อบโอโซนโรงงานอาหารหลังน้ำท่วม: ปิดความเสี่ยงเชื้อ Listeria และเชื้อราในไลน์ผลิตและร้านเบเกอรี่ ก่อนเดินเครื่องใหม่

Last updated: 30 ก.ย. 2569  |  30 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการอบโอโซน

อบโอโซนโรงงานอาหารหลังน้ำท่วม: ปิดความเสี่ยงเชื้อ Listeria และเชื้อราในไลน์ผลิตและร้านเบเกอรี่ ก่อนเดินเครื่องใหม่

สำหรับโรงงานอาหาร ครัวกลาง และร้านเบเกอรี่ น้ำท่วมไม่ได้จบลงในวันที่ระดับน้ำลดลง ความเสียหายที่แท้จริงมักซ่อนอยู่ในจุดที่มองไม่เห็น ทั้งท่อระบายน้ำใต้พื้นห้องผลิต รอยต่อของผนังแซนด์วิชพาเนล ช่องใต้สายพานลำเลียง ขอบยางประตูห้องเย็น และมุมอับในคลังแป้ง ซึ่งเป็นที่หลบซ่อนชั้นดีของเชื้อ Listeria และเชื้อรา เชื้อเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เครื่องจักรหยุดทำงาน แต่สามารถทำให้สินค้าทั้งล็อตถูกเรียกคืน ลูกค้าหยุดสั่ง และชื่อเสียงที่สร้างมาหลายปีหายไปในข้ามคืน บทความนี้เขียนขึ้นสำหรับเจ้าของกิจการ ผู้จัดการฝ่ายผลิต และเจ้าหน้าที่ควบคุมคุณภาพ ที่ต้องการฟื้นฟูพื้นที่ผลิตอาหารอย่างเป็นระบบ และใช้การอบโอโซนฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนเสริมที่ช่วยปิดช่องโหว่ในจุดที่ผ้าและน้ำยาเข้าไม่ถึง ก่อนกลับมาเดินไลน์ผลิตอีกครั้ง

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย: ร้านขนมปังในปทุมธานีที่เกือบต้องปิดกิจการ

คุณนก เจ้าของร้านเบเกอรี่ขนาดกลางในอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ส่งขนมปังและเค้กให้ร้านกาแฟกว่ายี่สิบแห่งในละแวกนั้น ปลายฤดูฝนปีหนึ่ง น้ำจากคลองข้างซอยเอ่อเข้ามาในห้องผลิตสูงราวครึ่งเข่าและขังอยู่เกือบสี่วัน เมื่อน้ำลด เธอและลูกจ้างรีบตักโคลน ล้างพื้นด้วยน้ำยาล้างพื้นทั่วไป ราดน้ำยาฟอกขาวตามมุม แล้วเปิดพัดลมเป่าอีกสองวัน ทุกอย่างดูสะอาดเรียบร้อย เตาอบยังใช้งานได้ เครื่องนวดแป้งยังหมุนได้ เธอจึงตัดสินใจเปิดไลน์ผลิตทันทีเพราะลูกค้าเร่งให้ส่งของ

ผ่านไปราวหนึ่งสัปดาห์ ร้านกาแฟหลายแห่งเริ่มโทรมาแจ้งว่าขนมปังขึ้นจุดราสีเขียวอมเทาเร็วกว่าปกติ บางชิ้นยังไม่ถึงวันหมดอายุที่พิมพ์ไว้บนถุงด้วยซ้ำ ลูกค้ารายหนึ่งส่งรูปเค้กที่มีจุดราบนผิวครีมมาให้ดู และขอหยุดสั่งชั่วคราว เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียด คุณนกพบว่าผนังด้านหลังชั้นวางถาดขนมมีคราบราเป็นดวง ๆ ช่องระบายอากาศเหนือห้องพักแป้งมีฝุ่นเปียกจับเป็นก้อน ขอบยางประตูตู้แช่ครีมมีคราบดำ และท่อระบายน้ำใต้อ่างล้างถาดยังส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกมาตลอดเวลา สปอร์ราที่ลอยอยู่ในอากาศของห้องผลิตกำลังตกลงบนขนมที่พักให้เย็นก่อนบรรจุทุกวัน

สิ่งที่คุณนกเรียนรู้คือ การทำความสะอาดที่มองเห็นได้ด้วยตานั้นยังไม่พอสำหรับพื้นที่ผลิตอาหาร เพราะปัญหาใหญ่อยู่ที่อากาศ ท่อ ช่อง และรอยต่อ ซึ่งเป็นที่ที่ผ้าเช็ดและสเปรย์เข้าไปไม่ถึง เรื่องนี้เป็นภาพตัวอย่างที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ กับผู้ประกอบการอาหารรายเล็กและรายกลางในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ทั้งอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี สุโขทัย อุบลราชธานี และหาดใหญ่ และเป็นเหตุผลที่บทความนี้ต้องพูดถึงเชื้อสองกลุ่มหลักอย่างละเอียด

รู้จักเชื้อ Listeria: ศัตรูเงียบของโรงงานอาหารที่ชอบความเย็นและความชื้น

Listeria monocytogenes เป็นแบคทีเรียที่พบได้ทั่วไปในดิน น้ำ โคลน และสิ่งแวดล้อมทางการเกษตร เมื่อน้ำท่วมพัดพาโคลนและน้ำเสียเข้ามาในอาคาร เชื้อชนิดนี้จึงมีโอกาสเข้ามาอยู่ในพื้นที่ผลิตอาหารได้โดยตรง สิ่งที่ทำให้ Listeria แตกต่างจากแบคทีเรียก่อโรคอาหารเป็นพิษทั่วไปคือ มันสามารถเจริญเติบโตได้แม้ในอุณหภูมิตู้เย็น ขณะที่เชื้อหลายชนิดหยุดเพิ่มจำนวนเมื่ออยู่ในความเย็น Listeria กลับค่อย ๆ เพิ่มจำนวนต่อไปได้ ห้องเย็น ตู้แช่ครีม ตู้พักแป้ง และห้องบรรจุที่ควบคุมอุณหภูมิ จึงไม่ใช่เกราะป้องกันที่สมบูรณ์

อีกคุณสมบัติที่ทำให้ Listeria เป็นปัญหาของอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลกคือความสามารถในการสร้างไบโอฟิล์ม ซึ่งเป็นชั้นเมือกบาง ๆ ที่เชื้อสร้างขึ้นเพื่อยึดเกาะกับพื้นผิวและปกป้องตัวเองจากน้ำยาทำความสะอาด ไบโอฟิล์มมักเกิดในจุดที่เปียกชื้นตลอดเวลาและทำความสะอาดยาก เช่น ท่อระบายน้ำบนพื้น รางน้ำ รอยแตกของพื้นอีพ็อกซี ขาตั้งเครื่องจักรกลวง ใต้สายพาน ขอบยางประตู และแผงคอยล์เย็นของห้องเย็น เมื่อไบโอฟิล์มเกิดขึ้นแล้ว เชื้ออาจถูกปล่อยออกมาปนเปื้อนสินค้าเป็นระยะ ๆ แม้ว่าพื้นผิวจะดูสะอาดดีก็ตาม

อาการของโรคลิสทีเรียและกลุ่มเสี่ยง

ผู้ที่ได้รับเชื้อผ่านอาหารอาจมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ หรือท้องเสีย บางรายอาการเริ่มหลังรับประทานอาหารไปหลายวันหรือหลายสัปดาห์ ทำให้ติดตามต้นเหตุได้ยาก ในกลุ่มเสี่ยง เชื้ออาจลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดหรือระบบประสาท และก่อให้เกิดภาวะรุนแรงได้ กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่

  • หญิงตั้งครรภ์ ซึ่งแม้แม่จะมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่เชื้ออาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้
  • ทารกแรกเกิด ที่ภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง
  • ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหลายโรค
  • ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยมะเร็งที่รับเคมีบำบัด ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ป่วยเบาหวานหรือโรคไตเรื้อรัง

อาหารที่มักถูกกล่าวถึงในเรื่องความเสี่ยงของ Listeria คืออาหารพร้อมรับประทานที่ไม่ผ่านการให้ความร้อนอีกหลังบรรจุ เช่น แซนด์วิช สลัด ไส้กรอกและแฮมหั่น ชีสนิ่ม ครีมและขนมที่มีไส้ครีมแช่เย็น รวมทั้งเบเกอรี่ที่ตกแต่งหลังอบ ซึ่งเป็นสินค้าหลักของร้านเบเกอรี่และครัวกลางจำนวนมาก หากท่านหรือพนักงานมีไข้ ท้องเสีย หรืออาการผิดปกติหลังน้ำท่วม ควรพบแพทย์ทันที และหากเคยลุยน้ำแล้วมีไข้สูงร่วมกับปวดน่อง ต้องแจ้งแพทย์ด้วย เพราะอาจเป็นโรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส

เชื้อราในห้องผลิตและคลังวัตถุดิบ: ปัญหาที่ขยายตัวเร็วกว่าที่คิด

ขณะที่ Listeria เป็นภัยด้านความปลอดภัยอาหาร เชื้อราเป็นภัยทั้งด้านความปลอดภัยและด้านคุณภาพ องค์การอนามัยโลกและศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกาแนะนำตรงกันว่า หลังน้ำท่วมควรทำความสะอาดและทำให้พื้นที่แห้งให้เร็วที่สุด โดยทั่วไปภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง เพื่อจำกัดการเติบโตของเชื้อรา แต่ในความเป็นจริง โรงงานและร้านเบเกอรี่ส่วนใหญ่เข้าพื้นที่ได้หลังจากน้ำขังไปหลายวันแล้ว เชื้อราจึงเริ่มตั้งรกรากก่อนที่ใครจะได้ลงมือทำความสะอาด

ในพื้นที่ผลิตอาหาร เชื้อรามีแหล่งอาศัยที่ชอบเป็นพิเศษ ได้แก่ ผนังและฝ้าที่ดูดน้ำ ฉนวนภายในผนังแซนด์วิชพาเนลที่มีรอยรั่ว พาเลตไม้ กล่องกระดาษ ถุงแป้ง น้ำตาล และวัตถุดิบแห้งที่ดูดความชื้นจากอากาศ รวมถึงท่อลมและคอยล์ของระบบปรับอากาศ เมื่อสปอร์ราลอยอยู่ในอากาศ มันจะตกลงบนผิวขนมปังที่กำลังพักให้เย็น บนเนื้อครีม บนผลไม้ตกแต่ง หรือบนบรรจุภัณฑ์ที่วางรอใช้งาน ผลคือสินค้ามีอายุการเก็บสั้นลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งเป็นอาการที่ผู้ประกอบการหลายรายพบหลังน้ำลด

เชื้อราบางชนิดยังสามารถสร้างสารพิษจากเชื้อรา หรือไมโคท็อกซิน ในวัตถุดิบที่เปียกชื้น เช่น ธัญพืช ถั่ว และแป้ง สารพิษเหล่านี้ทนความร้อนได้ดี การอบหรือการฆ่าเชื้อในภายหลังจึงไม่ได้ทำให้วัตถุดิบที่เคยขึ้นรากลับมาปลอดภัย วัตถุดิบใดที่สัมผัสน้ำท่วมหรือมีร่องรอยความชื้นและรา ต้องคัดทิ้งเท่านั้น ไม่มีวิธีใด รวมทั้งการอบโอโซน ที่ทำให้วัตถุดิบเหล่านั้นกลับมาใช้ได้อีก

สำหรับพนักงาน สปอร์ราในอากาศยังส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง ผู้ที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืดอาจมีอาการคัดจมูก จาม ไอ แน่นหน้าอก หรือหายใจลำบากมากขึ้นเมื่อทำงานในห้องผลิตที่มีเชื้อรา ส่วนผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อราที่รุนแรงกว่า การฟื้นฟูพื้นที่จึงเป็นทั้งเรื่องคุณภาพสินค้าและเรื่องสุขภาพของคนทำงาน

ผลกระทบที่เจ้าของโรงงานอาหารและร้านเบเกอรี่ต้องเจอ

1. สุขภาพของผู้บริโภคและพนักงาน

อาหารเป็นสินค้าที่เข้าสู่ร่างกายโดยตรง หากมีการปนเปื้อนเชื้อก่อโรคแม้เพียงล็อตเดียว ผู้ที่ได้รับผลกระทบอาจเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ หรือหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่รู้ตัว ส่วนพนักงานที่ต้องทำงานในห้องที่อับชื้นทุกวันก็เสี่ยงต่อปัญหาทางเดินหายใจและผิวหนัง ความรับผิดชอบต่อสุขภาพของคนสองกลุ่มนี้คือหัวใจของธุรกิจอาหาร

2. ต้นทุนและรายได้

ความเสียหายทางการเงินไม่ได้มีแค่ค่าซ่อมเครื่องจักรและวัตถุดิบที่ต้องทิ้ง แต่รวมถึงสินค้าที่ถูกตีกลับเพราะขึ้นราก่อนกำหนด ค่าขนส่งซ้ำ ค่าทำลายสินค้า ค่าแรงที่ต้องจ่ายแม้ไลน์ผลิตหยุด และที่หนักที่สุดคือค่าเสียโอกาสเมื่อลูกค้ารายใหญ่หันไปสั่งจากคู่แข่งระหว่างที่ท่านยังฟื้นฟูไม่เสร็จ

3. เวลาที่เสียไปกับการแก้ปัญหาซ้ำ

การเปิดไลน์ผลิตเร็วเกินไปโดยที่ปัญหายังไม่หมด มักนำไปสู่การหยุดไลน์ครั้งที่สอง ซึ่งเสียเวลามากกว่าการทำให้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก ทีมงานต้องทำความสะอาดใหม่ สืบหาต้นเหตุ และเขียนรายงานชี้แจงลูกค้า เวลาทั้งหมดนี้คือเวลาที่ควรใช้ไปกับการผลิตและขาย

4. ชื่อเสียงและความเชื่อมั่น

ในยุคที่ผู้บริโภคถ่ายรูปสินค้าขึ้นราแล้วโพสต์ลงโซเชียลมีเดียได้ภายในไม่กี่วินาที ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจกลายเป็นข่าวที่ติดอยู่กับชื่อแบรนด์ไปอีกนาน ลูกค้าที่เป็นร้านกาแฟ โรงแรม หรือห้างค้าปลีก อาจขอดูหลักฐานการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำท่วมก่อนกลับมาสั่งซื้อ การมีเอกสารแสดงขั้นตอนที่ชัดเจนจึงช่วยให้การเจรจาง่ายขึ้นมาก

5. ครอบครัวและความมั่นคงของกิจการ

ร้านเบเกอรี่และโรงงานอาหารจำนวนมากในไทยเป็นธุรกิจครอบครัว บ้านและพื้นที่ผลิตอาจอยู่ในอาคารเดียวกัน เมื่อพื้นที่ผลิตยังมีเชื้อราและกลิ่นอับ คนในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่อยู่ชั้นบน ก็ได้รับผลกระทบไปด้วย ความเครียดจากการที่รายได้หยุดชะงักยังส่งผลต่อทุกคนในบ้าน

ทำไมวิธีทำความสะอาดแบบเดิม ๆ จึงไม่พอสำหรับพื้นที่ผลิตอาหาร

น้ำยาฟอกขาวทำงานได้เฉพาะบนผิวที่มันสัมผัส การราดน้ำยาคลอรีนบนพื้นและผนังช่วยได้เฉพาะจุดที่น้ำยาเข้าถึงและสัมผัสนานพอ แต่ไม่สามารถเข้าไปในรอยต่อแคบ ช่องหลังตู้ ภายในท่อลม หรือสปอร์ที่ลอยอยู่ในอากาศได้ ยิ่งไปกว่านั้น คลอรีนจะหมดประสิทธิภาพลงมากเมื่อเจอคราบโคลนหรือสารอินทรีย์ หากราดลงไปโดยยังล้างโคลนไม่หมด ผลที่ได้จะน้อยกว่าที่คาด และการใช้คลอรีนเข้มข้นมากเกินไปในห้องผลิตยังอาจทิ้งกลิ่นที่ติดไปกับสินค้า

พัดลมและการเปิดหน้าต่างเพียงอย่างเดียวช่วยให้แห้งแต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ การเป่าลมช่วยลดความชื้นซึ่งจำเป็นมาก แต่ในขณะเดียวกันก็อาจพัดสปอร์ราให้กระจายไปทั่วห้อง รวมถึงเข้าไปในห้องบรรจุและคลังบรรจุภัณฑ์ที่เคยสะอาด

น้ำหอมปรับอากาศกลบกลิ่น แต่ไม่ได้แก้ต้นเหตุ ในพื้นที่ผลิตอาหาร การใช้สารให้กลิ่นยังอาจทำให้กลิ่นแปลกปลอมติดไปกับสินค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าไม่ต้องการ

การทาสีทับหรือติดแผ่นใหม่ปิดคราบรา เป็นการซ่อนปัญหาไว้ใต้พื้นผิว เชื้อราที่อยู่ข้างใต้จะเติบโตต่อและกลับมาปรากฏอีกครั้ง ซึ่งมักเกิดในช่วงที่ท่านกำลังเร่งผลิตพอดี

การพึ่งพาเครื่องฟอกอากาศขนาดเล็ก ช่วยกรองอนุภาคในบางส่วนของห้อง แต่ไม่เพียงพอสำหรับพื้นที่ผลิตขนาดใหญ่ ไม่เข้าถึงช่องว่างในผนังและท่อ และไม่สามารถจัดการเชื้อที่เกาะอยู่บนพื้นผิวได้

ประเด็นสำคัญคือ ไม่มีวิธีใดวิธีหนึ่งที่แก้ได้ทุกปัญหา การฟื้นฟูพื้นที่ผลิตอาหารที่ดีต้องเป็นลำดับขั้นตอน เริ่มจากการเอาโคลนและวัสดุที่เสียหายออก ล้างด้วยสารทำความสะอาดที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่อาหาร ขัดไบโอฟิล์มในท่อและจุดเสี่ยง ทำให้แห้งสนิท จากนั้นจึงใช้การอบโอโซนเป็นขั้นตอนเสริมเพื่อจัดการกับเชื้อในอากาศ กลิ่น และจุดที่เข้าถึงยาก

คำตอบจาก WHD: บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อสำหรับพื้นที่ผลิตอาหาร

World Health Disinfection ให้บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคาร ซึ่งครอบคลุมบ้าน คอนโด โรงแรม สำนักงาน โรงงาน โรงเรียน และโรงพยาบาล โอโซน หรือ O3 คือก๊าซที่มีคุณสมบัติออกซิไดซ์สูง เมื่อกระจายตัวในห้องที่ปิดสนิท โอโซนจะเข้าไปทำลายโครงสร้างเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมทั้งสลายโมเลกุลของกลิ่น จากนั้นจะคืนตัวกลับเป็นออกซิเจน หรือ O2 โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง ซึ่งเป็นข้อดีสำคัญสำหรับพื้นที่ที่ต้องสัมผัสอาหาร

ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง บริการของ WHD ผ่านการทดสอบและรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ Intertek ประเทศอังกฤษ ในการกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ได้ถึง 99.99% ท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้าเอกสารรับรองของบริษัท

ขั้นตอนการทำงานในโรงงานอาหารและร้านเบเกอรี่

  1. สำรวจพื้นที่และวางแผนโซน ทีมงานเดินสำรวจร่วมกับผู้รับผิดชอบฝ่ายผลิต แบ่งพื้นที่เป็นโซน เช่น ห้องผสมแป้ง ห้องอบ ห้องพักเย็น ห้องบรรจุ ห้องเย็น คลังวัตถุดิบ คลังบรรจุภัณฑ์ ห้องแต่งตัวพนักงาน และสำนักงาน เพื่อจัดลำดับการอบให้พื้นที่สะอาดไม่ถูกปนเปื้อนซ้ำจากพื้นที่ที่ยังไม่ได้ทำ
  2. เตรียมพื้นที่ ย้ายหรือปิดผนึกวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่ยังใช้ได้ ปิดประตูหน้าต่างและช่องลม ปิดระบบระบายอากาศที่อาจดูดโอโซนออกไปภายนอก และตรวจสอบว่าไม่มีคน สัตว์ หรือพืชเหลืออยู่ในพื้นที่
  3. ปล่อยโอโซน เปิดเครื่องผลิตโอโซนให้ก๊าซกระจายเต็มห้อง รวมทั้งเข้าไปในซอกหลังเครื่องจักร ใต้สายพาน และช่องว่างที่เข้าถึงยาก
  4. ระยะสัมผัส คงความเข้มข้นไว้ตามเวลาที่กำหนด โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน ขึ้นกับขนาดห้องและสภาพปัญหา
  5. พักและระบายอากาศ หยุดเครื่องแล้วรอให้โอโซนคืนตัวเป็นออกซิเจน จากนั้นเปิดระบายอากาศ ก่อนอนุญาตให้คนกลับเข้าพื้นที่
  6. ส่งมอบพื้นที่และบันทึกงาน ทีมงานแจ้งพื้นที่ที่ดำเนินการ วันเวลา และคำแนะนำหลังบริการ เพื่อให้ฝ่ายคุณภาพนำไปรวมในบันทึกการฟื้นฟูพื้นที่ได้

ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย: การอบโอโซนต้องทำในพื้นที่ปิดที่ว่างเปล่าเท่านั้น คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องออกจากพื้นที่ทั้งหมด และกลับเข้าได้หลังผ่านช่วงพักและระบายอากาศตามที่ทีมงานแจ้งเท่านั้น การอบโอโซนเป็นขั้นตอนหลังการขนโคลน ล้าง และทำให้แห้ง ไม่ได้ใช้แทนการทำความสะอาด ไม่ได้ใช้แทนมาตรการด้านความปลอดภัยอาหารของโรงงาน และไม่ได้ทำให้วัตถุดิบที่สัมผัสน้ำท่วมกลับมาใช้ได้

10 เหตุผลที่โรงงานอาหารและร้านเบเกอรี่เลือกอบโอโซนหลังน้ำท่วม

  1. ไม่มีสารเคมีตกค้างบนพื้นผิวสัมผัสอาหาร โอโซนคืนตัวเป็นออกซิเจน จึงไม่ทิ้งคราบหรือกลิ่นสารเคมีบนโต๊ะสแตนเลส ถาดอบ และเครื่องจักร ซึ่งเหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง อ่านเพิ่มเติมเรื่องโอโซนกับการลดสารเคมีตกค้าง
  2. เข้าถึงจุดที่ผ้าและสเปรย์เข้าไม่ถึง ก๊าซกระจายเข้าไปใต้สายพาน หลังตู้อบ และซอกเครื่องจักรที่ถอดล้างยาก
  3. จัดการสปอร์ราที่ลอยในอากาศ ช่วยลดโอกาสที่สปอร์จะตกลงบนสินค้าระหว่างพักเย็นและบรรจุ
  4. สลายกลิ่นอับและกลิ่นน้ำเน่า กลิ่นที่ติดอยู่ในห้องผลิตสามารถซึมเข้าสู่แป้ง ครีม และบรรจุภัณฑ์ได้ การสลายโมเลกุลกลิ่นช่วยปกป้องรสชาติสินค้า
  5. ใช้เวลาต่อโซนสั้น ประมาณ 30 นาทีต่อโซน วางแผนทำเป็นกะหรือช่วงวันหยุดได้ ลดเวลาที่ไลน์ผลิตต้องหยุด
  6. ผลการทดสอบที่ตรวจสอบได้ ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek ประเทศอังกฤษ ในการกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา 99.99%
  7. ช่วยเสริมแผนสุขาภิบาลที่มีอยู่ ใช้ร่วมกับขั้นตอนทำความสะอาดและฆ่าเชื้อตามมาตรฐานของโรงงานได้ ไม่ต้องรื้อระบบเดิม
  8. มีบันทึกการดำเนินงาน ข้อมูลวันเวลาและโซนที่ดำเนินการช่วยให้ฝ่ายคุณภาพนำไปประกอบการชี้แจงลูกค้าและผู้ตรวจประเมินได้
  9. ทีมงานมีประสบการณ์กับอาคารหลายประเภท ทั้งโรงงาน โรงพยาบาล และโรงแรม จึงเข้าใจการแบ่งโซนและการควบคุมการเข้าออกพื้นที่ ดูรายละเอียดได้ที่หน้าบริการอบโอโซน
  10. คุ้มค่าเมื่อเทียบกับความเสียหายจากการเรียกคืนสินค้า และสำหรับงานอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาท ท่านจะได้รับสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ฟรี ไว้ใช้เช็ดจุดสัมผัสบ่อยต่อหลังบริการ สอบถามรายละเอียดโปรโมชัน

ก่อนและหลัง: ภาพที่เปลี่ยนไปในพื้นที่ผลิต

ก่อนฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ

  • กลิ่นอับและกลิ่นน้ำเน่าลอยจากท่อระบายน้ำตลอดวัน
  • จุดราดำตามผนังหลังชั้นวางถาดและฝ้าเหนือห้องพักเย็น
  • ขนมปังและเค้กขึ้นราเร็วกว่าวันหมดอายุ
  • พนักงานจามและคัดจมูกระหว่างกะ
  • ลูกค้าขอหยุดสั่งชั่วคราว ไม่มั่นใจในสินค้า
  • ไม่มีเอกสารยืนยันขั้นตอนฟื้นฟูให้ลูกค้าดู

หลังล้าง ทำให้แห้ง และอบโอโซน

  • อากาศในห้องผลิตสดชื่น ไม่มีกลิ่นแปลกปลอมติดสินค้า
  • ผนังและฝ้าที่เสียหายถูกเปลี่ยน พื้นที่ที่เหลือผ่านการอบครบทุกโซน
  • อายุการเก็บสินค้ากลับมาใกล้เคียงปกติ
  • พนักงานทำงานได้สบายขึ้น
  • มีบันทึกวันเวลาและโซนที่ดำเนินการ ช่วยในการชี้แจงลูกค้า
  • ทีมงานมั่นใจในการเดินไลน์ผลิตใหม่

กรณีตัวอย่าง: ครัวกลางผลิตแซนด์วิชในนนทบุรี

กรณีตัวอย่างต่อไปนี้เป็นสถานการณ์จำลองที่สะท้อนปัญหาที่พบบ่อย ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้ารายใดรายหนึ่ง

คุณเอ็ม ผู้จัดการครัวกลางขนาดเล็กในอำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ผลิตแซนด์วิช สลัด และขนมไส้ครีมส่งร้านสะดวกซื้ออิสระและร้านกาแฟ น้ำท่วมเข้าชั้นล่างซึ่งเป็นทั้งห้องเตรียมวัตถุดิบและห้องเย็น เมื่อน้ำลด คุณเอ็มรู้ดีว่าสินค้าของเขาเป็นอาหารพร้อมรับประทานที่ไม่ผ่านความร้อนอีกหลังบรรจุ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องระวังเรื่อง Listeria มากเป็นพิเศษ จึงตัดสินใจไม่รีบเปิดไลน์

ทีมของคุณเอ็มเริ่มจากการทิ้งวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำ ถอดแผ่นฝ้าและฉนวนที่เปียก ล้างและขัดท่อระบายน้ำ รางน้ำ ขาเครื่องจักร และขอบยางประตูห้องเย็น เปลี่ยนขอบยางที่ฉีกขาด ทำความสะอาดคอยล์เย็นตามคำแนะนำของช่างระบบ แล้วเปิดเครื่องลดความชื้นต่อเนื่อง เมื่อพื้นที่แห้งสนิท จึงนัดทีม WHD เข้าอบโอโซนทีละโซน เริ่มจากห้องบรรจุซึ่งเป็นพื้นที่สะอาดที่สุด ไล่ไปยังห้องเตรียม ห้องเย็น และคลังวัตถุดิบ

หลังจากนั้น ฝ่ายคุณภาพของครัวกลางส่งตัวอย่างสว็อบพื้นผิวและตัวอย่างสินค้าทดลองผลิตไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง ก่อนกลับมาส่งสินค้าเต็มกำลัง คุณเอ็มสรุปว่า การมีขั้นตอนครบตั้งแต่การล้าง การทำให้แห้ง การอบโอโซน ไปจนถึงผลตรวจจากห้องปฏิบัติการ ทำให้เขาคุยกับลูกค้าได้อย่างมั่นใจ และลูกค้าส่วนใหญ่กลับมาสั่งตามปกติ

บทเรียนจากกรณีนี้คือ การอบโอโซนมีคุณค่ามากที่สุดเมื่อเป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูที่ครบวงจร ไม่ใช่ทางลัดแทนขั้นตอนอื่น

เช็กลิสต์ฟื้นฟูพื้นที่ผลิตอาหารหลังน้ำท่วม

ช่วงที่ 1: ความปลอดภัยก่อนเข้าพื้นที่

  • ตัดไฟฟ้าและแก๊สก่อนเข้า ให้ช่างไฟตรวจแผงไฟและมอเตอร์ของเครื่องจักรก่อนเปิดใช้งาน
  • สวมรองเท้าบูทยาง ถุงมือยาง หน้ากาก และแว่นป้องกัน หลีกเลี่ยงการให้แผลสัมผัสน้ำและโคลน
  • ถ่ายรูปและบันทึกความเสียหายทุกจุดเพื่อใช้กับประกันภัยและบันทึกคุณภาพ

ช่วงที่ 2: คัดทิ้งและรื้อถอน

  • ทิ้งวัตถุดิบ สินค้า และบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดที่สัมผัสน้ำท่วม รวมถึงของในตู้เย็นที่ไฟดับนานจนอุณหภูมิไม่ปลอดภัย
  • รื้อแผ่นฝ้า ฉนวน พาเลตไม้ และวัสดุดูดน้ำที่เปียกออก
  • ตรวจผนังแซนด์วิชพาเนลว่ามีน้ำเข้าไปในฉนวนหรือไม่ หากมี ควรปรึกษาผู้รับเหมาเรื่องการเปลี่ยน

ช่วงที่ 3: ล้าง ขัด และฆ่าเชื้อพื้นผิว

  • ขนโคลนออกให้หมด ล้างด้วยสารทำความสะอาดที่เหมาะกับพื้นที่อาหาร แล้วตามด้วยสารฆ่าเชื้อสำหรับพื้นผิวสัมผัสอาหาร
  • ให้ความสำคัญกับท่อระบายน้ำ รางน้ำ ขาเครื่องจักร ใต้สายพาน ขอบยางประตู และคอยล์ห้องเย็น ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงไบโอฟิล์ม
  • ถอดชิ้นส่วนเครื่องจักรที่ถอดได้ออกมาล้างแยก

ช่วงที่ 4: ทำให้แห้งสนิท

  • ใช้เครื่องลดความชื้นและพัดลมอุตสาหกรรม ตรวจความชื้นของผนังและพื้นก่อนไปขั้นตอนถัดไป
  • ล้างหรือเปลี่ยนแผ่นกรองของระบบปรับอากาศและระบบระบายอากาศ

ช่วงที่ 5: อบโอโซนและหลังบริการ

  • นัดทีม WHD อบโอโซนทีละโซน ให้แน่ใจว่าไม่มีคน สัตว์ หรือพืชอยู่ในพื้นที่
  • หลังช่วงพักและระบายอากาศ ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสอาหารตามขั้นตอนปกติก่อนเริ่มผลิต
  • พิจารณาส่งตัวอย่างสว็อบพื้นผิวและสินค้าทดลองผลิตไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการ ก่อนผลิตเต็มกำลัง
  • ทบทวนแผนสุขาภิบาลและจุดเสี่ยงร่วมกับที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยอาหาร และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามข้อกำหนดของใบอนุญาต
  • สังเกตสุขภาพพนักงาน ผู้ที่มีไข้ ท้องเสีย หรืออาการผิดปกติ ควรหยุดงานในส่วนผลิตและพบแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

อบโอโซนแล้ว ไม่ต้องทำความสะอาดท่อระบายน้ำและเครื่องจักรได้หรือไม่

ไม่ได้ครับ ไบโอฟิล์มในท่อและบนเครื่องจักรต้องถูกขัดล้างด้วยกลไกและสารทำความสะอาดที่เหมาะสมก่อน การอบโอโซนเป็นขั้นตอนเสริมหลังจากพื้นที่สะอาดและแห้งแล้ว เพื่อจัดการเชื้อในอากาศ กลิ่น และจุดที่เข้าถึงยาก

วัตถุดิบที่โดนน้ำท่วม ถ้าอบโอโซนแล้วนำกลับมาใช้ได้ไหม

ไม่ได้ วัตถุดิบ สินค้า และบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสน้ำท่วมต้องทิ้งทั้งหมด เพราะอาจปนเปื้อนเชื้อก่อโรค สารเคมี และสารพิษจากเชื้อราที่ไม่ถูกทำลายด้วยความร้อนหรือวิธีฆ่าเชื้อใด ๆ

ต้องหยุดไลน์ผลิตนานเท่าไร

ตัวการอบใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อโซน บวกช่วงพักและระบายอากาศ โรงงานส่วนใหญ่จึงวางแผนทำเป็นโซนในช่วงกะกลางคืนหรือวันหยุดได้ ระยะเวลารวมขึ้นกับจำนวนโซนและขนาดพื้นที่ ทีมงานจะประเมินให้หลังสำรวจ

ห้องเย็นและตู้แช่ต้องทำอย่างไร

ควรขนสินค้าออกทั้งหมด ทำความสะอาดผนัง พื้น ชั้นวาง ขอบยาง และถาดรองน้ำทิ้ง ให้ช่างตรวจคอยล์และท่อน้ำทิ้ง ทำให้แห้ง แล้วจึงอบโอโซนขณะห้องว่าง จากนั้นเปิดระบายอากาศตามเวลาที่ทีมงานแจ้งก่อนนำสินค้าเข้า

การอบโอโซนใช้แทนการตรวจเชื้อทางห้องปฏิบัติการได้ไหม

ไม่ได้ การตรวจสว็อบพื้นผิวและตรวจสินค้าเป็นเครื่องมือยืนยันผลของโรงงานเอง ซึ่งควรทำตามแผนความปลอดภัยอาหาร การอบโอโซนช่วยลดเชื้อในสิ่งแวดล้อม แต่การยืนยันผลต้องอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

ร้านเบเกอรี่ที่บ้านและพื้นที่ผลิตอยู่ในตึกเดียวกันทำได้ไหม

ทำได้ครับ ทีมงานจะแบ่งโซนและจัดเวลาให้คนในบ้าน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกจากพื้นที่ที่กำลังอบ ปิดช่องที่เชื่อมระหว่างชั้น และแจ้งเวลาที่กลับเข้าได้อย่างชัดเจน

โอโซนจะทำให้อุปกรณ์เสียหายหรือไม่

สำหรับการอบตามรอบเวลาที่เหมาะสม อุปกรณ์สแตนเลสและเครื่องจักรทั่วไปไม่มีปัญหา ทีมงานจะสำรวจพื้นที่ก่อนและแนะนำการจัดเก็บหรือปิดคลุมวัสดุบางประเภท เช่น ชิ้นส่วนยางที่เสื่อมสภาพ เอกสาร หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความไวเป็นพิเศษ

อย่าให้เชื้อที่มองไม่เห็นทำลายแบรนด์ที่ท่านสร้างมา

ปรึกษาทีม World Health Disinfection เพื่อวางแผนอบโอโซนพื้นที่ผลิตอาหารและร้านเบเกอรี่ของท่านเป็นโซน ต่อจากการล้างและทำให้แห้ง ก่อนกลับมาเดินไลน์ผลิตอย่างมั่นใจ

นัดสำรวจและอบโอโซนโรงงานอาหาร

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#อบโอโซน #บริการอบโอโซน #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #โอโซนฆ่าเชื้อ #น้ำท่วม #โรงงานอาหาร #ร้านเบเกอรี่ #Listeria

คำค้นหา: อบโอโซนโรงงานอาหารหลังน้ำท่วม, เชื้อ Listeria ในโรงงานอาหาร, เชื้อราในร้านเบเกอรี่, ฆ่าเชื้อไลน์ผลิตอาหาร, ฟื้นฟูห้องเย็นหลังน้ำท่วม, ขนมปังขึ้นราเร็ว, บริการอบโอโซน, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้