และของผู้โดยสารทุกคนที่ขึ้นมานั่งในรถคันนั้น

รถลุยน้ำมาแล้ว ยังมีกลิ่นอับและกังวลเรื่องเชื้อรา

ปรึกษาทีม WHD สำหรับรถของคุณ อู่แท็กซี่ สหกรณ์ หรือบริษัทที่มีรถหลายคัน รวมถึงห้องพักคนขับและสำนักงาน อบในพื้นที่ปิดที่ว่างเปล่าเท่านั้น พร้อมคำแนะนำหลังอบ

ดูบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294  |  LINE @whd268  |  worldhealthdisinfection@gmail.com

บทความและหน้าที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#อบโอโซน #อบโอโซนฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วมกทม2569 #กำจัดเชื้อรา #อบโอโซนรถ #แท็กซี่ลุยน้ำ

คำค้นหา: อบโอโซนรถแท็กซี่หลังน้ำท่วม, รถลุยน้ำมีกลิ่นอับ, เชื้อราในรถหลังน้ำท่วม, อบโอโซนรถยนต์, น้ำท่วม กทม. 2569, ฆ่าเชื้อห้องโดยสารรถ, กำจัดเชื้อราหลังน้ำท่วม, รถเรียกผ่านแอปมีกลิ่น

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้