โรงแรมรีโนเวตห้องพักหลังน้ำท่วม กทม. 2569: กำจัดกลิ่นสี กาว เฟอร์นิเจอร์ใหม่ และ VOCs ก่อนเปิดรับแขก ด้วยการอบโอโซน

Last updated: 1 ต.ค. 2569  |  11 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องอบโอโซน

โรงแรมรีโนเวตห้องพักหลังน้ำท่วม กทม. 2569: กำจัดกลิ่นสี กาว เฟอร์นิเจอร์ใหม่ และ VOCs ก่อนเปิดรับแขก ด้วยการอบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมี

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

ห้องพักชั้นล่างที่ดูใหม่เอี่ยม แต่แขกคนแรกขอเปลี่ยนห้องภายในสิบนาที

คุณปิยะเป็นผู้จัดการโรงแรมบูทีคขนาดกลางในย่านกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ช่วงวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 ฝนตกหนักต่อเนื่องจนน้ำเอ่อเข้าล็อบบี้และห้องพักชั้นล่างทั้งแถว ตามรายงานข่าว กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยเมื่อวันที่ 26 กันยายน และฝั่งตะวันออกอย่างบึงกุ่มและคลองจั่นได้รับผลกระทบหนักที่สุด ทีมงานของคุณปิยะต้องย้ายแขกขึ้นชั้นบน ยกที่นอนหนีน้ำ และนั่งรอให้คลองระบายน้ำ ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครระบุว่าต้องใช้เวลาสองถึงสามวันหลังฝนหยุด

เมื่อน้ำลด สิ่งที่รอคุณปิยะอยู่คือห้องพักที่พรมชุ่มโคลน วอลเปเปอร์โป่งพอง ขาเตียงไม้บวมน้ำ และกลิ่นเหม็นอับปนกลิ่นท่อระบายน้ำที่ลอยอยู่ทั่วทางเดิน เจ้าของโรงแรมตัดสินใจรีโนเวตห้องพักชั้นล่างทั้งหมดแบบเร่งด่วน ช่างรื้อพรมออก ทาสีผนังใหม่ ปูพื้นไวนิลด้วยกาวชนิดใหม่ เปลี่ยนหัวเตียงบุผ้า ตู้เสื้อผ้าไม้ลามิเนต และสั่งที่นอนใหม่มาจากโรงงาน ทุกอย่างเสร็จในเวลาไม่กี่วัน ห้องดูสวยกว่าก่อนน้ำท่วมเสียอีก

แต่แขกคนแรกที่เช็กอินเข้าห้องชั้นล่าง โทรลงมาที่เคาน์เตอร์หลังจากเปิดประตูห้องได้ไม่ถึงสิบนาที เธอบอกว่าห้องมีกลิ่นสีแรงจนแสบจมูก ลูกชายวัยประถมเริ่มไอ และขอเปลี่ยนห้องทันที คืนเดียวกันมีแขกอีกห้องหนึ่งเขียนรีวิวออนไลน์ว่า "ห้องใหม่แต่กลิ่นเหมือนอยู่ในร้านขายสี" คุณปิยะรู้ทันทีว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะธุรกิจโรงแรมอยู่ได้ด้วยรีวิว และแขกจำได้เสมอว่าห้องที่ตัวเองนอนมีกลิ่นอย่างไร

เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมากหลังน้ำท่วมครั้งใหญ่ เพราะทุกโรงแรมเร่งซ่อมเพื่อกลับมาเปิดขายห้องให้เร็วที่สุด แต่ไม่ได้วางแผนเวลาสำหรับให้กลิ่นสารเคมีจากงานรีโนเวตจางลง บทความนี้จะพาไปดูว่ากลิ่นเหล่านั้นมาจากไหน ทำไมวิธีแก้แบบเดิมจึงไม่ได้ผล และการอบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมีช่วยให้โรงแรมเปิดห้องได้อย่างมั่นใจขึ้นได้อย่างไร

กลิ่นในห้องพักหลังรีโนเวตมาจากไหน: VOCs กลิ่นอับ และกลิ่นน้ำท่วมที่ยังค้าง

ห้องพักโรงแรมที่ผ่านทั้งน้ำท่วมและงานรีโนเวตเร่งด่วน มักมีกลิ่นซ้อนกันอย่างน้อยสามชั้น ชั้นแรกคือกลิ่นสารเคมีจากวัสดุใหม่ ชั้นที่สองคือกลิ่นอับชื้นที่ฝังอยู่ในโครงสร้าง และชั้นที่สามคือกลิ่นจากน้ำท่วมที่ปนน้ำเสียและโคลน การเข้าใจแต่ละชั้นช่วยให้วางแผนจัดการได้ตรงจุด

ชั้นที่หนึ่ง สารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs

VOCs ย่อมาจาก Volatile Organic Compounds คือกลุ่มสารเคมีที่ระเหยเป็นไอได้ง่ายที่อุณหภูมิห้อง พบได้ในสีทาผนัง ทินเนอร์ แลกเกอร์ เคลือบเงาไม้ อีพ็อกซี กาวปูพื้น กาววอลเปเปอร์ ซีลแลนต์ยาแนว รวมทั้งแผ่นไม้อัดและไม้ปาร์ติเคิลบอร์ดที่ใช้ทำตู้และหัวเตียง ในช่วงแรกหลังติดตั้ง วัสดุเหล่านี้จะปล่อยไอสารเคมีออกมามากที่สุด แล้วค่อย ๆ ลดลงตามเวลา ห้องพักโรงแรมมักมีหน้าต่างเปิดได้น้อยหรือเปิดไม่ได้เลย ไอสารเคมีจึงสะสมอยู่ในห้องได้ง่ายกว่าบ้านทั่วไป

ชั้นที่สอง กลิ่นอับจากความชื้นที่ยังไม่หมด

แม้ผนังจะทาสีใหม่แล้ว แต่ถ้าผนังปูนหรือแผ่นยิปซัมด้านในยังไม่แห้งสนิท ความชื้นที่ค้างอยู่จะทำให้เกิดกลิ่นอับและเป็นแหล่งเติบโตของเชื้อรา โดยเฉพาะบริเวณหลังหัวเตียง ใต้ตู้เสื้อผ้า และมุมห้องน้ำที่อากาศไหลเวียนน้อย กลิ่นอับนี้จะผสมกับกลิ่นสีใหม่จนแขกรู้สึกว่าห้อง "เหม็นแปลก ๆ" โดยแยกไม่ออกว่ามาจากอะไร

ชั้นที่สาม กลิ่นน้ำท่วม น้ำเสีย และน้ำมันเชื้อเพลิง

น้ำท่วมในเมืองไม่ใช่น้ำสะอาด มันพาเอาโคลน น้ำจากท่อระบายน้ำ คราบน้ำมันจากถนนและลานจอดรถมาด้วย เมื่อซึมเข้าไปในขอบประตู บัวพื้น ช่องท่อ และใต้พื้นไม้ กลิ่นจะค้างอยู่ได้นานแม้จะล้างพื้นผิวแล้ว นอกจากนี้ น้ำยาทำความสะอาดที่ใช้ในปริมาณมากระหว่างการฟื้นฟู ทั้งน้ำยาฟอกขาวและน้ำยาขัดพื้น ก็ทิ้งกลิ่นสารเคมีของตัวเองไว้อีกชั้นหนึ่ง

ใครในโรงแรมได้รับผลกระทบมากที่สุด

กลุ่มที่ไวต่อกลิ่นสารเคมีและอากาศในอาคารมากเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ หอบหืด หรือโรคเรื้อรังของระบบทางเดินหายใจ อาการที่พบบ่อยเมื่ออยู่ในห้องที่มีไอสารเคมีเข้มข้น ได้แก่ ปวดศีรษะ แสบตา แสบจมูก ระคายคอ คลื่นไส้ และนอนไม่หลับ นอกจากแขกแล้ว พนักงานแม่บ้านที่ต้องเข้าออกห้องที่เพิ่งรีโนเวตวันละหลายห้องก็ได้รับไอสารเคมีสะสมต่อเนื่องเช่นกัน หากใครมีอาการผิดปกติต่อเนื่อง ควรพบแพทย์ และสำหรับผู้ที่เคยลุยน้ำท่วมแล้วมีไข้หรือปวดน่อง ควรรีบพบแพทย์เพราะอาจเสี่ยงโรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนู การจัดการกลิ่นไม่ใช่การรักษาโรค

ผลกระทบที่โรงแรมต้องแบกรับเมื่อห้องรีโนเวตยังมีกลิ่น

ด้านสุขภาพและความปลอดภัยของแขก แขกที่แพ้ง่ายอาจมีอาการตั้งแต่คืนแรก ครอบครัวที่พาเด็กเล็กมาพักมักกังวลเป็นพิเศษ และเมื่อแขกรู้สึกไม่สบายในห้องพัก ความเชื่อมั่นต่อโรงแรมทั้งหมดจะลดลงทันที

ด้านรายได้ ห้องที่มีกลิ่นต้องถูกปิดขาย หรือขายได้ในราคาต่ำกว่าปกติ เมื่อแขกขอย้ายห้อง โรงแรมต้องเสียห้องดี ๆ อีกหนึ่งห้องไปชดเชย บางครั้งต้องให้ส่วนลดหรือคืนเงิน ในช่วงที่ธุรกิจเพิ่งฟื้นจากน้ำท่วม รายได้ที่หายไปแต่ละคืนมีความหมายมาก ตามรายงานข่าว ภาคธุรกิจประเมินความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งนี้ไว้สูง หอการค้าไทยประเมินไว้ราว 12,300 ล้านบาท โรงแรมจึงไม่อยากเสียรายได้ซ้ำสองจากปัญหาที่ป้องกันได้

ด้านเวลา หากต้องรอให้กลิ่นจางลงเองโดยไม่มีมาตรการช่วย อาจกินเวลาหลายสัปดาห์ ในขณะที่ห้องพักทุกห้องที่ปิดไว้คือค่าใช้จ่ายคงที่ที่ยังต้องจ่าย ทั้งค่าพนักงาน ค่าไฟ และค่าดอกเบี้ย

ด้านชื่อเสียงและรีวิว คำว่า "กลิ่นสี" "กลิ่นอับ" หรือ "เหม็นชื้น" ในรีวิวออนไลน์จะอยู่บนหน้าโรงแรมไปอีกนาน ผู้จองรายใหม่อ่านรีวิวล่าสุดก่อนตัดสินใจ ห้องที่สวยแค่ไหนก็แพ้รีวิวเรื่องกลิ่นได้

ด้านทีมงาน พนักงานแม่บ้านและพนักงานต้อนรับต้องรับมือกับคำร้องเรียนซ้ำ ๆ ต้องย้ายแขก ต้องขอโทษ และต้องทำงานในพื้นที่ที่มีกลิ่นสารเคมี ขวัญกำลังใจของทีมที่เพิ่งเหนื่อยจากการกู้โรงแรมช่วงน้ำท่วมจะยิ่งถดถอย

ทำไมวิธีแก้แบบเดิมของโรงแรมจึงไม่ได้ผลกับกลิ่นหลังรีโนเวต

ฉีดสเปรย์ปรับอากาศหรือน้ำหอมห้อง เป็นวิธีที่ใช้กันมากที่สุด แต่สเปรย์เพียงกลบกลิ่นชั่วคราว และเติมสารหอมระเหยเข้าไปในห้องอีกชั้นหนึ่ง เมื่อกลิ่นหอมจางลง กลิ่นสีและกลิ่นอับก็กลับมา แขกบางคนยังรู้สึกว่ากลิ่นหอมผสมกลิ่นเคมียิ่งทำให้เวียนหัวกว่าเดิม

เปิดแอร์ทิ้งไว้ทั้งวัน ระบบปรับอากาศของห้องพักส่วนใหญ่หมุนเวียนอากาศภายในห้องเป็นหลัก ไม่ได้ดึงอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกเข้ามามากพอที่จะไล่ไอสารเคมีออก และหากคอยล์แอร์หรือท่อลมเคยโดนน้ำหรือความชื้นสูง อาจกลายเป็นตัวกระจายกลิ่นอับเสียเอง

วางถ่านกัมมันต์ ถุงเบกกิ้งโซดา หรือกาแฟ ช่วยดูดซับกลิ่นได้บ้างในพื้นที่เล็ก แต่ห้องพักทั้งห้องที่มีพื้นผิวปล่อยสารเคมีหลายตารางเมตร ทั้งผนัง พื้น ตู้ และหัวเตียง เกินความสามารถของวัสดุดูดซับไม่กี่ถุง

ทาสีทับอีกรอบ บางโรงแรมเข้าใจว่ากลิ่นอับมาจากผนังเก่า จึงทาสีทับอีกชั้น ผลคือเพิ่ม VOCs เข้าไปอีก และถ้าผนังยังชื้น สีที่ทาทับจะกักความชื้นไว้ข้างใน เชื้อราจะกลับมาพร้อมกลิ่นอับในอีกไม่กี่สัปดาห์

รอให้กลิ่นจางเอง เป็นวิธีที่ปลอดภัยแต่ช้ามาก และไม่มีตัวเลขใดยืนยันว่าห้องพร้อมแล้วจริงหรือยัง ผู้จัดการต้องอาศัยจมูกของพนักงานเป็นเกณฑ์ ซึ่งแต่ละคนรับรู้กลิ่นไม่เท่ากัน

ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเข้มข้นราดซ้ำ ๆ น้ำยาฆ่าเชื้อจำเป็นสำหรับฆ่าเชื้อพื้นผิว แต่การใช้มากเกินฉลาก หรือผสมน้ำยาหลายชนิดเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดกลิ่นสารเคมีเพิ่ม และบางคู่ผสมก็เกิดก๊าซอันตรายได้ การฆ่าเชื้อพื้นผิวจึงควรทำตามฉลากอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่ใช้แทนการกำจัดกลิ่นในอากาศ

คำตอบสำหรับโรงแรม: บริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมีจาก WHD

World Health Disinfection หรือ WHD ให้บริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมีตกค้าง สำหรับอาคารที่เพิ่งผ่านงานทาสี ปูพื้น หรือติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ตามข้อมูลบริการ โอโซน (O3) จะเข้าไปทำปฏิกิริยาสลายโมเลกุลของกลิ่นที่ต้นเหตุ แทนที่จะกลบกลิ่นไว้ ครอบคลุมกลิ่นสี ทินเนอร์ อีพ็อกซี แลกเกอร์ สาร VOCs และกลิ่นอับ รวมถึงช่วยจัดการแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราในอากาศและบนพื้นผิวที่โอโซนเข้าถึง เมื่อจบกระบวนการ โอโซนจะกลับคืนสภาพเป็นออกซิเจน ไม่ทิ้งสารตกค้าง และตามข้อมูลบริการ พื้นที่พร้อมใช้งานได้ประมาณ 2 ชั่วโมงหลังการอบ

จุดที่ทำให้บริการนี้เหมาะกับโรงแรมเป็นพิเศษคือการวัดผลเป็นตัวเลข ตามข้อมูลบริการ ทีม WHD วัดค่า TVOC หรือปริมาณสารอินทรีย์ระเหยง่ายรวมในอากาศ ด้วยเครื่องมือที่ผ่านการสอบเทียบ ทั้งก่อนและหลังการอบ ผู้จัดการโรงแรมจึงไม่ต้องพึ่งจมูกของพนักงานเพียงอย่างเดียว แต่มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่าห้องไหนพร้อมขาย ห้องไหนควรดูแลเพิ่ม ทีมงานใช้เครื่อง Master Ozone Generator และมีประสบการณ์กับพื้นที่หลากหลาย ทั้งบ้าน คอนโด สำนักงาน โรงงาน ไซต์ก่อสร้าง โรงแรม คลังสินค้า และรถยนต์

ขั้นตอนการอบโอโซนสำหรับห้องพักโรงแรม

  1. สำรวจและวางแผนร่วมกับฝ่ายห้องพัก ระบุห้องที่รีโนเวต ทางเดิน ห้องเก็บผ้า และพื้นที่ส่วนกลางที่ได้รับผลกระทบ จัดลำดับให้สอดคล้องกับแผนเปิดขายห้อง
  2. วัดค่า TVOC ก่อนอบ บันทึกค่าเริ่มต้นของแต่ละห้องหรือแต่ละโซน เพื่อใช้เปรียบเทียบหลังการอบ
  3. เตรียมห้องให้ว่างและปิดสนิท ไม่มีแขก ไม่มีพนักงาน ไม่มีสัตว์เลี้ยงหรือต้นไม้ในพื้นที่ ปิดประตูหน้าต่าง และประสานกับฝ่ายช่างเรื่องระบบปรับอากาศและเครื่องตรวจจับควัน
  4. ปล่อยโอโซนและคงระยะสัมผัส เดินเครื่องตามระยะเวลาที่เหมาะกับขนาดและระดับกลิ่นของห้อง ระหว่างนี้ห้ามผู้ใดเข้าพื้นที่
  5. พักห้องและระบายอากาศ รอให้โอโซนกลับเป็นออกซิเจนและระบายอากาศ ตามข้อมูลบริการ พื้นที่พร้อมใช้ประมาณ 2 ชั่วโมงหลังการอบ จึงค่อยให้ผู้คนกลับเข้า
  6. วัดค่า TVOC หลังอบและส่งมอบข้อมูล เปรียบเทียบค่าก่อนและหลัง พร้อมคำแนะนำการดูแลห้องต่อเนื่อง

ข้อปฏิบัติด้านความปลอดภัยที่สำคัญ: การอบโอโซนต้องทำในพื้นที่ว่างและปิด คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องออกจากพื้นที่ทั้งหมด และกลับเข้าได้หลังพ้นช่วงพักห้องและระบายอากาศแล้วเท่านั้น โรงแรมควรล็อกห้องและติดป้ายห้ามเข้าระหว่างอบทุกครั้ง

ข้อควรเข้าใจคือ การอบโอโซนเป็นขั้นตอนหลังการขนโคลน ล้างทำความสะอาด และทำให้โครงสร้างแห้งแล้ว โอโซนไม่ได้ทำให้ผนังเปียกแห้งเร็วขึ้น และไม่ได้แทนการรื้อวัสดุที่เสียหายจากน้ำ สำหรับการฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ต้องสัมผัสบ่อย เช่น ลูกบิดประตู รีโมต และห้องน้ำ โรงแรมสามารถใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ Chemgene ตามอัตราเจือจางบนฉลากควบคู่ไปด้วย

10 เหตุผลที่โรงแรมควรอบโอโซนห้องพักหลังรีโนเวตจากน้ำท่วม

  1. สลายกลิ่นที่ต้นเหตุ ไม่ใช่กลบกลิ่น ตามข้อมูลบริการ โอโซนทำปฏิกิริยากับโมเลกุลกลิ่นโดยตรง แขกจึงไม่เจอกลิ่นสีโผล่กลับมาหลังกลิ่นหอมจาง
  2. ครอบคลุมกลิ่นหลายประเภทในการอบครั้งเดียว ทั้งกลิ่นสี ทินเนอร์ แลกเกอร์ อีพ็อกซี กาว และกลิ่นอับ ซึ่งมักปะปนกันในห้องที่ผ่านทั้งน้ำท่วมและงานรีโนเวต
  3. มีตัวเลข TVOC ก่อนและหลังเป็นหลักฐาน ผู้จัดการใช้ประกอบการตัดสินใจเปิดขายห้อง และใช้สื่อสารกับเจ้าของหรือผู้บริหารได้ชัดเจน ดูรายละเอียดที่หน้าบริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมี
  4. ไม่ทิ้งสารตกค้างบนผ้าปูที่นอนและเฟอร์นิเจอร์ เพราะโอโซนกลับเป็นออกซิเจน ไม่ต้องเช็ดคราบน้ำยาออกจากทุกพื้นผิวอีกรอบ
  5. ใช้เวลาไม่นาน วางแผนเป็นรอบได้ ตามข้อมูลบริการ พื้นที่พร้อมใช้ประมาณ 2 ชั่วโมงหลังอบ โรงแรมจึงจัดอบเป็นชุดห้อง สลับกับการเปิดขายห้องอื่นได้
  6. ช่วยจัดการเชื้อในอากาศและพื้นผิวที่เข้าถึงยาก โอโซนเป็นก๊าซ จึงเข้าถึงซอกหลังหัวเตียง ใต้ตู้ และในผ้าม่านที่ไม่สามารถเช็ดได้ทุกจุด
  7. ลดภาระของพนักงานแม่บ้าน ไม่ต้องคอยฉีดสเปรย์ เปิดหน้าต่าง หรือย้ายแขกซ้ำ ๆ ทีมงานกลับไปโฟกัสที่การบริการ
  8. ปกป้องรีวิวออนไลน์ช่วงเปิดใหม่ แขกกลุ่มแรกหลังเปิดห้องมีผลต่อคะแนนรีวิวมาก การลดกลิ่นก่อนเปิดขายคือการลงทุนกับชื่อเสียงระยะยาว
  9. ทีมงานมีประสบการณ์กับอาคารหลายประเภท ตามข้อมูลบริการ WHD ดูแลทั้งโรงแรม สำนักงาน โรงงาน และไซต์ก่อสร้าง เข้าใจข้อจำกัดเรื่องเวลาและการประสานกับฝ่ายช่าง
  10. เป็นขั้นตอนปิดท้ายที่ครบวงจร หลังล้าง ทำให้แห้ง ซ่อม และทาสีเสร็จ การอบโอโซนช่วยปิดงานฟื้นฟูก่อนส่งห้องคืนฝ่ายขาย สอบถามคิวได้ที่หน้าบริการของ WHD

ก่อนและหลังการอบโอโซน: ภาพที่ฝ่ายห้องพักจะเห็น

ก่อนอบโอโซน

  • เปิดประตูห้องแล้วได้กลิ่นสีและกาวทันที
  • กลิ่นอับชื้นปนอยู่บริเวณหลังหัวเตียงและในตู้เสื้อผ้า
  • แขกขอย้ายห้อง โทรร้องเรียน หรือเขียนรีวิวเรื่องกลิ่น
  • พนักงานแม่บ้านปวดหัวหลังทำห้องติดกันหลายห้อง
  • ไม่มีข้อมูลยืนยันว่าห้องพร้อมขายแล้วหรือยัง

หลังอบโอโซน

  • กลิ่นสารเคมีจากงานรีโนเวตลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  • อากาศในห้องสดชื่นขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งน้ำหอม
  • มีค่า TVOC ก่อนและหลังเป็นข้อมูลประกอบการเปิดขาย
  • ทีมงานทำงานในห้องได้สบายขึ้น ลดคำร้องเรียนซ้ำ
  • ห้องกลับเข้าสู่ระบบจองพร้อมความมั่นใจมากขึ้น

หมายเหตุ ผลลัพธ์ขึ้นกับสภาพห้อง ชนิดวัสดุ ความชื้นที่เหลือ และระยะเวลาหลังทาสี ทีมงานจะประเมินและแจ้งผลจากการวัดจริงในแต่ละพื้นที่

กรณีตัวอย่าง: โรงแรมบูทีคฝั่งตะวันออกกับการกลับมาเปิดห้องชั้นล่าง

กรณีตัวอย่าง เพื่อให้เห็นภาพการทำงาน ไม่ใช่รีวิวที่ยืนยันจากลูกค้ารายใดรายหนึ่ง

ย้อนกลับไปที่คุณปิยะ หลังได้รับคำร้องเรียนสองห้องติดกัน เธอตัดสินใจปิดขายห้องชั้นล่างทั้งแถวชั่วคราว และติดต่อทีม WHD เข้ามาสำรวจ ทีมงานเดินดูทุกห้อง พบว่าห้องที่ทาสีวันสุดท้ายและปูพื้นด้วยกาวรุ่นใหม่มีกลิ่นแรงที่สุด ส่วนห้องริมสุดมีกลิ่นอับชื้นจากช่องท่อใต้อ่างล้างหน้าที่ยังมีน้ำค้าง ทีมงานแนะนำให้ฝ่ายช่างแก้จุดชื้นและเป่าแห้งห้องนั้นก่อน แล้วค่อยรวมเข้าในรอบอบ

ทีมวัดค่า TVOC ก่อนอบในแต่ละห้อง จากนั้นวางแผนอบเป็นชุด ชุดละหลายห้องพร้อมกันในช่วงที่ไม่มีแขกพักบนชั้นนั้น ฝ่ายแม่บ้านเก็บผ้าปูที่นอนชุดใหม่ไว้นอกห้อง ฝ่ายช่างประสานเรื่องเครื่องตรวจจับควัน และพนักงานรักษาความปลอดภัยติดป้ายห้ามเข้าตลอดทางเดิน หลังพักห้องและระบายอากาศตามเวลาที่กำหนด ทีมงานวัดค่า TVOC ซ้ำ ห้องส่วนใหญ่มีค่าลดลงชัดเจนและพร้อมกลับเข้าระบบจอง ส่วนห้องที่ยังชื้นได้รับคำแนะนำให้เปิดเครื่องลดความชื้นต่ออีกระยะก่อนทำซ้ำ

คุณปิยะเล่าว่าสิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดไม่ใช่แค่กลิ่นที่ลดลง แต่คือการมีข้อมูลไปคุยกับเจ้าของโรงแรมว่าห้องไหนพร้อม ห้องไหนต้องรอ แทนการตัดสินจากความรู้สึก และเมื่อเปิดขายห้องอีกครั้ง พนักงานต้อนรับก็กล้าแนะนำห้องชั้นล่างให้แขกครอบครัวได้อย่างสบายใจ

เช็กลิสต์ฟื้นฟูห้องพักโรงแรมหลังน้ำท่วม ก่อนและหลังอบโอโซน

ระยะที่หนึ่ง ทันทีหลังน้ำลด

  • ตรวจระบบไฟฟ้าโดยช่างที่มีคุณสมบัติก่อนเปิดไฟในพื้นที่ที่เคยจมน้ำ ห้ามแตะปลั๊กหรือแผงไฟขณะพื้นยังเปียก
  • สวมถุงมือยาง รองเท้าบูท และหน้ากากระหว่างขนโคลน ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดทันทีหากมีบาดแผล
  • รื้อพรม ที่นอน หัวเตียงบุผ้า และวัสดุซับน้ำที่แช่น้ำท่วมออก เพราะวัสดุเหล่านี้มักเก็บกลิ่นและเชื้อได้ลึก
  • ล้างโคลนและคราบน้ำเสียออกจากพื้น ผนัง ขอบประตู และห้องน้ำให้หมด

ระยะที่สอง ทำให้แห้งและฆ่าเชื้อพื้นผิว

  • ใช้พัดลมอุตสาหกรรมและเครื่องลดความชื้น หน่วยงานสาธารณสุขอย่าง CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งโดยเร็ว ภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหากทำได้ เพื่อจำกัดการเกิดเชื้อรา
  • ตรวจความชื้นของผนังก่อนทาสี อย่าทาสีทับผนังที่ยังชื้น
  • ฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สะอาดแล้วด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อตามฉลาก ห้ามผสมน้ำยาหลายชนิดเข้าด้วยกัน
  • ให้ช่างตรวจและทำความสะอาดคอยล์แอร์ ถาดน้ำทิ้ง และท่อลมที่อาจโดนความชื้น

ระยะที่สาม รีโนเวตอย่างฉลาด

  • เลือกสีและกาวที่ระบุว่ามี VOCs ต่ำ และเผื่อเวลาให้วัสดุคายกลิ่นก่อนเปิดขาย
  • แกะพลาสติกห่อเฟอร์นิเจอร์และที่นอนใหม่ออกในพื้นที่ที่ระบายอากาศได้ดี ไม่ใช่ในห้องพักที่ปิดสนิท
  • จัดลำดับงานให้งานทาสีและงานกาวเสร็จก่อน แล้วจึงติดตั้งผ้าม่านและของตกแต่งที่ดูดซับกลิ่น

ระยะที่สี่ วันอบโอโซน

  • ยืนยันว่าห้องว่าง ไม่มีแขก พนักงาน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ ล็อกประตูและติดป้ายห้ามเข้า
  • ปิดหน้าต่างและประตูระหว่างห้องให้สนิท ประสานฝ่ายช่างเรื่องระบบปรับอากาศส่วนกลางและเครื่องตรวจจับควัน
  • เก็บผ้าปูที่นอนสำรองและของใช้ในห้องที่ยังไม่แกะห่อไว้นอกพื้นที่

ระยะที่ห้า หลังอบโอโซน

  • กลับเข้าห้องหลังพ้นช่วงพักและระบายอากาศตามที่ทีมงานแจ้งเท่านั้น
  • เก็บผลค่า TVOC ก่อนและหลังไว้ในแฟ้มห้องพัก เพื่อติดตามและใช้อ้างอิงภายใน
  • เปิดระบายอากาศช่วงทำห้องประจำวัน และสังเกตกลิ่นในห้องที่ยังชื้นอย่างต่อเนื่อง
  • หากพนักงานหรือแขกมีอาการผิดปกติต่อเนื่อง แนะนำให้พบแพทย์

คำถามที่พบบ่อยเรื่องอบโอโซนห้องพักโรงแรมหลังน้ำท่วม

1. ระหว่างอบโอโซน แขกที่พักชั้นอื่นได้รับผลกระทบหรือไม่

การอบทำเฉพาะในพื้นที่ที่ปิดและว่าง ทีมงานจะวางแผนร่วมกับโรงแรมให้แยกโซนอย่างชัดเจน ปิดประตูทางเดินหรือช่องลมที่เชื่อมกัน และไม่ให้ผู้ใดเข้าพื้นที่จนพ้นช่วงพักห้องและระบายอากาศ หากชั้นนั้นมีแขกพักอยู่ ควรเลือกช่วงเวลาที่ย้ายแขกได้ หรือจัดอบเมื่อชั้นนั้นว่างทั้งชั้น

2. หลังอบแล้วต้องรอนานเท่าไรจึงเปิดขายห้องได้

ตามข้อมูลบริการ พื้นที่พร้อมใช้งานประมาณ 2 ชั่วโมงหลังการอบ ทีมงานจะแจ้งเวลาที่ปลอดภัยสำหรับกลับเข้าห้อง หลังจากนั้นฝ่ายแม่บ้านจัดห้องและปูเตียงตามปกติ ส่วนการตัดสินใจเปิดขาย ควรดูค่า TVOC ที่วัดได้ประกอบด้วย

3. อบโอโซนแทนการรอให้สีแห้งได้หรือไม่

ไม่ได้ สีและกาวต้องแห้งและบ่มตามคำแนะนำของผู้ผลิตก่อน การอบโอโซนช่วยลดกลิ่นและสารระเหยที่ค้างอยู่ในอากาศและพื้นผิว แต่ไม่ได้เร่งให้วัสดุแห้ง

4. โอโซนทำให้ผ้าม่าน ผ้าปู หรือเฟอร์นิเจอร์เสียหายไหม

ทีมงานจะกำหนดระยะเวลาและความเข้มข้นให้เหมาะกับพื้นที่ และแนะนำให้เก็บของที่บอบบางหรือมีมูลค่าสูงเป็นพิเศษออกก่อน เช่น งานศิลปะบางชนิด หากมีข้อสงสัยเรื่องวัสดุเฉพาะ ให้แจ้งทีมงานตั้งแต่ตอนสำรวจ

5. อบโอโซนแล้วไม่ต้องทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อพื้นผิวแล้วใช่ไหม

ไม่ใช่ การอบโอโซนเป็นขั้นตอนเสริมหลังการล้าง ทำให้แห้ง และฆ่าเชื้อพื้นผิวตามมาตรฐานของโรงแรม ห้องน้ำ ลูกบิด รีโมต และจุดสัมผัสบ่อยยังต้องทำความสะอาดและฆ่าเชื้อตามรอบปกติ

6. ค่า TVOC ที่วัดได้ใช้ทำอะไร

ค่า TVOC ก่อนและหลังการอบช่วยให้ผู้จัดการเห็นแนวโน้มของสารระเหยในห้อง ใช้เปรียบเทียบระหว่างห้อง จัดลำดับการเปิดขาย และวางแผนห้องที่ต้องดูแลเพิ่ม เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจภายในโรงแรม

7. โรงแรมนอกฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ใช้บริการได้หรือไม่

ได้ ตามรายงานข่าว น้ำท่วมครั้งนี้ครอบคลุมทุกเขตของกรุงเทพฯ ทีมงานสามารถประเมินพื้นที่และนัดหมายตามคิว ติดต่อสอบถามได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ให้ห้องพักที่เพิ่งรีโนเวตพร้อมต้อนรับแขกด้วยอากาศที่สดชื่น

ปรึกษาทีม WHD เพื่อสำรวจห้องพัก วัดค่า TVOC และวางแผนอบโอโซนเป็นรอบให้สอดคล้องกับแผนเปิดขายห้องของโรงแรม

นัดสำรวจและอบโอโซนห้องพักโรงแรม

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#อบโอโซน #กำจัดกลิ่นสารเคมี #กำจัดกลิ่นสี #ลดVOCs #น้ำท่วมกทม2569 #โรงแรมรีโนเวต #กลิ่นห้องพักโรงแรม

คำค้นหา: โรงแรมรีโนเวตห้องพักหลังน้ำท่วม, กลิ่นสีในห้องพักโรงแรม, อบโอโซนโรงแรม, กำจัดกลิ่นสารเคมี, ลด VOCs ห้องพัก, กลิ่นอับห้องพักหลังน้ำท่วม, น้ำท่วมกทม 2569, วัดค่า TVOC

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้