ฆ่าเชื้อรถสาธารณะหลังน้ำท่วม: คู่มือดูแลจุดสัมผัสร่วมของวินมอเตอร์ไซค์ รถตู้ และรถโดยสาร

Last updated: 1 ต.ค. 2569  |  12 จำนวนผู้เข้าชม  | 

น้ำยาฆ่าเชื้อ โรคมือเท้าปาก

ฆ่าเชื้อรถสาธารณะหลังน้ำท่วม: คู่มือดูแลจุดสัมผัสร่วมของวินมอเตอร์ไซค์ รถตู้ และรถโดยสาร หลังน้ำท่วม กทม. ปลายเดือนกันยายน 2569 ด้วย Chemgene HLD4H

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

หมวกกันน็อกใบเดียว ผ่านศีรษะผู้โดยสารหลายสิบคนต่อวัน

พี่เอกขับวินมอเตอร์ไซค์อยู่ปากซอยแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าวมาสิบสองปี ใต้เบาะรถของเขามีหมวกกันน็อกสำรองสองใบสำหรับผู้โดยสาร ทุกเช้ามีพนักงานออฟฟิศ นักเรียน แม่ค้าที่ไปตลาด และผู้สูงอายุที่ต้องไปโรงพยาบาล ผลัดกันสวมหมวกใบเดียวกันวันละหลายสิบคน

ช่วงวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 ฝนตกหนักไม่หยุด น้ำท่วมถนนในซอยและถนนใหญ่หลายช่วง วินมอเตอร์ไซค์กลายเป็นพาหนะเดียวที่หลายคนพึ่งได้ พี่เอกกับเพื่อนในวินผลัดกันรับคนลุยน้ำออกจากซอยไปถึงจุดที่รถโดยสารยังวิ่งได้ ขากับรองเท้าของทั้งคนขับและผู้โดยสารแช่น้ำขุ่นตลอดวัน น้ำกระเซ็นขึ้นเบาะ ขึ้นมือจับท้ายรถ และขึ้นหมวกที่ผู้โดยสารถือไว้ระหว่างรอ เสื้อวินที่เปียกแล้วแห้งสลับกันหลายรอบเริ่มมีกลิ่นอับ ซุ้มวินที่เป็นม้านั่งไม้กับหลังคาสังกะสีก็จมน้ำครึ่งขา

ตามรายงานข่าว ถึงวันที่ 30 กันยายน ถนนบางสายอย่างลาดพร้าวยังมีน้ำขังราว 20 ถึง 40 เซนติเมตร งานของพี่เอกจึงยังไม่จบ แต่สิ่งที่เริ่มทำให้เขากังวลคือ ผู้โดยสารประจำคนหนึ่งเปิดหมวกขึ้นมาแล้วทำหน้าเบ้เพราะกลิ่นฟองน้ำด้านในที่เปียกน้ำท่วมมาหลายวัน อีกคนถามตรง ๆ ว่า "หมวกนี่ล้างหรือยังพี่" พี่เอกตอบได้แค่ว่า "เช็ดแล้วครับ" โดยที่ตัวเองก็ไม่แน่ใจว่าเช็ดแบบนั้นพอหรือไม่

คำถามเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับคนขับรถตู้ รถสองแถว รถแท็กซี่ และพนักงานรถโดยสารทั่วกรุงเทพฯ ที่ยังคงวิ่งรับส่งคนตลอดช่วงน้ำท่วม รถสาธารณะคือพื้นที่ปิดขนาดเล็กที่คนแปลกหน้าจำนวนมากผลัดกันจับจุดเดียวกัน บทความนี้จะพาไล่ดูทีละจุดว่าควรฟื้นฟูและฆ่าเชื้ออย่างไรให้ปลอดภัยทั้งต่อคนขับและผู้โดยสาร

น้ำท่วม กทม. 2569 กับคนที่ไม่ได้หยุดวิ่ง

ตามรายงานข่าว ฝนตกหนักต่อเนื่องระหว่างวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 ราว 300 มิลลิเมตรภายในประมาณสองวัน ทำให้น้ำท่วมหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยในวันที่ 26 กันยายน 2569 ฝั่งตะวันออกได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยมีการกล่าวถึงพื้นที่คลองจั่นและบึงกุ่ม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครระบุว่าคลองเต็มความจุ และการระบายน้ำต้องใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 3 วันหลังฝนหยุด และจนถึงวันที่ 30 กันยายน ถนนศรีบูรพาและลาดพร้าวยังมีน้ำขังราว 20 ถึง 40 เซนติเมตร

ในช่วงที่ถนนหลายสายจมน้ำ วินมอเตอร์ไซค์ รถตู้ รถสองแถว และรถโดยสารประจำทางเป็นเส้นเลือดสำคัญที่ทำให้คนยังไปทำงาน ไปโรงพยาบาล และกลับบ้านได้ คนขับจำนวนมากต้องวิ่งรถผ่านน้ำขังติดต่อกันหลายวัน รถบางคันจอดแช่น้ำในลานจอดหรือในซอยหน้าบ้าน ห้องโดยสารของรถตู้บางคันมีน้ำเข้าถึงพื้น และพรมปูพื้นเปียกโคลน

เมื่อน้ำเริ่มลดและผู้คนกลับมาเดินทางตามปกติ จำนวนผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นี่คือช่วงเวลาที่การดูแลจุดสัมผัสร่วมบนรถสำคัญที่สุด เพราะรถคันเดียวอาจรับส่งคนหลายสิบถึงหลายร้อยคนต่อวัน หากยังมีเชื้อตกค้างจากน้ำท่วม รถก็จะเป็นพาหนะพาเชื้อจากซอยหนึ่งไปอีกซอยหนึ่งโดยไม่รู้ตัว

เชื้อโรคบนจุดสัมผัสร่วมของรถสาธารณะหลังน้ำท่วม

น้ำที่กระเซ็นขึ้นตัวรถ เบาะ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ไหลผ่านท่อระบายน้ำ บ่อเกรอะ และคลอง กรมควบคุมโรค และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) แนะนำให้ถือว่าน้ำท่วมเป็นสิ่งปนเปื้อน สำหรับรถสาธารณะ ความเสี่ยงหลักมีดังนี้

  • แบคทีเรียจากสิ่งปฏิกูล เช่น อีโคไล และซัลโมเนลลา ที่ติดอยู่บนเบาะ มือจับ และพรมปูพื้น แล้วติดมือผู้โดยสารไปถึงปากหรืออาหาร
  • เชื้อเลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู ซึ่งคนขับวินและผู้โดยสารที่ลุยน้ำเสี่ยงมากที่สุด เพราะเชื้อเข้าทางแผลที่เท้าและขา หรือผิวหนังที่แช่น้ำนานจนเปื่อย
  • เชื้อราและกลิ่นอับ ในฟองน้ำซับในหมวกกันน็อก เบาะผ้าของรถตู้ พรมปูพื้น และเสื้อวินที่เปียกแล้วไม่ได้ซัก
  • ไวรัสทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่ RSV และโควิด-19 ซึ่งแพร่ได้ง่ายในห้องโดยสารรถตู้ที่ปิดกระจกเปิดแอร์ และแพร่ผ่านหมวกกันน็อกที่สวมผลัดกันชิดใบหน้าและลมหายใจ
  • โนโรไวรัส ที่ติดต่อง่ายผ่านพื้นผิวที่คนจำนวนมากจับร่วมกัน เช่น ราวจับและมือจับประตู
  • ไวรัสมือเท้าปาก ซึ่งเด็กนักเรียนที่นั่งรถตู้รับส่งหรือซ้อนวินไปโรงเรียนอาจได้รับจากจุดสัมผัสร่วม

จุดสัมผัสร่วมที่ต้องรู้จัก แยกตามประเภทรถ

วินมอเตอร์ไซค์ หมวกกันน็อกสำรองทั้งเปลือกนอก ชิลด์หน้า สายรัดคาง และซับในฟองน้ำ มือจับท้ายเบาะ เบาะนั่ง ที่พักเท้าผู้โดยสาร แฮนด์และมือเบรกของคนขับ เสื้อวิน และม้านั่งในซุ้มวิน

รถตู้ มือจับประตูบานเลื่อนทั้งด้านนอกและด้านใน มือจับหลังพนักพิงเบาะ หัวเข็มขัดนิรภัยและสายเข็มขัด เบาะ ที่วางแขน ปุ่มเปิดไฟอ่านหนังสือ ช่องแอร์ กระจกที่คนชอบพิง พรมปูพื้น และขั้นบันไดขึ้นรถ

รถสองแถวและรถโดยสาร ราวจับแนวนอนและเสาจับแนวตั้ง ห่วงจับ ปุ่มกดกริ่ง ขอบเบาะ บันไดท้ายรถ กระบอกเก็บค่าโดยสาร และเครื่องรับชำระเงิน

แท็กซี่และรถรับจ้างผ่านแอป มือจับประตู ที่เปิดกระจก หัวเข็มขัดนิรภัย พนักพิงเบาะหน้าที่ผู้โดยสารจับตอนลุก และที่วางโทรศัพท์

ใครเสี่ยงที่สุด

คนขับคือผู้ที่สัมผัสเชื้อนานที่สุด เพราะอยู่บนรถทั้งวันและหลายคนต้องลุยน้ำ ผู้โดยสารที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้สูงอายุที่ต้องไปโรงพยาบาล เด็กนักเรียน หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หากคนขับหรือผู้โดยสารมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง ตาแดง หรือท้องร่วงหลังลุยน้ำ ต้องไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งว่าเคยสัมผัสน้ำท่วม เพราะโรคฉี่หนูต้องรักษาโดยแพทย์ และควรหยุดขับรถจนกว่าแพทย์จะอนุญาต

ผลกระทบต่อคนขับและธุรกิจรับส่งผู้โดยสาร

ด้านสุขภาพ คนขับวินและรถตู้ส่วนใหญ่มีรายได้เป็นรายวัน หากป่วยหนึ่งสัปดาห์ก็คือรายได้หนึ่งสัปดาห์ที่หายไป และหากคนขับในวินเดียวกันติดเชื้อต่อกันจากเสื้อวินหรือม้านั่งในซุ้ม ทั้งวินอาจต้องหยุดวิ่งพร้อมกัน

ด้านเงิน หมวกกันน็อก เบาะ และพรมที่ขึ้นราอาจต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่น้อยสำหรับคนขับรายย่อย การใช้สารเคมีแรงที่กัดกร่อนโลหะและยางอาจทำให้แฮนด์ มือจับ และขอบยางประตูเสื่อมเร็วขึ้น

ด้านเวลา ช่วงหลังน้ำลดเป็นช่วงที่ผู้โดยสารมากที่สุด คนขับจึงไม่อยากเสียเวลาจอดรถทำความสะอาดนาน การมีขั้นตอนที่ชัดเจนและน้ำยาที่ออกฤทธิ์เร็วจึงสำคัญมาก

ด้านชื่อเสียง ผู้โดยสารเลือกวินและรถตู้จากความรู้สึก หากขึ้นรถแล้วได้กลิ่นอับหรือหมวกมีกลิ่นเหม็น ครั้งหน้าก็อาจเลือกเรียกรถผ่านแอปหรือไปขึ้นวินอื่นแทน รีวิวในกลุ่มออนไลน์ของหมู่บ้านหรือคอนโดก็มีผลต่อรายได้โดยตรง

ด้านครอบครัว คนขับกลับบ้านทุกคืนพร้อมเสื้อผ้า รองเท้า และมือที่สัมผัสผู้คนมาทั้งวัน เชื้อที่ติดมาจากรถจึงอาจไปถึงลูกเล็กและพ่อแม่สูงวัยที่บ้านได้

ทำไมวิธีที่คนขับมักทำจึงยังไม่พอ

เช็ดหมวกด้วยผ้าแห้งแล้วตากแดด ช่วยให้ผิวนอกแห้ง แต่ซับในฟองน้ำที่อมน้ำท่วมยังชื้นอยู่ด้านใน และเป็นที่สะสมของเชื้อราและแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่น

ฉีดสเปรย์น้ำหอมในรถตู้ กลิ่นหอมช่วยกลบกลิ่นอับได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้กำจัดเชื้อในเบาะและพรม และกลิ่นน้ำหอมเข้มข้นในห้องโดยสารที่ปิดแอร์อาจทำให้ผู้โดยสารบางคนเวียนศีรษะ

ใช้น้ำยาฟอกขาวเช็ดแฮนด์และมือจับ สารฟอกขาวที่ไม่ได้เจือจางอย่างถูกต้องกัดกร่อนโลหะ ทำให้ยางแข็งกรอบ และทำให้เบาะหนังเทียมซีดและแตก นอกจากนี้กลิ่นคลอรีนที่ค้างบนแฮนด์ยังติดมือคนขับทั้งวัน

ใช้เจลแอลกอฮอล์เช็ดทุกอย่าง เจลแอลกอฮอล์เหมาะกับมือ แต่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับพื้นผิวขนาดใหญ่ที่เปื้อนคราบ และระเหยเร็วจนอาจไม่ครบระยะเวลาสัมผัส

ฆ่าเชื้อบนคราบโคลน คราบโคลนบนพรมและพื้นรถลดประสิทธิภาพของน้ำยาฆ่าเชื้อทุกชนิด ต้องล้างให้สะอาดก่อนเสมอ

Chemgene HLD4H: น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ที่เข้ากับวัสดุของรถ

CHEMGENE HLD4H เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงเกรดการแพทย์ ผลิตในประเทศอังกฤษ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ใช้ในโรงพยาบาล คลินิก ห้องปฏิบัติการ โรงเรียน สำนักงาน และสนามบิน ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีจุดสัมผัสร่วมจำนวนมากเช่นเดียวกับรถสาธารณะ

  • เข้ากับวัสดุของรถและหมวกกันน็อก ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ไม่กัดกร่อนสแตนเลส อะลูมิเนียม ยาง พลาสติก และไฟเบอร์กลาส ซึ่งเป็นวัสดุของแฮนด์ ราวจับ ขอบยางประตู เปลือกหมวก และชิลด์
  • ครอบคลุมเชื้อหลายกลุ่ม ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุประสิทธิภาพต่อแบคทีเรีย เชื้อรา ไมโคแบคทีเรีย ซัลโมเนลลา และไวรัส ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ H1N1 RSV โนโรไวรัส ไวรัสมือเท้าปาก และ SARS-CoV-2
  • ออกฤทธิ์เร็ว หน้าข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าฆ่าเชื้อได้ภายใน 1 นาที และมีประสิทธิภาพ 99.85% ต่อเชื้อโควิด-19 เหมาะกับคนขับที่มีเวลาระหว่างเที่ยวไม่มาก
  • ปกป้องพื้นผิวต่อเนื่อง สูงสุด 14 วันตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
  • เจือจางได้หลายระดับ ตั้งแต่ 1:30, 1:50, 1:60, 1:100 ถึง 1:200 คนขับในวินเดียวกันสามารถซื้อร่วมกันแล้วแบ่งผสมใส่ขวดสเปรย์ตามอัตราบนฉลาก
  • ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และหน้าข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าปลอดภัยต่อคน สัตว์เลี้ยง และอุปกรณ์การแพทย์เมื่อใช้ตามคำแนะนำ
  • มีผลทดสอบและการรับรอง ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England ISO 9001:2015 ISO 13485 SGS Intertek CE และมาตรฐาน EN 13727, EN 14348, EN 13624, EN 14476 ดูได้ที่หน้า เอกสารรับรอง

ข้อสำคัญ: Chemgene ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อบนจุดสัมผัสร่วม แต่ไม่ได้ป้องกันน้ำท่วม ไม่ได้ซ่อมรถที่ลุยน้ำ และไม่ใช่การรักษาทางการแพทย์ ต้องล้างคราบโคลนให้สะอาดก่อนเสมอ แล้วจึงใช้ตามอัตราเจือจางและระยะเวลาสัมผัสที่ฉลากกำหนด สวมถุงมือ และเปิดประตูหรือกระจกให้อากาศถ่ายเทขณะใช้ในห้องโดยสาร

ขั้นตอนฟื้นฟูและฆ่าเชื้อรถสาธารณะหลังน้ำลด

ขั้นที่ 1: ตรวจความปลอดภัยของรถก่อน

รถที่ลุยน้ำลึกหรือจอดแช่น้ำควรให้ช่างตรวจเครื่องยนต์ ระบบไฟ ระบบเบรก และลูกปืนล้อก่อนกลับมาวิ่งรับผู้โดยสาร โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่น้ำอาจเข้าห้องเครื่องหรือกล่องไฟ ระหว่างทำความสะอาดให้ดับเครื่องและถอดกุญแจ ไม่พ่นน้ำหรือน้ำยาตรงเข้าระบบไฟฟ้า กล่องฟิวส์ หรือหน้าจอ ใช้วิธีเช็ดด้วยผ้าหมาดแทน

ขั้นที่ 2: ถอด แยก และล้าง

ถอดซับในหมวกกันน็อกที่ถอดได้ออกมาซักด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอกหรือน้ำยาสำหรับซักหมวก แล้วผึ่งในที่ร่มที่ลมผ่านจนแห้งสนิท หมวกที่ซับในถอดไม่ได้และอมน้ำท่วมจนมีกลิ่นหรือขึ้นรา ควรพิจารณาเปลี่ยนใบใหม่ เพราะความปลอดภัยของศีรษะผู้โดยสารสำคัญกว่าราคาหมวก สำหรับรถตู้ ให้ยกพรมปูพื้นออกมาล้าง ตากให้แห้ง หรือเปลี่ยนใหม่หากขึ้นรา ดูดน้ำและโคลนออกจากพื้นรถ แล้วล้างพื้นด้วยน้ำและสารทำความสะอาด เบาะผ้าที่จมน้ำท่วมควรให้ร้านทำความสะอาดเบาะรถมืออาชีพดูแล หรือเปลี่ยนผ้าหุ้มหากยังมีกลิ่น ส่วนเสื้อวินให้ซักแยกจากเสื้อผ้าของคนในบ้าน

ขั้นที่ 3: ฆ่าเชื้อด้วย Chemgene ทีละจุด

เมื่อพื้นผิวสะอาดและแห้งหมาดแล้ว ผสม Chemgene HLD4H ตามอัตราเจือจางที่ฉลากกำหนด ใส่ขวดสเปรย์ แล้วพ่นลงบนผ้าไมโครไฟเบอร์หรือพ่นบนพื้นผิวโดยตรงในจุดที่ไม่มีระบบไฟฟ้า ให้พื้นผิวเปียกทั่วและปล่อยไว้ตามระยะเวลาสัมผัสที่ระบุ

  1. หมวกกันน็อก เปลือกนอก ชิลด์หน้าทั้งสองด้าน สายรัดคาง และหัวล็อก เปลือกด้านในส่วนที่เป็นโฟมแข็งเช็ดเบา ๆ แล้วรอให้แห้งสนิทก่อนใส่ซับในกลับ
  2. รถจักรยานยนต์ แฮนด์ มือเบรก ปลอกแฮนด์ มือจับท้ายเบาะ เบาะนั่ง และที่พักเท้าผู้โดยสาร
  3. รถตู้ มือจับประตูบานเลื่อนด้านนอกและด้านใน มือจับหลังเบาะ หัวเข็มขัดนิรภัย ที่วางแขน ปุ่มไฟ ขั้นบันได และพื้นรถหลังล้างแล้ว
  4. รถสองแถวและรถโดยสาร ราวจับ เสาจับ ห่วงจับ ปุ่มกริ่ง ขอบเบาะ และบันไดท้ายรถ
  5. แท็กซี่ มือจับประตู ที่เปิดกระจก หัวเข็มขัด และพนักพิงเบาะหน้า
  6. ซุ้มวินและจุดรอรถ ม้านั่ง ราวจับ โต๊ะเล็กที่วางหมวก และตะขอแขวนหมวก หลังล้างโคลนออกแล้ว

ขั้นที่ 4: ระบายอากาศและรอให้แห้ง

สำหรับรถตู้และแท็กซี่ ให้เปิดประตูทุกบานระหว่างฆ่าเชื้อและหลังจากนั้นอีกระยะหนึ่ง ให้พื้นผิวแห้งก่อนรับผู้โดยสาร ตั้งระบบแอร์ให้ดึงอากาศจากภายนอกในช่วงแรก และพิจารณาให้ช่างตรวจและล้างแผงกรองอากาศในห้องโดยสาร หากรถเคยมีน้ำเข้าถึงพื้น

ขั้นที่ 5: รอบเช็ดประจำวันและนิสัยใหม่

ตั้งรอบเช็ดหมวกกันน็อกและมือจับหลังผู้โดยสารลงทุกคน หรืออย่างน้อยทุกช่วงพักระหว่างเที่ยว วางขวดสเปรย์ Chemgene ที่ผสมไว้ตามฉลากในกล่องใต้เบาะ เตรียมหมวกคลุมผมแบบใช้ครั้งเดียวให้ผู้โดยสารสวมก่อนใส่หมวกกันน็อก และพกเจลล้างมือให้ผู้โดยสารใช้ก่อนขึ้นและหลังลงจากรถ รถตู้ควรติดป้ายเล็ก ๆ ว่ารถได้รับการฆ่าเชื้อประจำวันแล้ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้โดยสาร

ดูแลตัวคนขับ: ด่านแรกของความปลอดภัยผู้โดยสาร

รถจะสะอาดได้ไม่นานหากคนขับยังพาเชื้อกลับขึ้นรถทุกวัน คนขับที่ยังต้องวิ่งผ่านน้ำขังควรสวมรองเท้าบูทยางหรือรองเท้าที่ปิดเท้ามิดชิดแทนรองเท้าแตะ ปิดแผลที่เท้าและขาด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ ล้างเท้าและขาด้วยสบู่ทันทีเมื่อพักและเมื่อถึงบ้าน และเช็ดให้แห้งโดยเฉพาะซอกนิ้วเท้า

ล้างมือด้วยสบู่หรือใช้เจลแอลกอฮอล์หลังรับเงินสด หลังเติมน้ำมัน และก่อนกินอาหาร ไม่ใช้ผ้าผืนเดียวกันเช็ดหน้าตัวเองกับเช็ดรถ แยกเสื้อวินหรือชุดทำงานออกจากเสื้อผ้าของคนในบ้านและซักทุกวันในช่วงนี้ หากมีไข้ ปวดน่อง หรือรู้สึกอ่อนเพลียผิดปกติหลังลุยน้ำ ให้หยุดขับและไปพบแพทย์ทันที อย่าฝืนวิ่งรถเพราะห่วงรายได้ เพราะโรคฉี่หนูที่รักษาช้าอาจรุนแรงได้

10 เหตุผลที่คนขับวินมอเตอร์ไซค์ รถตู้ และรถโดยสารเลือก Chemgene หลังน้ำท่วม

  1. ไม่ทำร้ายหมวกและอุปกรณ์ ไม่กัดกร่อนพลาสติก ไฟเบอร์กลาส ยาง และอะลูมิเนียม ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
  2. ออกฤทธิ์เร็วระหว่างเที่ยว ภายใน 1 นาทีตามหน้าข้อมูลผลิตภัณฑ์ คนขับไม่ต้องเสียเวลาจอดรอนาน
  3. ครอบคลุมไวรัสทางเดินหายใจ ทั้งไข้หวัดใหญ่ H1N1 RSV และ SARS-CoV-2 ซึ่งแพร่ง่ายในห้องโดยสารปิด
  4. ครอบคลุมเชื้อทางเดินอาหาร อย่างซัลโมเนลลาและโนโรไวรัสที่ติดมากับน้ำท่วมและมือคน
  5. ปกป้องต่อเนื่อง สูงสุด 14 วันตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ Chemgene ช่วยระหว่างรอบเช็ด
  6. ประหยัดสำหรับคนขับรายย่อย เจือจางได้ถึง 1:200 ตามฉลาก ขวดเดียวแบ่งใช้ได้ทั้งวิน
  7. ไม่มีกลิ่นคลอรีนติดแฮนด์และมือ คนขับและผู้โดยสารไม่ต้องทนกลิ่นสารเคมีฉุนตลอดวัน
  8. เป็นมาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาลและสนามบิน ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน EN และรับรอง ISO 13485 ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
  9. เป็นจุดขายที่บอกผู้โดยสารได้ การบอกว่ารถใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ ช่วยให้ผู้โดยสารประจำกลับมาใช้บริการอย่างมั่นใจ
  10. ใช้ต่อได้ที่บ้าน คนขับที่บ้านถูกน้ำท่วมด้วย ใช้ผลิตภัณฑ์เดียวกันฟื้นฟูบ้านได้ ตามคำแนะนำบนฉลาก

ก่อนและหลัง: รถที่กลับมาวิ่งทันที กับรถที่ฟื้นฟูตามขั้นตอน

ก่อน: เช็ดคร่าว ๆ แล้ววิ่งต่อ

  • ซับในหมวกยังชื้นและมีกลิ่นอับ ผู้โดยสารไม่อยากสวม
  • พรมรถตู้ยังมีโคลนและกลิ่นเหม็นเมื่อเปิดแอร์
  • แฮนด์และมือจับเช็ดด้วยน้ำยาฟอกขาวจนยางแข็ง
  • คนขับใส่รองเท้าแตะลุยน้ำทั้งวัน ไม่ได้ปิดแผล
  • เสื้อวินใส่ซ้ำหลายวันโดยไม่ได้ซัก
  • ไม่มีเจลล้างมือหรือหมวกคลุมผมให้ผู้โดยสาร

หลัง: ฟื้นฟูตามลำดับแล้วใช้ Chemgene

  • ซับในหมวกถูกซักและผึ่งจนแห้ง เปลือกและชิลด์ได้รับการฆ่าเชื้อ
  • พรมล้างหรือเปลี่ยนใหม่ พื้นรถสะอาด ห้องโดยสารไม่มีกลิ่น
  • จุดสัมผัสได้รับการฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาที่ไม่กัดกร่อน
  • คนขับสวมรองเท้าปิดเท้า ปิดแผล และล้างเท้าทุกครั้งที่พัก
  • เสื้อวินซักแยกทุกวัน
  • มีเจลล้างมือ หมวกคลุมผม และรอบเช็ดหลังผู้โดยสารลง

กรณีตัวอย่าง: ผู้ประกอบการรถตู้รับส่งนักเรียนและพนักงานย่านศรีบูรพา

กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์จำลองเพื่ออธิบายแนวทาง ไม่ใช่รีวิวของลูกค้าจริง)

คุณหน่อยมีรถตู้สามคัน ใช้รับส่งนักเรียนตอนเช้าและเย็น และรับส่งพนักงานโรงงานในช่วงกลางวัน รถทั้งสามคันจอดในลานหน้าบ้านย่านถนนศรีบูรพา คืนที่ฝนตกหนักที่สุด น้ำขึ้นสูงจนเข้าห้องโดยสารของรถคันหนึ่งถึงระดับพื้น อีกสองคันที่จอดในจุดสูงกว่าน้ำไม่เข้า แต่ก็วิ่งผ่านน้ำขังหลายวัน และมีผู้โดยสารที่ลุยน้ำมาขึ้นรถพร้อมรองเท้าเปียกทุกเที่ยว

ก่อนโรงเรียนเปิดเรียนตามปกติ คุณหน่อยนำรถคันที่น้ำเข้าไปให้อู่ตรวจระบบไฟและเครื่องยนต์ ยกพรมทั้งหมดออก และให้ร้านทำความสะอาดเบาะรถดูแลเบาะผ้าที่เปียก ส่วนอีกสองคัน เธอกับคนขับช่วยกันดูดฝุ่น ยกพรมออกมาล้างและตาก ล้างพื้นรถ แล้วรอให้แห้งหนึ่งวัน

เมื่อทุกคันสะอาดและแห้งแล้ว ทีมสวมถุงมือ ผสม Chemgene ตามอัตราบนฉลาก เช็ดมือจับประตูบานเลื่อน มือจับหลังเบาะ หัวเข็มขัดนิรภัย ที่วางแขน และขั้นบันได แล้วเปิดประตูทุกบานให้อากาศถ่ายเทจนพื้นผิวแห้ง จากนั้นตั้งกติกาใหม่ว่า คนขับต้องเช็ดจุดสัมผัสหลักหลังส่งเด็กทุกรอบ และมีเจลล้างมือติดไว้ที่ประตูรถ ผู้ปกครองหลายคนสบายใจขึ้นเมื่อเห็นรูปขั้นตอนการทำความสะอาดที่คุณหน่อยส่งในกลุ่มไลน์ผู้ปกครอง

เช็กลิสต์สำหรับคนขับรถสาธารณะหลังน้ำท่วม

ก่อนฆ่าเชื้อ

  • ให้ช่างตรวจเครื่องยนต์ ระบบไฟ และเบรกของรถที่ลุยน้ำหรือแช่น้ำ
  • ดับเครื่อง ถอดกุญแจ และสวมถุงมือ
  • ถอดซับในหมวกมาซัก ยกพรมออกมาล้าง ดูดโคลนออกจากพื้นรถ
  • ล้างพื้นผิวด้วยน้ำและสารทำความสะอาด แล้วรอให้แห้งหมาด
  • เปลี่ยนหมวกหรือพรมที่ขึ้นราหรือมีกลิ่นไม่หาย

ระหว่างฆ่าเชื้อด้วย Chemgene

  • ผสมตามอัตราเจือจางบนฉลาก และไม่ผสมกับน้ำยาอื่น
  • ไม่พ่นตรงเข้าระบบไฟฟ้า หน้าจอ หรือกล่องฟิวส์
  • ให้พื้นผิวเปียกตลอดระยะเวลาสัมผัส
  • เปิดประตูหรือกระจกให้อากาศถ่ายเท
  • รอให้หมวกแห้งสนิทก่อนใส่ซับในกลับ

ระหว่างวิ่งรับผู้โดยสาร

  • เช็ดหมวกและมือจับหลังผู้โดยสารลง หรือทุกช่วงพัก
  • มีหมวกคลุมผมแบบใช้ครั้งเดียวและเจลล้างมือให้ผู้โดยสาร
  • สวมรองเท้าปิดเท้า ปิดแผล และล้างเท้าทุกครั้งที่พัก
  • ซักเสื้อวินหรือชุดทำงานแยกทุกวัน
  • หากมีไข้ ปวดน่อง หรือท้องร่วง ให้หยุดขับและไปพบแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

1. ใช้ Chemgene ฆ่าเชื้อหมวกกันน็อกได้ไหม

ได้ สำหรับเปลือกนอก ชิลด์ สายรัดคาง และหัวล็อก หลังทำความสะอาดแล้ว ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ Chemgene ไม่กัดกร่อนพลาสติกและไฟเบอร์กลาส ส่วนซับในฟองน้ำควรถอดมาซักและผึ่งให้แห้ง รอให้ทุกส่วนแห้งสนิทก่อนใช้งาน

2. พ่นในรถตู้ขณะมีผู้โดยสารได้ไหม

ไม่ควร ให้ฆ่าเชื้อตอนไม่มีผู้โดยสาร เปิดประตูให้อากาศถ่ายเท และรอให้พื้นผิวแห้งก่อนรับผู้โดยสาร

3. เบาะผ้าที่จมน้ำท่วม ใช้ Chemgene อย่างเดียวพอไหม

ไม่พอ เบาะผ้าที่อมน้ำท่วมมีโคลนและความชื้นอยู่ด้านใน ต้องล้างทำความสะอาดอย่างละเอียดและทำให้แห้งสนิท ซึ่งมักต้องใช้ร้านทำความสะอาดเบาะมืออาชีพ หากยังมีกลิ่นหรือขึ้นรา ควรเปลี่ยนผ้าหุ้มหรือฟองน้ำ Chemgene ใช้สำหรับฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สะอาดแล้ว

4. ใช้เช็ดแฮนด์และเบาะหนังเทียมได้ไหม

ได้ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ Chemgene ไม่กัดกร่อนยาง พลาสติก และอะลูมิเนียม สำหรับวัสดุพิเศษหรือหนังเทียมรุ่นเก่า ควรทดสอบบริเวณเล็ก ๆ ก่อน

5. ควรเช็ดบ่อยแค่ไหน

หมวกกันน็อกและมือจับควรเช็ดหลังผู้โดยสารลงหรือทุกช่วงพักระหว่างเที่ยว ส่วนการฆ่าเชื้อทั่วทั้งคันควรทำอย่างน้อยวันละครั้งในช่วงหลังน้ำลด

6. ใช้ Chemgene ฆ่าเชื้อมือแทนเจลแอลกอฮอล์ได้ไหม

Chemgene เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับพื้นผิว ให้ใช้ตามวัตถุประสงค์บนฉลาก สำหรับมือ ให้ล้างด้วยสบู่และน้ำ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์

7. วินหลายคนซื้อร่วมกันได้ไหม

ได้ และคุ้มค่า เพราะเจือจางได้หลายระดับ แบ่งผสมตามอัตราบนฉลากใส่ขวดสเปรย์ของแต่ละคน ติดฉลากวันที่ผสมไว้ข้างขวด และสอบถามทีม WHD ได้หากต้องการคำแนะนำเรื่องปริมาณ

ให้ผู้โดยสารขึ้นรถของคุณได้อย่างสบายใจ

ดูแลหมวก มือจับ และทุกจุดสัมผัสร่วมบนรถ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ Chemgene HLD4H จาก World Health Disinfection

สั่งซื้อ Chemgene HLD4H สำหรับรถของคุณ

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#Chemgene #น้ำยาฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ #น้ำท่วมกทม2569 #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #วินมอเตอร์ไซค์ #ฆ่าเชื้อรถตู้ #ฆ่าเชื้อหมวกกันน็อก

คำค้นหา: ฆ่าเชื้อรถสาธารณะหลังน้ำท่วม, ฆ่าเชื้อหมวกกันน็อก, วินมอเตอร์ไซค์น้ำท่วม, ทำความสะอาดรถตู้หลังน้ำท่วม, จุดสัมผัสร่วมในรถ, น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์, Chemgene HLD4H, น้ำท่วมกทม 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้