กลิ่นพรมใหม่และกาวปูพื้นหลังน้ำท่วม กทม. 2569: ทำไมห้องที่เพิ่งซ่อมเสร็จยังฉุน และวิธีลด VOCs ด้วยการอบโอโซน

Last updated: 1 ต.ค. 2569  |  12 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการอบโอโซน

กลิ่นพรมใหม่และกาวปูพื้นหลังน้ำท่วม กทม. 2569: ทำไมห้องที่เพิ่งซ่อมเสร็จถึงยังฉุนจนอยู่ไม่ได้ และวิธีลด VOCs ด้วยการอบโอโซน

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

พรมผืนใหม่ที่ควรทำให้บ้านกลับมาอบอุ่น แต่กลับทำให้ทุกคนปวดหัว

ปลายเดือนกันยายน 2569 ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องหลายวันทำให้น้ำท่วมขังหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ ทาวน์โฮมสามชั้นของคุณนิดในย่านบึงกุ่มก็ไม่รอด น้ำเอ่อเข้ามาในชั้นล่างสูงเกือบครึ่งแข้ง พรมปูพื้นแบบเต็มห้องในห้องนั่งเล่นที่ใช้มาหลายปีดูดน้ำจนหนักอึ้ง กลายเป็นฟองน้ำผืนใหญ่ที่อุ้มทั้งน้ำขุ่น โคลน และกลิ่นท่อระบายน้ำเอาไว้ เมื่อน้ำลด สามีของคุณนิดกับเพื่อนบ้านช่วยกันม้วนพรมเก่าออกไปทิ้ง ขูดโคลนออกจากพื้นปูน ฉีดน้ำล้าง แล้วเปิดประตูหน้าต่างทิ้งไว้สองวัน

เพราะลูกชายวัยห้าขวบชอบนั่งเล่นบนพื้น และคุณแม่ของคุณนิดซึ่งเป็นผู้สูงอายุก็ใช้ห้องนี้ดูโทรทัศน์ทุกเย็น ครอบครัวจึงตัดสินใจเร่งปูพรมใหม่ทันที ช่างมาปูพรมแบบติดกาวเต็มพื้นในวันเดียว พอช่างกลับ ทุกคนก็ได้ห้องที่ดูใหม่เอี่ยม แต่สิ่งที่ตามมาด้วยคือกลิ่นฉุนแบบกาวผสมยางที่ลอยขึ้นมาจากพื้นตลอดเวลา คืนแรกคุณแม่บ่นว่าเวียนหัว ลูกชายขยี้ตาและไอแห้ง ๆ คุณนิดเองรู้สึกแสบจมูกทุกครั้งที่เดินลงบันได

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป กลิ่นกาวเบาลงบ้าง แต่มีกลิ่นใหม่แทรกขึ้นมา เป็นกลิ่นอับคล้ายผ้าเปียกที่ไม่แห้ง โดยเฉพาะตรงมุมห้องที่ติดผนังด้านหลังบ้าน ซึ่งเป็นจุดที่น้ำขังนานที่สุด คุณนิดเริ่มสงสัยว่าเงินที่จ่ายไปกับพรมผืนใหม่จะคุ้มหรือไม่ และห้องนี้ปลอดภัยพอให้ลูกกลับมานอนกลิ้งเล่นได้แล้วหรือยัง เรื่องนี้ไม่ได้เกิดกับบ้านคุณนิดบ้านเดียว แต่เป็นภาพที่พบได้บ่อยมากในช่วงฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม เมื่อคนจำนวนมากรีบเปลี่ยนพื้นและพรมพร้อม ๆ กัน โดยที่พื้นด้านล่างยังไม่แห้งสนิท และห้องยังปิดแอร์ไว้แน่นเพราะกลัวยุงและฝุ่น

ภาพรวมน้ำท่วม กทม. ปลายเดือนกันยายน 2569 กับคลื่นการซ่อมบ้านที่ตามมา

ตามรายงานข่าว ช่วงวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครมีฝนตกหนักต่อเนื่องราว 300 มิลลิเมตรภายในประมาณ 48 ชั่วโมง จนเกิดน้ำท่วมขังในวงกว้าง วันที่ 26 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย โดยฝั่งตะวันออกของเมืองได้รับผลกระทบหนัก มีการกล่าวถึงพื้นที่อย่างคลองจั่นและบึงกุ่ม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครระบุว่าคลองเต็มความจุ และการระบายน้ำจะใช้เวลาราวสองถึงสามวันหลังฝนหยุด ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน ยังมีถนนบางสายอย่างศรีบูรพาและลาดพร้าวที่มีน้ำขังราว 20 ถึง 40 เซนติเมตร สื่อไทยหลายแห่งนำเหตุการณ์นี้ไปเทียบกับน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 และมีรายงานทางธุรกิจที่อ้างการประเมินของหอการค้าว่าความเสียหายอาจอยู่ราว 12,300 ล้านบาท ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้

เมื่อน้ำเริ่มลด สิ่งที่ตามมาทันทีคือคลื่นการซ่อมแซมบ้านเรือน ร้านค้า และสำนักงาน พื้นที่เป็นพรม พื้นลามิเนต และพื้นไม้จำนวนมากต้องรื้อทิ้ง เพราะวัสดุเหล่านี้ดูดซับน้ำสกปรกที่ปนเปื้อนโคลน น้ำเสีย และเชื้อโรค หลายบ้านเลือกปูพรมใหม่หรือพรมแผ่น เพราะติดตั้งได้เร็ว ราคาจับต้องได้ และให้ความรู้สึกนุ่มสบาย แต่การปูพรมใหม่มาพร้อมสารเคมีหลายชนิด ทั้งจากเส้นใยพรม แผ่นรองพรม ยางรองหลัง และที่สำคัญที่สุดคือกาวปูพื้น ซึ่งจะระเหยออกมาเป็นสารอินทรีย์ระเหยง่ายในช่วงแรกหลังติดตั้ง

ปัญหาจะยิ่งซับซ้อนเมื่อเกิดในบ้านที่เพิ่งผ่านน้ำท่วม เพราะในอากาศของห้องจะมีกลิ่นสามกลุ่มซ้อนกันอยู่ คือกลิ่นตกค้างจากน้ำท่วมเอง เช่น กลิ่นโคลน กลิ่นท่อ และกลิ่นอับ กลิ่นจากน้ำยาทำความสะอาดที่ใช้ขัดล้างพื้นอย่างหนักในช่วงก่อนหน้า และกลิ่นสารเคมีใหม่จากวัสดุที่เพิ่งติดตั้ง ทั้งหมดนี้ทำให้ห้องที่ดูเรียบร้อยกลับยังอยู่ไม่สบาย และเจ้าของบ้านมักไม่รู้ว่าควรเริ่มแก้ปัญหาจากตรงไหน

เจาะลึกที่มาของกลิ่นพรมใหม่และกาวปูพื้น: VOCs คืออะไร และมาจากส่วนไหนบ้าง

VOCs หรือสารอินทรีย์ระเหยง่าย คือกลุ่มสารเคมีที่ระเหยเป็นไอได้ที่อุณหภูมิห้อง พบได้ในวัสดุก่อสร้างและวัสดุตกแต่งหลายชนิด กลิ่นที่เรามักเรียกกันว่า "กลิ่นของใหม่" ส่วนหนึ่งก็คือไอของสารกลุ่มนี้ เมื่อปูพรมใหม่ในห้องปิด แหล่งที่ปล่อย VOCs มีหลายชั้นซ้อนกัน ดังนี้

1. กาวปูพื้นและกาวติดพรม

กาวที่ใช้ติดพรมกับพื้นมีหลายประเภท บางชนิดเป็นกาวสูตรตัวทำละลาย ซึ่งเมื่อทาลงบนพื้นจะปล่อยไอตัวทำละลายออกมามากในช่วงแรก บางชนิดเป็นกาวสูตรน้ำหรือกาวลาเท็กซ์ที่กลิ่นอ่อนกว่า แต่ก็ยังมีสารเติมแต่งที่ระเหยได้ กาวจะปล่อยไอมากที่สุดในช่วงที่ยังไม่เซ็ตตัว และหากถูกพรมปิดทับทันที ไอเหล่านี้จะค่อย ๆ ซึมผ่านเส้นใยพรมขึ้นมาในอากาศเป็นเวลานานขึ้น

2. ยางรองหลังพรมและแผ่นรองพรม

พรมหลายรุ่นมีชั้นยางหรือโฟมรองด้านหลังเพื่อยึดเส้นใยและเพิ่มความนุ่ม ชั้นนี้เป็นแหล่งของกลิ่นเฉพาะที่หลายคนคุ้นเคยเวลาเปิดม้วนพรมใหม่ แผ่นรองพรมที่ทำจากโฟมหรือวัสดุอัดบางชนิดก็ปล่อยกลิ่นออกมาเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่ออากาศร้อนและอับ

3. สารเคลือบกันคราบและสารตกแต่งเส้นใย

พรมบางชนิดผ่านการเคลือบสารกันคราบ กันไฟฟ้าสถิต หรือกันแมลง สารเหล่านี้อาจมีกลิ่นเฉพาะและระเหยออกมาทีละน้อย เมื่อรวมกับความร้อนจากอากาศเมืองไทย กลิ่นจะยิ่งชัดขึ้นในช่วงกลางวัน

4. พื้นปูนใต้พรมที่ยังชื้นจากน้ำท่วม

นี่คือส่วนที่คนมักมองข้ามมากที่สุด พื้นคอนกรีตที่แช่น้ำมาหลายวันจะอุ้มความชื้นไว้ในเนื้อปูนลึกกว่าผิวหน้า แม้ผิวจะดูแห้งแล้ว แต่ความชื้นยังค่อย ๆ ระเหยขึ้นมา เมื่อเราปูพรมและกาวปิดทับ ความชื้นนั้นถูกขังอยู่ใต้พรม ทำให้กาวยึดเกาะได้ไม่ดี เกิดกลิ่นอับ และเป็นสภาพที่เหมาะกับการเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรียใต้ผืนพรม กลิ่นอับที่โผล่ขึ้นมาหลังกลิ่นกาวจางลงจึงมักเป็นสัญญาณว่าใต้พรมยังชื้นอยู่

5. กลิ่นตกค้างจากน้ำท่วมและน้ำยาทำความสะอาด

ผนังส่วนล่าง ขอบบัว วงกบประตู และร่องพื้นที่เคยแช่น้ำ ยังเก็บกลิ่นโคลนและกลิ่นน้ำเสียไว้ได้นาน นอกจากนี้ ในช่วงทำความสะอาด หลายบ้านใช้น้ำยาฟอกขาว น้ำยาถูพื้น หรือน้ำยาขจัดคราบหลายชนิดซ้ำกัน กลิ่นเหล่านี้ผสมรวมกับกลิ่นกาวและกลิ่นพรมใหม่ จนกลายเป็นกลิ่นรวมที่ยากจะระบุและยากจะไล่ออกด้วยวิธีปกติ

อาการที่พบบ่อยเมื่ออยู่ในห้องที่มีกลิ่นกาวและ VOCs สูง และใครเสี่ยงที่สุด

การสัมผัสไอสารเคมีจากวัสดุใหม่ในห้องที่อากาศถ่ายเทไม่ดี อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้ อาการที่คนในบ้านมักบอกเล่า ได้แก่ ปวดศีรษะ มึนงง เวียนหัว แสบตา น้ำตาไหล แสบจมูก คัดจมูก ระคายคอ ไอแห้ง คลื่นไส้ รู้สึกเหนื่อยง่าย และนอนหลับไม่สนิท บางคนที่มีภูมิแพ้หรือหอบหืดอาจพบว่าอาการกำเริบบ่อยขึ้น เมื่ออยู่ในห้องที่ทั้งมีกลิ่นสารเคมีและกลิ่นอับจากความชื้นพร้อมกัน

กลุ่มที่ควรระวังเป็นพิเศษ ได้แก่

  • เด็กเล็ก เพราะหายใจถี่กว่าผู้ใหญ่ และชอบคลาน นั่ง หรือนอนเล่นบนพรม ทำให้อยู่ใกล้แหล่งปล่อยไอมากที่สุด
  • ผู้สูงอายุ ซึ่งมักใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในบ้าน และร่างกายฟื้นตัวจากการระคายเคืองได้ช้ากว่า
  • หญิงตั้งครรภ์ ที่ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสไอสารเคมีโดยไม่จำเป็น
  • ผู้มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคระบบทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ หรือหอบหืด
  • สัตว์เลี้ยง ที่นอนและเดินบนพื้นตลอดวัน

สิ่งสำคัญคือ หากมีอาการรุนแรง หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หรืออาการไม่ดีขึ้นแม้ออกจากห้องแล้ว ควรไปพบแพทย์ทันที และในช่วงหลังน้ำท่วม หากใครเคยลุยน้ำแล้วมีไข้ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนู หรือมีอาการท้องร่วง ก็ต้องพบแพทย์เช่นกัน การอบโอโซนเป็นการจัดการสภาพแวดล้อมในอาคาร ไม่ใช่การรักษาโรค และไม่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้

ผลกระทบที่ตามมา: มากกว่าแค่กลิ่นไม่พึงประสงค์

ด้านสุขภาพ

เมื่อคนในบ้านต้องหายใจเอากลิ่นฉุนทุกวัน ความรู้สึกไม่สบายเล็ก ๆ น้อย ๆ จะสะสมจนกลายเป็นความเหนื่อยล้า นอนไม่พอ และหงุดหงิดง่าย ยิ่งในช่วงที่ทุกคนเพิ่งผ่านความเครียดจากน้ำท่วมมา สุขภาพกายและใจก็ยิ่งเปราะบางกว่าปกติ

ด้านการเงิน

หากพรมถูกปูทับพื้นที่ยังชื้น กาวอาจหลุดร่อน ผืนพรมเป็นคลื่น หรือเกิดเชื้อราใต้พรม ซึ่งอาจต้องรื้อและปูใหม่ทั้งหมด เท่ากับจ่ายค่าวัสดุและค่าแรงซ้ำสองรอบ ในช่วงที่ค่าซ่อมบ้านทั้งหลังก็สูงอยู่แล้ว

ด้านเวลา

ครอบครัวจำนวนมากต้องย้ายไปนอนชั้นบน ย้ายไปอยู่บ้านญาติ หรือหยุดใช้ห้องที่เพิ่งซ่อมเสร็จ เพราะกลิ่นยังแรง การรอให้กลิ่นจางเองอาจกินเวลานาน ขึ้นกับชนิดวัสดุ อุณหภูมิ และการระบายอากาศ

ด้านภาพลักษณ์และธุรกิจ

สำหรับร้านค้า สำนักงาน คลินิก ห้องประชุม ห้องพักให้เช่า หรือโฮมสเตย์ที่ปูพรมใหม่หลังน้ำท่วม กลิ่นกาวที่ลูกค้าหรือพนักงานได้กลิ่นตั้งแต่ก้าวแรกส่งผลต่อความรู้สึกเรื่องความสะอาดและความใส่ใจ เจ้าของกิจการอาจต้องรับมือกับคำร้องเรียนหรือการขอย้ายห้อง

ด้านครอบครัว

ห้องนั่งเล่นคือหัวใจของบ้าน เมื่อห้องนี้ใช้ไม่ได้ กิจกรรมของครอบครัวก็สะดุด เด็กไม่มีที่เล่น ผู้สูงอายุไม่มีมุมพักผ่อน ความรู้สึกว่าบ้านกลับมาเป็นปกติแล้วก็ยังไม่เกิดขึ้นจริง

ทำไมวิธีที่ทำกันบ่อยจึงยังไม่ได้ผล

เปิดพัดลมเป่าอย่างเดียว พัดลมช่วยหมุนเวียนอากาศได้ แต่ถ้าหน้าต่างเปิดได้น้อยหรือข้างนอกยังชื้นจัด ไอสารเคมีก็แค่วนอยู่ในห้อง และพัดลมไม่สามารถดึงความชื้นออกจากเนื้อปูนใต้พรมได้

ฉีดสเปรย์ปรับอากาศหรือวางน้ำหอม เป็นการกลบกลิ่นด้วยกลิ่นที่แรงกว่า ไม่ได้ลดปริมาณสารต้นเหตุ และยังเพิ่มสารระเหยเข้าไปในห้องอีกชนิดหนึ่ง

วางถ่านกัมมันต์หรือเบกกิ้งโซดา ช่วยดูดซับกลิ่นได้บ้างในพื้นที่เล็ก แต่สำหรับห้องทั้งห้องที่มีพรมปูเต็มพื้น ปริมาณที่ใช้อาจไม่พอ และวัสดุดูดซับจะอิ่มตัวเร็ว

ขัดพรมด้วยน้ำยาซักพรม การเติมน้ำและน้ำยาลงบนพรมใหม่ที่ปูบนพื้นชื้นอยู่แล้ว ยิ่งเพิ่มความชื้นใต้ผืนพรม และอาจทำให้กาวเสื่อมเร็วขึ้น

เปิดแอร์ปิดห้อง แอร์ช่วยลดความชื้นได้ระดับหนึ่ง แต่ระบบแอร์บ้านส่วนใหญ่หมุนเวียนอากาศเดิมในห้อง ไม่ได้นำอากาศใหม่เข้ามาแทน ไอสารเคมีจึงสะสมอยู่ในห้องและอาจติดอยู่ในแผ่นกรองแอร์

รอให้กลิ่นหายเอง กลิ่นจากวัสดุใหม่จะลดลงตามเวลา แต่ช่วงแรกคือช่วงที่ไอสารเคมีสูงที่สุด และเป็นช่วงที่ครอบครัวต้องการกลับเข้าใช้ห้องมากที่สุด การรอเพียงอย่างเดียวจึงไม่ตอบโจทย์ ทั้งยังไม่ได้แก้ปัญหากลิ่นอับจากน้ำท่วมที่ซ้อนอยู่ด้วย

บริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมีของ WHD: คำตอบสำหรับห้องที่เพิ่งปูพรมใหม่

World Health Disinfection หรือ WHD ให้ บริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมีตกค้าง ซึ่งเหมาะกับห้องที่เพิ่งผ่านการซ่อมแซมหลังน้ำท่วม ตามข้อมูลบริการ โอโซนหรือ O3 จะเข้าไปทำปฏิกิริยาแตกโมเลกุลของกลิ่นที่ต้นเหตุ แทนการกลบกลิ่น มุ่งจัดการกลิ่นสี กลิ่นทินเนอร์ กลิ่นอีพ็อกซี กลิ่นแลกเกอร์ สาร VOCs และกลิ่นอับ รวมถึงแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา จากนั้นโอโซนจะสลายกลับเป็นออกซิเจน ไม่ทิ้งสารตกค้าง และพื้นที่พร้อมใช้งานได้ประมาณ 2 ชั่วโมงหลังการอบ

จุดที่ทำให้บริการนี้ต่างจากการอบทั่วไปคือ ทีมงานวัดค่า TVOC หรือปริมาณสารอินทรีย์ระเหยง่ายรวม ด้วยเครื่องมือที่ผ่านการสอบเทียบ ทั้งก่อนและหลังการอบ ทำให้เจ้าของบ้านเห็นตัวเลขเปรียบเทียบ ไม่ใช่แค่ความรู้สึกว่ากลิ่นดีขึ้น ทีมงานใช้เครื่อง Master Ozone Generator และให้บริการทั้งบ้าน คอนโด สำนักงาน โรงงาน ไซต์ก่อสร้าง โรงแรม คลังสินค้า และรถยนต์

ขั้นตอนการทำงานสำหรับห้องปูพรมใหม่หลังน้ำท่วม

  1. สำรวจและสอบถามประวัติห้อง น้ำท่วมสูงเท่าไร แช่นานกี่วัน ปูพรมชนิดใด ใช้กาวแบบใด ปูเสร็จเมื่อไร และมีจุดไหนที่กลิ่นอับชัดเป็นพิเศษ
  2. วัดค่า TVOC ก่อนอบ ด้วยเครื่องมือที่สอบเทียบแล้ว เพื่อบันทึกสภาพตั้งต้น
  3. เตรียมพื้นที่ ย้ายคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกทั้งหมด ปิดประตูหน้าต่าง ปิดแอร์และพัดลม เปิดตู้และลิ้นชักที่ต้องการให้โอโซนเข้าถึง และเก็บของที่ไวต่อการเกิดปฏิกิริยาตามคำแนะนำของทีมงาน
  4. อบโอโซนในพื้นที่ว่างและปิด ด้วยเครื่อง Master Ozone Generator ตามระยะเวลาที่เหมาะกับขนาดห้องและระดับกลิ่น
  5. ช่วงพักและระบายอากาศ ห้ามเข้าพื้นที่จนกว่าจะครบระยะพักและระบายอากาศ ตามข้อมูลบริการ พื้นที่พร้อมใช้งานประมาณ 2 ชั่วโมงหลังการอบ
  6. วัดค่า TVOC หลังอบ เปรียบเทียบกับค่าก่อนอบ และให้คำแนะนำการดูแลห้องต่อ

ข้อปฏิบัติด้านความปลอดภัย: การอบโอโซนต้องทำในพื้นที่ว่างและปิดเท่านั้น คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องอยู่นอกพื้นที่ตลอดการอบ และกลับเข้าได้เมื่อครบระยะพักและระบายอากาศแล้วเท่านั้น โอโซนเป็นขั้นตอนหลังจากขนโคลน ล้าง และทำให้แห้งแล้ว ไม่ได้ใช้แทนการทำความสะอาด การทำให้พื้นแห้ง หรือการรักษาทางการแพทย์

10 เหตุผลที่ห้องปูพรมใหม่หลังน้ำท่วมควรอบโอโซนกับ WHD

  1. จัดการกลิ่นที่ต้นเหตุ โอโซนแตกโมเลกุลกลิ่นแทนการกลบ จึงต่างจากน้ำหอมและสเปรย์ปรับอากาศโดยสิ้นเชิง
  2. ครอบคลุมกลิ่นหลายชั้นในครั้งเดียว ทั้งกลิ่นกาว กลิ่นยางรองพรม กลิ่นน้ำยาทำความสะอาด และกลิ่นอับจากน้ำท่วม
  3. มีตัวเลขยืนยัน วัดค่า TVOC ก่อนและหลังอบ ด้วยเครื่องมือที่สอบเทียบแล้ว
  4. ไม่ทิ้งสารตกค้าง โอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจน ไม่เพิ่มสารเคมีชนิดใหม่ลงบนพรมที่เด็กจะนั่งเล่น
  5. เข้าถึงซอกมุม ก๊าซแพร่ไปตามช่องว่าง ขอบบัว ใต้เฟอร์นิเจอร์ และเส้นใยพรม ที่ผ้าเช็ดหรือสเปรย์เข้าไม่ถึง
  6. ช่วยลดเชื้อโรคบนพื้นผิวและในอากาศ ตามข้อมูลบริการ โอโซนมุ่งจัดการแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราด้วย ซึ่งสำคัญในบ้านที่เพิ่งผ่านน้ำท่วม
  7. กลับเข้าใช้ห้องได้เร็ว พื้นที่พร้อมใช้งานประมาณ 2 ชั่วโมงหลังการอบ ไม่ต้องหยุดใช้ห้องหลายสัปดาห์
  8. ใช้เครื่องระดับมืออาชีพ ทีมงานใช้ Master Ozone Generator และกำหนดเวลาอบตามขนาดพื้นที่
  9. เหมาะทั้งบ้านและธุรกิจ ตั้งแต่ห้องนั่งเล่น ห้องนอน คอนโด ไปจนถึงสำนักงาน โรงแรม และห้องประชุมที่ปูพรมใหม่
  10. ได้คำแนะนำครบวงจร ทีมงาน WHD แนะนำทั้งก่อนและหลังอบ เช่น การตรวจความชื้นพื้น การระบายอากาศ และการเลือกน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับพื้นผิวแข็ง

เปรียบเทียบก่อนและหลังอบโอโซน

ก่อนอบโอโซน

  • กลิ่นกาวฉุนลอยขึ้นจากพื้นตลอดวัน
  • กลิ่นยางรองพรมชัดขึ้นเมื่ออากาศร้อน
  • กลิ่นอับแทรกตามมุมห้องที่น้ำขังนาน
  • คนในบ้านปวดหัว แสบตา ไม่อยากใช้ห้อง
  • ไม่มีตัวเลขบอกว่าอากาศในห้องเป็นอย่างไร
  • เด็กและผู้สูงอายุต้องย้ายไปอยู่ห้องอื่น

หลังอบโอโซน

  • กลิ่นฉุนลดลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับก่อนอบ
  • มีค่า TVOC ก่อนและหลังให้เปรียบเทียบ
  • กลิ่นอับจากน้ำท่วมจางลงพร้อมกลิ่นสารเคมี
  • ไม่มีกลิ่นน้ำหอมหรือสารเคมีใหม่มาทับ
  • กลับเข้าใช้ห้องได้หลังครบระยะพักราว 2 ชั่วโมง
  • ครอบครัวมั่นใจขึ้นในการกลับมาใช้ห้อง

หมายเหตุ: ผลลัพธ์ขึ้นกับชนิดวัสดุ ปริมาณกาว ระยะเวลาหลังติดตั้ง ความชื้นของพื้น และการระบายอากาศของแต่ละพื้นที่ ทีมงานจะแจ้งผลตามค่าที่วัดได้จริง

กรณีตัวอย่าง: ห้องรับแขกที่ปูพรมใหม่หลังน้ำลดในย่านคลองจั่น

กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์จำลองเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวที่ยืนยันตัวตนลูกค้า)

คุณต้อมเป็นเจ้าของบ้านเดี่ยวสองชั้นในย่านคลองจั่น ชั้นล่างมีห้องรับแขกขนาดกลางที่ปูพรมเต็มห้อง หลังน้ำท่วมปลายเดือนกันยายน คุณต้อมรื้อพรมเก่าทิ้งและนัดช่างปูพรมใหม่ภายในไม่กี่วัน เพราะต้องรับรองแขกจากงานบุญที่บ้านในสัปดาห์ถัดไป หลังปูเสร็จ ห้องมีกลิ่นกาวแรงจนภรรยาของคุณต้อมต้องเปิดประตูทิ้งไว้ทั้งวัน แต่ฝนยังตกเป็นระยะ ความชื้นจากข้างนอกจึงไหลเข้ามาแทน

เมื่อทีมงานไปสำรวจ สิ่งแรกที่แนะนำคือให้ตรวจความชื้นของพื้นบริเวณมุมห้องด้านที่ติดสนาม ซึ่งเป็นจุดที่น้ำขังนานที่สุด พบว่ามุมนั้นยังชื้นกว่าบริเวณอื่น ทีมงานจึงแนะนำให้ช่างเปิดพรมบริเวณมุมนั้นเพื่อเป่าให้แห้งและทำความสะอาดพื้นผิวก่อน แล้วจึงปิดกลับ จากนั้นจึงวัดค่า TVOC ก่อนอบ ย้ายคนและสัตว์เลี้ยงออก ปิดห้องให้สนิท และอบโอโซนด้วย Master Ozone Generator ตามเวลาที่เหมาะกับขนาดห้อง

หลังครบระยะพักและระบายอากาศ ทีมงานวัดค่า TVOC อีกครั้งเพื่อเปรียบเทียบกับค่าก่อนอบ และอธิบายให้ครอบครัวเข้าใจว่าวัสดุใหม่อาจยังปล่อยไอออกมาได้อีกเล็กน้อยในช่วงต่อจากนี้ จึงควรเปิดระบายอากาศเป็นประจำในช่วงเช้าและเย็น ไม่ปิดห้องแล้วเปิดแอร์ต่อเนื่องนานเกินไป ครอบครัวของคุณต้อมสามารถใช้ห้องรับแขกต้อนรับแขกได้ทันงาน โดยไม่ต้องพึ่งน้ำหอมกลบกลิ่น

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากกรณีนี้คือ การอบโอโซนจะได้ผลดีที่สุดเมื่อแก้ปัญหาความชื้นที่ต้นเหตุก่อน หากยังมีน้ำค้างอยู่ใต้พรม กลิ่นอับจะกลับมาได้อีก ไม่ว่าจะอบกี่ครั้งก็ตาม

เช็กลิสต์ฟื้นฟูห้อง: ก่อนปูพรมใหม่ ก่อนอบโอโซน และหลังอบโอโซน

ก่อนปูพรมใหม่

  • สวมถุงมือยางและรองเท้าบูททุกครั้งที่รื้อพรมเก่าที่แช่น้ำ เพราะพรมเก่าอุ้มน้ำปนเปื้อนไว้
  • รื้อพรมเก่า แผ่นรองพรม และขอบบัวที่บวมน้ำออกทั้งหมด อย่าเก็บไว้ใช้ต่อ
  • ขูดโคลนออก ล้างพื้นด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก แล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวแข็งตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์
  • ทำให้พื้นแห้งให้เร็วที่สุด หน่วยงานสาธารณสุขอย่าง CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเพื่อลดโอกาสเกิดเชื้อรา
  • ตรวจความชื้นของพื้นคอนกรีตตามเกณฑ์ที่ผู้ผลิตพรมหรือกาวกำหนด ก่อนเริ่มปู ไม่ใช่ดูแค่ผิวหน้าว่าแห้ง
  • สอบถามช่างเรื่องชนิดกาว และพิจารณาเลือกกาวหรือพรมที่ระบุว่าปล่อยสารระเหยต่ำ
  • ให้ช่างทำงานขณะที่ห้องเปิดระบายอากาศได้ดี และอ่านคำแนะนำเรื่องระยะเวลาเซ็ตตัวของกาว

ก่อนอบโอโซน

  • แจ้งทีมงานว่าปูพรมเสร็จเมื่อไร ใช้กาวชนิดใด และมีจุดใดกลิ่นแรงที่สุด
  • ย้ายคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกจากพื้นที่ทั้งหมด
  • เก็บอาหาร ยา และของใช้ส่วนตัวที่ไม่ต้องการให้สัมผัสก๊าซ ตามคำแนะนำของทีมงาน
  • ปิดแอร์ พัดลม และปิดประตูหน้าต่างให้สนิท
  • เปิดตู้ ลิ้นชัก และประตูห้องย่อยที่ต้องการให้โอโซนเข้าถึง

หลังอบโอโซน

  • รอให้ครบระยะพักและระบายอากาศ ก่อนกลับเข้าพื้นที่ตามที่ทีมงานแจ้ง
  • ดูผลค่า TVOC ก่อนและหลัง และสอบถามข้อแนะนำเพิ่มเติม
  • เปิดระบายอากาศเป็นประจำในช่วงต้นของการใช้ห้อง
  • ล้างหรือเปลี่ยนแผ่นกรองแอร์ที่อาจสะสมฝุ่นและกลิ่นช่วงซ่อมแซม
  • สังเกตกลิ่นอับที่อาจกลับมา หากพบที่จุดเดิม ให้ตรวจความชื้นใต้พรมอีกครั้ง
  • เช็ดฆ่าเชื้อพื้นผิวสัมผัสบ่อย เช่น ลูกบิด สวิตช์ไฟ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เช่น Chemgene HLD4H ตามอัตราเจือจางบนฉลาก

ทำไมช่วงหลังน้ำท่วมจึงเป็นช่วงที่ต้องระวังกลิ่นพรมใหม่เป็นพิเศษ

ในเวลาปกติ การปูพรมใหม่มักเกิดขึ้นทีละห้อง มีเวลาวางแผน และเลือกช่วงที่อากาศถ่ายเทดี แต่หลังน้ำท่วม ทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันและเร่งรีบ ช่างมีงานล้นมือ วัสดุบางรุ่นขาดตลาด เจ้าของบ้านอาจต้องรับวัสดุที่มีอยู่ในสต็อกโดยไม่ได้เลือกมาก และหลายครอบครัวต้องรีบกลับเข้าบ้านเพราะค่าเช่าที่พักชั่วคราวสูง หรือเพราะต้องดูแลผู้สูงอายุ

อากาศของกรุงเทพฯ ช่วงปลายฤดูฝนก็ยังชื้นสูง ทำให้ทั้งพื้นและผนังแห้งช้า การเปิดหน้าต่างระบายอากาศในวันที่ฝนยังตกเป็นระยะก็ทำได้จำกัด ปัจจัยเหล่านี้รวมกันทำให้ไอสารเคมีจากพรมและกาวค้างอยู่ในห้องนานกว่าปกติ และยังมีกลิ่นอับจากน้ำท่วมซ้อนอยู่ด้วย การมีขั้นตอนจัดการกลิ่นที่เป็นระบบ วัดผลได้ และไม่เพิ่มสารเคมีชนิดใหม่เข้าไป จึงช่วยให้ครอบครัวกลับมาใช้ห้องได้อย่างมั่นใจขึ้น

สำหรับพื้นแบบอื่นที่นิยมปูทดแทนหลังน้ำท่วม เช่น พื้นไวนิลแบบทากาว พื้นลามิเนตที่มีโฟมรอง หรือกระเบื้องยาง หลักการก็คล้ายกัน คือกาวและวัสดุใหม่จะปล่อยไอในช่วงแรก และพื้นด้านล่างต้องแห้งจริงก่อนติดตั้ง หากห้องของคุณใช้พื้นประเภทเหล่านี้ ก็สามารถใช้ บริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมี ได้เช่นกัน ส่วนบ้านที่ต้องการฆ่าเชื้อทั้งหลังหลังน้ำท่วม สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย

คำถามที่พบบ่อยเรื่องกลิ่นพรมใหม่ กาวปูพื้น และการอบโอโซน

1. ควรอบโอโซนทันทีหลังปูพรมเสร็จเลยหรือไม่

ควรรอให้กาวเซ็ตตัวตามคำแนะนำของผู้ผลิตก่อน และควรแน่ใจว่าพื้นด้านล่างแห้งดีแล้ว ทีมงานจะสอบถามรายละเอียดและแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมกับวัสดุของคุณ

2. ระหว่างอบโอโซน อยู่ในบ้านชั้นอื่นได้หรือไม่

การอบต้องทำในพื้นที่ว่างและปิด คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องอยู่นอกพื้นที่ที่อบ ทีมงานจะประเมินว่าพื้นที่ใดต้องปิดและผู้พักอาศัยควรอยู่ที่ใดระหว่างอบ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

3. หลังอบแล้วเข้าห้องได้เมื่อไร

ตามข้อมูลบริการ พื้นที่พร้อมใช้งานประมาณ 2 ชั่วโมงหลังการอบ โดยต้องครบระยะพักและระบายอากาศก่อน ทีมงานจะแจ้งเวลาที่กลับเข้าได้อย่างชัดเจน

4. โอโซนจะทำให้พรมใหม่สีซีดหรือเสียหายไหม

ทีมงานจะกำหนดเวลาและความเข้มข้นให้เหมาะกับพื้นที่และวัสดุ และแนะนำการเก็บของที่ไวต่อการเกิดปฏิกิริยาก่อนอบ หากมีวัสดุพิเศษหรือของมีค่า ควรแจ้งทีมงานล่วงหน้า

5. อบโอโซนแทนการรื้อพรมเก่าที่แช่น้ำได้ไหม

ไม่ได้ พรมและแผ่นรองพรมที่แช่น้ำท่วมควรรื้อทิ้ง ทำความสะอาด และทำให้พื้นแห้งก่อน โอโซนเป็นขั้นตอนเสริมหลังการทำความสะอาด ไม่ใช่การแทนที่

6. ค่า TVOC ที่วัดได้บอกอะไรเรา

ค่า TVOC เป็นตัวชี้วัดปริมาณสารอินทรีย์ระเหยง่ายรวมในอากาศ การวัดก่อนและหลังอบด้วยเครื่องมือที่ผ่านการสอบเทียบช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงเป็นตัวเลข แทนการใช้ความรู้สึกเพียงอย่างเดียว

7. ถ้ามีคนในบ้านยังปวดหัวหรือแสบตา ควรทำอย่างไร

ให้ออกจากพื้นที่ไปอยู่ในที่อากาศถ่ายเทดี หากอาการไม่ดีขึ้นหรือรุนแรง ควรพบแพทย์ทันที การอบโอโซนเป็นการจัดการสภาพแวดล้อม ไม่ใช่การรักษาอาการเจ็บป่วย

ห้องเพิ่งปูพรมใหม่แต่ยังฉุนกลิ่นกาว ให้ WHD ช่วยวัดและจัดการ

ปรึกษาทีมงาน วัดค่า TVOC ก่อนและหลัง และอบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมีตกค้างในพื้นที่ว่างอย่างปลอดภัย

ดูบริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมี

โทร 065-556-6294  |  LINE @whd268  |  worldhealthdisinfection@gmail.com

#อบโอโซน #กำจัดกลิ่นสารเคมี #กำจัดกลิ่นสี #ลดVOCs #น้ำท่วมกทม2569 #กลิ่นพรมใหม่ #กลิ่นกาวปูพื้น

คำค้นหา: กลิ่นพรมใหม่, กลิ่นกาวปูพื้น, ปูพรมใหม่หลังน้ำท่วม, กำจัดกลิ่นสารเคมี, ลด VOCs ในบ้าน, อบโอโซนกำจัดกลิ่น, น้ำท่วม กทม. 2569, ค่า TVOC

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้