ฆ่าเชื้อร้านค้าหลังน้ำท่วม: คู่มือเปิดร้านโชห่วยและมินิมาร์ทอีกครั้งอย่างปลอดภัย หลังน้ำท่วม กทม. 2569

Last updated: 1 ต.ค. 2569  |  11 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รวม 9 เชื้อโรคอันตรายแห่งปี 2026

ฆ่าเชื้อร้านค้าหลังน้ำท่วม: คู่มือเปิดร้านโชห่วยและมินิมาร์ทอีกครั้งอย่างปลอดภัย หลังน้ำท่วม กทม. ปลายเดือนกันยายน 2569 ด้วย Chemgene HLD4H

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

เช้าวันที่น้ำเริ่มลด ป้าแดงยืนมองชั้นวางที่เคยเต็มไปด้วยของ

ร้านโชห่วยห้องแถวสองคูหาในซอยแห่งหนึ่งย่านบึงกุ่มเปิดขายมาเกือบสามสิบปี ป้าแดงกับลุงชัยรู้จักลูกค้าทุกบ้านในซอย ใครจะซื้อไข่สองฟอง น้ำปลาหนึ่งขวด หรือเติมเงินโทรศัพท์ ก็เดินมาที่ร้านนี้ ช่วงวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 ฝนตกหนักต่อเนื่องจนน้ำในคลองล้นและไหลเข้าซอย ตามรายงานข่าว ปริมาณฝนสะสมในกรุงเทพฯ สูงราว 300 มิลลิเมตรภายในเวลาประมาณสองวัน น้ำเข้าร้านสูงเกือบถึงหัวเข่า ท่วมชั้นวางแถวล่างทั้งหมด ถุงข้าวสาร กล่องนมกล่อง ขนมซอง และลังน้ำดื่มที่วางบนพื้นจมน้ำโคลนทั้งหมด

สองวันที่น้ำยังขังอยู่ ป้าแดงกับลุงชัยย้ายของที่ยังพอรักษาได้ขึ้นชั้นลอย ตู้แช่ไอศกรีมถูกถอดปลั๊กตั้งแต่ชั่วโมงแรกเพราะกลัวไฟดูด พอน้ำลดลงเหลือแค่คราบโคลนบนพื้นปูน กลิ่นเหม็นอับปนกลิ่นน้ำเน่าก็ลอยคลุ้งทั้งร้าน ใต้ชั้นวางมีโคลนสีน้ำตาลเกาะเป็นชั้น มุมตู้แช่มีคราบน้ำขึ้นเป็นเส้น เคาน์เตอร์คิดเงินไม้ที่ใช้มานานบวมที่ขอบล่าง ลูกค้าประจำเริ่มเดินมาถามตั้งแต่เช้าว่า "ร้านเปิดหรือยังป้า" เพราะร้านสะดวกซื้อใหญ่ปากซอยก็ยังปิดอยู่

คำถามที่ป้าแดงตอบตัวเองไม่ได้คือ ถ้าเปิดร้านวันนี้ ของที่เหลือบนชั้นบนยังขายได้ไหม ชั้นวางที่เช็ดแล้วสะอาดพอจะวางของใหม่หรือยัง และถ้าลูกค้าซื้อของกลับไปแล้วท้องเสีย หรือเด็กในซอยหยิบขนมจากชั้นล่างแล้วเอามือเข้าปาก ร้านที่สร้างความเชื่อใจมาเกือบสามสิบปีจะเสียชื่อหรือเปล่า บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อตอบคำถามแบบเดียวกันของเจ้าของร้านค้าปลีก มินิมาร์ท และร้านโชห่วยนับพันร้านในกรุงเทพฯ ที่กำลังจะเปิดประตูร้านอีกครั้งหลังน้ำลด

ภาพรวมน้ำท่วมกรุงเทพฯ ปลายเดือนกันยายน 2569 และทำไมร้านค้าปลีกจึงได้รับผลกระทบหนัก

ตามรายงานข่าว ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องระหว่างวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 ทำให้น้ำท่วมขังหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และในวันที่ 26 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครได้ประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ฝั่งตะวันออกของเมืองได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยมีการกล่าวถึงพื้นที่อย่างคลองจั่นและบึงกุ่ม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครระบุว่าคลองต่าง ๆ เต็มความจุ และการระบายน้ำจะใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 3 วันหลังฝนหยุด จนถึงวันที่ 30 กันยายน ถนนบางสายอย่างศรีบูรพาและลาดพร้าวยังมีน้ำขังราว 20 ถึง 40 เซนติเมตร สื่อไทยหลายสำนักนำเหตุการณ์ครั้งนี้ไปเปรียบเทียบกับมหาอุทกภัยปี 2554 และรายงานธุรกิจฉบับหนึ่งอ้างประมาณการของหอการค้าว่าความเสียหายอาจสูงราว 12,300 ล้านบาท

ร้านค้าปลีกขนาดเล็กเป็นกลุ่มที่เจ็บหนักในเหตุการณ์แบบนี้ เพราะร้านส่วนใหญ่อยู่ระดับพื้นดิน เป็นห้องแถวหรือตึกแถวที่พื้นร้านต่ำกว่าถนนหลังถนนถูกยกระดับมาหลายครั้ง สินค้าถูกวางบนพื้นและชั้นล่างเพื่อให้ลูกค้าหยิบง่าย ร้านโชห่วยจำนวนมากยังเป็นทั้งบ้านและร้านในหลังเดียว เจ้าของร้านจึงต้องฟื้นฟูทั้งที่อยู่อาศัยและแหล่งรายได้ไปพร้อมกัน ขณะที่ชุมชนรอบข้างก็พึ่งพาร้านเหล่านี้สำหรับน้ำดื่ม อาหารแห้ง ยาสามัญ และของใช้จำเป็นในช่วงที่ร้านใหญ่ยังเปิดไม่ได้

นั่นหมายความว่า ร้านค้าปลีกในซอยไม่ได้เป็นแค่ธุรกิจ แต่เป็นจุดสัมผัสร่วมของชุมชน คนหลายสิบถึงหลายร้อยคนต่อวันจับประตูตู้แช่ หยิบตะกร้า แตะเคาน์เตอร์ ยื่นเงินและรับเงินทอน หากจุดเหล่านี้ยังมีเชื้อโรคจากน้ำท่วมตกค้าง ร้านจะกลายเป็นจุดกระจายเชื้อโดยไม่มีใครตั้งใจ

น้ำท่วมนำอะไรเข้ามาในร้าน: เชื้อโรค สารปนเปื้อน และความชื้นที่มองไม่เห็น

น้ำที่ไหลเข้าร้านไม่ใช่น้ำฝนสะอาด แต่เป็นน้ำที่ผ่านท่อระบายน้ำ บ่อเกรอะ ถังขยะ ตลาดสด และคลองที่รับน้ำเสียจากชุมชน หน่วยงานสาธารณสุขทั้งไทยและต่างประเทศ เช่น กรมควบคุมโรค และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) แนะนำให้ถือว่าน้ำท่วมและโคลนที่น้ำพามาเป็นสิ่งปนเปื้อนเสมอ เพราะอาจมีสิ่งต่อไปนี้ปะปนอยู่

  • แบคทีเรียจากอุจจาระและสิ่งปฏิกูล เช่น อีโคไล และซัลโมเนลลา ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการท้องร่วง ปวดท้อง อาเจียน และอาหารเป็นพิษ เชื้อกลุ่มนี้ติดอยู่บนพื้นผิวที่ยังชื้นได้นาน และติดมือไปถึงปากได้ง่ายมาก
  • ไวรัสทางเดินอาหาร เช่น โนโรไวรัส ซึ่งติดต่อง่ายแม้ปริมาณเชื้อน้อย และแพร่ผ่านพื้นผิวที่คนจับร่วมกัน
  • เชื้อเลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู ที่มากับปัสสาวะของหนู เข้าสู่ร่างกายผ่านแผลหรือเยื่อบุ ร้านค้าที่มีอาหารแห้งและข้าวสารเป็นแหล่งที่หนูชอบเข้ามาหลบน้ำ
  • เชื้อราและกลิ่นอับ ที่เริ่มเติบโตบนกล่องกระดาษ ไม้ ผนังปูน และใต้ชั้นวางภายในไม่กี่วันหากพื้นผิวยังชื้น
  • ไวรัสทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่ และ RSV ซึ่งไม่ได้มากับน้ำโดยตรง แต่แพร่ได้ง่ายขึ้นเมื่อคนจำนวนมากมาเบียดกันในร้านเดียวที่เปิดอยู่ในซอย และสัมผัสจุดเดียวกันต่อเนื่องทั้งวัน
  • น้ำมันเชื้อเพลิงและสารเคมี จากรถที่จมน้ำ อู่ซ่อมรถ หรือโรงงานขนาดเล็กในย่านเดียวกัน ซึ่งทิ้งคราบมันและกลิ่นไว้บนพื้นและสินค้า

สิ่งที่ทำให้ร้านค้าแตกต่างจากบ้านทั่วไปคือความหนาแน่นของจุดสัมผัส ในบ้านหนึ่งหลัง มือจับประตูอาจถูกจับวันละไม่กี่สิบครั้ง แต่ในร้านโชห่วยหน้าปากซอย มือจับตู้แช่น้ำดื่มอาจถูกจับหลายร้อยครั้งต่อวันในช่วงที่คนทั้งซอยต้องการน้ำสะอาด ตะกร้าใบเดียวผ่านมือคนหลายสิบคน และเหรียญเงินทอนหนึ่งเหรียญอาจเดินทางผ่านมือคนหลายบ้านภายในวันเดียว

ใครเสี่ยงที่สุดเมื่อร้านในซอยกลายเป็นจุดกระจายเชื้อ

กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้สูงอายุที่เดินมาซื้อของเองทุกวัน เด็กเล็กที่หยิบขนมจากชั้นล่างและมักเอามือเข้าปาก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังอย่างเบาหวาน โรคไต หรือผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ รวมถึงตัวเจ้าของร้านและพนักงานเองที่ต้องลุยน้ำ ยกของเปียก และสัมผัสโคลนติดต่อกันหลายวัน หากใครมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง ตาแดง หรือท้องร่วงรุนแรงหลังลุยน้ำ ต้องไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วม เพราะโรคฉี่หนูต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ ไม่มีน้ำยาฆ่าเชื้อชนิดใดใช้แทนการรักษาได้

ผลกระทบที่เจ้าของร้านมักมองข้าม: สุขภาพ เงิน เวลา ชื่อเสียง และครอบครัว

ด้านสุขภาพ เจ้าของร้านและพนักงานคือคนกลุ่มแรกที่สัมผัสเชื้อมากที่สุด เพราะต้องขนของเปียก ตักโคลน และจับสินค้าที่จมน้ำทีละชิ้น หากล้มป่วยในช่วงนี้ ร้านก็ต้องปิดต่ออีกหลายวัน ขณะที่ลูกค้าก็อาจติดเชื้อจากการหยิบสินค้าหรือจับตู้แช่ที่ยังไม่ได้ฆ่าเชื้อ

ด้านเงิน ร้านค้าปลีกมีกำไรต่อชิ้นต่ำ สินค้าที่ต้องทิ้งเพราะสัมผัสน้ำท่วมคือต้นทุนที่สูญไปทันที ยิ่งถ้าต้องทิ้งเพิ่มเพราะของที่เหลือบนชั้นปนเปื้อนซ้ำจากชั้นวางที่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ ความเสียหายก็ทวีขึ้น อุปกรณ์อย่างตู้แช่ เครื่องชั่ง และเครื่องคิดเงินที่ถูกทำความสะอาดด้วยสารเคมีกัดกร่อนอาจเป็นสนิมและเสียก่อนเวลา

ด้านเวลา ทุกวันที่ร้านปิดคือรายได้ที่หายไป เจ้าของร้านจึงมักรีบเปิดเร็วที่สุด แต่การรีบเปิดโดยทำความสะอาดแค่ผิวเผินอาจทำให้ต้องปิดซ้ำ ทิ้งของซ้ำ และทำงานซ้ำในภายหลัง

ด้านชื่อเสียง ร้านในชุมชนอยู่ได้ด้วยความไว้ใจ หากมีข่าวลือในกลุ่มไลน์ของซอยว่า "ซื้อของร้านนั้นแล้วลูกท้องเสีย" ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ ลูกค้าประจำอาจหันไปร้านอื่นได้ทันที และความเชื่อใจที่สะสมมานานก็ฟื้นกลับยากกว่าการซ่อมชั้นวาง

ด้านครอบครัว ร้านโชห่วยจำนวนมากมีบ้านอยู่ชั้นบน หรือมีพ่อแม่สูงวัยและลูกหลานอยู่ในอาคารเดียวกัน เชื้อที่ตกค้างในพื้นที่ร้านจึงไม่ได้อยู่แค่ในร้าน แต่ติดเท้า ติดมือ และติดเสื้อผ้าขึ้นไปถึงห้องนอนของคนในครอบครัวด้วย

ทำไมวิธีที่ร้านค้าทำกันบ่อยจึงยังไม่พอ

ใช้น้ำยาซักผ้าขาวราดทุกอย่าง น้ำยาฟอกขาวมีประโยชน์ในการทำความสะอาดบางงาน แต่เมื่อใช้เข้มข้นเกินไปหรือผสมผิดวิธีจะมีกลิ่นฉุน ระคายเคืองทางเดินหายใจ และกัดกร่อนโลหะ ชั้นวางเหล็ก ขอบตู้แช่สแตนเลส ขาเครื่องชั่ง และลิ้นชักเก็บเงินอาจเกิดสนิม ที่อันตรายที่สุดคือการผสมน้ำยาฟอกขาวกับน้ำยาล้างห้องน้ำหรือแอมโมเนีย ซึ่งทำให้เกิดก๊าซพิษ ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยเมื่อทุกคนในร้านช่วยกันคนละขวด

เช็ดด้วยผ้าชุบน้ำแล้วถือว่าจบ การเช็ดด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำยาล้างจานช่วยเอาคราบที่มองเห็นออก แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อฆ่าเชื้อในระดับที่ต้องการหลังน้ำท่วม ผ้าผืนเดียวที่ใช้เช็ดทั้งร้านยังอาจพาเชื้อจากพื้นไปวางบนเคาน์เตอร์เสียเอง

ฉีดสเปรย์ปรับอากาศกลบกลิ่น กลิ่นหอมทำให้ร้านดูน่าเข้า แต่ไม่ได้ทำลายแบคทีเรียหรือเชื้อราที่เป็นต้นเหตุของกลิ่น ไม่นานกลิ่นอับก็กลับมาพร้อมกลิ่นน้ำหอม

ฆ่าเชื้อบนโคลน หลายร้านพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อลงบนพื้นทั้งที่ยังมีโคลนเคลือบอยู่ สารอินทรีย์ในโคลนจะลดประสิทธิภาพของน้ำยาฆ่าเชื้อแทบทุกชนิด ลำดับที่ถูกต้องจึงต้องเป็นตักโคลน ล้างด้วยน้ำและสารทำความสะอาด ปล่อยให้แห้งหรือเช็ดให้หมาด แล้วจึงฆ่าเชื้อ

ทำครั้งเดียวแล้วเปิดร้าน ร้านที่เปิดใหม่หลังน้ำท่วมมีลูกค้ามากกว่าปกติ จุดสัมผัสสำคัญจึงต้องได้รับการฆ่าเชื้อซ้ำเป็นรอบระหว่างวัน ไม่ใช่แค่วันแรกวันเดียว

Chemgene HLD4H: น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ที่เหมาะกับงานฟื้นฟูร้านค้า

CHEMGENE HLD4H เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงเกรดการแพทย์ ผลิตในประเทศอังกฤษ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ใช้งานในโรงพยาบาล คลินิก ห้องปฏิบัติการ โรงเรียน สำนักงาน สนามบิน บ้านเรือน รวมถึงสถานดูแลผู้สูงอายุและเด็ก จุดเด่นที่ทำให้เหมาะกับร้านค้าปลีกหลังน้ำท่วมมีดังนี้

  • ครอบคลุมเชื้อหลายกลุ่ม ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ระบุประสิทธิภาพต่อแบคทีเรีย เชื้อรา ไมโคแบคทีเรีย ซัลโมเนลลา และไวรัส ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ H1N1 RSV โนโรไวรัส ไวรัสมือเท้าปาก และ SARS-CoV-2
  • ออกฤทธิ์เร็ว หน้าข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าฆ่าเชื้อได้ภายใน 1 นาที และมีประสิทธิภาพ 99.85% ต่อเชื้อโควิด-19 ช่วยให้เจ้าของร้านทำงานรอบระหว่างวันได้ทัน
  • ปกป้องพื้นผิวต่อเนื่อง ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ระบุการปกป้องพื้นผิวตกค้างได้นานสูงสุด 14 วัน
  • เจือจางได้หลายระดับ ตั้งแต่ 1:30, 1:50, 1:60, 1:100 ไปจนถึง 1:200 จึงใช้ความเข้มข้นสูงกับจุดที่ปนเปื้อนหนัก และใช้อัตราเจือจางที่เหมาะสมกับงานประจำวันตามที่ฉลากกำหนด ช่วยให้คุมต้นทุนได้
  • ไม่กัดกร่อนวัสดุในร้าน ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ไม่กัดกร่อนสแตนเลส อะลูมิเนียม ยาง พลาสติก และไฟเบอร์กลาส ซึ่งเป็นวัสดุหลักของชั้นวาง ตู้แช่ ตะกร้า และขอบประตูตู้
  • ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และหน้าข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าปลอดภัยต่อคน สัตว์เลี้ยง และอุปกรณ์การแพทย์เมื่อใช้ตามคำแนะนำ
  • มีผลทดสอบและการรับรอง ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England ISO 9001:2015 ISO 13485 SGS Intertek CE และมาตรฐาน EN 13727, EN 14348, EN 13624, EN 14476 ดูเอกสารเพิ่มเติมได้ที่หน้า เอกสารรับรอง

ข้อสำคัญ: Chemgene ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อในช่วงฟื้นฟูร้าน แต่ไม่ได้ป้องกันน้ำท่วม ไม่ได้ทำให้อาหารที่จมน้ำกลับมาปลอดภัย และไม่ใช่การรักษาทางการแพทย์ ทุกครั้งต้องตักโคลนและล้างพื้นผิวให้สะอาดก่อน แล้วจึงใช้ Chemgene ตามอัตราเจือจางและระยะเวลาสัมผัสที่ฉลากกำหนด สวมถุงมือและรองเท้าบูท และเปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท

ขั้นตอนฟื้นฟูร้านค้าหลังน้ำลด ตั้งแต่ประตูหน้าร้านถึงห้องเก็บของ

ขั้นที่ 1: ความปลอดภัยก่อนเข้าร้าน

ตัดไฟที่เบรกเกอร์หลักก่อนเข้าพื้นที่ที่ยังมีน้ำ อย่าเสียบปลั๊กตู้แช่ ตู้เย็น หรือเครื่องคิดเงินที่จมน้ำจนกว่าช่างไฟฟ้าจะตรวจ ตามรายงานข่าว เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตจากไฟฟ้าดูดในลานจอดรถ ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจว่าไฟฟ้ากับน้ำขังเป็นอันตรายที่ร้ายแรงที่สุดในการฟื้นฟูอาคาร สวมรองเท้าบูทยาง ถุงมือยางหนา และหน้ากาก ปิดแผลที่มือและขาให้มิดชิด

ขั้นที่ 2: คัดแยกสินค้าอย่างเด็ดขาด

หลักง่าย ๆ ตามแนวทางของหน่วยงานสาธารณสุขคือ อาหารที่สัมผัสน้ำท่วมให้ทิ้ง โดยเฉพาะของในบรรจุภัณฑ์ที่น้ำซึมเข้าได้ เช่น ถุงพลาสติกที่ปิดด้วยการพับ กล่องกระดาษ ขนมซอง ข้าวสาร แป้ง ขวดที่มีฝาเกลียวหรือฝาจีบ ผักผลไม้ ไข่ และของสดทุกชนิด รวมถึงอาหารในตู้แช่ที่ไฟดับนานจนละลาย สำหรับกระป๋องโลหะที่ปิดผนึกจากโรงงานและไม่บุบ ไม่บวม ไม่รั่ว แนวทางของ CDC ระบุว่าอาจนำมาล้าง ฆ่าเชื้อ และแกะฉลากเพื่อเขียนรายละเอียดใหม่ได้ แต่สำหรับร้านค้าที่ต้องขายต่อ การเก็บกระป๋องที่จมน้ำไว้ใช้เองหรือแยกทิ้งมักเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยต่อชื่อเสียงร้านมากกว่า ถ่ายรูปและจดรายการสินค้าที่ทิ้งไว้เพื่อใช้ประกอบการเคลมประกันหรือขอความช่วยเหลือ

ขั้นที่ 3: ตักโคลนและล้างให้สะอาดก่อนฆ่าเชื้อ

ขนชั้นวางที่ถอดได้ออกมาล้างนอกร้าน ตักโคลนออกจากพื้น ใต้ชั้นวาง หลังตู้แช่ และมุมผนัง จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดและสารทำความสะอาด ขัดร่องกระเบื้องและรอยต่อชั้นวาง ไล่น้ำออกจากร้านให้หมด เปิดประตูหน้าร้านและประตูหลังให้ลมผ่าน ใช้พัดลมช่วยให้พื้นผิวแห้งเร็วขึ้น หน่วยงานสาธารณสุขทั่วโลกแนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเพื่อจำกัดการเติบโตของเชื้อรา

ขั้นที่ 4: ฆ่าเชื้อด้วย Chemgene ตามลำดับความเสี่ยง

เมื่อพื้นผิวสะอาดและหมาดแล้ว ผสม Chemgene HLD4H ตามอัตราเจือจางที่ฉลากกำหนดสำหรับงานนั้น พ่นหรือเช็ดให้พื้นผิวเปียกทั่ว ปล่อยไว้ตามระยะเวลาสัมผัสที่ระบุ ไล่ลำดับจากจุดที่สะอาดที่สุดไปจุดที่สกปรกที่สุด และจากที่สูงลงที่ต่ำ เพื่อไม่ให้เชื้อจากพื้นถูกพาขึ้นไปบนเคาน์เตอร์

  1. เคาน์เตอร์คิดเงิน ถาดรับเงิน ลิ้นชักเก็บเงิน จอสัมผัส และเครื่องรูดบัตร (เช็ดด้วยผ้าหมาด ห้ามพ่นตรงเข้าอุปกรณ์ไฟฟ้า)
  2. มือจับและขอบยางประตูตู้แช่ ตู้เย็น และตู้ไอศกรีม ทั้งด้านนอกและด้านใน
  3. ชั้นวางทุกระดับ เริ่มจากชั้นบนลงชั้นล่าง โดยเฉพาะชั้นล่างที่จมน้ำ
  4. ตะกร้า รถเข็น และที่วางตะกร้า
  5. เครื่องชั่ง ถาดชั่ง ที่ตักน้ำแข็ง และถังน้ำแข็ง
  6. มือจับประตูหน้าร้าน กลอน ม่านพลาสติกกันแอร์ และราวจับ
  7. ผนังส่วนล่างถึงระดับคราบน้ำ ขาโต๊ะ ขาตู้ และพื้นร้าน
  8. ห้องเก็บของ ลังพลาสติก พาเลต และรถเข็นขนของ
  9. ห้องน้ำพนักงาน อ่างล้างมือ และถังขยะ

พื้นผิวที่สัมผัสอาหารโดยตรง เช่น ถาดชั่ง ที่ตักน้ำแข็ง และเขียงสำหรับแบ่งขาย ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากเรื่องการล้างน้ำสะอาดหลังครบระยะเวลาสัมผัสอย่างเคร่งครัด

ขั้นที่ 5: จัดของเข้าชั้นและวางรอบฆ่าเชื้อระหว่างวัน

วางสินค้าใหม่เฉพาะบนชั้นที่แห้งสนิทแล้ว ยกสินค้าทุกชิ้นให้สูงจากพื้นอย่างน้อยหนึ่งระดับในช่วงสองสามสัปดาห์แรก เผื่อมีฝนตกซ้ำ กำหนดรอบเช็ดจุดสัมผัสหลักอย่างน้อยวันละสองถึงสามครั้งในช่วงที่ลูกค้าหนาแน่น และติดป้ายเล็ก ๆ ที่หน้าร้านว่าร้านได้ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อแล้ว เพื่อให้ลูกค้าเห็นความใส่ใจ

จุดที่ร้านค้าปลีกมักลืม: เงินทอน ตู้เติมเงิน และมุมอับหลังตู้แช่

เงินสดและเหรียญ ธนบัตรและเหรียญเป็นของที่ผ่านมือคนมากที่สุดในร้าน ห้ามพ่นน้ำยาลงบนธนบัตรโดยตรง แต่ให้ฆ่าเชื้อถาดรับเงิน ลิ้นชักเก็บเงิน และกล่องใส่เหรียญเป็นประจำ ส่วนพนักงานควรล้างมือหรือใช้เจลแอลกอฮอล์หลังจับเงินทุกช่วง และไม่จับอาหารแบ่งขายด้วยมือเดียวกับที่รับเงิน หากเป็นไปได้ ให้แยกคนรับเงินกับคนจับอาหาร หรือส่งเสริมการจ่ายผ่านคิวอาร์โค้ดในช่วงนี้

ตู้เติมเงินและตู้หยอดเหรียญหน้าร้าน หลายร้านมีตู้เติมเงิน ตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ หรือตู้กาแฟหน้าร้าน ซึ่งเป็นของเจ้าของตู้ต่างบริษัท ควรแจ้งเจ้าของตู้ให้มาตรวจระบบไฟก่อนเปิดใช้ ส่วนปุ่มกดและช่องหยอดเหรียญด้านนอกสามารถเช็ดฆ่าเชื้อด้วยผ้าหมาดได้หลังตัดไฟแล้ว

หลังและใต้ตู้แช่ พื้นหลังตู้แช่มักเป็นจุดที่โคลนสะสมมากที่สุด เพราะน้ำหมุนวนแล้วตกตะกอนตรงนั้น และเป็นที่ซ่อนของหนูและแมลงสาบ ต้องเลื่อนตู้ออกมาตักโคลนและล้างก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อพื้นและผนังด้านหลังให้ทั่ว

ชั้นลอยและห้องเก็บของ แม้น้ำไม่ท่วมถึง แต่เป็นที่ที่คนขนของเปียกขึ้นไปพักไว้ระหว่างน้ำท่วม พื้นผิวจึงอาจปนเปื้อนจากมือและกล่องที่เปียกโคลน ควรตรวจและฆ่าเชื้อด้วย

ห้องน้ำหลังร้าน ในช่วงน้ำท่วม ระบบท่อระบายน้ำอาจย้อนกลับ ทำให้สิ่งปฏิกูลไหลขึ้นมาในห้องน้ำหรือท่อระบายพื้น ให้ล้างและฆ่าเชื้อโถสุขภัณฑ์ อ่างล้างมือ ก๊อกน้ำ และพื้นห้องน้ำอย่างละเอียด

10 เหตุผลที่ร้านค้าปลีก มินิมาร์ท และร้านโชห่วยเลือก Chemgene ในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำท่วม

  1. จุดสัมผัสในร้านถูกจับหลายร้อยครั้งต่อวัน น้ำยาที่ออกฤทธิ์เร็วตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ภายใน 1 นาที ช่วยให้รอบเช็ดระหว่างวันทำได้จริงโดยไม่ต้องปิดร้าน
  2. ครอบคลุมเชื้อที่เกี่ยวข้องกับอาหารเป็นพิษ รายชื่อเชื้อในข้อมูลผลิตภัณฑ์มีทั้งซัลโมเนลลาและโนโรไวรัส ซึ่งเป็นความกังวลหลักของร้านที่ขายอาหาร
  3. ถนอมชั้นวางและตู้แช่ราคาแพง เพราะไม่กัดกร่อนสแตนเลส อะลูมิเนียม ยาง และพลาสติก ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
  4. คุมต้นทุนได้ด้วยการเจือจาง ขวดเดียวผสมใช้ได้หลายรอบ ตั้งแต่ 1:30 ถึง 1:200 ตามคำแนะนำบนฉลาก Chemgene
  5. ช่วยปกป้องพื้นผิวระหว่างรอบทำความสะอาด ด้วยการปกป้องตกค้างสูงสุด 14 วันตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
  6. ไม่มีกลิ่นฉุนรบกวนลูกค้า ต่างจากการใช้สารฟอกขาวเข้มข้นที่ทำให้ทั้งร้านมีกลิ่นคลอรีน
  7. เป็นมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในโรงพยาบาล ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานยุโรป EN หลายฉบับ และมีการรับรอง ISO 13485 ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
  8. สื่อสารกับลูกค้าได้อย่างมั่นใจ การบอกลูกค้าว่าร้านใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ ช่วยเรียกความเชื่อมั่นกลับมาเร็วขึ้น
  9. ใช้ต่อได้ทั้งในร้านและบ้านชั้นบน ร้านที่เป็นบ้านไปในตัวใช้ผลิตภัณฑ์เดียวดูแลได้ทั้งสองพื้นที่ ทั้งห้องนอน ห้องน้ำ และพื้นที่เด็กเล่น
  10. ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ เหมาะกับการใช้ปริมาณมากในช่วงฟื้นฟู โดยไม่เพิ่มภาระสารเคมีตกค้างในท่อระบายน้ำของชุมชนเกินจำเป็น

ก่อนและหลัง: ร้านที่ฟื้นฟูแบบรีบเปิด กับร้านที่ฟื้นฟูเป็นขั้นตอน

ก่อน: เปิดร้านทันทีหลังเช็ดคร่าว ๆ

  • ยังมีคราบโคลนบาง ๆ ใต้ชั้นวางล่างและหลังตู้แช่
  • กลิ่นอับปนกลิ่นคลอรีนฉุนจนลูกค้าไม่อยากอยู่นาน
  • ของที่เหลือบนชั้นล่างถูกนำกลับมาขายโดยไม่ได้คัดแยก
  • มือจับตู้แช่และตะกร้าไม่ได้ฆ่าเชื้อซ้ำระหว่างวัน
  • ขอบตู้แช่และขาเครื่องชั่งเริ่มเป็นสนิมจากสารฟอกขาวเข้มข้น
  • พนักงานจับเงินแล้วจับอาหารแบ่งขายด้วยมือเดียวกัน

หลัง: ฟื้นฟูตามลำดับแล้วใช้ Chemgene

  • ตักโคลน ล้าง และทำให้แห้งก่อน แล้วฆ่าเชื้อทุกจุดตามลำดับความเสี่ยง
  • ร้านไม่มีกลิ่นฉุน ลูกค้ากลับมาเดินเลือกของได้ตามปกติ
  • สินค้าที่สัมผัสน้ำท่วมถูกทิ้งและบันทึกไว้เพื่อเคลมประกัน
  • มีรอบเช็ดจุดสัมผัสหลักวันละหลายครั้งพร้อมป้ายแจ้งลูกค้า
  • ชั้นวาง ตู้แช่ และตะกร้าได้รับการดูแลด้วยน้ำยาที่ไม่กัดกร่อน
  • แยกหน้าที่รับเงินกับจับอาหาร และมีเจลล้างมือที่เคาน์เตอร์

กรณีตัวอย่าง: มินิมาร์ทหน้าหมู่บ้านย่านคลองจั่นกับแผนเปิดร้านภายในสามวัน

กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์จำลองเพื่ออธิบายแนวทาง ไม่ใช่รีวิวของลูกค้าจริง)

คุณต้น เจ้าของมินิมาร์ทขนาดเล็กหน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านคลองจั่น มีพนักงานสามคน ร้านเปิดตั้งแต่หกโมงเช้าถึงสี่ทุ่ม ขายทั้งเครื่องดื่ม อาหารแห้ง ไข่ ขนมปัง และของใช้ในบ้าน น้ำเข้าร้านสูงประมาณหนึ่งคืบ แม้ไม่สูงเท่าร้านในซอยลึก แต่ก็ท่วมพื้นทั้งร้านนานกว่าหนึ่งวัน และไหลเข้าห้องเก็บของด้านหลัง

วันแรกหลังน้ำลด คุณต้นให้ช่างไฟฟ้าตรวจระบบไฟและตู้แช่ก่อน แบ่งพนักงานเป็นสองทีม ทีมหนึ่งคัดแยกสินค้า ถ่ายรูป และจดรายการของที่ต้องทิ้ง อีกทีมหนึ่งตักโคลน ขนชั้นวางที่ถอดได้ออกไปล้างหน้าร้าน และขัดพื้น

วันที่สอง เมื่อพื้นผิวแห้งแล้ว ทีมงานสวมถุงมือและรองเท้าบูท ผสม Chemgene ตามอัตราที่ฉลากกำหนด เริ่มฆ่าเชื้อจากเคาน์เตอร์ ตู้แช่ ชั้นวาง ไล่ลงไปถึงพื้นและห้องเก็บของ ห้องน้ำพนักงานได้รับการล้างและฆ่าเชื้อแยกต่างหาก และเปิดประตูทุกบานให้อากาศถ่ายเทตลอดวัน

วันที่สาม ร้านรับสินค้าล็อตใหม่ วางบนชั้นที่ยกสูงขึ้น ติดป้ายหน้าร้านว่าทำความสะอาดและฆ่าเชื้อแล้ว และตั้งรอบเช็ดมือจับตู้แช่ ตะกร้า และเคาน์เตอร์ทุกสี่ชั่วโมง ลูกค้าประจำหลายคนบอกว่าดีใจที่ร้านเปิดและดูสะอาดกว่าที่คิด สิ่งที่คุณต้นได้เรียนรู้คือ การเสียเวลาเพิ่มหนึ่งวันเพื่อทำตามลำดับ ช่วยให้ร้านไม่ต้องปิดซ้ำในภายหลัง

เช็กลิสต์เปิดร้านค้าปลีกหลังน้ำท่วม

ก่อนฆ่าเชื้อ

  • ตัดไฟและให้ช่างตรวจระบบไฟฟ้า ตู้แช่ และเครื่องคิดเงินก่อนเปิดใช้
  • สวมถุงมือ รองเท้าบูท หน้ากาก และปิดแผลให้มิดชิด
  • คัดแยกและทิ้งอาหารที่สัมผัสน้ำท่วม ถ่ายรูปและจดรายการไว้
  • ตักโคลนออกจากพื้น ใต้ชั้นวาง หลังตู้แช่ และห้องเก็บของ
  • ล้างด้วยน้ำสะอาดและสารทำความสะอาด แล้วทำให้แห้ง
  • ทิ้งวัสดุที่ซึมน้ำและทำความสะอาดไม่ได้ เช่น ลังกระดาษ พรมเช็ดเท้า และป้ายกระดาษ

ระหว่างฆ่าเชื้อด้วย Chemgene

  • อ่านฉลากและผสมตามอัตราเจือจางที่กำหนดสำหรับงานนั้น
  • ไล่จากจุดสะอาดไปจุดสกปรก จากที่สูงลงที่ต่ำ
  • ให้พื้นผิวเปียกตลอดระยะเวลาสัมผัสที่ระบุบนฉลาก
  • ไม่พ่นตรงเข้าอุปกรณ์ไฟฟ้า ใช้วิธีเช็ดด้วยผ้าหมาด
  • ไม่ผสม Chemgene กับน้ำยาชนิดอื่น
  • เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท

หลังเปิดร้าน

  • ตั้งรอบเช็ดจุดสัมผัสหลักระหว่างวัน และจดเวลาไว้
  • วางเจลล้างมือที่เคาน์เตอร์และหน้าตู้แช่
  • แยกคนรับเงินกับคนจับอาหาร
  • สังเกตร่องรอยหนู แมลงสาบ และเชื้อราในสัปดาห์ต่อมา
  • ตรวจวันหมดอายุและสภาพบรรจุภัณฑ์ของสินค้าที่ไม่ได้จมน้ำแต่อยู่ในร้านช่วงน้ำท่วม
  • หากพนักงานหรือคนในบ้านมีไข้ ปวดน่อง หรือท้องร่วง ให้ไปพบแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

1. ใช้ Chemgene ฆ่าเชื้ออาหารหรือขนมที่จมน้ำแล้วนำมาขายต่อได้ไหม

ไม่ได้ อาหารที่สัมผัสน้ำท่วมควรทิ้ง โดยเฉพาะของในบรรจุภัณฑ์ที่น้ำซึมเข้าได้ Chemgene มีไว้ฆ่าเชื้อบนพื้นผิวที่ทำความสะอาดแล้ว ไม่ได้ทำให้อาหารที่ปนเปื้อนกลับมาปลอดภัย

2. ฆ่าเชื้อในตู้แช่และตู้เย็นได้ไหม

ได้ หลังจากช่างตรวจระบบไฟแล้ว ให้ถอดปลั๊ก นำของออก ล้างด้วยน้ำและสารทำความสะอาด เช็ดให้แห้ง แล้วใช้ Chemgene ตามอัตราเจือจางและระยะเวลาสัมผัสบนฉลาก สำหรับพื้นผิวที่สัมผัสอาหารให้ทำตามคำแนะนำบนฉลากเรื่องการล้างน้ำสะอาดตามหลัง ก่อนเปิดเครื่องและวางของใหม่

3. ต้องปิดร้านระหว่างฆ่าเชื้อไหม

การฆ่าเชื้อรอบใหญ่ครั้งแรกหลังน้ำลดควรทำตอนร้านปิด เพื่อให้ทำได้ทั่วถึงและปล่อยพื้นผิวไว้ครบระยะเวลาสัมผัส ส่วนรอบเช็ดจุดสัมผัสระหว่างวันทำได้ขณะเปิดร้าน โดยเลือกช่วงที่ลูกค้าน้อยและกันพื้นที่ชั่วคราว

4. ควรใช้อัตราเจือจางเท่าไร

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ Chemgene เจือจางได้ตั้งแต่ 1:30 ไปจนถึง 1:200 ให้เลือกตามฉลากสำหรับงานแต่ละประเภท จุดที่ปนเปื้อนหนักจากน้ำท่วมมักต้องใช้ความเข้มข้นสูงกว่างานเช็ดประจำวัน หากไม่แน่ใจ ติดต่อทีม WHD เพื่อสอบถามก่อนใช้งาน

5. ใช้กับเคาน์เตอร์ไม้ที่บวมน้ำได้ไหม

ไม้ที่บวมน้ำและผุควรพิจารณาซ่อมหรือเปลี่ยน เพราะเชื้อราอาจอยู่ในเนื้อไม้ ส่วนไม้ที่ยังแข็งแรงให้ทำความสะอาด เช็ดให้แห้งสนิท แล้วจึงฆ่าเชื้อที่ผิว และสังเกตกลิ่นอับหรือคราบราในสัปดาห์ต่อมา

6. Chemgene ป้องกันโรคฉี่หนูได้ไหม

Chemgene ช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวที่ทำความสะอาดแล้ว แต่ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อจากการลุยน้ำหรือสัมผัสโคลนด้วยร่างกายโดยตรง วิธีป้องกันที่สำคัญคือสวมรองเท้าบูทและถุงมือ ปิดแผล และล้างตัวทันทีหลังสัมผัสน้ำ หากมีไข้หรือปวดน่องหลังลุยน้ำ ต้องไปพบแพทย์

7. ร้านที่เป็นบ้านไปด้วย ใช้ Chemgene ในห้องนอนเด็กได้ไหม

ได้ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ Chemgene ใช้ในบ้านเรือนและสถานดูแลเด็กและผู้สูงอายุ และปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยงเมื่อใช้ตามคำแนะนำ ควรทำตอนที่เด็กไม่อยู่ในห้อง เปิดหน้าต่างระบายอากาศ และให้พื้นผิวแห้งก่อนใช้งาน

พร้อมเปิดร้านอีกครั้งอย่างมั่นใจ

ให้ลูกค้าในซอยกลับมาเดินเลือกของได้อย่างสบายใจ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ Chemgene HLD4H จาก World Health Disinfection

สั่งซื้อ Chemgene HLD4H สำหรับร้านของคุณ

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#Chemgene #น้ำยาฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ #น้ำท่วมกทม2569 #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #ฆ่าเชื้อร้านค้า #ร้านโชห่วย #มินิมาร์ท

คำค้นหา: ฆ่าเชื้อร้านค้าหลังน้ำท่วม, ร้านโชห่วยน้ำท่วม, มินิมาร์ทหลังน้ำท่วม, ทำความสะอาดร้านค้าหลังน้ำลด, น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์, Chemgene HLD4H, น้ำท่วมกทม 2569, ความปลอดภัยอาหารหลังน้ำท่วม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้