ฆ่าเชื้อคลินิกและร้านขายยาหลังน้ำท่วม กทม. 2569: เปิดให้บริการชุมชนอีกครั้งอย่างปลอดภัย ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ Chemgene HLD4H

Last updated: 1 ต.ค. 2569  |  21 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค

ฆ่าเชื้อคลินิกและร้านขายยาหลังน้ำท่วม กทม. 2569: เปิดให้บริการชุมชนอีกครั้งอย่างปลอดภัย ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ Chemgene HLD4H

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่เหตุการณ์ของร้านหรือคลินิกใดโดยเฉพาะ)

ร้านยาที่คนทั้งซอยพึ่งพา ต้องปิดประตูเหล็กในวันที่ชุมชนต้องการมากที่สุด

เภสัชกรเมย์เปิดร้านขายยาในห้องแถวสองคูหาริมซอยแห่งหนึ่งใกล้ถนนศรีบูรพามาเกือบสิบปี ลูกค้าส่วนใหญ่คือผู้สูงอายุที่มารับยาความดันและเบาหวานเป็นประจำ แม่ลูกอ่อนที่มาซื้อนมผงและยาลดไข้เด็ก และคนทำงานที่แวะซื้อพลาสเตอร์ยากับยาแก้ปวดก่อนขึ้นรถ ติดกันเป็นคลินิกเวชกรรมขนาดเล็กของคุณหมอที่เปิดตรวจช่วงเย็น สองร้านนี้คือ "ด่านแรก" ด้านสุขภาพของคนในซอยมาตลอด

ปลายเดือนกันยายน 2569 ตามรายงานข่าว ฝนตกหนักต่อเนื่องราว 300 มิลลิเมตรในเวลาประมาณ 48 ชั่วโมง กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยเมื่อวันที่ 26 กันยายน ฝั่งตะวันออกของเมืองหนักที่สุด และแม้ฝนหยุดแล้ว ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครระบุว่าคลองเต็มและต้องใช้เวลาระบายอีก 2–3 วัน จนถึงวันที่ 30 กันยายน ตามรายงานข่าว ถนนบางสายอย่างศรีบูรพาและลาดพร้าวยังมีน้ำขังราว 20–40 เซนติเมตร

น้ำเข้าร้านของเมย์สูงประมาณหนึ่งฟุต ยาในชั้นล่างสุดทั้งแถว ทั้งกล่องยาน้ำเด็ก ยาแก้ไอ ผ้าก๊อซ สำลี และชุดทำแผล แช่อยู่ในน้ำขุ่นสีน้ำตาลหลายชั่วโมง ไฟดับเกือบทั้งคืน ตู้เย็นเก็บยาที่ต้องควบคุมอุณหภูมิเงียบสนิท พื้นกระเบื้องหน้าเคาน์เตอร์มีคราบโคลนบาง ๆ เป็นแผ่น และมีกลิ่นท่อระบายน้ำลอยเข้ามาทางประตูหลัง ส่วนคลินิกข้างกันก็ไม่ต่างกัน เตียงตรวจหุ้มหนังเทียม รถเข็นวางอุปกรณ์สแตนเลส ตาชั่ง และเก้าอี้รอตรวจแถวหน้า โดนน้ำถึงครึ่งขา

ตั้งแต่เช้าวันที่น้ำเริ่มลด มีคนมาเคาะประตูเหล็กถามหายาไม่ขาดสาย บางคนเท้าเปื่อยจากการลุยน้ำหลายวัน บางคนมีแผลจากเศษกระจกในน้ำ บางคนท้องเสีย บางคนเป็นไข้และปวดเมื่อยตามตัว เมย์อยากเปิดร้านให้เร็วที่สุด แต่ในฐานะเภสัชกร เธอรู้ดีว่าร้านยาและคลินิกต้องสะอาดกว่าบ้านทั่วไป เพราะคนที่เดินเข้ามาคือคนที่ป่วยอยู่แล้ว หรือมีบาดแผลเปิด การเปิดร้านโดยที่พื้นผิวยังปนเปื้อนเชื้อจากน้ำท่วม อาจกลายเป็นการส่งต่อเชื้อจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งโดยไม่ตั้งใจ

บทความนี้เขียนให้เจ้าของร้านขายยา เภสัชกร แพทย์และพยาบาลในคลินิกชุมชน คลินิกทันตกรรม คลินิกกายภาพบำบัด และสถานพยาบาลขนาดเล็กใน กทม. ที่ต้องกลับมาเปิดให้บริการหลังน้ำท่วม เนื้อหาเน้นลำดับงานที่ถูกต้อง การจัดการสต๊อกยาที่สัมผัสน้ำ และการฆ่าเชื้อพื้นผิวด้วยน้ำยาเกรดการแพทย์ Chemgene HLD4H ที่ใช้งานในโรงพยาบาลและคลินิกอยู่แล้ว

ทำไมคลินิกและร้านยาหลังน้ำท่วม จึงต้องการมาตรฐานความสะอาดที่สูงกว่า

ในภาวะปกติ คลินิกและร้านยาก็เป็นสถานที่ที่ผู้ป่วยหลายโรคมาพบกันในพื้นที่เล็ก ๆ อยู่แล้ว หลังน้ำท่วม สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นสองชั้น ชั้นแรกคือ "ตัวสถานที่" ปนเปื้อนจากน้ำท่วมที่พาน้ำเสีย สิ่งปฏิกูล และโคลนเข้ามา ชั้นที่สองคือ "ผู้มารับบริการ" เปลี่ยนไป มีคนที่มีแผลติดเชื้อ ท้องร่วง ไข้ ผื่นผิวหนัง และอาการทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นในเวลาเดียวกัน

ผู้ป่วยกลุ่มไหนที่มักมาหลังน้ำท่วม

  • แผลติดเชื้อและแผลจากของมีคม จากเศษแก้ว ตะปู และขยะในน้ำ แผลที่แช่น้ำท่วมมีโอกาสติดเชื้อแบคทีเรียสูง
  • น้ำกัดเท้าและเชื้อราที่ผิวหนัง จากการแช่เท้าในน้ำนาน ๆ ผิวเปื่อยเป็นทางเข้าของเชื้อทั้งแบคทีเรียและเชื้อรา
  • ท้องร่วงและอาหารเป็นพิษ จากน้ำดื่มและอาหารปนเปื้อน เชื้อที่พบบ่อยได้แก่ แบคทีเรียกลุ่มลำไส้ ซัลโมเนลลา และโนโรไวรัส
  • ไข้หวัดใหญ่และ RSV ที่ระบาดมากในฤดูฝน ผู้สูงอายุและเด็กเล็กมีโอกาสมีอาการรุนแรง
  • ผู้ที่สงสัยโรคเลปโตสไปโรซิส (โรคฉี่หนู) มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดน่อง ตาแดง หลังลุยน้ำ ต้องได้รับการตรวจและรักษาโดยแพทย์อย่างรวดเร็ว
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ยาขาด เพราะยาที่บ้านเสียหายจากน้ำท่วม หรือเดินทางไปโรงพยาบาลประจำไม่ได้

เชื้อที่อาจค้างอยู่บนพื้นผิวในสถานพยาบาลขนาดเล็ก

เมื่อผู้ป่วยหลายกลุ่มเดินเข้ามาในพื้นที่เดียวกัน พื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อยจะกลายเป็นตัวกลางส่งต่อเชื้อ ตัวอย่างเช่น เคาน์เตอร์จ่ายยา เครื่องรับชำระเงิน ปากกาเซ็นชื่อ ที่วางแขนเก้าอี้รอตรวจ ปลอกแขนวัดความดัน ตาชั่ง เตียงตรวจ มือจับรถเข็นนั่ง และลูกบิดประตูห้องน้ำ เชื้อที่ควรคำนึงถึงจึงครอบคลุมทั้งแบคทีเรียจากน้ำเสีย ไวรัสระบบทางเดินอาหารอย่างโนโรไวรัส ไวรัสระบบทางเดินหายใจอย่างไข้หวัดใหญ่และ RSV เชื้อราที่เติบโตในความชื้น และไมโคแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยวัณโรคซึ่งอาจมารับบริการในพื้นที่รอตรวจร่วมกับผู้ป่วยอื่น

กลุ่มเปราะบางที่เดินเข้าคลินิกทุกวัน

ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวานที่แผลหายช้า ผู้ป่วยโรคไต ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็ก เป็นลูกค้าประจำของคลินิกและร้านยาในชุมชน คนกลุ่มนี้หากติดเชื้อซ้ำซ้อนจะมีอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป ความสะอาดของสถานที่จึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลผู้ป่วยโดยตรง ไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์

ผลกระทบเมื่อคลินิกหรือร้านยากลับมาเปิดโดยฆ่าเชื้อไม่ครบ

ความปลอดภัยของผู้ป่วย

ผู้ป่วยที่มีแผลเปิดมาทำแผลบนเตียงที่ยังปนเปื้อน ผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันต่ำนั่งรอบนเก้าอี้ที่เคยจมน้ำ หรือเด็กเล็กที่จับเคาน์เตอร์แล้วเอามือเข้าปาก ล้วนเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้จริงในวันแรก ๆ หลังน้ำลด สถานพยาบาลมีหน้าที่ลดความเสี่ยงนี้ให้ได้มากที่สุด

ความต่อเนื่องของธุรกิจ

คลินิกและร้านยาในชุมชนส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก รายได้มาจากลูกค้าประจำในรัศมีไม่กี่กิโลเมตร ทุกวันที่ปิดร้านคือรายได้ที่หายไป ในขณะที่ค่าเช่าและเงินเดือนพนักงานยังเดินอยู่ การเปิดร้านเร็วจึงสำคัญ แต่การเปิดเร็วโดยไม่พร้อม แล้วต้องปิดอีกครั้งเพราะปัญหาความสะอาด จะเสียหายมากกว่า

ต้นทุนสต๊อกและอุปกรณ์

ยาและเวชภัณฑ์ที่สัมผัสน้ำท่วมต้องคัดทิ้ง ซึ่งเป็นความสูญเสียโดยตรง หากใช้น้ำยาทำความสะอาดที่กัดกร่อนอุปกรณ์สแตนเลส รถเข็น หรือชั้นวางโลหะ ความเสียหายก็จะลามไปถึงครุภัณฑ์ที่ยังใช้ได้ ตามรายงานข่าวธุรกิจ หอการค้าไทยประเมินความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งนี้ราว 12,300 ล้านบาท ธุรกิจรายย่อยในชุมชนจึงต้องรักษาทรัพย์สินที่เหลืออยู่ให้ดีที่สุด

ชื่อเสียงและความไว้วางใจ

ลูกค้าในชุมชนจำได้ว่าร้านไหนเปิดช่วยเหลือในยามลำบาก และร้านไหนดูแลความสะอาดดี การบอกต่อแบบปากต่อปากในซอยและกลุ่มไลน์หมู่บ้านมีพลังมาก ทั้งด้านบวกและด้านลบ ร้านยาที่สื่อสารว่าทำความสะอาดและฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาเกรดการแพทย์อย่างไร จะได้รับความไว้วางใจกลับมาเร็วขึ้น

ความปลอดภัยของบุคลากร

เภสัชกร ผู้ช่วย พยาบาล และแพทย์ คือคนที่สัมผัสผู้ป่วยมากที่สุดในช่วงนี้ หากสถานที่ทำงานยังปนเปื้อน บุคลากรก็มีโอกาสป่วยเอง และเมื่อบุคลากรคนใดคนหนึ่งป่วย ร้านเล็ก ๆ ก็อาจต้องปิดทันที

ทำไมวิธีทำความสะอาดที่คุ้นเคย อาจไม่พอสำหรับสถานพยาบาลหลังน้ำท่วม

1. เช็ดแอลกอฮอล์บนพื้นผิวที่ยังมีคราบโคลน แอลกอฮอล์เหมาะกับการเช็ดพื้นผิวที่สะอาดอยู่แล้ว แต่เมื่อมีคราบโคลนหรือสารอินทรีย์ ประสิทธิภาพจะลดลงมาก และแอลกอฮอล์ระเหยเร็วจนเวลาสัมผัสอาจไม่พอ

2. ใช้น้ำยาฟอกขาวเข้มข้นกับทุกอย่าง น้ำยาฟอกขาวกัดกร่อนสแตนเลส ถาดอุปกรณ์ ขาเตียง และชิ้นส่วนโลหะของเครื่องมือ ทำให้หนังเทียมของเตียงตรวจเปราะและแตก ไอระเหยรบกวนผู้ป่วยโรคหอบหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มารับบริการ

3. เช็ดกล่องยาที่เปียกน้ำแล้ววางขายต่อ นี่คือความผิดพลาดที่อันตรายที่สุด บรรจุภัณฑ์กระดาษและฝาขวดไม่ได้กันน้ำปนเปื้อนได้สมบูรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ที่สัมผัสน้ำท่วมควรคัดออกจากการจำหน่ายและจัดการตามแนวทางของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรเช็ดแล้วนำกลับมาขาย

4. เปิดตู้เย็นยาใช้ต่อโดยไม่ประเมิน ยาที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ เช่น วัคซีนและอินซูลิน อาจเสื่อมคุณภาพเมื่อไฟดับนาน ต้องประเมินตามข้อมูลบันทึกอุณหภูมิและคำแนะนำของผู้ผลิตก่อนตัดสินใจใช้ต่อ

5. ทำความสะอาดเฉพาะหน้าร้าน หลังร้าน ห้องเก็บสต๊อก ห้องน้ำ และทางระบายน้ำมักถูกมองข้าม ทั้งที่เป็นจุดที่น้ำเสียย้อนขึ้นมาก่อนและมีความชื้นค้างนานที่สุด

6. ฉีดแล้วเช็ดทันที น้ำยาฆ่าเชื้อทุกชนิดต้องการเวลาสัมผัสตามที่ฉลากกำหนด การเร่งเช็ดให้แห้งเพื่อรีบเปิดร้านทำให้ไม่ได้ผลตามที่ทดสอบไว้

7. ใช้น้ำยาหลายชนิดผสมกัน ในความเร่งรีบ บางคนเทน้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาฟอกขาว และน้ำยาถูพื้นรวมกันโดยหวังให้แรงขึ้น ซึ่งอาจเกิดก๊าซอันตราย ควรใช้ผลิตภัณฑ์เดียวที่ออกแบบมาสำหรับงานนั้นและทำตามฉลาก

Chemgene HLD4H: น้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงที่คุ้นเคยกับงานในโรงพยาบาลและคลินิก

CHEMGENE HLD4H เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูง (High-Level Disinfectant) เกรดการแพทย์ ผลิตในประเทศอังกฤษ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ใช้งานในโรงพยาบาล คลินิก และห้องปฏิบัติการ ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมเดียวกับที่คลินิกและร้านยาในชุมชนต้องการ

ข้อมูลที่บุคลากรทางการแพทย์ควรรู้

  • ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ระบุผลต่อแบคทีเรีย เชื้อรา ไมโคแบคทีเรีย ซัลโมเนลลา และไวรัส ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ H1N1, RSV, โนโรไวรัส, ไวรัสโรคมือเท้าปาก และ SARS-CoV-2
  • หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าฆ่าเชื้อภายใน 1 นาที ผลต่อเชื้อโควิด-19 ร้อยละ 99.85 และปกป้องพื้นผิวต่อเนื่องได้สูงสุด 14 วัน
  • อัตราเจือจาง 1:30, 1:50, 1:60, 1:100 ถึง 1:200 เลือกได้ตามระดับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ตามฉลาก
  • ไม่กัดกร่อนสแตนเลส อะลูมิเนียม ยาง พลาสติก และไฟเบอร์กลาส หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าปลอดภัยต่อคน สัตว์เลี้ยง และอุปกรณ์การแพทย์เมื่อใช้ตามคำแนะนำ และย่อยสลายได้ทางชีวภาพ
  • การทดสอบและการรับรองที่ระบุไว้ ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล, NHS England, ISO 9001:2015, ISO 13485 (ระบบบริหารคุณภาพสำหรับเครื่องมือแพทย์), SGS, Intertek, CE และมาตรฐานยุโรป EN 13727 (แบคทีเรีย), EN 14348 (ไมโคแบคทีเรีย), EN 13624 (เชื้อรา) และ EN 14476 (ไวรัส)

ข้อควรทราบ: Chemgene HLD4H ในบทความนี้แนะนำสำหรับการฆ่าเชื้อพื้นผิวและอุปกรณ์ที่สัมผัสผิวหนังภายนอกหลังน้ำท่วม เครื่องมือที่ต้องเข้าสู่เนื้อเยื่อปราศจากเชื้อ เช่น เครื่องมือผ่าตัดเล็กหรือเครื่องมือทันตกรรมบางชนิด ต้องผ่านการทำให้ปราศจากเชื้อ (sterilization) ตามมาตรฐานของสถานพยาบาลและคำแนะนำของผู้ผลิตเครื่องมือเสมอ

ลำดับการฟื้นฟูคลินิกและร้านยา แบ่งเป็นสามโซน

โซนหลัง (ห้องเก็บของ ห้องน้ำ ทางระบายน้ำ) เริ่มจากโซนที่สกปรกที่สุดก่อน เพื่อไม่ให้พาโคลนกลับเข้าไปในพื้นที่ที่ทำเสร็จแล้ว

โซนคลินิก (ห้องตรวจ ห้องทำแผล ห้องฉีดยา) เป็นพื้นที่เสี่ยงสูง ใช้ความเข้มข้นที่สูงขึ้นตามฉลาก

โซนหน้า (เคาน์เตอร์ ที่นั่งรอ ทางเข้า) ทำเป็นลำดับสุดท้าย เพราะเป็นทางที่ทีมงานต้องเดินผ่านตลอดการทำงาน

  1. ความปลอดภัยก่อน ตัดไฟ ให้ช่างไฟฟ้าตรวจระบบก่อนเปิดใช้ โดยเฉพาะตู้เย็นยาและเครื่องมือไฟฟ้า สวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง หน้ากาก และแว่นป้องกัน
  2. คัดแยกสต๊อก แยกยาและเวชภัณฑ์ที่สัมผัสน้ำท่วมออกทั้งหมด ถ่ายภาพ ทำรายการ และจัดเก็บแยกเพื่อรอทำลายตามแนวทางที่เกี่ยวข้อง ประเมินยาในตู้เย็นตามบันทึกอุณหภูมิและคำแนะนำผู้ผลิต
  3. ขนย้ายวัสดุซึมน้ำ เช่น ผ้าม่านกั้นเตียง เบาะฟองน้ำที่ฉีกขาด กล่องกระดาษ แฟ้มเอกสารที่เปียก
  4. ล้างโคลนด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก ขัดพื้น ผนังส่วนล่าง ขาเตียง ขาชั้นวาง ซอกมุม และรางประตูเหล็กม้วน
  5. ทำให้แห้ง เปิดประตูหน้าต่าง ใช้พัดลมและเครื่องลดความชื้นถ้ามี
  6. ฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H ผสมตามอัตราส่วนบนฉลาก ฉีดหรือเช็ดพื้นผิวที่ล้างแล้วทั้งหมด ปล่อยไว้ตามเวลาสัมผัส
  7. ฆ่าเชื้ออุปกรณ์ที่ไม่ใช่เครื่องมือปราศจากเชื้อ เช่น เตียงตรวจ ปลอกแขนวัดความดันชนิดพลาสติก ตาชั่ง รถเข็นนั่ง รถเข็นอุปกรณ์ ตามคำแนะนำของผู้ผลิตอุปกรณ์แต่ละชนิด
  8. ตรวจรับและบันทึก จดวันที่ อัตราเจือจาง พื้นที่ และผู้ปฏิบัติงาน เก็บภาพก่อนและหลังไว้เป็นหลักฐาน
  9. รอบทำความสะอาดรายวันหลังเปิดร้าน เช็ดจุดสัมผัสบ่อยระหว่างวัน และฆ่าเชื้อเตียงตรวจระหว่างผู้ป่วยแต่ละราย

10 เหตุผลที่คลินิกและร้านยาในชุมชนเลือก Chemgene HLD4H หลังน้ำท่วม

  1. เป็นเกรดการแพทย์จริง เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงที่ใช้ในโรงพยาบาลและคลินิก ไม่ใช่น้ำยาทำความสะอาดบ้านที่ถูกนำมาใช้แทน ดูข้อมูลที่ หน้าผลิตภัณฑ์ Chemgene HLD4H
  2. มาตรฐานที่บุคลากรการแพทย์อ่านเข้าใจ มีรายการมาตรฐาน EN 13727, EN 14348, EN 13624 และ EN 14476 ครอบคลุมแบคทีเรีย ไมโคแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัส
  3. ครอบคลุมผู้ป่วยหลายกลุ่มในพื้นที่รอตรวจเดียวกัน ตั้งแต่เชื้อในทางเดินอาหารอย่างซัลโมเนลลาและโนโรไวรัส ไปจนถึงเชื้อทางเดินหายใจอย่าง H1N1 และ RSV
  4. ออกฤทธิ์เร็ว เหมาะกับช่วงที่ผู้ป่วยรอคิว หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าฆ่าเชื้อภายใน 1 นาที ช่วยให้รอบเช็ดระหว่างผู้ป่วยไม่ยืดยาวเกินไป
  5. ปกป้องต่อเนื่อง หน้าผลิตภัณฑ์ระบุการปกป้องพื้นผิวได้สูงสุด 14 วัน เป็นชั้นป้องกันเสริมในช่วงที่ผู้ป่วยหลังน้ำท่วมยังมาไม่ขาดสาย
  6. ถนอมอุปกรณ์สแตนเลสและยาง ไม่กัดกร่อนรถเข็นสแตนเลส ถาด ชั้นวาง ขาเตียง และชิ้นส่วนยางของอุปกรณ์
  7. มี ISO 13485 ตามรายการในหน้าผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นมาตรฐานระบบบริหารคุณภาพที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือแพทย์ ดู เอกสารรับรอง
  8. ลดการพึ่งพาน้ำยาฟอกขาวเข้มข้น ซึ่งมีไอระเหยฉุนที่รบกวนผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจและบุคลากรที่ต้องทำงานทั้งวัน หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าปลอดภัยต่อคนเมื่อใช้ตามคำแนะนำ
  9. คุ้มค่าสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก เจือจางได้ถึง 1:200 สำหรับงานเช็ดประจำวัน และใช้ความเข้มข้นสูงขึ้นเฉพาะพื้นที่เสี่ยงสูง
  10. ใช้ได้ทั้งช่วงฟื้นฟูและงานประจำ เริ่มใช้ตั้งแต่วันฟื้นฟูร้าน และใช้ต่อเป็นน้ำยาหลักของร้าน สั่งซื้อได้ที่ Chemgene HLD4H

ก่อนและหลัง: คลินิกและร้านยาที่ฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ

ก่อน

  • ยาชั้นล่างแช่น้ำ ไม่รู้ว่ากล่องไหนยังขายได้
  • ตู้เย็นยาไฟดับ ไม่มีข้อมูลว่าอุณหภูมิขึ้นไปเท่าไร
  • เตียงตรวจ เก้าอี้รอ และรถเข็นมีคราบโคลนถึงครึ่งขา
  • ห้องน้ำหลังร้านมีน้ำเสียย้อน กลิ่นท่อลอยเข้ามาในห้องตรวจ
  • ผู้ป่วยมาเคาะประตูถามหายา แต่ร้านยังไม่พร้อมเปิด

หลัง

  • ยาที่สัมผัสน้ำถูกคัดออก ทำรายการ และแยกเก็บรอทำลายอย่างถูกต้อง
  • ยาในตู้เย็นได้รับการประเมินตามคำแนะนำผู้ผลิตก่อนตัดสินใจ
  • พื้นผิวและอุปกรณ์ทั้งหมดผ่านการล้าง ทำให้แห้ง และฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H
  • ห้องน้ำและทางระบายน้ำได้รับการฆ่าเชื้อด้วยความเข้มข้นที่เหมาะสม
  • ร้านเปิดพร้อมบันทึกการฆ่าเชื้อ และมีรอบเช็ดจุดสัมผัสทุกวัน

กรณีตัวอย่าง: คลินิกเวชกรรมห้องแถวย่านคลองจั่น เปิดรับผู้ป่วยภายในสองวัน

กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์จำลองเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

คุณหมอต้นเปิดคลินิกเวชกรรมช่วงเย็นในห้องแถวย่านคลองจั่น มีพยาบาลหนึ่งคนและผู้ช่วยอีกหนึ่งคน น้ำเข้าคลินิกสูงราวคืบเศษ ห้องตรวจด้านในโดนน้ำทั้งห้อง สิ่งที่คุณหมอกังวลคือผู้ป่วยในละแวกนั้นต้องการคลินิกมาก ทั้งคนที่มีแผล คนท้องเสีย และผู้สูงอายุที่ยาหาย

วันแรกช่วงเช้า ทีมสามคนสวมชุดป้องกัน ตัดไฟ และให้ช่างตรวจระบบ จากนั้นคัดแยกเวชภัณฑ์ ยาและผ้าก๊อซในตู้ชั้นล่างทั้งหมดถูกแยกออก ทำรายการและถ่ายภาพ ผ้าม่านกั้นเตียงถูกถอดไปซักด้วยน้ำร้อน ส่วนแฟ้มประวัติผู้ป่วยที่เปียกถูกย้ายไปผึ่งในพื้นที่แห้งเพื่อสำรองข้อมูลก่อน

วันแรกช่วงบ่าย ล้างโคลนจากหลังร้านมาหน้าร้าน ขัดขาเตียงตรวจ ขาเก้าอี้ ฐานรถเข็นสแตนเลส และรางประตูเหล็กม้วน แล้วเปิดพัดลมระบายความชื้นทั้งคืน

วันที่สอง เมื่อพื้นแห้ง ทีมผสม Chemgene HLD4H ตามฉลาก ใช้ความเข้มข้นสูงกว่าในห้องน้ำและห้องตรวจ ฉีดพื้น ผนังส่วนล่าง เตียงตรวจ รถเข็น ตาชั่ง ปลอกแขนวัดความดันชนิดพลาสติก มือจับรถเข็นนั่ง และเคาน์เตอร์ ปล่อยไว้ตามเวลาสัมผัส ส่วนเครื่องมือทำแผลชนิดที่ต้องปราศจากเชื้อ ถูกส่งเข้ากระบวนการทำให้ปราศจากเชื้อตามมาตรฐานของคลินิกตามปกติ ช่วงเย็นคลินิกเปิดรับผู้ป่วยรายแรก และพยาบาลเช็ดเตียงตรวจด้วยน้ำยาระหว่างผู้ป่วยแต่ละราย

สิ่งที่ได้ในกรณีตัวอย่างนี้คือความมั่นใจของทั้งทีมและผู้ป่วย คุณหมอติดป้ายเล็ก ๆ ที่เคาน์เตอร์ว่าคลินิกได้ฟื้นฟูและฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาเกรดการแพทย์แล้ว พร้อมแนะนำให้ผู้ที่มีไข้สูงและปวดน่องหลังลุยน้ำแจ้งพยาบาลทันที

เช็กลิสต์ฟื้นฟูคลินิกและร้านยาหลังน้ำท่วม

ก่อนเริ่มงาน

  • ตัดไฟและให้ช่างตรวจระบบไฟฟ้า ตู้เย็นยา และเครื่องปรับอากาศ
  • เตรียมรองเท้าบูท ถุงมือยางหนา หน้ากาก แว่นป้องกัน และปิดบาดแผลของทีมงาน
  • ถ่ายภาพความเสียหายทั้งหมดไว้สำหรับประกันภัยและการทำบัญชี

ยาและเวชภัณฑ์

  • คัดแยกยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทำแผลที่สัมผัสน้ำท่วมทั้งหมด ไม่นำกลับมาจำหน่าย
  • ประเมินยาควบคุมอุณหภูมิตามข้อมูลบันทึกอุณหภูมิและคำแนะนำของผู้ผลิต
  • ตรวจชั้นบนที่ไม่โดนน้ำว่ามีความชื้นหรือเชื้อราที่บรรจุภัณฑ์หรือไม่

พื้นที่และพื้นผิว

  • ล้างโคลนและทำให้แห้งก่อนฆ่าเชื้อทุกครั้ง
  • ฆ่าเชื้อเคาน์เตอร์ เครื่องรับชำระเงิน ที่วางแขนเก้าอี้ ลูกบิด และสวิตช์ไฟ
  • ฆ่าเชื้อเตียงตรวจ ตาชั่ง ปลอกแขนวัดความดัน รถเข็นนั่ง และรถเข็นอุปกรณ์
  • ฆ่าเชื้อห้องน้ำ ก๊อก อ่างล้างมือ และฝาท่อระบายน้ำ ด้วยความเข้มข้นตามฉลากสำหรับพื้นที่เสี่ยงสูง
  • ตรวจผนังหลังชั้นวางและใต้เคาน์เตอร์ว่ามีคราบราหรือไม่

หลังเปิดให้บริการ

  • เช็ดเตียงตรวจและอุปกรณ์สัมผัสผู้ป่วยระหว่างผู้ป่วยแต่ละราย
  • วางเจลล้างมือที่ทางเข้าและเคาน์เตอร์ จัดที่นั่งรอให้เว้นระยะเมื่อทำได้
  • แยกพื้นที่รอสำหรับผู้มีไข้หรือไอ และแนะนำให้สวมหน้ากาก
  • แนะนำผู้ที่มีไข้สูง ปวดน่อง หรือแผลอักเสบหลังลุยน้ำ ให้พบแพทย์โดยเร็ว

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการฆ่าเชื้อคลินิกและร้านยาหลังน้ำท่วม

ถาม: ยาที่กล่องเปียกน้ำท่วมแต่แผงยาด้านในดูปกติ ยังขายได้ไหม

ตอบ: ไม่แนะนำ ยาและเวชภัณฑ์ที่สัมผัสน้ำท่วมควรคัดออกจากการจำหน่ายทั้งหมด เพราะไม่สามารถยืนยันได้ว่าน้ำปนเปื้อนไม่ได้ซึมเข้าถึงตัวยาหรือบรรจุภัณฑ์ชั้นใน ควรทำรายการและจัดการตามแนวทางของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ถาม: Chemgene HLD4H ใช้กับเตียงตรวจหนังเทียมได้หรือไม่

ตอบ: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ไม่กัดกร่อนพลาสติก ยาง สแตนเลส และอะลูมิเนียม และระบุว่าปลอดภัยต่ออุปกรณ์การแพทย์เมื่อใช้ตามคำแนะนำ สำหรับวัสดุหุ้มเบาะ ควรตรวจคำแนะนำของผู้ผลิตเตียงและทดสอบในพื้นที่เล็กก่อน

ถาม: ใช้ Chemgene HLD4H แทนการทำให้ปราศจากเชื้อของเครื่องมือได้หรือไม่

ตอบ: ไม่ได้ เครื่องมือที่เข้าสู่เนื้อเยื่อปราศจากเชื้อต้องผ่านกระบวนการทำให้ปราศจากเชื้อตามมาตรฐานของสถานพยาบาลเสมอ Chemgene HLD4H ในบทความนี้แนะนำสำหรับพื้นผิวและอุปกรณ์ที่ไม่ใช่เครื่องมือปราศจากเชื้อ

ถาม: ต้องใช้ความเข้มข้นเท่าไรในห้องตรวจ

ตอบ: Chemgene HLD4H มีอัตราเจือจาง 1:30 ถึง 1:200 ให้ยึดตามฉลากและคำแนะนำของผู้จำหน่าย โดยทั่วไปพื้นที่เสี่ยงสูงและพื้นผิวที่เคยสัมผัสน้ำเสียจะใช้ความเข้มข้นสูงกว่างานเช็ดประจำวัน หากไม่แน่ใจ ติดต่อทีม WHD เพื่อขอคำแนะนำ

ถาม: ใช้ในพื้นที่ที่มีผู้ป่วยนั่งรออยู่ได้หรือไม่

ตอบ: หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าปลอดภัยต่อคนเมื่อใช้ตามคำแนะนำ งานเช็ดจุดสัมผัสระหว่างวันจึงทำได้ แต่งานฆ่าเชื้อใหญ่ช่วงฟื้นฟูควรทำขณะปิดร้าน และเปิดระบายอากาศให้ดี

ถาม: ร้านยาไม่ได้มีน้ำเข้า แต่ลูกค้าเดินลุยน้ำเข้ามา ต้องทำอย่างไร

ตอบ: แม้น้ำไม่เข้าร้าน รองเท้าและเสื้อผ้าของลูกค้าก็พาโคลนเข้ามาได้ ควรถูพื้นบริเวณทางเข้าบ่อยขึ้น และเช็ดฆ่าเชื้อเคาน์เตอร์และจุดสัมผัสบ่อยหลายรอบต่อวันในช่วงนี้

ถาม: ผู้ช่วยในร้านที่ช่วยล้างโคลนแล้วมีไข้ ควรทำอย่างไร

ตอบ: ให้หยุดงานและพบแพทย์โดยเร็ว แจ้งแพทย์ว่าสัมผัสน้ำท่วม โดยเฉพาะหากมีไข้สูง ปวดน่อง หรือตาแดง ซึ่งอาจเป็นโรคฉี่หนู น้ำยาฆ่าเชื้อใช้กับพื้นผิว ไม่ใช่การรักษาโรค

ให้คลินิกและร้านยาของคุณกลับมาเป็นที่พึ่งของชุมชนอย่างปลอดภัย

ทีม World Health Disinfection พร้อมแนะนำอัตราเจือจางสำหรับแต่ละโซน ปริมาณน้ำยาที่เหมาะกับขนาดร้าน และรอบการฆ่าเชื้อหลังเปิดให้บริการ

สั่งซื้อ Chemgene HLD4H สำหรับคลินิกและร้านยา

โทร 065-556-6294  |  LINE @whd268  |  worldhealthdisinfection@gmail.com

#Chemgene #น้ำยาฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ #น้ำท่วมกทม2569 #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #ฆ่าเชื้อคลินิก #ร้านขายยา #สถานพยาบาลหลังน้ำท่วม

คำค้นหา: ฆ่าเชื้อคลินิกหลังน้ำท่วม, ฆ่าเชื้อร้านขายยาหลังน้ำท่วม, ทำความสะอาดคลินิกหลังน้ำท่วม, ยาที่สัมผัสน้ำท่วม, น้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับคลินิก, Chemgene HLD4H, น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์, น้ำท่วม กทม. 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้