โฮสเทลและเกสต์เฮาส์หลังน้ำท่วม กทม. 2569: จัดการเชื้อรา แบคทีเรีย และกลิ่นอับในห้องพักรวม ก่อนเปิดรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง

Last updated: 1 ต.ค. 2569  |  20 จำนวนผู้เข้าชม  | 

โฮสเทลและเกสต์เฮาส์หลังน้ำท่วม กทม. 2569: จัดการเชื้อรา แบคทีเรีย และกลิ่นอับในห้องพักรวม ก่อนเปิดรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง

โฮสเทลและเกสต์เฮาส์หลังน้ำท่วม กทม. 2569: จัดการเชื้อรา แบคทีเรีย และกลิ่นอับในห้องพักรวม ก่อนเปิดรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

รีวิวใหม่บนหน้าจอเขียนสั้น ๆ ว่า "Dorm smells musty" และนั่นคือวันที่เจ้าของโฮสเทลนอนไม่หลับ

คุณบอสเปิดโฮสเทลในตึกแถวสี่ชั้นใกล้สถานีรถไฟฟ้ามาได้ห้าปี ชั้นล่างเป็นล็อบบี้ บาร์กาแฟเล็ก ๆ และห้องพักรวมแบบเตียงสองชั้นสิบสองเตียง ชั้นบนเป็นห้องพักรวมหญิงล้วน ห้องส่วนตัว และห้องน้ำรวม ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวแบ็กแพ็กเกอร์จากยุโรป ออสเตรเลีย และเอเชีย คะแนนรีวิวบนแพลตฟอร์มจองที่พักคือสิ่งที่คุณบอสภูมิใจที่สุด เพราะสร้างมาจากการดูแลความสะอาดทีละห้องทีละเตียง

ปลายเดือนกันยายน 2569 ฝนตกหนักต่อเนื่องจนกรุงเทพฯ เผชิญน้ำท่วมครั้งใหญ่ ตามรายงานข่าว ฝนสะสมราว 300 มิลลิเมตรในเวลาประมาณ 48 ชั่วโมง กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยเมื่อวันที่ 26 กันยายน และสื่อไทยหลายสำนักนำเหตุการณ์ครั้งนี้ไปเทียบกับน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 น้ำจากถนนหน้าซอยเอ่อเข้าชั้นล่างของโฮสเทลในคืนเดียว พรมในล็อบบี้ชุ่มน้ำ ฟูกเตียงชั้นล่างของห้องพักรวมโดนน้ำ ล็อกเกอร์ไม้อัดบวม และห้องเก็บผ้าปูที่นอนซึ่งอยู่ใต้บันไดก็จมน้ำทั้งห้อง

คุณบอสต้องย้ายแขกที่พักอยู่ขึ้นชั้นบน ช่วยหาที่พักใหม่ให้บางคน และยกเลิกการจองหลายรายการ ตามรายงานข่าว ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครระบุว่าคลองเต็ม และต้องใช้เวลาระบายราว 2 ถึง 3 วันหลังฝนหยุด เมื่อน้ำลด พนักงานช่วยกันตักโคลน ล้างพื้น ขนฟูกที่เสียหายออก และเปิดพัดลมทุกตัวที่มี ไม่กี่วันต่อมาโฮสเทลก็เปิดรับแขกบางส่วนอีกครั้งที่ชั้นบน

แต่แล้วรีวิวใหม่ก็ปรากฏ แขกจากเยอรมนีให้คะแนนต่ำกว่าปกติและเขียนว่าห้องพักรวมมีกลิ่นอับ อีกคนบอกว่าผ้าม่านกั้นเตียงมีกลิ่นเหมือนผ้าเปียก และมีคนหนึ่งเขียนว่าคัดจมูกทั้งคืน คุณบอสรู้ทันทีว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่คราบโคลนที่มองเห็นอีกแล้ว แต่อยู่ที่ความชื้น เชื้อรา และอากาศในอาคารที่ปิดทึบ ซึ่งการเช็ดถูธรรมดาเอื้อมไปไม่ถึง

บทความนี้เขียนสำหรับเจ้าของและผู้จัดการโฮสเทล เกสต์เฮาส์ และที่พักขนาดเล็กในกรุงเทพฯ ที่กำลังฟื้นฟูกิจการหลังน้ำท่วมครั้งนี้ ครอบคลุมความเสี่ยงด้านเชื้อโรคเฉพาะของที่พักแบบห้องพักรวม ผลกระทบต่อธุรกิจ ลำดับการฟื้นฟูที่ถูกต้อง และการใช้บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนปิดงานก่อนเปิดรับแขกเต็มรูปแบบ

ทำไมโฮสเทลและเกสต์เฮาส์จึงมีความเสี่ยงเฉพาะหลังน้ำท่วม

ที่พักแบบโฮสเทลต่างจากบ้านหรือโรงแรมขนาดใหญ่ในหลายด้าน ประการแรกคือความหนาแน่น ห้องพักรวมหนึ่งห้องอาจมีคนนอนหลายสิบคนในพื้นที่จำกัด ทุกคนหายใจอากาศเดียวกันตลอดคืน ประการที่สองคือวัสดุ ห้องพักรวมเต็มไปด้วยผ้าและวัสดุนุ่ม ทั้งฟูก หมอน ผ้าห่ม ผ้าม่านกั้นเตียง พรม และโซฟาในพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งล้วนดูดซับความชื้นได้ดี ประการที่สามคือการหมุนเวียนของแขก คนจากหลายประเทศเข้าออกทุกวัน นำเชื้อโรคจากที่ต่าง ๆ เข้ามา และมีพื้นฐานสุขภาพแตกต่างกัน บางคนมีโรคหอบหืดหรือภูมิแพ้ บางคนอ่อนเพลียจากการเดินทางไกล

ประการสุดท้ายคือโครงสร้างอาคาร โฮสเทลและเกสต์เฮาส์จำนวนมากในกรุงเทพฯ ดัดแปลงจากตึกแถวหรือบ้านเก่า หน้าต่างน้อย การระบายอากาศพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ ห้องเก็บของมักอยู่ใต้บันไดหรือชั้นล่างสุด เมื่อน้ำท่วมเข้าชั้นล่าง ความชื้นจึงสะสมและลอยขึ้นไปตามช่องบันได ทำให้ชั้นบนที่ไม่ได้โดนน้ำก็อับชื้นไปด้วย

เชื้อราในห้องพักรวม ผ้าม่าน และที่นอน

หน่วยงานด้านสุขภาพอย่าง CDC และ WHO แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้อาคารแห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังน้ำท่วมเพื่อจำกัดการเติบโตของเชื้อรา แต่ในเหตุการณ์ครั้งนี้ หลายพื้นที่มีน้ำขังนานหลายวัน ตามรายงานข่าว ถึงวันที่ 30 กันยายน ถนนบางสายอย่างศรีบูรพาและลาดพร้าวยังมีน้ำขังราว 20 ถึง 40 เซนติเมตร ที่พักที่ต้องรอน้ำลดก่อนเข้าฟื้นฟูจึงมีเวลาให้เชื้อราเติบโตบนผนังยิปซัม ฝ้า ล็อกเกอร์ไม้อัด ผ้าม่านกั้นเตียง และใต้ฟูก

สปอร์เชื้อราที่ลอยในอากาศของห้องพักรวม อาจกระตุ้นอาการคัดจมูก จาม ไอ แสบตา และในผู้ที่เป็นหอบหืดหรือภูมิแพ้อาจทำให้อาการกำเริบ แขกที่นอนห้องพักรวมใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่ในอากาศเดียวกัน ใบหน้าอยู่ใกล้ผ้าม่านและหมอน หากวัสดุเหล่านี้มีเชื้อราหรือความชื้นสะสม แขกจะรู้สึกได้ทันที และมักสะท้อนออกมาเป็นรีวิว

แบคทีเรียจากน้ำท่วมในห้องน้ำรวมและครัวรวม

น้ำท่วมในเมืองไหลผ่านท่อระบายน้ำและบ่อเกรอะ จึงพาเชื้อโรคจากอุจจาระและน้ำเสียเข้ามาในอาคาร ห้องน้ำรวมที่อยู่ชั้นล่างอาจมีน้ำเสียย้อนกลับขึ้นมาจากท่อในช่วงน้ำท่วม ส่วนครัวรวมที่แขกใช้ทำอาหารเองเป็นจุดที่ต้องระวังเรื่องโรคทางเดินอาหาร ภาชนะ เขียง และของใช้ในครัวที่จมน้ำควรทิ้งหรือทำความสะอาดอย่างถูกวิธี อาหารที่โดนน้ำท่วมต้องทิ้งทั้งหมด

ใครในที่พักที่เสี่ยงมากที่สุด

แขกที่เป็นหอบหืด ภูมิแพ้ หรือมีโรคปอดเรื้อรัง แขกสูงอายุที่เดินทางแบบประหยัด สตรีตั้งครรภ์ ครอบครัวที่มีเด็กเล็กซึ่งพักห้องส่วนตัว และพนักงานทำความสะอาดที่ต้องสัมผัสโคลน ผ้าเปื้อน และฟูกที่ชื้นทุกวัน พนักงานที่ลุยน้ำแล้วมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง อาจเป็นสัญญาณของโรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนู ต้องพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำ แขกที่มีอาการท้องร่วง ไข้ หรือหายใจลำบากระหว่างเข้าพัก ควรได้รับคำแนะนำให้ไปสถานพยาบาลใกล้ที่สุด

ผลกระทบต่อธุรกิจที่พักขนาดเล็ก หนักกว่าที่หลายคนคิด

ชื่อเสียงและรีวิวออนไลน์

สำหรับโฮสเทลและเกสต์เฮาส์ รีวิวคือหน้าร้าน นักท่องเที่ยวเลือกที่พักจากคะแนนและคำว่า "สะอาด" กับ "อับชื้น" ในรีวิวล่าสุด รีวิวที่กล่าวถึงกลิ่นอับหรือเชื้อราเพียงไม่กี่รายการ อาจทำให้คะแนนเฉลี่ยลดลงและคงอยู่บนหน้าจองไปอีกนาน การเปิดรับแขกเร็วเกินไปในขณะที่อาคารยังไม่พร้อม จึงอาจสร้างความเสียหายมากกว่าการปิดเพิ่มอีกไม่กี่วัน

รายได้ที่หายไปและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

ทุกคืนที่ปิดห้องพักรวมคือรายได้ที่หายไป การยกเลิกการจอง การคืนเงิน และการช่วยหาที่พักใหม่ให้แขก ล้วนเป็นต้นทุน ฟูก หมอน ผ้าปู ล็อกเกอร์ และพรมที่เสียหายต้องเปลี่ยนใหม่ทีละมาก ๆ เพราะห้องพักรวมมีเตียงหลายสิบเตียง ในภาพรวม ตามรายงานข่าวธุรกิจไทยฉบับหนึ่งที่อ้างประมาณการของหอการค้า ความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งนี้อยู่ที่ราว 12,300 ล้านบาท ธุรกิจขนาดเล็กอย่างที่พักจึงต้องบริหารเงินสดอย่างระมัดระวังในช่วงฟื้นฟู

ฟูกใหม่ที่เสียซ้ำ

ความผิดพลาดที่เจ็บที่สุดคือการซื้อฟูกและผ้าปูชุดใหม่มาวางในห้องที่ยังมีความชื้นและเชื้อราสะสม ไม่กี่สัปดาห์ต่อมาของใหม่ก็เริ่มมีกลิ่น และต้องลงทุนซ้ำอีกรอบ

พนักงานและการทำงาน

พนักงานต้องทำงานหนักขึ้นทั้งตักโคลน ขนของ ดูแลแขก และรับมือคำร้องเรียน หากพนักงานป่วย การดำเนินงานทั้งระบบก็สะดุด และพนักงานที่ต้องทำงานในห้องอับชื้นทุกวันก็เสี่ยงต่อปัญหาทางเดินหายใจ

ความไว้วางใจของแขกต่างชาติ

นักท่องเที่ยวที่ติดตามข่าวน้ำท่วมกรุงเทพฯ จากต่างประเทศ อาจกังวลเรื่องสุขอนามัยของที่พัก การสื่อสารอย่างโปร่งใสว่าที่พักได้ฟื้นฟูและฆ่าเชื้ออย่างไร จึงช่วยสร้างความมั่นใจและเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขัน

ทำไมวิธีที่ที่พักหลายแห่งใช้กันจึงไม่จบปัญหา

ถูพื้นด้วยน้ำยาฟอกขาวแล้วเปิดแอร์ทันที น้ำยาฟอกขาวช่วยฆ่าเชื้อบนพื้นผิวแข็งที่ล้างแล้ว แต่ไม่เข้าไปถึงเชื้อราในผนังยิปซัม ฟูก หรือผ้าม่าน ส่วนแอร์ที่อยู่ในอาคารชื้นหลายวันอาจมีเชื้อราในคอยล์และท่อลม เมื่อเปิดใช้ก็เป่าสปอร์กระจายไปทั่วห้องพักรวม ห้ามผสมน้ำยาฟอกขาวกับน้ำยาที่มีแอมโมเนียหรือกรด เพราะเกิดก๊าซอันตราย

ฉีดสเปรย์ปรับอากาศหรือจุดเครื่องหอมในล็อบบี้ แขกจำนวนมากรู้ว่ากลิ่นหอมแรงผิดปกติในที่พักคือสัญญาณว่ากำลังกลบอะไรบางอย่าง และกลิ่นอับจะกลับมาทันทีที่สเปรย์จางลง

ซักผ้าม่านกั้นเตียงแล้วแขวนกลับขณะยังไม่แห้งสนิท ผ้าที่ยังชื้นในห้องที่ความชื้นสูง คือแหล่งเพาะเชื้อราใหม่

ตากฟูกที่จมน้ำแล้วนำกลับมาใช้ ฟูกที่มีฟองน้ำหรือใยด้านในซึ่งจมน้ำท่วม อาจมีโคลนและเชื้อโรคฝังลึกและแห้งไม่ถึงข้างใน ต่อให้ผิวนอกดูแห้งก็ไม่ควรนำมาให้แขกนอน

ทาสีทับคราบราที่ผนังห้องพัก ห้องดูใหม่ในรูปถ่าย แต่ถ้าผนังยังชื้นด้านใน ราจะกลับมาพร้อมกลิ่นสีใหม่ที่แขกไม่ต้องการ

ทำความสะอาดทีละเตียงเฉพาะส่วนที่มองเห็น ใต้เตียงสองชั้น หลังล็อกเกอร์ ช่องแอร์ ร่องหน้าต่าง และซอกฝ้า เป็นจุดที่ความชื้นสะสม แต่ทีมแม่บ้านที่มีเวลาจำกัดมักเข้าไม่ถึง

หลายวิธีข้างต้นยังจำเป็นในการฟื้นฟู แต่ที่พักแบบห้องพักรวมต้องการขั้นตอนที่จัดการทั้งอากาศและพื้นผิวของห้องทั้งห้องพร้อมกัน ในเวลาที่จำกัด และไม่ทิ้งกลิ่นหรือสารเคมีที่แขกจะสังเกตได้

บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อจาก WHD: ปิดงานฟื้นฟูก่อนเปิดรับแขกเต็มรูปแบบ

World Health Disinfection หรือ WHD ให้บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคาร สำหรับบ้าน คอนโด โรงแรม สำนักงาน โรงงาน และอาคารประเภทต่าง ๆ โอโซน (O3) เป็นก๊าซที่มีความสามารถในการออกซิไดซ์สูง เมื่อเติมเต็มห้องที่ปิดสนิท จะเข้าถึงใต้เตียงสองชั้น หลังล็อกเกอร์ ในผ้าม่าน และอากาศทั่วทั้งห้อง แล้วทำลายโครงสร้างเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงโมเลกุลกลิ่นอับ จากนั้นสลายกลับเป็นออกซิเจน (O2) โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง ห้องจึงไม่มีกลิ่นน้ำยาที่แขกจะสังเกตได้

ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง ผ่านการทดสอบโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek สหราชอาณาจักร การอบโอโซนกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% ดูรายละเอียดได้ที่หน้าเอกสารรับรอง

กฎความปลอดภัยสำหรับที่พัก: การอบโอโซนทำในห้องที่ว่างและปิดสนิทเท่านั้น ห้องหรือชั้นที่อบต้องไม่มีแขก พนักงาน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ และกลับเข้าได้หลังพ้นช่วงพักห้องและระบายอากาศตามที่ทีมงานกำหนดเท่านั้น ที่พักที่เปิดบางชั้นอยู่ ต้องวางแผนปิดชั้นหรือโซนที่อบให้แยกขาดจากพื้นที่ที่มีแขก ปิดประตูทางเชื่อมและติดป้ายห้ามเข้า

การอบโอโซนเป็นขั้นตอนหลังการตักโคลน ล้าง คัดทิ้งของเสียหาย และทำให้อาคารแห้งแล้ว ไม่ได้ใช้แทนการทำความสะอาด การเปลี่ยนฟูกที่จมน้ำ การล้างแอร์ หรือการซ่อมผนังที่ราขึ้นลึก และไม่ใช่การรักษาโรค แขกหรือพนักงานที่มีอาการผิดปกติต้องพบแพทย์

ขั้นตอนการทำงานของทีม WHD สำหรับโฮสเทลและเกสต์เฮาส์

  1. สำรวจอาคารและวางแผนเปิดทีละโซน ทีมงานดูระดับน้ำที่เคยท่วม ห้องพักรวม ห้องส่วนตัว ห้องน้ำรวม ครัว ล็อบบี้ และห้องเก็บผ้า แล้วจัดลำดับโซนให้สอดคล้องกับแผนเปิดรับแขกของที่พัก
  2. ตรวจความพร้อม ห้องต้องผ่านการล้าง ทิ้งฟูกและวัสดุที่เสียหาย ล้างแอร์ และแห้งแล้ว จุดที่ยังชื้นมากหรือผนังที่ควรรื้อ ทีมงานจะแจ้งให้จัดการก่อน
  3. เตรียมห้องว่าง ย้ายแขกและพนักงานออกจากโซน เปิดล็อกเกอร์ ตู้ และรูดผ้าม่านกั้นเตียงให้เปิด ปิดหน้าต่าง ประตู และทางเชื่อมระหว่างโซน อาหารในครัวรวมเก็บในภาชนะปิดสนิทหรือย้ายออก
  4. เติมโอโซนทั่วห้อง รอบการทำงานโดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน ขึ้นกับขนาดห้องและสภาพหน้างาน
  5. ระยะสัมผัส ให้โอโซนทำงานกับอากาศ พื้นผิว ผ้า และซอกมุมตามเวลาที่กำหนด
  6. พักห้องและระบายอากาศ ปิดเครื่อง รอให้โอโซนสลายเป็นออกซิเจน แล้วเปิดระบายอากาศก่อนให้พนักงานเข้าไปปูเตียง
  7. ส่งมอบพร้อมคำแนะนำ แนะนำการควบคุมความชื้น การระบายอากาศระหว่างวัน และสัญญาณที่บอกว่าความชื้นกำลังกลับมา

งานอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ฟรี เหมาะสำหรับเช็ดลูกบิดประตู ล็อกเกอร์ ราวบันไดเตียง และเคาน์เตอร์ต้อนรับ สำหรับน้ำยาฆ่าเชื้อพื้นผิวในห้องน้ำรวมและครัวหลังล้างโคลน ดูข้อมูลได้ที่หน้าChemgene และหากรีโนเวตห้องพักจนมีกลิ่นสีหรือกลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ดูบริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมีตกค้างประกอบได้

10 เหตุผลที่โฮสเทลและเกสต์เฮาส์ควรอบโอโซนก่อนเปิดรับแขกเต็มรูปแบบ

  1. จัดการอากาศที่แขกหลายสิบคนหายใจร่วมกัน ห้องพักรวมคืออากาศก้อนเดียว การอบทั้งห้องจึงตรงจุดกว่าการเช็ดทีละเตียง
  2. เข้าถึงผ้าม่านกั้นเตียงและใต้เตียงสองชั้น จุดที่แม่บ้านเข้าถึงยากที่สุด แต่แขกสัมผัสใกล้ที่สุด
  3. ไม่ทิ้งกลิ่นน้ำยา โอโซนสลายเป็นออกซิเจน ห้องจึงไม่มีกลิ่นสารเคมีที่แขกจะเขียนถึงในรีวิว
  4. ลดกลิ่นอับที่ต้นเหตุ ไม่ต้องพึ่งสเปรย์ปรับอากาศที่แขกจับได้ทันที
  5. มีผลทดสอบรองรับ ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek สหราชอาณาจักร กำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99%
  6. รอบงานสั้น เปิดห้องได้เร็ว ประมาณ 30 นาทีต่อโซน วางแผนปิดชั้นและเปิดคืนได้แม่นยำ นัดสำรวจหน้างาน
  7. ปกป้องเงินลงทุนในฟูกและผ้าปูชุดใหม่ อบห้องก่อนวางของใหม่ ลดโอกาสที่ของใหม่จะอับชื้นซ้ำ
  8. เปิดทีละชั้นได้ แบ่งโซนให้ที่พักยังเปิดบางส่วนและสร้างรายได้ระหว่างฟื้นฟู โดยแยกโซนที่อบออกจากแขกอย่างเด็ดขาด
  9. เป็นข้อมูลที่สื่อสารกับแขกได้ บอกแขกได้อย่างโปร่งใสว่าที่พักผ่านการล้าง ทำให้แห้ง และอบโอโซนฆ่าเชื้อทั้งอาคารแล้ว ดูรายละเอียดบริการ
  10. ดูแลสุขภาพพนักงานด้วย พนักงานทำงานในอาคารทุกวัน อากาศที่ดีขึ้นช่วยให้ทีมงานทำงานได้ต่อเนื่อง

ก่อนฟื้นฟูและอบโอโซน

  • ห้องพักรวมชั้นล่างมีกลิ่นอับ ฟูกเตียงล่างโดนน้ำ
  • ผ้าม่านกั้นเตียงมีกลิ่นผ้าเปียก
  • ล็อกเกอร์ไม้อัดบวม ห้องเก็บผ้าใต้บันไดจมน้ำ
  • แอร์เปิดแล้วมีกลิ่นเหม็นอับ
  • รีวิวใหม่พูดถึงกลิ่นอับและอาการคัดจมูก

หลังฟื้นฟูครบลำดับและอบโอโซน

  • ฟูกที่จมน้ำเปลี่ยนใหม่ ห้องแห้งและโปร่ง
  • ผ้าม่านซักและแห้งสนิทก่อนแขวนกลับ
  • แอร์ผ่านการล้าง ห้องเก็บผ้าย้ายขึ้นที่สูง
  • อบโอโซนทุกโซนก่อนเปิดรับแขก ไม่มีกลิ่นน้ำยา
  • สื่อสารกับแขกได้อย่างมั่นใจและโปร่งใส

กรณีตัวอย่าง: เกสต์เฮาส์แปดห้องในซอยเล็กที่เปิดคืนทีละชั้น

กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่คำรีวิวที่ยืนยันตัวตนของลูกค้า

คุณแอนบริหารเกสต์เฮาส์แปดห้องในบ้านเก่าสามชั้นที่ปรับปรุงใหม่ ชั้นล่างเป็นห้องรับรอง ครัวรวม และห้องพักสองห้อง ชั้นสองและสามเป็นห้องพักอย่างละสามห้อง ช่วงน้ำท่วมปลายเดือนกันยายน น้ำขังหน้าซอยหลายวันและซึมเข้าชั้นล่าง คุณแอนปิดห้องชั้นล่างทั้งหมด และเปิดรับแขกเฉพาะชั้นสามซึ่งไม่ได้รับผลกระทบ

หลังน้ำลด เธอให้ช่างไฟตรวจระบบไฟก่อน จากนั้นจ้างทีมตักโคลนและล้างชั้นล่าง ทิ้งฟูก หมอน และพรมที่จมน้ำ ทิ้งอาหารแห้งในครัวรวมที่โดนน้ำ และให้ช่างล้างแอร์ทุกเครื่อง แต่ชั้นสองซึ่งน้ำไม่ได้ขึ้นถึงกลับมีกลิ่นอับชัดเจน เพราะบ้านปิดทึบหลายวันและความชื้นลอยขึ้นตามช่องบันได

ทีมงานวางแผนอบโอโซนแบ่งเป็นสองรอบ รอบแรกคือชั้นล่างทั้งชั้นรวมครัวและห้องรับรอง รอบที่สองคือชั้นสอง ในวันที่ไม่มีแขกเช็กอินชั้นสาม คุณแอนจัดให้แขกชั้นสามออกไปเที่ยวตามปกติ และปิดประตูทางเชื่อมบันไดพร้อมติดป้ายห้ามเข้า ระหว่างทำงานไม่มีใครอยู่ในโซนที่อบ หลังพ้นช่วงพักห้อง พนักงานเปิดระบายอากาศ ปูฟูกใหม่และผ้าปูที่ซักแห้งสนิท จากนั้นเกสต์เฮาส์ก็ทยอยเปิดห้องชั้นสองและชั้นล่างตามลำดับ

คุณแอนเล่าว่าสิ่งที่ช่วยได้มากคือการวางแผนให้เปิดคืนได้ทีละชั้น ไม่ต้องปิดทั้งอาคาร และสามารถตอบแขกที่ถามเรื่องน้ำท่วมได้ชัดเจนว่าที่พักผ่านขั้นตอนอะไรมาบ้าง ทั้งนี้ผลลัพธ์ของแต่ละอาคารขึ้นอยู่กับความชื้นที่เหลือ วัสดุ และการดูแลหลังจากนั้น

เช็กลิสต์ฟื้นฟูโฮสเทลและเกสต์เฮาส์ ก่อนและหลังอบโอโซน

ก่อนอบโอโซน

  • ให้ช่างไฟฟ้าตรวจระบบไฟ ปลั๊กในห้องพักรวม และเครื่องทำน้ำอุ่นในห้องน้ำรวมก่อนเปิดใช้
  • พนักงานที่ทำความสะอาดสวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง หน้ากาก และแว่นป้องกัน ล้างมือทุกครั้งหลังทำงาน
  • ตักโคลน ล้างพื้น ผนัง โครงเตียง และล็อกเกอร์ด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก แล้วทำให้แห้งด้วยการระบายอากาศ
  • ทิ้งฟูก หมอน พรม และเบาะที่จมน้ำท่วม รวมถึงอาหารและของใช้ในครัวรวมที่โดนน้ำ
  • ซักผ้าปู ผ้าห่ม และผ้าม่านกั้นเตียงที่ไม่ได้จมน้ำแต่มีกลิ่นอับ ตากหรืออบให้แห้งสนิท
  • ให้ช่างล้างแอร์ทุกเครื่องและตรวจท่อลม
  • ห้องน้ำรวมที่มีน้ำเสียย้อน ล้างให้สะอาดแล้วเช็ดฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาตามฉลาก
  • ผนังที่ราขึ้นลึกและยังชื้น ให้ช่างประเมินว่าควรรื้อเปลี่ยนหรือไม่
  • ย้ายห้องเก็บผ้าปูและของสำรองขึ้นที่สูง หรือเก็บในกล่องปิดสนิท

วันอบโอโซน

  • โซนที่อบต้องว่าง ไม่มีแขก พนักงาน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้
  • หากเปิดบางชั้นอยู่ ปิดประตูทางเชื่อม ติดป้ายห้ามเข้า และแจ้งแขกล่วงหน้า
  • เปิดล็อกเกอร์ ตู้ และรูดผ้าม่านกั้นเตียงให้เปิด ปิดหน้าต่างให้สนิท
  • ห้ามเปิดประตูเข้าโซนระหว่างทำงานและช่วงพักห้อง

หลังอบโอโซนและก่อนเปิดรับแขก

  • เข้าห้องหลังพ้นช่วงพักห้อง เปิดระบายอากาศเพิ่ม แล้วจึงปูฟูกและผ้าปูที่ซักแห้งสนิท
  • ตั้งรอบการเปิดหน้าต่างระบายอากาศประจำวัน และสังเกตกลิ่นในสัปดาห์แรก
  • อัปเดตข้อมูลบนหน้าแพลตฟอร์มจองหรือสื่อสารกับแขกอย่างตรงไปตรงมาเรื่องการฟื้นฟู
  • แนะนำแขกหรือพนักงานที่มีไข้ ท้องร่วง หรือหายใจลำบาก ให้ไปพบแพทย์

คำถามที่เจ้าของที่พักถามบ่อย

1. อบโอโซนขณะที่ยังมีแขกพักอยู่ชั้นอื่นได้ไหม

ทำได้เมื่อโซนที่อบแยกขาดจากพื้นที่ที่มีแขก ปิดประตูทางเชื่อมสนิท และไม่มีใครเข้าโซนนั้นระหว่างทำงานและช่วงพักห้อง ทีมงานจะประเมินว่าอาคารแบ่งโซนได้แบบใด หากแยกไม่ได้ควรนัดในวันที่ปิดทั้งอาคาร

2. อบโอโซนแล้วไม่ต้องเปลี่ยนฟูกที่จมน้ำได้ไหม

ไม่ได้ ฟูกที่จมน้ำท่วมควรเปลี่ยนใหม่ การอบโอโซนเป็นขั้นตอนหลังการคัดทิ้งของที่เสียหาย และช่วยลดโอกาสที่ฟูกใหม่จะอับชื้นซ้ำ

3. ใช้เวลานานแค่ไหนจึงเปิดห้องได้

รอบการทำงานประมาณ 30 นาทีต่อโซน ตามด้วยช่วงพักห้องและระบายอากาศที่ทีมงานกำหนด หลังจากนั้นพนักงานจึงเข้าไปปูเตียงและเตรียมห้องตามปกติ

4. จะทำให้ผ้าหรือเฟอร์นิเจอร์เสียหายไหม

การอบตามรอบที่ทีมงานกำหนดใช้กับห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์และผ้าตามปกติ ทีมงานจะแนะนำสิ่งที่ควรย้ายออกหรือเก็บเป็นพิเศษตามสภาพหน้างาน

5. ควรอบซ้ำบ่อยแค่ไหน

ขึ้นอยู่กับความชื้นของอาคารและอัตราการเข้าพัก ที่พักหลายแห่งเลือกอบหลังเหตุการณ์สำคัญ เช่น น้ำท่วมหรือช่วงฝนชุก ทีมงานสามารถช่วยวางแผนได้

6. ค่าบริการคิดอย่างไร

ขึ้นกับพื้นที่ จำนวนโซน และสภาพหน้างาน ติดต่อทีมงานเพื่อประเมินได้ และงานตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไปรับสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ฟรี

พร้อมเปิดรับแขกอีกครั้ง ด้วยห้องพักที่สะอาดถึงอากาศ

ให้ทีม WHD ช่วยวางแผนอบโอโซนฆ่าเชื้อห้องพักรวม ห้องส่วนตัว ห้องน้ำรวม และพื้นที่ส่วนกลาง แบบห้องว่าง ทีละโซน ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง

ดูบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในอาคาร

โทร 065-556-6294  |  LINE @whd268  |  worldhealthdisinfection@gmail.com

#อบโอโซน #อบโอโซนฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วมกทม2569 #กำจัดเชื้อรา #โฮสเทล #เกสต์เฮาส์

คำค้นหา: โฮสเทลหลังน้ำท่วม, เกสต์เฮาส์หลังน้ำท่วม, ห้องพักรวมกลิ่นอับ, เชื้อราในที่พัก, อบโอโซนโฮสเทล, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, น้ำท่วม กทม. 2569, อบโอโซนฆ่าเชื้อ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้