ภูมิแพ้และหอบหืดกับกลิ่นสารเคมีหลังซ่อมบ้านน้ำท่วม: ทำไมบ้านใหม่จึงทำให้ไอทั้งคืน

Last updated: 1 ต.ค. 2569  |  19 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ภูมิแพ้และหอบหืดกับกลิ่นสารเคมีหลังซ่อมบ้านน้ำท่วม: ทำไมบ้านใหม่จึงทำให้ไอทั้งคืน

ภูมิแพ้และหอบหืดกับกลิ่นสารเคมีหลังซ่อมบ้านน้ำท่วม: ทำไมบ้านใหม่จึงทำให้ไอทั้งคืน และวิธีลดตัวกระตุ้นในอากาศอย่างถูกลำดับด้วยการอบโอโซน

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (เป็นกรณีตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

"ห้องครัวใหม่สวยมาก แต่น้องภูมิตื่นมาไอตอนตีสามทุกคืน"

คุณฝนเป็นคุณแม่ลูกหนึ่ง อาศัยอยู่ในทาวน์โฮมสองชั้นย่านคลองจั่นกับสามีและน้องภูมิ ลูกชายวัยเก้าขวบที่เป็นโรคหอบหืดมาตั้งแต่อนุบาล ครอบครัวนี้คุ้นเคยกับการดูแลโรคหอบหืดเป็นอย่างดี มียาพ่นติดกระเป๋า มีแผนรับมืออาการกำเริบจากแพทย์ ไม่เลี้ยงสัตว์มีขน ซักผ้าปูที่นอนทุกสัปดาห์ และเปิดเครื่องฟอกอากาศในห้องนอนตลอดคืน สามีของคุณฝนเองก็เป็นโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ จามเป็นชุดทุกเช้า บ้านนี้จึงระวังเรื่องอากาศมากกว่าบ้านทั่วไป

ปลายเดือนกันยายน 2569 ฝนที่ตกหนักติดต่อกันทำให้น้ำท่วมชั้นล่างของบ้านสูงเกือบถึงเข่า ห้องครัว ห้องนั่งเล่น และห้องเก็บของจมน้ำอยู่หลายวัน เมื่อน้ำลด ตู้ครัวไม้อัดบวมพอง ผนังมีคราบน้ำ และเริ่มมีจุดราสีเทาเกาะที่มุมผนังหลังตู้เย็น คุณฝนพาน้องภูมิไปพักบ้านคุณยายระหว่างล้างบ้าน เพราะรู้ดีว่าฝุ่นและเชื้อราคือศัตรูของลูก

เมื่อล้างบ้านและผึ่งให้แห้งแล้ว ครอบครัวจ้างช่างทำตู้ครัวชุดใหม่ ทาสีผนังชั้นล่างทั้งหมด ขัดและทาแลกเกอร์บันไดไม้ และปูพื้นกระเบื้องยางใหม่ด้วยกาว งานเสร็จภายในสิบวัน ทุกอย่างดูสะอาดเรียบร้อย คุณฝนจึงรับน้องภูมิกลับบ้าน

คืนแรกน้องภูมิไอแห้ง ๆ ตอนตีสาม คืนที่สองไอหนักขึ้นจนต้องใช้ยาพ่นบรรเทาอาการ คืนที่สามเริ่มมีเสียงหวีดตอนหายใจออก คุณฝนพาลูกไปพบแพทย์ แพทย์ปรับยาและแนะนำให้ลดการสัมผัสตัวกระตุ้นในบ้าน รวมถึงกลิ่นสีและสารเคมีจากงานซ่อม ส่วนสามีของคุณฝนก็จามและคัดจมูกหนักกว่าเดิม คุณฝนเปิดหน้าต่างทุกบาน แต่ฝนก็ยังตกเป็นระยะ ความชื้นก็เข้ามาแทน เธอเริ่มสงสัยว่าจะทำอย่างไรกับบ้านที่สวยขึ้นแต่หายใจยากขึ้นหลังนี้ ภาพแบบนี้เกิดขึ้นในหลายครอบครัวที่มีผู้ป่วยภูมิแพ้หรือหอบหืด หลังซ่อมบ้านจากน้ำท่วมครั้งนี้

น้ำท่วม กทม. 2569: เมื่อหลายพันบ้านซ่อมพร้อมกันในปลายฤดูฝน

ตามรายงานข่าว ระหว่างวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครมีฝนตกหนักต่อเนื่องราว 300 มิลลิเมตรภายในประมาณ 48 ชั่วโมง วันที่ 26 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ฝั่งตะวันออกได้รับผลกระทบหนักที่สุด มีการกล่าวถึงย่านคลองจั่นและบึงกุ่ม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครระบุว่าคลองเต็มความจุ และต้องใช้เวลาระบายน้ำสองถึงสามวันหลังฝนหยุด จนถึงวันที่ 30 กันยายน ถนนบางสาย เช่น ถนนศรีบูรพาและถนนลาดพร้าว ยังมีน้ำขังราว 20 ถึง 40 เซนติเมตร สื่อไทยนำไปเปรียบเทียบกับน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 และรายงานธุรกิจฉบับหนึ่งอ้างอิงประมาณการของหอการค้าว่าความเสียหายอาจอยู่ที่ราว 12,300 ล้านบาท

หลังน้ำลด งานซ่อมบ้านเกิดขึ้นพร้อมกันทั่วเมือง และเกิดในช่วงปลายฤดูฝนที่ความชื้นในอากาศยังสูง ผนังแห้งช้า การเปิดหน้าต่างระบายอากาศทำได้ไม่เต็มที่ สำหรับคนทั่วไป กลิ่นสีและกลิ่นกาวเป็นแค่ความรำคาญชั่วคราว แต่สำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืด โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ และผู้ที่มีทางเดินหายใจไว สภาพอากาศในบ้านช่วงนี้อาจเต็มไปด้วยตัวกระตุ้นที่ซ้อนกันหลายชั้น

ทำความเข้าใจ: ภูมิแพ้ หอบหืด และตัวกระตุ้นในบ้านหลังซ่อม

โรคหอบหืดเป็นภาวะที่หลอดลมอักเสบเรื้อรังและไวต่อสิ่งกระตุ้น เมื่อเจอตัวกระตุ้น หลอดลมจะตีบแคบลง ทำให้ไอ หายใจมีเสียงหวีด แน่นหน้าอก และหายใจลำบาก ส่วนโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ทำให้จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล และคันตาคันจมูก ทั้งสองโรคมักมาด้วยกันและมีตัวกระตุ้นบางส่วนร่วมกัน

สิ่งที่ควรเข้าใจคือ ตัวกระตุ้นในบ้านหลังซ่อมน้ำท่วมแบ่งได้เป็นสองกลุ่มใหญ่

กลุ่มที่ 1: สารก่อภูมิแพ้จากความชื้น

หน่วยงานสาธารณสุขอย่าง CDC ระบุมานานแล้วว่าเชื้อราที่เติบโตหลังน้ำท่วมสามารถกระตุ้นอาการภูมิแพ้และหอบหืดได้ และแนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเพื่อลดการเกิดเชื้อรา นอกจากเชื้อราแล้ว ความชื้นยังเอื้อต่อไรฝุ่นในที่นอนและผ้าม่าน รวมถึงแมลงสาบที่มักเพิ่มขึ้นในบ้านที่เพิ่งน้ำลด

กลุ่มที่ 2: สารระคายเคืองจากงานซ่อม

สารอินทรีย์ระเหยง่ายหรือ VOCs จากสี ทินเนอร์ แลกเกอร์ กาว และอีพ็อกซี รวมถึงฟอร์มาลดีไฮด์จากเฟอร์นิเจอร์ไม้อัด ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นสารก่อภูมิแพ้โดยตรง แต่เป็นสารระคายเคืองที่ไปกระตุ้นทางเดินหายใจซึ่งไวอยู่แล้ว เปรียบเหมือนการเอาน้ำมันราดลงบนกองไฟที่ยังคุอยู่ นอกจากนี้ยังมีฝุ่นละเอียดจากการขัดผนังและขัดไม้ กลิ่นคลอรีนจากน้ำยาฟอกขาวที่ใช้ล้างบ้าน และน้ำหอมจากสเปรย์ดับกลิ่นที่หลายบ้านฉีดเพิ่มเข้าไป

เมื่อสองกลุ่มนี้มาพบกันในบ้านเดียวกัน ผู้ป่วยจึงอาจมีอาการหนักกว่าช่วงปกติ และหลายครั้งอาการแย่ลงตอนกลางคืน เพราะห้องนอนปิด เปิดเครื่องปรับอากาศ และอากาศไม่ถ่ายเท

ใครเสี่ยงมากที่สุด

  • เด็กที่เป็นหอบหืด ทางเดินหายใจเล็กกว่าผู้ใหญ่ หายใจเร็วกว่า และมักใช้เวลาเล่นบนพื้นใกล้แหล่งฝุ่นและกลิ่น
  • ผู้ใหญ่ที่เป็นหอบหืดหรือจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานที่บ้านและอยู่ในบ้านทั้งวัน
  • ผู้สูงอายุที่มีโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ซึ่งไวต่อสารระคายเคืองในอากาศเช่นกัน
  • หญิงตั้งครรภ์ที่มีประวัติภูมิแพ้ ซึ่งควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสไอระเหยของสารเคมีเท่าที่ทำได้
  • ผู้ที่ไวต่อสารเคมีหรือกลิ่นแรง ซึ่งมีอาการปวดศีรษะ แสบตา หรือคลื่นไส้ได้ง่ายกว่าคนทั่วไป

สัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที: หายใจลำบากจนพูดไม่เป็นประโยค ริมฝีปากหรือปลายนิ้วเขียว ใช้ยาพ่นบรรเทาอาการแล้วไม่ดีขึ้น หรือต้องใช้ถี่กว่าที่แพทย์กำหนด ซึม สับสน หรือหน้าอกบุ๋มขณะหายใจในเด็ก บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ บริการกำจัดกลิ่นไม่ใช่การรักษาโรค และไม่ได้ทดแทนยาหรือแผนรับมืออาการที่แพทย์ให้ไว้

ผลกระทบที่ครอบครัวผู้ป่วยภูมิแพ้และหอบหืดต้องแบกรับ

ด้านสุขภาพ: อาการกำเริบบ่อยขึ้น ต้องใช้ยาบรรเทาอาการถี่ขึ้น บางรายต้องไปห้องฉุกเฉินในช่วงที่ถนนหลายสายยังมีน้ำขังและการเดินทางลำบาก การนอนไม่พอจากการไอกลางดึกยังทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เสี่ยงติดเชื้อทางเดินหายใจซ้ำซ้อน

ด้านการเรียนและการทำงาน: เด็กที่ไอทั้งคืนไปโรงเรียนด้วยความง่วงและสมาธิสั้นลง หรือต้องลาเรียน ผู้ใหญ่ที่จามและคัดจมูกตลอดวันก็ทำงานได้ไม่เต็มที่ ในช่วงที่ครอบครัวต้องการรายได้มาซ่อมบ้านมากที่สุด

ด้านค่าใช้จ่าย: ค่ายา ค่าพบแพทย์ ค่าเครื่องฟอกอากาศเครื่องที่สอง ค่าไส้กรอง และค่าที่พักชั่วคราวหากต้องย้ายออกไปพักที่อื่น ทั้งหมดซ้อนทับบนค่าซ่อมบ้านก้อนใหญ่

ด้านจิตใจ: พ่อแม่ที่ต้องตื่นมาฟังเสียงลูกไอทุกคืนจะเหนื่อยล้าและวิตกกังวล บางครอบครัวรู้สึกผิดที่ตัดสินใจซ่อมบ้านเร็วเกินไป ทั้งที่การซ่อมเป็นสิ่งจำเป็น ปัญหาจริงคือการจัดการอากาศหลังซ่อมยังไม่ครบขั้นตอน

ทำไมวิธีที่ใช้กันทั่วไปอาจทำให้ผู้ป่วยแย่ลง

สเปรย์ปรับอากาศ ธูป และเทียนหอม: น้ำหอมสังเคราะห์และควันเป็นตัวกระตุ้นอาการหอบหืดที่แพทย์มักแนะนำให้หลีกเลี่ยงอยู่แล้ว การใช้กลบกลิ่นสีจึงเท่ากับเพิ่มตัวกระตุ้นใหม่เข้าไปอีกชั้น

ใช้น้ำยาฟอกขาวมากเกินไปหรือผสมน้ำยาหลายชนิด: น้ำยาฟอกขาวมีบทบาทในการทำความสะอาดคราบน้ำท่วมเมื่อใช้ถูกวิธีและเจือจางตามฉลาก แต่ไอระเหยของคลอรีนก็ระคายเคืองทางเดินหายใจ และห้ามผสมน้ำยาฟอกขาวกับน้ำยาที่มีแอมโมเนียหรือกรดเด็ดขาด เพราะจะเกิดก๊าซอันตราย

ซื้อเครื่องโอโซนขนาดเล็กมาเปิดเองขณะมีคนอยู่: นี่คือความผิดพลาดที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้ป่วยหอบหืด โอโซนความเข้มข้นสูงระคายเคืองทางเดินหายใจ การอบโอโซนจึงต้องทำในพื้นที่ปิดที่ว่างเปล่า ควบคุมโดยผู้เชี่ยวชาญ และกลับเข้าหลังพ้นช่วงพักและระบายอากาศเท่านั้น ห้ามเปิดเครื่องโอโซนในห้องที่มีคนนอนอยู่

พึ่งเครื่องฟอกอากาศอย่างเดียว: เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA ช่วยดักฝุ่นละอองและสปอร์ราในอากาศได้ดี และควรใช้ต่อในชีวิตประจำวัน แต่การจัดการไอระเหยของสารเคมีที่สะสมอยู่ทั่วทั้งบ้าน ทั้งในผนัง เฟอร์นิเจอร์ และผ้าม่าน เป็นอีกโจทย์หนึ่งที่เครื่องขนาดเล็กเครื่องเดียวรับมือได้จำกัด

ทาสีทับจุดราเพื่อให้ดูสะอาด: ถ้าผนังยังชื้น ราจะโตต่อใต้ฟิล์มสี และสีใหม่ก็เพิ่มสารระเหยเข้ามาอีก ผู้ป่วยจึงเจอตัวกระตุ้นทั้งสองกลุ่มพร้อมกัน

แนวทางที่ถูกลำดับ: บริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นและสารเคมีตกค้างจาก WHD

World Health Disinfection หรือ WHD ให้บริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นและสารเคมีตกค้าง สำหรับบ้าน คอนโด สำนักงาน โรงแรม และอาคารหลายประเภท ตามข้อมูลบริการ โอโซนหรือ O3 ทำปฏิกิริยาสลายโมเลกุลของกลิ่นที่ต้นเหตุแทนการกลบกลิ่น ครอบคลุมกลิ่นสี ทินเนอร์ อีพ็อกซี แลกเกอร์ สารอินทรีย์ระเหยง่าย กลิ่นอับ และช่วยจัดการแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา จากนั้นกลับคืนเป็นออกซิเจนโดยไม่ทิ้งสารตกค้าง พื้นที่พร้อมใช้งานประมาณสองชั่วโมงหลังการอบ

สำหรับบ้านที่มีผู้ป่วยภูมิแพ้และหอบหืด จุดแข็งสำคัญคือ WHD วัดค่า TVOC หรือปริมาณสารอินทรีย์ระเหยง่ายรวม ด้วยเครื่องมือที่ผ่านการสอบเทียบทั้งก่อนและหลังการอบ ครอบครัวจึงมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่าบ้านพร้อมสำหรับผู้ป่วยหรือยัง แทนที่จะใช้ร่างกายของผู้ป่วยเป็นเครื่องวัด

ขั้นตอนการทำงาน

  1. สอบถามและประเมิน ทีมงานสอบถามประวัติน้ำท่วม งานซ่อม วัสดุที่ใช้ และสมาชิกที่มีโรคทางเดินหายใจ เพื่อวางแผนช่วงเวลาที่ผู้ป่วยควรอยู่นอกบ้าน
  2. วัดค่า TVOC ก่อนอบ ด้วยเครื่องมือที่ผ่านการสอบเทียบ
  3. เตรียมพื้นที่ ทุกคนในบ้าน โดยเฉพาะผู้ป่วยหอบหืดและภูมิแพ้ รวมถึงสัตว์เลี้ยงและต้นไม้ ออกจากพื้นที่ทั้งหมด เปิดตู้และประตูภายใน ปิดหน้าต่างให้เป็นพื้นที่ปิด
  4. อบด้วยเครื่อง Master Ozone Generator ในพื้นที่ปิดที่ว่างเปล่า โดยทีมงานควบคุมเวลาและความเข้มข้นตามขนาดพื้นที่และระดับกลิ่น
  5. พักและระบายอากาศ ให้โอโซนกลับคืนเป็นออกซิเจน แล้วเปิดระบายอากาศ ห้ามผู้ใดกลับเข้าก่อนทีมงานแจ้ง
  6. วัดค่า TVOC หลังอบ เปรียบเทียบกับค่าก่อนอบ ส่งมอบพื้นที่พร้อมคำแนะนำ ตามข้อมูลบริการ พื้นที่พร้อมใช้งานประมาณสองชั่วโมงหลังการอบ

ข้อปฏิบัติด้านความปลอดภัยสำหรับบ้านผู้ป่วยหอบหืด: การอบโอโซนต้องทำในพื้นที่ปิดที่ว่างเปล่าเท่านั้น ผู้ป่วยต้องอยู่นอกบ้านตลอดช่วงอบ ช่วงพัก และช่วงระบายอากาศ กลับเข้าหลังทีมงานแจ้งเท่านั้น แนะนำให้สมาชิกที่ไม่มีโรคทางเดินหายใจเข้าไปตรวจก่อน เปิดหน้าต่างระบายอากาศเพิ่ม แล้วจึงให้ผู้ป่วยกลับเข้าบ้าน และพกยาพ่นตามแผนของแพทย์ติดตัวเสมอ

ลำดับที่ถูกต้อง: แก้ความชื้นและเชื้อราก่อน แล้วโอโซนคือขั้นตอนท้าย

การอบโอโซนไม่ได้แทนการขนโคลน ล้างบ้าน และทำให้แห้ง ลำดับที่แนะนำคือ ขนโคลนและของเสียหายออก รื้อวัสดุที่ซับน้ำจนขึ้นราซึ่งทำความสะอาดไม่ได้ ล้างพื้นผิวทั้งหมด ทำให้ผนังแห้งจริง ฆ่าเชื้อพื้นผิวด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้ตามฉลาก เช่น Chemgene HLD4H ซ่อมแซมและทาสี ทิ้งให้สีและแลกเกอร์แห้งตัวตามคำแนะนำของผู้ผลิต ทำความสะอาดฝุ่นจากงานซ่อมด้วยเครื่องดูดฝุ่นที่มีแผ่นกรอง HEPA หรือผ้าชุบน้ำหมาด ๆ แล้วจึงอบโอโซนเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนผู้ป่วยกลับเข้าบ้าน ระหว่างงานล้างและงานซ่อม ผู้ป่วยไม่ควรอยู่ในบ้าน

10 เหตุผลที่บ้านผู้ป่วยภูมิแพ้และหอบหืดควรอบโอโซนหลังซ่อม

  1. ลดสารระคายเคืองโดยไม่เพิ่มน้ำหอม การอบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมีสลายโมเลกุลกลิ่นที่ต้นเหตุ ไม่ต้องใช้กลิ่นหอมที่เป็นตัวกระตุ้นอีกตัว
  2. จัดการทั้งกลิ่นสารเคมีและกลิ่นอับในรอบเดียว ครอบคลุมสี แลกเกอร์ ทินเนอร์ กาว อีพ็อกซี และกลิ่นอับจากน้ำท่วม
  3. ช่วยจัดการเชื้อราและแบคทีเรียที่ยังหลงเหลือ หลังจากที่แก้ความชื้นและทำความสะอาดแล้ว
  4. มีค่า TVOC ก่อนและหลังเป็นข้อมูลประกอบ ไม่ต้องใช้อาการไอของลูกเป็นตัวบอกว่าอากาศดีขึ้นหรือยัง
  5. เข้าถึงทั่วทั้งพื้นที่ โอโซนเป็นก๊าซ จึงกระจายไปถึงตู้ครัวใหม่ ลิ้นชัก หลังตู้เย็น และผ้าม่าน
  6. ไม่ทิ้งสารตกค้าง ตามข้อมูลบริการ โอโซนกลับคืนเป็นออกซิเจน ไม่มีฟิล์มเคมีบนหมอน ผ้าปู หรือของเล่น
  7. ทำโดยผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ว่างเปล่า ปลอดภัยกว่าการซื้อเครื่องเล็กมาเปิดเองโดยไม่มีการควบคุมและวัดผล
  8. ใช้เวลาไม่นาน พื้นที่พร้อมใช้งานประมาณสองชั่วโมงหลังการอบตามข้อมูลบริการ ผู้ป่วยไม่ต้องพักที่อื่นนานหลายสัปดาห์
  9. ทำงานร่วมกับการดูแลระยะยาวได้ดี หลังอบแล้วใช้เครื่องฟอกอากาศ HEPA และควบคุมความชื้นต่อในชีวิตประจำวัน
  10. ช่วยให้ครอบครัวกลับมานอนหลับเต็มอิ่ม เมื่อตัวกระตุ้นในอากาศลดลง ทั้งผู้ป่วยและคนดูแลได้พักผ่อน ดูรายละเอียดบริการกำจัดสารเคมีตกค้างด้วยโอโซน

ก่อนและหลังอบโอโซน: บ้านผู้ป่วยภูมิแพ้และหอบหืดหลังซ่อม

ก่อนอบ

  • กลิ่นแลกเกอร์ สี และกาวชัดเจนในห้องครัวและบันได
  • เด็กไอกลางดึก ต้องใช้ยาพ่นบรรเทาอาการถี่ขึ้น
  • ผู้ใหญ่ที่เป็นภูมิแพ้จามและคัดจมูกมากกว่าปกติ
  • กลิ่นอับจาง ๆ จากมุมผนังที่เคยขึ้นรา
  • ใช้สเปรย์ปรับอากาศกลบกลิ่นจนอากาศหนักขึ้น
  • ไม่รู้ว่าอากาศในบ้านดีขึ้นหรือยัง

หลังอบ

  • กลิ่นสารเคมีจากงานซ่อมลดลงอย่างชัดเจน
  • มีค่า TVOC ก่อนและหลังให้ครอบครัวเปรียบเทียบ
  • ไม่มีน้ำหอมกลบกลิ่น ไม่มีสารตกค้าง
  • กลิ่นอับลดลงหลังแก้ความชื้นที่ต้นเหตุแล้ว
  • พื้นที่พร้อมใช้งานประมาณสองชั่วโมงหลังการอบตามข้อมูลบริการ
  • ผู้ป่วยกลับบ้านพร้อมแผนดูแลต่อเนื่องของแพทย์

หมายเหตุ: ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพบ้าน วัสดุที่ใช้ซ่อม และระยะเวลาที่สีแห้งตัว การอบโอโซนไม่ได้รักษาโรคหอบหืดหรือภูมิแพ้ ผู้ป่วยควรใช้ยาและพบแพทย์ตามนัดเสมอ

กรณีตัวอย่าง: ตึกแถวริมถนนศรีบูรพากับครอบครัวที่เป็นภูมิแพ้ทั้งบ้าน

(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่คำรับรองจากลูกค้าจริง)

คุณเจนเปิดร้านขายของชำเล็ก ๆ ที่ชั้นล่างของตึกแถวใกล้ถนนศรีบูรพา และใช้ชั้นบนเป็นที่อยู่อาศัยกับแม่และลูกสาว ทั้งสามคนเป็นโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ส่วนลูกสาววัยสิบสองปีเป็นหอบหืดด้วย น้ำท่วมช่วงปลายเดือนกันยายนเข้ามาในร้านจนชั้นวางสินค้าเสียหาย และน้ำขังหน้าร้านอยู่อีกหลายวันหลังฝนหยุด

หลังน้ำลด คุณเจนให้แม่และลูกสาวไปพักบ้านญาติ จ้างช่างล้างร้าน รื้อชั้นวางไม้ที่ขึ้นรา ทาสีผนังใหม่ ทำชั้นวางชุดใหม่และทาแลกเกอร์ งานเสร็จแล้วแต่กลิ่นยังลอยขึ้นไปถึงชั้นบนผ่านช่องบันได คุณเจนจึงติดต่อทีมงาน WHD ทีมงานแนะนำให้ตรวจผนังด้านล่างว่าแห้งจริง รอให้แลกเกอร์แห้งตัวตามคำแนะนำของผู้ผลิต และทำความสะอาดฝุ่นขัดไม้ด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ ก่อน

วันอบ ทีมงานวัดค่า TVOC ทั้งชั้นล่างและชั้นบน ยืนยันว่าในอาคารไม่มีคน ย้ายสินค้าอาหารสดออก เปิดตู้และลิ้นชัก แล้วปิดพื้นที่และเริ่มอบ เมื่อพ้นช่วงพักและระบายอากาศ ทีมงานวัดค่าอีกครั้งให้ดูเปรียบเทียบ และแนะนำให้คุณเจนเปิดหน้าร้านระบายอากาศในวันที่ฝนไม่ตก ใช้เครื่องฟอกอากาศในห้องนอน และงดสเปรย์ปรับอากาศ

คุณเจนกลับเข้าไปตรวจเองก่อน แล้วจึงให้แม่และลูกสาวกลับบ้านในวันถัดมา ลูกสาวพกยาพ่นตามแผนของแพทย์ และคุณเจนคอยสังเกตอาการในสัปดาห์แรกอย่างใกล้ชิด พร้อมพาไปพบแพทย์ตามนัด เพราะการกำจัดกลิ่นเป็นเพียงการลดตัวกระตุ้นในบ้าน ไม่ใช่การรักษาโรค

เช็กลิสต์สำหรับบ้านผู้ป่วยภูมิแพ้และหอบหืด: ก่อนและหลังอบโอโซน

ระหว่างล้างบ้านและซ่อม

  • ให้ผู้ป่วยพักที่อื่นตลอดช่วงล้างโคลน รื้อวัสดุขึ้นรา ขัดผนัง และทาสี
  • คนที่ทำความสะอาดควรสวมหน้ากากที่เหมาะสม ถุงมือ และรองเท้าบูท
  • รื้อวัสดุที่ซับน้ำและขึ้นราจนทำความสะอาดไม่ได้ เช่น ฝ้ายิปซัมที่เปียก พรม หรือฟูกที่จมน้ำ
  • เลือกสีที่ระบุว่ามีสาร VOCs ต่ำ และหลีกเลี่ยงงานแลกเกอร์ในห้องนอนถ้าไม่จำเป็น
  • ปรึกษาแพทย์เรื่องการปรับยาหรือแผนรับมืออาการในช่วงที่ต้องกลับเข้าบ้าน

ก่อนวันอบ

  • ตรวจให้แน่ใจว่าผนังและพื้นแห้งจริง ไม่มีจุดราใหม่
  • ทำความสะอาดฝุ่นจากงานซ่อมด้วยเครื่องดูดฝุ่นแผ่นกรอง HEPA หรือผ้าชุบน้ำหมาด ๆ
  • รอให้สี กาว และแลกเกอร์แห้งตัวตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตระบุ
  • เก็บยา อาหาร และอุปกรณ์พ่นยาออกจากพื้นที่
  • นำสัตว์เลี้ยงและต้นไม้ออก และเตรียมที่พักชั่วคราวสำหรับทุกคน

หลังอบ

  • กลับเข้าหลังทีมงานแจ้งว่าพ้นช่วงพักและระบายอากาศแล้วเท่านั้น
  • ให้สมาชิกที่ไม่มีโรคทางเดินหายใจเข้าไปก่อน เปิดหน้าต่างเพิ่ม แล้วจึงให้ผู้ป่วยกลับ
  • ซักผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนใหม่ด้วยน้ำร้อนตามที่ผ้ารองรับ
  • ล้างหรือเปลี่ยนแผ่นกรองเครื่องปรับอากาศ และพิจารณาล้างเครื่องหากเคยโดนความชื้นจากน้ำท่วม
  • ควบคุมความชื้นในบ้าน และใช้เครื่องฟอกอากาศ HEPA ในห้องนอน
  • งดสเปรย์ปรับอากาศ ธูป และเทียนหอม
  • บันทึกอาการและการใช้ยาในสัปดาห์แรก และพบแพทย์ทันทีหากอาการแย่ลง

คำถามที่พบบ่อย

1. โอโซนเป็นตัวกระตุ้นหอบหืดเองไม่ใช่หรือ แล้วทำไมยังแนะนำ

ถูกต้องที่ว่าโอโซนความเข้มข้นสูงระคายเคืองทางเดินหายใจ นี่คือเหตุผลที่การอบต้องทำในพื้นที่ปิดที่ว่างเปล่าเท่านั้น ควบคุมโดยผู้เชี่ยวชาญ และมีช่วงพักให้โอโซนกลับคืนเป็นออกซิเจนก่อนเปิดระบายอากาศ ผู้ป่วยต้องไม่อยู่ในพื้นที่ระหว่างกระบวนการ และกลับเข้าหลังทีมงานแจ้งเท่านั้น ห้ามใช้เครื่องโอโซนในห้องที่มีคนอยู่

2. อบโอโซนแล้วจะหายจากหอบหืดหรือภูมิแพ้ไหม

ไม่ การอบโอโซนเป็นการลดกลิ่นและสารเคมีตกค้างในอากาศและพื้นผิว ไม่ใช่การรักษาโรค ผู้ป่วยต้องใช้ยาและพบแพทย์ตามแผนการรักษาต่อไป

3. ถ้าบ้านยังมีราอยู่ อบโอโซนแทนการรื้อได้ไหม

ไม่ได้ ต้องแก้ความชื้นและรื้อหรือทำความสะอาดวัสดุที่ขึ้นราก่อน ถ้ายังมีความชื้น ราจะกลับมา การอบโอโซนเป็นขั้นตอนเสริมหลังจากแก้ต้นเหตุแล้ว

4. ผู้ป่วยควรกลับเข้าบ้านเมื่อไร

ตามข้อมูลบริการ พื้นที่พร้อมใช้งานประมาณสองชั่วโมงหลังการอบ แต่สำหรับผู้ป่วยหอบหืด แนะนำให้สมาชิกคนอื่นเข้าไปตรวจและเปิดระบายอากาศเพิ่มก่อน และปรึกษาแพทย์ประจำตัวว่าควรระวังอาการใดในช่วงแรก

5. ควรรอให้สีแห้งนานเท่าไรก่อนอบ

ทำตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตสีและแลกเกอร์ระบุ การอบขณะสียังเปียกไม่คุ้มค่า เพราะสียังปล่อยสารระเหยต่อเนื่อง ทีมงานช่วยประเมินเวลาที่เหมาะสมได้

6. หลังอบควรใช้เครื่องฟอกอากาศต่อไหม

ควร เครื่องฟอกอากาศ HEPA ช่วยดักฝุ่นละอองและสปอร์ในอากาศขณะใช้ชีวิตประจำวัน ใช้ร่วมกับการควบคุมความชื้นและการทำความสะอาดสม่ำเสมอ จะช่วยดูแลอากาศในบ้านได้ต่อเนื่อง

ลดตัวกระตุ้นในอากาศ ก่อนพาคนที่คุณรักกลับบ้าน

ซ่อมบ้านเสร็จแล้ว แต่กลิ่นสีและสารเคมียังทำให้คนในบ้านไอและจาม ปรึกษาทีมงาน WHD เรื่องการอบโอโซนกำจัดกลิ่นและสารเคมีตกค้าง พร้อมวัดค่า TVOC ก่อนและหลัง

จองบริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมี

โทร 065-556-6294  |  LINE @whd268  |  worldhealthdisinfection@gmail.com

#อบโอโซน #กำจัดกลิ่นสารเคมี #กำจัดกลิ่นสี #ลดVOCs #น้ำท่วมกทม2569 #ภูมิแพ้ #หอบหืด

คำค้นหา: ภูมิแพ้และหอบหืดกับกลิ่นสารเคมีหลังซ่อมบ้าน, หอบหืดกำเริบหลังทาสีบ้าน, กลิ่นแลกเกอร์กับภูมิแพ้, ตัวกระตุ้นหอบหืดหลังน้ำท่วม, อบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมี, ลด VOCs ในบ้าน, น้ำท่วมกทม 2569, ซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้