อัตราเจือจาง Chemgene สำหรับแต่ละพื้นที่หลังน้ำท่วม: อ่านฉลากให้เป็น ผสมให้แม่น ใช้ให้คุ้มทุกหยด

Last updated: 1 ต.ค. 2569  |  5 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค

อัตราเจือจาง Chemgene สำหรับแต่ละพื้นที่หลังน้ำท่วม: อ่านฉลากให้เป็น ผสมให้แม่น ใช้ให้คุ้มทุกหยด

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

"ฝาเดียวต่อถัง" สูตรที่ไม่มีใครรู้ว่าถูกหรือผิด

คุณเล็กเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเล็ก ๆ อยู่ชั้นล่างของห้องแถวสองคูหาในซอยแถวลาดพร้าว ช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 น้ำจากถนนเอ่อเข้าร้านจนท่วมขาโต๊ะสแตนเลส ตู้แช่ และห้องน้ำหลังร้าน กว่าน้ำจะลดลงก็กินเวลาหลายวัน ระหว่างนั้นถนนหน้าร้านยังมีน้ำขังเป็นระยะ คุณเล็กกับลูกชายช่วยกันตักโคลน ล้างพื้น และขัดผนังจนสะอาด จากนั้นเธอหยิบขวดน้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ที่ลูกสาวสั่งมาให้ออกมาใช้เป็นครั้งแรก

ปัญหาเกิดขึ้นทันทีที่เปิดฝา ฉลากมีตัวเลขหลายชุด ทั้ง 1:30 1:50 1:60 1:100 และ 1:200 คุณเล็กไม่แน่ใจว่าตัวเลขไหนใช้กับพื้นร้าน ตัวไหนใช้กับโต๊ะที่ลูกค้านั่งกิน และตัวไหนใช้กับห้องน้ำ ลูกชายเสนอว่า "เทฝาเดียวต่อถังก็พอมั้ง" ขณะที่ป้าข้างบ้านบอกว่า "ใส่เยอะ ๆ ไว้ก่อน น้ำท่วมมาแบบนี้ต้องแรง" สุดท้ายเธอกะด้วยสายตา บางถังเข้มข้นจนพื้นลื่นเป็นคราบ บางถังเจือจางจนไม่แน่ใจว่ามีผลหรือเปล่า และหัวเชื้อที่ตั้งใจจะใช้ให้ครบทั้งร้านก็พร่องลงเร็วกว่าที่คิด

เรื่องของคุณเล็กสะท้อนปัญหาที่พบบ่อยมากหลังน้ำท่วม คนจำนวนมากเลือกน้ำยาดีแล้ว แต่พลาดตรงขั้นตอนเล็ก ๆ ที่สำคัญที่สุด คือการเจือจางให้ถูกตามฉลาก บทความนี้จะพาอ่านตัวเลขอัตราเจือจางให้เข้าใจ คำนวณปริมาณหัวเชื้อเป็นมิลลิลิตรได้เอง แบ่งพื้นที่ในบ้านและร้านค้าเป็นโซนเพื่อจับคู่กับประเภทงานบนฉลาก และสร้างระบบผสมที่ทำซ้ำได้ทุกวันโดยไม่ต้องเดาอีก

บริบท: ช่วงฟื้นฟูหลังน้ำท่วม กทม. ปลายเดือนกันยายน 2569

ตามรายงานข่าว ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องราว 300 มิลลิเมตรภายในประมาณ 48 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 ทำให้กรุงเทพมหานครเกิดน้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง วันที่ 26 กันยายน กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ฝั่งตะวันออกได้รับผลกระทบหนักที่สุด ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครระบุว่าคลองเต็มความจุและการระบายน้ำต้องใช้เวลาราว 2 ถึง 3 วันหลังฝนหยุด จนถึงวันที่ 30 กันยายน บางถนนอย่างศรีบูรพาและลาดพร้าวยังมีน้ำขังราว 20 ถึง 40 เซนติเมตร

เมื่อเข้าสู่ช่วงฟื้นฟู บ้านเรือนและร้านค้าจำนวนมากต้องทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นที่ขนาดใหญ่ในเวลาจำกัด การผสมน้ำยาให้ถูกอัตราจึงไม่ใช่เรื่องรายละเอียดเล็ก ๆ แต่เป็นตัวกำหนดว่าน้ำยาจะทำงานตามที่ออกแบบไว้หรือไม่ ทั้งนี้น้ำยาฆ่าเชื้อช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อจากพื้นผิวในช่วงฟื้นฟูเท่านั้น ไม่ได้ป้องกันน้ำท่วมและไม่ใช่การรักษาโรค หากใครในบ้านมีไข้ ปวดน่อง ท้องร่วง หรือแผลอักเสบหลังลุยน้ำ ควรไปพบแพทย์

ทำไมอัตราเจือจางจึงสำคัญกว่าที่คิด

น้ำยาฆ่าเชื้อแบบหัวเชื้อไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้ตรง ๆ ผู้ผลิตทดสอบประสิทธิภาพที่ความเข้มข้นหนึ่ง ๆ ร่วมกับระยะเวลาสัมผัสหนึ่ง ๆ แล้วระบุสิ่งเหล่านั้นไว้บนฉลาก ตัวเลขบนฉลากจึงเปรียบเหมือน "สูตร" ที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว เมื่อเราผสมผิดสูตร ผลลัพธ์ก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้

ถ้าเจือจางเกินไป

สารออกฤทธิ์ในสารละลายจะน้อยกว่าที่ทดสอบไว้ เชื้อบางส่วนอาจรอดได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ปนเปื้อนหนักจากน้ำท่วม เช่น พื้นห้องน้ำ ท่อระบายน้ำ หรือผนังส่วนล่าง ผลที่ตามมาคือความรู้สึกปลอดภัยที่ไม่มีมูล ครอบครัวคิดว่าฆ่าเชื้อแล้ว แต่ความจริงยังไม่ถึงระดับที่ควรเป็น

ถ้าเข้มข้นเกินไป

หลายคนเชื่อว่าเติมเยอะไว้ก่อนดีกว่า แต่ความเข้มข้นที่เกินฉลากไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพอย่างมีนัยสำคัญ กลับทำให้สิ้นเปลืองหัวเชื้อ เกิดคราบเหนียวหรือพื้นลื่น เพิ่มโอกาสระคายเคืองผิวและทางเดินหายใจ และทำให้ต้องเช็ดล้างมากขึ้น สำหรับร้านอาหารหรือบ้านที่มีเด็กเล็ก การมีสารตกค้างเกินจำเป็นบนโต๊ะหรือพื้นเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

อัตราเจือจางกับระยะเวลาสัมผัสคือคู่กัน

ฉลากที่ดีจะระบุทั้งอัตราเจือจางและระยะเวลาสัมผัสควบคู่กันสำหรับแต่ละประเภทงาน การผสมถูกแต่เช็ดออกเร็วเกินไปก็ไม่ได้ผลเต็มที่ เช่นเดียวกับการปล่อยทิ้งไว้นานแต่ผสมเจือจางเกินไป ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ Chemgene HLD4H ระบุว่าฆ่าเชื้อได้ภายใน 1 นาที ซึ่งเป็นข้อมูลจากหน้าผลิตภัณฑ์ แต่ระยะเวลาสัมผัสที่ใช้จริงในแต่ละงานควรยึดตามฉลากที่มากับขวดเสมอ

น้ำท่วมทำให้การผสมผิดพลาดง่ายขึ้น

ในภาวะปกติ เราผสมน้ำยาเพียงขวดสเปรย์เดียวต่อสัปดาห์ แต่หลังน้ำท่วม ต้องผสมเป็นถังหลายถังต่อวัน ทำงานท่ามกลางความเหนื่อยล้า มีหลายคนช่วยกันผสม และใช้ภาชนะที่หาได้ในบ้าน ทั้งหมดนี้เพิ่มโอกาสผิดพลาด การมีระบบตวงที่ชัดเจนจึงช่วยได้มาก

อ่านตัวเลข 1:30 ถึง 1:200 ให้เข้าใจ

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ Chemgene HLD4H เจือจางได้ที่อัตรา 1:30, 1:50, 1:60, 1:100 ไปจนถึง 1:200 ตัวเลขแรกคือหัวเชื้อ ตัวเลขหลังคือน้ำ หลักจำง่ายที่สุดคือ ตัวเลขหลังเครื่องหมายยิ่งน้อย สารละลายยิ่งเข้มข้น ดังนั้น 1:30 เข้มข้นที่สุดในชุดนี้ และ 1:200 เจือจางที่สุด

ในทางปฏิบัติ การเขียนอัตราส่วนมีสองแบบที่ใช้กันทั่วไป แบบแรกหมายถึงหัวเชื้อ 1 ส่วนผสมน้ำ 30 ส่วน รวมเป็น 31 ส่วน แบบที่สองหมายถึงหัวเชื้อ 1 ส่วนในสารละลายทั้งหมด 30 ส่วน ผลต่างระหว่างสองแบบมีไม่มากในชีวิตจริง แต่เพื่อความถูกต้อง ให้ดูคำอธิบายบนฉลากหรือสอบถามผู้จำหน่าย ตารางด้านล่างคำนวณตามแบบแรก คือหัวเชื้อ 1 ส่วนต่อน้ำตามตัวเลขด้านหลัง ปัดเศษให้ตวงได้สะดวก

อัตราขวดสเปรย์ 500 มล.สารละลาย 1 ลิตรถัง 5 ลิตรถัง 10 ลิตร
1:30หัวเชื้อราว 16 มล.ราว 32 มล.ราว 161 มล.ราว 323 มล.
1:50ราว 10 มล.ราว 20 มล.ราว 98 มล.ราว 196 มล.
1:60ราว 8 มล.ราว 16 มล.ราว 82 มล.ราว 164 มล.
1:100ราว 5 มล.ราว 10 มล.ราว 50 มล.ราว 99 มล.
1:200ราว 2.5 มล.ราว 5 มล.ราว 25 มล.ราว 50 มล.

สูตรคำนวณเองแบบง่าย: ปริมาณหัวเชื้อ เท่ากับ ปริมาตรสารละลายที่ต้องการ หารด้วย (ตัวเลขหลังเครื่องหมาย บวกหนึ่ง) เช่น ต้องการ 2 ลิตรที่อัตรา 1:50 ก็คือ 2,000 หารด้วย 51 ได้ราว 39 มิลลิลิตร ส่วนที่เหลือเป็นน้ำสะอาด ตารางนี้เป็นการคำนวณทางคณิตศาสตร์เพื่อช่วยตวง ไม่ได้บอกว่าอัตราใดใช้กับงานใด ซึ่งต้องยึดตามฉลากผลิตภัณฑ์

สำหรับปริมาณเล็กอย่าง 2.5 หรือ 5 มิลลิลิตร แนะนำให้ใช้กระบอกฉีดยาพลาสติกแบบไม่มีเข็มหรือถ้วยตวงยาที่มีขีดบอกปริมาณ เพราะการกะด้วยฝาขวดคลาดเคลื่อนได้มาก ขนาดฝาแต่ละยี่ห้อไม่เท่ากัน และฝาที่เปียกหรือเทไม่เต็มทำให้ปริมาณเปลี่ยนไปทุกครั้ง

แบ่งบ้านเป็นโซน แล้วจับคู่กับประเภทงานบนฉลาก

วิธีที่ช่วยให้ผสมถูกทุกครั้งคือ อย่าคิดเป็นห้อง แต่คิดเป็น "ระดับการปนเปื้อน" และ "ลักษณะการใช้งานของพื้นผิว" แล้วจับคู่แต่ละโซนกับประเภทงานที่ฉลากระบุ หลักการทั่วไปของน้ำยาฆ่าเชื้อแบบหัวเชื้อคือ งานที่ปนเปื้อนหนักหรือต้องการระดับการฆ่าเชื้อสูง ฉลากมักกำหนดอัตราที่เข้มข้นกว่า ขณะที่งานบำรุงรักษาประจำมักใช้อัตราที่เจือจางกว่า แต่ตัวเลขจริงของแต่ละงานต้องอ่านจากฉลาก Chemgene HLD4H ที่มากับขวดเท่านั้น

โซน 1: พื้นที่สัมผัสน้ำท่วมโดยตรงและปนเปื้อนหนัก

ได้แก่ พื้นชั้นล่าง ผนังส่วนล่างใต้เส้นคราบน้ำ ธรณีประตู ขอบบันไดขั้นล่าง โรงรถ ลานจอดรถ และรอบท่อระบายน้ำ พื้นที่เหล่านี้แช่น้ำที่ปนสิ่งปฏิกูลมาโดยตรง จึงควรล้างโคลนออกให้หมดก่อน แล้วใช้อัตราที่ฉลากกำหนดสำหรับงานฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อนหนัก ปล่อยให้สัมผัสครบเวลา และอาจทำซ้ำในวันถัดไปหากยังมีคนเดินนำโคลนเข้ามา

โซน 2: ห้องน้ำและจุดที่เกี่ยวกับสิ่งปฏิกูล

โถส้วม ฝารองนั่ง พื้นห้องน้ำ ร่องยาแนว อ่างล้างมือ และท่อระบายในห้องน้ำ ในช่วงน้ำท่วม ระบบบำบัดและบ่อเกรอะอาจย้อนกลับ ทำให้ห้องน้ำเป็นจุดปนเปื้อนสูงอีกจุดหนึ่ง ใช้อัตราตามฉลากสำหรับงานสุขภัณฑ์หรือพื้นที่ปนเปื้อนสูง และต้องไม่ใช้ร่วมหรือผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำชนิดอื่นในถังเดียวกัน

โซน 3: ครัวและพื้นผิวที่สัมผัสอาหาร

เคาน์เตอร์ โต๊ะเตรียมอาหาร โต๊ะลูกค้า ชั้นวางจาน ขาโต๊ะสแตนเลส ตู้แช่ และอ่างล้างจาน ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ Chemgene ไม่กัดกร่อนสแตนเลสและอะลูมิเนียม จึงเหมาะกับครัวที่มีโลหะเยอะ สิ่งที่ต้องตรวจบนฉลากเป็นพิเศษคืออัตราสำหรับพื้นผิวสัมผัสอาหาร และคำแนะนำว่าต้องล้างน้ำสะอาดตามหลังหรือไม่ อาหารและภาชนะที่ซึมน้ำซึ่งจมน้ำท่วมควรทิ้ง ไม่ใช่นำมาฆ่าเชื้อ

โซน 4: จุดสัมผัสบ่อย

ลูกบิด มือจับ สวิตช์ไฟ ราวบันได รีโมต ปุ่มลิฟต์ในอาคารชุด เครื่องคิดเงิน และหน้าจอสัมผัสที่ผู้ผลิตอนุญาตให้เช็ดด้วยน้ำยา จุดเหล่านี้ไม่ได้จมน้ำ แต่ถูกมือที่เพิ่งจับโคลนสัมผัสวันละหลายสิบครั้ง โดยทั่วไปเป็นงานบำรุงรักษาที่ทำซ้ำบ่อย ให้ใช้อัตราตามฉลากสำหรับงานพื้นผิวทั่วไป และฉีดลงผ้าก่อนเช็ดแทนการฉีดตรงลงบนอุปกรณ์ไฟฟ้า

โซน 5: พื้นที่ของเด็ก ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยง

มุมเล่นของเด็ก ของเล่นพลาสติก โครงเตียง ราวจับของผู้สูงอายุ ชามและกรงสัตว์เลี้ยง พื้นที่นี้ต้องบาลานซ์ระหว่างการฆ่าเชื้อให้ได้ผลกับการลดสารตกค้าง หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยงเมื่อใช้ตามคำแนะนำ ให้ใช้อัตราตามฉลากสำหรับงานประเภทนั้น ทำตามคำแนะนำเรื่องการล้างซ้ำ และให้พื้นผิวแห้งสนิทก่อนให้เด็กหรือสัตว์เลี้ยงกลับเข้าพื้นที่

โซน 6: อุปกรณ์ทำความสะอาดและของที่ใช้ลุยน้ำ

รองเท้าบูท ถังน้ำ แปรง ไม้ถูพื้น ที่ตักโคลน และถุงมือยางที่ใช้ซ้ำ อุปกรณ์เหล่านี้สัมผัสโคลนโดยตรงทุกวัน ถ้าไม่ฆ่าเชื้อ ก็จะพาเชื้อจากโซน 1 ไปยังโซนอื่น ล้างให้สะอาดแล้วแช่หรือฉีดด้วยอัตราตามฉลาก ตากให้แห้งก่อนเก็บ

ตารางงานของคุณเอง: เติมตัวเลขจากฉลาก

โซนตัวอย่างพื้นที่อัตราตามฉลากเวลาสัมผัสตามฉลากความถี่ช่วงฟื้นฟู
1พื้นชั้นล่าง ผนังส่วนล่าง โรงรถ1 : ________ นาทีหลังล้างโคลนทุกครั้ง
2ห้องน้ำ สุขภัณฑ์1 : ________ นาทีวันละครั้งหรือตามสภาพ
3ครัว โต๊ะอาหาร1 : ________ นาทีก่อนและหลังใช้งาน
4ลูกบิด สวิตช์ ราวบันได1 : ________ นาทีวันละหลายครั้ง
5ของเล่น เตียง ชามสัตว์เลี้ยง1 : ________ นาทีตามการใช้งาน
6บูท ถัง แปรง ไม้ถูพื้น1 : ________ นาทีทุกครั้งหลังใช้

พิมพ์ตารางนี้ เติมตัวเลขจากฉลาก แล้วติดไว้ข้างจุดผสมน้ำยา ทุกคนในบ้านหรือพนักงานในร้านจะผสมได้เหมือนกันทุกครั้ง หากฉลากไม่ชัดหรือไม่แน่ใจว่างานไหนเข้าประเภทใด สอบถามทีมงาน WHD ได้ที่โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ก่อนเริ่มงาน

ผลกระทบเมื่อผสมผิดอัตราในช่วงฟื้นฟู

สุขภาพ: ถ้าเจือจางเกินไป เชื้อที่มากับน้ำท่วมอาจยังอยู่บนพื้นผิวที่ทุกคนคิดว่าปลอดภัยแล้ว ถ้าเข้มข้นเกินไป ผู้ที่ไวต่อสารเคมี เช่น ผู้ป่วยหอบหืดหรือภูมิแพ้ อาจระคายเคืองได้ง่ายขึ้น

เงิน: หัวเชื้อที่ควรใช้ได้หลายสัปดาห์อาจหมดในไม่กี่วัน เพราะเทเกินทุกถัง ในช่วงที่ค่าใช้จ่ายซ่อมบ้านสูงอยู่แล้ว การประหยัดน้ำยาด้วยการตวงให้ถูกเป็นการลดต้นทุนที่ง่ายที่สุด

เวลา: สารละลายเข้มข้นเกินมักทิ้งคราบ ต้องถูน้ำเปล่าซ้ำ ส่วนสารละลายเจือจางเกินทำให้ไม่มั่นใจ ต้องทำซ้ำอีกรอบ ทั้งสองทางล้วนเสียเวลา

ธุรกิจ: สำหรับร้านอาหารแบบร้านของคุณเล็ก การมีขั้นตอนฆ่าเชื้อที่ชัดเจนและทำซ้ำได้ ช่วยให้กลับมาเปิดร้านได้อย่างมั่นใจ และอธิบายลูกค้าได้ว่าร้านจัดการความสะอาดอย่างไร

ครอบครัว: เมื่อทุกคนผสมแบบเดียวกัน ความขัดแย้งเล็ก ๆ ว่าใครผสมผิดหรือถูกก็หายไป ความเหนื่อยล้าหลังน้ำท่วมทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ง่าย ระบบที่ชัดเจนช่วยลดภาระทางใจ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาผสมน้ำยาหลังน้ำท่วม

  • ใช้ฝาขวดหรือ "หนึ่งรอบมือ" แทนการตวง ทำให้ความเข้มข้นต่างกันทุกถัง
  • ใช้น้ำที่ไม่สะอาดผสม เช่น น้ำที่รองไว้ระหว่างน้ำท่วมหรือน้ำในถังที่เพิ่งล้างโคลน สารอินทรีย์ในน้ำจะลดประสิทธิภาพของน้ำยาตั้งแต่ยังไม่ได้ใช้ ควรใช้น้ำประปาสะอาด
  • เทหัวเชื้อลงถังเปล่าก่อนแล้วเติมน้ำแรง ๆ ทำให้เกิดฟองหรือกระเด็น ควรเติมน้ำก่อนแล้วค่อยเติมหัวเชื้อ จากนั้นคนเบา ๆ
  • ผสมกับผงซักฟอกหรือน้ำยาอื่นในถังเดียวกัน ห้ามผสมกับสารอื่นใด ให้ล้างด้วยผงซักฟอกก่อน ล้างน้ำเปล่า แล้วจึงใช้น้ำยาฆ่าเชื้อแยกถัง
  • ใช้ขวดเก่าของสารเคมีอื่น สารตกค้างในขวดอาจทำปฏิกิริยาหรือทำให้สับสน ใช้ขวดสเปรย์ใหม่หรือขวดที่ล้างสะอาดแล้ว และติดป้ายชัดเจน
  • ไม่ติดป้ายบนขวดที่ผสมแล้ว สองวันต่อมาไม่มีใครรู้ว่าขวดไหนอัตราเท่าไรและผสมเมื่อไร
  • ผสมไว้มากเกินใช้ในวันนั้น หากฉลากไม่ได้ระบุอายุของสารละลายที่ผสมแล้ว ให้ผสมเท่าที่จะใช้หมดในวันเดียว
  • ฉีดบนโคลน ต่อให้ผสมถูกเป๊ะ ถ้าพื้นยังมีโคลน น้ำยาก็ทำงานได้ไม่เต็มที่

รู้จัก Chemgene HLD4H ก่อนผสม

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงเกรดการแพทย์ ผลิตในประเทศอังกฤษ ระบุการออกฤทธิ์ต่อแบคทีเรีย เชื้อราและราดำ ไมโคแบคทีเรีย ซัลโมเนลลา และไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่ H1N1 อาร์เอสวี โนโรไวรัส ไวรัสโรคมือเท้าปาก และ SARS-CoV-2 หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าฆ่าเชื้อได้ภายใน 1 นาที มีประสิทธิภาพ 99.85% ต่อเชื้อโควิด-19 และปกป้องพื้นผิวต่อเนื่องได้สูงสุด 14 วัน

ผลิตภัณฑ์ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ไม่กัดกร่อนสแตนเลส อะลูมิเนียม ยาง พลาสติก และไฟเบอร์กลาส ระบุว่าปลอดภัยต่อคน สัตว์เลี้ยง และอุปกรณ์การแพทย์เมื่อใช้ตามคำแนะนำ มีการทดสอบหรือรับรองจากมหาวิทยาลัยมหิดล NHS England ISO 9001:2015 ISO 13485 SGS Intertek เครื่องหมาย CE และมาตรฐาน EN 13727, EN 14348, EN 13624, EN 14476 ใช้งานในโรงพยาบาล คลินิก ห้องปฏิบัติการ โรงเรียน สำนักงาน สนามบิน บ้าน และสถานดูแลผู้สูงอายุและเด็ก

ความที่เจือจางได้กว้างตั้งแต่ 1:30 ถึง 1:200 ทำให้หัวเชื้อขวดเดียวรองรับงานได้หลายประเภท ตั้งแต่พื้นที่ปนเปื้อนหนักไปจนถึงการเช็ดจุดสัมผัสประจำวัน เงื่อนไขเดียวคือต้องตวงให้ตรงกับประเภทงานตามฉลาก

ขั้นตอนผสมและใช้งานแบบมาตรฐาน

  1. สวมถุงมือ รองเท้าบูท และแว่นตาหรือหน้ากากเมื่อผสมปริมาณมาก เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท
  2. ล้างพื้นผิวให้หมดโคลนด้วยน้ำผสมผงซักฟอก แล้วล้างน้ำเปล่า
  3. เปิดฉลาก ดูประเภทงานที่ตรงกับโซนที่จะทำ และจดอัตรากับเวลาสัมผัส
  4. เติมน้ำประปาสะอาดลงภาชนะที่มีขีดบอกปริมาตรก่อน
  5. ตวงหัวเชื้อด้วยถ้วยตวงหรือกระบอกฉีดยาไม่มีเข็มตามตารางคำนวณ แล้วเทลงในน้ำ คนเบา ๆ
  6. ติดป้ายบนขวดหรือถัง เขียนอัตรา โซนที่ใช้ และวันที่ผสม
  7. ฉีดหรือเช็ดให้พื้นผิวเปียกทั่ว ทิ้งไว้ครบเวลาสัมผัสตามฉลาก แล้วปล่อยให้แห้งหรือเช็ดตามคำแนะนำ
  8. ล้างอุปกรณ์ ล้างมือ และเก็บหัวเชื้อปิดฝาสนิทในที่สูง พ้นมือเด็ก

10 เหตุผลที่การเจือจาง Chemgene ให้ถูกอัตราคุ้มค่ากว่าที่คิด

  1. ได้ผลตามที่ผู้ผลิตทดสอบไว้ เพราะใช้ความเข้มข้นเดียวกับที่ระบุบนฉลาก
  2. หัวเชื้อใช้ได้นานขึ้น การตวงแม่นยำช่วยไม่ให้สิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น
  3. ขวดเดียวครอบคลุมหลายงาน Chemgene HLD4H เจือจางได้ตั้งแต่ 1:30 ถึง 1:200 ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
  4. ลดคราบและความลื่น บนพื้นกระเบื้องและโต๊ะ ไม่ต้องถูซ้ำ
  5. ถนอมวัสดุ ร่วมกับคุณสมบัติไม่กัดกร่อนสแตนเลส อะลูมิเนียม ยาง และพลาสติก
  6. ปลอดภัยต่อคนในบ้านมากขึ้น เมื่อไม่มีสารตกค้างเกินจำเป็น โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ
  7. ทุกคนผสมได้เหมือนกัน ด้วยตารางที่ติดไว้ข้างจุดผสม ลดความผิดพลาดจากหลายมือ
  8. ตรวจสอบย้อนหลังได้ ป้ายบนขวดบอกอัตราและวันที่ ช่วยให้รู้ว่าควรผสมใหม่เมื่อไร
  9. เหมาะกับร้านค้าและธุรกิจ ที่ต้องการขั้นตอนมาตรฐานก่อนกลับมาเปิดบริการ ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์
  10. ใช้ฤทธิ์ปกป้องต่อเนื่องได้เต็มที่ หน้าผลิตภัณฑ์ระบุการปกป้องพื้นผิวได้สูงสุด 14 วัน เมื่อใช้ถูกวิธีบนพื้นผิวที่สะอาด

ก่อนและหลังการวางระบบผสมน้ำยา

ก่อน

  • กะหัวเชื้อด้วยฝาขวด ทุกถังเข้มข้นไม่เท่ากัน
  • ใช้อัตราเดียวทั้งบ้าน ไม่แยกพื้นที่
  • ขวดสเปรย์ไม่มีป้าย จำไม่ได้ว่าผสมเมื่อไร
  • พื้นลื่นเป็นคราบ ต้องถูซ้ำ
  • หัวเชื้อหมดเร็วกว่าที่วางแผน

หลัง

  • ตวงด้วยถ้วยตวงหรือกระบอกฉีดยาไม่มีเข็มทุกครั้ง
  • แบ่งหกโซน จับคู่กับประเภทงานบนฉลาก
  • ทุกขวดมีป้ายบอกอัตรา โซน และวันที่
  • พื้นแห้งสะอาด ไม่มีคราบเหนียว
  • วางแผนปริมาณหัวเชื้อได้แม่นยำขึ้น

กรณีตัวอย่าง: ร้านก๋วยเตี๋ยวที่กลับมาเปิดพร้อมระบบผสมน้ำยา

กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์จำลองเพื่ออธิบาย ไม่ใช่คำรับรองของลูกค้าจริง)

กลับมาที่ร้านของคุณเล็ก หลังจากผสมแบบกะด้วยสายตาไปสองวัน ลูกสาวของเธอโทรสอบถามทีมงานเรื่องอัตราเจือจาง แล้วช่วยแม่ทำตารางหกโซนตามฉลากและพิมพ์ติดไว้ข้างอ่างล้างมือหลังร้าน ซื้อถ้วยตวงยาพลาสติกกับกระบอกฉีดยาไม่มีเข็มมาไว้สองชุด แยกขวดสเปรย์เป็นสามขวดติดป้ายสีต่างกัน ขวดหนึ่งสำหรับพื้นและห้องน้ำ ขวดหนึ่งสำหรับโต๊ะลูกค้าและเคาน์เตอร์ อีกขวดสำหรับจุดสัมผัสบ่อยอย่างมือจับตู้แช่และลิ้นชักเก็บเงิน

ทุกเช้าก่อนเปิดร้าน ลูกชายจะล้างพื้นหน้าร้านที่มีคนเดินนำโคลนจากถนนเข้ามา แล้วฆ่าเชื้อด้วยถังที่ผสมตามตาราง ส่วนคุณเล็กเช็ดโต๊ะลูกค้าด้วยขวดที่ผสมสำหรับพื้นผิวสัมผัสอาหาร และทำตามคำแนะนำบนฉลากเรื่องการล้างซ้ำ เธอพบว่าหัวเชื้อที่เหลืออยู่พอใช้ได้นานกว่าที่คาดไว้มาก พื้นไม่ลื่นเป็นคราบเหมือนช่วงแรก และเมื่อลูกค้าประจำถามว่าร้านทำความสะอาดอย่างไรหลังน้ำท่วม เธอก็อธิบายได้อย่างมั่นใจ

ช่วงเดียวกัน คุณเล็กยังคอยสังเกตอาการของตัวเองและลูกชายที่ลุยน้ำหลายวัน และตั้งใจว่าหากใครมีไข้หรือปวดน่องจะรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะรู้ดีว่าน้ำยาฆ่าเชื้อดูแลพื้นผิว ไม่ได้ดูแลร่างกาย

เช็กลิสต์ก่อนและหลังผสมน้ำยา

ก่อนผสม

  • อ่านฉลากครบทุกส่วน รวมถึงคำเตือนและการปฐมพยาบาล
  • เตรียมถ้วยตวง กระบอกฉีดยาไม่มีเข็ม ภาชนะมีขีดปริมาตร และขวดสเปรย์ใหม่
  • เตรียมน้ำประปาสะอาด ไม่ใช้น้ำที่รองไว้ช่วงน้ำท่วม
  • ล้างโคลนในพื้นที่ที่จะฆ่าเชื้อให้หมด
  • สวมถุงมือและรองเท้าบูท เปิดหน้าต่าง

หลังผสมและใช้งาน

  • ติดป้ายอัตรา โซน และวันที่บนทุกขวด
  • เก็บหัวเชื้อปิดฝาสนิท ไว้ในที่ร่ม พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • ทำให้บ้านแห้งโดยเร็ว ตามคำแนะนำทั่วไปของ CDC ที่ให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเพื่อจำกัดเชื้อรา
  • ถ้ามีกลิ่นอับหรือกลิ่นสีและทินเนอร์หลังซ่อมแซมบ้าน พิจารณาบริการ อบโอโซนกำจัดกลิ่นและสารเคมีตกค้าง ซึ่งต้องทำในพื้นที่ปิดที่ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้
  • สังเกตอาการสมาชิกในบ้าน หากมีไข้ ปวดน่อง ท้องร่วง หรือแผลอักเสบ ให้ไปพบแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: อัตรา 1:30 กับ 1:200 ต่างกันอย่างไร

ตอบ: 1:30 เข้มข้นกว่า 1:200 มาก ตัวเลขหลังเครื่องหมายยิ่งน้อยยิ่งเข้มข้น อัตราที่จะใช้กับงานใดต้องดูตามฉลาก

ถาม: ใช้ฝาขวดตวงได้ไหม

ตอบ: ไม่แนะนำ ขนาดฝาไม่แน่นอนและเทไม่เต็มได้ง่าย ใช้ถ้วยตวงหรือกระบอกฉีดยาไม่มีเข็มที่มีขีดบอกปริมาณจะแม่นยำกว่า

ถาม: ใช้น้ำอุ่นผสมได้ไหม

ตอบ: ให้ทำตามคำแนะนำบนฉลาก หากฉลากไม่ได้ระบุ ใช้น้ำประปาสะอาดที่อุณหภูมิห้องเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย

ถาม: ผสมแล้วเก็บไว้ใช้วันพรุ่งนี้ได้ไหม

ตอบ: ตรวจดูฉลากว่าระบุอายุของสารละลายที่ผสมแล้วหรือไม่ ถ้าไม่ระบุ ผสมเท่าที่ใช้หมดในวันนั้นและติดป้ายวันที่ทุกครั้ง

ถาม: ฉีดบนโต๊ะอาหารแล้วต้องล้างน้ำตามไหม

ตอบ: ทำตามคำแนะนำสำหรับพื้นผิวสัมผัสอาหารบนฉลากอย่างเคร่งครัด หากไม่แน่ใจ สอบถาม WHD ก่อนใช้

ถาม: ถ้าผสมเข้มข้นเกินโดยไม่ตั้งใจควรทำอย่างไร

ตอบ: เติมน้ำสะอาดเพื่อปรับให้เป็นอัตราที่ถูกต้องตามการคำนวณ หากเปื้อนผิวหรือเข้าตาให้ปฏิบัติตามคำแนะนำปฐมพยาบาลบนฉลาก และพบแพทย์หากมีอาการ

ถาม: สอบถามอัตราที่เหมาะกับร้านหรือบ้านของฉันได้ที่ไหน

ตอบ: ติดต่อ WHD โทร 065-556-6294 LINE @whd268 หรือดูรายละเอียดที่หน้าผลิตภัณฑ์

ผสมถูกอัตรา ฆ่าเชื้อได้ตามมาตรฐาน คุ้มค่าทุกหยด

Chemgene HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ เจือจางได้ตั้งแต่ 1:30 ถึง 1:200 ตามฉลาก

สั่งซื้อ Chemgene HLD4H

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

#Chemgene #น้ำยาฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ #น้ำท่วมกทม2569 #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อัตราเจือจางน้ำยาฆ่าเชื้อ #วิธีผสมน้ำยาฆ่าเชื้อ

คำค้นหา: อัตราเจือจาง Chemgene, วิธีผสมน้ำยาฆ่าเชื้อ, Chemgene HLD4H ผสมน้ำ, อัตราส่วนน้ำยาฆ่าเชื้อ 1:50, น้ำยาฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, ฆ่าเชื้อร้านอาหารหลังน้ำท่วม, น้ำท่วม กทม. 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้