อบโอโซนห้องแล็บและอาคารเรียนมหาวิทยาลัยหลังน้ำท่วม: ปกป้องงานวิจัย ห้องเก็บตัวอย่าง และสุขภาพนักศึกษาจากเชื้อราที่มองไม่เห็น

Last updated: 30 ก.ย. 2569  |  32 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อบโอโซนห้องแล็บและอาคารเรียนมหาวิทยาลัยหลังน้ำท่วม: ปกป้องงานวิจัย ห้องเก็บตัวอย่าง และสุขภาพนักศึกษาจากเชื้อราที่มองไม่เห็น

อบโอโซนห้องแล็บและอาคารเรียนมหาวิทยาลัยหลังน้ำท่วม: ปกป้องงานวิจัย ห้องเก็บตัวอย่าง และสุขภาพนักศึกษาจากเชื้อราที่มองไม่เห็น

ห้องปฏิบัติการในมหาวิทยาลัยไม่ใช่ห้องเรียนธรรมดา ภายในมีจานเพาะเชื้อ ตู้บ่มเชื้อ ตู้แช่เย็นเก็บตัวอย่าง ตู้เก็บสารเคมี ชั้นเก็บตัวอย่างพืชแห้ง ตัวอย่างดิน ตัวอย่างแมลง และเอกสารบันทึกผลการทดลองที่สะสมมานานหลายปี เมื่อน้ำท่วมเข้าถึงอาคารเรียนและอาคารวิจัย ความเสียหายไม่ได้จบแค่ที่พื้นเปียกหรือโต๊ะบวม แต่รวมถึงความเสี่ยงที่เชื้อราจากน้ำท่วมจะเข้าไปปนเปื้อนงานวิจัยที่ต้องการความสะอาดระดับสูง และความเสี่ยงต่อสุขภาพของนักศึกษา อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ที่ต้องกลับเข้าไปใช้ห้องทุกวัน บทความนี้เขียนขึ้นสำหรับหัวหน้าห้องปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยของคณะ ฝ่ายอาคารสถานที่ และผู้บริหารมหาวิทยาลัย เพื่ออธิบายว่าเชื้อราหลังน้ำท่วมทำอะไรกับห้องแล็บได้บ้าง ทำไมการเช็ดด้วยแอลกอฮอล์อย่างเดียวจึงไม่พอ และการอบโอโซนเข้ามาช่วยในขั้นตอนใดของการฟื้นฟูอย่างปลอดภัย

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย: จานเพาะเชื้อที่ขึ้นราทุกจาน

คณะวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานีต้องปิดอาคารเรียนไปเกือบสามสัปดาห์ เพราะน้ำท่วมชั้นล่างสูงเกือบหนึ่งเมตร ชั้นล่างเป็นที่ตั้งของห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาสำหรับนักศึกษาปริญญาตรี ห้องเก็บตัวอย่างพืชและดิน และห้องเครื่องมือกลาง ส่วนชั้นสองเป็นห้องวิจัยของนักศึกษาปริญญาโทและเอก ซึ่งน้ำท่วมไม่ถึง แต่ไฟฟ้าถูกตัดไปตลอดช่วงน้ำท่วม

เมื่อน้ำลด ฝ่ายอาคารสถานที่รีบระดมคนงานตักโคลน ล้างพื้น และเปิดหน้าต่างระบายอากาศ อาจารย์นภา หัวหน้าห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยา กลับเข้าไปดูห้องวิจัยชั้นสองเป็นครั้งแรก เธอพบว่าตู้แช่เย็นที่ไม่มีไฟฟ้ามาหลายสัปดาห์ส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกมาทันทีที่เปิดประตู กล่องตัวอย่างกระดาษที่วางซ้อนกันบนชั้นด้านล่างมีจุดราสีเขียวขึ้นเต็ม ผนังห้องที่เคยขาวสะอาดมีคราบสีเทาเป็นดวงตามมุมเพดาน และอากาศในห้องมีกลิ่นอับชื้นแบบที่เธอไม่เคยได้กลิ่นในห้องแล็บมาก่อน

ปัญหาที่ทำให้อาจารย์นภากังวลมากที่สุดเกิดขึ้นหลังจากเปิดห้องใช้งานได้สองสัปดาห์ นักศึกษาปริญญาโทในทีมเริ่มเพาะเชื้อแบคทีเรียใหม่เพื่อทำการทดลองต่อ แต่จานเพาะเชื้อเกือบทุกจานมีเชื้อราปนเปื้อนขึ้นมาภายในสองถึงสามวัน ทั้งที่ทำงานในตู้ปลอดเชื้อตามขั้นตอนเดิมทุกอย่าง นักศึกษาปริญญาตรีที่เข้ามาเรียนภาคปฏิบัติเริ่มบ่นว่าคันตา จามบ่อย และบางคนที่เป็นหอบหืดต้องใช้ยาพ่นบ่อยขึ้น นักศึกษาหญิงคนหนึ่งที่กำลังตั้งครรภ์ขอหยุดเข้าแล็บเพราะกังวลเรื่องอากาศในห้อง

ทีมของอาจารย์นภาเช็ดโต๊ะด้วยแอลกอฮอล์ทุกวัน เปิดไฟยูวีในตู้ปลอดเชื้อนานขึ้น และเปลี่ยนเสื้อกาวน์บ่อยขึ้น แต่การปนเปื้อนก็ยังเกิดขึ้นซ้ำ งานวิจัยที่ต้องส่งผลให้แหล่งทุนตามกำหนดเวลาล่าช้าออกไปทุกสัปดาห์ เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะที่ปทุมธานี แต่เกิดกับอาคารเรียนในมหาวิทยาลัยที่นครปฐม เชียงใหม่ อุบลราชธานี และหาดใหญ่ ทุกครั้งที่น้ำท่วมถึงอาคารที่มีห้องปฏิบัติการ ห้องเก็บตัวอย่าง และห้องที่ต้องควบคุมความสะอาดของอากาศ

ทำไมห้องแล็บหลังน้ำท่วมจึงเป็นแหล่งเชื้อราที่อันตรายกว่าห้องทั่วไป

เชื้อราที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม เช่น กลุ่มแอสเปอร์จิลลัส เพนิซิลเลียม คลาโดสปอเรียม และในกรณีที่วัสดุเปียกนานหลายสัปดาห์อาจพบเชื้อราดำกลุ่มสตาคีบอทริส เป็นเชื้อที่มีอยู่ในธรรมชาติทั่วไป สปอร์ของเชื้อราลอยอยู่ในอากาศตลอดเวลา แต่จะเติบโตเป็นกลุ่มก้อนได้ก็ต่อเมื่อพบความชื้นและอาหารที่เหมาะสม น้ำท่วมให้ทั้งสองอย่างพร้อมกัน คือความชื้นที่สูงต่อเนื่องหลายสัปดาห์ และวัสดุอินทรีย์จำนวนมากที่เชื้อรากินได้ ในห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัย มีปัจจัยเฉพาะที่ทำให้ปัญหาซับซ้อนกว่าห้องทั่วไปหลายเท่า

1. ห้องแล็บเต็มไปด้วยอาหารของเชื้อรา

อาหารเลี้ยงเชื้อ วุ้น น้ำตาล สารสกัดจากยีสต์ ตัวอย่างพืช เมล็ดพันธุ์ ตัวอย่างดิน ตัวอย่างอาหาร และกล่องกระดาษที่ใช้เก็บทุกอย่าง ล้วนเป็นอาหารชั้นดีสำหรับเชื้อรา เมื่อไฟฟ้าดับ ตู้แช่เย็นและตู้บ่มเชื้อหยุดทำงาน สิ่งที่อยู่ข้างในจะเริ่มเน่าเสียและกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อขนาดใหญ่ที่ปล่อยทั้งกลิ่นและสปอร์ออกมาทุกครั้งที่เปิดประตู

2. ห้องเก็บตัวอย่างมักอยู่ชั้นล่างและปิดทึบ

ในอาคารเก่าหลายแห่ง ห้องเก็บตัวอย่าง ห้องเก็บพันธุ์ไม้แห้ง ห้องเก็บตัวอย่างสัตว์ดอง และห้องเก็บเอกสารงานวิจัยมักอยู่ชั้นล่างเพราะของหนัก และมักเป็นห้องที่ไม่มีหน้าต่างเพื่อป้องกันแสงแดด เมื่อน้ำท่วม ห้องเหล่านี้จึงเป็นห้องแรกที่เสียหาย และเป็นห้องสุดท้ายที่แห้ง อากาศในห้องแทบไม่หมุนเวียน ความชื้นจึงค้างอยู่นานแม้น้ำจะลดไปแล้ว

3. ระบบระบายอากาศที่ออกแบบมาเฉพาะ

ห้องแล็บมีตู้ดูดควัน ท่อระบายอากาศ ช่องลมเข้าและช่องลมออกที่ออกแบบมาให้ควบคุมทิศทางอากาศ บางห้องมีระบบกรองอากาศเพิ่มเติม หากท่อลมหรือพัดลมดูดอากาศบางส่วนจมน้ำ หรือแผ่นกรองอากาศอมความชื้นระหว่างที่ไฟฟ้าดับ เมื่อเปิดระบบกลับมาใช้งาน อากาศที่ผ่านท่อจะพาสปอร์เชื้อราเข้ามาในห้องอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมจานเพาะเชื้อจึงปนเปื้อนซ้ำ แม้จะทำความสะอาดโต๊ะทุกวัน

4. วัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ที่อมน้ำ

โต๊ะปฏิบัติการในอาคารเก่าหลายแห่งเป็นไม้อัดหรือแผ่นไม้ปาร์ติเคิลบอร์ดที่ปิดผิวด้วยวัสดุกันสารเคมี เมื่อส่วนล่างแช่น้ำ แกนไม้จะบวมและกักความชื้นไว้ภายใน ตู้ใต้โต๊ะ ผนังยิปซัม ฝ้าเพดานแบบแผ่น และฉนวนในผนังก็อมน้ำได้เช่นกัน เชื้อราที่เติบโตในส่วนที่มองไม่เห็นเหล่านี้จะปล่อยสปอร์ออกมาสู่อากาศได้นานหลายเดือน

5. สารเคมีและตัวอย่างทางชีวภาพที่อาจปะปนกับน้ำท่วม

นี่คือความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างห้องแล็บกับห้องทั่วไป น้ำท่วมอาจทำให้ขวดสารเคมีล้ม ฉลากหลุด ภาชนะรั่ว หรือตัวอย่างทางชีวภาพหลุดออกจากภาชนะ ก่อนจะคิดถึงการกำจัดเชื้อราหรือกลิ่น ห้องแล็บทุกห้องต้องผ่านการประเมินและจัดการสารเคมีอันตรายและวัสดุชีวภาพตามระเบียบความปลอดภัยของสถาบันก่อนเสมอ โดยเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยหรือผู้รับผิดชอบห้องปฏิบัติการ งานส่วนนี้ไม่ใช่หน้าที่ของบริการอบโอโซน และต้องทำให้เสร็จก่อนที่ทีมภายนอกจะเข้าพื้นที่

ผลต่อสุขภาพของนักศึกษา อาจารย์ และเจ้าหน้าที่

คนที่ใช้ห้องปฏิบัติการมักอยู่ในห้องเป็นเวลานาน ภาคปฏิบัติหนึ่งคาบอาจยาวสามชั่วโมง และนักวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาอาจอยู่ในห้องแล็บทั้งวันทั้งคืนในช่วงที่ต้องเก็บผลการทดลอง การสัมผัสอากาศที่มีสปอร์เชื้อราอย่างต่อเนื่องจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ อาการที่พบบ่อยจากการสัมผัสเชื้อราในอาคารได้แก่

  • จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล และระคายคอ
  • คันตา ตาแดง น้ำตาไหล ซึ่งอาจทำให้การทำงานที่ต้องใช้สายตาละเอียดยากขึ้น
  • ไอ แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด และหอบหืดกำเริบ
  • ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย สมาธิลดลง
  • ผื่นหรือคันบนผิวหนังบริเวณที่สัมผัสพื้นผิวหรือเอกสารที่มีเชื้อรา

กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

ผู้ที่เป็นโรคหอบหืดหรือภูมิแพ้ ผู้ที่มีโรคปอดเรื้อรัง ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกันหรือกำลังรักษามะเร็ง ซึ่งเชื้อรากลุ่มแอสเปอร์จิลลัสอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อที่รุนแรงได้ หญิงตั้งครรภ์ และอาจารย์หรือเจ้าหน้าที่อาวุโสที่มีโรคประจำตัว นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยหลายแห่งมีศูนย์เด็กเล็กหรือโรงเรียนสาธิตอยู่ในบริเวณเดียวกัน หากอาคารเหล่านั้นอยู่ใกล้หรือใช้ระบบลมร่วมกัน เด็กเล็กก็เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องคิดถึงด้วย

สำหรับคนงานและเจ้าหน้าที่ที่ต้องลุยน้ำหรือล้างโคลนในช่วงแรกหลังน้ำลด หากมีไข้ ปวดศีรษะมาก ปวดน่อง ตาแดง ท้องเสีย หรือแผลอักเสบ ต้องไปพบแพทย์โดยเร็วและแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วม เพราะอาจเป็นอาการของโรคติดเชื้อที่ต้องรักษา เช่น โรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส การอบโอโซนเป็นการจัดการสภาพแวดล้อมในอาคาร ไม่ใช่การรักษาโรค และไม่ทดแทนการพบแพทย์

ความเสียหายที่มหาวิทยาลัยต้องแบกรับเมื่อห้องแล็บฟื้นฟูไม่ครบขั้นตอน

งานวิจัยเสียหายและล่าช้า

การปนเปื้อนเชื้อราในงานเพาะเลี้ยงเชื้อ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช หรือเพาะเลี้ยงเซลล์ ทำให้ต้องเริ่มการทดลองใหม่ทั้งชุด บางงานใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะได้ผลหนึ่งรอบ ตัวอย่างที่เก็บจากภาคสนามบางชิ้นเก็บซ้ำไม่ได้อีกแล้ว ความล่าช้านี้กระทบต่อกำหนดส่งรายงานให้แหล่งทุน กำหนดการตีพิมพ์ และกำหนดสำเร็จการศึกษาของนักศึกษา

ค่าใช้จ่ายที่บานปลาย

อาหารเลี้ยงเชื้อ สารเคมี วัสดุสิ้นเปลือง และเวลาของบุคลากรที่ต้องใช้ในการทดลองซ้ำเป็นต้นทุนที่มองไม่เห็นแต่สูงมาก หากต้องรื้อห้องใหม่ทั้งห้องเพราะปล่อยเชื้อราไว้นานจนลามไปทั่ว ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า

การเรียนการสอนหยุดชะงัก

รายวิชาปฏิบัติการที่ต้องใช้ห้องแล็บไม่สามารถย้ายไปเรียนออนไลน์ได้ทั้งหมด หากห้องไม่พร้อม นักศึกษาหลายร้อยคนอาจเรียนไม่ครบตามหลักสูตร และต้องเลื่อนการสอบภาคปฏิบัติ

ความน่าเชื่อถือของผลการทดลองและมาตรฐานห้องปฏิบัติการ

ห้องปฏิบัติการที่ให้บริการทดสอบแก่ภายนอก หรือกำลังเตรียมรับการตรวจประเมินมาตรฐาน ต้องแสดงให้เห็นว่าสภาพแวดล้อมในห้องได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสม การปนเปื้อนซ้ำหลังน้ำท่วมอาจทำให้ต้องทบทวนผลการทดสอบ และกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้รับบริการ

ความกังวลของนักศึกษาและผู้ปกครอง

เมื่อนักศึกษาเริ่มมีอาการภูมิแพ้หรือหอบหืดหลังเข้าห้องแล็บ เรื่องมักถูกเล่าต่อในกลุ่มนักศึกษาและถึงผู้ปกครองอย่างรวดเร็ว การสื่อสารอย่างโปร่งใสว่ามหาวิทยาลัยฟื้นฟูห้องอย่างไร และมีหลักฐานการดำเนินการที่ชัดเจน จึงช่วยลดความกังวลและสร้างความมั่นใจได้มาก

วิธีที่ห้องแล็บมักใช้ แต่ไม่พอสำหรับการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม

เช็ดโต๊ะด้วยแอลกอฮอล์ทุกวัน แอลกอฮอล์เหมาะกับการทำความสะอาดพื้นผิวเรียบที่ใช้งานประจำ แต่เข้าไม่ถึงเชื้อราในผนังยิปซัม ฝ้าเพดาน แกนไม้ของโต๊ะ และท่อลม ซึ่งเป็นแหล่งปล่อยสปอร์ที่แท้จริง ยิ่งเช็ดบ่อยเท่าไร ถ้าแหล่งยังอยู่ สปอร์ใหม่ก็จะตกลงมาบนโต๊ะอีกในวันต่อมา

เปิดไฟยูวีในตู้ปลอดเชื้อหรือในห้องนานขึ้น แสงยูวีทำงานได้เฉพาะพื้นผิวที่แสงส่องถึงโดยตรง เงาใต้ชั้นวาง ด้านหลังตู้ ช่องลม และด้านในของวัสดุพรุนจะไม่ได้รับแสงเลย อีกทั้งหลอดยูวีต้องได้รับการดูแลและเปลี่ยนตามอายุการใช้งาน

ทาสีทับคราบราบนผนังและฝ้า การทาสีใหม่ทำให้ห้องดูสะอาด แต่ถ้าผนังด้านในยังชื้น เชื้อราจะยังคงเติบโตอยู่ใต้ชั้นสี และกลับมาเป็นคราบใหม่ในไม่ช้า

ใช้น้ำยาฟอกขาวเข้มข้นเช็ดทั่วห้อง น้ำยาฟอกขาวมีประโยชน์กับพื้นผิวแข็งบางชนิด แต่ในห้องแล็บอาจทำปฏิกิริยากับสารเคมีที่ตกค้าง ทำให้เกิดไอระคายเคือง กัดกร่อนโลหะของอุปกรณ์ และทิ้งกลิ่นคลอรีนที่รบกวนการทำงาน

เปิดระบบระบายอากาศทันทีหลังน้ำลด หากไม่ตรวจและเปลี่ยนแผ่นกรองก่อน ระบบระบายอากาศจะพาสปอร์และกลิ่นจากท่อที่ปนเปื้อนเข้ามาในห้องอย่างต่อเนื่อง

ย้ายตัวอย่างขึ้นชั้นบนโดยไม่คัดแยก กล่องตัวอย่างหรือเอกสารที่ขึ้นราแล้ว หากย้ายไปห้องอื่นโดยไม่คัดแยกและจัดการก่อน จะพาเชื้อราไปแพร่ในห้องที่เคยสะอาด ทำให้ปัญหาลุกลามไปทั้งอาคาร

ทุกวิธีข้างต้นมีข้อจำกัดเดียวกัน คือทำงานได้เฉพาะพื้นผิวที่มองเห็นหรือแสงส่องถึง ขณะที่ห้องปฏิบัติการหลังน้ำท่วมต้องการการจัดการทั้งปริมาตรห้อง ทั้งอากาศ ซอกมุม ด้านหลังเฟอร์นิเจอร์ และช่องลม หลังจากที่ได้รื้อวัสดุที่เสียหายและทำให้แห้งแล้ว

อบโอโซน WHD: ขั้นตอนเสริมที่ช่วยคืนความสะอาดให้ทั้งปริมาตรห้องแล็บ

บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น หรือ WHD ให้บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคาร สำหรับบ้าน คอนโด โรงแรม สำนักงาน โรงงาน โรงเรียน และโรงพยาบาล โอโซนหรือ O3 เป็นก๊าซที่มีความสามารถในการออกซิไดซ์สูง เมื่อปล่อยเข้าไปในห้องที่ปิดสนิท ก๊าซจะกระจายไปทั่วทุกซอกมุม รวมถึงใต้ชั้นวาง ด้านหลังตู้ รอยต่อฝ้าเพดาน และช่องลม ซึ่งเป็นจุดที่ผ้าเช็ดหรือแสงยูวีเข้าไม่ถึง

โอโซนจะเข้าไปทำลายโครงสร้างเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา พร้อมกับสลายโมเลกุลของสารที่ทำให้เกิดกลิ่นอับ หลังจากนั้นโอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน หรือ O2 จึงไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างบนโต๊ะปฏิบัติการ ชั้นวาง หรือพื้นผิวที่ต้องใช้ในการทดลองต่อ ซึ่งเป็นข้อดีสำคัญสำหรับห้องแล็บที่ไม่ต้องการให้สารตกค้างรบกวนผลการทดลอง ตามข้อมูลของบริษัท บริการนี้ผ่านการทดสอบจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek ประเทศอังกฤษ ในการกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา 99.99% ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง ดูรายละเอียดได้ที่หน้าเอกสารรับรอง

ขอบเขตและความปลอดภัยที่ต้องเข้าใจก่อนเริ่มงาน

  • การอบโอโซนทำในห้องที่ว่างเปล่าและปิดสนิทเท่านั้น ต้องไม่มีคน สัตว์ทดลอง สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในห้อง และห้ามกลับเข้าห้องจนกว่าจะพ้นช่วงพักและระบายอากาศตามที่ทีมงานกำหนด
  • สารเคมีอันตราย ขยะติดเชื้อ ตัวอย่างทางชีวภาพ และสารไวไฟ ต้องได้รับการจัดการ เคลื่อนย้าย หรือทำลายตามระเบียบความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยให้เรียบร้อยก่อน
  • อุปกรณ์ที่อ่อนไหว เช่น ชิ้นส่วนยาง ซีล สายยาง เครื่องมือวิเคราะห์ราคาสูง และตัวอย่างที่ยังต้องเก็บรักษา ควรแยกออกจากห้องหรือปรึกษาทีมงานก่อน
  • โอโซนเป็นขั้นตอนที่ทำหลังการตักโคลน ล้าง รื้อวัสดุที่เสียหาย และทำให้ห้องแห้งแล้วเท่านั้น ไม่ได้ทดแทนขั้นตอนเหล่านี้
  • การอบโอโซนห้องไม่ได้ทดแทนการตรวจสอบและรับรองตู้ชีวนิรภัยหรือระบบกรองอากาศเฉพาะทาง ซึ่งต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญของอุปกรณ์นั้น

ขั้นตอนการทำงานในอาคารเรียนและห้องปฏิบัติการ

  1. ประชุมร่วมกับผู้รับผิดชอบห้องแล็บ ทบทวนรายการห้อง ประเภทงานที่ทำในแต่ละห้อง สารเคมีและอุปกรณ์ที่ต้องแยกออก และตารางการเรียนการสอนที่ต้องหลีกเลี่ยง
  2. สำรวจพื้นที่ ตรวจระดับน้ำที่เคยท่วม คราบรา ความชื้นของผนังและเฟอร์นิเจอร์ ตำแหน่งท่อระบายอากาศ และห้องเก็บตัวอย่างที่ปิดทึบ
  3. แบ่งโซน แยกเป็นห้องปฏิบัติการ ห้องเก็บตัวอย่าง ห้องเครื่องมือ ห้องเรียนบรรยาย ห้องพักอาจารย์ และทางเดิน เพื่อวางแผนความเข้มข้นและลำดับการทำงาน
  4. เตรียมห้อง ปิดประตูหน้าต่าง ปิดหรือปรับระบบระบายอากาศตามแผน เปิดตู้และลิ้นชักให้ก๊าซเข้าถึง ติดป้ายเตือนและปิดกั้นทางเข้า
  5. ปล่อยโอโซนและช่วงสัมผัส ติดตั้งเครื่องผลิตโอโซนและปล่อยก๊าซจนได้ระดับที่ต้องการ แล้วปล่อยให้ทำงานตามเวลาที่กำหนด โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน
  6. พักและระบายอากาศ รอให้โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนและระบายอากาศก่อนเปิดให้เจ้าหน้าที่กลับเข้าห้อง
  7. ตรวจหลังงานและส่งมอบ ตรวจกลิ่นในแต่ละห้อง แนะนำการควบคุมความชื้นต่อเนื่อง และให้ข้อมูลการดำเนินงานสำหรับใช้บันทึกในแฟ้มของห้องปฏิบัติการ

10 เหตุผลที่คณะและมหาวิทยาลัยเลือกอบโอโซนกับ WHD

  1. ครอบคลุมทั้งปริมาตรห้อง ก๊าซโอโซนเข้าถึงใต้ชั้นวาง ด้านหลังตู้ และรอยต่อฝ้า ซึ่งเป็นแหล่งสปอร์ที่ทำให้งานเพาะเชื้อปนเปื้อนซ้ำ
  2. ไม่ทิ้งสารตกค้างบนพื้นผิวทำงาน โอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจน โต๊ะปฏิบัติการจึงไม่มีสารเคมีจากการฆ่าเชื้อค้างอยู่ อ่านเพิ่มเติมเรื่องการลดสารเคมีตกค้างด้วยโอโซน
  3. จัดการกลิ่นอับของห้องเก็บตัวอย่าง ห้องปิดทึบที่มีกลิ่นอับสะสมกลับมามีอากาศที่เป็นกลาง เหมาะกับการทำงานระยะยาว
  4. ผ่านการทดสอบและรับรอง ได้รับการทดสอบจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek ประเทศอังกฤษ ในการกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา 99.99% ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง
  5. วางแผนตามตารางเรียน รอบการทำงานประมาณ 30 นาทีต่อโซน ทำให้จัดลำดับห้องได้ตามช่วงที่ไม่มีการเรียนการสอน
  6. ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ทีมงานเคารพขั้นตอนของสถาบัน และเริ่มงานหลังจากที่ผู้รับผิดชอบจัดการสารเคมีและวัสดุชีวภาพเรียบร้อยแล้ว
  7. ช่วยลดการรื้อที่ไม่จำเป็น เมื่อรื้อเฉพาะวัสดุที่เสียหายจริง และใช้โอโซนดูแลห้องที่โครงสร้างยังดีอยู่ มหาวิทยาลัยควบคุมงบประมาณได้ดีขึ้น
  8. ประสบการณ์กับอาคารหลากหลาย ให้บริการตั้งแต่บ้าน สำนักงาน โรงงาน ไปจนถึงโรงเรียนและโรงพยาบาล ดูรายละเอียดที่หน้าบริการอบโอโซน
  9. ใช้ร่วมกับน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับพื้นผิว สำหรับพื้นผิวสัมผัสบ่อย สามารถใช้ร่วมกับน้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgeneตามคำแนะนำของทีมงาน
  10. ของแถมที่ใช้ต่อได้จริง รับฟรีสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์เมื่อใช้บริการอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป เหมาะสำหรับใช้ดูแลห้องพักอาจารย์และพื้นที่ส่วนกลางหลังเปิดอาคาร

ห้องแล็บก่อนและหลังการฟื้นฟูด้วยโอโซน

ก่อน

  • จานเพาะเชื้อปนเปื้อนราซ้ำ ๆ
  • ห้องเก็บตัวอย่างมีกลิ่นอับแรง
  • คราบราสีเทาตามมุมเพดานและผนัง
  • นักศึกษาจาม คันตา หอบหืดกำเริบ
  • ต้องเลื่อนภาคปฏิบัติและการทดลอง
  • ผู้ปกครองและแหล่งทุนสอบถามความพร้อม

หลัง

  • อากาศในห้องเป็นกลาง ไม่มีกลิ่นอับ
  • พื้นผิวทำงานไม่มีสารตกค้างจากการฆ่าเชื้อ
  • ห้องเก็บตัวอย่างพร้อมรับของที่คัดแยกแล้ว
  • ลดแหล่งสปอร์ที่ซ่อนในซอกมุม
  • กลับมาเปิดภาคปฏิบัติได้ตามแผน
  • มีข้อมูลการฟื้นฟูไว้แสดงต่อผู้เกี่ยวข้อง

หมายเหตุ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการจัดการสารเคมีและวัสดุชีวภาพ การรื้อวัสดุที่เสียหาย การทำให้แห้ง และการควบคุมความชื้นหลังการอบ

กรณีตัวอย่าง: ห้องเก็บพันธุ์ไม้แห้งและห้องแล็บพืชในเชียงใหม่

กรณีตัวอย่างนี้เป็นสถานการณ์จำลองที่เรียบเรียงจากลักษณะปัญหาที่พบบ่อย เพื่อให้เห็นลำดับการฟื้นฟูที่ถูกต้อง

คุณธนา นักวิทยาศาสตร์ประจำคณะเกษตรของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ดูแลห้องเก็บตัวอย่างพันธุ์ไม้แห้งและห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช น้ำจากแม่น้ำปิงเอ่อเข้ามาในชั้นล่างของอาคารสูงราวสี่สิบเซนติเมตรเป็นเวลาหลายวัน ตู้เก็บตัวอย่างชั้นล่างสุดแช่น้ำ ส่วนตู้ชั้นบนน้ำไม่ถึงแต่อยู่ในห้องที่ชื้นมาก หลังน้ำลด ห้องทั้งห้องมีกลิ่นอับ และงานเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในห้องข้างเคียงเริ่มปนเปื้อนเชื้อรามากผิดปกติ

แผนฟื้นฟูเริ่มจากการคัดแยกตัวอย่าง คุณธนาและทีมย้ายตัวอย่างที่ไม่แช่น้ำออกไปพักในห้องปรับอากาศชั้นบนที่ควบคุมความชื้น ตัวอย่างที่แช่น้ำถูกคัดแยกเพื่อประเมินว่าจะอนุรักษ์หรือบันทึกภาพไว้ก่อนทำลาย เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยจัดการสารเคมีในห้องเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ผู้รับเหมารื้อผนังยิปซัมช่วงล่างที่อมน้ำ ถอดตู้ไม้อัดชั้นล่างที่บวมทิ้ง ล้างพื้น และเปิดเครื่องลดความชื้นจนผนังแห้ง ฝ่ายอาคารเปลี่ยนแผ่นกรองของระบบระบายอากาศทั้งชั้น

เมื่อห้องว่างและแห้งแล้ว ทีม WHD จึงเข้าอบโอโซนห้องเก็บตัวอย่าง ห้องเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และทางเดินชั้นล่างทีละโซน ในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ไม่มีการเรียนการสอน ปิดกั้นทางเข้าและไม่มีบุคลากรอยู่ในอาคารส่วนนั้นระหว่างการอบ และกลับเข้าห้องหลังจากพ้นช่วงพักระบายอากาศ คุณธนาเล่าว่าหลังจากนั้นกลิ่นอับในห้องเก็บตัวอย่างหายไป และอัตราการปนเปื้อนในงานเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกลับมาใกล้เคียงช่วงก่อนน้ำท่วม เขาย้ำว่าส่วนที่สำคัญที่สุดคือการคัดแยกตัวอย่างและทำให้ห้องแห้งก่อน โอโซนเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ช่วยปิดงานให้เรียบร้อย

เช็กลิสต์ฟื้นฟูห้องปฏิบัติการและอาคารเรียนหลังน้ำท่วม

ระยะแรกหลังน้ำลด

  • ห้ามบุคลากรทั่วไปเข้าห้องแล็บจนกว่าเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยจะประเมินความเสี่ยงด้านสารเคมี วัสดุชีวภาพ และไฟฟ้า
  • สวมชุดป้องกัน ถุงมือ รองเท้าบูท และหน้ากากที่เหมาะสมทุกครั้งที่เข้าไปทำความสะอาด
  • ถ่ายภาพ ทำรายการความเสียหาย และบันทึกระดับน้ำ เพื่อใช้กับประกันภัยและการของบประมาณซ่อมแซม
  • จัดการตู้แช่เย็นและตู้บ่มเชื้อที่ไฟฟ้าดับตามระเบียบการทำลายขยะติดเชื้อ

ก่อนอบโอโซน

  • เคลื่อนย้ายหรือจัดเก็บสารเคมีอันตราย สารไวไฟ และขยะติดเชื้อออกจากห้องตามระเบียบ
  • คัดแยกตัวอย่าง เอกสาร และกล่องกระดาษที่ขึ้นรา ไม่ย้ายไปรวมกับของที่สะอาด
  • รื้อผนังยิปซัม ฉนวน ฝ้าเพดาน และเฟอร์นิเจอร์ไม้อัดที่อมน้ำ
  • ล้างพื้นและพื้นผิวแข็งให้สะอาด และใช้เครื่องลดความชื้นจนวัสดุแห้งจริง
  • ตรวจและเปลี่ยนแผ่นกรองของระบบระบายอากาศ ตรวจตู้ดูดควันและตู้ชีวนิรภัยโดยผู้เชี่ยวชาญ
  • แยกเครื่องมือราคาสูงและอุปกรณ์ที่มีชิ้นส่วนยางออกจากห้อง หรือปรึกษาทีมงาน
  • นำคน สัตว์ทดลอง และต้นไม้ออกจากพื้นที่ทั้งหมด

หลังอบโอโซน

  • กลับเข้าห้องหลังพ้นช่วงพักและระบายอากาศตามที่ทีมงานแจ้งเท่านั้น
  • ทำความสะอาดพื้นผิวทำงานตามขั้นตอนปกติของห้องปฏิบัติการก่อนเริ่มการทดลอง
  • เริ่มการทดลองด้วยชุดทดสอบเล็ก ๆ เช่น จานเปิดทิ้งไว้เพื่อติดตามการปนเปื้อนจากอากาศ ก่อนเริ่มงานวิจัยหลัก
  • ควบคุมความชื้นในห้องเก็บตัวอย่างอย่างต่อเนื่อง และตรวจคราบราตามมุมห้องเป็นระยะ
  • บันทึกขั้นตอนการฟื้นฟูทั้งหมดไว้ในแฟ้มของห้องปฏิบัติการ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องอบโอโซนห้องแล็บหลังน้ำท่วม

1. อบโอโซนแทนการทำความสะอาดห้องแล็บตามขั้นตอนปกติได้หรือไม่

ไม่ได้ โอโซนเป็นขั้นตอนเสริมหลังจากตักโคลน ล้าง รื้อวัสดุที่เสียหาย และทำให้ห้องแห้งแล้ว หลังการอบ ห้องแล็บยังต้องทำความสะอาดพื้นผิวทำงานตามระเบียบปฏิบัติของห้องก่อนเริ่มการทดลอง

2. ต้องนำสารเคมีออกจากห้องก่อนหรือไม่

ต้องประเมินโดยเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยของสถาบันก่อนเสมอ สารเคมีที่เสียหาย รั่ว หรือฉลากหลุดต้องจัดการตามระเบียบ และควรแจ้งทีมงานว่าในห้องยังมีสารใดเหลืออยู่ เพื่อวางแผนร่วมกัน

3. โอโซนมีผลต่อเครื่องมือวิทยาศาสตร์หรือไม่

วัสดุบางชนิด เช่น ยางธรรมชาติและซีลบางประเภท อาจเสื่อมได้เมื่อสัมผัสโอโซนเข้มข้นซ้ำ ๆ จึงควรแยกเครื่องมือราคาสูงออก หรือปรึกษาทีมงานเพื่อกำหนดวิธีป้องกันที่เหมาะสม

4. ต้องปิดห้องนานเท่าไร

รอบการอบประมาณ 30 นาทีต่อโซน รวมกับเวลาเตรียมห้องและช่วงพักระบายอากาศ ทีมงานจะวางตารางตามจำนวนห้องและช่วงเวลาที่ไม่มีการเรียนการสอน

5. อบโอโซนแล้วใช้แทนการรับรองตู้ชีวนิรภัยได้หรือไม่

ไม่ได้ ตู้ชีวนิรภัยและระบบกรองอากาศเฉพาะทางต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองโดยผู้เชี่ยวชาญของอุปกรณ์นั้นตามรอบที่กำหนด

6. ถ้านักศึกษามีอาการภูมิแพ้หรือหอบหืดหลังเข้าห้องแล็บ ควรทำอย่างไร

ควรพักจากพื้นที่นั้นและพบแพทย์ หากมีไข้หรือปวดน่องหลังลุยน้ำท่วม ต้องไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำ การอบโอโซนเป็นการจัดการสภาพแวดล้อม ไม่ใช่การรักษา

คืนห้องแล็บที่พร้อมสำหรับการเรียนและงานวิจัย

ปรึกษาทีม WHD เพื่อสำรวจอาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ และห้องเก็บตัวอย่าง และวางแผนอบโอโซนร่วมกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยของคณะ

จองอบโอโซนห้องแล็บหลังน้ำท่วม

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

ใช้บริการอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาท รับฟรีสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์

#อบโอโซน #บริการอบโอโซน #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #โอโซนฆ่าเชื้อ #น้ำท่วม #ห้องปฏิบัติการ #มหาวิทยาลัย #ห้องเก็บตัวอย่าง

คำค้นหา: อบโอโซนห้องแล็บหลังน้ำท่วม, ห้องปฏิบัติการน้ำท่วม, เชื้อราในห้องแล็บ, ห้องเก็บตัวอย่างขึ้นรา, อาคารเรียนมหาวิทยาลัยน้ำท่วม, จานเพาะเชื้อปนเปื้อนรา, บริการอบโอโซน, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้