Last updated: 30 ก.ย. 2569 | 55 จำนวนผู้เข้าชม |
น้ำท่วมไม่ได้พามาแค่โคลนและน้ำเสีย ในชุมชนที่มีอู่ซ่อมรถ ปั๊มน้ำมัน โรงงานขนาดเล็ก หรือบ้านที่จอดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไว้ชั้นล่าง น้ำท่วมมักพาคราบน้ำมันเครื่อง น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล และสารเคมีอื่น ๆ ลอยเป็นฟิล์มสีรุ้งเข้ามาในบ้านด้วย เมื่อน้ำลด ฟิล์มน้ำมันเหล่านี้จะเกาะติดผนัง พื้น เฟอร์นิเจอร์ และซึมลึกเข้าไปในวัสดุที่ดูดซับได้ แล้วค่อย ๆ ระเหยออกมาเป็นสารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs ที่ทำให้ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ และแสบตาแสบคอ บทความนี้อธิบายว่ากลิ่นน้ำมันหลังน้ำท่วมอันตรายอย่างไร ใครเสี่ยงที่สุด ทำไมการฉีดน้ำหอมหรือเปิดพัดลมจึงไม่พอ ต้องรื้ออะไรทิ้ง ต้องล้างอย่างไร และการอบโอโซนเข้ามามีบทบาทตรงไหนในฐานะขั้นตอนสุดท้ายหลังเอาแหล่งน้ำมันออกไปหมดแล้ว
คุณเอกอาศัยอยู่ในบ้านสองชั้นริมถนนสายรองในอำเภอบางปะอิน พระนครศรีอยุธยา ถัดจากบ้านไปสองหลังเป็นอู่ซ่อมรถจักรยานยนต์ที่มีถังน้ำมันเครื่องเก่ากองอยู่หลังร้าน อีกฝั่งหนึ่งเป็นร้านขายน้ำมันแบบถังหยอดเหรียญ เมื่อแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นและน้ำท่วมทั้งซอยสูงเกือบเมตร ถังน้ำมันเก่าหลายใบล้มลอยไปตามน้ำ รถกระบะของคุณเอกที่จอดอยู่ใต้ถุนบ้านจมน้ำมิดล้อ ส่วนรถจักรยานยนต์สองคันของลูกชายจมจนถึงเบาะ
ระหว่างที่น้ำยังขังอยู่ คุณเอกสังเกตเห็นคราบสีรุ้งลอยเป็นแผ่นบนผิวน้ำในบ้าน และได้กลิ่นน้ำมันฉุนปนกับกลิ่นน้ำครำ เมื่อน้ำลดในอีกสองสัปดาห์ต่อมา ผนังชั้นล่างมีเส้นคราบสีน้ำตาลเข้มมันเยิ้มเป็นแนวระดับน้ำ พื้นไม้ลามิเนตบวมและเหนียวมือ โซฟาผ้ากับตู้ไม้อัดส่งกลิ่นน้ำมันผสมกลิ่นอับ ภรรยาของคุณเอกเริ่มปวดหัวทุกครั้งที่ลงมาทำครัวชั้นล่าง ลูกสาววัยหกขวบบ่นว่าแสบตา ส่วนคุณยายที่เป็นหอบหืดต้องขึ้นไปอยู่ชั้นบนตลอดเวลา
ครอบครัวลองทุกวิธีที่นึกออก ขัดผนังด้วยผงซักฟอก ฉีดน้ำยาถูพื้นกลิ่นมะนาว วางถ่านและกาแฟบดไว้ทุกมุม เปิดพัดลมทั้งวัน กลิ่นดีขึ้นบ้างในช่วงกลางวันที่เปิดประตูหน้าต่าง แต่พอปิดบ้านตอนกลางคืน กลิ่นน้ำมันก็กลับมาชัดเจนเหมือนเดิม คุณเอกเริ่มสงสัยว่ากลิ่นนี้มาจากไหนกันแน่ และจะอยู่กับครอบครัวไปอีกนานแค่ไหน
หมายเหตุ: เรื่องเล่านี้เป็นสถานการณ์สมมติที่เรียบเรียงจากลักษณะปัญหาที่พบบ่อยในพื้นที่น้ำท่วม ไม่ใช่รีวิวหรือข้อมูลของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง
น้ำมันที่ปนมากับน้ำท่วมมีหลายแหล่ง ตั้งแต่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จมน้ำแล้วน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ หรือน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วออกมา ถังน้ำมันของเครื่องปั่นไฟ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องตัดหญ้าที่ล้ม อู่ซ่อมรถและร้านเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องที่เก็บน้ำมันเก่าไว้ในถัง ปั๊มน้ำมันและร้านขายน้ำมันขนาดเล็ก ไปจนถึงโรงงานและโกดังในพื้นที่อุตสาหกรรม เมื่อน้ำไหลผ่านแหล่งเหล่านี้ น้ำมันซึ่งเบากว่าน้ำจะลอยเป็นฟิล์มบาง ๆ บนผิวน้ำ และเมื่อน้ำเข้าบ้าน ฟิล์มนี้ก็จะเกาะติดทุกพื้นผิวที่น้ำสัมผัส โดยเฉพาะที่แนวระดับน้ำสูงสุด
VOCs ย่อมาจาก Volatile Organic Compounds หรือสารอินทรีย์ระเหยง่าย เป็นกลุ่มสารเคมีที่ระเหยเป็นไอได้ง่ายที่อุณหภูมิห้อง น้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเบนซินและดีเซล รวมถึงตัวทำละลาย ทินเนอร์ และสีบางชนิด ล้วนปล่อย VOCs ออกมา ตัวอย่างสารที่รู้จักกันดีในกลุ่มนี้ เช่น เบนซีน โทลูอีน และไซลีน สารเหล่านี้คือต้นเหตุของกลิ่นน้ำมันฉุนที่เราได้กลิ่น และเมื่อวัสดุในบ้านดูดซับน้ำมันเอาไว้ ไอระเหยก็จะค่อย ๆ ถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเมื่ออากาศร้อนและห้องปิดทึบ
การหายใจเอาไอระเหยของน้ำมันในปริมาณมากหรือเป็นเวลานานในห้องปิด อาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย แสบตา แสบจมูก ระคายคอ และไอ ผู้ที่เป็นหอบหืดหรือโรคปอดเรื้อรังอาจมีอาการกำเริบ การสัมผัสน้ำหรือโคลนที่ปนน้ำมันโดยตรงทำให้ผิวหนังแห้ง แดง คัน หรือเกิดผื่นระคายเคือง โดยเฉพาะเมื่อแช่อยู่นาน ในระยะยาว สารบางตัวในกลุ่ม VOCs เช่น เบนซีน เป็นสารที่หน่วยงานสาธารณสุขระดับสากลจัดว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ จึงไม่ควรปล่อยให้บ้านมีกลิ่นน้ำมันตกค้างอยู่เป็นเวลานาน
หากกลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิงในบ้านรุนแรงมาก หมายความว่าอาจมีไอระเหยที่ติดไฟได้สะสมอยู่ ห้ามจุดไฟ สูบบุหรี่ จุดธูป เปิดเตาแก๊ส หรือเปิดปิดสวิตช์ไฟฟ้าในบริเวณนั้น ให้ออกจากบ้าน เปิดประตูหน้าต่างจากด้านนอกถ้าทำได้อย่างปลอดภัย และแจ้งหน่วยงานท้องถิ่นหรือหน่วยดับเพลิง นอกจากนี้ ระบบไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วมต้องให้ช่างไฟฟ้าตรวจสอบก่อนเปิดใช้งานทุกครั้ง
เมื่อไหร่ต้องไปพบแพทย์: หากมีอาการเวียนศีรษะมาก หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก สับสน หมดสติ หรือผื่นลุกลาม ให้ออกจากพื้นที่ไปรับอากาศบริสุทธิ์และรีบพบแพทย์ทันที และหากเคยลุยน้ำท่วมแล้วมีไข้ ปวดน่อง ท้องร่วง หรือบาดแผลอักเสบ ต้องแจ้งแพทย์ด้วยว่าสัมผัสน้ำท่วม เพราะอาจเป็นโรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนู หรือการติดเชื้ออื่น การอบโอโซนและการทำความสะอาดไม่สามารถทดแทนการรักษาได้
กลิ่นน้ำมันที่ลอยขึ้นมาทุกคืนทำให้หลายคนนอนไม่หลับ ตื่นมาพร้อมอาการปวดหัว และรู้สึกเหนื่อยล้าตลอดวัน เด็กที่แสบตาจะขยี้ตาบ่อย ผู้สูงอายุที่เป็นโรคปอดต้องหลบไปอยู่อีกห้องหรือย้ายไปพักบ้านญาติ การใช้ชีวิตในบ้านของตัวเองกลายเป็นเรื่องที่ต้องอดทน
วัสดุที่ดูดซับน้ำมันส่วนใหญ่ไม่สามารถทำความสะอาดให้กลับมาเหมือนเดิมได้ ต้องรื้อและเปลี่ยนใหม่ ตั้งแต่พื้นลามิเนต ผนังยิปซัม ฉนวน พรม ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ไม้อัดและโซฟาผ้า หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รื้อ กลิ่นจะซึมเข้าวัสดุใหม่ที่นำมาติดตั้งทับ ทำให้ต้องเสียเงินซ้ำสองรอบ
กลิ่นน้ำมันมักทำให้การฟื้นฟูบ้านยืดเยื้อ ช่างบางรายไม่อยากเข้ามาทำงานในบ้านที่มีกลิ่นฉุน ครอบครัวต้องย้ายไปพักที่อื่นนานขึ้น และการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติก็ล่าช้าออกไปเรื่อย ๆ
สำหรับเจ้าของบ้านที่ปล่อยเช่าหรือกำลังจะขาย กลิ่นน้ำมันตกค้างเป็นสิ่งที่ผู้เช่าและผู้ซื้อสังเกตได้ทันทีที่เปิดประตูเข้ามา และมักทำให้ต่อรองราคาลงหรือเปลี่ยนใจไม่ตัดสินใจ ร้านค้าที่อยู่ชั้นล่างของอาคารพาณิชย์ก็เสียลูกค้า เพราะไม่มีใครอยากกินอาหารหรือซื้อเสื้อผ้าในร้านที่มีกลิ่นน้ำมัน
ความไม่แน่ใจว่ากลิ่นที่ได้รับทุกวันจะส่งผลต่อสุขภาพของลูกหรือไม่ สร้างความกังวลให้พ่อแม่ไม่น้อย บางบ้านเกิดความขัดแย้งว่าจะรื้อบ้านทิ้งทั้งชั้นหรือจะอดทนรอให้กลิ่นหายไปเอง การมีข้อมูลที่ชัดเจนและแผนการฟื้นฟูเป็นขั้นตอนจึงช่วยลดความเครียดได้มาก
หลักการสำคัญของการจัดการกลิ่นน้ำมันจึงเริ่มจาก "เอาแหล่งน้ำมันออก" ก่อนเสมอ ตามด้วยการล้างคราบที่ผิววัสดุแข็งด้วยสารที่เหมาะสม ทำให้บ้านแห้งและระบายอากาศ แล้วจึงจัดการกลิ่นและเชื้อที่หลงเหลือในอากาศและซอกมุมเป็นขั้นตอนสุดท้าย
โอโซน (O3) เป็นก๊าซที่มีความสามารถในการออกซิไดซ์สูง เมื่อปล่อยในห้องที่ปิดสนิทในความเข้มข้นที่ควบคุมได้ ก๊าซจะแทรกซึมไปทั่วห้อง เข้าถึงซอกมุม ช่องว่างใต้ตู้ ผิววัสดุ และอากาศทั้งหมด โอโซนจะทำปฏิกิริยาสลายโมเลกุลกลิ่นหลายชนิด รวมถึงทำลายโครงสร้างของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราที่มักมาพร้อมน้ำท่วม จากนั้นจะกลับคืนเป็นออกซิเจน (O2) โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง
บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคารของ World Health Disinfection ผ่านการทดสอบและรับรองโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ Intertek (สหราชอาณาจักร) ในการกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา 99.99% ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง
ข้อควรเข้าใจอย่างตรงไปตรงมา: โอโซนไม่ใช่วิธีกำจัดน้ำมันที่ยังเกาะอยู่หรือซึมอยู่ในวัสดุ ถ้าพรมหรือผนังยังชุ่มน้ำมัน กลิ่นจะกลับมาเสมอ และปฏิกิริยาระหว่างโอโซนกับสารระเหยบางชนิดอาจก่อให้เกิดสารพลอยได้ในอากาศ นี่คือเหตุผลที่ทีมงานจะอบโอโซนก็ต่อเมื่อรื้อวัสดุที่ซับน้ำมัน ล้างคราบ และระบายอากาศแล้วเท่านั้น และทุกครั้งต้องทำในพื้นที่ว่างเปล่า คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องออกจากพื้นที่ทั้งหมด พร้อมเปิดระบายอากาศอย่างเพียงพอหลังพ้นช่วงพักก่อนกลับเข้าไป สำหรับการรั่วไหลของน้ำมันปริมาณมาก เช่น ถังน้ำมันแตกในบ้าน ต้องให้หน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสารเคมีจัดการก่อน
หากบ้านของท่านมีทั้งกลิ่นน้ำมันและกลิ่นน้ำยาทำความสะอาดที่ใช้ขัดคราบ สามารถดูข้อมูลบริการอบโอโซนกำจัดสารเคมีตกค้างเพิ่มเติมได้ และสำหรับงานอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์
คุณสมชายเปิดร้านข้าวมันไก่ในอาคารพาณิชย์สามชั้นในหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ชั้นล่างเป็นร้าน ชั้นบนเป็นที่พักของครอบครัว ด้านหลังอาคารเป็นลานจอดรถรวมของห้องแถวทั้งแถว เมื่อน้ำท่วมสูงระดับเอว รถหลายคันในลานจมน้ำ และน้ำที่ไหลเข้าร้านมีคราบน้ำมันลอยชัดเจน หลังน้ำลด ร้านมีกลิ่นน้ำมันปนกลิ่นน้ำเน่า จนคุณสมชายไม่กล้าเปิดขาย เพราะรู้ว่าลูกค้าคงไม่อยากนั่งกินข้าวในร้านที่มีกลิ่นแบบนี้
เขาเริ่มจากสิ่งที่ต้องทำก่อน รื้อฝ้าชั้นล่างและผนังเบาช่วงล่างที่ดูดซับน้ำออก ทิ้งเบาะเก้าอี้ผ้าและพรมเช็ดเท้าทั้งหมด ล้างพื้นกระเบื้อง ผนังปูน และเคาน์เตอร์สแตนเลสด้วยน้ำยาล้างคราบไขมันหลายรอบ โดยสวมถุงมือยางและรองเท้าบูทตลอดเวลา ให้ช่างไฟฟ้าตรวจระบบก่อนเปิดใช้ แล้วเปิดประตูม้วนหน้าร้านพร้อมพัดลมระบายอากาศอยู่หลายวัน กลิ่นลดลงมาก แต่ยังคงได้กลิ่นจาง ๆ ทุกเช้าที่เปิดร้าน
คุณสมชายจึงติดต่อ World Health Disinfection ทีมงานเข้าสำรวจและยืนยันว่าแหล่งน้ำมันหลักถูกเอาออกแล้ว จากนั้นแบ่งพื้นที่อบเป็นโซนหน้าร้าน ครัว และห้องเก็บของ รอบละประมาณ 30 นาที ในวันที่ร้านปิดและครอบครัวออกไปข้างนอก หลังพ้นช่วงพักและระบายอากาศ คุณสมชายเล่าในทำนองว่ากลิ่นจาง ๆ ที่เคยรู้สึกทุกเช้าหายไป และเขามั่นใจพอที่จะเปิดร้านต้อนรับลูกค้าประจำได้อีกครั้ง
กรณีตัวอย่างนี้เป็นสถานการณ์ที่เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวของลูกค้าที่ระบุตัวตนได้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับระดับการปนเปื้อนและการรื้อแหล่งน้ำมันออกก่อนอบ
ถาม: อบโอโซนอย่างเดียวโดยไม่รื้ออะไรเลยได้ไหม
ตอบ: ไม่แนะนำ ถ้าวัสดุยังชุ่มน้ำมันอยู่ กลิ่นจะถูกปล่อยออกมาใหม่ไม่หยุด การอบโอโซนควรเป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังรื้อวัสดุที่ซับน้ำมัน ล้างคราบ และทำให้บ้านแห้งแล้ว
ถาม: โอโซนกำจัดสารเบนซีนหรือสารระเหยได้หมดไหม
ตอบ: โอโซนช่วยสลายโมเลกุลกลิ่นหลายชนิดในอากาศและบนพื้นผิวได้ แต่ไม่ใช่วิธีบำบัดการปนเปื้อนสารเคมี ต้นทางยังต้องจัดการด้วยการรื้อและล้าง และต้องระบายอากาศอย่างเพียงพอหลังอบ ทีมงานจึงประเมินหน้างานก่อนเสมอ
ถาม: ระหว่างอบอยู่ในบ้านได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ ต้องเป็นพื้นที่ว่างเปล่า คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกทั้งหมด และกลับเข้าหลังพ้นช่วงพักและระบายอากาศตามที่ทีมงานแจ้ง
ถาม: รถที่จมน้ำแล้วมีกลิ่นน้ำมันในห้องโดยสาร ทำได้หรือไม่
ตอบ: ควรให้อู่ตรวจระบบเครื่องยนต์และระบบไฟฟ้าก่อน และถอดพรมหรือเบาะที่ซับน้ำมันออก การจัดการกลิ่นในรถเป็นงานคนละลักษณะ สามารถสอบถามทีมงานเพิ่มเติมได้
ถาม: บ้านโดนน้ำท่วมแต่ไม่ได้กลิ่นน้ำมัน ต้องกังวลไหม
ตอบ: ถ้าไม่มีคราบมันหรือกลิ่นน้ำมัน ความเสี่ยงหลักมักเป็นเชื้อโรคจากน้ำเสียและเชื้อรา ซึ่งยังควรทำความสะอาด ทำให้แห้ง และพิจารณาอบโอโซนฆ่าเชื้อตามความเหมาะสม
ถาม: ใช้เวลานานแค่ไหน
ตอบ: รอบการทำงานประมาณ 30 นาทีต่อโซน ไม่รวมเวลาเตรียมพื้นที่และช่วงพักระบายอากาศ ทีมงานจะแจ้งเวลาที่กลับเข้าบ้านได้อย่างชัดเจน
รื้อแหล่งน้ำมัน ล้างคราบ ทำให้แห้ง แล้วให้ทีมงาน World Health Disinfection ช่วยจัดการกลิ่นและเชื้อที่หลงเหลือเป็นขั้นตอนสุดท้าย ให้บ้านกลับมาเป็นที่ที่ทุกคนหายใจได้เต็มปอด
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
#อบโอโซน #บริการอบโอโซน #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #โอโซนฆ่าเชื้อ #น้ำท่วม #กลิ่นน้ำมัน #สารระเหยVOCs
คำค้นหา: กลิ่นน้ำมันหลังน้ำท่วม, กลิ่นน้ำมันเครื่องในบ้าน, สารระเหย VOCs น้ำท่วม, คราบน้ำมันบนผนัง, กำจัดกลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิง, อบโอโซนกำจัดกลิ่น, บริการอบโอโซน, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม