ออฟฟิศรีโนเวตหลังน้ำท่วม กทม. 2569 แต่พนักงานปวดหัวจาก VOCs: สาเหตุ ผลกระทบ และวิธีอบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมี

Last updated: 1 ต.ค. 2569  |  11 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ออฟฟิศรีโนเวตหลังน้ำท่วม กทม. 2569 แต่พนักงานปวดหัวจาก VOCs: สาเหตุ ผลกระทบ และวิธีอบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมี

ออฟฟิศรีโนเวตหลังน้ำท่วม กทม. 2569 แต่พนักงานปวดหัว แสบตา เวียนศีรษะ: เมื่อ VOCs จากสี กาว พรม และเฟอร์นิเจอร์ใหม่กลายเป็นปัญหาของทั้งองค์กร และวิธีจัดการด้วยการอบโอโซน

น้ำท่วมกรุงเทพฯ ครั้งใหญ่ และฤดูกาลซ่อมสำนักงานที่ตามมา

ตามรายงานข่าว ระหว่างวันที่ 24–27 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครมีฝนตกหนักต่อเนื่องราว 300 มิลลิเมตรภายในประมาณ 48 ชั่วโมง ทำให้น้ำท่วมขังในวงกว้าง วันที่ 26 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ฝั่งตะวันออกได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยมีการกล่าวถึงพื้นที่อย่างคลองจั่นและบึงกุ่ม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครระบุว่าคลองเต็มความจุ และต้องใช้เวลาระบายน้ำราวสองถึงสามวันหลังฝนหยุด

จนถึงวันที่ 30 กันยายน ถนนบางสาย เช่น ศรีบูรพาและลาดพร้าว ยังมีน้ำขังราว 20–40 เซนติเมตร สื่อไทยเปรียบเทียบกับน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 และมีรายงานธุรกิจที่อ้างประมาณการของหอการค้าไทยว่าความเสียหายราว 12,300 ล้านบาท สำหรับบริษัทจำนวนมาก โดยเฉพาะสำนักงานที่อยู่ชั้นล่างของอาคารพาณิชย์ ตึกแถว และอาคารสำนักงานขนาดเล็ก ความเสียหายนี้หมายถึงการต้องปิดออฟฟิศชั่วคราว รื้อ ซ่อม และรีบเปิดทำการให้เร็วที่สุด และนั่นคือจุดเริ่มต้นของปัญหาที่หลายบริษัทไม่ได้คาดคิด

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

วันจันทร์แรกที่เปิดออฟฟิศใหม่ และใบลาป่วยที่วางเต็มโต๊ะ

คุณแนนเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลและธุรการของบริษัทรับทำบัญชีขนาดยี่สิบห้าคน ที่เช่าพื้นที่ชั้นหนึ่งและชั้นสองของอาคารพาณิชย์สี่ชั้นในซอยแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว คืนที่ฝนตกหนักที่สุด น้ำจากถนนไหลเข้าชั้นล่างสูงเกือบครึ่งแข้ง พรมแผ่นทั้งชั้นจมน้ำ ฉากกั้นโต๊ะทำงานด้านล่างที่เป็นไม้ปาร์ติเคิลบอร์ดพองและหลุดลอก ตู้เอกสารเหล็กขึ้นสนิมที่ขอบ ส่วนแฟ้มเอกสารลูกค้าในลิ้นชักล่างสุดเปียกจนต้องนำไปผึ่งและสแกนเก็บใหม่

ผู้บริหารตัดสินใจทำงานจากบ้านสองสัปดาห์ และให้ผู้รับเหมาเข้ามาซ่อมทั้งชั้นล่างในคราวเดียว รื้อพรมเก่า ปูพรมแผ่นใหม่ด้วยกาว ทาสีผนังทั้งชั้น ติดตั้งฉากกั้นและโต๊ะทำงานเมลามีนชุดใหม่ ทำพื้นอีพ็อกซีในห้องเก็บเอกสาร และเปลี่ยนบานประตูไม้ที่บวม งานเสร็จในคืนวันศุกร์ และทุกคนกลับมาทำงานพร้อมกันในเช้าวันจันทร์

ตอนสิบโมงเช้า พนักงานบัญชีสองคนบ่นว่าปวดหัวตื้อ ๆ ตอนบ่ายมีคนแสบตาและคัดจมูก น้องที่เป็นหอบหืดต้องพ่นยาสองรอบ ส่วนพนักงานที่ตั้งครรภ์ห้าเดือนขออนุญาตกลับไปทำงานที่บ้านเพราะรู้สึกคลื่นไส้กับกลิ่นในห้อง พอถึงวันพุธ คุณแนนมีใบลาป่วยสามใบวางอยู่บนโต๊ะ และกลุ่มไลน์ของพนักงานเต็มไปด้วยข้อความว่า "ออฟฟิศกลิ่นแรงมาก" "นั่งทั้งวันแล้วมึนหัว" ทั้งที่ทุกอย่างดูใหม่และสะอาดกว่าก่อนน้ำท่วมเสียอีก

คุณแนนสั่งเครื่องฟอกอากาศมาเพิ่มสามเครื่อง เปิดประตูหน้าทิ้งไว้ช่วงเช้า และขอให้แม่บ้านฉีดสเปรย์ปรับอากาศทุกชั่วโมง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือกลิ่นดอกไม้ผสมกลิ่นกาว และคำบ่นที่ยังไม่หายไป เธอเริ่มสงสัยว่าปัญหาไม่ใช่แค่ "กลิ่นของใหม่" แต่เป็นเรื่องคุณภาพอากาศภายในอาคารที่ส่งผลต่อสุขภาพและประสิทธิภาพของคนทั้งออฟฟิศ

VOCs คืออะไร และทำไมออฟฟิศที่เพิ่งรีโนเวตหลังน้ำท่วมจึงเสี่ยงเป็นพิเศษ

VOCs ย่อมาจาก Volatile Organic Compounds หรือสารอินทรีย์ระเหยง่าย เป็นกลุ่มสารเคมีที่ระเหยเป็นไอได้ที่อุณหภูมิห้อง พบได้ในวัสดุก่อสร้างและวัสดุตกแต่งแทบทุกชนิด ทั้งสีทาผนัง ทินเนอร์ แลคเกอร์ กาวปูพรม กาวติดกระเบื้องยาง ซิลิโคน อีพ็อกซี น้ำยาทำความสะอาด และแผ่นไม้ประกอบอย่างปาร์ติเคิลบอร์ดและ MDF ที่ใช้ทำโต๊ะและฉากกั้น ตัวอย่างสารที่คุ้นชื่อได้แก่ ฟอร์มาลดีไฮด์ โทลูอีน และไซลีน

ทำไมสำนักงานจึงสะสม VOCs ได้มากกว่าที่คิด

สำนักงานในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ออกแบบให้เป็นห้องปิดที่ใช้เครื่องปรับอากาศตลอดวัน หน้าต่างมักเปิดไม่ได้หรือไม่มีใครเปิด ระบบแอร์แบบแยกส่วนในอาคารพาณิชย์จะหมุนเวียนอากาศภายในห้อง ไม่ได้นำอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกเข้ามา เมื่อออฟฟิศหนึ่งชั้นได้รับวัสดุใหม่พร้อมกันจำนวนมาก ทั้งพรมทั้งชั้น โต๊ะยี่สิบกว่าตัว ฉากกั้น และสีผนัง ปริมาณ VOCs ที่ปล่อยออกมาในช่วงสัปดาห์แรกจึงสูงมาก และไม่มีทางระบายออก

ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงกลางคืนและวันหยุดที่ปิดแอร์และปิดออฟฟิศไว้ สารเหล่านี้จะสะสมจนความเข้มข้นสูงขึ้นอีก พนักงานที่มาถึงคนแรกตอนเช้าวันจันทร์จึงมักเป็นคนที่ได้กลิ่นแรงที่สุด

ปัจจัยเฉพาะของน้ำท่วม: กลิ่นอับและเชื้อราที่ซ่อนอยู่ใต้ของใหม่

ออฟฟิศที่เคยจมน้ำมีสารอีกกลุ่มหนึ่งปนอยู่ด้วย คือกลิ่นอับจากความชื้นและเชื้อราที่อาจเติบโตในผนัง ใต้พื้น ในฝ้าเพดานที่น้ำซึมขึ้นไป และในเอกสารกระดาษที่เคยเปียก หากผู้รับเหมาเร่งปูพรมใหม่ทับพื้นปูนที่ยังไม่แห้งสนิท หรือทาสีทับผนังที่ยังมีความชื้นอยู่ด้านใน ความชื้นจะถูกขังไว้และกลายเป็นแหล่งกลิ่นต่อเนื่อง CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24–48 ชั่วโมงเพื่อจำกัดเชื้อรา ซึ่งในน้ำท่วมครั้งนี้หลายอาคารทำไม่ทันเพราะน้ำในถนนยังไม่ลด

อาการที่พนักงานมักพบ

เมื่อหายใจเอา VOCs เข้าไปในความเข้มข้นสูงต่อเนื่องหลายชั่วโมง อาการที่พบได้บ่อยได้แก่ ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ระคายเคืองตา จมูก และลำคอ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ง่วงซึม สมาธิสั้นลง และบางคนอาจมีอาการหอบหืดหรือภูมิแพ้กำเริบ อาการลักษณะนี้มักดีขึ้นเมื่อออกจากอาคาร แล้วกลับมาเป็นอีกเมื่อเข้ามาทำงาน ซึ่งเป็นลักษณะที่มักถูกเรียกรวม ๆ ว่ากลุ่มอาการป่วยจากอาคาร หรือ Sick Building Syndrome

พนักงานกลุ่มใดต้องดูแลเป็นพิเศษ

หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่เป็นโรคหอบหืด ภูมิแพ้ โรคปอดเรื้อรัง ไมเกรน ผู้สูงอายุ และผู้ที่ไวต่อกลิ่นสารเคมี ควรได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ เช่น ให้ทำงานจากบ้านต่ออีกระยะ หรือจัดที่นั่งใกล้จุดที่อากาศถ่ายเท หากพนักงานคนใดมีอาการรุนแรงหรือไม่ดีขึ้น เช่น หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หรือมีไข้ ปวดน่องหลังจากลุยน้ำท่วม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส ต้องไปพบแพทย์ทันที บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

ต้นทุนที่มองไม่เห็นของออฟฟิศที่อากาศไม่ดีหลังน้ำท่วม

ด้านสุขภาพ: ปัญหาเล็กที่สะสมทุกวัน

อาการปวดหัวหรือแสบตาเพียงวันเดียวอาจดูไม่ร้ายแรง แต่เมื่อพนักงานต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมแปดถึงสิบชั่วโมงต่อวัน ห้าวันต่อสัปดาห์ ความไม่สบายเล็ก ๆ จะสะสมเป็นความเหนื่อยล้า ความเครียด และการเจ็บป่วยที่ทำให้ต้องลางาน

ด้านประสิทธิภาพการทำงาน

พนักงานที่มึนหัวทั้งวันจะคิดช้าลง ทำงานผิดพลาดมากขึ้น และต้องลุกออกไปสูดอากาศข้างนอกบ่อยขึ้น สำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำอย่างบัญชี การเงิน หรือออกแบบ ความผิดพลาดเล็กน้อยอาจกลายเป็นต้นทุนที่ใหญ่ในภายหลัง ในช่วงที่บริษัทกำลังต้องเร่งงานที่ค้างจากการปิดออฟฟิศช่วงน้ำท่วม การสูญเสียประสิทธิภาพนี้ยิ่งเจ็บหนัก

ด้านเงิน: ลาป่วย งานค้าง และเครื่องฟอกอากาศที่ซื้อเพิ่ม

วันลาป่วย ค่าล่วงเวลาเพื่อเคลียร์งาน ค่าเครื่องฟอกอากาศและไส้กรองที่ซื้อเพิ่มโดยไม่ได้ผล และค่าเช่าพื้นที่ที่จ่ายไปแต่ใช้งานไม่ได้เต็มที่ ล้วนเป็นต้นทุนที่บวกเพิ่มจากค่าซ่อมแซมหลังน้ำท่วมซึ่งหนักอยู่แล้ว

ด้านความไว้วางใจและภาพลักษณ์

เมื่อพนักงานรู้สึกว่าองค์กรไม่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยของสถานที่ทำงาน ความไว้วางใจจะลดลง บางคนอาจเริ่มมองหางานใหม่ และหากลูกค้าเข้ามาประชุมแล้วได้กลิ่นสารเคมีหรือกลิ่นอับ ภาพลักษณ์ของบริษัทก็ได้รับผลกระทบ ประเทศไทยมีกฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ที่กำหนดให้นายจ้างดูแลสภาพแวดล้อมการทำงานให้ปลอดภัยต่อลูกจ้าง การจัดการคุณภาพอากาศหลังรีโนเวตจึงเป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบนี้ด้วย

ด้านครอบครัวของพนักงาน

พนักงานที่กลับบ้านพร้อมอาการปวดหัวและอ่อนเพลียทุกวัน ย่อมมีเวลาและพลังงานให้ครอบครัวน้อยลง ยิ่งในช่วงที่หลายครอบครัวกำลังซ่อมบ้านของตัวเองหลังน้ำท่วมไปพร้อมกัน ภาระนี้ยิ่งหนักขึ้นเป็นเท่าตัว

ทำไมวิธีที่ออฟฟิศส่วนใหญ่ลองแล้วไม่ได้ผล

ฉีดสเปรย์ปรับอากาศ หรือใช้เครื่องพ่นอโรมา

กลิ่นหอมเป็นเพียงการกลบ ไม่ได้ลดปริมาณสารเคมีเดิม และสารให้กลิ่นหอมเองก็เป็น VOCs อีกชนิดหนึ่ง พนักงานที่ปวดหัวจากกลิ่นสารเคมีอยู่แล้วมักรู้สึกแย่ลงเมื่อมีกลิ่นหอมแรง ๆ เพิ่มเข้ามา

ซื้อเครื่องฟอกอากาศเพิ่ม

เครื่องฟอกอากาศส่วนใหญ่ในตลาดเน้นแผ่นกรอง HEPA สำหรับฝุ่น PM2.5 ซึ่งไม่ได้ออกแบบมาเพื่อดักจับโมเลกุลก๊าซอย่าง VOCs เครื่องที่มีชั้นคาร์บอนช่วยได้บ้าง แต่เมื่อเทียบกับพื้นที่ออฟฟิศทั้งชั้นที่ปล่อยสารออกมาจากทุกพื้นผิว กำลังของเครื่องไม่กี่เครื่องจึงไม่เพียงพอ

เปิดประตูทิ้งไว้ตอนเช้า

การเปิดประตูช่วยได้เพียงบริเวณใกล้ประตู และในฤดูฝนอากาศภายนอกชื้นมาก เมื่อเปิดแอร์ต่อ ความชื้นจะควบแน่นและอาจเพิ่มปัญหากลิ่นอับ นอกจากนั้นออฟฟิศชั้นล่างที่ติดถนนยังได้รับฝุ่นและควันรถเข้ามาแทน

รอให้กลิ่นหายไปเอง

VOCs จะลดลงตามเวลาจริง แต่ช่วงที่ความเข้มข้นสูงที่สุดคือช่วงแรกหลังติดตั้งวัสดุ ซึ่งตรงกับช่วงที่พนักงานกลับมาทำงานพอดี การรอโดยไม่ทำอะไรจึงหมายถึงการให้พนักงานรับสารในช่วงที่แย่ที่สุด และวัสดุบางชนิดอย่างไม้ประกอบยังปล่อยสารต่อเนื่องเป็นเวลานาน

ทำความสะอาดพื้นผิวด้วยน้ำยาที่มีกลิ่นแรง

การถูพื้นด้วยน้ำยาทำความสะอาดกลิ่นแรงหรือใช้สารฟอกขาวในปริมาณมากในห้องปิด อาจเพิ่มกลิ่นสารเคมีให้หนักขึ้น และไม่ได้แก้ปัญหา VOCs ที่ปล่อยออกมาจากเนื้อวัสดุ

บริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมีในสำนักงาน โดย World Health Disinfection

World Health Disinfection หรือ WHD ให้บริการ อบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมีและสารตกค้าง ในบ้าน คอนโด สำนักงาน โรงงาน ไซต์ก่อสร้าง โรงแรม คลังสินค้า และรถยนต์ ตามข้อมูลบริการ โอโซนจะทำลายโมเลกุลของกลิ่นที่ต้นตอแทนการกลบกลิ่น ครอบคลุมกลิ่นสี ทินเนอร์ อีพ็อกซี แลคเกอร์ สาร VOCs กลิ่นอับ และยังช่วยจัดการแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา หลังจากนั้นโอโซนจะสลายกลับเป็นออกซิเจนโดยไม่ทิ้งสารตกค้าง

เหตุผลที่โอโซนเหมาะกับออฟฟิศหลังรีโนเวต

ออฟฟิศมีพื้นผิวจำนวนมากที่ปล่อยกลิ่นพร้อมกัน ตั้งแต่พรมทั้งชั้น ใต้โต๊ะ ด้านในลิ้นชัก หลังฉากกั้น ไปจนถึงห้องเก็บเอกสารที่ทำพื้นอีพ็อกซี การจะเช็ดหรือฉีดพ่นให้ทั่วทุกจุดแทบเป็นไปไม่ได้ โอโซนซึ่งเป็นก๊าซสามารถกระจายไปทั่วพื้นที่ปิด เข้าถึงจุดที่มือเอื้อมไม่ถึง และทำงานได้ภายในเวลาที่จำกัด เช่น ช่วงเย็นวันศุกร์หรือวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ไม่มีพนักงานอยู่

สิ่งที่ฝ่ายบุคคลและผู้บริหารชอบเป็นพิเศษคือ WHD วัดค่า TVOC ด้วยเครื่องมือที่ผ่านการสอบเทียบทั้งก่อนและหลังการอบ ตามข้อมูลบริการ ผลการวัดนี้ใช้สื่อสารกับพนักงานได้อย่างโปร่งใส แทนการบอกเพียงว่า "จัดการแล้ว" และยังเป็นหลักฐานประกอบการดูแลความปลอดภัยในสถานที่ทำงานขององค์กร

ขั้นตอนบริการสำหรับสำนักงาน

  1. ประเมินพื้นที่และวางแผน สอบถามขนาดพื้นที่ จำนวนห้อง วัสดุที่ติดตั้งใหม่ ระบบปรับอากาศ และวันเวลาที่ออฟฟิศว่าง
  2. วัดค่า TVOC ก่อนอบ บันทึกค่าในจุดสำคัญ เช่น โซนโต๊ะทำงาน ห้องประชุม และห้องเก็บเอกสาร
  3. เตรียมพื้นที่ พนักงาน แม่บ้าน สัตว์เลี้ยงประจำออฟฟิศ และต้นไม้ต้องออกจากพื้นที่ทั้งหมด ปิดประตูหน้าต่างให้เป็นพื้นที่ปิด เปิดลิ้นชัก ตู้เก็บของ และประตูระหว่างห้อง
  4. อบโอโซนด้วยเครื่อง Master Ozone Generator จัดวางเครื่องตามผังพื้นที่ และกำหนดความเข้มข้นกับระยะเวลาให้เหมาะสม
  5. พักพื้นที่และระบายอากาศ รอให้โอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจน ติดป้ายห้ามเข้าและแจ้งรปภ.หรือนิติบุคคล
  6. วัดค่า TVOC หลังอบ เปรียบเทียบกับค่าก่อนอบ และส่งสรุปผลให้ฝ่ายบริหาร
  7. เปิดใช้งาน ตามข้อมูลบริการ พื้นที่พร้อมใช้งานประมาณ 2 ชั่วโมงหลังการอบ จึงสามารถอบช่วงวันหยุดแล้วเปิดทำงานตามปกติได้

ข้อควรรู้ด้านความปลอดภัย: การอบโอโซนต้องทำในพื้นที่ปิดที่ว่างเปล่าเท่านั้น ห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในพื้นที่จนกว่าจะพ้นช่วงพักและระบายอากาศ เพราะโอโซนในความเข้มข้นที่ใช้อบเป็นก๊าซที่ระคายเคืองทางเดินหายใจ การอบโอโซนเป็นขั้นตอนหลังการขนโคลน ล้างทำความสะอาด และทำให้แห้งแล้วเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนการรื้อวัสดุที่อมน้ำ การทำความสะอาด หรือการรักษาทางการแพทย์ พนักงานที่มีอาการเจ็บป่วยต้องพบแพทย์

10 เหตุผลที่องค์กรควรอบโอโซนออฟฟิศหลังรีโนเวตจากน้ำท่วม

  1. ลดต้นเหตุของกลิ่นที่ทำให้พนักงานปวดหัว ไม่ใช่แค่กลบด้วยกลิ่นหอม อ่านรายละเอียดที่ บริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมี
  2. ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ได้ในครั้งเดียว ทั้งโซนโต๊ะทำงาน ห้องประชุม ห้องเก็บเอกสาร และทางเดิน
  3. เข้าถึงใต้โต๊ะ ในลิ้นชัก และหลังฉากกั้น ซึ่งเป็นจุดที่ไม้ประกอบปล่อยกลิ่นมากที่สุด
  4. ช่วยลดกลิ่นอับจากพื้นที่ที่เคยจมน้ำ รวมถึงห้องเก็บเอกสารที่กระดาษเคยเปียก
  5. ช่วยจัดการแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา ตามข้อมูลบริการ เป็นชั้นป้องกันเพิ่มเติมหลังทำความสะอาด
  6. ไม่ทิ้งสารตกค้างบนโต๊ะ คีย์บอร์ด และเอกสาร เพราะโอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจน
  7. มีตัวเลข TVOC ก่อนและหลังสำหรับสื่อสารกับพนักงาน สร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่น ดูขั้นตอนได้ที่ หน้าบริการของ WHD
  8. ทำงานนอกเวลาทำการได้ และพื้นที่พร้อมใช้ประมาณ 2 ชั่วโมงหลังอบ ไม่กระทบการเปิดออฟฟิศ
  9. ลดวันลาป่วยและฟื้นประสิทธิภาพการทำงาน ในช่วงที่องค์กรต้องเร่งเคลียร์งานค้าง
  10. แสดงความใส่ใจต่อความปลอดภัยของพนักงาน ด้วยทีมงานมืออาชีพและเครื่อง Master Ozone Generator ติดต่อได้ที่ WHD

ก่อนและหลังอบโอโซน: บรรยากาศออฟฟิศที่เปลี่ยนไป

ก่อนอบโอโซน

  • เช้าวันจันทร์เปิดประตูแล้วเจอกลิ่นกาวพรมและสีใหม่
  • พนักงานบ่นปวดหัว แสบตา มึนงงตั้งแต่ช่วงสาย
  • ห้องเก็บเอกสารมีกลิ่นอีพ็อกซีผสมกลิ่นกระดาษอับชื้น
  • มีใบลาป่วยและคำขอทำงานจากบ้านเพิ่มขึ้น
  • แม่บ้านต้องฉีดสเปรย์หอมทุกชั่วโมง
  • ไม่มีข้อมูลยืนยันว่าอากาศปลอดภัยหรือไม่

หลังอบโอโซนและระบายอากาศตามขั้นตอน

  • กลิ่นสารเคมีลดลงอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่เช้า
  • พนักงานรายงานความไม่สบายน้อยลง
  • ห้องเก็บเอกสารกลิ่นอับลดลง
  • บรรยากาศทำงานกลับมาเป็นปกติ
  • เลิกพึ่งสเปรย์ปรับอากาศ
  • มีค่า TVOC ก่อนและหลังแจ้งพนักงาน

หมายเหตุ: ผลลัพธ์ขึ้นกับขนาดพื้นที่ วัสดุ ระบบปรับอากาศ และความชื้นที่ยังหลงเหลือ หากพบว่ายังมีจุดที่ชื้น ต้องแก้ไขก่อน

กรณีตัวอย่าง: สำนักงานออกแบบชั้นล่างอาคารพาณิชย์ฝั่งตะวันออก

กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์จำลองเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่คำรับรองของลูกค้าจริง)

คุณบอยเป็นหุ้นส่วนสตูดิโอออกแบบภายในขนาดสิบสองคน ซึ่งใช้ชั้นล่างของอาคารพาณิชย์ทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ เป็นสำนักงาน หลังน้ำลด ทีมของเขาเองเป็นคนออกแบบการซ่อมแซม ทั้งรื้อพื้นไม้ลามิเนตออกแล้วเปลี่ยนเป็นกระเบื้องยางแบบใช้กาว ทาสีผนังใหม่ ทำชั้นวางตัวอย่างวัสดุจากไม้อัดเคลือบแลคเกอร์ และซื้อโต๊ะประชุมตัวใหม่

คุณบอยรู้ดีว่าวัสดุเหล่านี้ปล่อยกลิ่น จึงวางแผนตั้งแต่ต้นให้ทุกงานที่สร้างกลิ่นเสร็จภายในวันพฤหัสบดี ใช้วันศุกร์เปิดพัดลมระบายอากาศและตรวจความชื้นของผนัง จากนั้นนัดทีม WHD เข้ามาในเช้าวันเสาร์ ทีมงานวัดค่า TVOC ในสามจุด ให้ย้ายต้นไม้ประดับและตู้ปลาออก เปิดลิ้นชักและตู้ทุกบาน ตั้งเครื่องอบโอโซน ปิดพื้นที่ แจ้งรปภ.อาคาร แล้วรอจนพ้นช่วงพักและระบายอากาศก่อนวัดค่า TVOC อีกครั้ง

ในเช้าวันจันทร์ คุณบอยส่งสรุปผลการวัดก่อนและหลังเข้ากลุ่มแชตของทีม พร้อมแจ้งว่าใครมีอาการผิดปกติให้บอกได้ทันที และใครที่ตั้งครรภ์หรือเป็นหอบหืดสามารถทำงานจากบ้านต่อได้อีกระยะหากรู้สึกไม่สบาย สิ่งที่เขาบอกว่าคุ้มที่สุดไม่ใช่แค่กลิ่นที่ลดลง แต่คือการที่ทีมรู้สึกว่าบริษัท "คิดถึงพวกเขาก่อน" ในช่วงที่ทุกคนเหนื่อยจากการซ่อมบ้านของตัวเองมาตลอดสัปดาห์

เช็กลิสต์สำหรับฝ่ายบุคคลและผู้จัดการอาคาร: ก่อนเปิดออฟฟิศหลังน้ำท่วม

ก่อนเริ่มรีโนเวต

  • ให้ช่างไฟตรวจระบบไฟฟ้า เบรกเกอร์ และปลั๊กที่เคยจมน้ำก่อนเปิดใช้งาน
  • ขนโคลนและวัสดุที่อมน้ำออก เช่น พรม ฝ้า ยิปซัมช่วงล่าง โดยผู้ปฏิบัติงานสวมถุงมือ รองเท้าบูท และหน้ากาก
  • ล้างพื้นผิวแล้วฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาที่เหมาะสม เช่น Chemgene HLD4H ตามอัตราเจือจางและเวลาสัมผัสบนฉลาก
  • ทำให้พื้นและผนังแห้งสนิทด้วยพัดลมและเครื่องลดความชื้นก่อนปูพื้นหรือทาสีใหม่
  • แยกเอกสารที่เปียกออกมาผึ่งให้แห้งหรือสแกนเก็บ และพิจารณาทิ้งเอกสารที่ขึ้นราอย่างเหมาะสม

ระหว่างรีโนเวต

  • เลือกสีและกาวที่ระบุว่ามี VOCs ต่ำ และเฟอร์นิเจอร์ที่มีมาตรฐานการปล่อยฟอร์มาลดีไฮด์ต่ำเมื่อทำได้
  • วางแผนให้งานที่มีกลิ่นแรงเสร็จก่อนวันเปิดทำการอย่างน้อยหลายวัน
  • ล้างแผ่นกรองแอร์และให้ช่างตรวจระบบปรับอากาศ

ก่อนและหลังอบโอโซน

  • นัดอบในวันที่ไม่มีพนักงาน แจ้งนิติบุคคลอาคารและรปภ. ติดป้ายห้ามเข้า
  • ย้ายต้นไม้ ตู้ปลา สัตว์เลี้ยง อาหาร และเครื่องดื่มออกจากพื้นที่
  • เปิดลิ้นชัก ตู้เก็บของ และประตูระหว่างห้องเพื่อให้ก๊าซกระจายทั่วถึง
  • แจ้งทีมงานล่วงหน้าหากมีอุปกรณ์หรือเอกสารสำคัญที่ต้องการย้ายออก
  • หลังอบ เปิดระบายอากาศตามคำแนะนำ และเก็บผลการวัด TVOC ไว้เป็นข้อมูลขององค์กร

วันแรกที่พนักงานกลับมา

  • สื่อสารกับพนักงานอย่างตรงไปตรงมาว่าได้ทำอะไรไปบ้าง พร้อมผลการวัด
  • เปิดช่องทางให้รายงานอาการผิดปกติ และอนุญาตให้กลุ่มเสี่ยงทำงานจากบ้านได้หากจำเป็น
  • เตือนพนักงานที่เคยลุยน้ำท่วมให้สังเกตอาการไข้ ปวดกล้ามเนื้อ หรือท้องร่วง และไปพบแพทย์หากมีอาการ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องอบโอโซนออฟฟิศหลังรีโนเวต

ถาม: พนักงานปวดหัวในออฟฟิศใหม่ แปลว่าเป็นเพราะ VOCs แน่นอนหรือไม่

ตอบ: ไม่จำเป็นเสมอไป อาการปวดหัวมีหลายสาเหตุ แต่ถ้าอาการเกิดกับหลายคนพร้อมกันหลังรีโนเวต และดีขึ้นเมื่อออกจากอาคาร ก็เป็นสัญญาณที่ควรตรวจสอบคุณภาพอากาศ การวัดค่า TVOC ช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้น และพนักงานที่มีอาการต่อเนื่องควรพบแพทย์

ถาม: ต้องปิดออฟฟิศนานแค่ไหน

ตอบ: ต้องไม่มีใครอยู่ในพื้นที่ตลอดช่วงอบ ช่วงพัก และช่วงระบายอากาศ ตามข้อมูลบริการ พื้นที่พร้อมใช้งานประมาณ 2 ชั่วโมงหลังการอบ องค์กรส่วนใหญ่จึงเลือกทำในวันหยุดหรือหลังเลิกงาน

ถาม: คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ และเอกสาร ต้องย้ายออกไหม

ตอบ: ทีมงานจะประเมินหน้างานและให้คำแนะนำ หากมีอุปกรณ์มูลค่าสูง เอกสารสำคัญ หรือวัสดุที่กังวลเป็นพิเศษ ควรแจ้งล่วงหน้าเพื่อพิจารณาย้ายออกหรือจัดการตามความเหมาะสม

ถาม: อบโอโซนแล้วยังต้องระบายอากาศอีกหรือไม่

ตอบ: ต้องระบายอากาศเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนเสมอ และในระยะยาว องค์กรควรมีการนำอากาศบริสุทธิ์เข้ามาในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เพราะวัสดุบางชนิดยังปล่อยสารออกมาได้อีกระยะ

ถาม: อบโอโซนช่วยเรื่องเชื้อโรคหลังน้ำท่วมด้วยไหม

ตอบ: ตามข้อมูลบริการ โอโซนช่วยจัดการแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราได้ แต่ต้องทำหลังการขนโคลน ล้าง และฆ่าเชื้อพื้นผิวแล้วเท่านั้น ไม่ใช่ทางลัดแทนการทำความสะอาด

ถาม: ถ้าออฟฟิศอยู่ในอาคารรวม ต้องประสานใครบ้าง

ตอบ: ควรแจ้งนิติบุคคลหรือฝ่ายจัดการอาคาร รปภ. และเพื่อนบ้านในชั้นเดียวกัน เพื่อกำหนดเวลา ขอบเขตพื้นที่ และป้องกันไม่ให้มีใครเข้าพื้นที่ระหว่างอบ

ถาม: ควรอบซ้ำหรือไม่ถ้ามีการติดตั้งเฟอร์นิเจอร์เพิ่ม

ตอบ: หากมีการนำวัสดุใหม่จำนวนมากเข้ามาหลังการอบ หรือทาสีเพิ่ม ควรประเมินค่า TVOC อีกครั้งเพื่อตัดสินใจ

ให้ออฟฟิศใหม่หลังน้ำท่วมเป็นที่ที่พนักงานหายใจได้เต็มปอด

ปรึกษาทีม WHD เรื่องการอบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมีและ VOCs ในสำนักงาน พร้อมวัดค่า TVOC ก่อนและหลังการอบ นัดทำนอกเวลาทำการได้

ปรึกษาอบโอโซนสำนักงาน

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#อบโอโซน #กำจัดกลิ่นสารเคมี #กำจัดกลิ่นสี #ลดVOCs #น้ำท่วมกทม2569 #ออฟฟิศรีโนเวต #คุณภาพอากาศในอาคาร

คำค้นหา: ออฟฟิศรีโนเวตหลังน้ำท่วม, พนักงานปวดหัวจาก VOCs, กลิ่นสารเคมีในออฟฟิศ, Sick Building Syndrome, อบโอโซนสำนักงาน, กำจัดกลิ่นกาวพรม, คุณภาพอากาศในอาคาร, น้ำท่วมกทม 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้