Last updated: 1 ต.ค. 2569 | 29 จำนวนผู้เข้าชม |
ตามรายงานข่าว ระหว่างวันที่ 24–27 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครมีฝนตกหนักต่อเนื่องราว 300 มิลลิเมตรภายในประมาณ 48 ชั่วโมง และเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครได้ประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ฝั่งตะวันออกของเมืองได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยมีการกล่าวถึงพื้นที่อย่างคลองจั่นและบึงกุ่ม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครระบุว่าคลองเต็มความจุ และการระบายน้ำต้องใช้เวลาราวสองถึงสามวันหลังฝนหยุด
จนถึงวันที่ 30 กันยายน ถนนบางสาย เช่น ศรีบูรพาและลาดพร้าว ยังมีน้ำขังราว 20–40 เซนติเมตร สื่อไทยเปรียบเทียบเหตุการณ์ครั้งนี้กับน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 และรายงานธุรกิจฉบับหนึ่งอ้างประมาณการของหอการค้าไทยว่าความเสียหายราว 12,300 ล้านบาท ร้านอาหารในตึกแถวริมถนนเป็นกลุ่มธุรกิจที่เจ็บหนัก เพราะต้องหยุดขายทันที วัตถุดิบเสียหาย อุปกรณ์ครัวจมน้ำ และทุกวันที่ปิดร้านคือรายได้ที่หายไปทั้งวัน เจ้าของร้านจำนวนมากจึงรีบซ่อมและตั้งเป้าเปิดร้านให้เร็วที่สุด
เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)
คุณเก๋เป็นลูกสาวคนโตที่รับช่วงร้านข้าวต้มโต้รุ่งของครอบครัวในตึกแถวสองคูหาย่านตะวันออกของกรุงเทพฯ ร้านเปิดมาเกือบยี่สิบปี มีลูกค้าประจำทั้งคนทำงานกะดึกและครอบครัวในละแวกนั้น คืนที่ฝนตกไม่หยุด น้ำจากถนนไหลเข้าร้านจนท่วมถึงเหนือข้อเท้า ตู้แช่แบบนอนที่ใช้เก็บกุ้งและปลาหมึกจมน้ำครึ่งตู้ บ่อดักไขมันหลังครัวเอ่อล้น น้ำเสียจากท่อดันย้อนขึ้นมาทางรูระบายน้ำในครัว โต๊ะไม้และเก้าอี้หุ้มเบาะแช่น้ำอยู่สองวันเต็ม
เมื่อน้ำลด คุณเก๋ทิ้งวัตถุดิบและของแห้งทั้งหมดที่โดนน้ำ จ้างช่างทำพื้นครัวใหม่เป็นอีพ็อกซีเพื่อให้ล้างง่าย ทาสีผนังหน้าร้านใหม่ ส่งโต๊ะไม้ไปขัดและเคลือบแลคเกอร์ เปลี่ยนเบาะเก้าอี้เป็นหนังเทียมชุดใหม่ ติดชั้นสเตนเลสใหม่ในครัว และยิงซิลิโคนรอบซิงก์ล้างจานทั้งหมด เธอประกาศในเพจของร้านว่าจะกลับมาเปิดในวันศุกร์ ลูกค้าประจำกดไลก์และส่งกำลังใจกันเต็มไปหมด
คืนก่อนวันเปิด คุณเก๋ทดลองต้มน้ำซุปหม้อแรกและหุงข้าวต้ม แต่สิ่งที่ลอยขึ้นมาพร้อมไอน้ำไม่ใช่กลิ่นกระดูกหมูหอม ๆ อย่างที่คุ้นเคย มันมีกลิ่นฉุนของอีพ็อกซีและแลคเกอร์ปนอยู่ และทุกครั้งที่เปิดพัดลม กลิ่นอับคล้ายท่อระบายน้ำก็ลอยออกมาจากมุมหลังครัว วันเปิดร้านจริง ลูกค้าประจำคนหนึ่งถามด้วยความเป็นห่วงว่า "ร้านมีกลิ่นอะไรหรือเปล่า ข้าวต้มรสชาติเหมือนเดิมไหม" อีกโต๊ะหนึ่งย้ายไปนั่งด้านนอกเพราะลูกเล็กไอ
คืนนั้นมีรีวิวในแอปสั่งอาหารเขียนว่า "ร้านซ่อมใหม่สวยดี แต่กลิ่นสีแรง กินแล้วเหมือนได้กลิ่นสารเคมี" คุณเก๋นั่งอ่านซ้ำหลายรอบ ยี่สิบปีของความไว้ใจที่ครอบครัวสร้างมา กำลังถูกกลิ่นที่มองไม่เห็นกัดกร่อนในวันแรกที่กลับมาเปิดร้าน
ร้านอาหารมีลักษณะเฉพาะที่ทำให้ปัญหากลิ่นซับซ้อนกว่าที่พักอาศัย ทั้งเพราะมีระบบท่อและบ่อดักไขมันที่รับน้ำเสียจำนวนมาก ใช้วัสดุพิเศษที่ทนน้ำและทนความร้อน และที่สำคัญที่สุดคือ "อาหาร" เป็นสินค้าที่ขายด้วยกลิ่นและรสชาติ กลิ่นแปลกปลอมเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ประสบการณ์ของลูกค้าเปลี่ยนไปทั้งหมด
น้ำท่วมในเมืองพาน้ำเสียจากท่อระบายน้ำ ขยะ และโคลนเข้ามาในร้าน ร้านที่มีบ่อดักไขมันมักเจอปัญหาไขมันและเศษอาหารเอ่อล้นออกมาปนกับน้ำท่วม คราบเหล่านี้ไปติดตามร่องกระเบื้อง ขาตู้ ใต้เตา หลังตู้เย็น และในท่อระบายน้ำพื้น ไขมันที่เน่าเสียมีกลิ่นรุนแรงและติดทนมาก หากล้างไม่ถึงจุดที่ซ่อนอยู่ กลิ่นจะกลับมาทุกครั้งที่อากาศร้อนหรือเปิดพัดลม
ผนังตึกแถว เคาน์เตอร์ไม้ เบาะเก้าอี้ ฝ้าเพดาน และวงกบประตูที่อมน้ำ เป็นที่ที่เชื้อราเติบโตได้ดีหากทำให้แห้งไม่ทัน CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24–48 ชั่วโมงหลังน้ำท่วมเพื่อจำกัดเชื้อรา แต่ร้านที่ต้องรอน้ำในถนนลดย่อมเลยกรอบเวลานั้นไปแล้ว ความร้อนจากเตาในครัวที่กลับมาใช้งานยังเร่งให้กลิ่นอับระเหยออกมาแรงขึ้นด้วย
งานซ่อมร้านอาหารมักใช้วัสดุที่ปล่อยสารอินทรีย์ระเหยง่ายหรือ VOCs ในปริมาณสูง เช่น อีพ็อกซีเคลือบพื้นครัว แลคเกอร์เคลือบโต๊ะไม้ สีทาผนัง ทินเนอร์ ซิลิโคนรอบซิงก์ กาวติดเบาะหนังเทียม และไม้ประกอบที่ใช้ทำเคาน์เตอร์ การเร่งเปิดร้านทำให้วัสดุเหล่านี้ยังไม่มีเวลาบ่มตัวและระบายสารออกมากพอ เมื่อเปิดเตาและหม้อต้มในวันแรก ความร้อนและไอน้ำยิ่งทำให้กลิ่นสารเคมีลอยฟุ้งมากขึ้น
วัตถุดิบหลายชนิด เช่น ข้าว แป้ง ขนมปัง น้ำมันพืช เนย และอาหารที่มีไขมัน สามารถดูดซับกลิ่นในอากาศได้ หากเก็บวัตถุดิบในพื้นที่ที่มีกลิ่นสารเคมีหรือกลิ่นอับ ก็มีโอกาสที่รสชาติจะเปลี่ยนไปจนลูกค้าสังเกตได้ นี่คือเหตุผลที่ร้านควรจัดการกลิ่นให้เรียบร้อยก่อนนำวัตถุดิบล็อตใหม่เข้ามาเก็บ
พนักงานครัวที่ต้องอยู่ในพื้นที่ปิดร้อนชื้นหลายชั่วโมงต่อวันเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับสารมากที่สุด อาการที่พบบ่อยจากการได้รับ VOCs เข้มข้นในพื้นที่ปิด ได้แก่ ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ แสบตา ระคายเคืองจมูกและลำคอ และคลื่นไส้ ลูกค้ากลุ่มที่ไวต่อกลิ่นเป็นพิเศษคือเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่เป็นโรคหอบหืดหรือภูมิแพ้ ส่วนพนักงานที่ลุยน้ำท่วมระหว่างเก็บกวาดร้าน หากมีไข้ ปวดน่อง หรือท้องร่วง ควรไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคฉี่หนูหรือโรคทางเดินอาหารที่มากับน้ำท่วม บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์
หลังปิดร้านหลายสัปดาห์ ลูกค้าประจำจะรอดูว่าร้านกลับมา "เหมือนเดิม" หรือไม่ หากวันแรกเจอกลิ่นแปลก ๆ บางคนอาจไม่กลับมาอีก การสูญเสียลูกค้าประจำแม้เพียงไม่กี่รายอาจกระทบยอดขายรายเดือนอย่างมาก โดยเฉพาะร้านเล็กที่อยู่ได้ด้วยฐานลูกค้าเดิม
รีวิวในแอปสั่งอาหาร แผนที่ออนไลน์ หรือกลุ่มชุมชนในโซเชียลมีเดีย ถูกค้นเจอได้อีกนานหลังจากปัญหาถูกแก้ไขแล้ว คำว่า "กลิ่นสารเคมี" ในรีวิวร้านอาหารเป็นคำที่ทำลายความเชื่อมั่นได้มาก เพราะลูกค้าเชื่อมโยงทันทีกับความปลอดภัยของอาหาร
ร้านอาหารต้องดูแลความสะอาดและสุขาภิบาลอาหารตามแนวทางของหน่วยงานสาธารณสุข ซึ่งกรมอนามัยได้เผยแพร่คำแนะนำไว้ กลิ่นท่อ กลิ่นอับ และคราบสกปรกที่ตกค้างหลังน้ำท่วมเป็นสัญญาณว่าการทำความสะอาดอาจยังไม่ทั่วถึง ซึ่งไม่ดีทั้งต่อภาพลักษณ์และต่อความปลอดภัยของลูกค้า
พนักงานครัวที่ปวดหัวหรือแสบตาทั้งกะจะทำงานได้ช้าลง ความผิดพลาดในครัวเพิ่มขึ้น และอาจลาป่วยในช่วงที่ร้านต้องการกำลังคนมากที่สุดเพื่อรองรับลูกค้าที่กลับมา
ร้านอาหารจำนวนมากเป็นธุรกิจครอบครัวที่ส่งต่อกันมาหลายรุ่น การที่ร้านซึ่งเพิ่งรอดจากน้ำท่วมต้องมาเสียชื่อเพราะกลิ่น ไม่ใช่แค่ความเสียหายทางธุรกิจ แต่กระทบความรู้สึกของทุกคนที่ช่วยกันกู้ร้านขึ้นมา
กลิ่นหอมจากสมุนไพรหรือธูปช่วยกลบกลิ่นได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้ลดสารเคมีหรือแหล่งกลิ่นอับที่ซ่อนอยู่ ควันธูปยังเพิ่มฝุ่นและสารในอากาศ ซึ่งไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มีอาหาร
สารฟอกขาวช่วยฆ่าเชื้อบนพื้นผิวที่ล้างสะอาดแล้วได้ แต่การใช้ปริมาณมากเกินไปในพื้นที่ปิดจะเพิ่มกลิ่นคลอรีนฉุน และห้ามผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำหรือแอมโมเนียเด็ดขาด เพราะอาจเกิดก๊าซอันตราย อีกทั้งไม่ได้จัดการกับ VOCs จากอีพ็อกซีและแลคเกอร์เลย
พัดลมดูดอากาศเหนือเตาออกแบบมาเพื่อดูดควันจากการปรุงอาหาร ช่วยระบายได้บางส่วน แต่ไม่ครอบคลุมพื้นที่หน้าร้าน ใต้เคาน์เตอร์ และในตู้เก็บของ และหากเปิดตอนทำอาหาร กลิ่นสารเคมีกับไอน้ำมันก็จะผสมกันออกไปทั้งหมด
วัสดุดูดซับกลิ่นมีกำลังจำกัด อิ่มตัวเร็ว และไม่สามารถตามกลิ่นที่ฝังอยู่ในพื้นอีพ็อกซี เบาะเก้าอี้ และเนื้อไม้ได้
หลายร้านคิดว่าเมื่อเริ่มทำอาหาร กลิ่นอาหารจะกลบกลิ่นสารเคมีไปเอง แต่ในความเป็นจริง ความร้อนจากเตาทำให้ VOCs ระเหยเร็วขึ้น และวัตถุดิบอาจดูดซับกลิ่นไว้ ผลลัพธ์จึงมักตรงกันข้าม คือกลิ่นสารเคมีเข้าไปอยู่ในอาหารแทน
World Health Disinfection หรือ WHD ให้บริการ อบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมีตกค้าง สำหรับบ้าน คอนโด สำนักงาน โรงงาน ไซต์ก่อสร้าง โรงแรม คลังสินค้า และรถยนต์ ซึ่งนำมาประยุกต์ใช้กับพื้นที่เชิงพาณิชย์อย่างร้านอาหารได้ ตามข้อมูลบริการ โอโซนจะทำลายโมเลกุลกลิ่นที่ต้นตอแทนการกลบกลิ่น ครอบคลุมกลิ่นสี ทินเนอร์ อีพ็อกซี แลคเกอร์ สาร VOCs และกลิ่นอับ รวมถึงช่วยจัดการแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา จากนั้นโอโซนจะสลายกลับเป็นออกซิเจน ไม่ทิ้งสารตกค้าง
ร้านอาหารมีพื้นที่ซับซ้อน ทั้งใต้เคาน์เตอร์ หลังตู้แช่ ใต้ชั้นวาง ในตู้เก็บภาชนะ ใต้โต๊ะ และซอกเบาะเก้าอี้ ซึ่งเป็นจุดที่กลิ่นจากน้ำท่วมและงานรีโนเวตซ่อนอยู่ โอโซนในสถานะก๊าซกระจายเข้าไปถึงพื้นที่เหล่านี้ได้ทั่วถึงในพื้นที่ปิด และเพราะโอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจน จึงไม่ทิ้งคราบหรือฟิล์มเคมีบนพื้นผิวในร้าน
ตามข้อมูลบริการ WHD วัดค่า TVOC ด้วยเครื่องมือที่ผ่านการสอบเทียบทั้งก่อนและหลังการอบ ทำให้เจ้าของร้านรู้ได้ว่ากลิ่นสารเคมีลดลงจริงหรือไม่ ก่อนนำวัตถุดิบเข้าร้านและก่อนวันเปิดขาย และยังเป็นข้อมูลที่ใช้สื่อสารกับลูกค้าและพนักงานได้อย่างโปร่งใส
ข้อควรรู้ด้านความปลอดภัย: การอบโอโซนต้องทำในพื้นที่ปิดที่ว่างเปล่าเท่านั้น คน สัตว์เลี้ยง ต้นไม้ และอาหารทุกชนิดต้องออกจากพื้นที่จนกว่าจะพ้นช่วงพักและระบายอากาศ เพราะโอโซนในความเข้มข้นที่ใช้อบเป็นก๊าซที่ระคายเคืองทางเดินหายใจ การอบโอโซนเป็นขั้นตอนหลังการขนโคลน ล้างทำความสะอาด ฆ่าเชื้อพื้นผิว และทำให้แห้งแล้วเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนการล้างบ่อดักไขมัน การทำความสะอาดท่อ การทิ้งอาหารที่สัมผัสน้ำท่วม หรือการรักษาทางการแพทย์
หมายเหตุ: ผลลัพธ์ขึ้นกับสภาพร้าน วัสดุ ระยะเวลาบ่มตัวของอีพ็อกซีและแลคเกอร์ และความสะอาดของท่อและบ่อดักไขมัน แหล่งกลิ่นทางกายภาพต้องถูกกำจัดก่อนเสมอ
กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์จำลองเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่คำรับรองของลูกค้าจริง)
คุณโอ๊ตเป็นเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือในห้องแถวหนึ่งคูหาทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ หลังน้ำลด เขาไม่รีบประกาศวันเปิดร้าน แต่เขียนแผนงานติดไว้หน้าตู้เย็นแทน สัปดาห์แรกใช้ขนโคลน ทิ้งวัตถุดิบและของแห้งทั้งหมดที่สัมผัสน้ำท่วม จ้างรถดูดสิ่งปฏิกูลมาล้างบ่อดักไขมันและท่อ แล้วล้างพื้นผิวทั้งร้านก่อนเช็ดฆ่าเชื้อตามฉลาก สัปดาห์ที่สองเป็นงานรีโนเวต ทั้งทาสีผนัง เคลือบพื้นครัว และเปลี่ยนโต๊ะใหม่
คุณโอ๊ตเผื่อเวลาให้อีพ็อกซีและสีแห้งตัวตามคำแนะนำของผู้ผลิต แล้วนัดทีม WHD เข้ามาในคืนวันพุธ ทีมงานวัดค่า TVOC ในครัวและหน้าร้าน ให้ขนเครื่องปรุงที่เหลือ น้ำดื่ม และกระถางต้นไม้หน้าร้านออก เปิดตู้เก็บชามและตู้แช่ที่ล้างแล้วไว้ ปิดม่านเหล็ก ตั้งเครื่องอบ แล้วรอจนพ้นช่วงพักและระบายอากาศ ก่อนวัดค่าอีกครั้ง
เช้าวันพฤหัสบดี คุณโอ๊ตให้พนักงานเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสอาหารตามขั้นตอนปกติ แล้วจึงรับวัตถุดิบล็อตใหม่เข้าร้าน ต้มน้ำซุปทดสอบ และเปิดขายจริงในวันศุกร์ เขาโพสต์ในเพจของร้านเล่าขั้นตอนทั้งหมดอย่างตรงไปตรงมา ตั้งแต่การล้างบ่อดักไขมันจนถึงการอบโอโซน สิ่งที่ลูกค้าประจำพูดถึงไม่ใช่ร้านที่สวยขึ้น แต่คือ "น้ำซุปกลิ่นเหมือนเดิม" ซึ่งเป็นคำชมที่เจ้าของร้านอาหารทุกคนอยากได้ยินที่สุด
ตอบ: ระหว่างอบต้องไม่มีอาหาร วัตถุดิบ หรือเครื่องดื่มอยู่ในร้านเลย และตามข้อมูลบริการ โอโซนจะสลายกลับเป็นออกซิเจนโดยไม่ทิ้งสารตกค้าง อย่างไรก็ตาม ควรทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสอาหารตามขั้นตอนปกติของร้านก่อนเริ่มเตรียมอาหารเสมอ
ตอบ: ควรอบหลังจากงานรีโนเวตที่มีกลิ่นเสร็จและวัสดุบ่มตัวตามคำแนะนำแล้ว ตามข้อมูลบริการ พื้นที่พร้อมใช้งานประมาณ 2 ชั่วโมงหลังการอบ หลายร้านจึงเลือกอบในคืนก่อนวันรับวัตถุดิบหรือก่อนวันเปิดหนึ่งถึงสองวัน เพื่อเผื่อเวลาทดลองปรุงอาหาร
ตอบ: ไม่ได้ บ่อดักไขมันและท่อที่มีไขมันและโคลนค้างเป็นแหล่งกลิ่นทางกายภาพ ต้องสูบและล้างออกก่อนเสมอ โอโซนเป็นขั้นตอนเสริมหลังจากแหล่งกลิ่นถูกกำจัดแล้ว
ตอบ: ควรขนอาหารออกทั้งหมด ล้างทำความสะอาดด้านในให้เรียบร้อย และแจ้งทีมงานเพื่อพิจารณาเปิดประตูตู้ที่ว่างแล้วไว้ให้ก๊าซเข้าถึงตามความเหมาะสม หากตู้ใดจมน้ำ ควรให้ช่างตรวจระบบไฟฟ้าก่อนเปิดใช้
ตอบ: ต้องแจ้งผู้พักอาศัยชั้นบนและเพื่อนบ้านล่วงหน้า ปิดช่องทางที่เชื่อมระหว่างชั้นให้มิดชิด และให้ทีมงานประเมินหน้างานเพื่อวางแผนให้ปลอดภัย ห้ามมีใครอยู่ในพื้นที่ที่อบเด็ดขาด
ตอบ: ตรวจหาแหล่งกลิ่นที่ยังเหลือ เช่น ท่อที่ยังไม่ได้ล้าง วัสดุที่ยังชื้น หรือวัสดุเคลือบที่ยังไม่บ่มตัว แก้ที่ต้นเหตุ แล้วประเมินร่วมกับค่า TVOC ว่าควรอบซ้ำหรือไม่
ตอบ: ไม่ได้ การอบโอโซนช่วยจัดการกลิ่นและเป็นชั้นเสริมด้านสุขอนามัย แต่ร้านยังต้องปฏิบัติตามแนวทางสุขาภิบาลอาหารของหน่วยงานสาธารณสุขอย่างครบถ้วน
ปรึกษาทีม WHD เรื่องการอบโอโซนกำจัดกลิ่นอีพ็อกซี แลคเกอร์ สี และกลิ่นอับในร้านอาหารหลังน้ำท่วม พร้อมวัดค่า TVOC ก่อนและหลังการอบ
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
#อบโอโซน #กำจัดกลิ่นสารเคมี #กำจัดกลิ่นสี #ลดVOCs #น้ำท่วมกทม2569 #ร้านอาหารเปิดใหม่ #รีโนเวตร้านอาหาร
คำค้นหา: ร้านอาหารรีโนเวตก่อนเปิดใหม่, ร้านอาหารหลังน้ำท่วม, กำจัดกลิ่นอีพ็อกซี, กลิ่นแลคเกอร์โต๊ะไม้, กลิ่นบ่อดักไขมัน, อบโอโซนร้านอาหาร, กำจัดกลิ่นสารเคมี, น้ำท่วมกทม 2569