อบโอโซนห้องสมุดชุมชนและศูนย์เยาวชนหลังน้ำท่วม กทม. 2569: จัดการเชื้อราบนชั้นหนังสือ พรมห้องอ่าน และห้องกิจกรรม ให้เด็กและผู้สูงอายุกลับมาใช้ได้อย่างอุ่นใจ

Last updated: 1 ต.ค. 2569  |  30 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อบโอโซนห้องสมุดชุมชนและศูนย์เยาวชนหลังน้ำท่วม กทม. 2569: จัดการเชื้อราบนชั้นหนังสือ พรมห้องอ่าน และห้องกิจกรรม ให้เด็กและผู้สูงอายุกลับมาใช้ได้อย่างอุ่นใจ

อบโอโซนห้องสมุดชุมชนและศูนย์เยาวชนหลังน้ำท่วม กทม. 2569: จัดการเชื้อราบนชั้นหนังสือ พรมห้องอ่าน และห้องกิจกรรม ให้เด็กและผู้สูงอายุกลับมาใช้พื้นที่ได้อย่างอุ่นใจ

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

กลิ่นกระดาษเปียกที่ทำให้ห้องสมุดเงียบลงกว่าเดิม

พี่โอ๊ตเป็นอาสาสมัครดูแลห้องสมุดชุมชนเล็ก ๆ ในย่านบึงกุ่มมาเกือบสิบปี ห้องสมุดตั้งอยู่ชั้นล่างของอาคารศูนย์ชุมชนสองชั้น มีชั้นหนังสือไม้เรียงชิดผนังสามด้าน มุมอ่านหนังสือเด็กที่ปูพรมและวางเบาะรองนั่ง โต๊ะอ่านหนังสือพิมพ์ที่ผู้สูงอายุในซอยมานั่งทุกเช้า และคอมพิวเตอร์สี่เครื่องที่เด็กมัธยมใช้ทำการบ้าน ส่วนชั้นสองเป็นศูนย์เยาวชน มีห้องซ้อมดนตรี ห้องเต้นที่ปูเสื่อยาง และห้องประชุมเล็กสำหรับกิจกรรมติวหนังสือช่วงเย็น

ปลายเดือนกันยายน 2569 ฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ตามรายงานข่าว ปริมาณฝนราว 300 มิลลิเมตรในเวลาประมาณ 48 ชั่วโมงทำให้กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกจมน้ำ และกรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยเมื่อวันที่ 26 กันยายน บึงกุ่มเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ถูกกล่าวถึงในข่าว น้ำไหลเข้าห้องสมุดสูงราวหัวเข่า ท่วมชั้นหนังสือสองแถวล่างสุดทั้งหมด และขังอยู่หลายวันก่อนจะค่อย ๆ ลด

วันแรกที่กลับเข้าไป พี่โอ๊ตยืนนิ่งอยู่หน้าประตูนานกว่าที่คิด หนังสือนิทานภาพที่เด็ก ๆ ชอบที่สุดบวมน้ำจนปกโก่ง หนังสือพิมพ์เก่าที่เก็บไว้เป็นจดหมายเหตุของชุมชนติดกันเป็นก้อน พรมมุมเด็กกลายเป็นสีน้ำตาล และกลิ่นที่ลอยออกมาคือกลิ่นกระดาษเปียกผสมกลิ่นอับชื้นที่ใครเคยเข้าห้องเก็บของเก่าจะจำได้ทันที

สามวันต่อมา หลังจากอาสาสมัครช่วยกันขนหนังสือที่เสียหายออกและล้างพื้น จุดสีเขียวอมเทาเริ่มปรากฏบนสันหนังสือแถวที่สามซึ่งน้ำไม่ได้ท่วมถึง เพราะความชื้นในห้องสูงต่อเนื่อง ผู้สูงอายุที่แวะมาถามว่าห้องสมุดจะเปิดเมื่อไรบางคนเริ่มไอเมื่อเดินเข้าห้อง และเด็ก ๆ ในกลุ่มติวหนังสือก็ถามหาห้องประชุมชั้นบนที่ใช้ทุกเย็น คำถามของพี่โอ๊ตคือ ทำอย่างไรให้ห้องสมุดและศูนย์เยาวชนกลับมาเป็นพื้นที่ปลอดภัยของชุมชนอีกครั้ง โดยไม่ต้องเสียหนังสือที่ยังรักษาไว้ได้เพิ่มอีก

ห้องสมุดคือบ้านของเชื้อราโดยธรรมชาติ เมื่อน้ำท่วมจึงยิ่งอันตราย

กระดาษ กาวสันหนังสือ ปกผ้า พรม ไม้ และฝุ่น ล้วนเป็นวัสดุที่เชื้อราใช้เป็นอาหารได้ดี ในสภาวะปกติห้องสมุดจึงต้องควบคุมความชื้นอยู่แล้ว เมื่อน้ำท่วมเข้ามา ความชื้นในห้องพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว และแม้หนังสือบนชั้นบนจะไม่ได้สัมผัสน้ำโดยตรง แต่อากาศชื้นก็ทำให้กระดาษดูดความชื้นจนเชื้อราเริ่มเติบโตได้ภายในไม่กี่วัน หน่วยงานสาธารณสุขสากลอย่าง CDC และ WHO จึงแนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเมื่อทำได้ เพื่อลดการเกิดเชื้อรา

สิ่งที่ซ่อนอยู่ในห้องสมุดและศูนย์เยาวชนหลังน้ำลด

  • สปอร์เชื้อรา จากหนังสือ พรม เบาะรองนั่ง ชั้นไม้ และผนังยิปซัม สปอร์มีขนาดเล็กมากและลอยอยู่ในอากาศได้นาน เมื่อมีคนเดินผ่านหรือหยิบหนังสือ สปอร์จะฟุ้งขึ้นมาทันที
  • แบคทีเรียจากน้ำเสีย ที่ติดอยู่ในพรม เสื่อยางห้องเต้น และพื้นผิวที่น้ำท่วมถึง โดยเฉพาะในอาคารที่น้ำจากท่อระบายน้ำและคลองไหลเข้ามา
  • ไวรัสทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร ที่แพร่ผ่านพื้นผิวที่คนใช้ร่วมกัน เช่น แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ เมาส์ ไมโครโฟนห้องซ้อมดนตรี และโต๊ะติวหนังสือ เมื่อกลุ่มเด็กและวัยรุ่นกลับมารวมตัวกันหลังช่วงปิด
  • ไรฝุ่นและฝุ่นละเอียด ที่เพิ่มขึ้นในพรมและเบาะที่ชื้น ซึ่งกระตุ้นอาการภูมิแพ้ได้ไม่ต่างจากเชื้อรา

อาการที่ผู้ใช้บริการอาจพบ

คนที่ไวต่อเชื้อราอาจมีอาการจาม คัดจมูก น้ำมูกไหล คันตา ระคายคอ ไอ หรือแน่นหน้าอก คนที่เป็นหอบหืดอาจมีอาการกำเริบเมื่ออยู่ในห้องที่มีสปอร์หนาแน่น บางคนมีผื่นคันเมื่อสัมผัสหนังสือหรือเบาะที่มีเชื้อรา ส่วนอาสาสมัครที่ลุยน้ำตอนขนหนังสือ ถ้ามีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อน่อง ต้องนึกถึงโรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส และไปพบแพทย์ทันที อย่ารอให้อาการหายเอง

ใครคือกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่แบบนี้

ห้องสมุดชุมชนมีผู้ใช้ที่หลากหลายกว่าที่คิด เด็กเล็กที่มานั่งฟังนิทานบนพรม เด็กนักเรียนที่ใช้คอมพิวเตอร์ วัยรุ่นที่ซ้อมเต้นจนหายใจแรง ผู้สูงอายุที่มาอ่านหนังสือพิมพ์ทุกวัน หญิงตั้งครรภ์ที่พาลูกคนโตมายืมหนังสือ และผู้ที่มีโรคปอดหรือภูมิคุ้มกันต่ำ ทุกกลุ่มนี้หายใจอากาศเดียวกันในห้องที่มักปิดแอร์ไว้ตลอดวัน

ผลกระทบที่ชุมชนต้องแบกรับ ถ้าห้องสมุดและศูนย์เยาวชนไม่ได้ฟื้นฟูอย่างถูกวิธี

สุขภาพ

ห้องสมุดที่มีเชื้อราตกค้างอาจกลายเป็นที่ที่คนเริ่มไอทุกครั้งที่เข้ามา เด็กที่เป็นภูมิแพ้อาจมีอาการเรื้อรังโดยที่ผู้ปกครองไม่รู้ต้นเหตุ ส่วนห้องเต้นที่เสื่อยางยังชื้นและอับ เป็นจุดที่วัยรุ่นหายใจลึกและแรงที่สุดในอาคาร

ทรัพยากรและเงิน

ห้องสมุดชุมชนส่วนใหญ่สร้างคอลเลกชันจากการบริจาคทีละเล่มตลอดหลายปี เชื้อราที่ลามจากหนังสือเล่มที่เสียหายไปยังเล่มที่ยังดีอยู่หมายถึงการสูญเสียที่ไม่จำเป็น นอกจากนี้ยังมีค่าเปลี่ยนพรม ค่าซ่อมชั้นไม้ และค่าซ่อมคอมพิวเตอร์ ในขณะที่งบประมาณของหน่วยงานชุมชนมักจำกัดมาก

เวลาและการดำเนินงาน

ทุกสัปดาห์ที่ปิดคือกิจกรรมที่หายไป ทั้งชั่วโมงนิทานวันเสาร์ กลุ่มติวหนังสือก่อนสอบ และการซ้อมดนตรีของวงเยาวชน อาสาสมัครที่มีจำนวนน้อยอยู่แล้วต้องแบ่งเวลามาทำความสะอาดซ้ำหลายรอบ ถ้าเชื้อรากลับมาหลังเปิดได้ไม่นาน

ความเชื่อมั่นของชุมชน

ผู้ปกครองจะตัดสินใจจากประสบการณ์ครั้งแรกหลังเปิด ถ้าลูกกลับบ้านพร้อมอาการคัดจมูกหรือเล่าว่าห้องมีกลิ่นเหม็นอับ ก็อาจไม่พาลูกกลับมาอีก และพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กหลังเลิกเรียนก็จะหายไปจากชุมชนโดยไม่มีใครตั้งใจ

ครอบครัวและเยาวชน

สำหรับหลายครอบครัวในย่านนี้ ห้องสมุดและศูนย์เยาวชนคือที่ที่ลูกได้ใช้อินเทอร์เน็ตทำการบ้าน มีพี่อาสามาช่วยสอน และอยู่ในสายตาผู้ใหญ่ระหว่างที่พ่อแม่ยังทำงาน การฟื้นฟูพื้นที่นี้ให้ปลอดภัยจึงเป็นการดูแลครอบครัวทั้งซอยไปพร้อมกัน

ทำไมวิธีที่ทำกันบ่อยในห้องสมุดจึงยังไม่จบปัญหา

เช็ดสันหนังสือแล้วเก็บกลับขึ้นชั้น การเช็ดเชื้อราที่มองเห็นออกจากสันหนังสือไม่ได้กำจัดสปอร์ที่อยู่ระหว่างหน้า และถ้านำหนังสือที่ยังชื้นกลับขึ้นชั้นที่ยังไม่แห้ง เชื้อราจะลามไปยังเล่มข้าง ๆ ได้อีก

ใช้น้ำยาฟอกขาวกับทุกอย่าง น้ำยาฟอกขาวใช้กับพื้นกระเบื้องที่ล้างแล้วได้ แต่ไม่เหมาะกับกระดาษ ปกผ้า พรม และไม้ เพราะทำให้ด่างและเสียหาย อีกทั้งเข้าไม่ถึงอากาศในห้องและด้านหลังชั้นหนังสือ

เปิดแอร์เย็นจัดเพื่อไล่ความชื้น เครื่องปรับอากาศช่วยลดความชื้นได้บางส่วน แต่ถ้าคอยล์เย็นและฟิลเตอร์ของแอร์เองเคยสัมผัสความชื้นสูงและไม่ได้ล้าง แอร์จะกลายเป็นตัวกระจายสปอร์ไปทั่วห้อง

วางถ่านหรือถุงดูดความชื้นไว้ตามชั้น ช่วยได้เล็กน้อยในตู้ปิด แต่ไม่เพียงพอสำหรับห้องขนาดใหญ่ที่ผนังและพื้นยังอุ้มน้ำ

พ่นสเปรย์ปรับอากาศให้ห้องหอม กลิ่นหอมทำให้คนรู้สึกดีขึ้นชั่วคราว แต่ไม่ได้ลดเชื้อในอากาศ และอาจทำให้ไม่มีใครสังเกตว่าปัญหายังอยู่

สิ่งที่ห้องสมุดต้องการคือการทำงานเป็นลำดับ คัดแยก ทำให้แห้ง ทำความสะอาด แล้วจึงลดเชื้อในอากาศและซอกมุมที่มือเข้าไม่ถึง ซึ่งเป็นจุดที่การอบโอโซนมีบทบาท

บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อจาก WHD สำหรับห้องสมุดและศูนย์เยาวชน

World Health Disinfection หรือ WHD ให้บริการ อบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคาร สำหรับบ้าน คอนโด สำนักงาน โรงเรียน โรงแรม และอาคารที่คนใช้ร่วมกัน ซึ่งรวมถึงห้องสมุด ศูนย์ชุมชน และศูนย์เยาวชน

หลักการทำงาน

โอโซน (O3) เป็นก๊าซที่มีคุณสมบัติออกซิไดซ์สูง เมื่อปล่อยในห้องปิดตามความเข้มข้นที่ควบคุม โอโซนจะกระจายไปตามอากาศ เข้าถึงช่องว่างระหว่างชั้นหนังสือกับผนัง ใต้โต๊ะอ่านหนังสือ ด้านหลังตู้ลำโพงในห้องซ้อมดนตรี และช่องลมของแอร์ ทำลายโครงสร้างเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงโมเลกุลกลิ่นอับ จากนั้นจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O2) ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างบนชั้นหนังสือหรือโต๊ะที่คนใช้

ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง บริการของ WHD ผ่านการทดสอบโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek สหราชอาณาจักร ในการกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99%

สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนจองบริการ

อบในห้องว่างเท่านั้น ระหว่างอบโอโซน ห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในพื้นที่ ผู้ใช้บริการ อาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่ต้องออกจากโซนทั้งหมด และกลับเข้าได้หลังพ้นช่วงพักและระบายอากาศตามที่ทีมงานแจ้งเท่านั้น ศูนย์ชุมชนที่มีหลายห้องควรติดป้ายแจ้งที่ประตูและแจ้งในกลุ่มชุมชนล่วงหน้า

โอโซนไม่ได้ซ่อมหนังสือที่จมน้ำ หนังสือที่เปียกโชกต้องคัดแยกและทำให้แห้งหรือทิ้งก่อนเสมอ โอโซนช่วยลดเชื้อในอากาศและบนพื้นผิวหลังจากที่ห้องและสิ่งของแห้งแล้ว ไม่ได้ทำให้กระดาษที่บวมกลับมาเหมือนเดิม และไม่ได้ใช้แทนการทำความสะอาด

แจ้งของมีค่าเฉพาะทางล่วงหน้า หากห้องสมุดมีเอกสารเก่าหายาก ภาพถ่ายต้นฉบับ เครื่องดนตรี หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ควรแจ้งทีมงานตั้งแต่ตอนสำรวจ เพื่อวางแผนร่วมกันว่าควรย้ายออกหรือจัดวางอย่างไร

ขั้นตอนการทำงาน

  1. สำรวจพื้นที่ ทีมงานดูห้องอ่านหนังสือ มุมเด็ก ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องเก็บหนังสือ ห้องซ้อมดนตรี ห้องเต้น และห้องประชุม ประเมินความชื้นและจุดเชื้อรา แล้วแบ่งโซน
  2. เตรียมห้อง ดึงหนังสือที่แห้งแล้วให้ห่างจากผนังเล็กน้อย เปิดตู้และลิ้นชัก ตั้งเบาะรองนั่งขึ้น ปิดหน้าต่าง ปิดแอร์ และยืนยันว่าในโซนไม่มีใครอยู่
  3. ปล่อยโอโซนและช่วงสัมผัส เครื่องทำงานตามความเข้มข้นที่เหมาะกับขนาดห้อง รอบการทำงานโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อโซน
  4. พักและระบายอากาศ ปิดเครื่อง รอให้โอโซนสลายตัว เปิดหน้าต่างระบายอากาศ ก่อนอนุญาตให้คนกลับเข้า
  5. ส่งมอบพื้นที่ ทีมงานแนะนำการรักษาความแห้ง การวางหนังสือ และการเฝ้าระวังจุดชื้นหลังเปิดให้บริการ

โปรโมชัน งานอบโอโซนมูลค่าตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีสเปรย์น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ เหมาะสำหรับใช้กับแป้นพิมพ์ โต๊ะ และลูกบิดประตูในการดูแลประจำวันตามฉลาก

10 เหตุผลที่ห้องสมุดชุมชนและศูนย์เยาวชนควรอบโอโซนก่อนเปิดอีกครั้ง

  1. หยุดการลามของเชื้อราในคอลเลกชัน ลดสปอร์ในอากาศที่อาจไปตกบนหนังสือที่ยังดีอยู่บนชั้นบน
  2. เข้าถึงด้านหลังชั้นหนังสือ ซึ่งเป็นจุดที่อับชื้นที่สุดและแทบไม่มีใครเช็ดถึง
  3. ไม่ใช้น้ำหรือสารเคมีกับกระดาษ โอโซนทำงานในรูปก๊าซและสลายเป็นออกซิเจน จึงไม่ทิ้งคราบบนหนังสือ
  4. ดูแลห้องที่คนหายใจแรง ห้องเต้นและห้องซ้อมดนตรีเป็นพื้นที่ที่วัยรุ่นสูดอากาศมากที่สุด ดูบริการอบโอโซน
  5. ลดกลิ่นอับของกระดาษเปียก ทำลายโมเลกุลกลิ่นแทนการกลบด้วยน้ำหอม
  6. ลดเชื้อบนอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกัน ทั้งโต๊ะติว เก้าอี้ และพื้นผิวในห้องคอมพิวเตอร์ ร่วมกับการเช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  7. มีผลทดสอบรองรับ ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek สหราชอาณาจักร
  8. ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อโซน วางแผนทำในวันที่ปิดให้บริการได้โดยไม่กระทบกิจกรรมนาน นัดสำรวจพื้นที่
  9. ช่วยให้ชุมชนมั่นใจ คณะกรรมการชุมชนแจ้งได้ว่าผ่านขั้นตอนใดมาแล้วบ้าง ผู้ปกครองตัดสินใจพาลูกกลับมาได้ง่ายขึ้น
  10. คุ้มค่ากับคอลเลกชันที่สร้างมาหลายปี การปกป้องหนังสือที่ยังรอดอยู่ถูกกว่าการหาหนังสือใหม่มาแทน ขอใบเสนอราคา

ก่อนและหลังฟื้นฟูครบขั้นตอน

ก่อน

  • กลิ่นกระดาษเปียกและกลิ่นอับลอยตั้งแต่หน้าประตู
  • จุดเชื้อราบนสันหนังสือแถวที่น้ำไม่ได้ท่วมถึง
  • พรมมุมเด็กและเสื่อยางห้องเต้นยังชื้นและมีคราบ
  • ผู้สูงอายุบางคนไอเมื่อเข้าห้อง
  • อาสาสมัครไม่แน่ใจว่าควรเปิดให้บริการเมื่อไร

หลัง

  • หนังสือที่เสียหายถูกคัดออก เล่มที่เหลือแห้งและจัดเรียงใหม่
  • อากาศในห้องสดชื่นขึ้น กลิ่นอับลดลงชัดเจน
  • พื้นที่ผ่านการทำให้แห้ง ทำความสะอาด และอบโอโซนครบทุกโซน
  • มีแผนเฝ้าระวังความชื้นและจุดเชื้อราใหม่
  • ชุมชนรู้ขั้นตอนที่ทำและกลับมาใช้บริการอย่างมั่นใจขึ้น

กรณีตัวอย่าง: ห้องสมุดชั้นล่างกับศูนย์เยาวชนชั้นบน

กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์จำลองเพื่ออธิบายลำดับงาน ไม่ใช่คำรีวิวของลูกค้าจริง)

พี่โอ๊ตเรียกประชุมอาสาสมัครและคณะกรรมการชุมชน แบ่งงานออกเป็นสามกลุ่ม กลุ่มแรกรับผิดชอบหนังสือ คัดแยกเป็นสามกอง กองที่เปียกโชกและมีน้ำเสียซึมถึงเนื้อในให้ถ่ายภาพบันทึกรายการแล้วทิ้ง กองที่ชื้นบางส่วนให้ตั้งเปิดเป็นรูปพัดในห้องที่มีลมพัดผ่านและไม่โดนแดดจัด ส่วนกองที่แห้งดีให้ย้ายขึ้นชั้นสองชั่วคราว หนังสือพิมพ์จดหมายเหตุของชุมชนที่ติดกันเป็นก้อน พี่โอ๊ตถ่ายภาพหน้าที่ยังอ่านได้เก็บไว้เป็นไฟล์ก่อนตัดสินใจ

กลุ่มที่สองดูแลอาคาร ตักโคลน ม้วนพรมมุมเด็กออกไปทิ้ง ล้างเสื่อยางห้องเต้นแล้วตากตั้งขึ้น ให้ช่างไฟตรวจปลั๊กชั้นล่างก่อนเปิดไฟ และเรียกช่างล้างแอร์ทุกเครื่อง ชั้นหนังสือไม้ที่บวมน้ำสองตัวถูกรื้อออก ส่วนชั้นที่ยังแข็งแรงถูกเช็ดทำความสะอาดและเปิดพัดลมเป่าต่อเนื่องร่วมกับเครื่องลดความชื้น

กลุ่มที่สามดูแลการสื่อสาร ติดประกาศหน้าอาคาร และแจ้งในกลุ่มไลน์ชุมชนว่าห้องสมุดจะปิดต่ออีกหนึ่งสัปดาห์เพื่อฟื้นฟูให้ปลอดภัย

เมื่อห้องแห้งพอ คณะกรรมการนัดทีม WHD เข้าสำรวจและอบโอโซนในวันเดียว แบ่งเป็นห้าโซน คือ ห้องอ่านหนังสือหลัก ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องเก็บหนังสือ ห้องซ้อมดนตรีกับห้องเต้น และห้องประชุมชั้นบน ระหว่างอบไม่มีใครอยู่ในอาคาร ต้นไม้กระถางหน้าห้องสมุดถูกยกออกไปด้านนอก และกีตาร์ของวงเยาวชนถูกย้ายไปเก็บบ้านอาสาสมัครชั่วคราวตามที่ตกลงกันไว้ตอนสำรวจ

หลังพ้นช่วงพักและระบายอากาศ อาสาสมัครกลับเข้าไปเปิดหน้าต่าง จัดหนังสือกลับขึ้นชั้นโดยเว้นระยะห่างจากผนัง และวางเครื่องวัดความชื้นราคาไม่แพงไว้ในห้องอ่านหนังสือเพื่อดูค่าทุกวัน ห้องสมุดเปิดให้บริการอีกครั้งพร้อมป้ายเล็ก ๆ ที่บอกลำดับขั้นตอนที่ทำ ผู้สูงอายุที่มาประจำกลับมานั่งอ่านหนังสือพิมพ์ตามเดิม และกลุ่มติวหนังสือก็กลับมาใช้ห้องประชุมในสัปดาห์ถัดไป

เช็กลิสต์ฟื้นฟูห้องสมุดชุมชนและศูนย์เยาวชนหลังน้ำท่วม

ความปลอดภัยของอาสาสมัคร

  • ตัดไฟชั้นที่น้ำท่วม ให้ช่างตรวจก่อนเปิดใช้งาน และห้ามจับปลั๊กหรือสวิตช์ขณะตัวเปียก
  • สวมถุงมือยาง รองเท้าบูท และหน้ากากเมื่อขนหนังสือที่มีเชื้อรา เพราะสปอร์จะฟุ้งขณะยก
  • ปิดบาดแผลให้มิดชิด ใครมีไข้หรือปวดน่องหลังลุยน้ำให้ไปพบแพทย์

การคัดแยกหนังสือและสื่อ

  • ถ่ายภาพหรือจดรายการหนังสือที่ทิ้ง เพื่อใช้ขอรับบริจาคทดแทน
  • หนังสือที่จมน้ำเสียและบวมจนเปิดไม่ได้ควรทิ้ง เพราะทำให้สะอาดและแห้งถึงเนื้อในได้ยาก
  • หนังสือที่ชื้นเล็กน้อยให้ตั้งเปิดในที่ร่มที่มีลมผ่าน พลิกหน้าเป็นระยะ
  • เอกสารหายากหรือของสะสมของชุมชนควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์เอกสาร

ก่อนวันอบโอโซน

  • ตักโคลน ล้างพื้น และทำให้ห้องแห้งให้มากที่สุด
  • ทิ้งพรมและเบาะฟองน้ำที่จมน้ำเสีย ล้างและตากเสื่อยาง
  • ล้างแอร์และเปลี่ยนหรือทำความสะอาดฟิลเตอร์
  • ย้ายต้นไม้ สัตว์เลี้ยง และของมีค่าที่ตกลงกับทีมงานไว้ออกจากพื้นที่
  • แจ้งชุมชนล่วงหน้าว่าอาคารจะปิดในวันอบ

หลังอบโอโซน

  • เข้าพื้นที่หลังทีมงานแจ้งว่าพ้นช่วงพักและระบายอากาศแล้วเท่านั้น
  • วางหนังสือห่างผนังเล็กน้อย ไม่อัดแน่นเกินไป เพื่อให้อากาศไหลเวียน
  • เช็ดแป้นพิมพ์ เมาส์ และโต๊ะด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นประจำ
  • เฝ้าดูความชื้นในห้องและจุดเชื้อราใหม่อย่างน้อยหนึ่งเดือน

สำหรับพื้นผิวที่คนสัมผัสบ่อย สามารถใช้ น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ Chemgene HLD4H ตามอัตราเจือจางบนฉลาก และหากมีการทาสีหรือติดตั้งชั้นหนังสือใหม่ที่ทิ้งกลิ่นสารเคมี ดูบริการ อบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมีตกค้าง ได้

คำถามที่พบบ่อย

1. อบโอโซนช่วยให้หนังสือที่จมน้ำกลับมาใช้ได้ไหม

ไม่ได้ หนังสือที่จมน้ำเสียต้องคัดแยกและทำให้แห้งหรือทิ้ง โอโซนช่วยลดเชื้อในอากาศและบนพื้นผิวหลังจากทุกอย่างแห้งแล้ว และช่วยลดโอกาสที่เชื้อราจะลามไปยังหนังสือเล่มอื่น

2. ต้องขนหนังสือทั้งหมดออกก่อนอบหรือไม่

โดยทั่วไปหนังสือที่แห้งดีสามารถอยู่บนชั้นระหว่างอบได้ ส่วนเอกสารหายาก ภาพถ่ายต้นฉบับ และของมีค่าเฉพาะทาง ควรปรึกษาทีมงานตอนสำรวจว่าควรย้ายออกหรือไม่

3. ระหว่างอบ อาสาสมัครอยู่ชั้นบนได้ไหม ถ้าอบเฉพาะชั้นล่าง

ทีมงานจะประเมินการแยกพื้นที่ในวันสำรวจ หลักสำคัญคือโซนที่กำลังอบต้องไม่มีคนอยู่ และควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในอาคารเดียวกันถ้าอากาศไหลถึงกันได้ ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือให้ทุกคนออกจากอาคารในวันอบ

4. ใช้เวลานานเท่าไร

รอบการทำงานโดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน ไม่รวมการเตรียมและการระบายอากาศ ศูนย์ที่มีห้าโซนมักทำเสร็จได้ภายในวันเดียว ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่

5. หลังอบแล้วเชื้อราจะไม่กลับมาอีกเลยใช่ไหม

ถ้าต้นเหตุความชื้นยังอยู่ เชื้อราสามารถกลับมาได้ การอบโอโซนลดเชื้อที่มีอยู่ ณ เวลานั้น แต่การป้องกันระยะยาวต้องอาศัยการควบคุมความชื้น การระบายอากาศ และการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

6. ถ้ามีคนไอหรือหายใจไม่สะดวกหลังเปิดห้องสมุด ควรทำอย่างไร

แนะนำให้ผู้นั้นพักออกจากพื้นที่และไปพบแพทย์ถ้าอาการไม่ดีขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่เป็นหอบหืดหรือโรคปอด และตรวจสอบห้องอีกครั้งว่ามีจุดชื้นหรือเชื้อราที่หลงเหลือหรือไม่ การอบโอโซนไม่ใช่การรักษาโรค

พื้นที่ส่วนรวมที่ชุมชนรอคอย

ตามรายงานข่าว ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครระบุว่าคลองเต็มและการระบายน้ำจะใช้เวลาสองถึงสามวันหลังฝนหยุด ถึงวันที่ 30 กันยายน ถนนบางสายอย่างศรีบูรพาและลาดพร้าวยังมีน้ำขังราว 20 ถึง 40 เซนติเมตร สื่อหลายแห่งเปรียบเทียบเหตุการณ์นี้กับน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 และรายงานธุรกิจฉบับหนึ่งอ้างประมาณการของหอการค้าว่าความเสียหายอาจราว 12,300 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้บอกว่าการฟื้นฟูจะใช้เวลา และพื้นที่ส่วนรวมอย่างห้องสมุดกับศูนย์เยาวชนมักถูกจัดลำดับไว้ท้ายสุด

แต่สำหรับเด็กที่บ้านยังเปียก ไม่มีโต๊ะทำการบ้าน หรือไม่มีอินเทอร์เน็ต ห้องสมุดชุมชนอาจเป็นที่เดียวที่เขาจะได้กลับมาเรียนตามปกติ การฟื้นฟูพื้นที่นี้ให้ปลอดภัยและเปิดได้เร็วอย่างมีคุณภาพ จึงเป็นการลงทุนที่ให้ผลกับทั้งชุมชน

ให้ห้องสมุดและศูนย์เยาวชนของชุมชนกลับมาหายใจได้อีกครั้ง

ปรึกษาทีม WHD เพื่อสำรวจพื้นที่ แบ่งโซน และวางแผนอบโอโซนฆ่าเชื้อในวันที่ปิดให้บริการ อบในห้องว่างที่ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ พร้อมคำแนะนำการดูแลความชื้นหลังเปิด

ดูบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294  |  LINE @whd268  |  worldhealthdisinfection@gmail.com

#อบโอโซน #อบโอโซนฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วมกทม2569 #กำจัดเชื้อรา #ห้องสมุดชุมชน #ศูนย์เยาวชน

คำค้นหา: อบโอโซนห้องสมุดหลังน้ำท่วม, เชื้อราในหนังสือหลังน้ำท่วม, ฟื้นฟูห้องสมุดชุมชน, ฆ่าเชื้อศูนย์เยาวชน, น้ำท่วม กทม. 2569, อบโอโซนฆ่าเชื้อ, กำจัดเชื้อราหลังน้ำท่วม, หนังสือขึ้นราทำอย่างไร

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้