เชื้อราบนเฟอร์นิเจอร์ไม้และผนังหลังน้ำท่วม กทม. 2569: เก็บอะไรได้ ทิ้งอะไร และฆ่าเชื้ออย่างไรไม่ให้ราย้อนกลับ

Last updated: 1 ต.ค. 2569  |  46 จำนวนผู้เข้าชม  | 

น้ำท่วมทำให้เชื้อโรคสะสม

เชื้อราบนเฟอร์นิเจอร์ไม้และผนังหลังน้ำท่วม กทม. 2569: เก็บอะไรได้ ทิ้งอะไร และฆ่าเชื้ออย่างไรไม่ให้ราย้อนกลับ

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

ตู้ไม้สักของคุณย่ากับเส้นคราบดำที่สูงสี่สิบเซนติเมตร

บ้านเดี่ยวชั้นเดียวหลังเล็กในชุมชนริมคลองฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ เป็นที่อยู่ของคุณเอ๋ นักออกแบบกราฟิกที่ทำงานจากบ้าน กับคุณแม่วัยหกสิบแปดซึ่งเป็นโรคหอบหืด บ้านหลังนี้มีของที่ครอบครัวรักมาก คือตู้โชว์ไม้สักที่คุณย่าซื้อไว้ตั้งแต่สมัยสร้างบ้าน ชุดโต๊ะกินข้าวไม้จริง และตู้เสื้อผ้าบิลต์อินที่ทำจากไม้อัดปิดผิว

ปลายเดือนกันยายน 2569 ฝนตกไม่หยุดหลายวัน น้ำในคลองเอ่อเข้าซอยแล้วไหลเข้าบ้านสูงราวสามสิบถึงสี่สิบเซนติเมตร ขังอยู่สามวันกว่าจะลด คุณเอ๋พาคุณแม่ไปพักบ้านญาติ เมื่อกลับมาบ้านก็เห็นเส้นคราบน้ำสีน้ำตาลพาดยาวรอบผนังทุกห้อง เธอกับเพื่อนบ้านช่วยกันตักโคลน ล้างพื้น และเปิดพัดลมเป่าทั้งวัน ทุกอย่างดูเรียบร้อยดีในวันแรก

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา กลิ่นอับเริ่มลอยมาตอนกลางคืน คุณเอ๋สังเกตเห็นขุยสีขาวอมเขียวเกาะอยู่ที่ขาตู้ไม้สักและใต้ลิ้นชัก ประตูตู้เสื้อผ้าบิลต์อินบวมจนปิดไม่สนิท ขอบล่างพองเป็นคลื่น ส่วนผนังปูนใต้เส้นคราบน้ำ สีเริ่มพองเป็นตุ่มและมีจุดดำเล็ก ๆ กระจายเป็นแนว คุณแม่ที่กลับมาอยู่บ้านได้สองคืนเริ่มไอตอนเช้าและต้องใช้ยาพ่นบ่อยขึ้น

คุณเอ๋ทำแบบที่หลายคนทำ คือเอาน้ำยาฟอกขาวมาเช็ดจุดดำบนผนัง ตากตู้ไม้สักกลางแดดจัดทั้งวัน และวางแผนจะทาสีผนังทับในสุดสัปดาห์ แต่ไม่กี่วันต่อมา หน้าตู้ไม้สักเริ่มมีรอยแตกเล็ก ๆ ราบนผนังกลับมาเป็นจุดเดิม และกลิ่นอับยังไม่หายไปไหน

เรื่องนี้สะท้อนสิ่งที่หลายพันครัวเรือนในกรุงเทพฯ กำลังเผชิญหลังน้ำลด เชื้อราไม่ได้อยู่แค่บนผิวที่ตาเห็น แต่ซ่อนอยู่ในเนื้อไม้ ในรอยต่อ และในผนังที่ยังชื้น บทความนี้จะอธิบายว่าราเติบโตอย่างไรบนไม้และผนัง อะไรควรเก็บ อะไรควรทิ้ง ทำไมวิธีที่คุ้นเคยจึงได้ผลไม่ยั่งยืน และจะใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์อย่าง Chemgene HLD4H เป็นขั้นตอนหนึ่งในการฟื้นฟูอย่างถูกลำดับได้อย่างไร

สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ปลายเดือนกันยายน 2569

ตามรายงานข่าว ฝนตกหนักต่อเนื่องราวสามร้อยมิลลิเมตรในเวลาประมาณสี่สิบแปดชั่วโมง ระหว่างวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 ทำให้กรุงเทพมหานครเกิดน้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง และในวันที่ 26 กันยายน กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ฝั่งตะวันออกได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยมีการกล่าวถึงพื้นที่คลองจั่นและบึงกุ่ม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกล่าวว่าคลองเต็มความจุ และการระบายน้ำต้องใช้เวลาราวสองถึงสามวันหลังฝนหยุด ถึงวันที่ 30 กันยายน ถนนบางสาย เช่น ศรีบูรพาและลาดพร้าว ยังมีน้ำขังยี่สิบถึงสี่สิบเซนติเมตร

สื่อไทยเปรียบเทียบเหตุการณ์นี้กับน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 และรายงานธุรกิจฉบับหนึ่งอ้างประมาณการของหอการค้าว่ามูลค่าความเสียหายอยู่ราว 12,300 ล้านบาท ส่วนหนึ่งของความเสียหายนั้นคือเฟอร์นิเจอร์และผนังบ้านที่ดูเหมือนรอดจากน้ำ แต่กลับเสียหายตามมาจากเชื้อราในสัปดาห์ถัดไป

ประเด็นสำคัญคือ น้ำที่ขังเพียงหนึ่งถึงสามวันก็พอให้ไม้และผนังดูดความชื้นไว้มาก และหน่วยงานอย่าง CDC และองค์การอนามัยโลกแนะนำตรงกันว่าควรทำความสะอาดและทำให้บ้านแห้งภายในยี่สิบสี่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมงเพื่อจำกัดการเกิดเชื้อรา ในเหตุการณ์ที่น้ำค้างหลายวันแบบนี้ บ้านจำนวนมากพ้นกรอบเวลานั้นไปแล้วตั้งแต่ต้น

เข้าใจเชื้อราบนไม้และผนัง: ทำไมโตเร็วนักหลังน้ำลด

เชื้อราต้องการอะไรบ้าง

สปอร์ของเชื้อรามีอยู่ในอากาศรอบตัวเราตลอดเวลา มันจะงอกเป็นเส้นใยและกลายเป็นคราบราเมื่อได้สามอย่างพร้อมกัน คือ ความชื้น อาหาร และอุณหภูมิที่อบอุ่น บ้านในกรุงเทพฯ หลังน้ำท่วมมีครบทั้งสามอย่าง อากาศร้อนชื้นทั้งวัน วัสดุในบ้านดูดน้ำไว้เต็มที่ และไม้ กระดาษปิดผิว กาวในไม้อัด ฝุ่น และคราบโคลนที่มีอินทรียวัตถุ ล้วนเป็นอาหารชั้นดีของรา ราที่พบบ่อยในบ้าน เช่น กลุ่ม Aspergillus, Penicillium และ Cladosporium มักปรากฏเป็นจุดดำ เขียว เทา หรือขุยขาวฟู

ไม้จริง ไม้อัด และ MDF ไม่เหมือนกัน

  • ไม้จริงเนื้อแข็ง เช่น ไม้สัก ไม้แดง ไม้ประดู่ มีเนื้อแน่นและมีน้ำมันในเนื้อไม้บางชนิด หากแช่น้ำไม่นานและได้รับการทำให้แห้งอย่างถูกวิธี มักกู้คืนได้ แต่ราจะชอบเกาะตามรอยต่อ เดือย ใต้ลิ้นชัก และผิวด้านในที่ไม่ได้ทาเคลือบ
  • ไม้อัดและไม้ปาร์ติเคิลบอร์ด ประกอบจากแผ่นไม้บางหรือเศษไม้ที่ยึดด้วยกาว เมื่อดูดน้ำจะบวม แยกชั้น และเนื้อในเปื่อย กลายเป็นแหล่งอาศัยของราที่ทำความสะอาดให้ทั่วไม่ได้
  • MDF เป็นเส้นใยไม้อัดแน่น เมื่อโดนน้ำจะพองถาวรและผุยุ่ย โดยทั่วไปหากบวมแล้วมักต้องทิ้ง เพราะคืนรูปไม่ได้และน้ำท่วมที่ซึมเข้าไปอาจมีสิ่งปนเปื้อนจากน้ำเสีย
  • หวาย ไม้ไผ่ และเฟอร์นิเจอร์บุผ้า มีรูพรุนมาก ส่วนเบาะ ฟองน้ำ และผ้าบุที่แช่น้ำท่วมมักต้องเปลี่ยน แม้โครงไม้จะยังดีอยู่

ผนังปูน ผนังยิปซัม และผนังไม้ฝา

ผนังก่ออิฐฉาบปูนแข็งแรง แต่ดูดน้ำขึ้นไปสูงกว่าเส้นน้ำท่วมได้ และคายความชื้นช้ามาก อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะแห้งถึงเนื้อใน ระหว่างนั้นฟิล์มสีที่ทาไว้จะกักไอน้ำ ทำให้สีพองเป็นตุ่มและราขึ้นใต้ผิวสี ส่วนผนังยิปซัมเป็นแผ่นปูนปลาสเตอร์หุ้มกระดาษ เมื่อเปียกจะดูดน้ำขึ้นสูงและกระดาษเป็นอาหารของราโดยตรง ผนังยิปซัมที่แช่น้ำท่วมจึงมักต้องตัดส่วนที่เปียกออกและเปลี่ยนใหม่ ส่วนผนังไม้ฝาของบ้านไม้ ต้องตรวจทั้งด้านในและด้านนอก รวมถึงโครงคร่าวที่อยู่ด้านหลัง

ราส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร และใครเสี่ยงที่สุด

การสูดสปอร์และชิ้นส่วนของราเข้าไปอาจทำให้คัดจมูก จาม ไอ ระคายคอ ตาแดง คันตา ผื่นผิวหนัง และกระตุ้นอาการหอบหืดกำเริบ กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ ผู้ป่วยโรคหอบหืดและภูมิแพ้ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัดหรือผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อราที่ปอดได้มากกว่าคนทั่วไป ผู้ที่มีอาการหายใจลำบาก หอบเหนื่อย มีไข้ หรืออาการภูมิแพ้รุนแรงขึ้นหลังกลับเข้าบ้าน ควรพบแพทย์และแจ้งว่าบ้านเพิ่งถูกน้ำท่วม และควรให้กลุ่มเสี่ยงอยู่ห่างจากพื้นที่ระหว่างที่กำลังรื้อหรือขัดรา

ผลกระทบจากราบนไม้และผนัง ที่หลายบ้านประเมินต่ำเกินไป

ด้านสุขภาพ

กลิ่นอับคือสัญญาณว่าราและแบคทีเรียกำลังเติบโตและปล่อยสารระเหยออกมา ผู้ป่วยหอบหืดอย่างคุณแม่ของคุณเอ๋อาจต้องพึ่งยามากขึ้น เด็กอาจมีอาการภูมิแพ้ใหม่ที่ไม่เคยเป็น และคนทั้งบ้านอาจนอนหลับไม่สนิทเพราะคัดจมูกทุกคืน

ด้านการเงิน

เฟอร์นิเจอร์ไม้จริงหลายชิ้นมีราคาสูงและหาทดแทนไม่ได้ การปล่อยให้ราลามจนเนื้อไม้เสียหายหรือผิวเคลือบแตกร้าวทำให้ต้องจ่ายค่าซ่อมหรือขัดสีใหม่ ส่วนผนังที่ทาสีทับราไปแล้ว หากราย้อนกลับก็ต้องขูดสีออกทั้งหมดแล้วทำใหม่ เท่ากับจ่ายค่าช่างสองรอบ

ด้านเวลาและจิตใจ

การต้องเช็ดราจุดเดิมซ้ำทุกสัปดาห์ทำให้เหนื่อยและท้อ หลายบ้านเริ่มรู้สึกว่าบ้านไม่สะอาดอีกต่อไป ทั้งที่ทำความสะอาดไปหลายรอบ ความรู้สึกนี้กัดกร่อนกำลังใจในช่วงที่ทุกคนเหนื่อยล้าจากน้ำท่วมอยู่แล้ว

ด้านมูลค่าทรัพย์สินและชื่อเสียง

บ้านหรือห้องเช่าที่มีคราบรากลับมาบนผนัง เป็นจุดที่ผู้ซื้อหรือผู้เช่าสังเกตเห็นทันที ร้านค้าและคาเฟ่ที่มีโต๊ะไม้และผนังตกแต่งด้วยไม้ หากลูกค้าได้กลิ่นอับ ภาพลักษณ์ความสะอาดก็เสียไปทันที

ด้านครอบครัวและความทรงจำ

เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นมีคุณค่าทางใจมากกว่าราคา เช่น ตู้ของคุณย่าหรือโต๊ะที่ลูก ๆ โตมาด้วยกัน การจัดการผิดวิธีจนต้องทิ้งของเหล่านี้คือความสูญเสียที่ซื้อคืนไม่ได้

ทำไมวิธีที่หลายคนใช้ จึงจัดการราบนไม้และผนังได้ไม่จบ

1. เช็ดน้ำยาฟอกขาวบนไม้และผนังปูน

น้ำยาฟอกขาวทำให้คราบสีจางลง จึงดูเหมือนราหายไป แต่บนวัสดุที่มีรูพรุนอย่างไม้และปูน น้ำยาอาจไม่เข้าถึงเส้นใยราที่ฝังลึก ในขณะที่น้ำซึ่งเป็นส่วนผสมหลักกลับเพิ่มความชื้นให้วัสดุ ทั้งยังทำให้เนื้อไม้ด่างขาว ผิวเคลือบเสื่อม และมีกลิ่นฉุนรบกวนผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ

2. ตากเฟอร์นิเจอร์ไม้กลางแดดจัด

แดดช่วยให้ผิวแห้ง แต่ไม้จริงที่อิ่มน้ำหากโดนแดดจัดทันที ผิวนอกจะหดเร็วกว่าเนื้อใน ทำให้แตกร้าว บิดงอ และข้อต่อหลวม เหมือนที่เกิดกับตู้ไม้สักของคุณเอ๋ วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือผึ่งในที่ร่มที่ลมโกรกและค่อย ๆ ลดความชื้น

3. ทาสีทับผนังที่ยังชื้น

สีใหม่ปิดคราบให้สวยได้ไม่กี่สัปดาห์ แต่ขังความชื้นและราไว้ข้างใน เมื่อความชื้นหาทางออก สีจะพองและหลุดลอก ราจะกลับมาเป็นแนวเดิม และงานรอบสองยากกว่าเดิม

4. ทำความสะอาดเฉพาะผิวที่มองเห็น

ราบนเฟอร์นิเจอร์มักซ่อนอยู่ด้านหลังตู้ที่ชิดผนัง ใต้ลิ้นชัก ในร่องเดือย และใต้บัวพื้น ส่วนราบนผนังมักลามต่อไปหลังตู้บิลต์อิน การเช็ดแค่หน้าตู้จึงเหมือนตัดหญ้าแต่ไม่ถอนราก

5. ปิดบ้านเปิดแอร์ หรือฉีดสเปรย์ปรับอากาศ

การปิดห้องเปิดเครื่องปรับอากาศโดยที่วัสดุยังชื้นอาจทำให้สปอร์หมุนเวียนในระบบ ส่วนสเปรย์ปรับอากาศแค่กลบกลิ่นชั่วคราว ไม่ได้กำจัดแหล่งที่มาของกลิ่นอับ

6. ขัดราในห้องที่มีคนป่วยหอบหืดอยู่

การขัดหรือแปรงราแห้งทำให้สปอร์ฟุ้งกระจาย หากทำในห้องปิดที่ผู้ป่วยหอบหืดหรือเด็กเล็กอยู่ด้วย อาจทำให้อาการกำเริบได้ ควรย้ายเฟอร์นิเจอร์ไปทำนอกบ้าน หรือให้กลุ่มเสี่ยงออกจากพื้นที่ระหว่างทำ

Chemgene HLD4H: ขั้นตอนฆ่าเชื้อที่ทำหลังการทำให้แห้งและล้างทำความสะอาด

Chemgene HLD4H เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงเกรดการแพทย์ ผลิตในประเทศอังกฤษ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าออกฤทธิ์ต่อเชื้อราและราขึ้นบ้าน แบคทีเรีย ไมโคแบคทีเรีย เชื้อซัลโมเนลลา และไวรัสหลายชนิด มีการทดสอบตามมาตรฐาน EN 13624 ซึ่งเป็นมาตรฐานยุโรปสำหรับทดสอบฤทธิ์ต่อเชื้อรากลุ่มยีสต์และรา รวมถึง EN 13727, EN 14348 และ EN 14476 สำหรับแบคทีเรีย ไมโคแบคทีเรีย และไวรัส

ข้อมูลสำคัญตามข้อมูลผลิตภัณฑ์

  • ระบุการฆ่าเชื้อภายในหนึ่งนาที และมีฤทธิ์ปกป้องพื้นผิวต่อเนื่องได้นานถึงสิบสี่วัน
  • อัตราเจือจางหลายระดับ ได้แก่ 1:30, 1:50, 1:60, 1:100 ไปจนถึง 1:200
  • ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ไม่กัดกร่อนสแตนเลส อะลูมิเนียม ยาง พลาสติก และไฟเบอร์กลาส ซึ่งรวมถึงมือจับตู้ บานพับ ขอบหน้าต่างอะลูมิเนียม และขาเฟอร์นิเจอร์พลาสติก
  • ระบุว่าปลอดภัยต่อคน สัตว์เลี้ยง และอุปกรณ์การแพทย์เมื่อใช้ตามคำแนะนำ
  • ผ่านการทดสอบและรับรองที่ระบุไว้ ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล, NHS England, ISO 9001:2015, ISO 13485, SGS, Intertek และ CE

ข้อควรรู้อย่างตรงไปตรงมาคือ ไม้ไม่ได้อยู่ในรายการวัสดุที่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าไม่กัดกร่อน ดังนั้นก่อนใช้กับไม้ที่ทาแลกเกอร์ ย้อมสี หรือลงน้ำมัน ควรทดสอบในจุดที่มองไม่เห็นก่อนเสมอ และ Chemgene ไม่ได้ทำให้วัสดุที่ชื้นแห้ง ไม่ได้ซ่อมไม้ที่บวมพอง และไม่ได้ทดแทนการรื้อวัสดุที่เสียหายถาวร หน้าที่ของมันคือฆ่าเชื้อบนพื้นผิวที่ทำความสะอาดแล้ว เพื่อลดเชื้อที่หลงเหลือและช่วยปกป้องพื้นผิวในช่วงที่บ้านกำลังฟื้นตัว

ขั้นตอนสำหรับเฟอร์นิเจอร์ไม้

  1. คัดแยกก่อน ไม้จริงที่โครงยังแข็งแรงเก็บไว้กู้ ส่วนชิ้นที่เป็น MDF หรือปาร์ติเคิลบอร์ดที่บวมพอง แยกชั้น หรือเปื่อย ให้ถ่ายรูปไว้สำหรับเคลมประกันแล้วทิ้ง
  2. ย้ายออกไปทำนอกบ้าน ในที่ร่มที่ลมโกรก สวมหน้ากากชนิดกรองละเอียด ถุงมือยาง และแว่นป้องกัน ถอดลิ้นชัก ประตูตู้ และแผ่นหลังที่ถอดได้ออก
  3. ปัดคราบราและโคลนออก ใช้แปรงขนนุ่มปัดเบา ๆ นอกตัวบ้าน หรือใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีไส้กรองละเอียด อย่าแปรงในห้องปิด
  4. ล้างด้วยผงซักฟอกอ่อน ๆ ใช้ผ้าหมาด ๆ ชุบน้ำผงซักฟอกเช็ดทุกด้าน รวมถึงร่องเดือยและใต้ลิ้นชัก อย่าราดน้ำจนชุ่ม แล้วเช็ดซ้ำด้วยผ้าชุบน้ำสะอาด
  5. ฆ่าเชื้อด้วย Chemgene เจือจางตามอัตราที่ฉลากกำหนด ทดสอบในจุดที่มองไม่เห็นก่อน แล้วเช็ดหรือพ่นละอองให้ทั่วผิวที่สะอาดแล้ว ทิ้งไว้ตามเวลาสัมผัสบนฉลาก
  6. ผึ่งให้แห้งช้า ๆ ในที่ร่ม ใช้พัดลมช่วยหมุนเวียนอากาศ หากมีเครื่องลดความชื้นยิ่งดี ไม่ควรตากแดดจัดหรือเป่าลมร้อนใส่โดยตรง
  7. รอให้แห้งสนิทก่อนซ่อมผิว หากต้องขัดหรือเคลือบใหม่ ควรรอจนเนื้อไม้แห้งจริง ช่างไม้มักใช้เครื่องวัดความชื้นไม้เป็นตัวช่วยตัดสินใจ

ขั้นตอนสำหรับผนัง

  1. ถอดบัวพื้นและเลื่อนตู้ออกจากผนัง เพื่อตรวจด้านหลังและให้อากาศเข้าถึง
  2. ตัดผนังยิปซัมส่วนที่เปียก ตัดเหนือแนวที่น้ำซึมขึ้นไปเล็กน้อย นำฉนวนที่เปียกออก และให้โครงด้านในแห้ง
  3. ขูดสีที่พองและหลุดลอกออก บนผนังปูน แล้วล้างคราบโคลนด้วยน้ำผงซักฟอก
  4. ฆ่าเชื้อด้วย Chemgene บนผนังที่ล้างสะอาดแล้ว ตามอัตราเจือจางและเวลาสัมผัสบนฉลาก
  5. ให้ผนังแห้งนานพอ เปิดหน้าต่าง ใช้พัดลมและเครื่องลดความชื้น ผนังปูนอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ ควรให้ช่างวัดความชื้นก่อนทาสีรองพื้นและสีจริง

อ่านฉลากและเอกสารความปลอดภัยทุกครั้ง สวมถุงมือและรองเท้าบูท เปิดให้อากาศถ่ายเท และหากราลามเป็นบริเวณกว้าง เกิดในห้องของผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ หรือเกี่ยวกับโครงสร้างอาคาร ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ทีมงาน WHD มีบริการฆ่าเชื้อโดยทีมงานมืออาชีพให้ปรึกษาได้

10 เหตุผลที่ควรใช้ Chemgene ในขั้นตอนฆ่าเชื้อราบนเฟอร์นิเจอร์และผนังหลังน้ำท่วม

  1. ระบุฤทธิ์ต่อเชื้อราและราขึ้นบ้านไว้ชัดเจน ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ เชื้อราเป็นหนึ่งในกลุ่มเชื้อเป้าหมายของ Chemgene
  2. มีการทดสอบตามมาตรฐาน EN 13624 ซึ่งเป็นมาตรฐานยุโรปสำหรับทดสอบฤทธิ์ต่อเชื้อรา ไม่ใช่แค่คำโฆษณาลอย ๆ
  3. ช่วยปกป้องพื้นผิวต่อเนื่อง ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุฤทธิ์ต่อเนื่องได้นานถึงสิบสี่วัน เป็นประโยชน์ในช่วงที่บ้านยังมีความชื้นสูง
  4. ออกฤทธิ์เร็ว ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุการฆ่าเชื้อภายในหนึ่งนาที ช่วยให้งานฆ่าเชื้อเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นเดินหน้าได้เร็ว เมื่อทำตามเวลาสัมผัสบนฉลากและเปิดให้อากาศถ่ายเท
  5. ไม่กัดกร่อนอุปกรณ์ประกอบเฟอร์นิเจอร์ ทั้งบานพับสแตนเลส มือจับอะลูมิเนียม และขายาง ตามรายการวัสดุในข้อมูลผลิตภัณฑ์
  6. เจือจางได้หลายระดับ ตั้งแต่ 1:30 ถึง 1:200 ใช้ได้ทั้งกับเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นและผนังหลายห้องในบ้านเดียว ดูรายละเอียดได้ที่หน้าสินค้า Chemgene HLD4H
  7. ครอบคลุมเชื้ออื่นที่มากับน้ำท่วม นอกจากเชื้อรา ยังระบุฤทธิ์ต่อแบคทีเรียและไวรัส ซึ่งอาจปนมากับคราบน้ำเสียบนผิวเฟอร์นิเจอร์
  8. ระบุว่าปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยงเมื่อใช้ตามคำแนะนำ และมีการใช้ในสถานที่ดูแลผู้สูงอายุและเด็ก
  9. รับรองโดยสถาบันที่ตรวจสอบได้ มหาวิทยาลัยมหิดล, NHS England, SGS, Intertek และมาตรฐาน ISO
  10. ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ เหมาะกับงานล้างบ้านที่มีน้ำทิ้งปริมาณมากไหลลงท่อชุมชน สั่งซื้อ Chemgene ได้ที่นี่

ก่อนฟื้นฟูอย่างถูกลำดับ

  • ขุยราขาวอมเขียวที่ขาตู้และใต้ลิ้นชัก
  • ตู้ MDF บวมพอง ปิดประตูไม่สนิท
  • สีผนังพองเป็นตุ่ม มีจุดดำตามแนวคราบน้ำ
  • เช็ดน้ำยาฟอกขาวแล้วราย้อนกลับจุดเดิม
  • ตากไม้กลางแดดจัดจนผิวแตกร้าว
  • กลิ่นอับตอนกลางคืน ผู้ป่วยหอบหืดไอบ่อยขึ้น

หลังคัดแยก ทำให้แห้ง ล้าง และใช้ Chemgene

  • เก็บไม้จริงที่กู้ได้ ทิ้งชิ้นที่บวมเปื่อยพร้อมหลักฐานเคลมประกัน
  • ทำความสะอาดครบทุกด้าน รวมถึงร่องเดือยและด้านหลังตู้
  • ผนังได้ขูดสีที่พองออก ล้าง ฆ่าเชื้อ และรอให้แห้งก่อนทาใหม่
  • ผึ่งไม้ในที่ร่มอย่างช้า ๆ ผิวไม่แตก
  • พื้นผิวสะอาดและได้รับการฆ่าเชื้อตามฉลาก
  • อากาศในบ้านถ่ายเท กลิ่นอับลดลง ผู้สูงอายุกลับมาอยู่ได้สบายขึ้น

กรณีตัวอย่าง: คาเฟ่โต๊ะไม้ในตึกแถวฝั่งตะวันออกที่ต้องเปิดร้านให้ทันลูกค้าประจำ

กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์จำลองเพื่ออธิบายการใช้งาน ไม่ใช่รีวิวของลูกค้าจริง)

คุณบีมเปิดคาเฟ่เล็ก ๆ ในตึกแถวสองคูหาย่านกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก จุดขายของร้านคือโต๊ะไม้จามจุรีหน้ากว้าง ผนังตกแต่งด้วยไม้ระแนง และชั้นวางหนังสือไม้สน ช่วงน้ำท่วม น้ำเข้าร้านราวหนึ่งคืบและขังอยู่สองวัน หลังน้ำลด คุณบีมเห็นจุดราสีเทาบนขาโต๊ะ ใต้ชั้นวาง และด้านหลังไม้ระแนงที่ติดผนัง ร้านมีกลิ่นอับชัดเจนจนไม่กล้าเปิดรับลูกค้า

สิ่งที่เธอทำคือ คัดชั้นวางที่เป็นไม้อัดเปื่อยทิ้ง ถอดไม้ระแนงช่วงล่างออกเพื่อให้ผนังปูนด้านหลังได้แห้ง ยกโต๊ะไม้จริงทั้งหมดออกไปหน้าร้านในที่ร่ม ปัดคราบราออกพร้อมสวมหน้ากาก เช็ดด้วยน้ำผงซักฟอก แล้วใช้ Chemgene ที่เจือจางตามฉลากเช็ดทุกด้านของโต๊ะ หลังทดสอบที่ใต้โต๊ะก่อนว่าผิวเคลือบไม่เปลี่ยนสี ทิ้งไว้ตามเวลาสัมผัส จากนั้นผึ่งลมหลายวันโดยใช้พัดลมช่วย ส่วนผนังด้านหลังระแนง ทีมช่างขูดสีที่พองออก ล้าง ฆ่าเชื้อ และรอให้แห้งก่อนติดไม้ระแนงชุดใหม่ เมื่อทาสีและเคลือบใหม่เสร็จ ร้านยังมีกลิ่นสีค้างอยู่ คุณบีมจึงใช้บริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นสีและสารเคมีตกค้างปิดท้ายก่อนเปิดร้าน

"ตอนแรกคิดว่าเช็ดราออกแล้วทาสีทับก็จบ แต่พอเข้าใจว่าต้องแห้งก่อน ล้างก่อน แล้วค่อยฆ่าเชื้อ งานช้าลงไม่กี่วัน แต่ไม่ต้องกลับมาทำซ้ำ" คุณบีมเล่าในสถานการณ์ตัวอย่างนี้

เช็กลิสต์จัดการเชื้อราบนเฟอร์นิเจอร์ไม้และผนังหลังน้ำท่วม

สัปดาห์แรกหลังน้ำลด

  • ตัดไฟชั้นล่างและให้ช่างไฟตรวจก่อนใช้ปลั๊กหรือพัดลมที่โดนน้ำ
  • ถ่ายรูปความเสียหายทุกชิ้นก่อนเคลื่อนย้าย สำหรับเคลมประกันหรือขอรับความช่วยเหลือ
  • เปิดประตูหน้าต่างทุกบาน เลื่อนเฟอร์นิเจอร์ออกห่างผนัง ถอดลิ้นชักและประตูตู้
  • คัดแยก ไม้จริงเก็บไว้กู้ ส่วน MDF ปาร์ติเคิลบอร์ด เบาะ และฟองน้ำที่แช่น้ำท่วมให้พิจารณาทิ้ง
  • ให้ผู้ป่วยหอบหืด เด็กเล็ก และผู้สูงอายุพักที่อื่นระหว่างรื้อและขัดรา

ช่วงทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ

  • สวมหน้ากากกรองละเอียด ถุงมือยาง แว่นป้องกัน และรองเท้าบูท
  • ปัดราและโคลนออกนอกบ้าน ล้างด้วยน้ำผงซักฟอก แล้วเช็ดน้ำสะอาด
  • ใช้ Chemgene ตามอัตราเจือจางและเวลาสัมผัสบนฉลาก ทดสอบบนไม้ที่เคลือบผิวในจุดที่มองไม่เห็นก่อน
  • อย่าผสม Chemgene กับน้ำยาฟอกขาวหรือสารเคมีอื่น

ก่อนซ่อมผิวและทาสีใหม่

  • รอให้ไม้และผนังแห้งจริง ให้ช่างวัดความชื้นก่อนลงมือ
  • ตรวจด้านหลังตู้ ใต้บัวพื้น และมุมห้องซ้ำอีกครั้ง หากพบราใหม่ให้ล้างและฆ่าเชื้อซ้ำ
  • เลือกสีรองพื้นที่เหมาะกับผนังที่เคยชื้น
  • หลังทาสีหรือเคลือบเฟอร์นิเจอร์ใหม่ หากยังมีกลิ่นอับหรือกลิ่นสารเคมี พิจารณาบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยเป็นขั้นตอนเสริม ซึ่งต้องทำในห้องว่างที่ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเชื้อราบนเฟอร์นิเจอร์ไม้และผนังหลังน้ำท่วม

1. เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่โดนน้ำท่วม ต้องทิ้งทั้งหมดหรือไม่

ไม่จำเป็นทั้งหมด ไม้จริงที่โครงสร้างยังแข็งแรงมักกู้ได้หากทำความสะอาดและทำให้แห้งอย่างถูกวิธี แต่ MDF ปาร์ติเคิลบอร์ด และไม้อัดที่บวม แยกชั้น หรือเปื่อย รวมถึงเบาะและฟองน้ำที่แช่น้ำท่วม มักควรทิ้ง เพราะทำความสะอาดให้ทั่วถึงเนื้อในไม่ได้

2. ใช้ Chemgene กับไม้ที่เคลือบแลกเกอร์หรือทำสีได้หรือไม่

ไม้ไม่ได้อยู่ในรายการวัสดุที่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าไม่กัดกร่อน จึงควรทดสอบในจุดที่มองไม่เห็นก่อนทุกครั้ง ใช้แบบเช็ดหมาด ๆ หรือพ่นละอองบาง ๆ แทนการราดจนชุ่ม และเช็ดส่วนเกินออกหลังครบเวลาสัมผัสตามฉลาก

3. ทาสีกันราทับเลยได้ไหม ไม่ต้องรอให้แห้ง

ไม่ควร สีกันราไม่สามารถแก้ปัญหาความชื้นที่ยังอยู่ในผนัง หากทาทับผนังที่ยังชื้น สีจะพองและราจะกลับมา ควรล้าง ฆ่าเชื้อ และรอให้ผนังแห้งจริงก่อน

4. ผนังปูนต้องรอนานแค่ไหนก่อนทาสีใหม่

ขึ้นกับความหนาของผนัง ระยะเวลาที่น้ำขัง และการระบายอากาศ ผนังปูนอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ วิธีที่แน่นอนกว่าการกะประมาณคือให้ช่างวัดความชื้นผนังก่อนตัดสินใจ

5. ใช้น้ำส้มสายชูเช็ดราแทนได้ไหม

น้ำส้มสายชูเป็นวิธีที่หลายบ้านนิยม แต่ไม่ใช่น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ที่มีข้อมูลการทดสอบตามมาตรฐาน และเพิ่มความชื้นให้วัสดุเช่นกัน หากต้องการความมั่นใจ ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระบุฤทธิ์ต่อเชื้อราและมีผลทดสอบรองรับ ตามขั้นตอนบนฉลาก

6. ทำเองได้ไหม หรือต้องจ้างมืออาชีพ

บริเวณเล็ก ๆ บนเฟอร์นิเจอร์หรือผนังสามารถทำเองได้ หากสวมอุปกรณ์ป้องกันและทำตามขั้นตอน แต่หากราลามกว้าง อยู่ในโครงสร้างผนังหรือฝ้า หรือมีผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำในบ้าน ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน สอบถามทีม WHD ได้ทางโทรศัพท์หรือ LINE

7. Chemgene ช่วยรักษาอาการภูมิแพ้จากราได้หรือไม่

ไม่ได้ Chemgene เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อพื้นผิว ไม่ใช่ยา ผู้ที่มีอาการทางเดินหายใจหรือภูมิแพ้กำเริบควรพบแพทย์ และแจ้งแพทย์ว่าบ้านเพิ่งถูกน้ำท่วม

อย่าปล่อยให้ราพรากเฟอร์นิเจอร์ที่รักและผนังที่เพิ่งซ่อม

คัดแยก ทำให้แห้ง ล้าง แล้วฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาเกรดการแพทย์ที่ระบุฤทธิ์ต่อเชื้อราและมีผลทดสอบรองรับ

สั่งซื้อ Chemgene HLD4H ฆ่าเชื้อราหลังน้ำท่วม

โทร 065-556-6294  |  LINE @whd268  |  worldhealthdisinfection@gmail.com

บทความและหน้าที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#Chemgene #น้ำยาฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ #น้ำท่วมกทม2569 #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #เชื้อราบนเฟอร์นิเจอร์ไม้ #ราขึ้นผนัง

คำค้นหา: เชื้อราบนเฟอร์นิเจอร์ไม้และผนัง, ราขึ้นเฟอร์นิเจอร์ไม้หลังน้ำท่วม, ราขึ้นผนังหลังน้ำท่วม, ตู้ไม้ขึ้นรา, สีผนังพองหลังน้ำท่วม, น้ำยาฆ่าเชื้อรา, Chemgene HLD4H, น้ำท่วมกรุงเทพ 2569, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้