อบโอโซนห้องใต้ดินหลังน้ำท่วม: ฆ่าเชื้อราและแบคทีเรียในห้องเก็บของและห้องเก็บเอกสารของอาคารสำนักงานใจกลางกรุงเทพฯ หลังน้ำท่วม 2569

Last updated: 1 ต.ค. 2569  |  31 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อบโอโซนห้องใต้ดินหลังน้ำท่วม: ฆ่าเชื้อราและแบคทีเรียในห้องเก็บของและห้องเก็บเอกสารของอาคารสำนักงานใจกลางกรุงเทพฯ หลังน้ำท่วม 2569

อบโอโซนห้องใต้ดินหลังน้ำท่วม: ฆ่าเชื้อราและแบคทีเรียในห้องเก็บของและห้องเก็บเอกสารของอาคารสำนักงานใจกลางกรุงเทพฯ หลังน้ำท่วม 2569

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

ชั้นทำงานกลับมาเปิดแล้ว แต่ประตูลิฟต์เปิดที่ล็อบบี้ทีไร ก็ได้กลิ่นห้องใต้ดินทุกครั้ง

คุณเอกเป็นผู้จัดการอาคารของอาคารสำนักงานให้เช่าสูงยี่สิบกว่าชั้นในย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ อาคารมีชั้นใต้ดินสองชั้น ชั้นแรกเป็นลานจอดรถบางส่วน ห้องเก็บของของผู้เช่า ห้องแม่บ้าน ห้องล็อกเกอร์พนักงานรักษาความปลอดภัย และห้องเก็บเอกสารที่บริษัทผู้เช่าหลายรายเช่าไว้เก็บแฟ้มบัญชีย้อนหลัง ชั้นล่างสุดเป็นห้องเครื่อง ห้องปั๊มน้ำ และบ่อพักน้ำของอาคาร

ปลายเดือนกันยายน 2569 ฝนตกหนักต่อเนื่องจนถนนรอบอาคารมีน้ำขัง ท่อระบายน้ำสาธารณะรับน้ำไม่ทัน น้ำไหลลงทางลาดรถยนต์เข้าสู่ชั้นใต้ดิน อีกส่วนหนึ่งดันย้อนขึ้นมาจากรางระบายน้ำในลานจอดรถ ทีมช่างอาคารเปิดเครื่องสูบน้ำเต็มกำลังและวางกระสอบทรายกั้นทางลาดไว้ แต่น้ำก็ยังเข้าไปท่วมห้องเก็บของและห้องเก็บเอกสารที่อยู่ระดับต่ำที่สุดของชั้นใต้ดินชั้นแรก สูงพอที่จะทำให้กล่องแฟ้มที่วางชั้นล่างสุดของชั้นวางจมน้ำ

หลังน้ำลด ทีมแม่บ้านและช่างใช้เวลาหลายวันสูบน้ำ ตักโคลน ล้างพื้น และขนกล่องที่เปียกออกมากองไว้ที่ลานจอดรถ ชั้นทำงานด้านบนกลับมาเปิดตามปกติ แต่เริ่มมีผู้เช่าโทรมาแจ้งว่าล็อบบี้มีกลิ่นอับ โดยเฉพาะเวลาที่ประตูลิฟต์ซึ่งวิ่งลงไปถึงชั้นใต้ดินเปิดออก พนักงานรักษาความปลอดภัยที่ใช้ห้องล็อกเกอร์ใต้ดินบ่นว่าคันจมูกและไอ แม่บ้านหลายคนมีผื่นที่แขน และเมื่อคุณเอกเปิดห้องเก็บเอกสารดูอีกครั้งในสัปดาห์ถัดมา ก็พบจุดเชื้อราสีเขียวปนขาวขึ้นตามสันแฟ้มบนชั้นที่สองและสามของชั้นวาง ซึ่งไม่เคยสัมผัสน้ำเลย

ห้องใต้ดินและห้องเก็บของในอาคารสำนักงานเป็นพื้นที่ที่คนทำงานในอาคารไม่ค่อยได้เห็น แต่หลังน้ำท่วม พื้นที่เหล่านี้กลายเป็นแหล่งสะสมความชื้น เชื้อรา และแบคทีเรียที่ส่งผลไปถึงทั้งอาคาร บทความนี้จะพาไปดูว่าทำไมชั้นใต้ดินจึงฟื้นตัวช้ากว่าส่วนอื่น เชื้อโรคและเชื้อราไปซ่อนอยู่ตรงไหน และการอบโอโซนฆ่าเชื้อนอกเวลาทำงานช่วยฝ่ายบริหารอาคารได้อย่างไร

น้ำท่วมกรุงเทพฯ ปลายเดือนกันยายน 2569 กับอาคารที่มีชั้นใต้ดิน

ตามรายงานข่าว ระหว่างวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 กรุงเทพฯ มีฝนตกหนักต่อเนื่องราว 300 มิลลิเมตรในเวลาประมาณ 48 ชั่วโมง และในวันที่ 26 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย แม้พื้นที่ฝั่งตะวันออกอย่างคลองจั่นและบึงกุ่มจะได้รับผลกระทบหนักที่สุดตามรายงาน แต่การประกาศครอบคลุมทุกเขตสะท้อนว่าทั้งเมืองได้รับผลกระทบ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครระบุว่าคลองเต็มความจุ และการระบายน้ำต้องใช้เวลาราว 2 ถึง 3 วันหลังฝนหยุด

ตามรายงานข่าว ถึงวันที่ 30 กันยายน ถนนบางสาย เช่น ศรีบูรพาและลาดพร้าว ยังมีน้ำขังราว 20 ถึง 40 เซนติเมตร สื่อไทยเปรียบเทียบเหตุการณ์กับน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 และมีรายงานธุรกิจที่อ้างประมาณการของหอการค้าว่าความเสียหายราว 12,300 ล้านบาท เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตตามรายงานข่าว เราขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และขอย้ำความสำคัญของความปลอดภัยด้านไฟฟ้าในทุกพื้นที่ที่มีน้ำขัง โดยเฉพาะพื้นที่ใต้ดินและลานจอดรถ

สำหรับอาคารที่มีชั้นใต้ดิน ปัญหาไม่ได้จบเมื่อสูบน้ำออกหมด เพราะชั้นใต้ดินเป็นพื้นที่ที่ไม่มีแสงแดด อากาศถ่ายเทอาศัยพัดลมระบายอากาศเป็นหลัก และผนังคอนกรีตที่อยู่ใต้ระดับดินยังรับความชื้นจากดินรอบอาคารต่อเนื่อง ความชื้นจึงค้างอยู่นานกว่าชั้นบนหลายเท่า

ต้องย้ำไว้ตั้งแต่ต้นว่า การอบโอโซนไม่ได้ป้องกันน้ำท่วม และไม่ใช่การรักษาโรค แต่เป็นขั้นตอนช่วยลดเชื้อโรคและเชื้อราในอากาศและบนพื้นผิว หลังจากที่สูบน้ำ ตักโคลน ล้าง และทำให้พื้นที่แห้งแล้วเท่านั้น

ทำไมห้องใต้ดินและห้องเก็บของในอาคารสำนักงานจึงฟื้นตัวช้า และเป็นแหล่งเชื้อราของทั้งอาคาร

ไม่มีแดด ไม่มีลมธรรมชาติ

บ้านทั่วไปหลังน้ำท่วมยังพอเปิดหน้าต่างรับแดดรับลมได้ แต่ชั้นใต้ดินของอาคารสำนักงานแทบไม่มีช่องเปิดสู่ภายนอก การระบายอากาศพึ่งพัดลมดูดอากาศและท่อลมเป็นหลัก หากระบบระบายอากาศบางส่วนเสียหายจากน้ำ หรือถูกปิดไว้ระหว่างซ่อมระบบไฟฟ้า อากาศในห้องเก็บของจะนิ่งสนิท ความชื้นสัมพัทธ์จะสูงต่อเนื่อง และเชื้อราจะเติบโตได้เต็มที่

ห้องเก็บเอกสารคือแหล่งอาหารของเชื้อรา

แฟ้มกระดาษ กล่องกระดาษลูกฟูก แบบแปลนอาคาร สมุดบัญชี และเอกสารสัญญาที่เก็บไว้ในห้องใต้ดินล้วนเป็นวัสดุเซลลูโลสที่เชื้อราชอบ แม้กล่องบนชั้นวางระดับสูงจะไม่เคยสัมผัสน้ำ แต่กระดาษดูดความชื้นจากอากาศได้ดีมาก เมื่ออากาศในห้องชื้นต่อเนื่องหลายวัน กระดาษจะชื้นตาม และเชื้อราสามารถเริ่มขึ้นตามสันแฟ้มหรือมุมกล่องได้ นี่คือเหตุผลที่หลายอาคารพบเชื้อราบนเอกสารที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำ

ห้องเก็บของจิปาถะที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของชัดเจน

ห้องเก็บของใต้ดินมักเก็บของหลากหลาย ทั้งแผ่นฝ้าเพดานสำรอง พรมแผ่นสำรอง เฟอร์นิเจอร์สำนักงานเก่า ชุดยูนิฟอร์ม อุปกรณ์งานอีเวนต์ ป้ายโฆษณา และกล่องของผู้เช่าที่ย้ายออกไปแล้ว ของเหล่านี้จำนวนมากทำจากวัสดุที่ดูดน้ำ เมื่อเปียกแล้วไม่มีใครรีบนำออก เพราะไม่แน่ใจว่าเป็นความรับผิดชอบของใคร ปล่อยไว้ไม่กี่วันก็กลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อรา

ผนังคอนกรีตใต้ดินยังรับความชื้นจากดินรอบอาคาร

หลังฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ระดับน้ำใต้ดินรอบอาคารจะสูงขึ้น ผนังและพื้นคอนกรีตของชั้นใต้ดินจึงอาจมีความชื้นซึมผ่านรอยแตกหรือรอยต่อได้แม้น้ำในอาคารจะสูบออกหมดแล้ว คราบน้ำตามรอยต่อผนังและพื้น รวมถึงคราบขาวของเกลือที่ตกผลึกบนผิวคอนกรีต เป็นสัญญาณว่ายังมีความชื้นเคลื่อนตัวอยู่

ปล่องลิฟต์และบันไดหนีไฟพาอากาศขึ้นล็อบบี้

ในอาคารสูง ปล่องลิฟต์และบันไดหนีไฟเชื่อมจากชั้นใต้ดินขึ้นไปถึงชั้นบน อากาศเคลื่อนที่ในช่องเหล่านี้ได้ตามความต่างของอุณหภูมิและแรงดัน ทุกครั้งที่ลิฟต์ซึ่งลงไปถึงชั้นใต้ดินเปิดประตูที่ล็อบบี้ อากาศจากด้านล่างก็มีโอกาสตามขึ้นมาด้วย กลิ่นอับและสปอร์เชื้อราจากห้องใต้ดินจึงไม่ได้อยู่แค่ข้างล่าง แต่ไปถึงพื้นที่ต้อนรับที่ผู้เช่าและแขกใช้ทุกวัน

น้ำที่เข้าชั้นใต้ดินมักเป็นน้ำสกปรก

น้ำที่ไหลลงทางลาดและดันย้อนจากรางระบายน้ำผ่านถนน ท่อระบายน้ำ และบ่อพัก จึงมีโอกาสปนเปื้อนน้ำเสีย น้ำมันจากรถยนต์ ขยะ และสิ่งขับถ่ายของหนู เมื่อน้ำลดก็ทิ้งโคลนและตะกอนที่มีเชื้อแบคทีเรียไว้ตามพื้น ขาชั้นวาง และฐานผนัง หากล้างไม่ทั่วถึง พื้นผิวเหล่านี้จะเป็นแหล่งเชื้อโรคต่อไปอีกนาน

เชื้อโรคและเชื้อราในชั้นใต้ดินหลังน้ำท่วม และใครเสี่ยงที่สุด

องค์การอนามัยโลก ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา และกรมควบคุมโรค แนะนำตรงกันว่าอาคารที่ถูกน้ำท่วมควรทำความสะอาดและทำให้แห้งให้เร็วที่สุด ภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหากทำได้ เพื่อจำกัดการเติบโตของเชื้อรา ชั้นใต้ดินมักใช้เวลานานกว่านั้นมากเพราะต้องรอสูบน้ำและรอระบบไฟฟ้าปลอดภัยก่อน ความเสี่ยงจึงสูงกว่าพื้นที่อื่นของอาคาร

เชื้อราและสปอร์ในอากาศ

เชื้อราที่ขึ้นบนกระดาษ ไม้ ผ้า และแผ่นยิปซัม ปล่อยสปอร์ขนาดเล็กลอยในอากาศ การสูดสปอร์เข้าไปอาจทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ คัดจมูก จาม ไอ ระคายเคืองตาและคอ และกระตุ้นอาการหอบหืด ผู้ที่ทำงานในห้องใต้ดินเป็นประจำ หรือเข้าไปค้นเอกสารนาน ๆ จะได้รับสปอร์ปริมาณมากกว่าคนทั่วไป

แบคทีเรียจากน้ำเสียและโคลน

แบคทีเรียที่มาจากสิ่งปฏิกูลอาจตกค้างบนพื้นและพื้นผิวที่สัมผัสน้ำ การสัมผัสแล้วไม่ล้างมือ หรือรับประทานอาหารในห้องพักพนักงานใต้ดินที่ทำความสะอาดไม่ทั่วถึง อาจทำให้เกิดอาการท้องร่วง คลื่นไส้ และอาเจียน ส่วนแผลที่สัมผัสโคลนสกปรกก็เสี่ยงติดเชื้อที่ผิวหนัง

โรคฉี่หนู

ชั้นใต้ดินที่เชื่อมกับท่อระบายน้ำและบ่อพักเป็นที่ที่หนูเข้าถึงได้ง่าย เชื้อเลปโตสไปโรซิสจากปัสสาวะหนูเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือเยื่อบุ ผู้ที่ลุยน้ำหรือทำความสะอาดชั้นใต้ดินแล้วมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง หรือตาแดง ควรรีบไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วม

กลุ่มคนที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

  • แม่บ้านและพนักงานทำความสะอาด ที่ต้องลงไปตักโคลนและขนของเปียกด้วยตัวเอง
  • พนักงานรักษาความปลอดภัยและช่างอาคาร ที่ใช้ห้องล็อกเกอร์ ห้องพัก หรือห้องเครื่องในชั้นใต้ดินทุกวัน
  • พนักงานธุรการและบัญชี ที่ต้องลงไปค้นแฟ้มในห้องเก็บเอกสาร
  • พนักงานที่เป็นโรคหอบหืด ภูมิแพ้ หรือโรคปอดเรื้อรัง ซึ่งไวต่อสปอร์เชื้อรา
  • พนักงานที่ตั้งครรภ์และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งควรหลีกเลี่ยงงานทำความสะอาดพื้นที่ปนเปื้อน
  • ผู้สูงอายุที่มาติดต่ออาคาร และเด็กที่มากับผู้ปกครอง ซึ่งผ่านล็อบบี้และลานจอดรถ

หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไข้ ปวดน่องหลังลุยน้ำ ท้องร่วงไม่หยุด หรือหายใจลำบาก ต้องไปพบแพทย์ การอบโอโซนช่วยดูแลสภาพแวดล้อม แต่ไม่ได้ทดแทนการรักษา

ผลกระทบที่ฝ่ายบริหารอาคารต้องรับมือ

ด้านสุขภาพของคนทำงาน: พนักงานที่ต้องอยู่ในชั้นใต้ดินทุกวัน เช่น แม่บ้าน รปภ. และช่าง เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบก่อนใคร อาการไอ คัดจมูก ผื่น และอ่อนเพลียทำให้ต้องลาป่วย ทีมที่มีคนน้อยอยู่แล้วในช่วงฟื้นฟูยิ่งรับภาระหนักขึ้น

ด้านเงิน: เอกสารที่ขึ้นราอาจต้องจ้างกู้คืนหรือทำสำเนาใหม่ ของในห้องเก็บของที่ปล่อยไว้นานจนขึ้นราอาจต้องทิ้งทั้งหมด ผนังและฝ้าที่เชื้อราลุกลามต้องรื้อเปลี่ยน ยิ่งปล่อยไว้นาน ค่าใช้จ่ายยิ่งสูงขึ้น

ด้านเวลา: ทีมบริหารอาคารต้องตอบคำถามผู้เช่า ประสานช่าง ประสานบริษัทประกัน และจัดการเอกสารเคลมไปพร้อมกัน การทำความสะอาดซ้ำ ๆ เพราะเชื้อรากลับมาทำให้เสียเวลาที่ควรใช้กับงานซ่อมระบบสำคัญ

ด้านภาพลักษณ์และสัญญาเช่า: ผู้เช่าที่เดินเข้าล็อบบี้แล้วได้กลิ่นอับทุกเช้า หรือพบว่ากล่องเอกสารที่ฝากไว้ขึ้นรา จะตั้งคำถามกับคุณภาพการบริหารอาคาร ซึ่งอาจส่งผลต่อการต่อสัญญาเช่าในอนาคต

ด้านความรับผิดชอบต่อพนักงาน: นายจ้างและผู้บริหารอาคารมีหน้าที่ดูแลสภาพแวดล้อมการทำงานให้ปลอดภัย การปล่อยให้พนักงานทำงานในพื้นที่อับชื้นที่มีเชื้อราโดยไม่จัดการ ย่อมสร้างความกังวลทั้งต่อตัวพนักงานและครอบครัวของพวกเขา

วิธีที่อาคารมักใช้ และเหตุผลที่ยังไม่พอสำหรับชั้นใต้ดิน

ล้างพื้นด้วยน้ำยาฟอกขาวแล้วจบ: น้ำยาฟอกขาวที่เจือจางถูกวิธีช่วยฆ่าเชื้อบนพื้นเรียบได้ แต่ไม่ได้จัดการกับสปอร์ในอากาศ ในกล่องเอกสาร หรือในช่องหลังชั้นวางเหล็ก การใช้ในห้องใต้ดินที่อากาศถ่ายเทน้อยยังทำให้กลิ่นฉุนค้าง และห้ามผสมกับน้ำยาชนิดอื่นเด็ดขาด

เปิดพัดลมระบายอากาศอย่างเดียว: พัดลมช่วยลดความชื้นได้บ้าง แต่ไม่ได้ลดเชื้อที่เกาะอยู่บนพื้นผิวแล้ว และหากทิศทางลมไม่ถูก อาจดันอากาศจากห้องเก็บของเข้าสู่ปล่องลิฟต์หรือโถงทางเดินมากขึ้น

ปิดห้องเก็บของไว้ก่อน ค่อยจัดการทีหลัง: เป็นทางเลือกที่พบบ่อยเมื่อทีมงานมีภาระมาก แต่การปิดห้องที่ชื้นไว้คือการสร้างตู้อบเชื้อราดี ๆ นี่เอง ยิ่งปิดนาน ปัญหายิ่งลุกลาม

ฉีดน้ำหอมหรือวางถ่านดูดกลิ่นที่ล็อบบี้: ช่วยกลบกลิ่นได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้แก้ต้นเหตุที่อยู่ข้างล่าง และไม่ได้ลดสปอร์ที่ลอยขึ้นมา

ทาสีกันเชื้อราทับผนังที่ยังชื้น: สีจะไม่ยึดเกาะผนังคอนกรีตที่ยังมีความชื้นซึมอยู่ สุดท้ายจะลอกและคราบเชื้อราจะกลับมา

บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อจาก WHD สำหรับชั้นใต้ดินและห้องเก็บของในอาคารสำนักงาน

World Health Disinfection หรือ WHD ให้บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคาร ครอบคลุมทั้งบ้าน คอนโด โรงแรม สำนักงาน โรงงาน โรงเรียน และโรงพยาบาล ตามข้อมูลบริการ โอโซน (O3) เข้าไปทำลายโครงสร้างเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงโมเลกุลกลิ่น แล้วสลายกลับเป็นออกซิเจน (O2) โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek สหราชอาณาจักร ระบุประสิทธิภาพกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา 99.99%

ข้อดีของก๊าซในห้องเก็บของคือเข้าถึงช่องระหว่างกล่อง ด้านหลังชั้นวางเหล็ก ใต้พาเลต และมุมเพดานที่การเช็ดถูทำได้ยาก ซึ่งเป็นจุดที่ห้องเก็บของในอาคารสำนักงานมีอยู่ทั่วไป

ขั้นตอนการทำงานในชั้นใต้ดินของอาคารสำนักงาน

  1. สำรวจร่วมกับฝ่ายอาคาร: เดินสำรวจห้องเก็บของ ห้องเก็บเอกสาร ห้องแม่บ้าน ห้องล็อกเกอร์ และโถงหน้าลิฟต์ชั้นใต้ดิน ดูระดับคราบน้ำ ความชื้นของผนัง จุดที่มีเชื้อรา และระบบระบายอากาศ เพื่อแบ่งโซนให้เหมาะกับขนาดห้อง
  2. ตรวจความพร้อมของพื้นที่: ยืนยันว่าสูบน้ำ ตักโคลน ล้าง และทำให้แห้งแล้ว ของที่เสียหายหนักหรือขึ้นราจนกู้ไม่ได้ถูกนำออก ระบบไฟฟ้าผ่านการตรวจความปลอดภัยจากช่างแล้ว
  3. วางแผนเวลาร่วมกับอาคาร: นัดทำนอกเวลาทำงาน เช่น ช่วงกลางคืนหรือวันหยุด แจ้งผู้เช่าที่มีของเก็บในห้อง และประสานฝ่ายวิศวกรรมอาคารเรื่องการปิดระบบระบายอากาศเฉพาะโซน
  4. เตรียมพื้นที่: ให้คน สัตว์ และต้นไม้ออกจากโซนทั้งหมด ปิดประตูห้อง ปิดช่องลมที่เชื่อมกับพื้นที่อื่น เพื่อให้ก๊าซอยู่ในห้องตามระยะเวลาที่กำหนด
  5. ปล่อยโอโซน: เครื่องผลิตโอโซนกระจายก๊าซให้ทั่วห้อง รอบการทำงานโดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซนตามข้อมูลบริการ
  6. พักและระบายอากาศ: ปล่อยให้โอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจน เปิดระบายอากาศ แล้วจึงให้พนักงานกลับเข้าพื้นที่ตามคำแนะนำของทีมงาน

กฎความปลอดภัยที่ต้องปฏิบัติทุกครั้ง: การอบโอโซนทำในพื้นที่ปิดที่ไม่มีคนอยู่ คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องออกจากโซนนั้นทั้งหมด และกลับเข้าได้หลังผ่านช่วงพักและระบายอากาศแล้วเท่านั้น ในอาคารสำนักงาน ต้องกั้นทางเข้าโซนและแจ้ง รปภ. ทุกกะ เพื่อไม่ให้ใครเปิดประตูเข้าไประหว่างการอบ

10 เหตุผลที่ชั้นใต้ดินและห้องเก็บของในอาคารสำนักงานควรอบโอโซนหลังน้ำท่วม

  1. เข้าถึงช่องระหว่างกล่องและหลังชั้นวาง ที่ผ้าเช็ดและสเปรย์เข้าไม่ถึง
  2. ช่วยลดเชื้อราในห้องเก็บเอกสาร ที่อากาศชื้นจนกระดาษบนชั้นสูงก็ขึ้นราได้ โดยไม่ต้องฉีดของเหลวลงบนแฟ้ม
  3. ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง เพราะโอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจนตามข้อมูลบริการ เหมาะกับห้องที่เก็บของของผู้เช่าหลายราย
  4. ลดกลิ่นอับที่ต้นเหตุ ก่อนที่จะลอยขึ้นปล่องลิฟต์ไปถึงล็อบบี้ ดูรายละเอียดบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ
  5. ทำนอกเวลาทำงานได้ รอบละประมาณ 30 นาทีต่อโซนตามข้อมูลบริการ ไม่กระทบการทำงานของผู้เช่า
  6. ช่วยดูแลพื้นที่ทำงานของแม่บ้าน รปภ. และช่าง ซึ่งเป็นคนกลุ่มแรกที่สัมผัสความชื้นและเชื้อรา
  7. มีผลทดสอบรองรับ จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek สหราชอาณาจักร ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง ดูเอกสารรับรอง
  8. ใช้เป็นข้อมูลสื่อสารกับผู้เช่า ว่าอาคารได้ดำเนินการฟื้นฟูอย่างเป็นขั้นตอน ไม่ใช่แค่กลบกลิ่น
  9. เตรียมพื้นที่ก่อนงานซ่อมแซม ให้ช่างเข้าทำงานในห้องที่อากาศดีขึ้น นัดสำรวจชั้นใต้ดินของอาคาร
  10. คุ้มค่าสำหรับงานหลายห้อง ตามข้อมูลบริการ งานอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไปรับสเปรย์น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ฟรี สำหรับเช็ดจุดสัมผัสบ่อยอย่างปุ่มลิฟต์และมือจับประตู

ก่อนและหลังการอบโอโซนในชั้นใต้ดิน

ก่อน

  • ประตูลิฟต์เปิดที่ล็อบบี้แล้วได้กลิ่นอับจากข้างล่าง
  • ห้องเก็บเอกสารมีจุดเชื้อราตามสันแฟ้มและมุมกล่อง
  • ห้องล็อกเกอร์ รปภ. ชื้น มีกลิ่นผ้าเปียก
  • ผนังคอนกรีตมีคราบน้ำและคราบขาวตามรอยต่อ
  • แม่บ้านและช่างไอ คันจมูก มีผื่น
  • ผู้เช่าโทรถามเรื่องกลิ่นและความปลอดภัยของของที่ฝากไว้

หลัง (เมื่อทำร่วมกับการล้างและทำให้แห้ง)

  • กลิ่นอับที่ลอยขึ้นล็อบบี้ลดลงชัดเจน
  • ห้องเก็บเอกสารได้รับการฆ่าเชื้อทั่วถึงทุกช่องชั้นวาง
  • ห้องพักพนักงานกลับมาใช้ได้อย่างสบายใจขึ้น
  • ผนังที่แห้งแล้วพร้อมสำหรับงานซ่อมผิวและทาสี
  • พนักงานทำงานในชั้นใต้ดินได้ด้วยอากาศที่ดีขึ้น
  • ฝ่ายอาคารมีขั้นตอนที่ชัดเจนไว้แจ้งผู้เช่า

หมายเหตุ: ผลลัพธ์ขึ้นกับระดับความชื้นที่เหลืออยู่และการแก้ไขต้นเหตุ หากผนังใต้ดินยังมีน้ำซึมหรือระบบระบายอากาศยังไม่ทำงาน เชื้อราอาจกลับมาได้ ควรแก้จุดรั่วซึมควบคู่ไปด้วย

กรณีตัวอย่าง: ห้องเก็บเอกสารใต้ดินของสำนักงานบัญชีในอาคารให้เช่า

กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์จำลองเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวที่ยืนยันตัวตนลูกค้า)

คุณแพรเป็นผู้จัดการฝ่ายธุรการของสำนักงานบัญชีที่เช่าพื้นที่ในอาคารสำนักงานใจกลางเมือง บริษัทเช่าห้องเก็บเอกสารในชั้นใต้ดินไว้เก็บแฟ้มเอกสารลูกค้าย้อนหลังหลายปี หลังน้ำเข้าชั้นใต้ดินในช่วงปลายเดือนกันยายน กล่องที่วางชั้นล่างสุดจมน้ำ ส่วนกล่องชั้นบนดูแห้งดี ทีมงานจึงย้ายเฉพาะกล่องที่เปียกขึ้นไปผึ่งที่สำนักงาน

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา พนักงานที่ลงไปค้นแฟ้มกลับขึ้นมาพร้อมอาการจามไม่หยุด และพบว่าสันแฟ้มบนชั้นที่สองเริ่มมีจุดราขึ้น คุณแพรจึงประสานกับผู้จัดการอาคาร ฝ่ายอาคารให้ช่างตรวจระบบไฟฟ้าและเปิดพัดลมระบายอากาศชั้นใต้ดินกลับมาทำงาน ทีมงานย้ายกล่องที่ขึ้นราชัดเจนออกไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเอกสารประเมิน แล้วล้างพื้นและชั้นวางเหล็กทั้งหมด

เมื่อทีมงาน WHD เข้าสำรวจ ได้วางแผนอบห้องเก็บเอกสารและโถงหน้าห้องในคืนวันศุกร์ ฝ่ายอาคารแจ้ง รปภ. ทุกกะ ติดป้ายห้ามเข้า และปิดช่องลมที่เชื่อมกับโถงลิฟต์ระหว่างการอบ หลังจบรอบและผ่านช่วงพักระบายอากาศ ห้องกลับมาใช้งานได้ในเช้าวันจันทร์

คุณแพรเล่าว่ากลิ่นอับในห้องลดลงอย่างชัดเจน พนักงานที่ลงไปค้นเอกสารไม่มีอาการจามเหมือนก่อน บริษัทยังตัดสินใจเปลี่ยนกล่องกระดาษชั้นล่างเป็นกล่องพลาสติกมีฝา และยกชั้นวางชั้นล่างสุดให้สูงจากพื้นมากขึ้น เพื่อรับมือกับฝนหนักในอนาคต ส่วนพนักงานที่ลุยน้ำช่วยขนกล่องวันแรก บริษัทก็แนะนำให้ไปพบแพทย์หากมีไข้หรือปวดน่อง

เช็กลิสต์ฟื้นฟูชั้นใต้ดินและห้องเก็บของหลังน้ำท่วม

ความปลอดภัยต้องมาก่อน

  • ห้ามเข้าพื้นที่ใต้ดินที่ยังมีน้ำขังจนกว่าช่างไฟฟ้าจะตัดไฟและยืนยันความปลอดภัย
  • ตรวจคุณภาพอากาศและเปิดระบายอากาศก่อนให้คนลงไปทำงานในห้องที่ปิดไว้นาน
  • พนักงานทำความสะอาดสวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง และหน้ากากที่เหมาะสม
  • จัดจุดล้างมือและให้ทำแผลทันทีหากมีรอยถลอก

ทำความสะอาดและทำให้แห้ง

  • สูบน้ำและตักโคลนออกให้หมด โดยเฉพาะใต้ชั้นวาง รางระบายน้ำ และมุมห้อง
  • แยกเอกสารสำคัญที่เปียกไปให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน และบันทึกรายการของเสียหายไว้สำหรับประกัน
  • นำของที่ดูดน้ำและขึ้นรา เช่น กล่องกระดาษ พรม แผ่นฝ้า ออกจากพื้นที่
  • ล้างพื้น ผนัง และชั้นวางด้วยน้ำยาทำความสะอาด แล้วเช็ดให้แห้ง
  • เปิดระบบระบายอากาศ ใช้เครื่องลดความชื้นในห้องเก็บเอกสาร
  • ตรวจรอยรั่วซึมของผนังใต้ดินและท่อ เพื่อวางแผนซ่อม

วันอบโอโซน

  • แจ้งผู้เช่าที่มีของเก็บในห้องล่วงหน้า และกำหนดเวลาเข้าออก
  • แจ้ง รปภ. ทุกกะ ติดป้ายห้ามเข้า และกั้นทางเข้าโซน
  • ประสานฝ่ายวิศวกรรมเรื่องการปิดช่องลมที่เชื่อมกับพื้นที่อื่น
  • ตรวจให้แน่ใจว่าไม่มีคน สัตว์ หรือต้นไม้อยู่ในโซน
  • กลับเข้าพื้นที่หลังทีมงานแจ้งว่าผ่านช่วงพักและระบายอากาศแล้วเท่านั้น

หลังอบโอโซน

  • ควบคุมความชื้นในห้องเก็บของต่อเนื่อง และหมั่นตรวจมุมห้องทุกสัปดาห์
  • ยกชั้นวางชั้นล่างสุดให้สูงจากพื้น และพิจารณากล่องพลาสติกมีฝาสำหรับเอกสารสำคัญ
  • ทำความสะอาดจุดสัมผัสบ่อย เช่น ปุ่มลิฟต์ ราวบันได มือจับประตูห้องเก็บของ
  • ติดตามอาการของพนักงานที่ทำงานในชั้นใต้ดิน และแนะนำให้พบแพทย์เมื่อมีไข้ ปวดน่อง หรือหายใจลำบาก

คำถามที่พบบ่อยเรื่องอบโอโซนห้องใต้ดินหลังน้ำท่วม

1. เอกสารที่อยู่ในห้องต้องขนออกก่อนอบไหม

ไม่จำเป็นต้องขนออกทั้งหมด แต่เอกสารที่เปียกหรือขึ้นราชัดเจนควรแยกให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเอกสารประเมินก่อน ส่วนเอกสารสำคัญหรือวัสดุพิเศษ ควรปรึกษาทีมงานระหว่างการสำรวจ

2. อบได้ในเวลาทำการไหม

แนะนำให้ทำนอกเวลาทำงาน เพราะต้องไม่มีคนอยู่ในโซน และต้องปิดทางเข้าตลอดรอบการทำงาน ซึ่งโดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซนตามข้อมูลบริการ บวกเวลาพักและระบายอากาศ

3. ชั้นใต้ดินยังชื้นอยู่ อบได้เลยไหม

ควรทำให้แห้งก่อน การอบโอโซนเป็นขั้นตอนหลังการสูบน้ำ ตักโคลน ล้าง และทำให้แห้ง หากผนังยังชื้นมาก เชื้อราอาจกลับมาได้ ทีมงานจะประเมินความพร้อมให้ระหว่างการสำรวจ

4. กลิ่นที่ล็อบบี้จะหายไปด้วยไหม

เมื่อจัดการต้นเหตุในชั้นใต้ดินแล้ว กลิ่นที่ลอยขึ้นมามักลดลงตาม หากจำเป็น ทีมงานสามารถรวมโถงหน้าลิฟต์หรือพื้นที่อื่นไว้ในแผนด้วย

5. ต้องอพยพคนทั้งอาคารไหม

ไม่จำเป็นต้องอพยพทั้งอาคาร แต่ต้องไม่มีใครอยู่ในโซนที่อบ และต้องปิดช่องทางที่อากาศจากโซนอาจไหลไปยังพื้นที่ที่มีคน ทีมงานจะวางแผนร่วมกับฝ่ายวิศวกรรมอาคาร

6. พนักงานที่ช่วยขนของตอนน้ำท่วมมีไข้ ควรทำอย่างไร

ควรไปพบแพทย์และแจ้งว่าได้สัมผัสน้ำท่วม โดยเฉพาะหากมีไข้ร่วมกับปวดน่อง เพราะอาจเป็นอาการของโรคฉี่หนู การอบโอโซนเป็นการดูแลสภาพแวดล้อม ไม่ใช่การรักษาโรค

จัดการต้นเหตุที่ชั้นใต้ดิน ก่อนกลิ่นและเชื้อราจะขึ้นไปถึงทั้งอาคาร

ปรึกษาทีมงาน WHD เพื่อสำรวจห้องใต้ดิน ห้องเก็บของ และห้องเก็บเอกสารในอาคารของคุณ วางแผนแบ่งโซน และนัดอบโอโซนนอกเวลาทำงาน

นัดสำรวจและอบโอโซนชั้นใต้ดิน

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#อบโอโซน #อบโอโซนฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วมกทม2569 #กำจัดเชื้อรา #อบโอโซนห้องใต้ดิน #ห้องเก็บเอกสาร #อาคารสำนักงาน

คำค้นหา: อบโอโซนห้องใต้ดินหลังน้ำท่วม, ฆ่าเชื้อราห้องเก็บของ, เชื้อราห้องเก็บเอกสาร, กลิ่นอับชั้นใต้ดิน, อบโอโซนอาคารสำนักงาน, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม กทม. 2569, บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ, ห้องใต้ดินน้ำท่วม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้