Last updated: 1 ต.ค. 2569 | 13 จำนวนผู้เข้าชม |
เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่เรื่องของหน่วยงานหรือบุคคลใดโดยเฉพาะ)
ตีสองของคืนวันที่ยี่สิบเจ็ดกันยายน ศูนย์อาสาสมัครกู้ภัยเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกยังเปิดไฟสว่าง พี่เอก หัวหน้าชุดวัยสี่สิบห้าปี นั่งพิงล้อรถกระบะที่ยังมีคราบโคลนเกาะถึงบังโคลน เขาและทีมอีกแปดคนพายเรือท้องแบนเข้าออกซอยในย่านบึงกุ่มติดต่อกันมาสี่วัน ช่วยพาผู้สูงอายุที่ติดอยู่ในบ้านชั้นเดียว เด็กเล็ก และผู้ป่วยติดเตียงออกมายังจุดรับส่ง หลายเที่ยวต้องเดินลุยน้ำระดับเอวเพื่อลากเรือผ่านจุดที่สายไฟห้อยต่ำ
ที่มุมหนึ่งของลานจอดรถ มีเสื้อชูชีพสีส้มกองสูงเกือบถึงเข่า ทุกตัวเปียกน้ำขุ่น บางตัวมีเศษใบไม้และคราบสีดำติดอยู่ที่สายรัด ข้าง ๆ กันคือเปลสนามสองตัว ไม้กระดานรองหลัง เชือกโยน ถุงมือยางที่ถอดทิ้งไว้ และวิทยุสื่อสารสามเครื่องที่วางรวมกันบนโต๊ะพับ กลิ่นที่ลอยออกมาจากกองอุปกรณ์เป็นกลิ่นผสมระหว่างน้ำครำ น้ำมันเครื่อง และกลิ่นเหม็นอับของผ้าที่เปียกนานเกินไป
น้องบอล อาสาสมัครอายุยี่สิบสองปี เดินมาบอกพี่เอกว่าแผลถลอกที่หน้าแข้งจากการถูกขอบรั้วบาดเมื่อวานเริ่มบวมแดงและร้อน พี่เอกส่งเขาไปพบแพทย์ทันที แต่คำถามที่ค้างอยู่ในใจคือ อีกห้าชั่วโมงชุดเช้าจะมารับเวร พวกเขาจะต้องสวมเสื้อชูชีพตัวเดียวกันนี้ ใช้เปลตัวเดียวกันนี้ยกคุณยายวัยแปดสิบจากบ้านหลังถัดไป และนั่งในห้องโดยสารรถคันเดียวกันที่ทุกคนจับพวงมาลัย มือจับประตู และไมโครโฟนวิทยุด้วยมือที่เพิ่งจุ่มน้ำท่วมมา
"ฉีดน้ำล้างก็พอมั้ยพี่" ใครคนหนึ่งถาม พี่เอกส่ายหัว เขาเคยเห็นมาตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ว่าอุปกรณ์ที่ล้างแค่น้ำเปล่าแล้วตากไว้ในร่ม มักจะมีกลิ่นกลับมาภายในสองวัน และไม่มีใครรู้จริง ๆ ว่ามีอะไรติดอยู่บนผิวที่มองไม่เห็นบ้าง บทความนี้เขียนขึ้นสำหรับทีมอย่างพี่เอก คือคนที่ดูแลคนอื่นมาตลอดหลายวัน และถึงเวลาที่ต้องดูแลอุปกรณ์และเพื่อนร่วมทีมให้ปลอดภัยด้วย
ตามรายงานข่าว ช่วงวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่องราว 300 มิลลิเมตรภายในประมาณ 48 ชั่วโมง จนเกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ วันที่ 26 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย โดยกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกได้รับผลกระทบหนักที่สุด มีการกล่าวถึงพื้นที่อย่างคลองจั่นและบึงกุ่ม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ระบุว่าคลองต่าง ๆ เต็มความจุ และการระบายน้ำจะใช้เวลาราวสองถึงสามวันหลังฝนหยุด รายงานข่าวยังระบุถึงความสูญเสียชีวิตที่น่าเศร้า ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจว่างานกู้ภัยในน้ำท่วมเมืองมีความเสี่ยงสูงทั้งจากไฟฟ้าและกระแสน้ำ
ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน ถนนบางสาย เช่น ศรีบูรพา และลาดพร้าว ยังมีน้ำท่วมขังประมาณ 20 ถึง 40 เซนติเมตร สื่อไทยหลายสำนักเปรียบเทียบเหตุการณ์ครั้งนี้กับน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 และรายงานทางธุรกิจฉบับหนึ่งอ้างอิงประมาณการของหอการค้าไทยว่าความเสียหายอาจอยู่ที่ราว 12,300 ล้านบาท
สำหรับอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่กู้ภัย ตัวเลขเหล่านี้หมายถึงการทำงานต่อเนื่องหลายวัน การใช้อุปกรณ์ชุดเดิมซ้ำวนไปมาระหว่างผู้ประสบภัยหลายสิบหลายร้อยคน และการกลับบ้านไปหาครอบครัวทุกคืนพร้อมรองเท้าบูทและเสื้อผ้าที่จุ่มน้ำท่วมมาตลอดวัน ช่วงที่น้ำเริ่มลดจึงเป็นช่วงสำคัญที่สุดในการ "รีเซ็ต" อุปกรณ์ทั้งหมดให้กลับมาปลอดภัยก่อนจะถูกเก็บเข้าคลังหรือส่งต่อไปใช้ในพื้นที่อื่น
น้ำท่วมในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ไม่ใช่น้ำฝนสะอาด เมื่อคลองเต็มและท่อระบายน้ำล้น น้ำฝนจะผสมกับน้ำเสียจากบ่อเกรอะ ท่อน้ำทิ้ง ขยะ ซากสัตว์ ปัสสาวะของหนูและสัตว์อื่น ๆ รวมถึงน้ำมันเชื้อเพลิงจากรถที่จมน้ำ ทุกครั้งที่เรือแล่นผ่าน ทุกครั้งที่เชือกถูกโยนลงน้ำ และทุกครั้งที่เปลถูกวางลงบนพื้นที่เปียก อุปกรณ์จะถูกเคลือบด้วยฟิล์มบาง ๆ ของน้ำปนเปื้อนนี้ เมื่อแห้งลง สิ่งที่เหลืออยู่คือคราบโคลนและสารอินทรีย์ที่เป็นที่อยู่อาศัยชั้นดีของจุลินทรีย์
กลุ่มแรกคือตัวอาสาสมัครเอง โดยเฉพาะคนที่มีบาดแผล ทำงานต่อเนื่องจนพักผ่อนไม่พอ หรือมีโรคประจำตัวอย่างเบาหวานซึ่งทำให้แผลหายช้า กลุ่มที่สองคือผู้ประสบภัยที่ทีมพาออกมา ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคเรื้อรังหรือภูมิคุ้มกันต่ำ คนกลุ่มนี้สัมผัสเปล เบาะรถ และเสื้อชูชีพโดยตรง และร่างกายรับมือกับเชื้อได้น้อยกว่าคนทั่วไป กลุ่มที่สามที่มักถูกลืมคือครอบครัวของอาสาสมัครที่บ้าน เพราะเชื้อเดินทางกลับไปพร้อมรองเท้า กระเป๋า และเสื้อผ้าทุกคืน
กลุ่มพื้นผิวแข็งไม่ดูดซับ เช่น ตัวเรืออะลูมิเนียมหรือไฟเบอร์กลาส ไม้พาย หมวกนิรภัย เปลสนาม ไม้กระดานรองหลัง ถังพลาสติก กลุ่มนี้ล้างและฆ่าเชื้อได้ค่อนข้างตรงไปตรงมา กลุ่มวัสดุนุ่มหรือมีรูพรุน เช่น เสื้อชูชีพ สายรัด เชือก ถุงมือผ้า ผ้าใบคลุม กลุ่มนี้กักน้ำและโคลนไว้ข้างในได้ ต้องล้างให้ทั่ว ฆ่าเชื้อ และตากให้แห้งสนิท กลุ่มห้องโดยสารและตัวรถ เช่น พวงมาลัย คันเกียร์ มือจับประตู เบาะ เข็มขัดนิรภัย พื้นกระบะ และห้องพยาบาลด้านหลังของรถกู้ภัย กลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น วิทยุสื่อสาร ไฟฉาย โทรศัพท์ และไฟฉุกเฉิน กลุ่มนี้ห้ามแช่น้ำ ต้องเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำยาที่บิดหมาดและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตอุปกรณ์
ด้านสุขภาพ อาสาสมัครหนึ่งคนที่ป่วยด้วยท้องร่วงหรือแผลติดเชื้อ หมายถึงกำลังคนที่หายไปในช่วงเวลาที่ต้องการมากที่สุด และถ้าเชื้อแพร่ในทีม ศูนย์ทั้งศูนย์อาจต้องลดจำนวนเวรลง ขณะที่ผู้ประสบภัยกลุ่มเปราะบางอาจได้รับเชื้อเพิ่มจากอุปกรณ์ที่ควรจะช่วยชีวิตพวกเขา
ด้านค่าใช้จ่าย อุปกรณ์กู้ภัยหลายชิ้นมีราคาสูงและหาซื้อทดแทนยากในช่วงวิกฤต เสื้อชูชีพที่ขึ้นราจนมีกลิ่นติดถาวรมักถูกทิ้ง เปลที่ข้อต่อเป็นสนิมเพราะใช้น้ำยาผิดประเภทอาจใช้งานได้ไม่ปลอดภัย การดูแลอย่างถูกวิธีตั้งแต่วันนี้จึงเป็นการประหยัดงบประมาณของมูลนิธิหรือหน่วยงานในระยะยาว
ด้านเวลา หากต้องหยุดใช้รถหนึ่งคันเพื่อส่งเข้าศูนย์บริการทำความสะอาดภายในทั้งหมด หรือรอให้เสื้อชูชีพที่เปียกแห้งเป็นสัปดาห์ นั่นคือเวลาที่หน่วยไม่พร้อมออกปฏิบัติการ ทั้งที่ฝนอาจกลับมาตกหนักได้อีกในช่วงปลายฤดู
ด้านความน่าเชื่อถือ ประชาชนฝากชีวิตไว้กับทีมกู้ภัย ภาพของเปลที่มีคราบโคลน หรือห้องโดยสารที่มีกลิ่นเหม็นอับ ทำลายความมั่นใจโดยไม่จำเป็น ในยุคที่ภาพทุกภาพถูกโพสต์ลงสื่อสังคมออนไลน์ มาตรฐานสุขอนามัยของหน่วยกู้ภัยคือภาพลักษณ์ขององค์กร
ด้านครอบครัว หลายคนเป็นอาสาสมัครควบคู่กับงานประจำ และกลับบ้านไปหาลูกเล็กหรือพ่อแม่สูงอายุทุกคืน รองเท้าบูทที่ไม่ได้ล้าง กระเป๋าที่วางบนพื้นศูนย์ หรือเสื้อที่ใส่ทั้งวัน อาจพาเชื้อกลับเข้าบ้านโดยไม่รู้ตัว
ฉีดน้ำเปล่าแล้วจบ น้ำแรงดันสูงช่วยไล่โคลนได้ดี และเป็นขั้นตอนแรกที่จำเป็น แต่น้ำเปล่าไม่ได้ฆ่าเชื้อ เชื้อที่เกาะอยู่ตามรอยต่อ ตะเข็บ และผิวที่มีรอยขีดข่วนยังคงอยู่ และการฉีดน้ำแรงในที่แคบอาจทำให้ละอองน้ำสกปรกฟุ้งกระจายถึงตัวผู้ล้างเอง
ใช้น้ำยาซักผ้าขาวกับทุกอย่าง สารฟอกขาวเป็นสารฆ่าเชื้อที่หาง่ายและมีประโยชน์ในบางสถานการณ์ แต่มีข้อจำกัดชัดเจนสำหรับอุปกรณ์กู้ภัย คือกัดกร่อนโลหะ ทำให้ข้อต่ออะลูมิเนียมและสปริงเป็นสนิมหรือหมองเร็ว ทำให้ยางและผ้าไนลอนของสายรัดเปราะ ซีดจาง และอ่อนแรงลง ซึ่งอันตรายมากสำหรับเสื้อชูชีพและเชือกที่ต้องรับน้ำหนัก ไอระเหยในห้องโดยสารที่ปิดทึบยังระคายเคืองตาและทางเดินหายใจ และหากผสมกับน้ำยาทำความสะอาดชนิดอื่นโดยไม่ตั้งใจ อาจเกิดก๊าซอันตรายได้
ฉีดแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์เหมาะกับมือและพื้นที่เล็ก ๆ แต่ระเหยเร็วจนอาจสัมผัสพื้นผิวไม่นานพอ ติดไฟง่ายซึ่งเสี่ยงเมื่อใช้ใกล้เครื่องยนต์ แบตเตอรี่ หรือไฟฉุกเฉิน และไม่คุ้มค่าเมื่อต้องใช้กับเรือหรือพื้นรถทั้งคัน
พ่นน้ำยาบนพื้นผิวที่ยังมีโคลน นี่คือความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด สารอินทรีย์ในโคลนจะ "ดูดซับ" หรือทำปฏิกิริยากับน้ำยาฆ่าเชื้อจำนวนมาก ทำให้ประสิทธิภาพลดลง น้ำยาที่ดีที่สุดก็ทำงานได้ไม่เต็มที่หากไม่ได้ล้างคราบออกก่อน
ตากแดดอย่างเดียว หรือฉีดสเปรย์ปรับอากาศ แสงแดดช่วยให้แห้งและลดเชื้อบางส่วน แต่ไม่ทั่วถึงด้านในของโฟมเสื้อชูชีพหรือใต้เบาะรถ ส่วนสเปรย์ปรับอากาศเพียงกลบกลิ่น ไม่ได้จัดการที่ต้นเหตุ
ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงเกรดการแพทย์ ผลิตในประเทศอังกฤษ ระบุประสิทธิภาพต่อแบคทีเรีย เชื้อรา มัยโคแบคทีเรีย ซัลโมเนลลา และไวรัสหลายชนิด รวมถึงไข้หวัดใหญ่ H1N1 อาร์เอสวี โนโรไวรัส ไวรัสโรคมือ เท้า ปาก และ SARS-CoV-2 หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าฆ่าเชื้อได้ภายใน 1 นาที มีประสิทธิภาพ 99.85% ต่อเชื้อโควิด-19 และมีการปกป้องพื้นผิวต่อเนื่องได้นานสูงสุด 14 วัน
สิ่งที่ทำให้ Chemgene เหมาะกับงานกู้ภัยเป็นพิเศษคือคุณสมบัติด้านวัสดุ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ น้ำยาไม่กัดกร่อนสเตนเลส อะลูมิเนียม ยาง พลาสติก และไฟเบอร์กลาส ซึ่งเป็นวัสดุหลักของเรือ เปล หมวกนิรภัย และชิ้นส่วนในรถกู้ภัย อีกทั้งย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และหน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าปลอดภัยต่อคน สัตว์เลี้ยง และอุปกรณ์การแพทย์เมื่อใช้ตามคำแนะนำ น้ำยาเข้มข้นหนึ่งแกลลอนเจือจางได้หลายระดับ ตั้งแต่ 1:30, 1:50, 1:60, 1:100 ไปจนถึง 1:200 ทำให้ทีมเลือกสัดส่วนให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงของแต่ละจุดตามที่ฉลากกำหนด และคุ้มค่าเมื่อต้องใช้ปริมาณมากกับอุปกรณ์หลายสิบชิ้น
ด้านการรับรอง หน้าผลิตภัณฑ์ระบุผลทดสอบและมาตรฐานจากมหาวิทยาลัยมหิดล NHS England, ISO 9001:2015, ISO 13485, SGS, Intertek, CE และมาตรฐานยุโรป EN 13727, EN 14348, EN 13624 และ EN 14476 และมีการใช้งานในโรงพยาบาล คลินิก ห้องปฏิบัติการ โรงเรียน สำนักงาน สนามบิน บ้านเรือน ไปจนถึงสถานดูแลผู้สูงอายุและเด็ก ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่ต้องการมาตรฐานสุขอนามัยใกล้เคียงกับงานกู้ภัยและการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
หลักสำคัญที่ต้องจำ: Chemgene ไม่ได้ป้องกันน้ำท่วม และไม่ใช่การรักษาทางการแพทย์ บทบาทของน้ำยาคือช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อจากพื้นผิวในช่วงฟื้นฟู โดยต้อง ขจัดโคลนและล้างทำความสะอาดก่อนเสมอ แล้วจึงใช้น้ำยาตามอัตราเจือจางและระยะเวลาสัมผัสที่ฉลากระบุ สวมถุงมือและรองเท้าบูท เปิดระบายอากาศ และปฏิบัติตามฉลากทุกครั้ง
แบ่งลานของศูนย์ออกเป็นสามโซนอย่างชัดเจน โซนแรกคือ "โซนสกปรก" สำหรับรับอุปกรณ์ที่กลับจากภาคสนาม โซนที่สองคือ "โซนล้างและฆ่าเชื้อ" ที่มีน้ำ แปรง ถังผงซักฟอก และถังน้ำยา Chemgene ที่เจือจางแล้ว โซนสุดท้ายคือ "โซนสะอาด" สำหรับตากแห้งและจัดเก็บ ใช้กรวยจราจรหรือเทปกั้นแบ่งเขต และกำหนดทิศทางให้อุปกรณ์เคลื่อนจากสกปรกไปสะอาดทางเดียว ไม่ย้อนกลับ วิธีนี้ป้องกันไม่ให้ของที่ล้างแล้วถูกวางปนกับของที่ยังไม่ได้ล้าง
ผู้ทำความสะอาดควรสวมถุงมือยางหนา รองเท้าบูท แว่นตาหรือหน้ากากกันกระเด็น และหน้ากากอนามัย ปิดบาดแผลทุกจุดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำก่อนเริ่มงาน หากมีแผลเปิดขนาดใหญ่ควรสลับไปทำหน้าที่อื่นที่ไม่ต้องสัมผัสน้ำสกปรก
ขูดโคลนก้อนใหญ่ออกก่อน แล้วฉีดน้ำแรงดันพอเหมาะในทิศทางลงพื้น หลีกเลี่ยงการฉีดเข้าหาตัวเองหรือเพื่อนร่วมทีม จากนั้นขัดด้วยแปรงและน้ำผสมผงซักฟอก โดยเน้นรอยต่อ ตะเข็บ หัวน็อต รูระบายน้ำของเรือ ขาเปล และหัวเข็มขัดของเสื้อชูชีพ ล้างน้ำสะอาดให้หมดฟอง เพราะคราบผงซักฟอกที่ค้างอาจรบกวนการทำงานของน้ำยาฆ่าเชื้อ
เจือจาง Chemgene HLD4H ตามอัตราที่ฉลากระบุสำหรับระดับการปนเปื้อน ใช้ถังพ่นแรงดันต่ำ ขวดสเปรย์ หรือผ้าชุบน้ำยา ทาหรือพ่นให้พื้นผิวเปียกทั่วถึง และปล่อยไว้ให้ครบระยะเวลาสัมผัสตามฉลาก ไม่เช็ดออกเร็วเกินไป สำหรับเสื้อชูชีพและสายรัด สามารถแช่ในอ่างน้ำยาที่เจือจางแล้วตามคำแนะนำ หรือพ่นให้ชุ่มทั้งด้านนอกและด้านใน ส่วนเชือกให้แช่และขยำให้น้ำยาซึมเข้าถึงแกนกลาง
แขวนเสื้อชูชีพและเชือกในที่มีลมโกรก เปลและไม้กระดานรองหลังวางตั้งให้น้ำไหลออก ตรวจหาความเสียหาย เช่น ผ้าฉีก โฟมแตก หัวเข็มขัดหัก ตะเข็บหลุด หรือรอยร้าวบนตัวเรือ อุปกรณ์ที่ชำรุดให้แยกออกพร้อมติดป้าย "ห้ามใช้" ทันที
เปิดประตูทุกบานเพื่อระบายอากาศ นำพรมยางออกไปล้างแยก ดูดฝุ่นหรือเก็บเศษโคลนจากพื้น เช็ดพื้นผิวที่สัมผัสบ่อยตามลำดับจากบนลงล่างและจากสะอาดไปสกปรก ได้แก่ เพดาน ราวจับ มือจับประตู พวงมาลัย คันเกียร์ เบรกมือ สวิตช์ไฟ หัวเข็มขัดนิรภัย คอนโซล และไมโครโฟนวิทยุ ใช้ผ้าชุบน้ำยาที่บิดหมาดกับพื้นผิวใกล้อุปกรณ์ไฟฟ้า ห้องพยาบาลด้านหลังให้เช็ดเตียงเคลื่อนย้าย ราวกั้น ชั้นวางอุปกรณ์ และพื้น ทิ้งไว้ตามระยะเวลาสัมผัส แล้วเปิดประตูให้แห้ง
วิทยุ ไฟฉาย และโทรศัพท์ ให้ปิดเครื่องก่อน เช็ดด้วยผ้าชุบน้ำยาบิดหมาด ไม่พ่นตรงเข้าช่องลำโพงหรือช่องชาร์จ และตรวจคำแนะนำของผู้ผลิตอุปกรณ์ทุกครั้ง หมวกนิรภัยให้ถอดสายรัดคางและแผ่นรองด้านในออกมาล้างแยก รองเท้าบูทให้ล้างพื้นรองเท้าด้วยแปรง แล้วพ่นน้ำยาทั้งด้านนอกและด้านในก่อนคว่ำตากให้แห้ง
จัดทำสมุดบันทึกง่าย ๆ ว่าอุปกรณ์ชิ้นใดถูกฆ่าเชื้อเมื่อไร โดยใคร ด้วยอัตราเจือจางเท่าไร วิธีนี้ช่วยให้หัวหน้าเวรรู้ทันทีว่าชุดไหนพร้อมใช้ และช่วยให้การส่งมอบอุปกรณ์ข้ามทีมหรือข้ามหน่วยงานมีมาตรฐานเดียวกัน
กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์จำลองเพื่ออธิบายการใช้งาน ไม่ใช่รีวิวที่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานใด)
ย้อนกลับไปที่ศูนย์ของพี่เอก หลังจากส่งน้องบอลไปพบแพทย์ พี่เอกตัดสินใจหยุดการปฏิบัติงานชุดเช้าไว้หนึ่งชั่วโมงเพื่อจัดระบบใหม่ ทีมใช้เทปกั้นแบ่งลานจอดรถเป็นสามโซน นำถังน้ำสีฟ้าสามใบมาตั้งเรียงกัน ใบแรกสำหรับแช่ล้างผงซักฟอก ใบที่สองสำหรับล้างน้ำสะอาด และใบที่สามใส่ Chemgene ที่เจือจางตามฉลาก
คุณนก อาสาสมัครที่ทำงานเป็นพยาบาลในชีวิตประจำวัน รับหน้าที่ดูแลโซนฆ่าเชื้อ เธออธิบายให้น้อง ๆ ฟังว่าทำไมต้องล้างโคลนให้หมดก่อน และทำไมต้องปล่อยให้น้ำยาสัมผัสพื้นผิวจนครบเวลา ทุกคนได้รับถุงมือยางและแว่นกันกระเด็น เสื้อชูชีพสี่สิบตัวถูกล้างและแขวนเรียงบนราวเชือกใต้หลังคา เปลสองตัวและไม้กระดานรองหลังถูกขัดทุกซอกมุมก่อนพ่นน้ำยา
รถกระบะและรถตู้กู้ภัยถูกเปิดประตูทุกบาน พรมยางถูกนำออกมาล้าง และคุณนกเช็ดจุดสัมผัสบ่อยในห้องโดยสารตามลำดับ ตั้งแต่ราวจับเพดานจนถึงหัวเข็มขัดนิรภัย วิทยุสื่อสารถูกปิดเครื่องแล้วเช็ดด้วยผ้าบิดหมาด ที่ประตูทางออกของศูนย์ มีการตั้งจุดล้างรองเท้าบูทและเจลล้างมือ พร้อมป้ายเตือนว่า "ก่อนกลับบ้าน ล้างรองเท้า ล้างมือ เปลี่ยนเสื้อ"
สองวันต่อมา เสื้อชูชีพไม่มีกลิ่นอับกลับมาอีก ทีมรู้ชัดว่าชุดไหนพร้อมใช้จากป้ายที่แขวนอยู่ และเมื่อหน่วยข้างเคียงขอยืมเรือหนึ่งลำ พี่เอกส่งมอบพร้อมบันทึกการฆ่าเชื้อ ซึ่งช่วยให้อีกฝ่ายมั่นใจขึ้นมาก ส่วนน้องบอลได้รับการรักษาแผลจากแพทย์และกลับมาทำหน้าที่ฝ่ายประสานงานระหว่างที่แผลยังไม่หาย
หากมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง ตาแดง ท้องร่วง อาเจียน หรือแผลบวมแดงร้อนเป็นหนอง ให้หยุดปฏิบัติงานและพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งว่าเคยลุยน้ำท่วม น้ำยาฆ่าเชื้อใช้สำหรับพื้นผิวและอุปกรณ์เท่านั้น ไม่ใช่การรักษาโรค ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องโรคที่มากับน้ำท่วมดูได้จากกรมควบคุมโรคและกรมอนามัย
ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ Chemgene ไม่กัดกร่อนยางและพลาสติก และเป็นน้ำยาที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ อย่างไรก็ตาม ควรล้างโคลนออกก่อน ใช้อัตราเจือจางตามฉลาก ทดสอบกับพื้นที่เล็ก ๆ หากเป็นวัสดุพิเศษ ตากให้แห้งสนิท และตรวจสภาพเสื้อชูชีพตามคำแนะนำของผู้ผลิตเสื้อชูชีพเสมอ
ให้ปฏิบัติตามฉลากเป็นหลัก สำหรับพื้นผิวที่อาจสัมผัสอาหาร หรือตามที่ฉลากกำหนดให้ล้างออก ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดหลังครบระยะเวลาสัมผัส สำหรับพื้นผิวทั่วไปของอุปกรณ์และรถ ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากและผู้จำหน่าย
ไม่ควร โคลนและสารอินทรีย์ทำให้น้ำยาฆ่าเชื้อทุกชนิดทำงานได้ไม่เต็มที่ ลำดับที่ถูกต้องคือขจัดโคลน ล้างด้วยผงซักฟอก ล้างน้ำ แล้วจึงฆ่าเชื้อ ลำดับนี้คือสิ่งที่ทำให้การฆ่าเชื้อได้ผลจริง
ได้ Chemgene เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าปลอดภัยต่ออุปกรณ์การแพทย์เมื่อใช้ตามคำแนะนำ และใช้ในโรงพยาบาลและคลินิก แต่สำหรับอุปกรณ์การแพทย์เฉพาะทาง ให้ตรวจสอบคำแนะนำของผู้ผลิตอุปกรณ์นั้นร่วมด้วย
ไม่ใช่ น้ำยาฆ่าเชื้อช่วยลดความเสี่ยงจากพื้นผิวอุปกรณ์ แต่การติดเชื้อฉี่หนูมักเกิดระหว่างลุยน้ำโดยตรง ทุกคนยังต้องปิดแผล สวมรองเท้าบูท ล้างตัวหลังลุยน้ำ และพบแพทย์ทันทีเมื่อมีไข้หรือปวดน่อง
อุปกรณ์ที่สัมผัสน้ำท่วมหรือผู้ประสบภัยโดยตรงควรล้างและฆ่าเชื้อทุกครั้งที่กลับถึงฐาน จุดสัมผัสบ่อยในรถควรเช็ดทุกครั้งที่เปลี่ยนเวร ส่วนพื้นที่ส่วนกลางของศูนย์อย่างโต๊ะ เก้าอี้ ห้องน้ำ ควรทำอย่างน้อยวันละครั้ง หรือบ่อยขึ้นเมื่อมีคนใช้มาก
ติดต่อ World Health Disinfection ได้ที่โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อสอบถามเรื่องผลิตภัณฑ์และ บริการฆ่าเชื้อ สำหรับอาคารและพื้นที่ขนาดใหญ่
เตรียม Chemgene HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ไว้ประจำฐานกู้ภัย ศูนย์อาสา และรถทุกคัน เพื่อให้ทีมพร้อมออกปฏิบัติงานรอบต่อไปอย่างมั่นใจ
สั่งซื้อ Chemgene HLD4H สำหรับทีมกู้ภัย
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | worldhealthdisinfection@gmail.com
#Chemgene #น้ำยาฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ #น้ำท่วมกทม2569 #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อาสาสมัครกู้ภัย #ฆ่าเชื้ออุปกรณ์กู้ภัย #ฆ่าเชื้อรถกู้ภัย
คำค้นหา: ฆ่าเชื้ออุปกรณ์กู้ภัยหลังน้ำท่วม, ฆ่าเชื้อรถกู้ภัย, ทำความสะอาดเสื้อชูชีพ, อาสาสมัครน้ำท่วม กทม., น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์, Chemgene HLD4H, น้ำท่วมกรุงเทพ 2569, ป้องกันโรคฉี่หนู