ศูนย์พักพิงชั่วคราวน้ำท่วม กทม. 2569: ลดความเสี่ยงไข้หวัดใหญ่และ RSV ในที่แออัด ด้วยแผนสุขอนามัยและการฆ่าเชื้อพื้นผิวด้วย Chemgene HLD4H

Last updated: 1 ต.ค. 2569  |  12 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เชื้อรา เชื้อโรค แบคทีเรีย อันตรายต่อสุขภาพ 2026 บริการพ่นฆ่าเชื้อ World Health Disinfection

ศูนย์พักพิงชั่วคราวน้ำท่วม กทม. 2569: ลดความเสี่ยงไข้หวัดใหญ่และ RSV ในที่แออัด ด้วยแผนสุขอนามัยและการฆ่าเชื้อพื้นผิวด้วย Chemgene HLD4H

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่เหตุการณ์ของศูนย์พักพิงแห่งใดแห่งหนึ่ง)

คืนที่สามในศาลาวัด เสียงไอเริ่มดังมาจากหลายมุมพร้อมกัน

พี่หน่อยเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำชุมชนในฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ปลายเดือนกันยายน 2569 ตามรายงานข่าว ฝนตกหนักต่อเนื่องราว 300 มิลลิเมตรในเวลาประมาณ 48 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 26 กันยายน กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ชุมชนริมคลองของพี่หน่อยน้ำขึ้นสูงจนบ้านชั้นเดียวหลายหลังอยู่ไม่ได้ ชาวบ้านราวหนึ่งร้อยคนจึงย้ายมาพักที่ศาลาการเปรียญของวัดใกล้ชุมชน ซึ่งกลายเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวภายในคืนเดียว

คืนแรกทุกคนยังโล่งใจที่ได้อยู่ในที่แห้ง เสื่อและผ้าห่มที่ได้รับบริจาคถูกปูเรียงกันเต็มพื้นศาลา ครอบครัวหนึ่งได้พื้นที่ราวสองสามเมตร ผู้สูงอายุนอนติดกับเด็กเล็ก ห้องน้ำของวัดมีอยู่ไม่กี่ห้องแต่ต้องรองรับคนนับร้อย จุดแจกข้าวกล่องตั้งอยู่ตรงทางเข้า ทุกคนหยิบช้อน ส้อม และแก้วน้ำจากตะกร้าเดียวกัน

คืนที่สาม พี่หน่อยสังเกตว่ามีเสียงไอดังมาจากหลายมุมพร้อมกัน เด็กหลายคนน้ำมูกไหล ยายคนหนึ่งมีไข้และอ่อนเพลีย และที่ทำให้พี่หน่อยตัดสินใจโทรขอความช่วยเหลือทันทีคือ ทารกวัยแปดเดือนที่หายใจเร็ว มีเสียงวี้ด และกินนมได้น้อยลง ทีมสาธารณสุขเขตมารับตัวไปพบแพทย์ในคืนนั้น ภายหลังแม่ของเด็กเล่าว่าแพทย์สงสัยว่าเป็นการติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ และต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

เช้าวันรุ่งขึ้น พี่หน่อยมองไปรอบศาลาแล้วเห็นสิ่งที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน ราวบันไดที่ทุกคนจับขึ้นลง ก๊อกน้ำหน้าห้องน้ำ ขันตักน้ำ ตะกร้าช้อนส้อม โต๊ะพับที่ใช้วางข้าว ทุกอย่างถูกมือคนนับร้อยจับวนไปวนมาวันละหลายรอบ ขณะที่การทำความสะอาดที่ผ่านมาคือการกวาดพื้นตอนเช้าเท่านั้น

เรื่องของพี่หน่อยเป็นสถานการณ์ตัวอย่าง แต่สะท้อนความจริงของศูนย์พักพิงจำนวนมาก ทั้งในวัด โรงเรียน โรงยิม อาคารเอนกประสงค์ของชุมชน และสำนักงานเขต บทความนี้เขียนให้ผู้ดูแลศูนย์พักพิง อาสาสมัคร เจ้าหน้าที่เขต พระสงฆ์และกรรมการวัด ครูที่เปิดโรงเรียนเป็นจุดอพยพ และผู้บริจาค ที่อยากรู้ว่าจะลดความเสี่ยงการระบาดของไข้หวัดใหญ่และ RSV ในที่แออัดได้อย่างไร ผ่านแผนสุขอนามัยที่ทำได้จริง และการฆ่าเชื้อพื้นผิวด้วยน้ำยาเกรดการแพทย์อย่าง Chemgene HLD4H

รู้จักไข้หวัดใหญ่และ RSV: ทำไมจึงระบาดง่ายในศูนย์พักพิง

ไวรัส RSV คืออะไร

RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นไวรัสทางเดินหายใจที่พบบ่อยมากในฤดูฝนของไทย ในผู้ใหญ่สุขภาพดีมักมีอาการคล้ายหวัดธรรมดา คือ น้ำมูก ไอ เจ็บคอ มีไข้ต่ำ ๆ แต่ในทารก เด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กที่คลอดก่อนกำหนดหรือมีโรคหัวใจและปอด รวมถึงผู้สูงอายุ RSV อาจทำให้หลอดลมฝอยอักเสบหรือปอดอักเสบ หายใจหอบ หายใจมีเสียงวี้ด และต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

ไข้หวัดใหญ่

ไข้หวัดใหญ่ทำให้มีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ไอ และอ่อนเพลียมาก กลุ่มที่เสี่ยงมีอาการรุนแรง ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอด และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ

เชื้อแพร่ได้อย่างไรในที่แออัด

  • ละอองฝอยจากการไอจาม เมื่อคนนอนห่างกันไม่ถึงหนึ่งเมตร ละอองจากการไอจามของคนหนึ่งไปถึงอีกคนได้โดยตรง
  • พื้นผิวและมือ ละอองตกลงบนราวบันได ก๊อกน้ำ โต๊ะ และของใช้ร่วม แล้วติดมือคนถัดไป ก่อนเข้าสู่ร่างกายทางตา จมูก หรือปาก ตามข้อมูลทั่วไปของหน่วยงานสาธารณสุข ไวรัส RSV อยู่บนพื้นผิวแข็งได้หลายชั่วโมง
  • อากาศถ่ายเทไม่ดี ศาลาหรือโรงยิมที่ปิดเพื่อกันฝน ทำให้ละอองค้างอยู่ในอากาศนานขึ้น
  • ร่างกายอ่อนแอลง ความเครียด การนอนไม่พอ ความหนาวชื้น และอาหารที่ไม่ครบ ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง

ไม่ใช่แค่โรคทางเดินหายใจ

นอกจากไข้หวัดใหญ่และ RSV ศูนย์พักพิงยังเสี่ยงต่อโรคท้องร่วงจากโนโรไวรัสและแบคทีเรียในห้องน้ำที่ใช้ร่วมกัน โรคมือเท้าปากในเด็กเล็ก โรคผิวหนังและน้ำกัดเท้าจากการลุยน้ำ และโรคเลปโตสไปโรซิส (โรคฉี่หนู) ในผู้ที่ลุยน้ำกลับไปดูบ้าน ซึ่งต้องพบแพทย์ทันทีหากมีไข้สูง ปวดน่อง หรือตาแดง

สัญญาณอันตรายที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที

  • ทารกหรือเด็กเล็กหายใจเร็ว หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม มีเสียงวี้ด กินนมหรือดื่มน้ำได้น้อย ซึมลง
  • ริมฝีปากหรือปลายมือปลายเท้าเขียว
  • ผู้สูงอายุมีไข้สูง เหนื่อยหอบ สับสน หรือลุกไม่ขึ้น
  • ท้องร่วงรุนแรง ปัสสาวะน้อย ปากแห้ง ซึ่งเป็นสัญญาณขาดน้ำ
  • ไข้สูงร่วมกับปวดน่องหลังลุยน้ำ

น้ำยาฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อบนพื้นผิว แต่ไม่ใช่การรักษาโรค ผู้ที่มีอาการต้องได้รับการดูแลจากแพทย์หรือทีมสาธารณสุขเสมอ

ผลกระทบเมื่อเกิดการระบาดในศูนย์พักพิง

ต่อสุขภาพของผู้ประสบภัย

ผู้ประสบภัยส่วนใหญ่เพิ่งเสียบ้านและทรัพย์สิน การป่วยซ้ำในศูนย์พักพิงเป็นภาระทั้งกายและใจ กลุ่มที่เปราะบางที่สุด คือ ทารก เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และหญิงตั้งครรภ์ อาจมีอาการรุนแรงจนต้องเข้าโรงพยาบาล

ต่อระบบบริการสุขภาพ

ในช่วงน้ำท่วม โรงพยาบาลและศูนย์บริการสาธารณสุขมีภาระหนักอยู่แล้ว ทั้งผู้ป่วยบาดเจ็บ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ยาขาด และการเดินทางที่ยากลำบาก การระบาดในศูนย์พักพิงที่ป้องกันได้ จะยิ่งเพิ่มภาระให้ระบบ

ต่อครอบครัว

เมื่อเด็กหรือผู้สูงอายุต้องเข้าโรงพยาบาล สมาชิกครอบครัวต้องแยกไปดูแล ขณะเดียวกันก็ยังต้องกลับไปฟื้นฟูบ้าน ภาระที่ซ้อนกันทำให้การกลับสู่ชีวิตปกติล่าช้าออกไปอีก

ต่ออาสาสมัครและผู้ดูแลศูนย์

อาสาสมัครทำงานหนักวันละหลายชั่วโมง นอนน้อย และสัมผัสผู้ป่วยโดยตรง หากอาสาสมัครป่วยตามไป ศูนย์ก็ขาดคนดูแล การมีแผนสุขอนามัยและอุปกรณ์ที่เหมาะสมจึงช่วยปกป้องคนทำงานด้วย

ต่อสถานที่ที่เปิดเป็นศูนย์พักพิง

วัด โรงเรียน และอาคารชุมชนต้องกลับไปใช้งานตามปกติหลังน้ำลด หากไม่ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อก่อนคืนพื้นที่ เชื้อที่ค้างอยู่อาจส่งต่อไปยังนักเรียน ญาติโยม หรือผู้ใช้อาคารกลุ่มถัดไป

ทำไมความพยายามแบบเดิมในศูนย์พักพิง จึงมักไม่พอ

1. แจกหน้ากากแต่ไม่ทำความสะอาดพื้นผิว หน้ากากช่วยได้มากสำหรับผู้ที่มีอาการไอจาม แต่เชื้อที่ตกลงบนราวจับ ก๊อกน้ำ และโต๊ะอาหาร ยังส่งต่อทางมือได้ หากไม่มีรอบทำความสะอาดจุดสัมผัสบ่อย

2. พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อขึ้นไปในอากาศหรือพ่นใส่ตัวคน เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาด การพ่นน้ำยาใส่คนหรือพ่นฟุ้งในพื้นที่ที่มีคนอยู่ไม่ได้ช่วยลดการติดเชื้อ และอาจระคายเคืองตา ผิวหนัง และทางเดินหายใจ น้ำยาฆ่าเชื้อใช้กับพื้นผิวเท่านั้น

3. ใช้น้ำยาฟอกขาวเข้มข้นในห้องโถงปิด ไอระเหยฉุนในพื้นที่ที่มีผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ป่วยโรคหอบหืดนอนอยู่ อาจทำให้อาการทางเดินหายใจแย่ลง และน้ำยาฟอกขาวยังกัดกร่อนราวสแตนเลส ประตูเหล็ก และอุปกรณ์อะลูมิเนียม

4. ทำความสะอาดวันละครั้งตอนเช้า ในที่ที่มีคนนับร้อยใช้ห้องน้ำและจุดอาหารร่วมกัน จุดสัมผัสบ่อยจะปนเปื้อนใหม่ภายในไม่กี่ชั่วโมง ต้องมีรอบเช็ดหลายครั้งต่อวัน

5. นำเสื่อ เบาะ และผ้าห่มไปใช้ต่อกันโดยไม่ทำความสะอาด เมื่อครอบครัวหนึ่งกลับบ้านแล้วอีกครอบครัวย้ายเข้ามา ที่นอนเดิมอาจยังมีเชื้อจากผู้ป่วยรายก่อน

6. ไม่แยกผู้มีอาการ ผู้ที่มีไข้และไอนอนปะปนกับทารกและผู้สูงอายุ ทำให้เชื้อแพร่สู่กลุ่มเสี่ยงที่สุดได้เร็ว

7. ของบริจาคกองรวมกันบนพื้น ของบริจาคที่วางบนพื้นซึ่งยังชื้นหรือมีโคลน และถูกจับเลือกโดยคนจำนวนมาก กลายเป็นจุดสัมผัสร่วมอีกแห่งหนึ่ง

Chemgene HLD4H กับแผนสุขอนามัยของศูนย์พักพิง

CHEMGENE HLD4H เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงเกรดการแพทย์ ผลิตในประเทศอังกฤษ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ใช้งานในโรงพยาบาล คลินิก โรงเรียน สนามบิน และสถานดูแลผู้สูงอายุและเด็ก ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีคนจำนวนมากใช้พื้นที่ร่วมกัน เช่นเดียวกับศูนย์พักพิง

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับศูนย์พักพิง

  • ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ระบุผลต่อไวรัสไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ RSV ซึ่งเป็นสองโรคหลักที่ศูนย์พักพิงกังวลในฤดูฝน รวมถึงโนโรไวรัส ไวรัสมือเท้าปาก SARS-CoV-2 แบคทีเรีย ซัลโมเนลลา เชื้อรา และไมโคแบคทีเรีย
  • หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าฆ่าเชื้อภายใน 1 นาที และปกป้องพื้นผิวต่อเนื่องได้สูงสุด 14 วัน
  • อัตราเจือจาง 1:30, 1:50, 1:60, 1:100 ถึง 1:200 ทำให้น้ำยาปริมาณหนึ่งรองรับงานเช็ดหลายรอบต่อวันในพื้นที่กว้างได้
  • ไม่กัดกร่อนสแตนเลส อะลูมิเนียม ยาง พลาสติก และไฟเบอร์กลาส ใช้กับราวบันได โต๊ะพับ เก้าอี้พลาสติก ถังน้ำ และขันได้
  • หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยงเมื่อใช้ตามคำแนะนำ และย่อยสลายได้ทางชีวภาพ
  • การทดสอบและการรับรองที่ระบุ ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล, NHS England, ISO 9001:2015, ISO 13485, SGS, Intertek, CE และ EN 13727 / EN 14348 / EN 13624 / EN 14476

หลักสำคัญ: ใช้ Chemgene HLD4H กับ พื้นผิวและสิ่งของ เท่านั้น ไม่พ่นใส่คน ไม่พ่นฟุ้งในอากาศเหนือคนที่นอนอยู่ เช็ดหรือฉีดเฉพาะจุดบนพื้นผิวที่ทำความสะอาดคราบสกปรกออกแล้ว สวมถุงมือ และเปิดให้อากาศถ่ายเท

แบ่งศูนย์พักพิงเป็นโซนและกำหนดรอบทำความสะอาด

  1. จุดลงทะเบียนและทางเข้า ตั้งจุดล้างมือหรือเจลแอลกอฮอล์ วางถาดรองเท้าหรือพื้นที่ถอดรองเท้าที่เปื้อนโคลน เช็ดโต๊ะลงทะเบียนและปากกาหลายรอบต่อวัน
  2. พื้นที่นอน ปูเสื่อให้มีทางเดินคั่นระหว่างครอบครัว จัดให้นอนหันศีรษะสลับกันเมื่อทำได้ เช็ดพื้นและราวรอบพื้นที่นอนวันละครั้ง และทำความสะอาดเสื่อพลาสติกก่อนส่งต่อให้ครอบครัวใหม่
  3. ห้องน้ำและจุดอาบน้ำ เป็นโซนเสี่ยงสูงสุด เช็ดก๊อก ที่กดชักโครก ลูกบิด ขัน และสายฉีดชำระด้วยความเข้มข้นที่สูงขึ้นตามฉลาก ทุกสองถึงสามชั่วโมงในช่วงที่มีคนใช้มาก
  4. จุดแจกอาหารและน้ำดื่ม ให้ผู้มีหน้าที่ตักแจกสวมถุงมือและหน้ากาก ใช้ช้อนส้อมแบบแยกชิ้นหรือให้แต่ละครอบครัวมีของตัวเอง เช็ดโต๊ะก่อนและหลังทุกมื้อ ล้างพื้นผิวสัมผัสอาหารด้วยน้ำสะอาดซ้ำตามฉลาก
  5. มุมเด็กเล่นและมุมแม่และเด็ก ใช้ของเล่นพลาสติกแข็งที่ล้างได้ เช็ดฆ่าเชื้อและล้างน้ำสะอาดซ้ำวันละครั้ง ไม่ใช้ตุ๊กตาผ้าร่วมกัน
  6. มุมแยกผู้มีอาการ จัดพื้นที่สำหรับผู้มีไข้ ไอ หรือท้องร่วง ให้ห่างจากทารกและผู้สูงอายุ มีหน้ากากและเจลล้างมือพร้อม เช็ดพื้นผิวในมุมนี้บ่อยขึ้น และแจ้งทีมสาธารณสุข
  7. คลังของบริจาค วางของบนชั้นหรือพาเลตยกสูงจากพื้น จัดคนแจกแทนการให้ทุกคนหยิบเลือกเอง
  8. ก่อนปิดศูนย์และคืนพื้นที่ ทำความสะอาดใหญ่ทั้งอาคาร ล้างคราบสกปรก ทำให้แห้ง แล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวทั้งหมดด้วย Chemgene HLD4H ก่อนคืนให้วัด โรงเรียน หรือชุมชนใช้งานตามปกติ

นอกจากการฆ่าเชื้อพื้นผิวแล้ว มาตรการพื้นฐานที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ล้างมือด้วยสบู่บ่อย ๆ สวมหน้ากากเมื่อมีอาการ เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทเมื่อฝนไม่ตก เว้นระยะเท่าที่พื้นที่เอื้ออำนวย และประสานกับศูนย์บริการสาธารณสุขหรือทีมแพทย์ของเขตเพื่อคัดกรองอาการเป็นประจำ

10 เหตุผลที่ศูนย์พักพิงและจุดอพยพควรมี Chemgene HLD4H

  1. ระบุผลต่อ RSV และไข้หวัดใหญ่ H1N1 ตรงกับความเสี่ยงหลักของที่แออัดในฤดูฝน ดูรายละเอียดที่ หน้าผลิตภัณฑ์ Chemgene HLD4H
  2. ครอบคลุมโรคท้องร่วงจากห้องน้ำรวม ระบุผลต่อโนโรไวรัส ซัลโมเนลลา และแบคทีเรีย
  3. ออกฤทธิ์เร็ว หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าฆ่าเชื้อภายใน 1 นาที เหมาะกับรอบเช็ดถี่ ๆ ในห้องน้ำที่มีคนต่อคิว
  4. ปกป้องพื้นผิวต่อเนื่อง หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าได้สูงสุด 14 วัน ช่วยเสริมระหว่างรอบทำความสะอาด
  5. ใช้ในพื้นที่ที่มีเด็กและผู้สูงอายุได้ หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าปลอดภัยต่อคนเมื่อใช้ตามคำแนะนำ และใช้ในสถานดูแลผู้สูงอายุและเด็ก
  6. ไม่ทำลายทรัพย์สินของวัดและโรงเรียน ไม่กัดกร่อนราวสแตนเลส ประตูอะลูมิเนียม เก้าอี้พลาสติก และพื้นยาง
  7. ประหยัดสำหรับงานต่อเนื่องหลายวัน เจือจางได้ถึง 1:200 เหมาะกับศูนย์ที่ต้องทำความสะอาดหลายรอบต่อวันโดยมีงบจำกัด
  8. ใช้งานง่าย อาสาสมัครเรียนรู้ได้ในไม่กี่นาที ผสม ฉีดหรือเช็ด รอเวลาสัมผัส จบ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ซับซ้อน
  9. มีเอกสารรับรองให้ผู้บริจาคและหน่วยงานตรวจสอบได้ เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และ EN 14476 ดู เอกสารรับรอง
  10. ใช้ได้ต่อเนื่องจนถึงวันคืนพื้นที่ ทั้งงานรายวันระหว่างเปิดศูนย์และงานฆ่าเชื้อใหญ่ก่อนคืนอาคาร สั่งซื้อได้ที่ Chemgene HLD4H

ก่อนและหลัง: ศูนย์พักพิงที่มีแผนสุขอนามัยชัดเจน

ก่อน

  • เสื่อปูชิดกันเต็มพื้น ไม่มีทางเดินคั่น
  • คนไอจามนอนปะปนกับทารกและผู้สูงอายุ
  • ห้องน้ำทำความสะอาดวันละครั้ง ก๊อกและขันใช้ร่วมกันทั้งวัน
  • ช้อนส้อมอยู่ในตะกร้าเดียว ทุกคนหยิบเอง
  • ของบริจาคกองบนพื้นที่ยังชื้น

หลัง

  • พื้นที่นอนมีทางเดินคั่น นอนสลับหัวท้ายเมื่อทำได้
  • มีมุมแยกผู้มีอาการ พร้อมหน้ากากและเจลล้างมือ
  • ห้องน้ำมีตารางเช็ดฆ่าเชื้อทุกสองถึงสามชั่วโมง ติดไว้หน้าประตู
  • จุดอาหารมีผู้ตักแจก โต๊ะเช็ดก่อนและหลังทุกมื้อ
  • ของบริจาควางบนพาเลต มีคนแจกเป็นระบบ

กรณีตัวอย่าง: โรงยิมโรงเรียนย่านบึงกุ่มที่กลายเป็นจุดอพยพหนึ่งสัปดาห์

กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์จำลองเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

ครูวิทย์เป็นครูพลศึกษาที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลโรงยิมของโรงเรียนในย่านบึงกุ่ม ซึ่งเปิดเป็นจุดอพยพให้ชาวบ้านราวเจ็ดสิบคน สองวันแรกทุกอย่างวุ่นวาย ทุกคนช่วยกันเท่าที่ทำได้ แต่ไม่มีใครรับผิดชอบเรื่องความสะอาดโดยตรง

วันที่สาม หลังมีเด็กสองคนเริ่มไอและมีไข้ ครูวิทย์ประชุมอาสาสมัครสั้น ๆ แบ่งเวรเป็นสามกะ แต่ละกะมีคนรับผิดชอบห้องน้ำ จุดอาหาร และพื้นที่ส่วนกลาง ทีมผสม Chemgene HLD4H ตามฉลากใส่ขวดสเปรย์ติดป้ายชัดเจน แยกขวดความเข้มข้นสูงสำหรับห้องน้ำ และขวดสำหรับโต๊ะและราวจับ ตารางเช็ดติดไว้ที่ประตูห้องน้ำ ให้คนที่เช็ดเสร็จลงชื่อและเวลา

วันที่สี่ ครูวิทย์ย้ายพื้นที่มุมหนึ่งของโรงยิมใกล้ประตูที่ลมผ่านดีเป็นมุมสำหรับผู้มีอาการ เด็กสองคนกับผู้ปกครองย้ายไปพักตรงนั้น พร้อมหน้ากาก และทีมสาธารณสุขของเขตเข้ามาตรวจอาการ ส่วนทารกและผู้สูงอายุถูกจัดให้อยู่ฝั่งตรงข้าม จุดอาหารเปลี่ยนจากให้หยิบเองเป็นมีคนตักแจก และแต่ละครอบครัวได้ช้อนส้อมของตัวเองพร้อมเขียนชื่อ

วันที่แปด เมื่อน้ำลดและชาวบ้านทยอยกลับบ้าน ทีมทำความสะอาดใหญ่ทั้งโรงยิม ล้างพื้น ทำให้แห้ง แล้วฆ่าเชื้อพื้น ราวอัฒจันทร์ ห้องน้ำ และห้องเก็บอุปกรณ์กีฬา ก่อนคืนพื้นที่ให้โรงเรียนเตรียมเปิดเรียน

ในกรณีตัวอย่างนี้ ไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะไม่มีใครป่วยอีก แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ศูนย์มีระบบ อาสาสมัครรู้ว่าต้องทำอะไร เมื่อไร ด้วยน้ำยาอะไร และผู้มีอาการได้รับการแยกดูแลก่อนที่เชื้อจะไปถึงกลุ่มเปราะบาง

เช็กลิสต์สุขอนามัยสำหรับศูนย์พักพิงชั่วคราว

วันแรกที่เปิดศูนย์

  • แต่งตั้งผู้รับผิดชอบด้านสุขอนามัย และแบ่งเวรอาสาสมัคร
  • ตั้งจุดล้างมือหรือเจลที่ทางเข้า หน้าห้องน้ำ และจุดอาหาร
  • ผสมน้ำยาตามฉลาก ใส่ขวดติดป้ายชื่อและวันที่ผสม เก็บให้พ้นมือเด็ก
  • จัดผังพื้นที่นอนให้มีทางเดินคั่น และกำหนดมุมแยกผู้มีอาการ

ทุกวัน

  • เช็ดฆ่าเชื้อห้องน้ำและจุดสัมผัสบ่อยหลายรอบ บันทึกเวลาและผู้ทำ
  • เช็ดโต๊ะอาหารก่อนและหลังทุกมื้อ
  • สอบถามอาการผู้พักพิงอย่างน้อยวันละครั้ง โดยเฉพาะทารก เด็กเล็ก และผู้สูงอายุ
  • เปิดระบายอากาศเมื่อฝนหยุด
  • เก็บขยะ โดยเฉพาะผ้าอ้อมและทิชชูใช้แล้ว ใส่ถุงมัดปากทุกวัน

เมื่อมีผู้ป่วย

  • ย้ายไปมุมแยกผู้มีอาการ ให้สวมหน้ากาก
  • แจ้งทีมสาธารณสุขหรือศูนย์บริการสาธารณสุขของเขต
  • หากพบสัญญาณอันตราย เช่น หายใจหอบ ริมฝีปากเขียว ซึม ให้ส่งพบแพทย์ทันที
  • เพิ่มรอบเช็ดพื้นผิวในบริเวณที่ผู้ป่วยใช้

ก่อนปิดศูนย์

  • คัดแยกเสื่อ ผ้าห่ม และเบาะที่ชำรุดหรือเปื้อนมาก ซักหรือทิ้งตามสภาพ
  • ล้างคราบสกปรกทั้งอาคาร ทำให้แห้ง แล้วฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H
  • บันทึกงานทำความสะอาดและส่งมอบพื้นที่ให้เจ้าของอาคาร

คำถามที่พบบ่อยเรื่องสุขอนามัยในศูนย์พักพิงน้ำท่วม

ถาม: พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในอากาศทั่วศาลาเพื่อฆ่าไวรัสได้ไหม

ตอบ: ไม่ควรทำ ไม่ควรพ่นน้ำยาใส่คนหรือพ่นฟุ้งในพื้นที่ที่มีคนอยู่ ให้ใช้ Chemgene HLD4H เช็ดหรือฉีดบนพื้นผิวที่ทำความสะอาดแล้ว โดยเฉพาะจุดที่มือสัมผัสบ่อย และใช้การระบายอากาศ หน้ากาก และการล้างมือร่วมด้วย

ถาม: ควรเช็ดห้องน้ำบ่อยแค่ไหน

ตอบ: ในศูนย์ที่มีคนหลายสิบถึงหลายร้อยคน ควรเช็ดจุดสัมผัสในห้องน้ำทุกสองถึงสามชั่วโมงในช่วงที่มีคนใช้มาก และทำความสะอาดใหญ่อย่างน้อยวันละครั้ง

ถาม: ใช้ Chemgene HLD4H ใกล้ทารกและผู้สูงอายุได้หรือไม่

ตอบ: หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าปลอดภัยต่อคนเมื่อใช้ตามคำแนะนำ และใช้ในสถานดูแลเด็กและผู้สูงอายุ แต่ควรเช็ดพื้นผิวขณะที่ไม่มีใครนอนอยู่ตรงจุดนั้น ไม่ฉีดใกล้ใบหน้า และเปิดให้อากาศถ่ายเท

ถาม: เด็กในศูนย์ไอและมีน้ำมูก จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็น RSV

ตอบ: อาการของ RSV และหวัดทั่วไปคล้ายกันมาก การวินิจฉัยต้องทำโดยแพทย์ สิ่งที่ผู้ดูแลทำได้คือแยกเด็กที่มีอาการ เฝ้าดูสัญญาณอันตราย เช่น หายใจเร็ว ซี่โครงบุ๋ม มีเสียงวี้ด กินได้น้อย และพาพบแพทย์ทันทีหากพบ

ถาม: ต้องใช้น้ำยาความเข้มข้นเท่าไร

ตอบ: Chemgene HLD4H เจือจางได้ตั้งแต่ 1:30 ถึง 1:200 ให้ยึดตามฉลากและคำแนะนำของผู้จำหน่าย โดยทั่วไปห้องน้ำและพื้นผิวที่ปนเปื้อนสิ่งขับถ่ายจะใช้ความเข้มข้นสูงกว่าโต๊ะและราวจับทั่วไป

ถาม: หน่วยงานหรือผู้บริจาคควรส่งอะไรให้ศูนย์พักพิงนอกจากน้ำยาฆ่าเชื้อ

ตอบ: สบู่ล้างมือ เจลแอลกอฮอล์ หน้ากาก ถุงมือยาง ถุงขยะ ขวดสเปรย์เปล่า ผ้าเช็ดทำความสะอาด ช้อนส้อมแยกชิ้น และเสื่อพลาสติกที่ล้างได้ ล้วนช่วยให้แผนสุขอนามัยทำงานได้จริง

ถาม: ก่อนคืนโรงเรียนหรือวัด ต้องทำอะไรบ้าง

ตอบ: ขนของและคัดแยกที่นอนออก ล้างคราบสกปรก ทำให้แห้ง แล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวทั้งหมด โดยเฉพาะห้องน้ำ จุดอาหาร และมุมแยกผู้มีอาการ จากนั้นบันทึกงานและส่งมอบให้เจ้าของอาคาร

ดูแลผู้ประสบภัยในศูนย์พักพิงให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อซ้ำ

ทีม World Health Disinfection พร้อมให้คำแนะนำเรื่องอัตราเจือจาง ปริมาณน้ำยาสำหรับศูนย์แต่ละขนาด และรอบการทำความสะอาดที่อาสาสมัครทำได้จริง

สั่งซื้อ Chemgene HLD4H สำหรับศูนย์พักพิง

โทร 065-556-6294  |  LINE @whd268  |  worldhealthdisinfection@gmail.com

#Chemgene #น้ำยาฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ #น้ำท่วมกทม2569 #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #ศูนย์พักพิงน้ำท่วม #RSV #ไข้หวัดใหญ่

คำค้นหา: ศูนย์พักพิงน้ำท่วม, จุดอพยพน้ำท่วม กทม., RSV ในศูนย์พักพิง, ไข้หวัดใหญ่ในที่แออัด, สุขอนามัยศูนย์พักพิง, น้ำยาฆ่าเชื้อ RSV, Chemgene HLD4H, น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์, น้ำท่วม กทม. 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้