แบคทีเรียก่อปอดอักเสบในบ้านหลังน้ำท่วม: Klebsiella และ Pseudomonas ภัยเงียบของผู้มีโรคประจำตัว และวิธีทำห้องผู้ป่วยให้ปลอดภัยด้วยการอบโอโซน

Last updated: 30 ก.ย. 2569  |  27 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการอบโอโซนโรงพยาบาล

แบคทีเรียก่อปอดอักเสบในบ้านหลังน้ำท่วม: Klebsiella และ Pseudomonas ภัยเงียบของผู้มีโรคประจำตัว และวิธีทำห้องผู้ป่วยให้ปลอดภัยด้วยการอบโอโซน

สำหรับคนแข็งแรงทั่วไป บ้านที่ชื้นหลังน้ำท่วมอาจแค่ทำให้รู้สึกอึดอัด แต่สำหรับคุณพ่อที่เป็นเบาหวานมายี่สิบปี คุณแม่ที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและต้องพ่นยาทุกวัน หรือคุณตาที่นอนติดเตียงและใช้สายให้อาหาร บ้านที่อับชื้นคือสนามเด็กเล่นของแบคทีเรียกลุ่มที่รักความชื้น โดยเฉพาะ Klebsiella pneumoniae และ Pseudomonas aeruginosa ซึ่งเป็นเชื้อที่แพทย์คุ้นเคยดีในฐานะสาเหตุของปอดอักเสบ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และการติดเชื้อแผลในผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง บทความนี้เขียนขึ้นสำหรับครอบครัวที่ดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่บ้าน เพื่อให้เข้าใจว่าเชื้อเหล่านี้ซ่อนอยู่ตรงไหนหลังน้ำลด ทำไมการทำความสะอาดแบบปกติจึงไม่พอ และจะฟื้นฟูห้องของผู้ป่วยอย่างเป็นระบบได้อย่างไร โดยมีการอบโอโซนเป็นขั้นตอนเสริมหลังการล้างและทำให้แห้ง

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย: บ้านริมแม่น้ำมูลในอุบลราชธานี กับคุณพ่อที่ต้องกลับเข้าโรงพยาบาล

คุณเอ๋เป็นลูกสาวคนโตที่ดูแลคุณพ่อวัยเจ็ดสิบสองปีในบ้านชั้นเดียวริมแม่น้ำมูล อำเภอวารินชำราบ อุบลราชธานี คุณพ่อเป็นทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังจากการสูบบุหรี่ในวัยหนุ่ม ต้องใช้เครื่องพ่นยาละอองฝอยวันละสองครั้ง และมีเครื่องผลิตออกซิเจนไว้ใช้ตอนกลางคืน

ปีนั้นน้ำมูลล้นตลิ่งและขังในบ้านเกือบสามสัปดาห์ คุณเอ๋พาคุณพ่อไปพักที่บ้านญาติในตัวเมือง เมื่อน้ำลด เธอกลับมาตักโคลน ขัดพื้นด้วยผงซักฟอก ราดน้ำยาฟอกขาวในห้องน้ำ และเปิดหน้าต่างทิ้งไว้สามวัน บ้านดูสะอาดขึ้นมาก เธอจึงพาคุณพ่อกลับบ้าน เพราะคุณพ่ออยากนอนเตียงของตัวเอง

แต่สิ่งที่คุณเอ๋ไม่ได้นึกถึง คือท่อระบายน้ำในห้องน้ำที่ยังมีกลิ่นเหม็นอับ ฟองน้ำล้างจานที่ใช้ต่อจากก่อนน้ำท่วม ถังน้ำสำรองที่ตั้งอยู่มุมห้องครัว กระบอกยาพ่นที่ล้างด้วยน้ำประปาแล้ววางผึ่งในที่อับ และที่นอนนุ่นที่ดูแห้งแต่มีกลิ่นอับจางๆ ในห้องนอนที่ปิดแอร์ตลอดวัน หนึ่งสัปดาห์ต่อมา คุณพ่อเริ่มมีไข้ ไอมีเสมหะเหนียวสีเขียวข้น หายใจเหนื่อยกว่าปกติ คุณเอ๋รีบพาไปโรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นปอดอักเสบและต้องนอนโรงพยาบาลหลายวัน

แพทย์ไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าติดเชื้อมาจากที่ใด แต่ให้คำแนะนำที่คุณเอ๋จำได้ขึ้นใจว่า ก่อนพาคุณพ่อกลับบ้านรอบนี้ ต้องทำให้บ้านแห้งจริง จัดการจุดที่มีน้ำขังทุกจุด และดูแลอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้สะอาดตามคำแนะนำ เพราะผู้ป่วยอย่างคุณพ่อไม่มีแรงต้านเชื้อเหมือนคนหนุ่มสาว

สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยในอยุธยา นครสวรรค์ สุโขทัย ปทุมธานี และหาดใหญ่ ทุกครั้งที่น้ำท่วมใหญ่ ครอบครัวที่มีผู้ป่วยโรคเรื้อรังคือกลุ่มที่ต้องวางแผนฟื้นฟูบ้านละเอียดที่สุด

รู้จัก Klebsiella และ Pseudomonas แบคทีเรียที่รักความชื้น

Klebsiella pneumoniae

Klebsiella เป็นแบคทีเรียแกรมลบที่พบได้ในลำไส้ของคนและสัตว์ ในดิน น้ำ และพืช คนแข็งแรงส่วนใหญ่มีเชื้อนี้ในลำไส้โดยไม่มีอาการ แต่ในผู้ที่ภูมิต้านทานต่ำ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่ดื่มสุราหนัก และผู้สูงอายุ เชื้ออาจเข้าสู่ปอดและก่อให้เกิดปอดอักเสบที่รุนแรง รวมถึงการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อในกระแสเลือด และการติดเชื้อแผล น้ำท่วมที่ปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลและดินโคลนนำเชื้อกลุ่มนี้เข้าสู่บ้าน และความชื้นที่ค้างอยู่ช่วยให้เชื้ออยู่รอดบนพื้นผิวได้นานขึ้น

Pseudomonas aeruginosa

Pseudomonas เป็นแบคทีเรียที่ชอบน้ำเป็นพิเศษ พบได้ในดิน น้ำจืด ท่อระบายน้ำ ซิงก์ ฝักบัว และทุกที่ที่มีน้ำขังหรือความชื้นต่อเนื่อง จุดเด่นของเชื้อนี้คือความสามารถในการสร้าง ไบโอฟิล์ม ซึ่งเป็นชั้นเมือกบาง ๆ ที่ห่อหุ้มกลุ่มเชื้อไว้ ทำให้ทนต่อน้ำยาทำความสะอาดทั่วไปได้ดีกว่าเชื้อที่ลอยอิสระ Pseudomonas เป็นสาเหตุสำคัญของปอดอักเสบในผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง ผู้ที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ ผู้ที่เจาะคอ และผู้มีแผลเรื้อรังหรือแผลเบาหวานที่เท้า นอกจากนี้ยังเป็นเชื้อที่หลายสายพันธุ์ดื้อต่อยาปฏิชีวนะหลายชนิด ทำให้การรักษายุ่งยากขึ้น

จุดซ่อนตัวในบ้านหลังน้ำท่วม

  • ท่อระบายน้ำ ท่อน้ำทิ้ง และตะแกรงพื้นห้องน้ำ ที่มีโคลนและตะกอนค้าง เป็นแหล่งไบโอฟิล์มชั้นดี และเมื่อเปิดน้ำแรง ๆ ละอองน้ำจากท่อสามารถกระเซ็นขึ้นมาได้
  • ซิงก์ล้างจาน ฟองน้ำ และผ้าเช็ดโต๊ะ ที่เปียกตลอดเวลา
  • ถังเก็บน้ำ ตุ่มน้ำ และถังพักน้ำ ที่น้ำท่วมเคยไหลเข้า หรือมีตะกอนก้นถัง
  • เครื่องพ่นยา เครื่องเพิ่มความชื้น กระบอกน้ำของเครื่องผลิตออกซิเจน และเครื่อง CPAP ที่ใช้น้ำและไม่ได้ล้างหรือเปลี่ยนน้ำตามคำแนะนำ
  • ถาดน้ำทิ้งและคอยล์เย็นของเครื่องปรับอากาศ ที่มีความชื้นและฝุ่นโคลนสะสม
  • ที่นอน หมอน ผ้าห่ม และเบาะเก้าอี้ผ้า ที่แช่น้ำแล้วแห้งแค่ผิวนอก
  • พื้นกระเบื้องยาง รอยต่อพื้น และขอบบัว ที่มีน้ำซึมค้างด้านล่าง

เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร

เชื้อกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้แพร่ทางอากาศแบบไวรัสไข้หวัด แต่เข้าสู่ร่างกายผ่านหลายช่องทางที่คนดูแลผู้ป่วยควรรู้ ได้แก่ การสูดละอองน้ำที่ปนเปื้อน เช่น จากเครื่องพ่นยาที่ล้างไม่สะอาดหรือจากฝักบัว การสำลักน้ำลายหรืออาหารในผู้ป่วยที่กลืนลำบาก ซึ่งพาเชื้อจากปากลงปอด การสัมผัสพื้นผิวปนเปื้อนแล้วจับอุปกรณ์การแพทย์ สายสวนปัสสาวะ หรือแผล และการใช้มือที่ไม่ได้ล้างดูแลผู้ป่วย

อาการที่ต้องรีบพบแพทย์

  • ไข้ หนาวสั่น หรือในผู้สูงอายุบางรายอาจไม่มีไข้ชัดแต่ซึม สับสน กินน้อยลง
  • ไอมีเสมหะข้น สีเหลือง เขียว หรือมีเลือดปน
  • หายใจเร็ว หอบเหนื่อย ค่าออกซิเจนปลายนิ้วต่ำกว่าปกติ
  • เจ็บหน้าอกเวลาหายใจลึก
  • ปัสสาวะแสบขัด ขุ่น มีกลิ่นแรง ในผู้ที่ใส่สายสวน
  • แผลเบาหวานบวมแดง มีหนอง หรือมีกลิ่นผิดปกติ

กลุ่มที่เสี่ยงที่สุด

  • ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืดรุนแรง และหลอดลมพอง
  • ผู้ป่วยเบาหวาน โดยเฉพาะที่ควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดีหรือมีแผลที่เท้า
  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ผู้ฟอกไต และผู้ป่วยโรคตับ
  • ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ที่ใส่สายให้อาหาร สายสวนปัสสาวะ หรือเจาะคอ
  • ผู้ป่วยมะเร็งที่รับเคมีบำบัด และผู้ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
  • ผู้สูงอายุ ทารก และหญิงตั้งครรภ์

ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีอาการผิดปกติหลังน้ำท่วม ต้องพบแพทย์โดยเร็ว อย่ารอดูอาการ หากเคยลุยน้ำแล้วมีไข้ ปวดน่อง ให้แจ้งแพทย์ด้วยเพราะอาจเป็นโรคเลปโตสไปโรซิสหรือไข้ฉี่หนู และหากมีท้องร่วงรุนแรงก็ต้องรีบรักษา การอบโอโซนเป็นการลดเชื้อในสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่การรักษาโรค และไม่แทนยาหรือคำแนะนำของแพทย์

ผลกระทบเมื่อผู้ป่วยโรคเรื้อรังกลับบ้านที่ยังไม่พร้อม

ด้านสุขภาพ

ปอดอักเสบในผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรังไม่ใช่เรื่องเล็ก อาจทำให้ต้องนอนโรงพยาบาลนาน ใช้ออกซิเจนเพิ่ม หรือเข้าห้องไอซียู และหลังหายแล้ว ร่างกายมักอ่อนแอลงกว่าเดิม การกลับเข้าโรงพยาบาลซ้ำหลายครั้งทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยถดถอยลงอย่างชัดเจน

ด้านค่าใช้จ่าย

ค่ารักษาพยาบาล ค่ายาปฏิชีวนะ ค่าเดินทางไปกลับโรงพยาบาล และรายได้ที่หายไปของคนดูแลที่ต้องลางาน รวมกันแล้วอาจสูงกว่าค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูบ้านให้ถูกต้องตั้งแต่แรกหลายเท่า

ด้านเวลาและภาระของผู้ดูแล

ผู้ดูแลต้องเฝ้าไข้ที่โรงพยาบาล พร้อมกับต้องกลับมาซ่อมบ้าน ทำงาน และดูแลลูกไปพร้อมกัน ภาระซ้อนภาระทำให้ผู้ดูแลหลายคนหมดแรงทั้งกายและใจ

ด้านเชื้อดื้อยา

การติดเชื้อซ้ำหลายรอบหมายถึงการใช้ยาปฏิชีวนะหลายรอบ ซึ่งเพิ่มโอกาสที่ผู้ป่วยจะมีเชื้อดื้อยา การป้องกันไม่ให้ติดเชื้อตั้งแต่ต้นจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ด้านครอบครัว

ความรู้สึกผิดของลูกหลานที่คิดว่า "ถ้ารู้แบบนี้คงไม่รีบพาพ่อกลับบ้าน" เป็นสิ่งที่หลายครอบครัวต้องเผชิญ การวางแผนฟื้นฟูบ้านอย่างเป็นขั้นตอนจึงเป็นการดูแลทั้งผู้ป่วยและหัวใจของคนในครอบครัว

ทำไมการทำความสะอาดแบบทั่วไปจึงไม่พอสำหรับบ้านที่มีผู้ป่วย

  1. ราดน้ำยาฟอกขาวลงท่อแล้วจบ ไบโอฟิล์มในท่อเป็นชั้นเมือกที่ปกป้องเชื้อ การราดน้ำยาเพียงครั้งเดียวไม่ได้ขัดชั้นเมือกออก และถ้าท่อยังมีตะกอนโคลน เชื้อก็กลับมาเติบโตได้อีก
  2. เช็ดเฉพาะพื้นผิวที่มองเห็น ใต้เตียง หลังตู้ ขอบบัว และซอกที่มีน้ำซึม ซึ่งเป็นจุดชื้นที่สุด มักถูกมองข้าม
  3. ใช้อุปกรณ์การแพทย์ต่อโดยไม่ล้างตามคำแนะนำ กระบอกพ่นยา หน้ากาก และกระบอกน้ำของเครื่องผลิตออกซิเจน ต้องล้างและผึ่งให้แห้งตามคู่มือ และใช้น้ำชนิดที่ผู้ผลิตกำหนด ไม่ใช่น้ำที่อาจปนเปื้อนหลังน้ำท่วม
  4. ปิดห้องเปิดแอร์ให้แห้ง เครื่องปรับอากาศที่เคยสัมผัสความชื้นและฝุ่นโคลน อาจหมุนเวียนสิ่งสกปรกในห้อง หากยังไม่ได้ล้าง
  5. ฉีดน้ำหอมหรือจุดธูปกลบกลิ่น ควันและสารหอมระเหยยังระคายเคืองปอดของผู้ป่วยโรคปอดโดยตรง ทำให้อาการแย่ลง
  6. ใช้น้ำยาเคมีเข้มข้นหลายชนิดผสมกัน ไอระเหยจากสารเคมีเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยโรคปอดอย่างมาก และการผสมน้ำยาฟอกขาวกับแอมโมเนียหรือกรดทำให้เกิดก๊าซพิษ
  7. พาผู้ป่วยกลับบ้านเร็วเกินไป ก่อนที่บ้านจะแห้งจริงและผ่านการฆ่าเชื้อครบทุกขั้นตอน

บ้านที่มีผู้ป่วยโรคเรื้อรังจึงต้องการแผนฟื้นฟูที่ละเอียดกว่าบ้านทั่วไป ทั้งการล้างจุดน้ำขัง การทำให้แห้งด้วยเครื่องลดความชื้น การดูแลอุปกรณ์การแพทย์ และการฆ่าเชื้อในอากาศและพื้นผิวที่เหลืออย่างทั่วถึงโดยไม่ทิ้งสารระคายเคือง

บริการอบโอโซนจาก World Health Disinfection: เตรียมห้องผู้ป่วยให้พร้อมก่อนกลับบ้าน

ก๊าซโอโซน (O3) มีพลังออกซิไดซ์สูง เมื่อปล่อยในห้องที่ปิดสนิทและไม่มีคน โอโซนจะแพร่กระจายไปทั่วทั้งอากาศและพื้นผิว ทำลายโครงสร้างเซลล์ของแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา สลายโมเลกุลกลิ่นอับ แล้วคืนสภาพกลับเป็นออกซิเจน (O2) โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง ซึ่งเป็นข้อดีสำคัญสำหรับห้องของผู้ป่วยโรคปอดที่ไวต่อไอระเหยของสารเคมี

ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek (สหราชอาณาจักร) ระบบโอโซนของ WHD สามารถกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ถึง 99.99%

ข้อควรรู้: การอบโอโซนเป็นขั้นตอนหลังจากตักโคลน ล้างทำความสะอาด ขัดท่อและจุดน้ำขัง และทำให้บ้านแห้งแล้ว ไม่ได้แทนการล้างไบโอฟิล์มในท่อ การล้างถังน้ำ หรือการทำความสะอาดอุปกรณ์การแพทย์ตามคู่มือ และห้องต้องว่างเปล่าจากคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ระหว่างอบ ผู้ป่วยจะกลับเข้าห้องได้หลังพ้นช่วงพักและระบายอากาศแล้วเท่านั้น

ขั้นตอนการทำงานสำหรับบ้านที่มีผู้ป่วย

  1. สำรวจร่วมกับผู้ดูแล ทีมงานสอบถามว่าผู้ป่วยใช้ห้องใด อุปกรณ์การแพทย์มีอะไรบ้าง และมีจุดใดที่ยังชื้นหรือมีกลิ่น เพื่อวางลำดับโซนการอบ
  2. เตรียมพื้นที่ ผู้ป่วยและสมาชิกทุกคนพักที่อื่นระหว่างการทำงาน นำสัตว์เลี้ยงและต้นไม้ออก ปิดประตูหน้าต่าง เปิดตู้และลิ้นชักเพื่อให้ก๊าซเข้าถึง อุปกรณ์การแพทย์ที่ผู้ผลิตไม่ได้ระบุว่าทนโอโซน ให้นำออกหรือปฏิบัติตามคำแนะนำของทีมงาน
  3. ปล่อยโอโซน ติดตั้งเครื่องและปล่อยก๊าซในห้องที่ปิดสนิท
  4. ระยะสัมผัส คงความเข้มข้นตามเวลาที่กำหนด รอบการทำงานโดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน
  5. พักและระบายอากาศ ให้โอโซนคืนสภาพเป็นออกซิเจน แล้วเปิดระบายอากาศก่อนให้คนกลับเข้าห้อง
  6. ส่งมอบ พร้อมคำแนะนำการรักษาความแห้งของห้องผู้ป่วยในระยะยาว

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคาร สำหรับการฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสบ่อยในชีวิตประจำวัน สามารถศึกษาผลิตภัณฑ์ Chemgene และ บริการฆ่าเชื้อ ของเราเพิ่มเติม

โปรโมชัน: รับฟรีสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ เมื่อใช้บริการอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป เหมาะสำหรับเช็ดราวเตียง รีโมต และลูกบิดประตูในห้องผู้ป่วย

10 เหตุผลที่ครอบครัวซึ่งดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังควรอบโอโซนบ้านหลังน้ำท่วม

  1. ลดเชื้อในห้องที่ผู้ป่วยใช้เวลามากที่สุด ห้องนอนผู้ป่วยติดเตียงคือพื้นที่ที่ผู้ป่วยหายใจเกือบตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
  2. ไม่มีไอระเหยสารเคมีตกค้าง โอโซนคืนสภาพเป็นออกซิเจน ไม่กระตุ้นปอดที่ไวต่อสารเคมีเหมือนน้ำยาฉุน ๆ
  3. เข้าถึงใต้เตียง หลังตู้ และซอกมุม ที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึงและเป็นจุดที่ความชื้นค้างนาน
  4. จัดการกลิ่นอับที่เป็นสัญญาณของความชื้น ช่วยให้ผู้ดูแลแยกได้ง่ายขึ้นว่าจุดใดยังมีปัญหาเหลืออยู่
  5. ครอบคลุมที่นอน หมอน และผ้าม่านในห้อง ไปพร้อมกับอากาศและพื้นผิว
  6. เสริมการดูแลแบบป้องกันการติดเชื้อ เป็นอีกหนึ่งชั้นของการลดเชื้อในสิ่งแวดล้อม ร่วมกับการล้างมือและการดูแลอุปกรณ์ อ่าน รายละเอียดบริการ
  7. มีผลทดสอบรองรับ ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek กำจัดเชื้อได้ 99.99% ดู เอกสารรับรอง
  8. ใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 30 นาทีต่อโซน ผู้ป่วยไม่ต้องย้ายออกจากบ้านนานเกินจำเป็น
  9. ทีมงานเข้าใจบ้านที่มีผู้ป่วย วางแผนลำดับห้องให้ห้องผู้ป่วยพร้อมใช้ก่อน และแนะนำการจัดการอุปกรณ์การแพทย์ระหว่างอบ
  10. ช่วยให้ผู้ดูแลมั่นใจ ว่าได้ทำทุกขั้นตอนที่ทำได้ก่อนพาคนที่รักกลับบ้าน นัดหมายทีมงาน WHD

ก่อนและหลัง: ห้องนอนผู้ป่วยหลังน้ำลด

ก่อนฟื้นฟู

  • ท่อห้องน้ำมีกลิ่นเหม็น ตะแกรงพื้นมีเมือกลื่น
  • ที่นอนและหมอนดูแห้งแต่มีกลิ่นอับ
  • เครื่องพ่นยาและกระบอกน้ำเครื่องออกซิเจนวางผึ่งในที่อับ
  • แอร์ที่ยังไม่ได้ล้าง เปิดแล้วมีกลิ่น
  • ผู้ดูแลกังวลทุกครั้งที่ผู้ป่วยไอ

หลังล้าง ทำให้แห้ง และอบโอโซน

  • ท่อและตะแกรงถูกขัดล้างตะกอนออก ไม่มีกลิ่นย้อน
  • เปลี่ยนที่นอนที่แช่น้ำ ห้องไม่มีกลิ่นอับ
  • อุปกรณ์การแพทย์ล้างตามคู่มือ ใช้น้ำที่ถูกต้อง
  • อากาศและพื้นผิวในห้องผ่านการฆ่าเชื้อ ไม่มีสารตกค้าง
  • ผู้ป่วยกลับบ้านหลังช่วงระบายอากาศ พร้อมแผนดูแลต่อเนื่อง

กรณีตัวอย่าง: บ้านสองชั้นในอยุธยาที่เตรียมรับคุณยายกลับจากโรงพยาบาล

กรณีตัวอย่างนี้เป็นสถานการณ์จำลองจากลักษณะปัญหาที่พบบ่อย เพื่ออธิบายขั้นตอนการทำงาน ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง

คุณบีม หลานชายที่ดูแลคุณยายวัยแปดสิบในอำเภอบางบาล อยุธยา ติดต่อมาขณะที่คุณยายยังนอนโรงพยาบาลด้วยอาการปอดอักเสบ แพทย์แจ้งว่าอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์คุณยายจะกลับบ้านได้ คุณยายเป็นเบาหวานและโรคไตเรื้อรัง นอนห้องชั้นล่างที่น้ำเคยท่วมสูงครึ่งเมตร

ทีมงานแนะนำให้คุณบีมวางแผนเป็นลำดับ เริ่มจากให้ช่างประปาล้างท่อระบายน้ำและตะแกรงห้องน้ำชั้นล่าง ล้างถังพักน้ำ ทิ้งที่นอนนุ่นที่แช่น้ำแล้วเปลี่ยนเป็นที่นอนใหม่ ล้างเครื่องปรับอากาศ และใช้เครื่องลดความชื้นต่อเนื่องหลายวัน ส่วนเครื่องพ่นยาและอุปกรณ์ของคุณยาย คุณบีมสอบถามพยาบาลเรื่องวิธีทำความสะอาดที่ถูกต้องก่อนนำกลับมาใช้

เมื่อบ้านแห้งและสะอาดแล้ว ทีม WHD เข้าอบโอโซนห้องนอนคุณยาย ห้องน้ำ และห้องนั่งเล่นชั้นล่าง โดยแบ่งเป็นสามโซน ระหว่างนั้นครอบครัวออกไปอยู่นอกบ้านทั้งหมด เมื่อพ้นช่วงพักและระบายอากาศ ทีมงานส่งมอบพื้นที่ พร้อมมอบสเปรย์ฆ่าเชื้อสำหรับเช็ดราวเตียงและจุดสัมผัสบ่อย คุณบีมบอกว่าสิ่งที่ทำให้สบายใจที่สุดคือได้รู้ว่าห้องของคุณยายไม่มีทั้งกลิ่นอับและกลิ่นสารเคมีฉุน ส่วนการดูแลสุขภาพของคุณยายยังคงเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ที่นัดติดตามอาการ

เช็กลิสต์เตรียมบ้านให้พร้อมสำหรับผู้มีโรคประจำตัวหลังน้ำท่วม

ก่อนอบโอโซน

  • ให้ผู้ป่วยพักที่อื่นระหว่างการขนโคลนและทำความสะอาด ห้ามให้ผู้ป่วยช่วยงานล้างบ้าน
  • ผู้ทำความสะอาดสวมถุงมือยาง รองเท้าบูท หน้ากาก และล้างมือบ่อย ๆ
  • ขัดล้างท่อระบายน้ำ ตะแกรงพื้น ซิงก์ และโถสุขภัณฑ์ ขจัดตะกอนและเมือก
  • ล้างถังเก็บน้ำหรือตุ่มน้ำที่น้ำท่วมเคยเข้า และใช้น้ำสะอาดสำหรับดื่มและทำอาหาร
  • ทิ้งฟองน้ำ ผ้าเช็ดโต๊ะ และแปรงสีฟันที่โดนน้ำท่วม
  • ทิ้งหรือเปลี่ยนที่นอน หมอน และเบาะผ้าที่แช่น้ำ
  • ล้างเครื่องปรับอากาศและถาดน้ำทิ้ง ก่อนเปิดใช้ในห้องผู้ป่วย
  • ทำความสะอาดอุปกรณ์การแพทย์ตามคู่มือผู้ผลิตหรือตามคำแนะนำของพยาบาล หากอุปกรณ์จมน้ำ ให้ติดต่อผู้จำหน่ายก่อนใช้
  • ใช้เครื่องลดความชื้นจนห้องแห้งจริง
  • สำรองยาประจำตัวให้เพียงพอ และจดเบอร์โรงพยาบาลไว้ใกล้มือ

ระหว่างอบโอโซน

  • ผู้ป่วย สมาชิกครอบครัว สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ ต้องอยู่นอกพื้นที่ทั้งหมด
  • ปิดประตู หน้าต่าง และเครื่องปรับอากาศ
  • ปิดเครื่องผลิตออกซิเจนและนำออกจากพื้นที่ หรือทำตามที่ทีมงานแนะนำ
  • ห้ามเข้าพื้นที่จนกว่าทีมงานแจ้งว่าพ้นช่วงพักและระบายอากาศ

หลังอบโอโซน

  • เปิดหน้าต่างระบายอากาศตามคำแนะนำก่อนพาผู้ป่วยเข้าห้อง
  • เช็ดจุดสัมผัสบ่อย เช่น ราวเตียง รีโมต สวิตช์ไฟ เป็นประจำ
  • เทน้ำทิ้งจากเครื่องเพิ่มความชื้นหรือกระบอกน้ำทุกวัน ห้ามเติมน้ำใหม่ทับน้ำเก่า
  • เปิดน้ำทิ้งในท่อที่ไม่ค่อยใช้เป็นประจำ เพื่อไม่ให้น้ำขังนิ่ง
  • ล้างมือก่อนและหลังดูแลผู้ป่วยทุกครั้ง
  • สังเกตอาการไข้ ไอ หอบ และพบแพทย์ทันทีเมื่อผิดปกติ

คำถามที่พบบ่อย

1. Klebsiella และ Pseudomonas ติดต่อจากคนสู่คนได้ไหม

เชื้อเหล่านี้แพร่ผ่านการสัมผัส มือที่ปนเปื้อน อุปกรณ์การแพทย์ และน้ำหรือพื้นผิวที่มีเชื้อ มากกว่าการไอจามแบบไข้หวัด การล้างมือและการดูแลความสะอาดของอุปกรณ์จึงสำคัญมาก

2. อบโอโซนแล้วไม่ต้องล้างท่อได้หรือไม่

ไม่ได้ ท่อที่มีตะกอนและไบโอฟิล์มต้องขัดล้างทางกายภาพ โอโซนช่วยลดเชื้อในอากาศและบนพื้นผิวห้องหลังจากที่ทำความสะอาดแล้ว แต่ไม่ได้แทนการล้างท่อ ถังน้ำ หรือระบบประปา

3. ผู้ป่วยติดเตียงต้องออกจากบ้านนานเท่าไร

รอบการทำงานประมาณ 30 นาทีต่อโซน บวกช่วงพักและระบายอากาศ ทีมงานสามารถวางลำดับให้อบห้องอื่นก่อน หรือนัดทำก่อนวันที่ผู้ป่วยกลับจากโรงพยาบาล เพื่อลดการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย

4. เครื่องผลิตออกซิเจนและเครื่องพ่นยาต้องทำอย่างไรระหว่างอบ

ปิดเครื่องและนำออกจากพื้นที่ หรือทำตามคำแนะนำของทีมงานและผู้ผลิต เครื่องมือแพทย์ควรทำความสะอาดตามคู่มือเฉพาะของแต่ละรุ่น

5. โอโซนตกค้างเป็นอันตรายต่อปอดของผู้ป่วยหรือไม่

โอโซนในความเข้มข้นที่ใช้อบห้องเป็นอันตรายหากหายใจเข้าไป จึงต้องทำในห้องว่างเท่านั้น หลังช่วงพักโอโซนจะคืนสภาพเป็นออกซิเจน และต้องระบายอากาศก่อนเข้า ผู้ป่วยจึงควรกลับเข้าห้องหลังทีมงานแจ้งว่าปลอดภัยแล้วเท่านั้น

6. ควรอบซ้ำบ่อยแค่ไหน

หลังฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม การอบหนึ่งครั้งหลังทำความสะอาดครบมักเพียงพอ แต่หากมีเหตุความชื้นซ้ำ เช่น หลังคารั่ว หรือมีผู้ป่วยติดเชื้อในบ้าน สามารถปรึกษาทีมงานเพื่อวางแผนเพิ่มเติม

7. ควรปรึกษาแพทย์เรื่องอะไรบ้างก่อนพาผู้ป่วยกลับบ้าน

สอบถามเรื่องสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบกลับโรงพยาบาล วิธีทำความสะอาดอุปกรณ์การแพทย์ และวัคซีนที่เหมาะสม เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่และวัคซีนป้องกันปอดอักเสบในกลุ่มที่แพทย์แนะนำ

ก่อนพาคนที่คุณรักกลับบ้าน ให้บ้านพร้อมก่อน

ปรึกษาทีม WHD เพื่อวางแผนอบโอโซนห้องผู้ป่วยหลังน้ำท่วม ไม่มีสารเคมีตกค้าง เหมาะกับบ้านที่มีผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว

นัดอบโอโซนห้องผู้ป่วยหลังน้ำท่วม

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#อบโอโซน #บริการอบโอโซน #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #โอโซนฆ่าเชื้อ #น้ำท่วม #ปอดอักเสบ #ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

คำค้นหา: แบคทีเรียก่อปอดอักเสบในบ้านหลังน้ำท่วม, Klebsiella, Pseudomonas, ปอดอักเสบผู้สูงอายุ, ผู้ป่วยโรคเรื้อรังหลังน้ำท่วม, ฆ่าเชื้อห้องผู้ป่วย, อบโอโซนบ้านผู้ป่วยติดเตียง, บ้านอับชื้นหลังน้ำท่วม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้