ฆ่าเชื้อรองเท้าบูท อุปกรณ์ขนโคลน และชุดอาสาสมัครหลังน้ำท่วม กทม. 2569: อย่าให้ความหวังดีพาเชื้อโรคกลับบ้าน

Last updated: 1 ต.ค. 2569  |  24 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ชุดฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

ฆ่าเชื้อรองเท้าบูท อุปกรณ์ขนโคลน และชุดอาสาสมัครหลังน้ำท่วม กทม. 2569: อย่าให้ความหวังดีพาเชื้อโรคกลับบ้าน

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวหรือประวัติผู้ป่วยรายใดรายหนึ่ง)

สามวันของการขนโคลน กับรองเท้าบูทคู่เดียวที่เปลี่ยนเท้ามาแล้วห้าคน

คุณโอ๊ต พนักงานออฟฟิศวัยยี่สิบเก้า ลางานสามวันเพื่อไปเป็นอาสาสมัครช่วยล้างบ้านในชุมชนแห่งหนึ่งฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ หลังน้ำเริ่มลดในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 กลุ่มของเขามีกันแปดคน รวมตัวที่ศาลาวัดซึ่งกลายเป็นศูนย์รับของบริจาค ที่นั่นมีรองเท้าบูทยางกองอยู่มุมหนึ่ง พลั่ว จอบ ถังน้ำ ไม้รีดน้ำ รถเข็นปูน และถุงมือยางที่ใครผ่านมาก็หยิบไปใช้

วันแรกทุกคนลุยโคลนที่สูงเกือบครึ่งแข้งในบ้านทีละหลัง ตักโคลนใส่ถัง เข็นออกไปทิ้งหน้าซอย ฉีดน้ำล้างพื้น และขนเฟอร์นิเจอร์ที่เสียหายออกมากองไว้ ตกเย็นทุกคนถอดบูทวางรวมกันไว้หน้าศาลา บางคู่ยังมีน้ำโคลนขังอยู่ข้างใน วันรุ่งขึ้นก็หยิบคู่ไหนก็ได้ที่ขนาดพอดีมาใส่ คุณโอ๊ตยัดเสื้อผ้าที่เปื้อนโคลนใส่ถุงแล้วโยนไว้หลังรถ กลับถึงบ้านลูกสาววัยสี่ขวบวิ่งมากอดขาทั้งที่กางเกงยังเปียกอยู่ เสื้อผ้าชุดนั้นถูกโยนลงเครื่องซักผ้ารวมกับผ้าของทั้งบ้าน

วันที่สาม เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งเหยียบตะปูที่จมอยู่ในโคลนจนพื้นรองเท้าทะลุ อีกสองวันแผลที่ฝ่าเท้าบวมแดงและปวดตุบ อีกคนเริ่มมีไข้และปวดน่องหลังกลับบ้าน ทั้งสองคนไปพบแพทย์ และแพทย์ซักประวัติการลุยน้ำอย่างละเอียด ส่วนคุณโอ๊ตเองมีผื่นคันลอกเป็นขุยระหว่างนิ้วเท้า และรองเท้าบูทที่เขาเอากลับมาบ้านมีกลิ่นเหม็นอับจนต้องวางไว้นอกบ้าน

ไม่มีใครในกลุ่มทำอะไรผิดด้วยเจตนา ทุกคนมาเพราะอยากช่วย แต่สิ่งที่ขาดไปคือ "ขั้นตอนดูแลอุปกรณ์" รองเท้าบูท พลั่ว ถุงมือ และเสื้อผ้าที่ลุยน้ำท่วมมาทั้งวัน คือพาหนะชั้นดีที่พาเชื้อโรคจากโคลนข้ามจากบ้านหนึ่งไปอีกบ้านหนึ่ง จากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่ง และจากพื้นที่น้ำท่วมกลับเข้าสู่บ้านของอาสาสมัครเอง บทความนี้จะอธิบายว่าเชื้ออะไรบ้างที่ติดมากับอุปกรณ์ ใครเสี่ยง ทำไมการฉีดน้ำล้างเฉย ๆ ไม่พอ และจะตั้งจุดล้างอุปกรณ์พร้อมใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ Chemgene HLD4H อย่างไรให้ได้ผล

เมื่อทั้งเมืองต้องช่วยกันขนโคลน

ตามรายงานข่าว ฝนตกหนักต่อเนื่องราวสามร้อยมิลลิเมตรในเวลาประมาณสี่สิบแปดชั่วโมง ระหว่างวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 ทำให้กรุงเทพมหานครเกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้าง วันที่ 26 กันยายน กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ฝั่งตะวันออกได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยมีการกล่าวถึงพื้นที่คลองจั่นและบึงกุ่ม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครระบุว่าคลองเต็มความจุ และการระบายน้ำต้องใช้เวลาราวสองถึงสามวันหลังฝนหยุด จนถึงวันที่ 30 กันยายน ถนนอย่างศรีบูรพาและลาดพร้าวยังมีน้ำขังราวยี่สิบถึงสี่สิบเซนติเมตร

สื่อไทยเปรียบเทียบเหตุการณ์ครั้งนี้กับน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 รายงานธุรกิจฉบับหนึ่งอ้างประมาณการของหอการค้าว่าความเสียหายอยู่ราว 12,300 ล้านบาท และตามรายงานข่าวมีผู้เสียชีวิตสามราย ขอแสดงความเสียใจต่อทุกครอบครัวที่สูญเสีย

เมื่อน้ำลด สิ่งที่ตามมาคืองานขนโคลนและล้างบ้านจำนวนมหาศาล ทั้งเจ้าของบ้าน ญาติ เพื่อนบ้าน กลุ่มอาสาสมัคร นักศึกษา และพนักงานบริษัทที่รวมตัวกันออกไปช่วย ผู้คนจำนวนมากจึงต้องสัมผัสโคลนและน้ำท่วมเป็นเวลานานติดต่อกันหลายวัน ด้วยอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกันและหมุนเวียนกันใช้ นี่คือจุดที่การดูแลอุปกรณ์อย่างถูกวิธีกลายเป็นเรื่องสุขภาพของทั้งชุมชน

มีอะไรติดมากับรองเท้าบูท พลั่ว และเสื้อผ้าที่ลุยโคลน

น้ำท่วมในเมืองไม่ใช่น้ำฝนสะอาด แต่ปนน้ำเสียจากท่อระบาย บ่อเกรอะ ขยะ ซากสัตว์ และของเสียจากหนูและสัตว์อื่น เมื่อน้ำลด สิ่งเหล่านี้ตกตะกอนรวมอยู่ในโคลน และเกาะติดกับทุกสิ่งที่สัมผัส ทั้งยางรองเท้า ด้ามพลั่ว ผิวถัง และเนื้อผ้า

เชื้อเลปโตสไปรา ต้นเหตุโรคฉี่หนู

โรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนูเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ปนอยู่ในปัสสาวะของหนูและสัตว์อื่น เชื้ออยู่ในน้ำขังและดินชื้นได้ และเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล รอยถลอก เยื่อบุตา จมูก ปาก และผิวหนังที่เปื่อยจากการแช่น้ำนาน อาการที่พบบ่อยคือไข้สูงทันที ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะที่น่อง และตาแดง กรมควบคุมโรคเตือนให้ผู้ที่ลุยน้ำหรือย่ำโคลนที่มีอาการเหล่านี้รีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำ เพราะหากรักษาช้าอาจรุนแรงได้

แบคทีเรียจากน้ำเสียและแผลติดเชื้อ

โคลนที่ปนน้ำเสียมีแบคทีเรียหลายชนิด เมื่อเข้าสู่แผลจากตะปู เศษแก้ว หรือสังกะสีที่จมอยู่ใต้โคลน อาจทำให้แผลอักเสบ บวมแดง มีหนอง และลุกลามได้ แผลถูกของมีคมที่ทิ่มลึกยังมีความเสี่ยงต่อโรคบาดทะยัก ซึ่งควรให้แพทย์ประเมินเรื่องการฉีดวัคซีนกระตุ้น

เชื้อราที่เท้าและน้ำกัดเท้า

เท้าที่อยู่ในรองเท้าบูทเปียกชื้นทั้งวันผสมกับเหงื่อ คือสภาพที่เชื้อราที่ผิวหนังชอบมาก อาการคือผื่นคัน ผิวลอกเป็นขุย ผิวเปื่อยขาวระหว่างนิ้วเท้า และกลิ่นเท้า เมื่อรองเท้าบูทถูกหมุนเวียนใส่หลายคน เชื้อราจากเท้าคนหนึ่งก็ถูกส่งต่อไปยังอีกคน ผิวที่เปื่อยและแตกยังเปิดทางให้เชื้อแบคทีเรียและเชื้อฉี่หนูเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น

เชื้อก่อโรคทางเดินอาหาร

มือที่สวมถุงมือเปื้อนโคลน แล้วถอดถุงมือมาหยิบข้าวกล่องหรือขวดน้ำ คือเส้นทางที่เชื้อจากอุจจาระในน้ำเสียเข้าสู่ปากได้ตรงที่สุด อาการท้องร่วงและอาเจียนในหมู่อาสาสมัครจึงเป็นเรื่องที่พบได้หลังงานล้างบ้าน

ใครเสี่ยงที่สุด

  • อาสาสมัครที่มีบาดแผลที่มือหรือเท้า แม้แผลเล็ก ๆ ก็เป็นช่องทางให้เชื้อเข้าได้
  • ผู้ที่มีโรคเบาหวาน แผลที่เท้าหายช้าและติดเชื้อง่าย ควรระวังเป็นพิเศษ
  • ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำและผู้สูงอายุ ที่ออกมาช่วยงานหรือเป็นเจ้าของบ้าน
  • หญิงตั้งครรภ์ ไม่ควรลุยน้ำหรือย่ำโคลนเอง
  • เด็กและสมาชิกในบ้านของอาสาสมัคร ซึ่งอาจสัมผัสเชื้อจากเสื้อผ้า รองเท้า และอุปกรณ์ที่ถูกนำกลับบ้านโดยไม่ได้ทำความสะอาด

ใครที่มีไข้ ปวดน่อง ตาแดง แผลบวมแดงมีหนอง หรือท้องร่วงรุนแรงหลังช่วยงานน้ำท่วม ต้องพบแพทย์และแจ้งว่าได้ลุยน้ำหรือย่ำโคลน น้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับอุปกรณ์ไม่ใช่การรักษาโรค และไม่ได้ทดแทนการดูแลบาดแผลหรือการรักษาทางการแพทย์

ผลกระทบเมื่ออุปกรณ์อาสาไม่ได้รับการดูแล

ด้านสุขภาพ

แผลติดเชื้อ เชื้อราที่เท้า และความเสี่ยงโรคฉี่หนู ทำให้อาสาสมัครที่ตั้งใจมาช่วยกลายเป็นผู้ป่วยเสียเอง บางคนต้องหยุดงานประจำต่ออีกหลายวัน และบางรายอาจต้องนอนโรงพยาบาล

ด้านการเงินและทรัพยากร

รองเท้าบูทที่มีกลิ่นเหม็นและเชื้อราจนไม่มีใครอยากใส่ ถุงมือที่ขาดเพราะใช้ซ้ำโดยไม่ล้าง พลั่วและรถเข็นที่เก็บไว้ทั้งที่ยังเปื้อนโคลนจนขึ้นสนิมหรือเกิดคราบฝังแน่น ล้วนทำให้ของบริจาคที่มีจำกัดหมดเร็วขึ้น ศูนย์อาสาต้องหาเงินซื้อใหม่ซ้ำ ๆ

ด้านเวลาและกำลังคน

เมื่อสมาชิกในทีมป่วยทีละคน กำลังคนลดลงในช่วงที่ยังมีบ้านรอความช่วยเหลืออีกมาก งานฟื้นฟูชุมชนจึงช้าลงทั้งที่ทุกคนเต็มใจ

ด้านชื่อเสียงและความไว้วางใจ

สำหรับกลุ่มอาสา มูลนิธิ บริษัทที่ส่งพนักงานไปทำกิจกรรมเพื่อสังคม หรือชุมชนที่เป็นจุดรวมพล หากมีข่าวว่าอาสาสมัครป่วยกันหลายคน ความเชื่อมั่นของผู้บริจาคและผู้ที่อยากมาช่วยอาจลดลง

ด้านครอบครัว

เสื้อผ้าเปื้อนโคลนในเครื่องซักผ้ารวม รองเท้าบูทที่วางในบ้าน และพลั่วที่วางท้ายรถ คือช่องทางที่เชื้อเดินทางไปถึงลูกเล็กและผู้สูงอายุที่บ้านของอาสาสมัคร ทั้งที่พวกเขาไม่ได้ลุยน้ำเลย

ทำไมวิธีดูแลอุปกรณ์แบบที่ทำกันทั่วไปจึงไม่พอ

1. ฉีดน้ำล้างรองเท้าบูทแค่ด้านนอก

การฉีดน้ำช่วยให้โคลนหลุดออก แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ และส่วนใหญ่ล้างเฉพาะด้านนอก ขณะที่ด้านในซึ่งสัมผัสเท้าโดยตรงกลับเปียกชื้นและสะสมเหงื่อกับน้ำโคลนที่ไหลเข้ามา ร่องดอกยางที่พื้นรองเท้ายังอัดโคลนแน่นจนน้ำเปล่าล้างไม่ออก

2. วางรองเท้ารวมกันไว้ทั้งที่ยังเปียก

รองเท้าที่วางกองรวมกันข้ามคืนในที่อับ ด้านในจะไม่แห้ง เชื้อราและแบคทีเรียเติบโตต่อ วันรุ่งขึ้นคนใหม่ก็สวมเท้าลงไปในความชื้นนั้น

3. ใช้ถุงมือซ้ำโดยไม่ล้าง และถอดผิดวิธี

ถุงมือยางที่ถอดโดยดึงปลายนิ้วทีละข้างด้วยมือเปล่า ทำให้มือสัมผัสด้านนอกที่เปื้อนโคลนเต็ม ๆ ส่วนถุงมือแบบใช้ครั้งเดียวที่ถูกนำมาใช้ซ้ำมักมีรูรั่วเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็น

4. ซักชุดลุยโคลนรวมกับผ้าของทั้งบ้าน

การซักรวมด้วยน้ำเย็นในรอบสั้น อาจไม่พอที่จะชะล้างคราบโคลนและเชื้อออกจากเนื้อผ้าทั้งหมด และยังทำให้ผ้าชิ้นอื่นปนเปื้อนไปด้วย

5. ฉีดแอลกอฮอล์บนอุปกรณ์ที่ยังเปื้อนโคลน

แอลกอฮอล์ระเหยเร็ว และทำงานได้ไม่ดีบนพื้นผิวที่มีคราบโคลนหรือสารอินทรีย์ปกคลุม การฉีดแอลกอฮอล์บนด้ามพลั่วเปื้อนโคลนจึงให้ความรู้สึกปลอดภัยมากกว่าความปลอดภัยจริง

6. แช่อุปกรณ์ในน้ำยาฟอกขาวเข้มข้น

น้ำยาฟอกขาวที่ผสมเข้มเกินไปอาจทำให้ยางเสื่อม แข็ง และแตกเร็ว กัดกร่อนโลหะบางชนิด ทำให้เสื้อผ้าด่าง และมีกลิ่นฉุนในพื้นที่ที่คนทำงานกันหนาแน่น ทั้งยังอันตรายหากผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำหรือสารเคมีอื่นที่ชาวบ้านนำมาใช้ปะปนกันที่จุดล้าง

Chemgene HLD4H กับการตั้งจุดล้างและฆ่าเชื้ออุปกรณ์อาสา

Chemgene HLD4H เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงเกรดการแพทย์ ผลิตในประเทศอังกฤษ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าออกฤทธิ์ต่อแบคทีเรีย เชื้อรา ไมโคแบคทีเรีย เชื้อซัลโมเนลลา และไวรัสหลายชนิด รวมถึงโนโรไวรัส ไวรัสไข้หวัดใหญ่ H1N1 ไวรัส RSV ไวรัสโรคมือเท้าปาก และ SARS-CoV-2 ระบุการฆ่าเชื้อภายในหนึ่งนาที และมีฤทธิ์ปกป้องพื้นผิวต่อเนื่องนานถึงสิบสี่วัน

จุดที่ทำให้ Chemgene เข้ากับงานอุปกรณ์อาสาคือ ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าไม่กัดกร่อนยาง พลาสติก สแตนเลส อะลูมิเนียม และไฟเบอร์กลาส ซึ่งตรงกับวัสดุของรองเท้าบูทยาง ถังพลาสติก ไม้รีดน้ำยาง ใบพลั่วสแตนเลส รถเข็นที่มีชิ้นส่วนโลหะและล้อยาง เสื้อกันฝนและชุดลุยน้ำ PVC ทั้งยังเจือจางได้หลายระดับ ตั้งแต่ 1:30, 1:50, 1:60, 1:100 ไปจนถึง 1:200 ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และระบุว่าปลอดภัยต่อคนและสัตว์เมื่อใช้ตามคำแนะนำ ผ่านการทดสอบและรับรองจากมหาวิทยาลัยมหิดล, NHS England, ISO 9001:2015, ISO 13485, SGS, Intertek, CE และมาตรฐาน EN 13727 / 14348 / 13624 / 14476

ข้อควรรู้คือ Chemgene เป็นน้ำยาสำหรับพื้นผิวและอุปกรณ์ ไม่ใช่ยาทาแผลหรือผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหนัง อย่าฉีดลงบนบาดแผลหรือร่างกาย การดูแลมือให้ใช้สบู่และน้ำสะอาด ส่วนบาดแผลให้ทำความสะอาดตามคำแนะนำทางการแพทย์

ตั้งจุดล้างอุปกรณ์สามขั้นที่ทางออกพื้นที่ทำงาน

  1. ขั้นที่หนึ่ง ขูดและฉีดโคลนออก ใช้แปรงขนแข็งและน้ำฉีดขูดโคลนจากรองเท้า ร่องดอกยาง ใบพลั่ว และล้อรถเข็น ให้น้ำทิ้งไหลลงท่อระบาย ไม่ไหลกลับเข้าบ้านที่เพิ่งล้าง
  2. ขั้นที่สอง ล้างด้วยน้ำผงซักฟอก ขัดด้วยแปรงในถังน้ำผงซักฟอก แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด เพราะน้ำยาฆ่าเชื้อทำงานได้ดีที่สุดบนพื้นผิวที่สะอาดแล้ว
  3. ขั้นที่สาม ฆ่าเชื้อด้วย Chemgene ใช้ถังพ่นหรือขวดสเปรย์ที่ใส่ Chemgene เจือจางตามฉลาก ติดป้ายให้ชัด พ่นให้ทั่วผิวที่ล้างแล้ว ทิ้งไว้ตามเวลาสัมผัสบนฉลาก แล้ววางผึ่งบนชั้นหรือราวให้แห้ง

วิธีดูแลอุปกรณ์แต่ละชนิด

  • รองเท้าบูทยาง ล้างด้านนอกและพื้นรองเท้าให้สะอาด เทน้ำที่ขังด้านในออก เช็ดหรือพ่น Chemgene ทั้งด้านนอกและด้านใน ทิ้งไว้ตามเวลาสัมผัส แล้วคว่ำผึ่งบนราวที่ลมผ่าน หากเป็นไปได้ให้แต่ละคนมีสองคู่สลับกันใช้ เพื่อให้คู่หนึ่งแห้งสนิท และถ้าจำเป็นต้องหมุนเวียนรองเท้า ให้ฆ่าเชื้อด้านในก่อนส่งต่อทุกครั้ง พร้อมให้ทุกคนใส่ถุงเท้าของตนเอง
  • พลั่ว จอบ คราด และไม้รีดน้ำ ขูดโคลนออกจากใบและรอยต่อด้าม ล้าง ฆ่าเชื้อโดยเน้นด้ามจับที่มือสัมผัส แล้วตั้งผึ่งให้แห้งก่อนเก็บ
  • ถังน้ำและรถเข็น ล้างด้านในด้านนอก รวมถึงมือจับรถเข็นและล้อ ฆ่าเชื้อแล้วคว่ำถังผึ่งไว้
  • ถุงมือยางแบบใช้ซ้ำ ล้างถุงมือขณะยังสวมอยู่ด้วยน้ำผงซักฟอก ฆ่าเชื้อด้านนอก แล้วถอดแบบกลับด้านโดยไม่ให้มือเปล่าสัมผัสด้านนอก ผึ่งให้แห้ง ส่วนถุงมือแบบใช้ครั้งเดียวให้ทิ้งทุกครั้ง
  • เสื้อกันฝน ชุดลุยน้ำ และผ้ากันเปื้อน PVC ฉีดล้างโคลน ล้างด้วยน้ำผงซักฟอก ฆ่าเชื้อด้วย Chemgene ตามฉลาก แล้วแขวนผึ่ง
  • เสื้อผ้าที่ใส่ลุยโคลน เปลี่ยนชุดก่อนขึ้นรถหรือกลับบ้าน ใส่ถุงแยก ซักแยกจากผ้าของครอบครัวด้วยผงซักฟอกและน้ำอุ่นหรือร้อนเท่าที่เนื้อผ้ารับได้ แล้วตากแดดให้แห้งสนิท จากนั้นฆ่าเชื้อตะกร้าหรือถุงผ้าที่ใช้ขนเสื้อผ้าเปื้อน

อ่านฉลากและเอกสารความปลอดภัยก่อนใช้ สวมถุงมือขณะผสมและพ่น ทำงานในที่อากาศถ่ายเท ห้ามผสมกับน้ำยาฟอกขาวหรือสารเคมีอื่น และเก็บน้ำยาให้พ้นมือเด็กที่อาจวิ่งเล่นอยู่บริเวณศูนย์อาสา

10 เหตุผลที่ศูนย์อาสาและบ้านที่ขนโคลนควรใช้ Chemgene ฆ่าเชื้ออุปกรณ์

  1. เข้ากับวัสดุของอุปกรณ์ลุยโคลน ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าไม่กัดกร่อนยาง พลาสติก สแตนเลส อะลูมิเนียม และไฟเบอร์กลาส ช่วยให้รองเท้าบูทและอุปกรณ์ใช้งานได้นานขึ้น
  2. ครอบคลุมเชื้อหลายกลุ่ม ทั้งแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัส ซึ่งตรงกับสิ่งปนเปื้อนหลากหลายในโคลนน้ำท่วม
  3. ออกฤทธิ์เร็ว ระบุการฆ่าเชื้อภายในหนึ่งนาที ทำให้จุดล้างอุปกรณ์รองรับอาสาสมัครจำนวนมากในช่วงเลิกงานได้ เมื่อทำตามเวลาสัมผัสบนฉลาก
  4. ช่วยลดเชื้อราในรองเท้า เชื้อราเป็นหนึ่งในกลุ่มเชื้อเป้าหมาย และมีการทดสอบตามมาตรฐาน EN 13624 สำหรับฤทธิ์ต่อเชื้อรา
  5. มีฤทธิ์ปกป้องพื้นผิวต่อเนื่อง ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุนานถึงสิบสี่วัน เป็นประโยชน์กับอุปกรณ์ที่ถูกหยิบใช้ซ้ำทุกวัน
  6. คุ้มค่าสำหรับงานระดับชุมชน เจือจางได้ถึง 1:200 ตามประเภทงานที่ฉลากกำหนด น้ำยาเข้มข้นหนึ่งภาชนะจึงผสมใช้ได้กับอุปกรณ์จำนวนมาก ดูขนาดบรรจุได้ที่หน้าสินค้า Chemgene HLD4H
  7. ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ เหมาะกับจุดล้างกลางแจ้งที่น้ำทิ้งไหลลงท่อระบายของชุมชน
  8. ระบุว่าปลอดภัยต่อคนและสัตว์เมื่อใช้ตามคำแนะนำ เหมาะกับศูนย์อาสาที่มีทั้งผู้สูงอายุ เด็ก และสุนัขชุมชนอยู่รอบ ๆ
  9. มีผลทดสอบและการรับรองที่ตรวจสอบได้ จากมหาวิทยาลัยมหิดล, NHS England, SGS, Intertek และมาตรฐาน ISO 13485 ที่ใช้กับเครื่องมือแพทย์
  10. ใช้ต่อได้ที่บ้านหลังงานอาสาจบ ใช้ฆ่าเชื้อพื้นผิวในบ้าน ห้องน้ำ และจุดสัมผัสบ่อยได้ตลอดปี สั่งซื้อ Chemgene ได้ที่นี่

ก่อนมีจุดล้างและฆ่าเชื้ออุปกรณ์

  • รองเท้าบูทกองรวมกัน ด้านในยังมีน้ำโคลนขัง
  • ใครหยิบคู่ไหนก็ใส่ ไม่มีการฆ่าเชื้อก่อนส่งต่อ
  • พลั่วและถังเปื้อนโคลนวางท้ายรถข้ามคืน
  • ถุงมือใช้ซ้ำและถอดด้วยมือเปล่า
  • ชุดลุยโคลนซักรวมกับผ้าของลูก
  • อาสาหลายคนมีผื่นที่เท้า แผลอักเสบ และกลิ่นรองเท้ารุนแรง

หลังตั้งจุดล้างสามขั้นและใช้ Chemgene

  • รองเท้าล้าง ฆ่าเชื้อด้านในด้านนอก และคว่ำผึ่งบนราว
  • มีป้ายชื่อรองเท้าแต่ละคู่ และฆ่าเชื้อก่อนส่งต่อ
  • อุปกรณ์ทุกชิ้นล้างและฆ่าเชื้อก่อนเก็บ
  • ถุงมือล้างขณะสวม ฆ่าเชื้อ และถอดอย่างถูกวิธี
  • เปลี่ยนชุดที่จุดล้าง ซักแยกด้วยน้ำร้อน
  • ทีมมีสุขภาพดีพอจะช่วยบ้านหลังต่อไปได้

กรณีตัวอย่าง: ศูนย์อาสาในชุมชนย่านศรีบูรพาที่ตั้งจุดล้างอุปกรณ์หน้าศาลา

กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์จำลองเพื่ออธิบายการใช้งาน ไม่ใช่รีวิวของลูกค้าจริง)

คุณแดง ประธานชุมชนในซอยแห่งหนึ่งย่านถนนศรีบูรพา ใช้ศาลาชุมชนเป็นศูนย์รวมอาสาสมัครหลังน้ำลด ในวันแรก ๆ ศูนย์มีรองเท้าบูทบริจาคราวสามสิบคู่ พลั่วและถังอีกจำนวนหนึ่ง แต่หลังจากสามวัน อาสาสมัครเริ่มบ่นว่ารองเท้ามีกลิ่นและคันเท้า ถุงมือหายไปครึ่งหนึ่ง และมีคนบาดเจ็บที่เท้าจากเศษของมีคม

คุณแดงจึงจัดพื้นที่หน้าศาลาใหม่ แบ่งเป็นจุดขูดโคลน จุดล้างผงซักฟอก และจุดฆ่าเชื้อด้วย Chemgene ที่เจือจางตามฉลากในถังพ่นที่ติดป้ายชัดเจน ติดราวไม้ไผ่สำหรับคว่ำรองเท้าผึ่งลม เขียนชื่อบนรองเท้าแต่ละคู่ด้วยปากกากันน้ำ และกำหนดกติกาว่าทุกคนต้องผ่านจุดล้างก่อนเข้าศาลาไปกินข้าว มีอ่างล้างมือพร้อมสบู่ และมุมเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมถุงสำหรับใส่ชุดเปื้อนกลับบ้าน ส่วนใครที่มีแผล ทีมพยาบาลอาสาจะทำแผลและแนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อประเมินเรื่องบาดทะยักและอาการผิดปกติ

"เราไม่อยากให้คนที่มาช่วยต้องป่วยกลับไป พอมีจุดล้างที่ชัดเจน ทุกคนก็ทำตามง่าย รองเท้าไม่เหม็นเหมือนเดิม และเราใช้ของบริจาคได้นานขึ้น" คุณแดงเล่าในสถานการณ์ตัวอย่างนี้ ซึ่งเป็นแนวทางที่ศูนย์อาสาหลายแห่งสามารถนำไปปรับใช้ได้

เช็กลิสต์สำหรับอาสาสมัครและเจ้าของบ้านที่ขนโคลน

ก่อนออกไปช่วยงาน

  • ตรวจมือและเท้า หากมีแผลให้ปิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ หรือเลี่ยงงานที่ต้องสัมผัสโคลนโดยตรง
  • เตรียมรองเท้าบูทที่พื้นหนา ถุงมือยางหนา ถุงเท้าสำรอง ชุดเปลี่ยน และถุงพลาสติกใส่ชุดเปื้อน
  • เตรียมน้ำดื่มสะอาด และสบู่สำหรับล้างมือ
  • ผู้มีโรคเบาหวาน ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือหญิงตั้งครรภ์ ควรรับงานที่ไม่ต้องลุยน้ำ

ระหว่างทำงาน

  • ระวังของมีคมใต้โคลน ใช้เครื่องมือเกลี่ยก่อนเหยียบในจุดที่มองไม่เห็นพื้น
  • ไม่ถอดถุงมือมาหยิบอาหารหรือจับหน้า ล้างมือด้วยสบู่ก่อนกินทุกครั้ง
  • หากรองเท้ามีน้ำเข้า ให้เปลี่ยนถุงเท้าและเช็ดเท้าให้แห้งเมื่อมีโอกาส
  • ระวังสายไฟและปลั๊กที่จมน้ำ อย่าแตะอุปกรณ์ไฟฟ้าขณะตัวเปียก

หลังเลิกงานแต่ละวัน

  • ผ่านจุดล้างสามขั้น ขูดโคลน ล้างผงซักฟอก และฆ่าเชื้อด้วย Chemgene ตามฉลาก
  • คว่ำรองเท้าผึ่งบนราว ตั้งอุปกรณ์ให้แห้งก่อนเก็บ
  • เปลี่ยนชุดก่อนขึ้นรถ ล้างมือ แขน และเท้าด้วยสบู่ อาบน้ำทันทีเมื่อถึงที่พัก
  • ซักชุดลุยโคลนแยกจากผ้าของครอบครัว และฆ่าเชื้อถุงหรือตะกร้าที่ใช้ขน
  • ไม่นำรองเท้าบูทเข้าบ้าน วางไว้ในจุดที่เด็กเล็กเข้าไม่ถึง

สังเกตอาการในสองถึงสามสัปดาห์ถัดไป

  • ไข้ ปวดศีรษะ ปวดน่อง ตาแดง ให้พบแพทย์และแจ้งประวัติลุยน้ำ
  • แผลบวมแดง ร้อน มีหนอง หรือแผลจากของมีคมทิ่มลึก ให้พบแพทย์
  • ผื่นคันที่เท้าที่ไม่ดีขึ้น ให้ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฆ่าเชื้อรองเท้าบูท อุปกรณ์ขนโคลน และชุดอาสา

1. ฉีด Chemgene ใส่มือหรือแผลได้หรือไม่

ไม่ได้ Chemgene เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับพื้นผิวและอุปกรณ์ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหนังหรือบาดแผล ให้ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด และดูแลแผลตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์

2. ควรฆ่าเชื้อรองเท้าบูทบ่อยแค่ไหน

ควรล้างและฆ่าเชื้อทุกครั้งหลังเลิกงานในแต่ละวัน และทุกครั้งก่อนส่งต่อให้คนอื่นใส่ สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือทำให้ด้านในแห้งสนิทก่อนใส่ครั้งต่อไป

3. ใช้กับรองเท้าหนังหรือรองเท้าผ้าใบได้หรือไม่

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุความเข้ากันได้กับยาง พลาสติก สแตนเลส อะลูมิเนียม และไฟเบอร์กลาส ส่วนหนังและผ้าไม่ได้อยู่ในรายการ จึงควรทดสอบในจุดที่มองไม่เห็นก่อน อย่างไรก็ตาม รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าหนังที่แช่น้ำท่วมจนชุ่ม มักทำความสะอาดให้ทั่วถึงด้านในได้ยาก และไม่เหมาะกับงานลุยโคลนตั้งแต่แรก

4. ชุดที่ใส่ลุยโคลนต้องทิ้งไหม

ไม่จำเป็น หากซักแยกด้วยผงซักฟอกและน้ำอุ่นหรือร้อนเท่าที่เนื้อผ้ารับได้ และตากแดดให้แห้งสนิท แต่ถ้าผ้าเปื้อนน้ำเสียหนักหรือขาดจนซักไม่สะอาด การทิ้งอาจปลอดภัยกว่า

5. ใช้ Chemgene แทนการฉีดวัคซีนบาดทะยักหรือยาป้องกันโรคฉี่หนูได้หรือไม่

ไม่ได้ น้ำยาฆ่าเชื้ออุปกรณ์ช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวเท่านั้น เรื่องวัคซีนบาดทะยักและการใช้ยาป้องกันหรือรักษาโรคฉี่หนูต้องปรึกษาแพทย์โดยตรง

6. ศูนย์อาสาควรเตรียม Chemgene ปริมาณเท่าไร

ขึ้นกับจำนวนอาสาสมัคร จำนวนอุปกรณ์ และอัตราเจือจางที่ฉลากกำหนดสำหรับงานนั้น ศูนย์อาสาหรือบริษัทที่ส่งพนักงานไปช่วยงาน สามารถติดต่อทีม WHD ทางโทรศัพท์หรือ LINE เพื่อสอบถามขนาดบรรจุและการคำนวณปริมาณที่เหมาะสม

7. รองเท้ายังเหม็นอับแม้ล้างแล้ว ทำอย่างไรดี

กลิ่นอับมักมาจากด้านในที่ยังไม่แห้ง ให้ล้าง ฆ่าเชื้อ แล้วคว่ำผึ่งในที่ลมผ่านนานพอ อาจยัดกระดาษหนังสือพิมพ์เพื่อช่วยดูดความชื้นและเปลี่ยนบ่อย ๆ และสลับใช้สองคู่ หากเป็นพื้นที่จัดเก็บอุปกรณ์ขนาดใหญ่ที่มีกลิ่นสะสม อาจพิจารณาบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในห้องเก็บของที่ว่างคน

ช่วยคนอื่นได้เต็มที่ เมื่ออุปกรณ์ของคุณสะอาดและปลอดภัย

ตั้งจุดล้างสามขั้น ล้างก่อนแล้วจึงฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาเกรดการแพทย์ที่เข้ากับยาง พลาสติก และโลหะ ศูนย์อาสาและองค์กรสอบถามการสั่งซื้อปริมาณมากได้

สั่งซื้อ Chemgene HLD4H สำหรับอุปกรณ์อาสา

โทร 065-556-6294  |  LINE @whd268  |  worldhealthdisinfection@gmail.com

#Chemgene #น้ำยาฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ #น้ำท่วมกทม2569 #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #ฆ่าเชื้อรองเท้าบูท #อาสาสมัครน้ำท่วม

คำค้นหา: ฆ่าเชื้อรองเท้าบูทหลังน้ำท่วม, อุปกรณ์ขนโคลน, ชุดอาสาสมัครน้ำท่วม, จุดล้างอุปกรณ์, โรคฉี่หนู, เชื้อราที่เท้า, น้ำกัดเท้า, Chemgene HLD4H, น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์, น้ำท่วมกรุงเทพ 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้