กลิ่นน้ำมันเครื่อง น้ำมันเชื้อเพลิง และสารระเหย (VOCs) ที่ปนมากับน้ำท่วมเข้าบ้าน: อันตรายที่มองไม่เห็น และวิธีฟื้นฟูบ้านให้หายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง

Last updated: 30 ก.ย. 2569  |  55 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการอบโอโซนดับกลิ่นสี

กลิ่นน้ำมันเครื่อง น้ำมันเชื้อเพลิง และสารระเหย (VOCs) ที่ปนมากับน้ำท่วมเข้าบ้าน: อันตรายที่มองไม่เห็น และวิธีฟื้นฟูบ้านให้หายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง

น้ำท่วมไม่ได้พามาแค่โคลนและน้ำเสีย ในชุมชนที่มีอู่ซ่อมรถ ปั๊มน้ำมัน โรงงานขนาดเล็ก หรือบ้านที่จอดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไว้ชั้นล่าง น้ำท่วมมักพาคราบน้ำมันเครื่อง น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล และสารเคมีอื่น ๆ ลอยเป็นฟิล์มสีรุ้งเข้ามาในบ้านด้วย เมื่อน้ำลด ฟิล์มน้ำมันเหล่านี้จะเกาะติดผนัง พื้น เฟอร์นิเจอร์ และซึมลึกเข้าไปในวัสดุที่ดูดซับได้ แล้วค่อย ๆ ระเหยออกมาเป็นสารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs ที่ทำให้ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ และแสบตาแสบคอ บทความนี้อธิบายว่ากลิ่นน้ำมันหลังน้ำท่วมอันตรายอย่างไร ใครเสี่ยงที่สุด ทำไมการฉีดน้ำหอมหรือเปิดพัดลมจึงไม่พอ ต้องรื้ออะไรทิ้ง ต้องล้างอย่างไร และการอบโอโซนเข้ามามีบทบาทตรงไหนในฐานะขั้นตอนสุดท้ายหลังเอาแหล่งน้ำมันออกไปหมดแล้ว

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย: บ้านข้างอู่ซ่อมรถในอยุธยา กับกลิ่นที่ไม่ยอมหายไป

คุณเอกอาศัยอยู่ในบ้านสองชั้นริมถนนสายรองในอำเภอบางปะอิน พระนครศรีอยุธยา ถัดจากบ้านไปสองหลังเป็นอู่ซ่อมรถจักรยานยนต์ที่มีถังน้ำมันเครื่องเก่ากองอยู่หลังร้าน อีกฝั่งหนึ่งเป็นร้านขายน้ำมันแบบถังหยอดเหรียญ เมื่อแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นและน้ำท่วมทั้งซอยสูงเกือบเมตร ถังน้ำมันเก่าหลายใบล้มลอยไปตามน้ำ รถกระบะของคุณเอกที่จอดอยู่ใต้ถุนบ้านจมน้ำมิดล้อ ส่วนรถจักรยานยนต์สองคันของลูกชายจมจนถึงเบาะ

ระหว่างที่น้ำยังขังอยู่ คุณเอกสังเกตเห็นคราบสีรุ้งลอยเป็นแผ่นบนผิวน้ำในบ้าน และได้กลิ่นน้ำมันฉุนปนกับกลิ่นน้ำครำ เมื่อน้ำลดในอีกสองสัปดาห์ต่อมา ผนังชั้นล่างมีเส้นคราบสีน้ำตาลเข้มมันเยิ้มเป็นแนวระดับน้ำ พื้นไม้ลามิเนตบวมและเหนียวมือ โซฟาผ้ากับตู้ไม้อัดส่งกลิ่นน้ำมันผสมกลิ่นอับ ภรรยาของคุณเอกเริ่มปวดหัวทุกครั้งที่ลงมาทำครัวชั้นล่าง ลูกสาววัยหกขวบบ่นว่าแสบตา ส่วนคุณยายที่เป็นหอบหืดต้องขึ้นไปอยู่ชั้นบนตลอดเวลา

ครอบครัวลองทุกวิธีที่นึกออก ขัดผนังด้วยผงซักฟอก ฉีดน้ำยาถูพื้นกลิ่นมะนาว วางถ่านและกาแฟบดไว้ทุกมุม เปิดพัดลมทั้งวัน กลิ่นดีขึ้นบ้างในช่วงกลางวันที่เปิดประตูหน้าต่าง แต่พอปิดบ้านตอนกลางคืน กลิ่นน้ำมันก็กลับมาชัดเจนเหมือนเดิม คุณเอกเริ่มสงสัยว่ากลิ่นนี้มาจากไหนกันแน่ และจะอยู่กับครอบครัวไปอีกนานแค่ไหน

หมายเหตุ: เรื่องเล่านี้เป็นสถานการณ์สมมติที่เรียบเรียงจากลักษณะปัญหาที่พบบ่อยในพื้นที่น้ำท่วม ไม่ใช่รีวิวหรือข้อมูลของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง

น้ำมันและ VOCs ในน้ำท่วม: มาจากไหน และทำร้ายเราอย่างไร

แหล่งที่มาของน้ำมันในน้ำท่วม

น้ำมันที่ปนมากับน้ำท่วมมีหลายแหล่ง ตั้งแต่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จมน้ำแล้วน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ หรือน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วออกมา ถังน้ำมันของเครื่องปั่นไฟ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องตัดหญ้าที่ล้ม อู่ซ่อมรถและร้านเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องที่เก็บน้ำมันเก่าไว้ในถัง ปั๊มน้ำมันและร้านขายน้ำมันขนาดเล็ก ไปจนถึงโรงงานและโกดังในพื้นที่อุตสาหกรรม เมื่อน้ำไหลผ่านแหล่งเหล่านี้ น้ำมันซึ่งเบากว่าน้ำจะลอยเป็นฟิล์มบาง ๆ บนผิวน้ำ และเมื่อน้ำเข้าบ้าน ฟิล์มนี้ก็จะเกาะติดทุกพื้นผิวที่น้ำสัมผัส โดยเฉพาะที่แนวระดับน้ำสูงสุด

VOCs คืออะไร

VOCs ย่อมาจาก Volatile Organic Compounds หรือสารอินทรีย์ระเหยง่าย เป็นกลุ่มสารเคมีที่ระเหยเป็นไอได้ง่ายที่อุณหภูมิห้อง น้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเบนซินและดีเซล รวมถึงตัวทำละลาย ทินเนอร์ และสีบางชนิด ล้วนปล่อย VOCs ออกมา ตัวอย่างสารที่รู้จักกันดีในกลุ่มนี้ เช่น เบนซีน โทลูอีน และไซลีน สารเหล่านี้คือต้นเหตุของกลิ่นน้ำมันฉุนที่เราได้กลิ่น และเมื่อวัสดุในบ้านดูดซับน้ำมันเอาไว้ ไอระเหยก็จะค่อย ๆ ถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเมื่ออากาศร้อนและห้องปิดทึบ

ผลต่อสุขภาพที่ควรรู้

การหายใจเอาไอระเหยของน้ำมันในปริมาณมากหรือเป็นเวลานานในห้องปิด อาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย แสบตา แสบจมูก ระคายคอ และไอ ผู้ที่เป็นหอบหืดหรือโรคปอดเรื้อรังอาจมีอาการกำเริบ การสัมผัสน้ำหรือโคลนที่ปนน้ำมันโดยตรงทำให้ผิวหนังแห้ง แดง คัน หรือเกิดผื่นระคายเคือง โดยเฉพาะเมื่อแช่อยู่นาน ในระยะยาว สารบางตัวในกลุ่ม VOCs เช่น เบนซีน เป็นสารที่หน่วยงานสาธารณสุขระดับสากลจัดว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ จึงไม่ควรปล่อยให้บ้านมีกลิ่นน้ำมันตกค้างอยู่เป็นเวลานาน

ความเสี่ยงที่มากกว่าเรื่องสุขภาพ: ไฟไหม้และไฟฟ้า

หากกลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิงในบ้านรุนแรงมาก หมายความว่าอาจมีไอระเหยที่ติดไฟได้สะสมอยู่ ห้ามจุดไฟ สูบบุหรี่ จุดธูป เปิดเตาแก๊ส หรือเปิดปิดสวิตช์ไฟฟ้าในบริเวณนั้น ให้ออกจากบ้าน เปิดประตูหน้าต่างจากด้านนอกถ้าทำได้อย่างปลอดภัย และแจ้งหน่วยงานท้องถิ่นหรือหน่วยดับเพลิง นอกจากนี้ ระบบไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วมต้องให้ช่างไฟฟ้าตรวจสอบก่อนเปิดใช้งานทุกครั้ง

ใครเสี่ยงที่สุด

  • เด็กเล็ก หายใจเร็วกว่าผู้ใหญ่ อยู่ใกล้พื้น และชอบจับพื้นผิวแล้วเอามือเข้าปาก
  • หญิงตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในห้องที่มีกลิ่นน้ำมันหรือสารระเหยเข้มข้น และไม่ควรลงมือขัดล้างคราบน้ำมันเอง
  • ผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคหัวใจหรือโรคปอด ร่างกายทนต่อสิ่งระคายเคืองในอากาศได้น้อยกว่า
  • ผู้ที่เป็นหอบหืด ภูมิแพ้ หรือไวต่อกลิ่น มีโอกาสเกิดอาการกำเริบได้ง่าย
  • คนที่ลงมือทำความสะอาดเป็นเวลานาน โดยไม่สวมถุงมือยางไนไตรล์ รองเท้าบูท และอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม

เมื่อไหร่ต้องไปพบแพทย์: หากมีอาการเวียนศีรษะมาก หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก สับสน หมดสติ หรือผื่นลุกลาม ให้ออกจากพื้นที่ไปรับอากาศบริสุทธิ์และรีบพบแพทย์ทันที และหากเคยลุยน้ำท่วมแล้วมีไข้ ปวดน่อง ท้องร่วง หรือบาดแผลอักเสบ ต้องแจ้งแพทย์ด้วยว่าสัมผัสน้ำท่วม เพราะอาจเป็นโรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนู หรือการติดเชื้ออื่น การอบโอโซนและการทำความสะอาดไม่สามารถทดแทนการรักษาได้

เมื่อบ้านมีกลิ่นน้ำมันตกค้าง: ผลกระทบที่ครอบครัวต้องแบกรับ

ด้านสุขภาพและการนอน

กลิ่นน้ำมันที่ลอยขึ้นมาทุกคืนทำให้หลายคนนอนไม่หลับ ตื่นมาพร้อมอาการปวดหัว และรู้สึกเหนื่อยล้าตลอดวัน เด็กที่แสบตาจะขยี้ตาบ่อย ผู้สูงอายุที่เป็นโรคปอดต้องหลบไปอยู่อีกห้องหรือย้ายไปพักบ้านญาติ การใช้ชีวิตในบ้านของตัวเองกลายเป็นเรื่องที่ต้องอดทน

ด้านการเงิน

วัสดุที่ดูดซับน้ำมันส่วนใหญ่ไม่สามารถทำความสะอาดให้กลับมาเหมือนเดิมได้ ต้องรื้อและเปลี่ยนใหม่ ตั้งแต่พื้นลามิเนต ผนังยิปซัม ฉนวน พรม ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ไม้อัดและโซฟาผ้า หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รื้อ กลิ่นจะซึมเข้าวัสดุใหม่ที่นำมาติดตั้งทับ ทำให้ต้องเสียเงินซ้ำสองรอบ

ด้านเวลา

กลิ่นน้ำมันมักทำให้การฟื้นฟูบ้านยืดเยื้อ ช่างบางรายไม่อยากเข้ามาทำงานในบ้านที่มีกลิ่นฉุน ครอบครัวต้องย้ายไปพักที่อื่นนานขึ้น และการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติก็ล่าช้าออกไปเรื่อย ๆ

ด้านมูลค่าทรัพย์สินและชื่อเสียง

สำหรับเจ้าของบ้านที่ปล่อยเช่าหรือกำลังจะขาย กลิ่นน้ำมันตกค้างเป็นสิ่งที่ผู้เช่าและผู้ซื้อสังเกตได้ทันทีที่เปิดประตูเข้ามา และมักทำให้ต่อรองราคาลงหรือเปลี่ยนใจไม่ตัดสินใจ ร้านค้าที่อยู่ชั้นล่างของอาคารพาณิชย์ก็เสียลูกค้า เพราะไม่มีใครอยากกินอาหารหรือซื้อเสื้อผ้าในร้านที่มีกลิ่นน้ำมัน

ด้านครอบครัวและจิตใจ

ความไม่แน่ใจว่ากลิ่นที่ได้รับทุกวันจะส่งผลต่อสุขภาพของลูกหรือไม่ สร้างความกังวลให้พ่อแม่ไม่น้อย บางบ้านเกิดความขัดแย้งว่าจะรื้อบ้านทิ้งทั้งชั้นหรือจะอดทนรอให้กลิ่นหายไปเอง การมีข้อมูลที่ชัดเจนและแผนการฟื้นฟูเป็นขั้นตอนจึงช่วยลดความเครียดได้มาก

ทำไมวิธีที่คนส่วนใหญ่ใช้ จึงไม่ทำให้กลิ่นน้ำมันหายขาด

  • ฉีดสเปรย์ปรับอากาศหรือน้ำหอม: เพียงกลบกลิ่นชั่วคราว และยังเพิ่มสารระเหยเข้าไปในอากาศอีกชนิดหนึ่ง กลิ่นหอมกับกลิ่นน้ำมันผสมกันมักทำให้คนเวียนหัวมากขึ้น
  • ขัดด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำยาถูพื้นทั่วไป: น้ำมันไม่ละลายน้ำ การล้างด้วยน้ำเปล่ามักทำให้คราบน้ำมันกระจายเป็นวงกว้างขึ้น ต้องใช้สารลดแรงตึงผิวหรือน้ำยาขจัดคราบไขมันที่เหมาะสม
  • เก็บวัสดุที่ซับน้ำมันไว้เพราะเสียดาย: พรม ฟูก โซฟาผ้า ผนังยิปซัม และไม้อัดที่ดูดซับน้ำมันเข้าไปลึก จะปล่อยไอระเหยออกมาเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเช็ดผิวหน้าสะอาดเพียงใด
  • ทาสีทับคราบน้ำมันบนผนัง: สีไม่ยึดเกาะกับผิวที่มีน้ำมัน จะลอกร่อนภายหลัง และกลิ่นยังซึมผ่านชั้นสีออกมาได้
  • วางถ่าน กาแฟบด หรือเบกกิ้งโซดา: ช่วยดูดซับกลิ่นได้เล็กน้อยในพื้นที่แคบ แต่ไม่มีกำลังพอสำหรับทั้งห้องหรือทั้งชั้น
  • ใช้น้ำมันเบนซินหรือทินเนอร์เช็ดคราบ: เป็นการเพิ่ม VOCs เข้าไปอีกและเพิ่มความเสี่ยงไฟไหม้ ไม่ควรทำเด็ดขาด
  • เปิดพัดลมอย่างเดียวแล้วรอ: ช่วยระบายไอระเหยได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าแหล่งน้ำมันยังอยู่ในบ้าน กลิ่นก็จะถูกปล่อยออกมาใหม่ตลอดเวลา

หลักการสำคัญของการจัดการกลิ่นน้ำมันจึงเริ่มจาก "เอาแหล่งน้ำมันออก" ก่อนเสมอ ตามด้วยการล้างคราบที่ผิววัสดุแข็งด้วยสารที่เหมาะสม ทำให้บ้านแห้งและระบายอากาศ แล้วจึงจัดการกลิ่นและเชื้อที่หลงเหลือในอากาศและซอกมุมเป็นขั้นตอนสุดท้าย

บริการอบโอโซนจาก World Health Disinfection: ขั้นตอนสุดท้ายหลังเอาแหล่งน้ำมันออกแล้ว

โอโซน (O3) เป็นก๊าซที่มีความสามารถในการออกซิไดซ์สูง เมื่อปล่อยในห้องที่ปิดสนิทในความเข้มข้นที่ควบคุมได้ ก๊าซจะแทรกซึมไปทั่วห้อง เข้าถึงซอกมุม ช่องว่างใต้ตู้ ผิววัสดุ และอากาศทั้งหมด โอโซนจะทำปฏิกิริยาสลายโมเลกุลกลิ่นหลายชนิด รวมถึงทำลายโครงสร้างของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราที่มักมาพร้อมน้ำท่วม จากนั้นจะกลับคืนเป็นออกซิเจน (O2) โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง

บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคารของ World Health Disinfection ผ่านการทดสอบและรับรองโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ Intertek (สหราชอาณาจักร) ในการกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา 99.99% ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง

ข้อควรเข้าใจอย่างตรงไปตรงมา: โอโซนไม่ใช่วิธีกำจัดน้ำมันที่ยังเกาะอยู่หรือซึมอยู่ในวัสดุ ถ้าพรมหรือผนังยังชุ่มน้ำมัน กลิ่นจะกลับมาเสมอ และปฏิกิริยาระหว่างโอโซนกับสารระเหยบางชนิดอาจก่อให้เกิดสารพลอยได้ในอากาศ นี่คือเหตุผลที่ทีมงานจะอบโอโซนก็ต่อเมื่อรื้อวัสดุที่ซับน้ำมัน ล้างคราบ และระบายอากาศแล้วเท่านั้น และทุกครั้งต้องทำในพื้นที่ว่างเปล่า คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องออกจากพื้นที่ทั้งหมด พร้อมเปิดระบายอากาศอย่างเพียงพอหลังพ้นช่วงพักก่อนกลับเข้าไป สำหรับการรั่วไหลของน้ำมันปริมาณมาก เช่น ถังน้ำมันแตกในบ้าน ต้องให้หน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสารเคมีจัดการก่อน

ขั้นตอนการทำงาน

  1. สำรวจและประเมิน: ทีมงานตรวจแนวคราบน้ำมัน ระดับกลิ่น ความชื้น และจุดเชื้อรา แนะนำว่าวัสดุใดควรรื้อทิ้งก่อนอบ และวางแผนแบ่งโซน
  2. ตรวจความพร้อม: ยืนยันว่าวัสดุที่ซับน้ำมันถูกรื้อออก ผิวแข็งถูกล้างคราบแล้ว บ้านแห้ง และระบบไฟฟ้าผ่านการตรวจสอบ
  3. เตรียมพื้นที่: คน สัตว์เลี้ยง ต้นไม้ และอาหารออกจากพื้นที่ ปิดประตูหน้าต่าง เปิดตู้และลิ้นชักให้ก๊าซเข้าถึง
  4. ปล่อยโอโซน: ใช้เครื่องผลิตโอโซนแบบมืออาชีพ รอบการทำงานโดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน ปรับตามขนาดพื้นที่และระดับกลิ่น
  5. ระยะสัมผัสและพัก: ปิดห้องให้โอโซนทำปฏิกิริยา แล้วรอให้สลายกลับเป็นออกซิเจน
  6. ระบายอากาศและส่งมอบ: เปิดระบายอากาศเต็มที่ ประเมินกลิ่นร่วมกับเจ้าของบ้าน และแนะนำการดูแลต่อ

หากบ้านของท่านมีทั้งกลิ่นน้ำมันและกลิ่นน้ำยาทำความสะอาดที่ใช้ขัดคราบ สามารถดูข้อมูลบริการอบโอโซนกำจัดสารเคมีตกค้างเพิ่มเติมได้ และสำหรับงานอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์

10 เหตุผลที่บ้านที่มีกลิ่นน้ำมันหลังน้ำท่วม ควรปิดงานด้วยการอบโอโซน

  1. เข้าถึงกลิ่นที่ติดอยู่ในอากาศและซอกมุม หลังล้างคราบแล้ว กลิ่นที่หลงเหลือในช่องว่างใต้บันได หลังตู้ และในโครงหลังคาได้รับการจัดการทั่วทั้งห้อง
  2. สลายโมเลกุลกลิ่นแทนการกลบ ต่างจากน้ำหอมที่เพิ่มสารระเหยเข้าไปอีกชนิด บริการอบโอโซนทำงานที่ต้นตอของกลิ่น
  3. จัดการเชื้อโรคจากน้ำท่วมไปพร้อมกัน ไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราที่มากับน้ำเสียถูกกำจัดในรอบเดียวกัน
  4. ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างเพิ่ม โอโซนกลับเป็นออกซิเจน ไม่เติมสารใหม่ให้บ้านที่มีสารระเหยมากพอแล้ว
  5. ทีมงานประเมินก่อนอบอย่างตรงไปตรงมา บอกชัดว่าอะไรต้องรื้อ อะไรล้างได้ ไม่อบทับแหล่งน้ำมันเพื่อให้ดูเหมือนได้ผลชั่วคราว
  6. ช่วยให้ช่างเข้าทำงานต่อได้ เมื่อกลิ่นลดลง งานติดตั้งพื้น ผนัง และทาสีใหม่ก็เดินหน้าได้เร็วขึ้น
  7. ลดสิ่งระคายเคืองสำหรับคนกลุ่มเสี่ยง เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยหอบหืดกลับเข้าบ้านได้อย่างสบายใจขึ้น
  8. ใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 30 นาทีต่อโซน ไม่รวมช่วงเตรียมพื้นที่และช่วงพักระบายอากาศ
  9. ผ่านการทดสอบจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ Intertek ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง ดูรายละเอียดบริการ
  10. เหมาะทั้งบ้าน อาคารพาณิชย์ และห้องเช่า ช่วยคืนสภาพพื้นที่ก่อนปล่อยเช่า ขาย หรือเปิดร้านใหม่ ขอใบเสนอราคา

ก่อนและหลัง: บ้านที่ทุกคนปวดหัว กับบ้านที่กลับมาหายใจได้สะดวก

ก่อนฟื้นฟูและอบโอโซน

  • กลิ่นน้ำมันฉุนชัดเจนทุกครั้งที่ปิดบ้านตอนกลางคืน
  • คราบมันเยิ้มเป็นแนวระดับน้ำบนผนังชั้นล่าง
  • คนในบ้านปวดหัว แสบตา และคุณยายหอบหืดต้องหลบขึ้นชั้นบน
  • ช่างไม่อยากเข้ามาทำงานเพราะกลิ่นแรง
  • กลิ่นอับจากเชื้อราผสมกับกลิ่นน้ำมัน

หลังรื้อ ล้าง และอบโอโซน

  • วัสดุที่ซับน้ำมันถูกรื้อออก แหล่งกลิ่นหลักหมดไป
  • กลิ่นที่หลงเหลือในอากาศและซอกมุมลดลงอย่างชัดเจน
  • เชื้อโรคและเชื้อราจากน้ำท่วมถูกจัดการในรอบเดียวกัน
  • งานซ่อมแซมเดินหน้าต่อได้ ครอบครัวกลับมาใช้ชั้นล่างได้
  • ไม่มีกลิ่นน้ำหอมหรือสารเคมีใหม่เข้ามาแทน

กรณีตัวอย่าง: คุณสมชายที่หาดใหญ่ กับร้านอาหารชั้นล่างที่อยู่ติดลานจอดรถ

คุณสมชายเปิดร้านข้าวมันไก่ในอาคารพาณิชย์สามชั้นในหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ชั้นล่างเป็นร้าน ชั้นบนเป็นที่พักของครอบครัว ด้านหลังอาคารเป็นลานจอดรถรวมของห้องแถวทั้งแถว เมื่อน้ำท่วมสูงระดับเอว รถหลายคันในลานจมน้ำ และน้ำที่ไหลเข้าร้านมีคราบน้ำมันลอยชัดเจน หลังน้ำลด ร้านมีกลิ่นน้ำมันปนกลิ่นน้ำเน่า จนคุณสมชายไม่กล้าเปิดขาย เพราะรู้ว่าลูกค้าคงไม่อยากนั่งกินข้าวในร้านที่มีกลิ่นแบบนี้

เขาเริ่มจากสิ่งที่ต้องทำก่อน รื้อฝ้าชั้นล่างและผนังเบาช่วงล่างที่ดูดซับน้ำออก ทิ้งเบาะเก้าอี้ผ้าและพรมเช็ดเท้าทั้งหมด ล้างพื้นกระเบื้อง ผนังปูน และเคาน์เตอร์สแตนเลสด้วยน้ำยาล้างคราบไขมันหลายรอบ โดยสวมถุงมือยางและรองเท้าบูทตลอดเวลา ให้ช่างไฟฟ้าตรวจระบบก่อนเปิดใช้ แล้วเปิดประตูม้วนหน้าร้านพร้อมพัดลมระบายอากาศอยู่หลายวัน กลิ่นลดลงมาก แต่ยังคงได้กลิ่นจาง ๆ ทุกเช้าที่เปิดร้าน

คุณสมชายจึงติดต่อ World Health Disinfection ทีมงานเข้าสำรวจและยืนยันว่าแหล่งน้ำมันหลักถูกเอาออกแล้ว จากนั้นแบ่งพื้นที่อบเป็นโซนหน้าร้าน ครัว และห้องเก็บของ รอบละประมาณ 30 นาที ในวันที่ร้านปิดและครอบครัวออกไปข้างนอก หลังพ้นช่วงพักและระบายอากาศ คุณสมชายเล่าในทำนองว่ากลิ่นจาง ๆ ที่เคยรู้สึกทุกเช้าหายไป และเขามั่นใจพอที่จะเปิดร้านต้อนรับลูกค้าประจำได้อีกครั้ง

กรณีตัวอย่างนี้เป็นสถานการณ์ที่เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวของลูกค้าที่ระบุตัวตนได้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับระดับการปนเปื้อนและการรื้อแหล่งน้ำมันออกก่อนอบ

เช็กลิสต์จัดการกลิ่นน้ำมันและสารระเหยหลังน้ำท่วม

ความปลอดภัยก่อนเริ่มงาน

  • ถ้ากลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิงรุนแรง ห้ามใช้ไฟ ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามเปิดปิดสวิตช์ไฟฟ้า ให้ออกจากบ้านและแจ้งหน่วยงานท้องถิ่น
  • ให้ช่างไฟฟ้าตรวจระบบไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วมก่อนเปิดใช้
  • สวมถุงมือยางไนไตรล์ รองเท้าบูท แว่นตากันสาด และเสื้อแขนยาว หน้ากากทั่วไปกันไอระเหยไม่ได้ หากต้องทำงานในพื้นที่กลิ่นแรงควรใช้หน้ากากที่มีไส้กรองไอสารอินทรีย์
  • ให้เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยหอบหืดอยู่นอกพื้นที่ระหว่างทำความสะอาด

ก่อนอบโอโซน

  • ตักโคลนที่มีคราบน้ำมันออกใส่ถุงหนา แยกจากขยะทั่วไป และสอบถามหน่วยงานท้องถิ่นเรื่องจุดทิ้ง
  • รื้อวัสดุที่ดูดซับน้ำมัน เช่น พรม ฟูก โซฟาผ้า ผนังยิปซัมช่วงล่าง ฉนวน และเฟอร์นิเจอร์ไม้อัดที่บวม
  • ล้างผิวแข็ง เช่น กระเบื้อง ปูน สแตนเลส ด้วยน้ำยาล้างคราบไขมันหรือผงซักฟอก หลายรอบจนไม่เหนียวมือ แล้วล้างน้ำสะอาด
  • ห้ามใช้น้ำมันเบนซินหรือทินเนอร์เช็ดคราบ
  • ทำให้บ้านแห้งเร็วที่สุด ตามคำแนะนำทั่วไปของ WHO และ CDC ที่ให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเพื่อลดเชื้อรา
  • ล้างมือ ล้างตัว และซักเสื้อผ้าที่ใส่ทำงานแยกจากผ้าอื่น

หลังอบโอโซน

  • กลับเข้าบ้านตามเวลาที่ทีมงานแจ้ง หลังพ้นช่วงพักและระบายอากาศแล้ว
  • เปิดระบายอากาศทุกวันในช่วงแรก โดยเฉพาะก่อนปิดบ้านตอนกลางคืน
  • หากยังได้กลิ่นน้ำมันชัดจากจุดใดจุดหนึ่ง แปลว่ายังมีแหล่งน้ำมันเหลือ ควรตรวจหาและรื้อเพิ่ม
  • ติดตั้งวัสดุใหม่เมื่อโครงสร้างแห้งสนิทและไม่มีกลิ่นแล้วเท่านั้น
  • ถ้ายังมีอาการปวดหัว เวียนหัว หรือระคายเคืองต่อเนื่อง ให้ปรึกษาแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: อบโอโซนอย่างเดียวโดยไม่รื้ออะไรเลยได้ไหม
ตอบ: ไม่แนะนำ ถ้าวัสดุยังชุ่มน้ำมันอยู่ กลิ่นจะถูกปล่อยออกมาใหม่ไม่หยุด การอบโอโซนควรเป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังรื้อวัสดุที่ซับน้ำมัน ล้างคราบ และทำให้บ้านแห้งแล้ว

ถาม: โอโซนกำจัดสารเบนซีนหรือสารระเหยได้หมดไหม
ตอบ: โอโซนช่วยสลายโมเลกุลกลิ่นหลายชนิดในอากาศและบนพื้นผิวได้ แต่ไม่ใช่วิธีบำบัดการปนเปื้อนสารเคมี ต้นทางยังต้องจัดการด้วยการรื้อและล้าง และต้องระบายอากาศอย่างเพียงพอหลังอบ ทีมงานจึงประเมินหน้างานก่อนเสมอ

ถาม: ระหว่างอบอยู่ในบ้านได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ ต้องเป็นพื้นที่ว่างเปล่า คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกทั้งหมด และกลับเข้าหลังพ้นช่วงพักและระบายอากาศตามที่ทีมงานแจ้ง

ถาม: รถที่จมน้ำแล้วมีกลิ่นน้ำมันในห้องโดยสาร ทำได้หรือไม่
ตอบ: ควรให้อู่ตรวจระบบเครื่องยนต์และระบบไฟฟ้าก่อน และถอดพรมหรือเบาะที่ซับน้ำมันออก การจัดการกลิ่นในรถเป็นงานคนละลักษณะ สามารถสอบถามทีมงานเพิ่มเติมได้

ถาม: บ้านโดนน้ำท่วมแต่ไม่ได้กลิ่นน้ำมัน ต้องกังวลไหม
ตอบ: ถ้าไม่มีคราบมันหรือกลิ่นน้ำมัน ความเสี่ยงหลักมักเป็นเชื้อโรคจากน้ำเสียและเชื้อรา ซึ่งยังควรทำความสะอาด ทำให้แห้ง และพิจารณาอบโอโซนฆ่าเชื้อตามความเหมาะสม

ถาม: ใช้เวลานานแค่ไหน
ตอบ: รอบการทำงานประมาณ 30 นาทีต่อโซน ไม่รวมเวลาเตรียมพื้นที่และช่วงพักระบายอากาศ ทีมงานจะแจ้งเวลาที่กลับเข้าบ้านได้อย่างชัดเจน

ปิดฉากกลิ่นน้ำมันหลังน้ำท่วมอย่างถูกขั้นตอน

รื้อแหล่งน้ำมัน ล้างคราบ ทำให้แห้ง แล้วให้ทีมงาน World Health Disinfection ช่วยจัดการกลิ่นและเชื้อที่หลงเหลือเป็นขั้นตอนสุดท้าย ให้บ้านกลับมาเป็นที่ที่ทุกคนหายใจได้เต็มปอด

ปรึกษาและจองบริการอบโอโซน

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#อบโอโซน #บริการอบโอโซน #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #โอโซนฆ่าเชื้อ #น้ำท่วม #กลิ่นน้ำมัน #สารระเหยVOCs

คำค้นหา: กลิ่นน้ำมันหลังน้ำท่วม, กลิ่นน้ำมันเครื่องในบ้าน, สารระเหย VOCs น้ำท่วม, คราบน้ำมันบนผนัง, กำจัดกลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิง, อบโอโซนกำจัดกลิ่น, บริการอบโอโซน, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้