ฆ่าเชื้อออฟฟิศหลังน้ำท่วม กทม. 2569: แผนเปิดสำนักงานอย่างปลอดภัย ตั้งแต่โต๊ะทำงาน คีย์บอร์ด จนถึงห้องประชุม ด้วย Chemgene HLD4H

Last updated: 1 ต.ค. 2569  |  5 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เชื้อไวรัสอันตรายในโลก

ฆ่าเชื้อออฟฟิศหลังน้ำท่วม กทม. 2569: แผนเปิดสำนักงานอย่างปลอดภัย ตั้งแต่โต๊ะทำงาน คีย์บอร์ด จนถึงห้องประชุม ด้วย Chemgene HLD4H

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

วันจันทร์ที่ต้องเปิดออฟฟิศ แต่ชั้นล่างยังมีคราบน้ำถึงขาโต๊ะ

คุณแพร ผู้จัดการฝ่ายบุคคลและธุรการของบริษัทเอเจนซีการตลาดขนาดสี่สิบคน ดูแลสำนักงานสองชั้นในอาคารพาณิชย์ย่านลาดพร้าว ชั้นล่างเป็นโซนต้อนรับ ห้องประชุมใหญ่ แพนทรี และโต๊ะทีมขาย ส่วนชั้นสองเป็นโต๊ะทีมครีเอทีฟและห้องเซิร์ฟเวอร์เล็ก ๆ ในช่วงที่ฝนตกหนักปลายเดือนกันยายน 2569 บริษัทประกาศให้ทุกคนทำงานจากบ้าน แต่ในคืนที่น้ำขึ้นสูงที่สุด น้ำจากถนนไหลเข้าชั้นล่างลึกราวหนึ่งคืบ และขังอยู่เกือบสองวันก่อนจะลดลง

เช้าวันที่เธอไขกุญแจเข้าไปสำรวจ พรมแผ่นที่ปูทั้งชั้นเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและส่งกลิ่นอับ ขาโต๊ะเหล็กมีคราบโคลนเป็นเส้นตรงเท่ากันทุกตัว ปลั๊กพ่วงที่วางบนพื้นใต้โต๊ะจมน้ำ ห้องประชุมมีเก้าอี้ผ้าที่ชุ่มน้ำจนหนัก ตู้เย็นในแพนทรีดับและมีกลิ่นของเสีย ส่วนชั้นสองแม้น้ำไม่ขึ้น แต่ทุกคนที่ลุยน้ำมาเก็บโน้ตบุ๊กในวันแรก ๆ ได้เดินขึ้นบันไดพร้อมรองเท้าเปียกโคลน จับราวบันได กดสวิตช์ไฟ และนั่งที่โต๊ะของตัวเอง

ไลน์กลุ่มของบริษัทเต็มไปด้วยคำถาม "จะกลับเข้าออฟฟิศได้เมื่อไร" "ที่โต๊ะปลอดภัยไหม" "มีคนในทีมท้องเสียหลังลุยน้ำ ต้องทำอย่างไร" คุณแพรรู้ว่าการเปิดสำนักงานครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องปัดกวาดเช็ดถู แต่เป็นเรื่องความเชื่อมั่นของพนักงานทุกคน บทความนี้คือแผนที่เธอและผู้ดูแลอาคารสำนักงานทั่วกรุงเทพฯ ใช้ได้จริง ตั้งแต่ความปลอดภัย การแบ่งโซน การล้าง การทำให้แห้ง ไปจนถึงการฆ่าเชื้อจุดสัมผัสร่วมด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ CHEMGENE HLD4H

สรุปสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ปลายกันยายน 2569

ตามรายงานข่าว ช่วงวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 กรุงเทพฯ มีฝนตกหนักต่อเนื่องประมาณ 300 มิลลิเมตรภายในราว 48 ชั่วโมง วันที่ 26 กันยายน กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ฝั่งตะวันออกได้รับผลกระทบหนักที่สุด มีการกล่าวถึงพื้นที่คลองจั่นและบึงกุ่ม ผู้ว่าฯ ชัชชาติระบุว่าคลองเต็มความจุ และต้องใช้เวลาระบายน้ำราว 2 ถึง 3 วันหลังฝนหยุด รายงานข่าวยังระบุถึงผู้เสียชีวิต 3 ราย ซึ่งเราขอแสดงความเสียใจต่อทุกครอบครัว

จนถึงวันที่ 30 กันยายน ถนนบางสาย เช่น ศรีบูรพาและลาดพร้าว ยังมีน้ำขังราว 20 ถึง 40 เซนติเมตร สื่อไทยเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ปี 2554 และรายงานธุรกิจฉบับหนึ่งอ้างประมาณการของหอการค้าว่าความเสียหายราว 12,300 ล้านบาท สำหรับภาคธุรกิจ ตัวเลขนี้สะท้อนทั้งความเสียหายของทรัพย์สินและวันทำงานที่หายไป การเปิดสำนักงานกลับมาอย่างรวดเร็วแต่ปลอดภัยจึงเป็นโจทย์สำคัญของทุกองค์กร

แม้ออฟฟิศของคุณจะอยู่ในตึกสูงที่น้ำไม่ได้เข้าชั้นทำงานโดยตรง ความเสี่ยงก็ยังเข้ามาได้หลายทาง ทั้งลานจอดรถใต้ดิน ล็อบบี้ชั้นล่าง ระบบลิฟต์ และที่สำคัญที่สุดคือพนักงานหลายร้อยคนที่ต้องเดินผ่านถนนน้ำขัง ขึ้นรถสาธารณะ แล้วนำรองเท้า กระเป๋า และมือที่สัมผัสสิ่งต่าง ๆ ระหว่างทางเข้ามาในอาคารทุกเช้า

ทำไมออฟฟิศหลังน้ำท่วมจึงเสี่ยงกว่าที่เห็น

สำนักงานเป็นพื้นที่ที่คนจำนวนมากใช้ร่วมกันในห้องปรับอากาศแบบปิด ทุกคนจับสิ่งของชิ้นเดียวกันหลายสิบครั้งต่อวัน เมื่อมีน้ำท่วมเข้ามาเพิ่ม ความเสี่ยงจึงเกิดขึ้นในสองชั้น ชั้นแรกคือ การปนเปื้อนโดยตรงจากน้ำท่วม ซึ่งพาสิ่งปฏิกูล แบคทีเรีย และตะกอนจากท่อระบายน้ำเข้ามาเกาะพื้น เฟอร์นิเจอร์ และผนัง ชั้นที่สองคือ การแพร่ต่อผ่านจุดสัมผัสร่วม เมื่อพนักงานคนหนึ่งจับพื้นผิวที่ปนเปื้อนแล้วไปจับคีย์บอร์ด รีโมตห้องประชุม หรือหูจับตู้เย็น เชื้อก็เดินทางต่อไปยังเพื่อนร่วมงานคนถัดไป

เชื้อที่มักพบในสถานการณ์หลังน้ำท่วม

  • แบคทีเรียในลำไส้ เช่น อีโคไลและซัลโมเนลลา จากน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล ทำให้เกิดอาการท้องร่วง ปวดท้อง และอาหารเป็นพิษ
  • โนโรไวรัส ไวรัสทางเดินอาหารที่ติดต่อง่ายมากในพื้นที่ทำงานร่วม หากมีพนักงานป่วยคนหนึ่ง อาจแพร่ไปทั้งทีมผ่านแพนทรีและห้องน้ำ
  • ไวรัสทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่ อาร์เอสวี และโควิด 19 ซึ่งมักระบาดมากในฤดูฝน และแพร่ผ่านละอองและพื้นผิวในห้องประชุมที่ปิดสนิท
  • เชื้อรา ที่เติบโตในพรม ผนังยิปซัม ฉากกั้นบุผ้า เก้าอี้ผ้า และกล่องเอกสารที่เปียกน้ำ ทำให้เกิดกลิ่นอับและกระตุ้นอาการภูมิแพ้
  • เชื้อเลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู ซึ่งเป็นความเสี่ยงของพนักงานที่ลุยน้ำมาทำงาน หรือทีมแม่บ้านและช่างที่เข้าไปเก็บกวาดชั้นที่น้ำท่วม

แผนที่จุดเสี่ยงในสำนักงาน

โต๊ะทำงาน โดยเฉพาะระบบโต๊ะหมุนเวียนที่ไม่มีเจ้าของประจำ ผิวโต๊ะ ขอบโต๊ะ และลิ้นชักเป็นที่วางทั้งกระเป๋า แก้วกาแฟ และอาหารกลางวัน คีย์บอร์ดและเมาส์ มีร่องระหว่างปุ่มที่เศษอาหาร ฝุ่น และเชื้อสะสม และแทบไม่มีใครทำความสะอาดอย่างจริงจัง โทรศัพท์โต๊ะและหูฟัง อยู่ใกล้ปากและจมูกโดยตรง ห้องประชุม มีโต๊ะใหญ่ เก้าอี้ รีโมตทีวี ปากกาไวต์บอร์ด แป้นควบคุมระบบประชุมทางไกล และสายต่อจอ ที่ทุกคนหยิบใช้สลับกัน

แพนทรี คือจุดที่ต้องระวังที่สุด หูจับตู้เย็น ประตูไมโครเวฟ ปุ่มเครื่องชงกาแฟ ก๊อกตู้น้ำดื่ม และอ่างล้างจาน เป็นจุดที่มือสัมผัสแล้วต่อไปถึงอาหารโดยตรง ทางเข้าและพื้นที่ส่วนกลาง ได้แก่ เครื่องสแกนบัตร ประตูกระจก ปุ่มลิฟต์ ราวบันได สวิตช์ไฟ และเครื่องพิมพ์ส่วนกลาง ส่วน ห้องน้ำ ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษหากระบบระบายน้ำของอาคารเคยมีปัญหาน้ำย้อนกลับในช่วงน้ำท่วม

พนักงานกลุ่มไหนต้องดูแลเป็นพิเศษ

หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ที่มีภูมิแพ้หรือหอบหืด และพนักงานอาวุโส ควรได้รับการพิจารณาให้ทำงานจากบ้านต่อจนกว่าพื้นที่จะทำความสะอาดและแห้งสนิท และไม่ควรถูกมอบหมายให้เข้าไปเก็บกวาดชั้นที่น้ำท่วม พนักงานคนใดมีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะน่อง ตาแดง หรือท้องร่วงหลังลุยน้ำ ควรไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วม องค์กรควรสนับสนุนให้พนักงานลาพักโดยไม่ต้องกังวล เพราะผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อช่วยลดความเสี่ยงบนพื้นผิวได้ แต่ไม่ได้ทดแทนการรักษาทางการแพทย์

ต้นทุนที่แท้จริงของการเปิดออฟฟิศแบบรีบเร่ง

สุขภาพของทีม หากโรคทางเดินอาหารหรือไข้หวัดระบาดในทีมหลังกลับเข้าออฟฟิศ คนที่ป่วยจะต้องลาพัก และคนที่ยังอยู่ต้องรับงานแทน ความเหนื่อยล้าสะสมทำให้คนป่วยต่อเป็นทอด ๆ

ประสิทธิภาพการทำงาน พนักงานที่นั่งทำงานท่ามกลางกลิ่นอับและความกังวลว่าโต๊ะสะอาดหรือไม่ จะมีสมาธิลดลง หลายคนเลือกกลับไปทำงานจากบ้านเอง ทำให้การประชุมและการประสานงานติดขัด

ทรัพย์สินและอุปกรณ์ ความชื้นที่ค้างในพรม ผนัง และเฟอร์นิเจอร์จะทำให้เชื้อราลุกลามไปถึงเอกสาร กล่องเก็บของ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขภายหลังสูงกว่าการทำให้ถูกตั้งแต่แรกหลายเท่า

ภาพลักษณ์ต่อลูกค้า ห้องประชุมที่ลูกค้าเข้ามาแล้วได้กลิ่นอับ หรือเห็นคราบราบนผนัง ทำลายความน่าเชื่อถือของบริษัทได้ทันที โดยเฉพาะธุรกิจบริการ การเงิน กฎหมาย และสุขภาพ

ความไว้วางใจของพนักงาน การที่องค์กรสื่อสารชัดเจนว่าได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง ใช้ผลิตภัณฑ์ใด และมีแผนดูแลต่อเนื่องอย่างไร ช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าบริษัทใส่ใจ ซึ่งมีค่ามากในช่วงที่หลายคนเพิ่งผ่านความเสียหายที่บ้านของตัวเองมาเช่นกัน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อทำความสะอาดออฟฟิศหลังน้ำท่วม

ถูพื้นแล้วถือว่าเสร็จ การถูพื้นด้วยน้ำยาถูพื้นทั่วไปช่วยให้พื้นดูสะอาด แต่ไม่ได้แตะต้องจุดสัมผัสบนโต๊ะ คีย์บอร์ด และห้องประชุม ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่เชื้อเดินทางจากมือสู่ปาก

เก็บพรมที่จมน้ำไว้แล้วรอให้แห้ง พรมแผ่นและพรมผืนที่จมน้ำเสียอุ้มสิ่งปนเปื้อนไว้ด้านล่าง การเป่าให้แห้งเฉพาะผิวหน้าไม่ได้กำจัดสิ่งที่ซึมลงไปแล้ว คำแนะนำทั่วไปของหน่วยงานสาธารณสุขคือวัสดุพรุนที่จมน้ำเสียและทำความสะอาดไม่ได้ควรนำออกและเปลี่ยนใหม่

ฉีดน้ำยาลงบนคีย์บอร์ดโดยตรง ของเหลวที่ไหลลงไปใต้ปุ่มอาจทำให้อุปกรณ์เสียหาย วิธีที่ถูกคือปิดเครื่อง ถอดสาย แล้วใช้ผ้าที่ชุบน้ำยาหมาด ๆ เช็ด

ใช้สารฟอกขาวเข้มข้นในห้องปิดแอร์ กลิ่นฉุนในห้องที่ระบายอากาศน้อยทำให้พนักงานแสบตาและแสบจมูก ทั้งยังอาจทำให้ผิวโต๊ะลามิเนต เก้าอี้ และโลหะบางชนิดเสื่อม และห้ามผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำหรือสารเคมีอื่นเพราะอาจเกิดก๊าซอันตราย

พึ่งน้ำหอมปรับอากาศและเปิดแอร์แรง ๆ กลิ่นหอมกลบกลิ่นอับได้ชั่วคราว ส่วนแอร์ที่ดึงอากาศชื้นจากชั้นที่เคยท่วมอาจพาสปอร์ราไปทั่วอาคาร ระบบปรับอากาศและไส้กรองจึงต้องให้ช่างตรวจก่อนเปิดใช้งานเต็มที่

ทำครั้งเดียวในวันเปิดแล้วไม่ทำต่อ ช่วงสองถึงสามสัปดาห์หลังน้ำลดเป็นช่วงที่พนักงานยังต้องเดินทางผ่านพื้นที่น้ำขังและมีคนป่วยในครอบครัว การฆ่าเชื้อจุดสัมผัสเพียงครั้งเดียวจึงไม่เพียงพอ ต้องมีรอบการทำซ้ำที่ชัดเจน

ก่อนเริ่มงาน: ความปลอดภัยของทีมเก็บกวาด

ตรวจระบบไฟฟ้าก่อนเสมอ หากน้ำเคยท่วมถึงเต้ารับ ปลั๊กพ่วง หรือตู้ควบคุมไฟฟ้า ให้ช่างไฟฟ้าหรือฝ่ายอาคารตรวจและตัดไฟส่วนที่ได้รับผลกระทบก่อนให้ใครเข้าไปทำความสะอาด ห้ามเสียบปลั๊กอุปกรณ์ที่เคยจมน้ำจนกว่าจะได้รับการตรวจ

อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ทีมแม่บ้านและผู้รับเหมาทำความสะอาดต้องมีถุงมือยาง รองเท้าบูท หน้ากาก และแว่นตาป้องกัน ปิดบาดแผลก่อนเริ่มงาน และล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งที่พัก

บันทึกความเสียหาย ถ่ายรูปพื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ที่เสียหายก่อนเคลื่อนย้าย เพื่อใช้กับประกันภัยและการจัดซื้อทดแทน

แยกเอกสารและอุปกรณ์ไอที ให้ฝ่ายไอทีเคลื่อนย้ายคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ และอุปกรณ์เครือข่ายที่อาจเปียกออกไปประเมินก่อน เอกสารสำคัญที่เปียกควรแยกเก็บเพื่อพิจารณาวิธีกู้คืนหรือสแกนเก็บไว้

ทางออกสำหรับจุดสัมผัสร่วม: CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H คือน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงเกรดการแพทย์จากประเทศอังกฤษ มีรายการเชื้อที่ระบุไว้ทั้งแบคทีเรีย เชื้อรา มัยโคแบคทีเรีย ซัลโมเนลลา และไวรัส ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ H1N1 อาร์เอสวี โนโรไวรัส ไวรัสโรคมือเท้าปาก และ SARS-CoV-2 หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าฆ่าเชื้อได้ภายใน 1 นาที มีผลต่อเชื้อโควิด 19 ที่ 99.85% และปกป้องพื้นผิวต่อเนื่องได้นานสูงสุด 14 วัน

สำหรับงานในสำนักงาน คุณสมบัติที่สำคัญคือ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ น้ำยาไม่กัดกร่อนสเตนเลส อะลูมิเนียม ยาง พลาสติก และไฟเบอร์กลาส ซึ่งเป็นวัสดุของขาโต๊ะ มือจับ ตัวเครื่องอุปกรณ์สำนักงาน และเก้าอี้จำนวนมาก ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และระบุว่าปลอดภัยต่อคน สัตว์เลี้ยง และอุปกรณ์การแพทย์เมื่อใช้ตามคำแนะนำ น้ำยาเข้มข้นเจือจางได้ 1:30, 1:50, 1:60, 1:100 ไปจนถึง 1:200 ทำให้ฝ่ายอาคารเลือกระดับตามฉลากให้เหมาะกับพื้นที่ที่เคยสัมผัสน้ำท่วมและพื้นที่ใช้งานประจำวันได้

ด้านความน่าเชื่อถือ หน้าผลิตภัณฑ์ระบุการทดสอบและการรับรองจากมหาวิทยาลัยมหิดล, NHS England, ISO 9001:2015, ISO 13485, SGS, Intertek, CE และมาตรฐาน EN 13727 / EN 14348 / EN 13624 / EN 14476 และมีการใช้งานจริงในโรงพยาบาล คลินิก ห้องปฏิบัติการ โรงเรียน สำนักงาน และสนามบิน ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ฝ่ายบุคคลสื่อสารกับพนักงานได้อย่างมั่นใจว่าองค์กรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อะไรและเพราะอะไร

ลำดับที่ห้ามข้าม: ขจัดโคลนและรื้อวัสดุที่เสียหาย ล้างด้วยน้ำสะอาดและสารทำความสะอาด ทำให้แห้ง แล้วจึงใช้ Chemgene ตามอัตราเจือจางและเวลาสัมผัสบนฉลาก สวมถุงมือและรองเท้าบูท เปิดระบายอากาศ น้ำยาฆ่าเชื้อไม่ได้ทดแทนการรื้อพรมหรือผนังที่อุ้มน้ำเสีย และไม่ได้แก้ปัญหาระบบไฟฟ้า

แผนเปิดสำนักงานแบบแบ่ง 3 โซน

โซนแดง: พื้นที่ที่น้ำท่วมโดยตรง เช่น ชั้นล่าง ล็อบบี้ ห้องประชุมชั้นล่าง และลานจอด งานหลักคือรื้อพรม ฉากกั้นบุผ้า และวัสดุพรุนที่จมน้ำเสียออก ตักโคลน ล้างพื้นและขาเฟอร์นิเจอร์ด้วยน้ำสะอาดและสารทำความสะอาด ทำให้แห้งด้วยพัดลมอุตสาหกรรมหรือเครื่องลดความชื้น จากนั้นฆ่าเชื้อพื้นผิวแข็งทั้งหมดด้วย Chemgene และกั้นพื้นที่ไว้จนกว่าจะแห้งสนิท

โซนเหลือง: จุดสัมผัสร่วมทั้งอาคาร ได้แก่ ประตู เครื่องสแกนบัตร ปุ่มลิฟต์ ราวบันได สวิตช์ไฟ เครื่องพิมพ์ แพนทรี ห้องน้ำ และห้องประชุมทุกห้อง ล้างคราบสกปรกออกก่อนแล้วฆ่าเชื้อด้วย Chemgene ในวันก่อนเปิด และทำซ้ำตามรอบที่กำหนดในช่วงสัปดาห์แรก ๆ

โซนเขียว: โต๊ะทำงานส่วนบุคคล ทีมแม่บ้านเช็ดผิวโต๊ะและเก้าอี้ ส่วนพนักงานแต่ละคนได้รับผ้าไมโครไฟเบอร์และขวดสเปรย์ที่ผสมไว้ตามฉลาก เพื่อเช็ดคีย์บอร์ด เมาส์ โทรศัพท์ และหูฟังของตัวเองทุกเช้า

วิธีฆ่าเชื้อคีย์บอร์ด เมาส์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างปลอดภัย

  1. ปิดเครื่องและถอดสายหรือถอดแบตเตอรี่ออกก่อน
  2. คว่ำคีย์บอร์ดเคาะเบา ๆ หรือใช้ลมเป่าเพื่อเอาเศษฝุ่นและตะกอนออก
  3. เช็ดคราบสกปรกด้วยผ้าหมาดที่ชุบน้ำสบู่อ่อน แล้วปล่อยให้แห้ง
  4. ฉีด Chemgene ที่ผสมตามฉลากลงบนผ้าไมโครไฟเบอร์ ไม่ฉีดลงอุปกรณ์โดยตรง บิดผ้าให้หมาด
  5. เช็ดผิวปุ่ม ด้านข้างปุ่ม ตัวเมาส์ ล้อเลื่อน และสายบริเวณที่มือจับ ให้พื้นผิวเปียกชื้นตลอดเวลาสัมผัสตามฉลาก
  6. ปล่อยให้แห้งสนิทก่อนเปิดเครื่อง และอ่านคำแนะนำของผู้ผลิตอุปกรณ์ประกอบ โดยเฉพาะหน้าจอสัมผัสและหน้าจอที่มีสารเคลือบ

ขั้นตอนดูแลห้องประชุม

เริ่มจากเปิดประตูระบายอากาศ นำเก้าอี้ผ้าที่จมน้ำออกไปประเมิน เช็ดโต๊ะประชุมทั้งด้านบนและขอบโต๊ะด้วยน้ำสบู่ จากนั้นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene ทั้งโต๊ะ ที่วางแขนเก้าอี้ มือจับประตู สวิตช์ไฟ รีโมต ไมโครโฟนตั้งโต๊ะ แป้นควบคุมระบบประชุม และกล่องปากกาไวต์บอร์ด โดยฉีดลงผ้าก่อนสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้า หลังเปิดใช้งาน ควรจัดตารางให้แม่บ้านเช็ดจุดสัมผัสหลักระหว่างการประชุมแต่ละรอบ หรืออย่างน้อยวันละสองครั้งในช่วงแรก

10 เหตุผลที่ฝ่ายอาคารและฝ่ายบุคคลเลือก Chemgene HLD4H

  1. เกรดการแพทย์ที่สื่อสารกับพนักงานได้ชัดเจน บอกได้เต็มปากว่าออฟฟิศใช้น้ำยาระดับเดียวกับที่ใช้ในโรงพยาบาล ดูข้อมูล Chemgene HLD4H
  2. ครอบคลุมเชื้อที่ระบาดในที่ทำงาน ตามรายการบนหน้าผลิตภัณฑ์ ทั้งไข้หวัดใหญ่ อาร์เอสวี โนโรไวรัส และ SARS-CoV-2
  3. ฆ่าเชื้อได้ภายใน 1 นาทีตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ เหมาะกับการเช็ดห้องประชุมระหว่างรอบการประชุมที่มีเวลาจำกัด
  4. ปกป้องพื้นผิวได้นานสูงสุด 14 วัน ตามที่หน้าผลิตภัณฑ์ระบุ ช่วยเสริมในช่วงที่คนเข้าออกอาคารหนาแน่น
  5. ถนอมวัสดุสำนักงาน ไม่กัดกร่อนพลาสติก ยาง อะลูมิเนียม และสเตนเลส ซึ่งเป็นวัสดุหลักของเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์
  6. ไม่มีกลิ่นฉุนรบกวนการทำงาน ในห้องปรับอากาศ เมื่อใช้ตามคำแนะนำและระบายอากาศเพียงพอ
  7. คุ้มค่าเพราะเจือจางได้ถึง 1:200 ขวดเข้มข้นเดียวใช้ได้ทั้งโซนแดง โซนเหลือง และโซนเขียว สั่งซื้อสำหรับองค์กร
  8. ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ สอดคล้องกับนโยบายด้านความยั่งยืนขององค์กร
  9. เอกสารการทดสอบครบถ้วน ทั้งมหาวิทยาลัยมหิดล NHS England SGS Intertek ISO และมาตรฐาน EN ช่วยประกอบการจัดซื้อและการตรวจประเมินภายใน
  10. ใช้ต่อได้ในระยะยาว กลายเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานสุขอนามัยสำนักงานหลังวิกฤต ไม่ใช่แค่งานครั้งเดียว อ่านวิธีใช้บนหน้าผลิตภัณฑ์

ก่อนและหลัง: ออฟฟิศที่เปิดอย่างมีแผน

ก่อนฟื้นฟู

  • พรมชั้นล่างเปื้อนโคลนและมีกลิ่นอับ
  • ขาโต๊ะและเก้าอี้มีคราบน้ำเป็นเส้น
  • แพนทรีมีตู้เย็นดับและกลิ่นของเสีย
  • คีย์บอร์ดและห้องประชุมไม่มีใครรู้ว่าสะอาดหรือไม่
  • พนักงานกังวลและลังเลที่จะกลับเข้าออฟฟิศ
  • มีพนักงานบางคนป่วยหลังลุยน้ำ

หลังฟื้นฟูตามแผนสามโซน

  • วัสดุพรุนที่จมน้ำเสียถูกรื้อและเปลี่ยนใหม่
  • พื้นที่ชั้นล่างแห้งสนิทก่อนเปิดใช้งาน
  • จุดสัมผัสร่วมทุกจุดล้างแล้วฆ่าเชื้อด้วย Chemgene
  • พนักงานมีชุดเช็ดอุปกรณ์ส่วนตัวประจำโต๊ะ
  • มีตารางทำซ้ำและผู้รับผิดชอบชัดเจน
  • ฝ่ายบุคคลสื่อสารแผนให้ทุกคนรับรู้

กรณีตัวอย่าง: ออฟฟิศสี่สิบคนที่กลับมาเปิดใน 5 วันทำการ

กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์จำลองเพื่ออธิบายการวางแผน ไม่ใช่รีวิวของลูกค้าจริง)

วันที่ 1: คุณแพรประสานกับผู้ดูแลอาคารให้ช่างไฟฟ้าตรวจชั้นล่าง ตัดไฟวงจรที่เคยจมน้ำ ฝ่ายไอทีขนคอมพิวเตอร์ชั้นล่างขึ้นไปประเมิน ทีมงานถ่ายรูปความเสียหายทั้งหมดส่งให้บริษัทประกัน

วันที่ 2: ผู้รับเหมาทำความสะอาดรื้อพรมแผ่นชั้นล่างทั้งหมด นำเก้าอี้ผ้าในห้องประชุมที่จมน้ำออก ตักโคลน ล้างพื้น ล้างขาโต๊ะและผนังส่วนล่างด้วยน้ำสะอาดและสารทำความสะอาด จากนั้นเปิดพัดลมอุตสาหกรรมและเครื่องลดความชื้นทิ้งไว้ข้ามคืน

วันที่ 3: ช่างตรวจระบบปรับอากาศและเปลี่ยนไส้กรองของชั้นล่าง แม่บ้านล้างตู้เย็น ไมโครเวฟ และเครื่องชงกาแฟในแพนทรี ทิ้งอาหารทั้งหมดที่อยู่ในตู้เย็นที่ไฟดับ

วันที่ 4: เมื่อพื้นที่แห้งแล้ว ทีมงานฆ่าเชื้อพื้นผิวแข็งของโซนแดงทั้งหมดด้วย Chemgene HLD4H ตามอัตราเจือจางบนฉลาก ต่อด้วยโซนเหลือง ได้แก่ ประตู เครื่องสแกนบัตร ราวบันได ปุ่มลิฟต์ ห้องน้ำ แพนทรี และห้องประชุมทุกห้อง โดยปล่อยให้น้ำยาสัมผัสครบเวลาที่ฉลากระบุ

วันที่ 5: เปิดออฟฟิศแบบครึ่งทีม คุณแพรส่งอีเมลสรุปสิ่งที่ทำไปแล้ว ชื่อผลิตภัณฑ์ที่ใช้ และตารางเช็ดจุดสัมผัสวันละสองรอบ พร้อมแจกชุดเช็ดคีย์บอร์ดประจำโต๊ะ และย้ำว่าใครมีไข้ ปวดน่อง หรือท้องร่วงหลังลุยน้ำให้ไปพบแพทย์และทำงานจากบ้านได้ทันที สองสัปดาห์ต่อมา บริษัทจึงลดรอบการเช็ดจุดสัมผัสลงเป็นวันละครั้งตามปกติ

สิ่งที่ทำให้แผนนี้ได้ผลคือการแบ่งงานชัดเจน ทำตามลำดับ และสื่อสารอย่างโปร่งใส ไม่ใช่การรีบเปิดออฟฟิศให้เร็วที่สุด

เช็กลิสต์เปิดออฟฟิศหลังน้ำท่วม

ก่อนฆ่าเชื้อ

  • ช่างไฟฟ้าตรวจระบบไฟชั้นที่น้ำท่วมแล้ว
  • ถ่ายรูปความเสียหายและแจ้งประกันแล้ว
  • ฝ่ายไอทีเคลื่อนย้ายและประเมินอุปกรณ์ที่อาจเปียกแล้ว
  • รื้อพรม ฉากกั้นบุผ้า และวัสดุพรุนที่จมน้ำเสียออกแล้ว
  • ล้างพื้นผิวด้วยน้ำสะอาดและสารทำความสะอาดแล้ว
  • พื้นที่แห้งสนิท และตรวจระบบปรับอากาศพร้อมเปลี่ยนไส้กรองแล้ว
  • ทีมทำความสะอาดมีถุงมือ รองเท้าบูท และหน้ากากครบ

วันเปิดและหลังเปิด

  • ผสม Chemgene ตามฉลาก ติดป้ายชื่อและวันที่บนขวดสเปรย์ทุกขวด
  • ฆ่าเชื้อโซนแดงและโซนเหลืองครบก่อนให้พนักงานเข้า
  • แจกชุดเช็ดอุปกรณ์ส่วนตัวประจำโต๊ะ
  • กำหนดรอบเช็ดจุดสัมผัสร่วมและผู้รับผิดชอบ
  • วางจุดล้างมือหรือเจลแอลกอฮอล์ที่ทางเข้าและแพนทรี
  • ประกาศนโยบายลาป่วยและทำงานจากบ้านสำหรับผู้มีอาการ
  • ทบทวนแผนหลังผ่านไปสองสัปดาห์

คำถามที่พบบ่อย

1. ออฟฟิศของเราน้ำไม่ได้เข้า จำเป็นต้องฆ่าเชื้อหรือไม่

แนะนำให้ทำที่จุดสัมผัสร่วม เพราะพนักงานเดินทางผ่านพื้นที่น้ำขังและนำสิ่งปนเปื้อนเข้ามาทางรองเท้า กระเป๋า และมือ โดยเฉพาะทางเข้า ลิฟต์ ห้องน้ำ และแพนทรี

2. ใช้ Chemgene กับคีย์บอร์ดได้ไหม

ได้ โดยปิดเครื่องก่อน ฉีดน้ำยาที่ผสมตามฉลากลงบนผ้า บิดให้หมาด แล้วเช็ดปุ่ม ห้ามฉีดลงบนอุปกรณ์โดยตรง และรอให้แห้งก่อนเปิดใช้งาน

3. พรมที่จมน้ำ ฉีดน้ำยาแล้วใช้ต่อได้หรือไม่

หากพรมจมน้ำท่วมที่ปนเปื้อนน้ำเสีย คำแนะนำทั่วไปคือรื้อออกและเปลี่ยนใหม่ เพราะสิ่งปนเปื้อนซึมลงไปถึงชั้นล่าง น้ำยาฆ่าเชื้อใช้กับพื้นผิวแข็งที่ล้างและทำให้แห้งแล้ว

4. ต้องฆ่าเชื้อบ่อยแค่ไหนหลังเปิดออฟฟิศ

ช่วงสองถึงสามสัปดาห์แรก ควรเช็ดจุดสัมผัสร่วมอย่างน้อยวันละสองครั้ง และห้องประชุมระหว่างรอบการใช้งาน หลังจากนั้นปรับเป็นรอบปกติตามความหนาแน่นของการใช้งาน

5. พนักงานตั้งครรภ์หรือมีภูมิแพ้ ทำงานในพื้นที่ที่ใช้ Chemgene ได้ไหม

หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าปลอดภัยต่อคนเมื่อใช้ตามคำแนะนำ ควรใช้ตามอัตราบนฉลาก ระบายอากาศ และให้พื้นผิวแห้งก่อนใช้งาน สำหรับกลุ่มเสี่ยง แนะนำให้ทำงานจากบ้านจนกว่าพื้นที่ที่เคยท่วมจะแห้งและฟื้นฟูเรียบร้อย และไม่ควรเข้าร่วมงานเก็บกวาด

6. ถ้าไม่มีทีมงานพอ มีบริการฆ่าเชื้อให้หรือไม่

สามารถดู บริการฆ่าเชื้อโดยทีมงาน WHD และหากหลังรีโนเวตมีกลิ่นสีหรือกลิ่นสารเคมีตกค้าง ดู บริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมี หรือโทร 065-556-6294

เปิดออฟฟิศอย่างมั่นใจ ให้ทีมกลับมาทำงานได้เต็มที่

ล้าง ทำให้แห้ง แล้วปิดงานจุดสัมผัสร่วมด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์

สั่งซื้อ Chemgene HLD4H สำหรับออฟฟิศ

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#Chemgene #น้ำยาฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ #น้ำท่วมกทม2569 #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #ฆ่าเชื้อออฟฟิศ #ออฟฟิศปลอดเชื้อ

คำค้นหา: ฆ่าเชื้อออฟฟิศหลังน้ำท่วม, ทำความสะอาดสำนักงานหลังน้ำท่วม, ฆ่าเชื้อคีย์บอร์ด, ฆ่าเชื้อห้องประชุม, จุดสัมผัสร่วมในออฟฟิศ, แพนทรีออฟฟิศ, น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์, Chemgene HLD4H, น้ำท่วม กทม. 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้