Last updated: 1 ต.ค. 2569 | 11 จำนวนผู้เข้าชม |
ตามรายงานข่าว ระหว่างวันที่ 24–27 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครมีฝนตกหนักต่อเนื่องราว 300 มิลลิเมตรภายในประมาณ 48 ชั่วโมง ทำให้น้ำท่วมขังในวงกว้าง วันที่ 26 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ฝั่งตะวันออกได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยมีการกล่าวถึงพื้นที่อย่างคลองจั่นและบึงกุ่ม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครระบุว่าคลองเต็มความจุ และต้องใช้เวลาระบายน้ำราวสองถึงสามวันหลังฝนหยุด
จนถึงวันที่ 30 กันยายน ถนนบางสาย เช่น ศรีบูรพาและลาดพร้าว ยังมีน้ำขังราว 20–40 เซนติเมตร สื่อไทยเปรียบเทียบกับน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 และมีรายงานธุรกิจที่อ้างประมาณการของหอการค้าไทยว่าความเสียหายราว 12,300 ล้านบาท สำหรับบริษัทจำนวนมาก โดยเฉพาะสำนักงานที่อยู่ชั้นล่างของอาคารพาณิชย์ ตึกแถว และอาคารสำนักงานขนาดเล็ก ความเสียหายนี้หมายถึงการต้องปิดออฟฟิศชั่วคราว รื้อ ซ่อม และรีบเปิดทำการให้เร็วที่สุด และนั่นคือจุดเริ่มต้นของปัญหาที่หลายบริษัทไม่ได้คาดคิด
เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)
คุณแนนเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลและธุรการของบริษัทรับทำบัญชีขนาดยี่สิบห้าคน ที่เช่าพื้นที่ชั้นหนึ่งและชั้นสองของอาคารพาณิชย์สี่ชั้นในซอยแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว คืนที่ฝนตกหนักที่สุด น้ำจากถนนไหลเข้าชั้นล่างสูงเกือบครึ่งแข้ง พรมแผ่นทั้งชั้นจมน้ำ ฉากกั้นโต๊ะทำงานด้านล่างที่เป็นไม้ปาร์ติเคิลบอร์ดพองและหลุดลอก ตู้เอกสารเหล็กขึ้นสนิมที่ขอบ ส่วนแฟ้มเอกสารลูกค้าในลิ้นชักล่างสุดเปียกจนต้องนำไปผึ่งและสแกนเก็บใหม่
ผู้บริหารตัดสินใจทำงานจากบ้านสองสัปดาห์ และให้ผู้รับเหมาเข้ามาซ่อมทั้งชั้นล่างในคราวเดียว รื้อพรมเก่า ปูพรมแผ่นใหม่ด้วยกาว ทาสีผนังทั้งชั้น ติดตั้งฉากกั้นและโต๊ะทำงานเมลามีนชุดใหม่ ทำพื้นอีพ็อกซีในห้องเก็บเอกสาร และเปลี่ยนบานประตูไม้ที่บวม งานเสร็จในคืนวันศุกร์ และทุกคนกลับมาทำงานพร้อมกันในเช้าวันจันทร์
ตอนสิบโมงเช้า พนักงานบัญชีสองคนบ่นว่าปวดหัวตื้อ ๆ ตอนบ่ายมีคนแสบตาและคัดจมูก น้องที่เป็นหอบหืดต้องพ่นยาสองรอบ ส่วนพนักงานที่ตั้งครรภ์ห้าเดือนขออนุญาตกลับไปทำงานที่บ้านเพราะรู้สึกคลื่นไส้กับกลิ่นในห้อง พอถึงวันพุธ คุณแนนมีใบลาป่วยสามใบวางอยู่บนโต๊ะ และกลุ่มไลน์ของพนักงานเต็มไปด้วยข้อความว่า "ออฟฟิศกลิ่นแรงมาก" "นั่งทั้งวันแล้วมึนหัว" ทั้งที่ทุกอย่างดูใหม่และสะอาดกว่าก่อนน้ำท่วมเสียอีก
คุณแนนสั่งเครื่องฟอกอากาศมาเพิ่มสามเครื่อง เปิดประตูหน้าทิ้งไว้ช่วงเช้า และขอให้แม่บ้านฉีดสเปรย์ปรับอากาศทุกชั่วโมง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือกลิ่นดอกไม้ผสมกลิ่นกาว และคำบ่นที่ยังไม่หายไป เธอเริ่มสงสัยว่าปัญหาไม่ใช่แค่ "กลิ่นของใหม่" แต่เป็นเรื่องคุณภาพอากาศภายในอาคารที่ส่งผลต่อสุขภาพและประสิทธิภาพของคนทั้งออฟฟิศ
VOCs ย่อมาจาก Volatile Organic Compounds หรือสารอินทรีย์ระเหยง่าย เป็นกลุ่มสารเคมีที่ระเหยเป็นไอได้ที่อุณหภูมิห้อง พบได้ในวัสดุก่อสร้างและวัสดุตกแต่งแทบทุกชนิด ทั้งสีทาผนัง ทินเนอร์ แลคเกอร์ กาวปูพรม กาวติดกระเบื้องยาง ซิลิโคน อีพ็อกซี น้ำยาทำความสะอาด และแผ่นไม้ประกอบอย่างปาร์ติเคิลบอร์ดและ MDF ที่ใช้ทำโต๊ะและฉากกั้น ตัวอย่างสารที่คุ้นชื่อได้แก่ ฟอร์มาลดีไฮด์ โทลูอีน และไซลีน
สำนักงานในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ออกแบบให้เป็นห้องปิดที่ใช้เครื่องปรับอากาศตลอดวัน หน้าต่างมักเปิดไม่ได้หรือไม่มีใครเปิด ระบบแอร์แบบแยกส่วนในอาคารพาณิชย์จะหมุนเวียนอากาศภายในห้อง ไม่ได้นำอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกเข้ามา เมื่อออฟฟิศหนึ่งชั้นได้รับวัสดุใหม่พร้อมกันจำนวนมาก ทั้งพรมทั้งชั้น โต๊ะยี่สิบกว่าตัว ฉากกั้น และสีผนัง ปริมาณ VOCs ที่ปล่อยออกมาในช่วงสัปดาห์แรกจึงสูงมาก และไม่มีทางระบายออก
ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงกลางคืนและวันหยุดที่ปิดแอร์และปิดออฟฟิศไว้ สารเหล่านี้จะสะสมจนความเข้มข้นสูงขึ้นอีก พนักงานที่มาถึงคนแรกตอนเช้าวันจันทร์จึงมักเป็นคนที่ได้กลิ่นแรงที่สุด
ออฟฟิศที่เคยจมน้ำมีสารอีกกลุ่มหนึ่งปนอยู่ด้วย คือกลิ่นอับจากความชื้นและเชื้อราที่อาจเติบโตในผนัง ใต้พื้น ในฝ้าเพดานที่น้ำซึมขึ้นไป และในเอกสารกระดาษที่เคยเปียก หากผู้รับเหมาเร่งปูพรมใหม่ทับพื้นปูนที่ยังไม่แห้งสนิท หรือทาสีทับผนังที่ยังมีความชื้นอยู่ด้านใน ความชื้นจะถูกขังไว้และกลายเป็นแหล่งกลิ่นต่อเนื่อง CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24–48 ชั่วโมงเพื่อจำกัดเชื้อรา ซึ่งในน้ำท่วมครั้งนี้หลายอาคารทำไม่ทันเพราะน้ำในถนนยังไม่ลด
เมื่อหายใจเอา VOCs เข้าไปในความเข้มข้นสูงต่อเนื่องหลายชั่วโมง อาการที่พบได้บ่อยได้แก่ ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ระคายเคืองตา จมูก และลำคอ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ง่วงซึม สมาธิสั้นลง และบางคนอาจมีอาการหอบหืดหรือภูมิแพ้กำเริบ อาการลักษณะนี้มักดีขึ้นเมื่อออกจากอาคาร แล้วกลับมาเป็นอีกเมื่อเข้ามาทำงาน ซึ่งเป็นลักษณะที่มักถูกเรียกรวม ๆ ว่ากลุ่มอาการป่วยจากอาคาร หรือ Sick Building Syndrome
หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่เป็นโรคหอบหืด ภูมิแพ้ โรคปอดเรื้อรัง ไมเกรน ผู้สูงอายุ และผู้ที่ไวต่อกลิ่นสารเคมี ควรได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ เช่น ให้ทำงานจากบ้านต่ออีกระยะ หรือจัดที่นั่งใกล้จุดที่อากาศถ่ายเท หากพนักงานคนใดมีอาการรุนแรงหรือไม่ดีขึ้น เช่น หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หรือมีไข้ ปวดน่องหลังจากลุยน้ำท่วม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส ต้องไปพบแพทย์ทันที บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์
อาการปวดหัวหรือแสบตาเพียงวันเดียวอาจดูไม่ร้ายแรง แต่เมื่อพนักงานต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมแปดถึงสิบชั่วโมงต่อวัน ห้าวันต่อสัปดาห์ ความไม่สบายเล็ก ๆ จะสะสมเป็นความเหนื่อยล้า ความเครียด และการเจ็บป่วยที่ทำให้ต้องลางาน
พนักงานที่มึนหัวทั้งวันจะคิดช้าลง ทำงานผิดพลาดมากขึ้น และต้องลุกออกไปสูดอากาศข้างนอกบ่อยขึ้น สำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำอย่างบัญชี การเงิน หรือออกแบบ ความผิดพลาดเล็กน้อยอาจกลายเป็นต้นทุนที่ใหญ่ในภายหลัง ในช่วงที่บริษัทกำลังต้องเร่งงานที่ค้างจากการปิดออฟฟิศช่วงน้ำท่วม การสูญเสียประสิทธิภาพนี้ยิ่งเจ็บหนัก
วันลาป่วย ค่าล่วงเวลาเพื่อเคลียร์งาน ค่าเครื่องฟอกอากาศและไส้กรองที่ซื้อเพิ่มโดยไม่ได้ผล และค่าเช่าพื้นที่ที่จ่ายไปแต่ใช้งานไม่ได้เต็มที่ ล้วนเป็นต้นทุนที่บวกเพิ่มจากค่าซ่อมแซมหลังน้ำท่วมซึ่งหนักอยู่แล้ว
เมื่อพนักงานรู้สึกว่าองค์กรไม่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยของสถานที่ทำงาน ความไว้วางใจจะลดลง บางคนอาจเริ่มมองหางานใหม่ และหากลูกค้าเข้ามาประชุมแล้วได้กลิ่นสารเคมีหรือกลิ่นอับ ภาพลักษณ์ของบริษัทก็ได้รับผลกระทบ ประเทศไทยมีกฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ที่กำหนดให้นายจ้างดูแลสภาพแวดล้อมการทำงานให้ปลอดภัยต่อลูกจ้าง การจัดการคุณภาพอากาศหลังรีโนเวตจึงเป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบนี้ด้วย
พนักงานที่กลับบ้านพร้อมอาการปวดหัวและอ่อนเพลียทุกวัน ย่อมมีเวลาและพลังงานให้ครอบครัวน้อยลง ยิ่งในช่วงที่หลายครอบครัวกำลังซ่อมบ้านของตัวเองหลังน้ำท่วมไปพร้อมกัน ภาระนี้ยิ่งหนักขึ้นเป็นเท่าตัว
กลิ่นหอมเป็นเพียงการกลบ ไม่ได้ลดปริมาณสารเคมีเดิม และสารให้กลิ่นหอมเองก็เป็น VOCs อีกชนิดหนึ่ง พนักงานที่ปวดหัวจากกลิ่นสารเคมีอยู่แล้วมักรู้สึกแย่ลงเมื่อมีกลิ่นหอมแรง ๆ เพิ่มเข้ามา
เครื่องฟอกอากาศส่วนใหญ่ในตลาดเน้นแผ่นกรอง HEPA สำหรับฝุ่น PM2.5 ซึ่งไม่ได้ออกแบบมาเพื่อดักจับโมเลกุลก๊าซอย่าง VOCs เครื่องที่มีชั้นคาร์บอนช่วยได้บ้าง แต่เมื่อเทียบกับพื้นที่ออฟฟิศทั้งชั้นที่ปล่อยสารออกมาจากทุกพื้นผิว กำลังของเครื่องไม่กี่เครื่องจึงไม่เพียงพอ
การเปิดประตูช่วยได้เพียงบริเวณใกล้ประตู และในฤดูฝนอากาศภายนอกชื้นมาก เมื่อเปิดแอร์ต่อ ความชื้นจะควบแน่นและอาจเพิ่มปัญหากลิ่นอับ นอกจากนั้นออฟฟิศชั้นล่างที่ติดถนนยังได้รับฝุ่นและควันรถเข้ามาแทน
VOCs จะลดลงตามเวลาจริง แต่ช่วงที่ความเข้มข้นสูงที่สุดคือช่วงแรกหลังติดตั้งวัสดุ ซึ่งตรงกับช่วงที่พนักงานกลับมาทำงานพอดี การรอโดยไม่ทำอะไรจึงหมายถึงการให้พนักงานรับสารในช่วงที่แย่ที่สุด และวัสดุบางชนิดอย่างไม้ประกอบยังปล่อยสารต่อเนื่องเป็นเวลานาน
การถูพื้นด้วยน้ำยาทำความสะอาดกลิ่นแรงหรือใช้สารฟอกขาวในปริมาณมากในห้องปิด อาจเพิ่มกลิ่นสารเคมีให้หนักขึ้น และไม่ได้แก้ปัญหา VOCs ที่ปล่อยออกมาจากเนื้อวัสดุ
World Health Disinfection หรือ WHD ให้บริการ อบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมีและสารตกค้าง ในบ้าน คอนโด สำนักงาน โรงงาน ไซต์ก่อสร้าง โรงแรม คลังสินค้า และรถยนต์ ตามข้อมูลบริการ โอโซนจะทำลายโมเลกุลของกลิ่นที่ต้นตอแทนการกลบกลิ่น ครอบคลุมกลิ่นสี ทินเนอร์ อีพ็อกซี แลคเกอร์ สาร VOCs กลิ่นอับ และยังช่วยจัดการแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา หลังจากนั้นโอโซนจะสลายกลับเป็นออกซิเจนโดยไม่ทิ้งสารตกค้าง
ออฟฟิศมีพื้นผิวจำนวนมากที่ปล่อยกลิ่นพร้อมกัน ตั้งแต่พรมทั้งชั้น ใต้โต๊ะ ด้านในลิ้นชัก หลังฉากกั้น ไปจนถึงห้องเก็บเอกสารที่ทำพื้นอีพ็อกซี การจะเช็ดหรือฉีดพ่นให้ทั่วทุกจุดแทบเป็นไปไม่ได้ โอโซนซึ่งเป็นก๊าซสามารถกระจายไปทั่วพื้นที่ปิด เข้าถึงจุดที่มือเอื้อมไม่ถึง และทำงานได้ภายในเวลาที่จำกัด เช่น ช่วงเย็นวันศุกร์หรือวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ไม่มีพนักงานอยู่
สิ่งที่ฝ่ายบุคคลและผู้บริหารชอบเป็นพิเศษคือ WHD วัดค่า TVOC ด้วยเครื่องมือที่ผ่านการสอบเทียบทั้งก่อนและหลังการอบ ตามข้อมูลบริการ ผลการวัดนี้ใช้สื่อสารกับพนักงานได้อย่างโปร่งใส แทนการบอกเพียงว่า "จัดการแล้ว" และยังเป็นหลักฐานประกอบการดูแลความปลอดภัยในสถานที่ทำงานขององค์กร
ข้อควรรู้ด้านความปลอดภัย: การอบโอโซนต้องทำในพื้นที่ปิดที่ว่างเปล่าเท่านั้น ห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในพื้นที่จนกว่าจะพ้นช่วงพักและระบายอากาศ เพราะโอโซนในความเข้มข้นที่ใช้อบเป็นก๊าซที่ระคายเคืองทางเดินหายใจ การอบโอโซนเป็นขั้นตอนหลังการขนโคลน ล้างทำความสะอาด และทำให้แห้งแล้วเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนการรื้อวัสดุที่อมน้ำ การทำความสะอาด หรือการรักษาทางการแพทย์ พนักงานที่มีอาการเจ็บป่วยต้องพบแพทย์
หมายเหตุ: ผลลัพธ์ขึ้นกับขนาดพื้นที่ วัสดุ ระบบปรับอากาศ และความชื้นที่ยังหลงเหลือ หากพบว่ายังมีจุดที่ชื้น ต้องแก้ไขก่อน
กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์จำลองเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่คำรับรองของลูกค้าจริง)
คุณบอยเป็นหุ้นส่วนสตูดิโอออกแบบภายในขนาดสิบสองคน ซึ่งใช้ชั้นล่างของอาคารพาณิชย์ทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ เป็นสำนักงาน หลังน้ำลด ทีมของเขาเองเป็นคนออกแบบการซ่อมแซม ทั้งรื้อพื้นไม้ลามิเนตออกแล้วเปลี่ยนเป็นกระเบื้องยางแบบใช้กาว ทาสีผนังใหม่ ทำชั้นวางตัวอย่างวัสดุจากไม้อัดเคลือบแลคเกอร์ และซื้อโต๊ะประชุมตัวใหม่
คุณบอยรู้ดีว่าวัสดุเหล่านี้ปล่อยกลิ่น จึงวางแผนตั้งแต่ต้นให้ทุกงานที่สร้างกลิ่นเสร็จภายในวันพฤหัสบดี ใช้วันศุกร์เปิดพัดลมระบายอากาศและตรวจความชื้นของผนัง จากนั้นนัดทีม WHD เข้ามาในเช้าวันเสาร์ ทีมงานวัดค่า TVOC ในสามจุด ให้ย้ายต้นไม้ประดับและตู้ปลาออก เปิดลิ้นชักและตู้ทุกบาน ตั้งเครื่องอบโอโซน ปิดพื้นที่ แจ้งรปภ.อาคาร แล้วรอจนพ้นช่วงพักและระบายอากาศก่อนวัดค่า TVOC อีกครั้ง
ในเช้าวันจันทร์ คุณบอยส่งสรุปผลการวัดก่อนและหลังเข้ากลุ่มแชตของทีม พร้อมแจ้งว่าใครมีอาการผิดปกติให้บอกได้ทันที และใครที่ตั้งครรภ์หรือเป็นหอบหืดสามารถทำงานจากบ้านต่อได้อีกระยะหากรู้สึกไม่สบาย สิ่งที่เขาบอกว่าคุ้มที่สุดไม่ใช่แค่กลิ่นที่ลดลง แต่คือการที่ทีมรู้สึกว่าบริษัท "คิดถึงพวกเขาก่อน" ในช่วงที่ทุกคนเหนื่อยจากการซ่อมบ้านของตัวเองมาตลอดสัปดาห์
ตอบ: ไม่จำเป็นเสมอไป อาการปวดหัวมีหลายสาเหตุ แต่ถ้าอาการเกิดกับหลายคนพร้อมกันหลังรีโนเวต และดีขึ้นเมื่อออกจากอาคาร ก็เป็นสัญญาณที่ควรตรวจสอบคุณภาพอากาศ การวัดค่า TVOC ช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้น และพนักงานที่มีอาการต่อเนื่องควรพบแพทย์
ตอบ: ต้องไม่มีใครอยู่ในพื้นที่ตลอดช่วงอบ ช่วงพัก และช่วงระบายอากาศ ตามข้อมูลบริการ พื้นที่พร้อมใช้งานประมาณ 2 ชั่วโมงหลังการอบ องค์กรส่วนใหญ่จึงเลือกทำในวันหยุดหรือหลังเลิกงาน
ตอบ: ทีมงานจะประเมินหน้างานและให้คำแนะนำ หากมีอุปกรณ์มูลค่าสูง เอกสารสำคัญ หรือวัสดุที่กังวลเป็นพิเศษ ควรแจ้งล่วงหน้าเพื่อพิจารณาย้ายออกหรือจัดการตามความเหมาะสม
ตอบ: ต้องระบายอากาศเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนเสมอ และในระยะยาว องค์กรควรมีการนำอากาศบริสุทธิ์เข้ามาในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เพราะวัสดุบางชนิดยังปล่อยสารออกมาได้อีกระยะ
ตอบ: ตามข้อมูลบริการ โอโซนช่วยจัดการแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราได้ แต่ต้องทำหลังการขนโคลน ล้าง และฆ่าเชื้อพื้นผิวแล้วเท่านั้น ไม่ใช่ทางลัดแทนการทำความสะอาด
ตอบ: ควรแจ้งนิติบุคคลหรือฝ่ายจัดการอาคาร รปภ. และเพื่อนบ้านในชั้นเดียวกัน เพื่อกำหนดเวลา ขอบเขตพื้นที่ และป้องกันไม่ให้มีใครเข้าพื้นที่ระหว่างอบ
ตอบ: หากมีการนำวัสดุใหม่จำนวนมากเข้ามาหลังการอบ หรือทาสีเพิ่ม ควรประเมินค่า TVOC อีกครั้งเพื่อตัดสินใจ
ปรึกษาทีม WHD เรื่องการอบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมีและ VOCs ในสำนักงาน พร้อมวัดค่า TVOC ก่อนและหลังการอบ นัดทำนอกเวลาทำการได้
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
#อบโอโซน #กำจัดกลิ่นสารเคมี #กำจัดกลิ่นสี #ลดVOCs #น้ำท่วมกทม2569 #ออฟฟิศรีโนเวต #คุณภาพอากาศในอาคาร
คำค้นหา: ออฟฟิศรีโนเวตหลังน้ำท่วม, พนักงานปวดหัวจาก VOCs, กลิ่นสารเคมีในออฟฟิศ, Sick Building Syndrome, อบโอโซนสำนักงาน, กำจัดกลิ่นกาวพรม, คุณภาพอากาศในอาคาร, น้ำท่วมกทม 2569