กลิ่นทินเนอร์และแลคเกอร์จากการซ่อมเฟอร์นิเจอร์ไม้หลังน้ำท่วม: รักษาตู้ไม้สักของครอบครัวไว้ได้ โดยไม่ต้องแลกกับอากาศในบ้าน หลังน้ำท่วม กทม. 2569

Last updated: 1 ต.ค. 2569  |  17 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการอบโอโซน

กลิ่นทินเนอร์และแลคเกอร์จากการซ่อมเฟอร์นิเจอร์ไม้หลังน้ำท่วม: รักษาตู้ไม้สักของครอบครัวไว้ได้ โดยไม่ต้องแลกกับอากาศในบ้าน หลังน้ำท่วม กทม. 2569

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

ตู้ไม้สักของคุณตารอดจากน้ำท่วม แต่กลิ่นทินเนอร์ทำให้หลานต้องย้ายไปนอนบ้านป้า

คุณสมชาย ข้าราชการเกษียณวัยหกสิบเจ็ดปี อาศัยอยู่ในบ้านไม้ครึ่งปูนในซอยแยกจากถนนลาดพร้าวมาเกือบสี่สิบปี ในบ้านมีตู้โชว์ไม้สัก โต๊ะกินข้าวไม้เนื้อแข็ง และประตูบานเฟี้ยมไม้ที่คุณพ่อของเขาสั่งทำไว้ตั้งแต่สมัยหนุ่ม ช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน น้ำในซอยหนุนเข้าบ้านจนท่วมขาตู้และขาโต๊ะอยู่หลายวัน เมื่อน้ำลด ไม้บริเวณขาตู้มีคราบน้ำดำ ผิวแลคเกอร์เดิมขุ่นขาวเป็นฝ้า บางจุดบวมและลอก และเริ่มมีจุดราขาวขึ้นตามซอกลิ้นชัก

คุณสมชายไม่ยอมทิ้งของที่เป็นความทรงจำของครอบครัว ลูกชายจึงจ้างช่างไม้ในละแวกนั้นมาซ่อมที่บ้าน ช่างขัดผิวเก่าออก ใช้น้ำยาลอกสีบางจุด ลงสีย้อมไม้ แล้วพ่นแลคเกอร์ทับหลายเที่ยวในห้องโถงชั้นล่าง เพราะเฟอร์นิเจอร์ทั้งชุดหนักเกินกว่าจะขนออกไปไหนได้ ช่างใช้เวลาสามวัน งานออกมาสวยเงางามเหมือนใหม่

แต่กลิ่นทินเนอร์และแลคเกอร์ฉุนจัดตลบอบอวลไปทั้งบ้าน แม้ช่างจะเก็บของกลับไปแล้วหลายวัน กลิ่นก็ยังซึมอยู่ในผ้าม่าน หมอน และที่นอนชั้นบน หลานสาววัยสิบขวบที่เป็นโรคหอบหืดเริ่มไอตอนกลางคืน คุณสมชายเองปวดหัวและรู้สึกมึนตลอดบ่าย สุดท้ายลูกชายต้องพาหลานไปนอนบ้านป้าชั่วคราว คำถามที่ทั้งบ้านอยากรู้คือ กลิ่นนี้จะอยู่อีกนานแค่ไหน อันตรายหรือไม่ และมีวิธีไหนที่จะรักษาเฟอร์นิเจอร์ไม้ไว้ได้โดยที่ครอบครัวไม่ต้องสูดกลิ่นสารเคมีเป็นสัปดาห์

บทความนี้จะอธิบายว่ากลิ่นทินเนอร์และแลคเกอร์มาจากอะไร มีความเสี่ยงด้านสุขภาพและอัคคีภัยอย่างไร ทำไมการซ่อมเฟอร์นิเจอร์ไม้หลังน้ำท่วมในบ้านจึงทำให้กลิ่นค้างนาน วิธีวางแผนซ่อมที่ปลอดภัยกว่า และบริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นและสารเคมีตกค้างจาก World Health Disinfection (WHD) เข้ามาช่วยในขั้นตอนไหน

น้ำท่วม กทม. 2569 กับคลื่นงานซ่อมเฟอร์นิเจอร์ไม้

ตามรายงานข่าว ระหว่างวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครมีฝนตกหนักต่อเนื่องราว 300 มิลลิเมตรในเวลาประมาณ 48 ชั่วโมง และในวันที่ 26 กันยายน 2569 ได้มีการประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ฝั่งตะวันออกได้รับผลกระทบหนัก โดยมีการกล่าวถึงย่านคลองจั่นและบึงกุ่ม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครชัชชาติระบุว่าคลองเต็มและการระบายน้ำต้องใช้เวลาราว 2 ถึง 3 วันหลังฝนหยุด ณ วันที่ 30 กันยายน ตามรายงานข่าว ถนนบางสาย เช่น ลาดพร้าวและศรีบูรพา ยังมีน้ำขังราว 20 ถึง 40 เซนติเมตร สื่อไทยเปรียบเทียบเหตุการณ์นี้กับน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 และรายงานทางธุรกิจฉบับหนึ่งอ้างประมาณการของหอการค้าว่าความเสียหายราว 12,300 ล้านบาท

เฟอร์นิเจอร์ไม้คือหนึ่งในทรัพย์สินที่เสียหายมากที่สุดในบ้านที่ถูกน้ำท่วม ทั้งตู้ โต๊ะ เตียง ประตู บันได และพื้นไม้ บ้านจำนวนมากเลือกซ่อมแทนการทิ้ง เพราะไม้เนื้อแข็งมีราคาสูงและบางชิ้นมีคุณค่าทางใจ งานขัด ย้อมสี และเคลือบแลคเกอร์จึงเกิดขึ้นพร้อมกันในหลายพื้นที่ และนำมาซึ่งปัญหาที่หลายบ้านไม่ได้คาดคิด นั่นคือกลิ่นทินเนอร์และแลคเกอร์ที่ค้างอยู่ในบ้านนานหลายวันจนถึงหลายสัปดาห์

รู้จักทินเนอร์ แลคเกอร์ และสารเคลือบไม้ ต้นเหตุของกลิ่นฉุน

ทินเนอร์คืออะไร

ทินเนอร์เป็นส่วนผสมของตัวทำละลายอินทรีย์หลายชนิด ใช้ผสมให้แลคเกอร์หรือสีบางลงพอจะพ่นหรือทาได้ และใช้ล้างอุปกรณ์ ตัวทำละลายในทินเนอร์ระเหยเร็วมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้งานแห้งไว แต่ก็หมายความว่าในช่วงทำงาน อากาศในห้องจะเต็มไปด้วยไอระเหยความเข้มข้นสูง ตัวทำละลายที่พบได้ทั่วไปในทินเนอร์ เช่น โทลูอีน ไซลีน และสารกลุ่มคีโตน เป็นสารอินทรีย์ระเหยง่ายหรือ VOCs ที่มีกลิ่นฉุนเฉพาะตัว

แลคเกอร์และสารเคลือบไม้

แลคเกอร์ที่ช่างไม้ในบ้านเรานิยมใช้คือแลคเกอร์ไนโตรเซลลูโลส ซึ่งแห้งเร็วและให้ผิวเงา แต่ต้องผสมทินเนอร์และพ่นหลายชั้น นอกจากนี้ยังมีโพลียูรีเทน สีย้อมไม้ เชลแล็ก และน้ำมันเคลือบไม้ ซึ่งแต่ละชนิดมีตัวทำละลายและระยะเวลาบ่มตัวแตกต่างกัน งานซ่อมเฟอร์นิเจอร์หลังน้ำท่วมมักใช้หลายผลิตภัณฑ์ต่อกัน ตั้งแต่น้ำยาลอกสี สีย้อม แซนดิ้งซีลเลอร์ จนถึงแลคเกอร์ชั้นบน กลิ่นในบ้านจึงเป็นกลิ่นผสมของหลายสาร

ทำไมกลิ่นยังอยู่ แม้ผิวไม้จะแห้งแล้ว

ผิวแลคเกอร์อาจแห้งสัมผัสในเวลาไม่นาน แต่ตัวทำละลายที่ถูกขังอยู่ในชั้นเคลือบหนา ๆ และในเนื้อไม้ยังระเหยออกมาอย่างช้า ๆ ต่อเนื่อง อีกส่วนหนึ่งของไอระเหยถูกผ้าม่าน เบาะ พรม หมอน และที่นอนดูดซับไว้ระหว่างที่ช่างทำงาน แล้วค่อย ๆ ปล่อยกลับออกมาเมื่ออากาศอุ่นขึ้น นี่คือเหตุผลที่บ้านยังเหม็นทินเนอร์แม้ช่างจะกลับไปหลายวันแล้ว

ไม้ที่ยังชื้นจากน้ำท่วมทำให้ปัญหาซับซ้อนขึ้น

ไม้ที่แช่น้ำหลายวันจะอมความชื้นไว้ลึก หากรีบขัดและเคลือบแลคเกอร์ทับขณะไม้ยังไม่แห้งสนิท ผิวเคลือบมักขุ่นขาว พองเป็นฟอง หรือหลุดร่อนในภายหลัง และความชื้นที่ถูกขังไว้ใต้ชั้นเคลือบยังเป็นที่เติบโตของเชื้อรา ผลคือบ้านมีทั้งกลิ่นทินเนอร์และกลิ่นอับจากไม้ชื้นพร้อมกัน

ความเสี่ยงที่มากกว่าแค่กลิ่น: สุขภาพและอัคคีภัย

ผลต่อสุขภาพจากไอระเหยของตัวทำละลาย

การสูดไอระเหยของทินเนอร์และแลคเกอร์ในระยะสั้นมักทำให้ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ มึนงง คลื่นไส้ แสบตา แสบจมูก ระคายคอ และไอ ในพื้นที่ปิดที่ไอระเหยเข้มข้นมาก อาจทำให้ง่วงซึมหรือรู้สึกคล้ายเมา ผู้ที่ต้องทำงานกับตัวทำละลายเป็นประจำจึงต้องใช้หน้ากากที่เหมาะสมและทำงานในพื้นที่ระบายอากาศดี

กลุ่มที่ควรระวังเป็นพิเศษ

  • เด็กและผู้ป่วยโรคหอบหืด ที่ทางเดินหายใจไวต่อสารระคายเคือง อาจไอหรือหายใจมีเสียงวี้ดได้ง่าย
  • ผู้สูงอายุ ที่มีโรคหัวใจ โรคปอด หรือรับประทานยาหลายชนิด อาจรู้สึกมึนและเสี่ยงหกล้มเมื่อเวียนศีรษะ
  • หญิงตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่มีการใช้ตัวทำละลาย และปรึกษาแพทย์หากมีข้อกังวล
  • ผู้ที่แพ้สารเคมีหรือมีโรคภูมิแพ้ ซึ่งอาจมีผื่นหรืออาการทางจมูกกำเริบ
  • สัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะนกและแมว ที่ไวต่อสารระเหยในอากาศ

ไอระเหยของทินเนอร์ติดไฟได้ง่าย

ไอระเหยของทินเนอร์และแลคเกอร์ไวไฟมาก ในห้องที่ปิดและมีไอระเหยสะสม ประกายไฟจากสวิตช์ ปลั๊ก มอเตอร์พัดลม เตาแก๊ส หรือบุหรี่ อาจทำให้เกิดไฟลุกได้ ยิ่งในบ้านหลังน้ำท่วมที่ระบบไฟฟ้าบางจุดอาจยังไม่ได้ตรวจ ความเสี่ยงก็ยิ่งสูงขึ้น ควรให้ช่างไฟฟ้าตรวจระบบก่อนเปิดใช้งาน ห้ามสูบบุหรี่หรือใช้เปลวไฟใกล้พื้นที่ทำงาน และเก็บภาชนะตัวทำละลายให้ปิดสนิทไว้นอกตัวบ้าน

ผ้าเช็ดที่ชุ่มน้ำมันเคลือบไม้บางชนิดอาจเกิดความร้อนสะสมจนลุกไหม้เองได้หากขยำรวมกันไว้ในถังขยะ ควรจัดการตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์ เช่น คลี่ผ้าตากให้แห้งในที่โล่งนอกบ้าน หรือแช่น้ำในภาชนะโลหะปิดฝาก่อนทิ้ง

หากใครในบ้านมีอาการหายใจลำบาก แน่นหน้าอก มึนงงมาก หรืออาการไม่ดีขึ้นเมื่อออกไปอยู่ในที่อากาศถ่ายเท ให้ไปพบแพทย์ และหากมีไข้ ปวดน่อง หรือท้องร่วงหลังจากลุยน้ำท่วม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคติดเชื้ออื่น ก็ต้องพบแพทย์เช่นกัน การกำจัดกลิ่นในบ้านไม่ใช่การรักษาโรค

ผลกระทบเมื่อบ้านเหม็นทินเนอร์นานหลายวัน

ด้านสุขภาพ

อาการปวดหัวและมึนงงสะสมทุกวัน การนอนหลับไม่สนิทเพราะกลิ่นซึมอยู่ในหมอนและที่นอน และอาการหอบหืดที่กำเริบในเด็ก ทำให้ช่วงฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วมเหนื่อยกว่าที่ควรเป็น

ด้านการเงิน

บางครอบครัวต้องส่งผ้าม่าน หมอน และที่นอนไปซักใหม่ทั้งหมด เช่าที่พักให้สมาชิกที่เป็นกลุ่มเสี่ยง หรือซื้อเครื่องฟอกอากาศหลายเครื่อง ค่าใช้จ่ายเหล่านี้เพิ่มเข้ามาจากค่าซ่อมเฟอร์นิเจอร์ที่ก็สูงอยู่แล้ว

ด้านเวลา

ห้องที่ซ่อมเฟอร์นิเจอร์เสร็จแล้วยังใช้งานไม่ได้ ห้องนอนที่อยู่เหนือห้องทำงานของช่างก็เหม็นตาม ครอบครัวต้องรอโดยไม่รู้ว่าจะรออีกนานเท่าไร

ด้านธุรกิจ

ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขายของ หรือโฮมสเตย์ที่ซ่อมเคาน์เตอร์ โต๊ะ หรือพื้นไม้หลังน้ำท่วม ไม่สามารถเปิดรับลูกค้าได้หากกลิ่นทินเนอร์ยังแรง เพราะกลิ่นสารเคมีกับอาหารและเครื่องดื่มเป็นสิ่งที่ลูกค้าไม่ยอมรับ

ด้านครอบครัวและจิตใจ

การได้เห็นเฟอร์นิเจอร์ที่ผูกพันกลับมาสวยอีกครั้งควรเป็นความสุข แต่เมื่อมาพร้อมกลิ่นที่ทำให้หลานต้องย้ายออก ความรู้สึกดีนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความกังวลและความรู้สึกผิด

ทำไมวิธีไล่กลิ่นทินเนอร์แบบที่ทำกันทั่วไปจึงไม่จบ

1. ฉีดน้ำหอมหรือจุดเทียนหอม

น้ำหอมเพิ่มสารระเหยอีกชนิดเข้าไปในอากาศ และเทียนหรือธูปคือเปลวไฟในห้องที่อาจยังมีไอระเหยของตัวทำละลายสะสม ซึ่งไม่ควรทำอย่างยิ่ง

2. วางถ่าน กากกาแฟ หรือหัวหอม

อาจดูดซับกลิ่นได้เล็กน้อยในตู้หรือลิ้นชัก แต่ไม่ทันกับไอระเหยที่ออกมาจากเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่และจากผ้าในบ้านทั้งหลัง

3. ปิดห้องแล้วเปิดแอร์

เครื่องปรับอากาศหมุนเวียนอากาศเดิม ไอระเหยจึงวนอยู่ในห้องและซึมเข้าผ้าม่านกับที่นอนมากขึ้น และการสะสมของไอระเหยในห้องปิดยังเพิ่มความเสี่ยงด้านอัคคีภัย

4. เช็ดผิวเฟอร์นิเจอร์ด้วยทินเนอร์อีกรอบ

บางคนคิดว่าคราบที่ผิวทำให้เหม็น จึงเช็ดซ้ำด้วยทินเนอร์ ซึ่งยิ่งเพิ่มตัวทำละลายเข้าไปในบ้าน และอาจทำให้ผิวเคลือบที่ยังบ่มตัวไม่เสร็จเสียหาย

5. รีบเคลือบทับไม้ที่ยังชื้น

การเคลือบแลคเกอร์เพิ่มบนไม้ที่ยังไม่แห้งทำให้ต้องแก้งานซ้ำ ใช้ทินเนอร์และแลคเกอร์มากขึ้น และกลิ่นอับจากเชื้อราใต้ผิวเคลือบก็ยังอยู่

วางแผนซ่อมเฟอร์นิเจอร์ไม้หลังน้ำท่วมให้ปลอดภัยกว่าเดิม

  1. คัดแยกก่อนซ่อม ไม้จริงเนื้อแข็งมักซ่อมได้ แต่ไม้ปาร์ติเคิลบอร์ดหรือ MDF ที่บวมน้ำและเปื่อยยุ่ยมักซ่อมไม่คุ้ม และเป็นแหล่งเชื้อราและกลิ่น ควรพิจารณาทิ้ง
  2. ล้างโคลนและฆ่าเชื้อพื้นผิว ล้างคราบโคลนด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก เช็ดคราบรา แล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ล้างแล้วด้วยน้ำยาตามฉลาก เช่น น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ Chemgene HLD4H ตามอัตราเจือจางและเวลาสัมผัสที่ระบุ
  3. ให้ไม้แห้งช้า ๆ ในที่ร่ม ถอดลิ้นชักและบานตู้ออก เปิดให้ลมผ่าน ไม่ควรตากแดดจัดเพราะไม้อาจบิดหรือแตก ให้ช่างตรวจความชื้นของไม้ก่อนเริ่มขัดและเคลือบ
  4. ทำงานพ่นเคลือบนอกตัวบ้านเมื่อทำได้ ขนชิ้นที่ถอดได้ไปทำที่ร้านช่างหรือลานนอกบ้าน ส่วนชิ้นใหญ่ที่ย้ายไม่ได้ ให้ปิดกั้นห้อง เปิดหน้าต่าง ใช้พัดลมดูดอากาศออก และให้กลุ่มเสี่ยงออกไปอยู่ที่อื่นระหว่างทำงาน
  5. เลือกผลิตภัณฑ์อย่างรู้ทัน สอบถามช่างเรื่องสารเคลือบสูตรน้ำหรือชนิดที่ผู้ผลิตระบุว่ามี VOCs ต่ำ หากเหมาะกับงาน และทำตามเวลาแห้งระหว่างชั้นที่ฉลากกำหนด
  6. เก็บกวาดตัวทำละลายออกจากบ้านให้หมด ปิดฝาถังทินเนอร์ แลคเกอร์ และน้ำยาลอกสี นำออกนอกบ้านพร้อมผ้าเช็ดที่ใช้แล้ว
  7. อบโอโซนเมื่อผิวเคลือบแห้งตามคำแนะนำของผู้ผลิตแล้ว เพื่อจัดการกลิ่นทินเนอร์และแลคเกอร์ที่ค้างอยู่ในอากาศ ผ้า และเนื้อวัสดุ รวมถึงกลิ่นอับจากไม้ที่เคยแช่น้ำ

บริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นทินเนอร์ แลคเกอร์ และสารเคมีตกค้างจาก WHD

ตามข้อมูลบริการของ World Health Disinfection บริการนี้ใช้โอโซน (O3) แตกโมเลกุลกลิ่นที่ต้นเหตุแทนการกลบ โดยครอบคลุมกลิ่นสี ทินเนอร์ อีพ็อกซี และแลคเกอร์ สารอินทรีย์ระเหยง่ายหรือ VOCs และกลิ่นอับ รวมทั้งแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา เมื่อทำปฏิกิริยาเสร็จ โอโซนจะสลายกลับเป็นออกซิเจน ไม่ทิ้งสารตกค้าง

จุดเด่นสำหรับบ้านที่เพิ่งซ่อมเฟอร์นิเจอร์ไม้คือ โอโซนเป็นก๊าซที่เข้าถึงผ้าม่าน หมอน ที่นอน เบาะ และซอกลิ้นชักที่ดูดไอระเหยไว้ และช่วยจัดการกลิ่นอับจากไม้ที่เคยแช่น้ำในคราวเดียวกัน

ขั้นตอนการทำงาน

  1. สอบถามรายละเอียดงานซ่อม ชนิดสารเคลือบ จำนวนชั้น วันที่ช่างทำเสร็จ และพื้นที่ที่ใช้ทำงาน เพื่อประเมินว่าผิวเคลือบแห้งตามคำแนะนำของผู้ผลิตแล้วหรือยัง
  2. ตรวจความพร้อมของพื้นที่ ยืนยันว่าถังทินเนอร์ แลคเกอร์ น้ำยาลอกสี และผ้าเช็ดที่ชุ่มตัวทำละลายถูกนำออกนอกบ้านทั้งหมดก่อนเริ่มงาน เพราะโอโซนเป็นสารออกซิไดซ์และไม่ควรอบในพื้นที่ที่ยังมีภาชนะตัวทำละลายเปิดอยู่
  3. วัดค่า TVOC ก่อนอบ ตามข้อมูลบริการ WHD ใช้เครื่องมือที่ผ่านการสอบเทียบวัดค่าสารอินทรีย์ระเหยง่ายรวมก่อนเริ่ม
  4. เตรียมพื้นที่ให้ว่างและปิด คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกจากพื้นที่ ปิดประตูหน้าต่าง เปิดลิ้นชักและบานตู้ตามคำแนะนำ
  5. อบด้วย Master Ozone Generator ตามความเข้มข้นและระยะเวลาที่ทีมงานกำหนดสำหรับแต่ละโซน
  6. พักและระบายอากาศ ให้โอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจน แล้วเปิดระบายอากาศ ตามข้อมูลบริการ พื้นที่พร้อมใช้งานประมาณ 2 ชั่วโมงหลังการอบ
  7. วัดค่า TVOC หลังอบ เปรียบเทียบตัวเลขก่อนและหลังให้เจ้าของบ้านเห็น

ความปลอดภัย: การอบโอโซนต้องทำในพื้นที่ปิดที่ว่างเปล่าเท่านั้น คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องอยู่นอกพื้นที่ตลอดการอบ และกลับเข้าได้เมื่อครบช่วงพักและระบายอากาศแล้วเท่านั้น ห้ามอบระหว่างที่ช่างยังพ่นแลคเกอร์หรือผิวเคลือบยังเปียก

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ บริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นทินเนอร์และสารเคมีตกค้าง

10 เหตุผลที่บ้านซึ่งเพิ่งซ่อมเฟอร์นิเจอร์ไม้ควรปิดงานด้วยการอบโอโซน

  1. แตกโมเลกุลกลิ่นทินเนอร์และแลคเกอร์ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่การกลบด้วยน้ำหอม
  2. ออกแบบมาสำหรับกลิ่นสารเคมีโดยเฉพาะ ตามข้อมูลบริการ ครอบคลุมกลิ่นสี ทินเนอร์ อีพ็อกซี แลคเกอร์ และ VOCs อ่านต่อที่ หน้าบริการกำจัดกลิ่นสารเคมีด้วยโอโซน
  3. เข้าถึงผ้าม่าน หมอน และที่นอน ที่ดูดไอระเหยไว้ระหว่างช่างทำงาน
  4. ซอกลิ้นชักและหลังตู้ก็ไม่รอด ก๊าซกระจายเข้าจุดที่ผ้าเช็ดหรือพัดลมเข้าไม่ถึง
  5. จัดการกลิ่นอับจากไม้ที่เคยแช่น้ำไปพร้อมกัน เพราะโอโซนทำงานกับกลิ่นอับและเชื้อรา
  6. ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างเพิ่ม โอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจน เหมาะกับบ้านที่มีเด็กและผู้สูงอายุ
  7. มีตัวเลข TVOC ก่อนและหลัง ทำให้ตัดสินใจได้ว่าจะพากลุ่มเสี่ยงกลับบ้านเมื่อไร
  8. กลับเข้าใช้พื้นที่ได้เร็ว ตามข้อมูลบริการ ประมาณ 2 ชั่วโมงหลังการอบ
  9. เหมาะกับร้านค้าและร้านอาหาร ที่ซ่อมเคาน์เตอร์หรือโต๊ะไม้และต้องการเปิดร้านให้เร็วที่สุด ดูรายละเอียดที่ บริการอบโอโซนจาก WHD
  10. รักษาทั้งความทรงจำและสุขภาพ เก็บเฟอร์นิเจอร์ที่มีค่าไว้ได้ โดยไม่ต้องแลกกับอากาศที่ครอบครัวหายใจ

ก่อนวางแผนซ่อมและอบโอโซน

  • กลิ่นทินเนอร์ฉุนทั้งบ้านแม้ช่างกลับไปหลายวัน
  • ผ้าม่าน หมอน และที่นอนมีกลิ่นแลคเกอร์ติด
  • เด็กที่เป็นหอบหืดไอตอนกลางคืน
  • ถังทินเนอร์และผ้าเช็ดวางอยู่ในบ้าน เสี่ยงอัคคีภัย
  • ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะปลอดภัยพอให้ทุกคนกลับมา

หลังจัดการครบลำดับและอบโอโซน

  • เฟอร์นิเจอร์ไม้สวยงาม ผิวเคลือบแห้งสมบูรณ์
  • อากาศในบ้านไม่มีกลิ่นตัวทำละลายฉุนค้าง
  • ผ้าและที่นอนไม่ปล่อยกลิ่นกลับออกมา
  • ตัวทำละลายทั้งหมดถูกนำออกนอกบ้านอย่างปลอดภัย
  • มีค่า TVOC ก่อนและหลังเป็นหลักฐาน

กรณีตัวอย่าง: คาเฟ่ไม้เล็ก ๆ ย่านบึงกุ่มที่ต้องเลื่อนวันเปิดร้านเพราะกลิ่นแลคเกอร์

กรณีตัวอย่างนี้เป็นสถานการณ์สมมติที่สร้างจากลักษณะปัญหาที่พบบ่อย เพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวของลูกค้าจริง

คุณมิ้นท์ เปิดคาเฟ่ตกแต่งด้วยไม้ในตึกแถวย่านบึงกุ่ม เคาน์เตอร์บาร์ โต๊ะ และชั้นวางทั้งหมดเป็นไม้จริง น้ำท่วมเข้าร้านช่วงปลายเดือนกันยายนจนท่วมขาโต๊ะและฐานเคาน์เตอร์ หลังน้ำลด ผิวเคลือบขุ่นขาว ไม้บางชิ้นบวม และเริ่มมีกลิ่นอับ

คุณมิ้นท์ให้ช่างขัดและเคลือบแลคเกอร์ใหม่ทั้งร้านภายในสามวัน เพื่อให้ทันเปิดร้าน แต่ในวันที่ทดลองชงกาแฟ กลิ่นทินเนอร์แรงจนกลบกลิ่นกาแฟ พนักงานบ่นปวดหัว และเธอตัดสินใจเลื่อนวันเปิดร้าน

เมื่อทบทวนใหม่ พบว่าฐานเคาน์เตอร์บางส่วนเป็นไม้อัดที่ยังชื้น และช่างเคลือบทับเร็วเกินไป ลำดับที่ทำคือ เปลี่ยนไม้อัดที่ชื้นและขึ้นรา ล้างและฆ่าเชื้อพื้นผิวตามฉลาก ปล่อยให้ไม้แห้งพร้อมเครื่องลดความชื้น ขนโต๊ะไปเคลือบใหม่ที่ร้านช่าง ส่วนเคาน์เตอร์ที่ย้ายไม่ได้ให้ช่างทำในวันที่เปิดหน้าต่างและพัดลมดูดอากาศเต็มที่ เมื่อผิวเคลือบแห้งตามคำแนะนำของผู้ผลิต ก็นำถังทินเนอร์ แลคเกอร์ และผ้าเช็ดทั้งหมดออกจากร้าน เก็บเมล็ดกาแฟ นม และวัตถุดิบออก แล้วจึงนัดอบโอโซนในวันที่ไม่มีใครอยู่ในร้าน

ทีมงานวัดค่า TVOC ก่อนอบ อบตามโซน พักและระบายอากาศ แล้ววัดอีกครั้ง ในตัวอย่างนี้ค่าที่วัดได้หลังอบลดลงเมื่อเทียบกับก่อนอบ กลิ่นทินเนอร์จางลงจนกลิ่นกาแฟกลับมาเป็นกลิ่นหลักของร้าน บทเรียนของคุณมิ้นท์คือ การวางแผนให้ไม้แห้งก่อนและย้ายงานพ่นออกนอกร้านเท่าที่ทำได้ ช่วยลดปริมาณกลิ่นตั้งแต่ต้น ส่วนการอบโอโซนช่วยปิดงานส่วนที่เหลือ

เช็กลิสต์ซ่อมเฟอร์นิเจอร์ไม้หลังน้ำท่วมและลดกลิ่นทินเนอร์

ก่อนซ่อม

  • คัดแยกไม้จริงที่ซ่อมได้ออกจากไม้อัดหรือ MDF ที่บวมเปื่อย
  • ล้างโคลน เช็ดคราบรา และฆ่าเชื้อพื้นผิวตามฉลากผลิตภัณฑ์
  • ให้ไม้แห้งช้า ๆ ในที่ร่ม และให้ช่างตรวจความชื้นก่อนขัดเคลือบ
  • ให้ช่างไฟฟ้าตรวจระบบไฟก่อนใช้เครื่องมือไฟฟ้าในบ้าน

ระหว่างซ่อม

  • ย้ายงานพ่นเคลือบออกนอกบ้านเท่าที่ทำได้
  • เปิดหน้าต่างและใช้พัดลมดูดอากาศออก ห้ามมีเปลวไฟหรือบุหรี่
  • ให้เด็ก ผู้ป่วยหอบหืด ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และสัตว์เลี้ยงอยู่ที่อื่น
  • เก็บผ้าม่าน หมอน และที่นอนออกจากห้องทำงาน หรือคลุมให้มิดชิด
  • จัดการผ้าเช็ดที่ชุ่มตัวทำละลายหรือน้ำมันเคลือบไม้ตามคำแนะนำบนฉลาก

ก่อนและหลังอบโอโซน

  • รอให้ผิวเคลือบแห้งตามเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด
  • นำถังทินเนอร์ แลคเกอร์ น้ำยาลอกสี และผ้าเช็ดทั้งหมดออกนอกบ้าน
  • ให้คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกจากพื้นที่ทั้งหมดระหว่างอบ
  • กลับเข้าเมื่อครบช่วงพักและระบายอากาศตามที่ทีมงานแจ้ง
  • เปิดระบายอากาศต่อในวันแรก ๆ และสังเกตจุดราบนไม้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกลิ่นทินเนอร์ แลคเกอร์ และการอบโอโซน

1. ช่างพ่นแลคเกอร์เสร็จแล้ว อบโอโซนได้เลยไหม

ไม่ควร ต้องรอให้ผิวเคลือบแห้งตามเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด และนำภาชนะตัวทำละลายและผ้าเช็ดทั้งหมดออกนอกบ้านก่อน ทีมงานจะสอบถามรายละเอียดเพื่อกำหนดวันที่เหมาะสม

2. โอโซนทำให้ผิวแลคเกอร์หรือไม้เสียหายหรือไม่

ทีมงานจะกำหนดความเข้มข้นและระยะเวลาให้เหมาะกับพื้นที่ หากมีเฟอร์นิเจอร์โบราณหรือวัสดุที่กังวลเป็นพิเศษ ให้แจ้งทีมงานล่วงหน้าเพื่อวางแผนร่วมกัน

3. ระหว่างอบอยู่ชั้นบนได้หรือไม่

ไม่ได้ การอบโอโซนต้องทำในพื้นที่ปิดที่ว่างเปล่า คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องอยู่นอกพื้นที่จนครบช่วงพักและระบายอากาศ

4. ผ้าม่านและที่นอนที่ติดกลิ่นทินเนอร์ต้องซักไหม

ผ้าที่ซักได้ควรซักตามปกติ ส่วนที่นอน โซฟา หรือผ้าม่านผืนใหญ่ที่ซักยาก โอโซนจะช่วยจัดการกลิ่นที่ซึมอยู่ในเนื้อผ้าได้ระหว่างการอบทั้งห้อง

5. จะรู้ได้อย่างไรว่ากลิ่นลดลงจริง

ตามข้อมูลบริการ WHD วัดค่า TVOC ด้วยเครื่องมือที่สอบเทียบแล้วทั้งก่อนและหลังการอบ ทำให้มีตัวเลขเปรียบเทียบ

6. ร้านช่างไม้หรือโรงงานเฟอร์นิเจอร์ใช้บริการได้หรือไม่

ได้ ตามข้อมูลบริการ WHD ให้บริการทั้งบ้าน คอนโด สำนักงาน โรงงาน ไซต์ก่อสร้าง โรงแรม และพื้นที่จัดเก็บสินค้า

ซ่อมเฟอร์นิเจอร์ไม้เสร็จแล้ว แต่บ้านยังเหม็นทินเนอร์และแลคเกอร์อยู่ใช่ไหม

ให้ทีม WHD วัดค่า TVOC และวางแผนอบโอโซนอย่างปลอดภัย เพื่อให้ครอบครัวกลับมาอยู่กับเฟอร์นิเจอร์ที่รักได้อย่างสบายใจ

ดูบริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นทินเนอร์ คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294  |  LINE @whd268  |  worldhealthdisinfection@gmail.com

#อบโอโซน #กำจัดกลิ่นสารเคมี #กำจัดกลิ่นสี #ลดVOCs #น้ำท่วมกทม2569 #กลิ่นทินเนอร์ #ซ่อมเฟอร์นิเจอร์ไม้

คำค้นหา: กลิ่นทินเนอร์และแลคเกอร์จากการซ่อมเฟอร์นิเจอร์ไม้, กลิ่นทินเนอร์ในบ้าน, กลิ่นแลคเกอร์ไม่หาย, ซ่อมเฟอร์นิเจอร์ไม้หลังน้ำท่วม, เฟอร์นิเจอร์ไม้แช่น้ำ, น้ำท่วม กทม. 2569, อบโอโซนกำจัดกลิ่นทินเนอร์, ลด VOCs

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้