Last updated: 30 ก.ย. 2569 | 37 จำนวนผู้เข้าชม |
เมื่อพูดถึงโรคหลังน้ำท่วม คนส่วนใหญ่นึกถึงฉี่หนู ท้องร่วง และเชื้อรา แต่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังมีอีกโรคหนึ่งที่แพทย์ในพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษทุกฤดูฝน นั่นคือโรคเมลิออยโดสิส ซึ่งเกิดจากแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในดินและน้ำผิวดิน เมื่อน้ำท่วมพัดพาดินโคลนเข้ามาในบ้าน ทับถมอยู่บนพื้น ในห้องครัว และตามซอกผนัง เชื้อที่เคยอยู่ในทุ่งนาก็เข้ามาอยู่ใกล้ตัวเรามากขึ้น บทความนี้อธิบายว่าเชื้อนี้คืออะไร ใครเสี่ยงที่สุด การขนโคลนอย่างไรให้ปลอดภัย และการอบโอโซนเข้ามามีบทบาทอย่างไรในฐานะขั้นตอนปิดงานหลังการทำความสะอาด
ลุงสมหมายอายุหกสิบสองปี อาศัยอยู่บ้านไม้ยกพื้นครึ่งปูนครึ่งไม้ในอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ใกล้ลำน้ำมูล ลุงเป็นเบาหวานมาหลายปี ต้องฉีดยาและกินยาควบคุมน้ำตาลทุกวัน ปีนี้น้ำมูลเอ่อล้นเข้าท่วมชั้นล่างของบ้านนานเกือบสามสัปดาห์ เมื่อน้ำลด สิ่งที่เหลือไว้คือชั้นโคลนสีน้ำตาลเทาหนาเกือบคืบปกคลุมพื้นทั้งชั้น กลิ่นดินเปียกผสมกลิ่นเน่าลอยคลุ้งทั่วบ้าน
ลุงไม่อยากรอลูกหลานที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ จึงลงมือขนโคลนเองตั้งแต่เช้าตรู่ เดินเท้าเปล่าเพราะรองเท้าบูทหาย ใช้มือเปล่ากวาดโคลนออกจากมุมห้องครัว ที่เท้ามีแผลเล็ก ๆ จากเศษกระเบื้อง ลุงไม่ได้ใส่ใจเพราะคิดว่าเป็นแผลธรรมดา สองวันต่อมา โคลนที่เหลือเริ่มแห้ง ลุงใช้ไม้กวาดทางมะพร้าวกวาดฝุ่นโคลนแห้งจนฟุ้งไปทั้งบ้าน และหายใจเอาฝุ่นนั้นเข้าไปทั้งวัน
ประมาณสองสัปดาห์หลังจากนั้น ลุงมีไข้สูงขึ้นลง ไอ เหนื่อยง่าย และแผลที่เท้าบวมแดงไม่ยุบ ลูกสาวพาไปโรงพยาบาล แพทย์ถามถึงประวัติการสัมผัสดินโคลน และรับตัวไว้ตรวจอย่างละเอียด ลูกสาวของลุงเล่าภายหลังว่า เธอไม่เคยรู้เลยว่าโคลนในบ้านของพ่อจะเกี่ยวข้องกับโรคที่ต้องนอนโรงพยาบาลได้
เรื่องเล่านี้เป็นสถานการณ์ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่ขนโคลนจะป่วย แต่แสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมเล็ก ๆ เช่น การเดินเท้าเปล่า การไม่ปิดแผล และการกวาดฝุ่นโคลนแห้ง อาจเพิ่มความเสี่ยงได้โดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นเบาหวาน
โรคเมลิออยโดสิสเกิดจากแบคทีเรียชื่อ Burkholderia pseudomallei ซึ่งอาศัยอยู่ตามธรรมชาติในดินและน้ำผิวดิน เช่น ดินในนาข้าว แหล่งน้ำนิ่ง ห้วย หนอง และบ่อ ประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่พบโรคนี้เป็นประจำ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น อุบลราชธานี ขอนแก่น ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ บุรีรัมย์ และอุดรธานี และพบผู้ป่วยมากขึ้นในช่วงฤดูฝน กรมควบคุมโรคจึงมักออกคำเตือนเรื่องโรคนี้ทุกปีเมื่อเข้าหน้าฝน
ในสภาพปกติ คนที่สัมผัสเชื้อคือชาวนาหรือผู้ที่ทำงานกับดินและน้ำเป็นประจำ แต่เมื่อเกิดน้ำท่วม ดินจากทุ่งนาและตลิ่งถูกพัดพามากับกระแสน้ำ ไหลเข้าบ้าน ทับถมเป็นโคลนหนาบนพื้น ในห้องน้ำ ใต้ตู้ และในซอกผนัง คนที่ไม่เคยทำงานกับดินเลยก็ต้องลุยน้ำ เดินในโคลน และขนโคลนด้วยมือ ความเสี่ยงจึงขยายจากกลุ่มอาชีพไปสู่คนทั้งครอบครัว
อาการของโรคเมลิออยโดสิสมีได้หลากหลาย จึงถูกเรียกว่าเป็นโรคที่เลียนแบบโรคอื่นได้เก่ง บางรายมีไข้ร่วมกับฝีหรือแผลอักเสบที่ผิวหนัง บางรายมีอาการคล้ายปอดอักเสบ ไอ เจ็บหน้าอก หอบเหนื่อย บางรายมีฝีในอวัยวะภายใน เช่น ตับหรือม้าม และในรายที่รุนแรงอาจติดเชื้อในกระแสเลือดซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ระยะฟักตัวมีตั้งแต่ไม่กี่วันไปจนถึงหลายสัปดาห์ และในบางรายเชื้ออาจแฝงอยู่ในร่างกายนานก่อนแสดงอาการ
สำคัญมาก: หากมีไข้หลังสัมผัสน้ำท่วมหรือดินโคลน ให้รีบไปพบแพทย์ และบอกแพทย์ทุกครั้งว่าเพิ่งลุยน้ำหรือขนโคลน โรคนี้ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมจากแพทย์ การรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยลดความรุนแรงได้มาก การอบโอโซนในบ้านไม่ใช่การรักษาโรค และไม่ได้ใช้แทนการพบแพทย์ ทั้งนี้ ไข้และปวดน่องหลังลุยน้ำอาจเป็นอาการของโรคฉี่หนู ซึ่งต้องพบแพทย์เช่นกัน
ภาคอีสานมีผู้ป่วยเบาหวานจำนวนมาก และหลายครอบครัวมีผู้สูงอายุอยู่บ้านขณะที่คนหนุ่มสาวทำงานต่างจังหวัด ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวจึงมักเป็นคนแรกที่ลงมือขนโคลน ซึ่งเป็นจุดที่ลูกหลานควรช่วยวางแผนร่วมกัน
ด้านสุขภาพ โรคเมลิออยโดสิสอาจต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเป็นเวลานาน ทั้งช่วงนอนโรงพยาบาลและช่วงกินยาต่อเนื่องที่บ้าน ผู้ป่วยต้องติดตามอาการกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอ และต้องกินยาให้ครบตามแพทย์สั่งเพื่อลดโอกาสกลับเป็นซ้ำ สำหรับผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว การเจ็บป่วยหนักยังส่งผลต่อการควบคุมโรคเดิมด้วย
ด้านการเงิน ค่าเดินทางไปโรงพยาบาลจังหวัด ค่าที่พักของญาติ และรายได้ที่หายไปเพราะต้องหยุดงานมาเฝ้าไข้ เป็นภาระที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ครอบครัวต้องใช้เงินซ่อมบ้าน ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า และฟื้นฟูไร่นาที่เสียหายไปพร้อมกัน
ด้านเวลา ลูกหลานที่ทำงานในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัดต้องลางานกลับบ้านหลายรอบ งานฟื้นฟูบ้านหยุดชะงัก โคลนบางส่วนที่ยังไม่ได้ขนออกก็แห้งและฟุ้งกระจายต่อไป
ด้านครอบครัวและชุมชน ในหมู่บ้านที่ทุกหลังคาเรือนต้องขนโคลนพร้อมกัน การที่ผู้สูงอายุหลายคนป่วยในช่วงเวลาเดียวกันสร้างความกังวลให้ทั้งชุมชน บางครอบครัวไม่กล้ากลับเข้าบ้าน ต้องพักที่ศูนย์พักพิงนานกว่าที่จำเป็น เพราะไม่มั่นใจว่าบ้านปลอดภัยแล้วหรือยัง
ด้านกิจการ ร้านค้า ร้านอาหาร และโฮมสเตย์ในพื้นที่ท่องเที่ยวริมน้ำ ต้องการสื่อสารกับลูกค้าว่าสถานที่ผ่านการทำความสะอาดอย่างถูกหลักแล้ว การฟื้นฟูที่ไม่เป็นระบบอาจทำให้ลูกค้าลังเลที่จะกลับมา
ลุยโคลนด้วยเท้าเปล่าและมือเปล่า เป็นพฤติกรรมที่พบบ่อยที่สุด เพราะรองเท้าบูทหายหรือไม่พอ และคิดว่าล้างมือทีหลังก็พอ แต่ผิวหนังที่มีรอยถลอกเพียงเล็กน้อยเป็นช่องทางให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้
ฉีดน้ำแรงดันสูงใส่โคลนในห้องปิด น้ำแรงดันสูงช่วยให้งานเร็วขึ้น แต่ทำให้เกิดละอองน้ำผสมโคลนฟุ้งในอากาศ ผู้ที่ยืนใกล้ ๆ โดยไม่สวมหน้ากากจะสูดละอองนั้นเข้าไป ควรเปิดประตูหน้าต่าง ใช้แรงดันพอเหมาะ และสวมหน้ากากเสมอ
ปล่อยให้โคลนแห้งแล้วกวาด หลายบ้านรอให้โคลนแห้งเพราะคิดว่าจะขนง่ายกว่า แต่โคลนแห้งจะกลายเป็นฝุ่นละเอียดที่ฟุ้งทุกครั้งที่กวาดหรือเดินผ่าน ควรพรมน้ำให้ชื้นก่อนตักหรือขูดออก
ราดน้ำยาฟอกขาวลงบนโคลนหนา สารฆ่าเชื้อทำงานได้ไม่ดีเมื่อมีดินและสารอินทรีย์จำนวนมาก การราดน้ำยาลงบนโคลนหนาจึงสิ้นเปลืองโดยได้ผลน้อย ลำดับที่ถูกต้องคือขนโคลนออกให้หมดก่อน ล้างให้สะอาด แล้วจึงฆ่าเชื้อพื้นผิว
ล้างเฉพาะพื้น แต่ลืมซอกที่โคลนซ่อน โคลนมักค้างอยู่ใต้ตู้ครัว หลังตู้เย็น ในร่องประตูบานเลื่อน และในช่องท่อระบายน้ำ ซึ่งจะแห้งและปล่อยฝุ่นออกมาในภายหลัง
ใช้น้ำบาดาลหรือน้ำในโอ่งที่ปนเปื้อน ในช่วงที่น้ำประปาไม่ไหล หลายบ้านใช้น้ำบ่อหรือน้ำในโอ่งที่น้ำท่วมเข้าไปล้างภาชนะหรือแม้แต่ดื่ม ซึ่งเป็นความเสี่ยงทางการกิน
พึ่งกลิ่นหอมกลบกลิ่นดิน กลิ่นดินเปียกและกลิ่นเน่าที่ค้างอยู่เป็นสัญญาณว่ายังมีความชื้นและสารอินทรีย์หลงเหลือ การใช้น้ำหอมหรือธูปกลบกลิ่นไม่ได้แก้ปัญหา และอาจทำให้มองข้ามจุดที่ต้องทำความสะอาดเพิ่ม
ต้องบอกตรง ๆ ว่า เชื้อที่อยู่ในดินโคลนต้องจัดการด้วยการขนโคลนออกและล้างทำความสะอาดเป็นหลัก ไม่มีวิธีใดที่จะทำให้การขนโคลนไม่จำเป็น การอบโอโซนเข้ามาหลังจากนั้น ในฐานะขั้นตอนปิดงาน ที่ช่วยจัดการสิ่งที่การล้างเข้าไม่ถึง ได้แก่ อากาศภายในบ้าน ซอกหลืบที่ยังมีคราบเล็กน้อย และกลิ่นดินเน่าที่ฝังอยู่ในวัสดุ
โอโซน (O3) เป็นสารออกซิไดซ์ที่แรง เมื่อกระจายตัวในพื้นที่ปิด จะเข้าไปทำลายโครงสร้างเซลล์ของแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา และสลายโมเลกุลที่ก่อกลิ่น จากนั้นคืนสภาพเป็นออกซิเจน (O2) โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek (สหราชอาณาจักร) ระบบของเรากำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% ทั้งนี้ผลทดสอบดังกล่าวเป็นการทดสอบกับเชื้อทั่วไปในสภาพที่ควบคุม เราจึงแนะนำให้มองโอโซนเป็นชั้นป้องกันเพิ่มเติม ไม่ใช่เครื่องรับประกันว่าไม่มีเชื้อชนิดใดชนิดหนึ่งเหลืออยู่ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่หน้า บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคาร
ข้อปฏิบัติด้านความปลอดภัย: การอบโอโซนทำในพื้นที่ว่างและปิดเท่านั้น ห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในพื้นที่ และกลับเข้าได้หลังช่วงพักและระบายอากาศตามที่ทีมงานกำหนดเท่านั้น
หมายเหตุ: ผลลัพธ์ขึ้นกับการขนโคลน การล้าง และการทำให้แห้งอย่างครบถ้วนก่อนการอบโอโซน
กรณีตัวอย่างนี้เป็นสถานการณ์ที่พบบ่อย ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้ารายใดรายหนึ่ง คุณแก้วเปิดโฮมสเตย์เล็ก ๆ หกห้องริมแหล่งน้ำในจังหวัดขอนแก่น เมื่อน้ำท่วมสูงราวครึ่งเมตร ห้องพักชั้นล่างและห้องครัวส่วนกลางมีโคลนทับถม คุณแก้วมีคุณพ่อที่เป็นเบาหวานอาศัยอยู่ด้วย จึงตัดสินใจไม่ให้คุณพ่อช่วยขนโคลน และจ้างแรงงานในหมู่บ้านที่มีรองเท้าบูทและถุงมือครบ
ทีมขนโคลนตักโคลนออกขณะยังชื้น ล้างผนังและพื้นจากบนลงล่าง ทิ้งที่นอนและผ้าม่านที่แช่น้ำ แล้วเปิดพัดลมระบายอากาศหลายวันจนพื้นแห้ง แต่ห้องครัวและห้องพักยังมีกลิ่นดินอับ ซึ่งคุณแก้วกังวลว่าแขกจะรู้สึกได้ทันทีที่เปิดประตู
ทีมงานสำรวจและยืนยันว่าโคลนถูกขนออกหมดแล้ว จึงอบโอโซนห้องพักชั้นล่างและห้องครัวทีละโซน ขณะที่ครอบครัวพักอยู่ชั้นบนอีกฝั่งของอาคารซึ่งแยกพื้นที่ปิดสนิท หลังช่วงพักและระบายอากาศ คุณแก้วสังเกตว่ากลิ่นดินอับหายไป และสามารถแจ้งแขกที่จองไว้ได้ว่าโฮมสเตย์ผ่านการฟื้นฟูและอบโอโซนฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว คุณแก้วยังติดป้ายเตือนแขกให้สวมรองเท้าเมื่อเดินบริเวณริมน้ำ และแจ้งให้พบแพทย์หากมีไข้หลังเข้าพัก
โอโซนช่วยลดเชื้อในอากาศและบนพื้นผิวภายในบ้านที่ปิดได้ ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองกับเชื้อทั่วไป แต่เชื้อนี้อยู่ในดินและน้ำรอบบ้าน การป้องกันหลักจึงยังเป็นการสวมรองเท้าบูทและถุงมือ การปิดแผล การขนโคลนอย่างถูกวิธี และการดื่มน้ำที่สะอาด โอโซนเป็นขั้นตอนเสริมสำหรับภายในบ้าน
ไปพบแพทย์โดยเร็ว และแจ้งว่าเพิ่งสัมผัสน้ำท่วมหรือดินโคลน โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต หรือผู้สูงอายุ อย่าซื้อยากินเองหรือรอให้ไข้หายเอง
หลังจากขนโคลนออก ล้าง และทำให้บ้านแห้งแล้ว หากยังมีโคลนค้าง โอโซนจะทำงานได้ไม่เต็มที่ และควรจัดการโคลนให้หมดก่อน
รอบการทำงานทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน บวกช่วงพักและระบายอากาศ ทีมงานจะแจ้งเวลาที่ชัดเจนตามขนาดบ้านและจำนวนโซน ทุกคนต้องออกจากพื้นที่จนกว่าทีมงานยืนยันว่าปลอดภัย
ได้ ทีมงานจะสำรวจและวางแผนการปิดพื้นที่ให้เหมาะสม บ้านที่มีช่องลมมากอาจต้องปิดช่องชั่วคราวหรือแบ่งเป็นโซนเล็กลง เพื่อให้ความเข้มข้นของโอโซนเพียงพอ
สอบถามพื้นที่ให้บริการและขอใบเสนอราคาได้ทางโทรศัพท์หรือ LINE สำหรับงานอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์
ปรึกษาทีมงาน World Health Disinfection เพื่อประเมินบ้านหลังน้ำท่วมและวางแผนการอบโอโซนฆ่าเชื้ออย่างปลอดภัย
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
โปรโมชัน: งานอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาท รับฟรีสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์
#อบโอโซน #บริการอบโอโซน #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #โอโซนฆ่าเชื้อ #น้ำท่วม #เมลิออยโดสิส #น้ำท่วมอีสาน #ขนโคลน
คำค้นหา: โรคเมลิออยโดสิส, เมลิออยโดสิสน้ำท่วม, เชื้อ Burkholderia pseudomallei, ดินโคลนเข้าบ้าน, น้ำท่วมภาคอีสาน, ขนโคลนหลังน้ำท่วม, อบโอโซนฆ่าเชื้อบ้าน, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม