Last updated: 30 ก.ย. 2569 | 5 จำนวนผู้เข้าชม |
สรุปสั้นก่อนอ่าน: ช่วงน้ำท่วม หนูคือผู้อพยพกลุ่มแรกที่ขึ้นมาอาศัยบนชั้นสองของบ้าน บนฝ้าเพดาน ในตู้ครัว และหลังตู้เย็น เมื่อน้ำลด สิ่งที่หนูทิ้งไว้ไม่ใช่แค่รอยกัดแทะ แต่คือมูล ปัสสาวะ น้ำลาย ขน และบางครั้งคือซากที่ตายอยู่ในจุดที่มองไม่เห็น ซึ่งเป็นแหล่งของเชื้อโรคอย่างเชื้อฮันตาไวรัส เชื้อเลปโตสไปโรซิส (โรคฉี่หนู) และแบคทีเรียในลำไส้ บทความนี้จะพาคุณเข้าใจความเสี่ยง วิธีเก็บกวาดโดยไม่ฟุ้งเชื้อเข้าปอด และบทบาทของบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยในฐานะขั้นตอนปิดท้ายที่ช่วยจัดการกลิ่นและเชื้อในอากาศและซอกมุมที่มือเอื้อมไม่ถึง
คุณนก แม่บ้านวัยสี่สิบกว่า อาศัยอยู่ในทาวน์เฮาส์สองชั้นย่านลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี น้ำท่วมสูงระดับเข่าอยู่เกือบสามสัปดาห์ ครอบครัวของเธอต้องย้ายไปพักที่บ้านญาติในกรุงเทพฯ พร้อมลูกสาววัยเจ็ดขวบและคุณแม่ที่อายุเจ็ดสิบสาม วันที่น้ำลดและเธอไขกุญแจเปิดประตูบ้านเป็นครั้งแรก สิ่งแรกที่ปะทะหน้าไม่ใช่กลิ่นโคลนอย่างที่เตรียมใจไว้ แต่เป็นกลิ่นเหม็นหวานปนฉุนที่ทำให้เธอต้องถอยออกมายืนหน้าบ้าน
เมื่อเดินสำรวจ เธอพบเม็ดสีดำขนาดเท่าเมล็ดข้าวสารกระจายอยู่ตามขอบบันได บนเคาน์เตอร์ครัว ในลิ้นชักช้อนส้อม และบนที่นอนของคุณแม่ซึ่งถูกยกขึ้นไปไว้ชั้นบน ถุงข้าวสารถูกกัดเป็นรู สายไฟหลังตู้เย็นมีรอยแทะ ผ้าม่านชายล่างมีคราบเหลือง และที่หนักที่สุดคือกลิ่นเน่าที่ยิ่งแรงขึ้นเมื่อเดินเข้าใกล้ห้องน้ำชั้นบน สามีของเธอต้องรื้อฝ้าเพดานจึงพบซากหนูสองตัวที่ตายอยู่เหนือฝ้า
คุณนกหยิบไม้กวาดขึ้นมาทันทีเพราะอยากให้บ้านกลับมาสะอาดโดยเร็ว เธอกวาดมูลหนูที่แห้งแล้วเข้าที่ตักผง ฝุ่นละเอียดลอยฟุ้งขึ้นมาในแสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่าง เธอไม่รู้เลยว่าวิธีที่ดูเหมือนธรรมดาที่สุดนี้ คือวิธีที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเตือนว่าไม่ควรทำ เพราะการกวาดหรือดูดฝุ่นมูลหนูที่แห้งอาจทำให้อนุภาคที่ปนเปื้อนเชื้อลอยขึ้นมาในอากาศและถูกสูดเข้าสู่ปอดได้
หลังจากทำความสะอาดเองอยู่สองวัน กลิ่นในบ้านยังไม่หาย แม้จะเปิดหน้าต่างทุกบาน ฉีดสเปรย์ปรับอากาศ และถูพื้นด้วยน้ำยาถูพื้นกลิ่นดอกไม้ ลูกสาวเริ่มบ่นว่าเหม็นจนนอนไม่หลับ คุณแม่ไม่ยอมขึ้นห้องนอนชั้นบน เรื่องราวแบบนี้ไม่ใช่เรื่องของบ้านใดบ้านหนึ่ง แต่เป็นภาพที่เกิดซ้ำในหลายพื้นที่ที่น้ำท่วมนาน ไม่ว่าจะเป็นอยุธยา นนทบุรี อุบลราชธานี หรือหาดใหญ่ เมื่อพื้นดินจมน้ำ หนูที่เคยอาศัยในท่อระบายน้ำ กองขยะ และทุ่งนา ต่างหนีขึ้นที่สูง และบ้านคนคือที่หลบภัยที่ดีที่สุดของมัน
หนูเป็นสัตว์ที่ว่ายน้ำเก่งและปีนป่ายได้ดีมาก หนูท่อซึ่งเป็นหนูตัวใหญ่ที่พบบ่อยในเมือง อาศัยอยู่ตามท่อระบายน้ำและโพรงดิน เมื่อน้ำท่วมโพรงและท่อจนหมด หนูจะว่ายขึ้นมาหาที่แห้ง ส่วนหนูหลังคาหรือหนูบ้านที่ตัวเล็กกว่าปีนเก่ง สามารถไต่ตามสายไฟ ท่อน้ำทิ้ง และต้นไม้ชิดบ้านเพื่อเข้าทางช่องลม ใต้หลังคา หรือช่องเปิดรอบท่อแอร์ได้
ในช่วงที่คนย้ายออกจากบ้าน บ้านที่ปิดเงียบ มืด และมีอาหารเหลืออยู่ในครัว คือสภาพแวดล้อมที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับหนู มันจะสร้างรังในที่อบอุ่นและแห้ง เช่น เหนือฝ้าเพดาน ในตู้เก็บของชั้นบน ใต้ซิงก์ หลังตู้เย็นที่มีความอุ่นจากคอมเพรสเซอร์ หรือในกล่องกระดาษที่เก็บเสื้อผ้าเก่า หนูหนึ่งตัวถ่ายมูลได้หลายสิบเม็ดต่อวันและปัสสาวะเป็นหยดเล็ก ๆ ตลอดเส้นทางที่มันเดิน เพื่อทำเครื่องหมายอาณาเขต ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ บ้านทั้งหลังจึงอาจกลายเป็นแผนที่ของเส้นทางปัสสาวะหนูโดยที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
เมื่อน้ำลด หนูบางส่วนจะย้ายออกไป แต่บางส่วนตายอยู่ในบ้านจากความหิว ความเหนื่อย การจมน้ำ หรือจากเหยื่อพิษที่เพื่อนบ้านวางไว้ ซากที่ตายในผนังกลวง เหนือฝ้า หรือในช่องว่างใต้บันได คือต้นตอของกลิ่นเหม็นที่รุนแรงที่สุด และมักอยู่ในที่ที่เข้าถึงได้ยากที่สุด
ฮันตาไวรัสเป็นกลุ่มไวรัสที่มีสัตว์ฟันแทะเป็นแหล่งรังโรค หนูที่ติดเชื้อมักไม่แสดงอาการป่วย แต่ปล่อยเชื้อออกมากับปัสสาวะ มูล และน้ำลาย คนส่วนใหญ่ติดเชื้อจากการหายใจเอาฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนสิ่งขับถ่ายของหนูเข้าไป โดยเฉพาะเมื่อกวาด ปัดฝุ่น หรือดูดฝุ่นในพื้นที่ที่มีมูลหนูแห้ง นอกจากนี้ยังอาจติดได้จากการสัมผัสสิ่งปนเปื้อนแล้วเอามือมาจับจมูกหรือปาก หรือถูกหนูกัด แต่พบได้น้อยกว่า
ในทวีปเอเชีย ฮันตาไวรัสที่เกี่ยวข้องกับหนูท่อมีความสัมพันธ์กับกลุ่มอาการไข้เลือดออกร่วมกับไตวาย อาการเริ่มแรกมักคล้ายไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดท้อง คลื่นไส้ ตาพร่า หน้าแดง ในรายที่รุนแรงอาจมีความดันโลหิตต่ำ เลือดออกผิดปกติ และการทำงานของไตลดลง ส่วนฮันตาไวรัสบางสายพันธุ์ในทวีปอเมริกาทำให้เกิดอาการทางปอดที่รุนแรง ความรู้สำคัญที่ใช้ได้กับทุกสายพันธุ์คือ อย่าทำให้มูลหนูแห้งฟุ้งกระจาย และหากมีไข้หลังจากเก็บกวาดบ้านที่มีหนู ควรพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสทุกครั้ง
โรคที่คนไทยคุ้นเคยที่สุดเมื่อพูดถึงหนูและน้ำท่วม เชื้อแบคทีเรียเลปโตสไปราออกมากับปัสสาวะของหนูและสัตว์อื่น ปนอยู่ในน้ำขังและดินโคลน เข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล รอยถลอก หรือเยื่อบุตา จมูก ปาก รวมถึงผิวหนังที่แช่น้ำนานจนเปื่อย อาการที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงโดยเฉพาะที่น่อง บางรายตาแดง ปัสสาวะน้อย หรือตัวเหลือง กรมควบคุมโรคย้ำเสมอว่าผู้ที่ลุยน้ำหรือทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วมแล้วมีอาการเหล่านี้ ต้องรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำ เพราะการรักษาเร็วช่วยลดความรุนแรงได้มาก
มูลหนูอาจมีเชื้อแบคทีเรียกลุ่มซาลโมเนลลาและแบคทีเรียในลำไส้ชนิดอื่น เมื่อหนูเดินผ่านเคาน์เตอร์ครัว จาน ชาม เขียง หรือกัดแทะถุงอาหาร เชื้อจะติดไปถึงอาหารที่เรากิน ทำให้เกิดอาการท้องร่วง ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และมีไข้ อาหารทุกชนิดที่หนูเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร ขนม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือผลไม้ ควรทิ้งทั้งหมด
บาดแผลจากหนูกัดอาจนำเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกายได้ ส่วนหมัดและไรที่อาศัยอยู่บนตัวหนูจะหาโฮสต์ใหม่เมื่อหนูตาย ทำให้คนในบ้านอาจถูกกัดจนเป็นผื่นคัน ซากหนูที่เน่ายังดึงดูดแมลงวันซึ่งเป็นพาหะนำเชื้อไปสู่อาหารอีกทอดหนึ่ง
ด้านสุขภาพ: นอกจากความเสี่ยงติดเชื้อโดยตรงแล้ว สารก่อภูมิแพ้จากขน รังแค และปัสสาวะหนูแห้ง ยังกระตุ้นอาการจาม คัดจมูก และหอบหืดในคนที่แพ้ง่าย กลิ่นซากสัตว์ที่ค้างอยู่หลายวันทำให้คนในบ้านปวดศีรษะ คลื่นไส้ เบื่ออาหาร และนอนไม่หลับ ซึ่งซ้ำเติมร่างกายที่อ่อนล้าจากการเก็บกวาดบ้านอยู่แล้ว
ด้านค่าใช้จ่าย: หนูกัดแทะสายไฟจนเกิดความเสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจร ทำลายฉนวนท่อแอร์ ท่อน้ำพลาสติก และเฟอร์นิเจอร์ บางบ้านต้องรื้อฝ้าเพดานบางส่วนเพื่อเอาซากออก ต้องทิ้งอาหารแห้งทั้งตู้ ทิ้งหมอน ผ้าห่ม และกล่องเก็บของที่ถูกทำรัง เงินที่เสียไปจึงไม่ได้มีเพียงค่าซ่อมจากน้ำท่วม แต่มีค่าความเสียหายจากหนูซ้อนเข้าไปอีกชั้น
ด้านเวลา: กลิ่นซากหนูที่ไม่หายทำให้ครอบครัวไม่สามารถย้ายกลับเข้าบ้านได้ตามแผน หลายคนต้องลางานเพิ่ม ต้องจ่ายค่าที่พักชั่วคราวต่อ หรือต้องให้เด็กนอนบ้านญาติยาวขึ้น
ด้านครอบครัวและจิตใจ: ความรู้สึกขยะแขยงและไม่ปลอดภัยในบ้านของตัวเองเป็นความเครียดที่มองไม่เห็นแต่ส่งผลจริง เด็กหลายคนกลัวที่จะเข้าห้องนอน ผู้สูงอายุกังวลจนนอนไม่หลับ การทะเลาะกันเรื่องว่าใครต้องรับผิดชอบทำความสะอาดจุดไหนก็เกิดขึ้นบ่อย
ด้านชื่อเสียงและรายได้: สำหรับเจ้าของห้องเช่า ร้านค้า หรือบ้านที่เปิดเป็นโฮมสเตย์ กลิ่นหนูเพียงครั้งเดียวที่ลูกค้าได้กลิ่นอาจกลายเป็นรีวิวแย่ที่ลบไม่ได้ และทำให้ผู้เช่าไม่ต่อสัญญา
1. กวาดหรือดูดฝุ่นมูลหนูแห้ง คือความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดและอันตรายที่สุด เพราะทำให้ฝุ่นที่ปนเปื้อนเชื้อฟุ้งขึ้นในอากาศ แนวทางของหน่วยงานสาธารณสุขอย่าง CDC แนะนำให้เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศก่อนอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง สวมถุงมือยาง แล้วฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาฟอกขาวเจือจางให้มูลและจุดปัสสาวะเปียกชุ่ม ทิ้งไว้ประมาณห้านาที จึงใช้กระดาษชำระหรือผ้าเช็ดเก็บใส่ถุง ห้ามกวาดแห้ง
2. ฉีดสเปรย์ปรับอากาศกลบกลิ่น น้ำหอมไม่ได้ทำลายโมเลกุลกลิ่นจากการเน่าสลาย แต่เพียงผสมกลิ่นหอมเข้าไป ผลที่ได้มักเป็นกลิ่นหวานเลี่ยนปนเน่าที่ทำให้คลื่นไส้มากกว่าเดิม และเมื่อน้ำหอมระเหยหมด กลิ่นเดิมก็กลับมา
3. เปิดพัดลมเป่าทั้งวัน ช่วยระบายอากาศได้บ้าง แต่ไม่ได้ทำลายเชื้อ และยังอาจพัดฝุ่นจากมูลหนูที่ยังไม่ได้เก็บให้กระจายไปทั่วบ้าน กลิ่นที่ซึมเข้าเนื้อไม้ ฝ้ายิปซัม ผ้าม่าน และที่นอน ก็ไม่ได้หายไปเพียงเพราะมีลมพัด
4. เช็ดด้วยน้ำยาฟอกขาวแค่พื้นผิวที่มองเห็น น้ำยาฟอกขาวมีประโยชน์กับพื้นผิวแข็งที่เรียบ แต่เข้าไม่ถึงช่องว่างเหนือฝ้า ในผนังเบา หลังตู้ ในรูปลั๊ก หรือเส้นใยของโซฟา ซึ่งเป็นจุดที่หนูชอบเดินและทำรังที่สุด การใช้น้ำยาฟอกขาวเข้มข้นในห้องปิดยังทำให้แสบตาและระคายเคืองทางเดินหายใจ และห้ามผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำที่มีกรดหรือแอมโมเนียเด็ดขาด
5. ทาสีทับคราบปัสสาวะและรอยเปื้อน สีใหม่ไม่ได้ปิดกลิ่นได้ถาวร เมื่ออากาศชื้น กลิ่นแอมโมเนียจากปัสสาวะที่ซึมในผนังปูนจะค่อย ๆ ระเหยออกมาอีก
6. วางเหยื่อพิษแล้วปล่อยไว้ หนูที่กินเหยื่อพิษมักหนีไปตายในที่ลับตา เช่น ในผนังหรือเหนือฝ้า ทำให้เกิดปัญหากลิ่นซากตามมาอีกหลายวัน การควบคุมหนูจึงควรใช้กับดักร่วมกับการอุดช่องทางเข้า และควรปรึกษาผู้ให้บริการกำจัดสัตว์ฟันแทะหากพบหนูจำนวนมาก
ต้องเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า การอบโอโซนไม่ใช่การกำจัดหนู และไม่ได้แทนการเก็บซาก เก็บมูล และทำความสะอาด ลำดับที่ถูกต้องคือ ต้องหาและนำซากหนูออกให้หมด เก็บมูลและรังด้วยวิธีเปียกตามที่อธิบายไว้ ทิ้งวัสดุที่ปนเปื้อนหนักจนทำความสะอาดไม่ได้ ล้างและเช็ดพื้นผิวด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ แล้วปล่อยให้บ้านแห้ง เมื่อทำครบแล้ว การอบโอโซนจะเข้ามาทำหน้าที่ขั้นตอนปิดท้าย ซึ่งวิธีทั่วไปทำได้ยาก
โอโซน (O3) เป็นก๊าซที่มีออกซิเจนสามอะตอม มีคุณสมบัติออกซิไดซ์สูง เมื่อปล่อยในพื้นที่ปิด ก๊าซจะแพร่กระจายไปทั่วห้อง แทรกเข้าซอกมุม ช่องว่างหลังตู้ ใต้เฟอร์นิเจอร์ และเส้นใยผ้า เข้าทำลายโครงสร้างเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงแตกโมเลกุลของสารที่ก่อกลิ่น เช่น สารกลุ่มแอมโมเนียจากปัสสาวะ และสารที่เกิดจากการเน่าสลาย จากนั้นโอโซนจะคืนตัวกลับเป็นออกซิเจน (O2) โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง ต่างจากการพ่นน้ำหอมหรือสารเคมีที่ทิ้งคราบไว้บนพื้นผิว ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek (สหราชอาณาจักร) กระบวนการของ WHD สามารถกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99%
ความปลอดภัยต้องมาก่อน: การอบโอโซนทำในพื้นที่ว่างและปิดเท่านั้น ห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในพื้นที่ระหว่างอบ และกลับเข้าได้หลังช่วงพักและระบายอากาศครบตามที่ทีมงานแจ้งเท่านั้น
กรณีตัวอย่างนี้เป็นสถานการณ์จำลองจากลักษณะงานที่พบบ่อย เพื่อให้เห็นภาพลำดับการทำงาน
คุณสมชาย เจ้าของบ้านเดี่ยวริมคลองในอำเภอบางบัวทอง กลับบ้านหลังน้ำลดได้ห้าวัน เขาจ้างคนงานขนโคลนออก ล้างพื้น และทิ้งเฟอร์นิเจอร์ชั้นล่างไปแล้ว แต่กลิ่นเหม็นเน่าในห้องทำงานชั้นบนยังไม่หาย ทั้งที่ห้องนั้นไม่ได้โดนน้ำเลย เมื่อติดต่อ WHD ทีมงานสำรวจและสังเกตว่ากลิ่นแรงที่สุดบริเวณมุมผนังที่ติดกับท่อระบายน้ำฝน จึงแนะนำให้ช่างเปิดฝ้าบริเวณนั้นก่อน ผลคือพบซากหนูและรังที่ทำจากเศษกระดาษ
หลังจากเจ้าของบ้านให้ช่างนำซากออก และทำความสะอาดจุดนั้นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อแบบเปียกตามคำแนะนำแล้ว ทีมงานจึงนัดเข้าอบโอโซนทั้งหลัง แบ่งเป็นหกโซน ได้แก่ ครัว ห้องนั่งเล่น ห้องนอนสามห้อง และห้องทำงาน โดยเปิดตู้และลิ้นชักทุกใบ ให้ครอบครัวออกไปรอที่บ้านญาติระหว่างดำเนินการ หลังช่วงพักและระบายอากาศ เจ้าของบ้านเดินตรวจร่วมกับทีมงาน กลิ่นเน่าที่เคยทำให้ต้องปิดห้องทำงานไว้ลดลงจนแทบไม่รู้สึก เขาบอกว่าสิ่งที่ประทับใจคือการที่ทีมงานไม่รีบขายงาน แต่ชี้ให้แก้ต้นตอก่อน
บทเรียนจากกรณีนี้คือ กลิ่นซากหนูมักมาจากจุดที่เราคาดไม่ถึง การอบโอโซนจะให้ผลดีที่สุดเมื่อต้นตอถูกนำออกไปแล้ว และเป็นขั้นตอนที่ช่วยจัดการกลิ่นและเชื้อที่หลงเหลือทั่วบ้าน
ถาม: อบโอโซนแล้วจะไล่หนูได้ไหม
ตอบ: ไม่ควรคาดหวังเช่นนั้น การอบโอโซนมีเป้าหมายเพื่อฆ่าเชื้อและลดกลิ่น ไม่ใช่การกำจัดหรือไล่หนู การป้องกันหนูต้องอาศัยการอุดช่องทางเข้า การจัดการอาหารและขยะ และหากมีหนูจำนวนมาก ควรใช้บริการกำจัดสัตว์ฟันแทะโดยเฉพาะ
ถาม: ยังหาซากหนูไม่เจอ อบโอโซนก่อนได้ไหม
ตอบ: โอโซนช่วยลดกลิ่นในอากาศได้ แต่ถ้าซากยังอยู่ ซากจะเน่าต่อและปล่อยกลิ่นใหม่ออกมาเรื่อย ๆ ทีมงานจึงแนะนำให้หาต้นตอให้เจอก่อน โดยทั่วไปกลิ่นจะแรงที่สุดใกล้ตำแหน่งซาก และมักมีแมลงวันบินวนอยู่บริเวณนั้น
ถาม: ระหว่างอบต้องออกจากบ้านนานแค่ไหน
ตอบ: ขึ้นอยู่กับจำนวนโซนและขนาดบ้าน โดยทั่วไปใช้ประมาณ 30 นาทีต่อโซน บวกช่วงพักระบายอากาศ ทีมงานจะแจ้งเวลาที่กลับเข้าได้อย่างชัดเจน ห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในพื้นที่ระหว่างอบ
ถาม: อบโอโซนแล้วไม่ต้องทำความสะอาดมูลหนูใช่ไหม
ตอบ: ไม่ใช่ การอบโอโซนเป็นขั้นตอนหลังการเก็บซาก เก็บมูล ล้าง และเช็ดฆ่าเชื้อ ไม่ได้ทดแทนขั้นตอนเหล่านั้น
ถาม: มีไข้หลังจากทำความสะอาดบ้านที่มีหนู ควรทำอย่างไร
ตอบ: ควรพบแพทย์โดยเร็ว และแจ้งว่าได้สัมผัสมูลหนู ปัสสาวะหนู หรือลุยน้ำท่วม เพราะโรคฉี่หนูและการติดเชื้อฮันตาไวรัสต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาจากแพทย์ การอบโอโซนไม่ใช่การรักษาโรค
ถาม: โอโซนทำลายเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าไหม
ตอบ: ทีมงานจะควบคุมความเข้มข้นและระยะเวลาให้เหมาะกับพื้นที่ สำหรับของที่มีมูลค่าสูงหรือวัสดุพิเศษ สามารถแจ้งทีมงานล่วงหน้าเพื่อวางแผนร่วมกัน
ถาม: ต้องอบซ้ำไหม
ตอบ: หากนำต้นตอกลิ่นออกหมดแล้วและบ้านแห้งดี ส่วนใหญ่ครั้งเดียวก็เพียงพอ แต่ถ้ามีวัสดุที่ซับกลิ่นไว้มาก หรือพบซากเพิ่มในภายหลัง อาจพิจารณาอบเฉพาะโซนซ้ำ
ปรึกษาฟรี ประเมินพื้นที่ วางแผนอบโอโซนฆ่าเชื้อและดับกลิ่นหลังน้ำท่วม สำหรับบ้าน คอนโด ห้องเช่า และอาคารทุกขนาด
จองบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ คลิกเลย
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
#อบโอโซน #บริการอบโอโซน #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดกลิ่นหนู #มูลหนู #ฮันตาไวรัส #โอโซนฆ่าเชื้อ #น้ำท่วม
คำค้นหา: อบโอโซนกำจัดกลิ่นหนู, หนูหนีน้ำเข้าบ้าน, กลิ่นซากหนู, มูลหนูอันตราย, เชื้อฮันตาไวรัส, โรคฉี่หนูหลังน้ำท่วม, ฆ่าเชื้อบ้านหลังน้ำท่วม, บริการอบโอโซน