อบโอโซนฟาร์มหลังน้ำท่วม: ฟื้นฟูโรงเรือนไก่ โรงเรือนสุกร และห้องเก็บอาหารสัตว์ ให้พร้อมรับสัตว์รุ่นใหม่อย่างปลอดภัย

Last updated: 30 ก.ย. 2569  |  29 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องกำเนิดโอโซนอุตสาหกรรม

อบโอโซนฟาร์มหลังน้ำท่วม: ฟื้นฟูโรงเรือนไก่ โรงเรือนสุกร และห้องเก็บอาหารสัตว์ ให้พร้อมรับสัตว์รุ่นใหม่อย่างปลอดภัย

สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่และสุกร น้ำท่วมหนึ่งครั้งอาจหมายถึงการสูญเสียทั้งสัตว์ อาหารสัตว์ อุปกรณ์ และรายได้ของทั้งรอบการเลี้ยง แต่ความเสียหายที่มักถูกมองข้ามคือสิ่งที่น้ำทิ้งไว้ในโรงเรือนหลังน้ำลด ทั้งโคลนที่ผสมมูลสัตว์ เชื้อแบคทีเรียที่ฝังอยู่ในวัสดุรองพื้นและรอยแตกของพื้น เชื้อราที่ขึ้นบนผนัง ฝ้า และแผงรังผึ้งของระบบทำความเย็น รวมถึงสปอร์ราที่ลอยอยู่ในห้องเก็บอาหารสัตว์ หากนำสัตว์รุ่นใหม่เข้าเลี้ยงก่อนจะจัดการปัญหาเหล่านี้ให้หมด ความสูญเสียรอบที่สองอาจเกิดขึ้นตามมา บทความนี้เขียนขึ้นสำหรับเจ้าของฟาร์ม ผู้จัดการฟาร์ม และสัตวบาล ที่ต้องการฟื้นฟูโรงเรือนอย่างเป็นขั้นตอน และต้องการเข้าใจว่าการอบโอโซนฆ่าเชื้อเข้ามาช่วยได้ตรงไหน และมีข้อจำกัดอย่างไร

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย: ฟาร์มไก่เนื้อในสุโขทัยกับรุ่นที่สองที่ไม่เป็นไปตามแผน

คุณสมชาย เลี้ยงไก่เนื้อในโรงเรือนระบบปิดสองหลังที่อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ปีที่แม่น้ำยมล้นตลิ่ง น้ำไหลเข้าโรงเรือนเร็วกว่าที่คาด เขาต้องจับไก่ออกก่อนกำหนดและสูญเสียไก่ส่วนหนึ่ง น้ำขังในโรงเรือนเกือบหนึ่งสัปดาห์ ห้องเก็บอาหารสัตว์ที่อยู่ติดกันมีกระสอบอาหารเปียกน้ำทั้งแถวล่าง เมื่อน้ำลด คุณสมชายรีบตักแกลบและโคลนออก ฉีดน้ำล้างพื้น พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีอยู่ในฟาร์ม แล้วเปิดพัดลมระบายอากาศเต็มกำลัง เขาย้ายกระสอบอาหารแถวบนที่ดูแห้งดีไปไว้ในห้องเก็บตามเดิม เพราะอยากเริ่มเลี้ยงรุ่นใหม่ให้เร็วที่สุด

เมื่อลูกไก่รุ่นใหม่เข้าโรงเรือน ปัญหาก็เริ่มปรากฏ ลูกไก่บางส่วนดูซึม ไม่ค่อยกินอาหาร อุจจาระเหลว อัตราการเจริญเติบโตต่ำกว่ารุ่นก่อนน้ำท่วม สัตวแพทย์ที่เข้ามาตรวจชี้ว่ามีหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งความชื้นที่ยังค้างอยู่ในพื้นและผนัง แผงรังผึ้งระบบทำความเย็นที่มีคราบตะกอนและเชื้อราเกาะ ท่อน้ำดื่มที่ยังไม่ได้ล้างภายในหลังน้ำท่วม และกระสอบอาหารที่เก็บในห้องอับชื้น ซึ่งเมื่อเปิดดูด้านในพบว่ามีก้อนอาหารจับตัวและมีจุดรา

สิ่งที่คุณสมชายสรุปได้คือ การล้างที่เห็นผลด้วยตายังไม่พอ ความชื้น เชื้อที่ซ่อนในจุดอับ และอาหารสัตว์ที่ปนเปื้อน สามารถลดประสิทธิภาพการเลี้ยงของทั้งรุ่นได้ เรื่องนี้เป็นภาพตัวอย่างที่พบซ้ำในฟาร์มหลายพื้นที่ที่น้ำท่วมถึง ทั้งสุโขทัย อยุธยา อ่างทอง อุบลราชธานี ปทุมธานี และพื้นที่ลุ่มในภาคใต้ บทความนี้จึงจะพาไปดูทีละประเด็นว่าควรฟื้นฟูโรงเรือนอย่างไรให้ครบ

น้ำท่วมทิ้งอะไรไว้ในโรงเรือนบ้าง

1. แบคทีเรียจากมูลสัตว์และน้ำเสีย

น้ำท่วมในพื้นที่ฟาร์มไม่ใช่น้ำสะอาด แต่เป็นน้ำที่ผสมมูลสัตว์ ปัสสาวะ ซากพืช และน้ำเสียจากชุมชน แบคทีเรียในกลุ่มที่พบได้บ่อยในลำไส้สัตว์ เช่น ซัลโมเนลลา และอีโคไล สามารถเกาะอยู่ในโคลน วัสดุรองพื้น รอยแตกของพื้นคอนกรีต ร่องระบายน้ำ และใต้แผ่นพื้นสแลต เชื้อบางชนิดส่งผลต่อสุขภาพสัตว์ ทำให้ท้องเสีย โตช้า หรือเจ็บป่วยได้ และบางชนิดยังสามารถติดต่อสู่คนได้ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่คนงานในฟาร์มต้องระวัง

2. เลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนู

หลังน้ำท่วม หนูจำนวนมากหนีน้ำเข้ามาอาศัยในโรงเรือนและห้องเก็บอาหารสัตว์ ซึ่งมีทั้งอาหารและที่หลบภัย เชื้อเลปโตสไปราที่ปนมากับปัสสาวะหนูและสัตว์บางชนิดสามารถปนเปื้อนน้ำและดินชื้น สุกรเองก็สามารถติดเชื้อนี้ได้ และคนงานที่ลุยน้ำหรือทำความสะอาดโดยไม่สวมรองเท้าบูทและถุงมือ มีความเสี่ยงติดเชื้อผ่านบาดแผลหรือผิวที่แช่น้ำนาน ๆ อาการในคนมักเริ่มด้วยไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะที่น่อง ใครที่มีอาการเหล่านี้หลังลุยน้ำควรพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการลุยน้ำด้วย กรมควบคุมโรคย้ำเตือนเรื่องนี้ทุกฤดูน้ำหลาก

3. เชื้อราและสารพิษจากเชื้อราในอาหารสัตว์

อาหารสัตว์ที่มีส่วนผสมของข้าวโพด ถั่วเหลือง และธัญพืช เป็นแหล่งอาหารชั้นดีของเชื้อรา เมื่อกระสอบเปียกน้ำหรือตั้งอยู่ในห้องที่ความชื้นสูง เชื้อราบางชนิดสามารถสร้างสารพิษจากเชื้อรา เช่น อะฟลาท็อกซิน ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพสัตว์ ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ โตช้า และลดผลผลิต ที่สำคัญ สารพิษเหล่านี้มองไม่เห็น ไม่มีกลิ่นชัดเจนเสมอไป และไม่ถูกทำลายง่าย ๆ อาหารสัตว์ที่สัมผัสน้ำท่วม เปียกชื้น หรือมีก้อนจับตัวและจุดรา ต้องคัดทิ้งเท่านั้น ไม่มีวิธีใด รวมถึงการอบโอโซน ที่ทำให้อาหารเหล่านั้นกลับมาปลอดภัย

4. เชื้อราบนโครงสร้างและระบบทำความเย็น

โรงเรือนระบบปิดหรือโรงเรือนอีแวป มีแผงรังผึ้งทำความเย็น พัดลมขนาดใหญ่ ม่านพลาสติก ฝ้า และฉนวนหลังคา ซึ่งเมื่อเปียกน้ำหรือชื้นต่อเนื่อง จะกลายเป็นแหล่งสะสมตะกอนและเชื้อรา สปอร์ราที่หลุดจากจุดเหล่านี้จะถูกพัดลมพาไปทั่วโรงเรือน ซึ่งสัตว์ต้องหายใจเอาเข้าไปทุกวัน สัตว์ปีกมีระบบทางเดินหายใจที่ไวต่อฝุ่นและสปอร์ ทำให้ปัญหาทางเดินหายใจเกิดได้ง่ายขึ้น

5. กลิ่นแอมโมเนียและกลิ่นเน่า

มูลสัตว์ที่หมักอยู่ใต้น้ำและวัสดุรองพื้นที่เปียก ปล่อยกลิ่นแอมโมเนียและกลิ่นเน่าที่ฉุนแรง กลิ่นเหล่านี้ไม่ได้รบกวนแค่คนงาน แต่ยังเป็นปัญหาต่อเพื่อนบ้านรอบฟาร์ม และในความเข้มข้นสูง แอมโมเนียยังระคายเคืองทางเดินหายใจของสัตว์ด้วย

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

  • ลูกสัตว์รุ่นใหม่ เช่น ลูกไก่และลูกสุกร ซึ่งภูมิคุ้มกันยังไม่สมบูรณ์
  • แม่พันธุ์ตั้งท้องและแม่สุกรเลี้ยงลูก ที่ความเครียดและเชื้อในสิ่งแวดล้อมส่งผลต่อทั้งแม่และลูก
  • คนงานสูงอายุหรือมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคปอด หรือภูมิแพ้ ที่ต้องทำงานในโรงเรือนที่อับชื้น
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์ในครอบครัวที่อาศัยใกล้โรงเรือน ซึ่งควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ระหว่างการทำความสะอาด

ผลกระทบที่เจ้าของฟาร์มต้องแบกรับ

สุขภาพสัตว์และผลผลิต

สัตว์ที่เลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่มีเชื้อสะสม ความชื้นสูง และอาหารคุณภาพต่ำ มักป่วยง่าย กินอาหารน้อย โตช้า และอัตราการสูญเสียสูงกว่าปกติ ผลที่ตามมาคืออัตราแลกเนื้อแย่ลง น้ำหนักจับไม่ถึงเป้า และบางครั้งต้องใช้ยารักษามากขึ้น ซึ่งยิ่งเพิ่มต้นทุน

ต้นทุนและกระแสเงินสด

ฟาร์มต้องแบกค่าอาหารสัตว์ที่ต้องทิ้ง ค่าซ่อมพัดลม ปั๊มน้ำ ระบบไฟฟ้า และแผงรังผึ้ง ค่าแรงทำความสะอาด และรายได้ที่ขาดหายไประหว่างโรงเรือนว่าง หากรุ่นแรกหลังน้ำท่วมยังมีปัญหาอีก ภาระทางการเงินจะทบซ้อนจนหลายฟาร์มต้องกู้เงินเพิ่ม

เวลาที่เสียไป

รอบการเลี้ยงมีตารางเวลาที่ชัดเจน การที่โรงเรือนว่างนานกว่ากำหนด หรือต้องหยุดเลี้ยงซ้ำเพราะปัญหาไม่หมด ทำให้แผนการผลิตทั้งปีเลื่อนออกไป และอาจกระทบสัญญากับบริษัทคู่ค้าหรือผู้รับซื้อ

ชื่อเสียงกับคู่ค้าและชุมชน

ฟาร์มที่เลี้ยงในระบบประกันราคาหรือส่งให้บริษัทรับซื้อ มักต้องผ่านการตรวจความพร้อมของโรงเรือนก่อนรับสัตว์รุ่นใหม่ การมีบันทึกการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อที่ชัดเจนช่วยให้การตรวจง่ายขึ้น ส่วนกลิ่นเหม็นและแมลงวันที่รบกวนเพื่อนบ้านก็อาจกลายเป็นความขัดแย้งในชุมชน

ครอบครัว

ฟาร์มขนาดเล็กและขนาดกลางจำนวนมากมีบ้านพักของเจ้าของและคนงานอยู่ในบริเวณเดียวกัน ความชื้น กลิ่น และเชื้อราจากโรงเรือนและห้องเก็บอาหารจึงส่งผลถึงสุขภาพของคนในครอบครัวโดยตรง และความเครียดจากหนี้สินก็ส่งผลต่อทุกคนในบ้าน

ทำไมการฉีดน้ำและพ่นน้ำยาอย่างเดียวจึงยังไม่พอ

น้ำยาฆ่าเชื้อหมดฤทธิ์เมื่อเจอโคลนและมูลสัตว์ สารฆ่าเชื้อส่วนใหญ่ทำงานได้ไม่ดีเมื่อมีสารอินทรีย์ปนอยู่ หากพ่นลงไปบนพื้นที่ยังมีคราบโคลนหรือมูลสัตว์ติดอยู่ ประสิทธิภาพจะลดลงมาก นี่คือเหตุผลที่ขั้นตอนล้างด้วยผงซักฟอกหรือสารทำความสะอาดก่อนฆ่าเชื้อเป็นสิ่งจำเป็น

การพ่นเข้าไม่ถึงทุกซอกมุม โรงเรือนมีจุดอับมากมาย เช่น ด้านหลังแผงรังผึ้ง ใต้ฝ้า ในโครงหลังคา หลังพัดลม ภายในรางอาหาร และรอยต่อของผนัง สเปรย์และหัวฉีดแรงดันเข้าถึงได้เพียงบางส่วน

พัดลมทำให้แห้งแต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ การเปิดพัดลมเต็มกำลังช่วยลดความชื้นได้จริง แต่ก็พัดพาสปอร์ราและฝุ่นที่ปนเชื้อไปทั่วโรงเรือน และออกไปยังโรงเรือนข้างเคียง

โรยปูนขาวหรือทาสีทับ การโรยปูนขาวหรือทาสีทับผนังที่ขึ้นราโดยไม่แก้ความชื้น เป็นการซ่อนปัญหาไว้ใต้ผิว และเชื้อราจะกลับมาอีก

ใช้สารดับกลิ่น ช่วยให้กลิ่นเบาลงชั่วคราว แต่มูลสัตว์และวัสดุรองพื้นที่หมักอยู่ยังคงปล่อยก๊าซต่อไป

ข้อจำกัดของการอบโอโซนที่ต้องรู้ ในทางกลับกัน การอบโอโซนก็ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกโรงเรือน โอโซนเป็นก๊าซที่ต้องการพื้นที่ปิดเพื่อคงความเข้มข้นไว้ตามเวลาที่กำหนด โรงเรือนเปิดหรือโรงเรือนที่มีผนังโปร่งจึงไม่เหมาะกับการอบโอโซน ในกรณีนั้นควรใช้การล้างและสารฆ่าเชื้อสำหรับฟาร์มตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ ส่วนพื้นที่ที่เหมาะกับการอบโอโซน ได้แก่ โรงเรือนระบบปิดที่ปิดม่านและช่องลมได้ ห้องเก็บอาหารสัตว์ ห้องเก็บไข่ ห้องฟักไข่ ห้องพักเครื่องมือ ห้องอาบน้ำและเปลี่ยนชุดของคนงาน สำนักงานฟาร์ม และบ้านพักคนงาน

แผนผังฟาร์ม: อาคารไหนควรจัดการแบบไหน

ก่อนนัดบริการใด ๆ ควรเดินสำรวจฟาร์มพร้อมสมุดจด แล้วแบ่งอาคารทุกหลังออกเป็นสามกลุ่ม แผนผังง่าย ๆ นี้ช่วยให้การฟื้นฟูตรงจุด และไม่เสียเงินกับวิธีที่ไม่ได้ผล

  • พื้นที่ปิดที่เหมาะกับการอบโอโซนหลังล้างและทำให้แห้ง: โรงเรือนระบบปิดที่ปิดม่านและช่องลมได้ ห้องเก็บอาหารสัตว์ ห้องเก็บไข่ ห้องฟักไข่ ห้องเก็บวัคซีนและอุปกรณ์ ห้องอาบน้ำและเปลี่ยนชุด สำนักงานฟาร์ม และบ้านพักคนงานหรือบ้านของครอบครัวที่น้ำท่วมถึง
  • โครงสร้างเปิดที่ใช้การล้างและสารฆ่าเชื้อสำหรับฟาร์ม: โรงเรือนเปิด โรงเรือนผนังตาข่าย ทางลาดขนสัตว์ โรงเก็บมูล และลานกลางแจ้ง เครื่องมือหลักคือการขนสารอินทรีย์ออก ล้างด้วยน้ำแรงดันและสารทำความสะอาด ใช้สารฆ่าเชื้อที่เลือกร่วมกับสัตวแพทย์ แสงแดด และเวลาพักที่เพียงพอ
  • วัสดุที่ต้องทิ้งหรือเปลี่ยน: อาหารสัตว์เปียก วัสดุรองพื้นที่แช่น้ำ แผงรังผึ้งที่ผุ ฉนวนที่อุ้มน้ำ รางอาหารไม้ที่ทำความสะอาดไม่ได้ และถาดไข่กระดาษหรือบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสน้ำ

ลำดับการทำงานก็สำคัญ หลายฟาร์มเริ่มจากพื้นที่ที่สะอาดและอ่อนไหวที่สุดก่อน เช่น ห้องฟักไข่หรือห้องเก็บไข่ แล้วจึงไล่ไปที่โรงเรือน และพื้นที่บริการตามลำดับ เพื่อไม่ให้คนและอุปกรณ์พาเชื้อย้อนกลับเข้าพื้นที่ที่ฟื้นฟูแล้ว ห้องอาบน้ำและเปลี่ยนชุดของคนงานควรทำในช่วงต้น เพราะทุกคนต้องผ่านห้องนี้ก่อนเข้าโรงเรือน และที่สำคัญ ควรตกลงระยะพักโรงเรือนกับสัตวแพทย์ก่อนนัดผู้รับเหมาทุกราย เพื่อให้การอบโอโซนอยู่ในช่วงที่โรงเรือนว่างพอดี ไม่ทำให้การลงสัตว์รุ่นใหม่ล่าช้า

คำตอบจาก WHD: บริการอบโอโซนสำหรับอาคารในฟาร์ม

World Health Disinfection ให้บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคาร สำหรับบ้าน คอนโด โรงแรม สำนักงาน โรงงาน โรงเรียน และโรงพยาบาล ซึ่งรวมถึงอาคารปิดภายในพื้นที่ฟาร์ม โอโซนหรือ O3 จะเข้าไปทำลายโครงสร้างเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมทั้งสลายโมเลกุลของกลิ่น แล้วคืนตัวเป็นออกซิเจนหรือ O2 โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง ซึ่งเหมาะกับพื้นที่ที่สัตว์จะกลับเข้ามาอยู่และกินอาหารจากรางในภายหลัง

ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง บริการของ WHD ผ่านการทดสอบและรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ Intertek ประเทศอังกฤษ ในการกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ได้ถึง 99.99% รายละเอียดดูได้ที่หน้าเอกสารรับรอง

ขั้นตอนการทำงานในฟาร์ม

  1. สำรวจและประเมินความเหมาะสม ทีมงานสำรวจร่วมกับเจ้าของฟาร์มหรือสัตวบาล ตรวจว่าโรงเรือนและห้องใดปิดได้สนิทพอสำหรับการอบโอโซน และวางลำดับการทำงานตามหลักความปลอดภัยทางชีวภาพของฟาร์ม เช่น จากพื้นที่สะอาดไปพื้นที่สกปรก
  2. ตรวจความพร้อมหลังล้าง พื้นที่ต้องผ่านการขนวัสดุรองพื้น ล้างโคลน ล้างด้วยสารทำความสะอาด และทำให้แห้งแล้ว หากยังมีมูลสัตว์หรือโคลนหนา ทีมงานจะแนะนำให้จัดการก่อน
  3. เตรียมพื้นที่ นำสัตว์ออกทั้งหมด ปิดม่าน ประตู ช่องลม และพัดลม ปิดระบบที่อาจดูดโอโซนออกไปภายนอก ตรวจให้แน่ใจว่าไม่มีคน สัตว์ หรือพืชอยู่ภายใน และติดป้ายห้ามเข้า
  4. ปล่อยโอโซน เครื่องผลิตโอโซนกระจายก๊าซไปทั่วพื้นที่ รวมถึงหลังแผงรังผึ้ง ใต้ฝ้า และซอกที่เข้าถึงยาก
  5. ระยะสัมผัส คงความเข้มข้นไว้ตามเวลา โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน สำหรับโรงเรือนขนาดใหญ่อาจแบ่งเป็นหลายโซน
  6. พักและระบายอากาศ รอให้โอโซนคืนตัวเป็นออกซิเจน เปิดระบายอากาศ ก่อนให้คนกลับเข้าพื้นที่ และก่อนนำสัตว์เข้าตามช่วงพักโรงเรือนที่สัตวแพทย์กำหนด

ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย: การอบโอโซนทำในพื้นที่ปิดที่ว่างเปล่าเท่านั้น สัตว์ทุกตัว คน และต้นไม้ต้องออกจากพื้นที่ และกลับเข้าได้หลังช่วงพักและระบายอากาศที่ทีมงานแจ้งเท่านั้น การอบโอโซนเป็นขั้นตอนหลังการขนโคลน ล้าง และทำให้แห้ง ไม่ได้ใช้แทนการทำความสะอาด ไม่ได้ใช้แทนโปรแกรมวัคซีน การดูแลสุขภาพสัตว์โดยสัตวแพทย์ หรือมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพของฟาร์ม และไม่ได้ทำให้อาหารสัตว์ที่เปียกน้ำกลับมาใช้ได้ หากสัตว์ป่วยหรือตายผิดปกติ ต้องแจ้งสัตวแพทย์หรือปศุสัตว์อำเภอ

10 เหตุผลที่ฟาร์มเลือกอบโอโซนเป็นขั้นตอนเสริมหลังน้ำท่วม

  1. ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างในรางอาหารและอุปกรณ์ โอโซนคืนตัวเป็นออกซิเจน สัตว์ที่กลับเข้ามาจึงไม่ต้องสัมผัสคราบสารเคมีจากขั้นตอนนี้ อ่านเพิ่มเติมเรื่องโอโซนกับสารเคมีตกค้าง
  2. เข้าถึงหลังแผงรังผึ้ง ใต้ฝ้า และโครงหลังคา ซึ่งหัวฉีดน้ำยาเข้าไม่ถึง
  3. จัดการสปอร์ราในห้องเก็บอาหารสัตว์ที่ว่างแล้ว ช่วยลดโอกาสที่อาหารล็อตใหม่จะขึ้นราเร็ว
  4. ลดกลิ่นแอมโมเนียและกลิ่นเน่าที่ค้างในโครงสร้าง ทำให้คนงานทำงานได้สบายขึ้นและลดปัญหากับเพื่อนบ้าน
  5. เหมาะกับช่วงพักโรงเรือน ทำในช่วงที่โรงเรือนว่างระหว่างรุ่นได้พอดี ไม่รบกวนรอบการเลี้ยง
  6. ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อโซน วางแผนทำทีละหลังหรือทีละห้องได้
  7. ผลการทดสอบที่อ้างอิงได้ ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek ประเทศอังกฤษ ในการกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา 99.99%
  8. ดูแลพื้นที่ของคนด้วย ทั้งสำนักงานฟาร์ม ห้องเปลี่ยนชุด และบ้านพักคนงานที่โดนน้ำท่วม ดูรายละเอียดที่หน้าบริการอบโอโซน
  9. มีบันทึกการดำเนินงาน ช่วยประกอบเอกสารความพร้อมของโรงเรือนเมื่อคู่ค้าหรือผู้ตรวจเข้ามาตรวจ
  10. โปรโมชันสำหรับงานขนาดใหญ่ งานอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาท รับฟรีสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ ใช้เช็ดจุดสัมผัสในสำนักงานและบ้านพัก สอบถามโปรโมชัน

ก่อนและหลัง: โรงเรือนที่พร้อมรับสัตว์รุ่นใหม่

ก่อนฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ

  • กลิ่นแอมโมเนียและกลิ่นเน่าฉุนตั้งแต่หน้าประตู
  • แผงรังผึ้งมีคราบตะกอนและเชื้อราเกาะ
  • ห้องเก็บอาหารอับชื้น กระสอบมีก้อนจับตัว
  • พื้นยังชื้น รอยแตกมีโคลนตกค้าง
  • หนูและแมลงวันชุกชุม
  • ไม่มีบันทึกการฆ่าเชื้อให้คู่ค้าตรวจสอบ

หลังล้าง ทำให้แห้ง และอบโอโซน

  • อากาศในโรงเรือนสดชื่นขึ้น กลิ่นลดลงชัดเจน
  • แผงรังผึ้งที่เสียหายถูกเปลี่ยน ส่วนที่เหลือล้างและผ่านการอบ
  • ห้องเก็บอาหารแห้ง สะอาด พร้อมรับอาหารล็อตใหม่
  • พื้นแห้งสนิท ซ่อมรอยแตกแล้ว
  • มีแผนควบคุมหนูและแมลง
  • มีบันทึกวันเวลาและโซนที่ดำเนินการ

กรณีตัวอย่าง: ฟาร์มสุกรขุนในอยุธยา

กรณีตัวอย่างต่อไปนี้เป็นสถานการณ์จำลองที่สะท้อนปัญหาที่พบบ่อย ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้ารายใดรายหนึ่ง

คุณวิไล เจ้าของฟาร์มสุกรขุนขนาดกลางในอำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีโรงเรือนระบบปิดสามหลัง ห้องเก็บอาหารสัตว์ และบ้านพักคนงาน น้ำท่วมเข้าพื้นที่ฟาร์มราวสองสัปดาห์ เธอย้ายสุกรไปยังพื้นที่สูงของญาติได้ส่วนใหญ่ แต่โรงเรือนทั้งหมดจมน้ำ

หลังน้ำลด คุณวิไลปรึกษาสัตวแพทย์ประจำฟาร์มก่อนลงมือ แผนที่ได้คือ ทิ้งอาหารสัตว์ที่อยู่ในห้องเก็บทั้งหมด ขนมูลและโคลนออก ล้างพื้นและผนังด้วยน้ำแรงดันและผงซักฟอก ขัดรางอาหาร ถอดล้างท่อน้ำดื่มและหัวนิปเปิ้ล ถอดแผงรังผึ้งที่เสียหายเพื่อเปลี่ยนใหม่ ซ่อมรอยแตกของพื้น แล้วพ่นสารฆ่าเชื้อสำหรับฟาร์มตามคำแนะนำ จากนั้นปล่อยให้โรงเรือนแห้งและพักตามระยะที่สัตวแพทย์กำหนด

ในช่วงพักโรงเรือน คุณวิไลนัดทีม WHD เข้าอบโอโซนโรงเรือนระบบปิดทีละหลัง ห้องเก็บอาหารสัตว์ที่ว่างแล้ว ห้องเปลี่ยนชุดคนงาน และบ้านพักคนงานที่มีกลิ่นอับรุนแรง ทุกขั้นตอนทำขณะที่ไม่มีสัตว์และคนอยู่ในพื้นที่ เมื่อครบช่วงพักและระบายอากาศ จึงค่อยรับอาหารล็อตใหม่เข้าห้องเก็บ และนำสุกรรุ่นใหม่เข้าตามแผน คุณวิไลบอกว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปชัดที่สุดคือกลิ่นในโรงเรือนและบ้านพัก และการที่เธอมีบันทึกครบทุกขั้นตอนไว้แสดงกับบริษัทคู่ค้าเมื่อเข้ามาตรวจความพร้อม

เช็กลิสต์ฟื้นฟูฟาร์มหลังน้ำท่วม

ความปลอดภัยของคน

  • ตัดไฟก่อนเข้าโรงเรือน ให้ช่างตรวจพัดลม ปั๊มน้ำ และตู้ควบคุมก่อนเปิดใช้
  • สวมรองเท้าบูทยาง ถุงมือยาง หน้ากาก และแว่นตา ปิดแผลให้มิดชิด ล้างมือและอาบน้ำหลังเลิกงาน
  • ผู้ที่มีไข้ ปวดน่อง ท้องเสีย หรืออาการผิดปกติหลังลุยน้ำ ให้พบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำ

สัตว์และซาก

  • แจ้งสัตวแพทย์หรือปศุสัตว์อำเภอเมื่อสัตว์ป่วยหรือตายผิดปกติ
  • กำจัดซากสัตว์ตามคำแนะนำของหน่วยงาน ไม่ทิ้งลงแหล่งน้ำ

อาหารสัตว์และน้ำ

  • ทิ้งอาหารสัตว์ที่สัมผัสน้ำ เปียกชื้น มีก้อนจับตัว หรือมีจุดรา
  • ล้างถังเก็บน้ำ ท่อน้ำดื่ม และหัวนิปเปิ้ล ตรวจคุณภาพน้ำก่อนให้สัตว์ดื่ม

โรงเรือน

  • ขนวัสดุรองพื้น มูล และโคลนออกทั้งหมด
  • ล้างด้วยสารทำความสะอาดก่อน แล้วจึงใช้สารฆ่าเชื้อสำหรับฟาร์มตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
  • ตรวจและเปลี่ยนแผงรังผึ้ง ฉนวน และฝ้าที่เสียหาย
  • ทำให้แห้งสนิทและซ่อมรอยแตกของพื้น
  • วางแผนควบคุมหนูและแมลงวัน

อบโอโซนและหลังบริการ

  • นัดทีม WHD อบโอโซนพื้นที่ปิดทีละโซน ขณะไม่มีสัตว์ คน และพืชในพื้นที่
  • หลังช่วงพักและระบายอากาศ ตรวจความเรียบร้อยก่อนรับอาหารล็อตใหม่และสัตว์รุ่นใหม่
  • เก็บบันทึกทุกขั้นตอนไว้ในแฟ้มความพร้อมของโรงเรือน

คำถามที่พบบ่อย

อบโอโซนขณะที่มีสัตว์อยู่ในโรงเรือนได้ไหม

ไม่ได้เด็ดขาด โอโซนความเข้มข้นที่ใช้ฆ่าเชื้อเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจของทั้งคนและสัตว์ ต้องทำในช่วงที่โรงเรือนว่างทั้งหมดเท่านั้น

โรงเรือนเปิดแบบผนังโปร่งอบโอโซนได้หรือไม่

ไม่เหมาะ เพราะก๊าซจะรั่วออกไปก่อนถึงความเข้มข้นที่ต้องการ สำหรับโรงเรือนเปิดควรใช้การล้างและสารฆ่าเชื้อตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ ส่วนการอบโอโซนใช้กับห้องเก็บอาหาร สำนักงาน และบ้านพักที่อยู่ในฟาร์มได้

อาหารสัตว์ที่เปียกน้ำ ถ้าตากแห้งแล้วอบโอโซนจะใช้ต่อได้ไหม

ไม่ได้ อาหารที่เปียกน้ำท่วมอาจมีเชื้อก่อโรคและสารพิษจากเชื้อราซึ่งมองไม่เห็น ควรทิ้งทั้งหมดเพื่อความปลอดภัยของสัตว์

การอบโอโซนใช้แทนการพ่นยาฆ่าเชื้อของฟาร์มได้หรือไม่

ไม่ได้ การอบโอโซนเป็นขั้นตอนเสริมหลังการล้างและฆ่าเชื้อตามโปรแกรมของฟาร์ม ช่วยจัดการกับเชื้อในอากาศ กลิ่น และจุดอับที่เข้าถึงยาก

ต้องรอนานแค่ไหนถึงนำสัตว์เข้าได้

หลังการอบ ต้องรอช่วงพักและระบายอากาศตามที่ทีมงานแจ้งก่อนคนเข้าได้ ส่วนการนำสัตว์รุ่นใหม่เข้าควรเป็นไปตามระยะพักโรงเรือนที่สัตวแพทย์ประจำฟาร์มกำหนด

WHD รับงานต่างจังหวัดหรือไม่

สามารถติดต่อสอบถามพื้นที่ให้บริการและนัดสำรวจได้ทางโทรศัพท์หรือ LINE ทีมงานจะประเมินขนาดงานและแนะนำแผนที่เหมาะกับฟาร์มของท่าน

เริ่มรุ่นใหม่ในโรงเรือนที่พร้อมจริง

ปรึกษาทีม World Health Disinfection เพื่อวางแผนอบโอโซนโรงเรือนระบบปิด ห้องเก็บอาหารสัตว์ และบ้านพักคนงาน ต่อจากการล้างและทำให้แห้ง ในช่วงพักโรงเรือน

นัดสำรวจฟาร์มและอบโอโซน

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#อบโอโซน #บริการอบโอโซน #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #โอโซนฆ่าเชื้อ #น้ำท่วม #ฟาร์มปศุสัตว์ #โรงเรือนไก่ #ฟาร์มสุกร

คำค้นหา: อบโอโซนฟาร์มหลังน้ำท่วม, ฟื้นฟูโรงเรือนไก่หลังน้ำท่วม, ฆ่าเชื้อโรงเรือนสุกร, ห้องเก็บอาหารสัตว์ขึ้นรา, อาหารสัตว์เปียกน้ำ, โรงเรือนอีแวป, บริการอบโอโซน, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้