อบโอโซนบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงหลังน้ำท่วม: กำจัดกลิ่นสัตว์ เชื้อโรคจากกรงและที่นอนสัตว์ ให้บ้านกลับมาปลอดภัยทั้งคนและน้อง ๆ

Last updated: 30 ก.ย. 2569  |  12 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อบโอโซนบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงหลังน้ำท่วม: กำจัดกลิ่นสัตว์ เชื้อโรคจากกรงและที่นอนสัตว์ ให้บ้านกลับมาปลอดภัยทั้งคนและน้อง ๆ

อบโอโซนบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงหลังน้ำท่วม: กำจัดกลิ่นสัตว์ เชื้อโรคจากกรงและที่นอนสัตว์ ให้บ้านกลับมาปลอดภัยทั้งคนและน้อง ๆ

คืนแรกที่กลับบ้าน แล้วน้องหมาไม่ยอมเดินเข้าห้อง

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (ตัวละครและรายละเอียดเป็นกรณีตัวอย่าง)

คุณแพรอาศัยอยู่ในทาวน์เฮาส์สองชั้นย่านบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี กับน้องหมาพันธุ์ผสมสองตัวชื่อ "ถั่วดำ" กับ "ขนมปัง" และแมวส้มอายุสิบปีชื่อ "ส้มฉุน" เมื่อน้ำเริ่มเอ่อเข้าซอย เธอรีบอพยพทุกชีวิตไปอยู่บ้านญาติที่ปากเกร็ด ทิ้งกรงนอน เบาะนอน กระบะทราย ถุงอาหารเม็ด และของเล่นไว้ชั้นล่าง เพราะคิดว่าน้ำคงขึ้นไม่เกินข้อเท้า แต่น้ำกลับท่วมสูงเกือบถึงหัวเข่าและแช่อยู่เกือบสองสัปดาห์

วันที่น้ำลด คุณแพรกับสามีช่วยกันตักโคลน ล้างพื้นด้วยน้ำยาล้างพื้นและน้ำยาฟอกขาว เปิดพัดลมเป่าทั้งวัน พอเย็นวันที่สี่ก็พาน้อง ๆ กลับบ้าน สิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือถั่วดำยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ดมพื้นซ้ำไปซ้ำมา แล้วถอยออกมานอนที่ลานจอดรถ ส่วนส้มฉุนเดินเข้าไปใต้บันไดแล้วฉี่ทับจุดเดิมที่เคยเป็นที่วางกระบะทราย ขนมปังเริ่มเกาตัวไม่หยุดตั้งแต่คืนแรก

คนในบ้านเองก็รู้สึกได้ว่ามีกลิ่นแปลก ๆ ลอยขึ้นมาทุกครั้งที่ปิดประตูหน้าต่าง เป็นกลิ่นผสมระหว่างกลิ่นอับของโคลน กลิ่นฉี่สัตว์ที่เคยซึมลงร่องยาแนว และกลิ่นเหม็นเปรี้ยวของอาหารเม็ดที่ขึ้นราในถุง สามีของคุณแพรเริ่มจามทุกเช้า ส่วนลูกสาววัยเจ็ดขวบมีผื่นแดงขึ้นที่ขาหลังจากนั่งเล่นกับน้องหมาบนพื้น คุณแพรเล่าว่า "เราล้างไปแล้วนะ แต่ทำไมบ้านยังไม่เหมือนเดิม"

คำถามของคุณแพรคือคำถามเดียวกับเจ้าของสัตว์เลี้ยงนับไม่ถ้วนหลังน้ำท่วม บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงมีโจทย์ซับซ้อนกว่าบ้านทั่วไปหลายเท่า เพราะมีทั้งกลิ่นเฉพาะตัวของสัตว์ที่ฝังอยู่ในวัสดุมานาน มีของใช้สัตว์ที่ทำจากผ้าและฟองน้ำซึ่งดูดน้ำท่วมเข้าไปเต็ม ๆ และมีสมาชิกสี่ขาที่ใช้ชีวิตติดพื้น ดมทุกอย่าง เลียทุกอย่าง จึงสัมผัสเชื้อโรคได้ง่ายกว่าคนหลายเท่า บทความนี้จะพาไปดูว่าอะไรซ่อนอยู่ในบ้านหลังน้ำลด ทำไมการล้างธรรมดาจึงไม่พอ และบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยของ WHD จะเข้ามาช่วยในขั้นตอนไหนได้อย่างปลอดภัย

ศัตรูที่มองไม่เห็นในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงหลังน้ำท่วม

น้ำท่วมไม่ได้พาแค่โคลนเข้ามา แต่พาเอาน้ำเสียจากท่อระบายน้ำ ฉี่หนู มูลสัตว์ ซากสัตว์ และสิ่งปฏิกูลจากทั่วทั้งชุมชนเข้ามาด้วย เมื่อน้ำลด สิ่งเหล่านี้ตกค้างอยู่ในร่องพื้น ใต้ตู้ ในเบาะ และในวัสดุที่มีรูพรุน สำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง ปัญหาแบ่งออกได้เป็นหลายกลุ่มดังนี้

1. เชื้อเลปโตสไปโรซิส หรือ "โรคฉี่หนู" ที่ติดได้ทั้งคนและสุนัข

เลปโตสไปโรซิสเกิดจากแบคทีเรียที่ออกมากับปัสสาวะของหนูและสัตว์บางชนิด เชื้อนี้มีชีวิตอยู่ในน้ำขังและดินโคลนที่ชื้นได้นาน และเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล รอยถลอก หรือเยื่อบุตา จมูก ปาก สุนัขเป็นสัตว์ที่ติดเชื้อนี้ได้เช่นกัน เพราะชอบเดินลุยน้ำ ดมและเลียพื้น เมื่อติดเชื้อแล้วสุนัขอาจมีไข้ ซึม ไม่กินอาหาร อาเจียน ตาเหลือง และที่น่ากังวลคือสุนัขที่ติดเชื้อสามารถขับเชื้อออกมากับปัสสาวะได้ ทำให้คนในบ้านมีโอกาสสัมผัสเชื้อซ้ำอีกทาง

สำหรับคน อาการที่ต้องจับตาคือไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่องขา ตาแดง หลังจากเดินลุยน้ำหรือทำความสะอาดบ้านช่วงน้ำลด หากมีอาการเหล่านี้ต้องรีบไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วมทันที ส่วนน้องหมาที่มีอาการผิดปกติก็ต้องพาไปพบสัตวแพทย์โดยเร็ว การฆ่าเชื้อในบ้านเป็นการลดแหล่งเชื้อในสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่การรักษาโรคในร่างกายคนหรือสัตว์

2. เชื้อราในที่นอนสัตว์ เบาะ และพรม

ที่นอนสัตว์ส่วนใหญ่ทำจากฟองน้ำ ใยสังเคราะห์ และผ้าหนา ซึ่งดูดน้ำได้มากและแห้งช้ามาก ภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังเปียกน้ำ เชื้อราก็เริ่มเติบโตได้แล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่องค์การอนามัยโลกและศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ แนะนำให้รีบทำความสะอาดและทำให้แห้ง สปอร์ราที่ลอยอยู่ในอากาศทำให้คนที่เป็นภูมิแพ้ หอบหืด จามและคัดจมูก ส่วนสัตว์เลี้ยงก็มีอาการคันผิวหนัง ขนร่วง หรือไอได้เช่นกัน

นอกจากเชื้อราในอากาศแล้ว ยังมีกลุ่มเชื้อราผิวหนังที่เรียกว่า "กลาก" ในสัตว์ ซึ่งเจ้าของหลายคนคุ้นเคยจากรอยขนแหว่งเป็นวงกลมบนตัวแมวหรือสุนัข เชื้อกลุ่มนี้ชอบความอับชื้น ติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ และสปอร์สามารถหลุดติดอยู่ตามเบาะ พรม และซอกมุมบ้านได้นาน บ้านที่ชื้นหลังน้ำท่วมจึงเหมือนเปิดประตูต้อนรับให้เชื้อเหล่านี้แพร่กระจาย

3. แบคทีเรียในกรง ถาดรองกรง ชามอาหาร และกระบะทราย

กรงสัตว์มีซอกมุมเยอะ ถาดรองกรงพลาสติกมีรอยขีดข่วนซึ่งเป็นที่หลบซ่อนของคราบสกปรก เมื่อน้ำท่วมพาน้ำเสียเข้ามาปะปนกับเศษอาหาร เศษขน และคราบฉี่เดิม ก็กลายเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรียกลุ่มที่ทำให้ท้องร่วง เช่น อีโคไล และซัลโมเนลลา กระบะทรายแมวที่จมน้ำจะกลายเป็นก้อนโคลนปนอุจจาระ ถ้าจัดการไม่ถูกวิธีก็อาจทำให้เชื้อกระจายไปทั่วพื้นบ้าน

4. กลิ่นฉี่สัตว์ที่ถูก "ปลุก" ขึ้นมาใหม่

เจ้าของหลายคนแปลกใจว่าทำไมหลังน้ำท่วม กลิ่นฉี่แมวหรือฉี่หมาจึงกลับมาแรงกว่าเดิม คำตอบคือคราบปัสสาวะเก่าที่เคยแห้งและฝังอยู่ในร่องยาแนว ใต้พื้นลามิเนต หรือในขอบบัวไม้ เมื่อโดนความชื้นอีกครั้ง สารประกอบในปัสสาวะจะสลายตัวและปล่อยกลิ่นแอมโมเนียออกมาใหม่ ความชื้นยังเร่งให้แบคทีเรียย่อยสลายคราบเหล่านี้เร็วขึ้น กลิ่นจึงแรงและติดทนกว่าเดิม ที่สำคัญคือสัตว์เลี้ยงได้กลิ่นไวกว่าคนมาก เมื่อได้กลิ่นฉี่เก่าก็มักจะกลับไปขับถ่ายซ้ำจุดเดิม เป็นวงจรที่เจ้าของเหนื่อยใจที่สุด

5. ปรสิตภายนอกที่ย้ายถิ่นเข้าบ้าน

ช่วงน้ำท่วม สัตว์เล็กและแมลงต่าง ๆ หนีน้ำขึ้นที่สูง บางส่วนเข้ามาอาศัยในบ้าน หมัด เห็บ และไรที่ติดมากับสัตว์จรหรือหนูอาจหลงเหลืออยู่ตามซอกมุม เมื่อสัตว์เลี้ยงกลับเข้าบ้านก็เป็นเป้าหมายแรก ปรสิตเหล่านี้ต้องจัดการด้วยยาป้องกันเห็บหมัดที่สัตวแพทย์แนะนำร่วมกับการทำความสะอาดบ้าน การอบโอโซนช่วยเรื่องกลิ่นและเชื้อจุลินทรีย์ แต่ไม่ได้ทดแทนยาป้องกันปรสิตสำหรับตัวสัตว์

ใครในบ้านเสี่ยงที่สุด

  • เด็กเล็ก ที่คลานและนั่งเล่นบนพื้นกับสัตว์เลี้ยง มือเข้าปากบ่อย ภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่
  • ผู้สูงอายุ ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต โรคปอด ร่างกายต้านเชื้อได้ช้ากว่า
  • หญิงตั้งครรภ์ ซึ่งควรหลีกเลี่ยงการทำความสะอาดกระบะทรายแมวและคราบสิ่งปฏิกูลด้วยตนเอง
  • ผู้ที่มีภูมิแพ้หรือหอบหืด ซึ่งไวต่อทั้งขนสัตว์ สปอร์รา และกลิ่นฉุนของสารเคมี
  • สัตว์เลี้ยงสูงวัย ลูกสัตว์ และสัตว์ป่วย เช่น แมวที่เป็นโรคไต สุนัขอายุมาก หรือลูกหมาลูกแมวที่ยังฉีดวัคซีนไม่ครบ
  • นกและสัตว์เล็กในกรง เช่น กระต่าย หนูแฮมสเตอร์ ซึ่งมีระบบทางเดินหายใจที่ไวต่อสิ่งแปลกปลอมในอากาศเป็นพิเศษ

ผลกระทบที่ตามมา เมื่อปล่อยให้บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงยังไม่สะอาดจริง

ด้านสุขภาพ: ป่วยวนกันไปมาระหว่างคนกับสัตว์

บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงเป็นระบบนิเวศขนาดเล็กที่คนกับสัตว์ใช้พื้นที่ร่วมกัน ถ้าแหล่งเชื้อยังอยู่ ความเจ็บป่วยก็มักส่งต่อกันเป็นทอด ๆ น้องแมวเป็นกลากที่หู ไม่นานเด็กในบ้านก็มีผื่นวงกลมที่แขน คุณพ่อจามทุกเช้าเพราะสปอร์ราจากเบาะนอนสุนัขที่วางอยู่ข้างโซฟา คุณแม่ท้องเสียหลังจากล้างชามอาหารที่แช่น้ำท่วมโดยไม่ได้ใส่ถุงมือ ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดพร้อมกันทีเดียว แต่ค่อย ๆ สะสมจนทุกคนรู้สึกว่าบ้าน "ไม่สบาย" โดยไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง

ด้านเงิน: ค่าหมอสองทาง ค่าของใช้ที่ต้องซื้อซ้ำ

เจ้าของสัตว์เลี้ยงหลังน้ำท่วมมักต้องจ่ายสองทาง ทั้งค่ารักษาของคนในบ้านและค่าสัตวแพทย์ ค่ายาทาเชื้อราสำหรับแมว ค่าแชมพูยา ค่าตรวจเลือดสุนัข บวกกับค่าที่นอน กรง และของใช้ที่ต้องซื้อใหม่ ถ้าซื้อของใหม่มาวางในบ้านที่ยังมีเชื้อราอยู่ ไม่กี่สัปดาห์ของใหม่ก็เริ่มมีกลิ่นและจุดราขึ้นอีก กลายเป็นการจ่ายซ้ำโดยไม่จำเป็น

ด้านเวลา: ทำความสะอาดวนไม่รู้จบ

กลิ่นฉี่ที่ถูกปลุกขึ้นมาใหม่ทำให้สัตว์ขับถ่ายผิดที่ เจ้าของต้องเช็ดถูพื้นวันละหลายรอบ ซักผ้าปูเบาะทุกวัน และคอยตามดมว่ากลิ่นมาจากตรงไหน เวลาที่ควรใช้ฟื้นฟูชีวิตหลังน้ำท่วมกลับหมดไปกับการต่อสู้กับกลิ่นที่ไม่ยอมหายไปไหน

ด้านความสัมพันธ์ในบ้านและกับเพื่อนบ้าน

หลายครอบครัวเริ่มมีปากเสียงกันเรื่องสัตว์เลี้ยง บางคนในบ้านเสนอให้เอาน้องหมาไปฝากไว้ที่อื่น เพราะเชื่อว่าสัตว์คือต้นเหตุของกลิ่นและอาการแพ้ ทั้งที่ต้นเหตุจริงคือเชื้อราและคราบที่น้ำท่วมทิ้งไว้ ส่วนคนที่อยู่ทาวน์เฮาส์หรือคอนโดก็อาจได้รับคำตำหนิจากเพื่อนบ้านเรื่องกลิ่นที่ลอยออกไปทางระเบียงหรือทางเดินส่วนกลาง

ด้านจิตใจของสัตว์เลี้ยง

สัตว์เลี้ยงผ่านความเครียดจากการย้ายที่อยู่ เสียงดัง และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปมาแล้ว เมื่อกลับมาบ้านที่กลิ่นไม่เหมือนเดิม หลายตัวจะมีพฤติกรรมเปลี่ยน เช่น ไม่ยอมกิน ซ่อนตัว เลียขนมากผิดปกติ หรือขับถ่ายผิดที่ การคืนบ้านที่สะอาดและกลิ่นเป็นกลางให้เขา จึงเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูจิตใจสัตว์ด้วย

ทำไมวิธีที่คนส่วนใหญ่ใช้จึงยังไม่พอ

ใช้น้ำยาฟอกขาวราดทุกอย่าง น้ำยาฟอกขาวฆ่าเชื้อบนพื้นผิวเรียบได้ดีถ้าใช้ถูกความเข้มข้น แต่ไม่ซึมเข้าไปในเนื้อฟองน้ำ ใยผ้า หรือร่องไม้ได้ลึกพอ และกลิ่นคลอรีนที่ฉุนก็ระคายเคืองจมูกของสุนัขและแมวซึ่งไวกว่าคนมาก ยิ่งไปกว่านั้น การผสมน้ำยาฟอกขาวกับน้ำยาที่มีแอมโมเนีย หรือราดลงบนคราบฉี่ซึ่งมีแอมโมเนียอยู่แล้ว อาจเกิดก๊าซที่เป็นอันตรายต่อทางเดินหายใจได้ ซึ่งเป็นข้อควรระวังที่หน่วยงานสาธารณสุขเตือนเสมอ

เปิดพัดลมเป่าอย่างเดียว พัดลมช่วยให้พื้นผิวแห้งเร็วขึ้นจริง แต่ก็พัดสปอร์ราและขนสัตว์ที่ปนเชื้อให้ฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง ความชื้นที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นหรือในผนังก็ยังคงอยู่

ฉีดสเปรย์ปรับอากาศหรือสเปรย์ดับกลิ่นสัตว์ สเปรย์ส่วนใหญ่ทำงานด้วยการกลบกลิ่น คือเติมกลิ่นหอมทับลงไป กลิ่นฉี่และกลิ่นอับยังอยู่ครบ พอน้ำหอมจางลงกลิ่นเดิมก็กลับมา และน้ำหอมบางชนิดยังระคายเคืองต่อแมวและนกอีกด้วย

ทาสีทับรอยราบนผนัง เป็นทางลัดที่เห็นบ่อยมาก สีใหม่ดูสะอาดตา แต่เชื้อราใต้สียังมีชีวิต ไม่นานจะดันสีให้ร่อน พองเป็นตุ่ม และกลับมาเป็นจุดดำเหมือนเดิม

ซักที่นอนสัตว์แล้วตากในบ้าน ที่นอนหนา ๆ ที่ตากในที่อับชื้นจะแห้งแค่ผิวนอก ข้างในยังชื้นและกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อรารอบใหม่ หลายชิ้นที่แช่น้ำท่วมนานควรตัดใจทิ้งมากกว่าเสี่ยงเก็บไว้

คิดว่าน้องหมาแมวมีภูมิต้านทานเยอะ ไม่เป็นไร ความเชื่อนี้ทำให้หลายบ้านพาสัตว์กลับเข้าบ้านเร็วเกินไป ทั้งที่สัตว์ใช้ชีวิตติดพื้นและเลียขนตัวเองตลอดเวลา จึงรับเชื้อจากพื้นเข้าปากได้มากกว่าคน

ปัญหาร่วมของวิธีทั้งหมดนี้คือ ทำงานได้แค่บนพื้นผิวที่มือเอื้อมถึง แต่เชื้อโรคและกลิ่นในบ้านหลังน้ำท่วมกระจายอยู่ทั้งในอากาศ ในซอกมุม ใต้เฟอร์นิเจอร์ และในวัสดุที่มีรูพรุน การฆ่าเชื้อที่ได้ผลจึงต้องใช้ตัวช่วยที่เข้าถึงได้ทั่วทั้งปริมาตรของห้อง

บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงจาก WHD ทำงานอย่างไร

โอโซน หรือ O3 คือออกซิเจนรูปแบบหนึ่งที่มีอะตอมออกซิเจนสามอะตอม มีคุณสมบัติออกซิไดซ์สูง เมื่อกระจายอยู่ในห้องที่ปิดมิดชิด โอโซนจะเข้าไปทำลายโครงสร้างเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงสลายโมเลกุลที่เป็นต้นเหตุของกลิ่น เช่น กลิ่นอับและกลิ่นที่ติดค้างจากคราบสัตว์ หลังจากทำงานเสร็จ โอโซนจะสลายตัวกลับไปเป็นออกซิเจน (O2) ตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างบนพื้นผิว ซึ่งเป็นข้อดีสำคัญสำหรับบ้านที่สัตว์เลี้ยงต้องนอน เดิน และเลียพื้นเป็นประจำ

จุดเด่นที่ทำให้โอโซนเหมาะกับบ้านหลังน้ำท่วมคือเป็นก๊าซ จึงแทรกเข้าไปถึงใต้โซฟา หลังตู้ ในช่องลม และซอกมุมที่ผ้าหรือสเปรย์เข้าไม่ถึง ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek ประเทศอังกฤษ การอบโอโซนของ WHD สามารถกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้าเอกสารรับรอง

กฎความปลอดภัยข้อแรกและสำคัญที่สุด: การอบโอโซนต้องทำในพื้นที่ปิดที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ข้างในเลย ทั้งคน สุนัข แมว นก กระต่าย หนูแฮมสเตอร์ ตู้ปลา และต้นไม้ ต้องนำออกจากพื้นที่ทั้งหมดก่อนเริ่มงาน และกลับเข้าได้หลังผ่านช่วงพักและระบายอากาศตามที่ทีมงานแจ้งเท่านั้น สำหรับบ้านที่เลี้ยงนก ควรย้ายนกไปไว้นอกบ้านหรือที่บ้านญาติตลอดวันที่ทำงาน เพราะนกไวต่อคุณภาพอากาศมากเป็นพิเศษ

อีกเรื่องที่ต้องย้ำคือ โอโซนเป็นขั้นตอน "หลัง" การตักโคลน ล้างทำความสะอาด และทำให้แห้งแล้ว โอโซนไม่ได้ทดแทนการขัดล้างคราบ การทิ้งของที่เสียหาย หรือการรักษาทางการแพทย์และสัตวแพทย์ แต่เป็นขั้นตอนที่เก็บงานส่วนที่มือและน้ำยาเข้าไม่ถึง ให้บ้านกลับมาพร้อมใช้งานจริง

ขั้นตอนการทำงานของทีม WHD สำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง

  1. สอบถามและประเมินหน้างาน ทีมงานสอบถามขนาดพื้นที่ จำนวนห้อง ชนิดสัตว์เลี้ยง จุดที่สัตว์นอนและขับถ่ายเป็นประจำ และระดับน้ำที่ท่วม เพื่อวางแผนแบ่งโซน
  2. ตรวจความพร้อมก่อนอบ ตรวจว่าโคลนถูกตักออก พื้นผิวถูกล้างและแห้งพอสมควร ของที่เสียหายหนัก เช่น ที่นอนสัตว์ที่แช่น้ำนาน ถูกคัดแยกออกแล้ว
  3. เตรียมพื้นที่และอพยพสิ่งมีชีวิต ให้คนและสัตว์ทุกตัวออกจากพื้นที่ ย้ายตู้ปลาและต้นไม้ออก ปิดประตูหน้าต่าง ปิดเครื่องปรับอากาศตามคำแนะนำของทีม
  4. ปล่อยโอโซนให้เต็มพื้นที่ เครื่องผลิตโอโซนทำงานจนความเข้มข้นในห้องถึงระดับที่เหมาะสม ครอบคลุมทุกมุมห้อง
  5. ช่วงเวลาสัมผัส ปล่อยให้โอโซนทำปฏิกิริยากับเชื้อโรคและโมเลกุลกลิ่นตามเวลาที่กำหนด รอบการทำงานโดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน
  6. พักและระบายอากาศ รอให้โอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจน แล้วเปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศ ทีมงานจะแจ้งเวลาที่ปลอดภัยสำหรับการกลับเข้าพื้นที่
  7. ส่งมอบและแนะนำการดูแลต่อ ทีมงานแนะนำวิธีคุมความชื้น การดูแลจุดที่สัตว์ใช้ และเวลาที่เหมาะสมในการพาน้อง ๆ กลับเข้าบ้าน

สำหรับบ้านที่ต้องการงานครบวงจร สามารถใช้ร่วมกับบริการฆ่าเชื้อโรคแบบพ่นละอองน้ำยาฆ่าเชื้อบนพื้นผิวของ WHD ได้ด้วย และหากยอดงานอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ไว้ใช้ดูแลจุดที่น้อง ๆ ใช้งานบ่อยต่อที่บ้าน

10 เหตุผลที่บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงควรอบโอโซนหลังน้ำท่วม

  1. ไม่มีสารเคมีตกค้างบนพื้นที่น้อง ๆ เลีย โอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจน ไม่ทิ้งคราบน้ำยาไว้บนพื้น ชาม หรือของเล่น
  2. จัดการกลิ่นฉี่เก่าที่ถูกความชื้นปลุกขึ้นมา ด้วยการสลายโมเลกุลกลิ่น ไม่ใช่กลบด้วยน้ำหอม ช่วยตัดวงจรการขับถ่ายซ้ำจุดเดิม
  3. เข้าถึงใต้โซฟา หลังตู้ และซอกกรง ที่ผ้าและแปรงเข้าไม่ถึง เพราะเป็นก๊าซที่กระจายเต็มห้อง
  4. ลดสปอร์ราในอากาศ ที่เป็นต้นเหตุของอาการจาม คัดจมูก และภูมิแพ้ของทั้งคนและสัตว์
  5. ลดความเสี่ยงเชื้อกลากที่อาจค้างตามเบาะและพรม เป็นขั้นตอนเสริมหลังการซักล้างและควบคู่กับการรักษาของสัตวแพทย์
  6. ผ่านการทดสอบจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek ว่ากำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% ดูรายละเอียดบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ
  7. ใช้เวลาน้อย รู้ผลชัดเจน รอบการทำงานประมาณ 30 นาทีต่อโซน วางแผนพาสัตว์ไปฝากไว้เพียงครึ่งวันก็เพียงพอในหลายกรณี
  8. ประหยัดกว่าการซื้อของใหม่วนซ้ำ เมื่อบ้านไม่มีเชื้อราหลงเหลือ ที่นอนและกรงใหม่ที่ซื้อมาก็ไม่กลับมาขึ้นราเร็ว
  9. ลดการทะเลาะกันในบ้านเรื่องสัตว์เลี้ยง เมื่อกลิ่นและอาการแพ้ลดลง ทุกคนก็เห็นตรงกันว่าน้อง ๆ ไม่ใช่ต้นเหตุ
  10. ทีมงานมืออาชีพที่เข้าใจบ้านสัตว์เลี้ยง วางแผนโซน เวลา และคำแนะนำการกลับเข้าบ้านอย่างปลอดภัย จองคิวได้ที่หน้าบริการอบโอโซนที่พักอาศัย

ก่อนและหลังอบโอโซน: บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงเปลี่ยนไปอย่างไร

ก่อนอบโอโซน

  • กลิ่นฉี่แมวลอยขึ้นมาทุกครั้งที่ปิดห้อง
  • น้องหมาไม่ยอมเข้าห้อง ดมพื้นซ้ำ ๆ
  • แมวขับถ่ายผิดที่ ใต้บันได มุมห้อง
  • คนในบ้านจามตอนเช้า คัดจมูก
  • กรงและถาดรองกรงมีกลิ่นเปรี้ยว
  • มุมผนังเริ่มมีจุดดำ ผ้าม่านมีกลิ่นอับ
  • ต้องฉีดสเปรย์หอมวันละหลายรอบ

หลังอบโอโซน (ร่วมกับการล้างและทำให้แห้ง)

  • อากาศในห้องโล่ง กลิ่นเป็นกลาง ไม่มีกลิ่นฉุน
  • สัตว์เลี้ยงกลับมาใช้พื้นที่เดิมอย่างผ่อนคลาย
  • จุดที่เคยขับถ่ายซ้ำไม่มีกลิ่นล่อให้กลับไป
  • อาการจามตอนเช้าลดลงในหลายครอบครัว
  • กรงที่ล้างแล้วไม่มีกลิ่นค้างในซอก
  • ไม่มีคราบสารเคมีบนพื้นที่น้อง ๆ เลีย
  • ไม่ต้องพึ่งน้ำหอมกลบกลิ่นอีกต่อไป

หมายเหตุ: ผลลัพธ์ของแต่ละบ้านขึ้นอยู่กับระดับความเสียหาย การทำความสะอาดและการทำให้แห้งก่อนอบ รวมถึงการควบคุมความชื้นหลังอบ

กรณีตัวอย่าง: บ้านคุณแพร กับน้องหมาสองตัวและแมวหนึ่งตัว

กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้าที่ระบุตัวตน

ย้อนกลับไปที่บ้านคุณแพรในบางบัวทอง หลังจากลองทุกวิธีที่คิดออกอยู่หนึ่งสัปดาห์ เธอตัดสินใจติดต่อ WHD ทาง LINE ทีมงานขอให้ส่งรูปห้องชั้นล่าง จุดที่วางกรงและกระบะทรายเดิม รวมถึงผนังที่มีรอยน้ำ จากนั้นแนะนำให้ทำสามอย่างก่อนวันนัด อย่างแรกคือทิ้งที่นอนสุนัขที่เป็นฟองน้ำและเบาะแมวที่แช่น้ำมานาน อย่างที่สองคือล้างกรงเหล็กและถาดพลาสติกด้วยน้ำสบู่ ขัดซอกด้วยแปรง แล้วตากแดดจัดให้แห้งสนิท อย่างที่สามคือขัดร่องยาแนวบริเวณที่แมวเคยฉี่ด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่เหมาะกับคราบปัสสาวะ

วันนัด คุณแพรพาถั่วดำ ขนมปัง และส้มฉุนไปฝากที่บ้านญาติตั้งแต่เช้า ทีมงานแบ่งพื้นที่เป็นสามโซน คือห้องนั่งเล่นรวมมุมใต้บันได ห้องครัวซึ่งเป็นที่วางชามอาหาร และห้องเก็บของที่ใช้เก็บกรงกับถุงอาหาร กรงที่ล้างแล้วถูกนำเข้ามาวางในห้องระหว่างอบด้วย เพื่อให้โอโซนเข้าถึงซอกมุมของกรง แต่ละโซนใช้รอบประมาณ 30 นาที ตามด้วยช่วงพักและเปิดระบายอากาศ

ช่วงบ่าย ทีมงานแจ้งว่ากลับเข้าบ้านได้ คุณแพรเล่าว่าสิ่งแรกที่สังเกตได้คือไม่มีกลิ่นอะไรเลย ไม่ใช่กลิ่นหอม แต่เป็นความ "ว่าง" ของอากาศ เธอเปิดหน้าต่างทิ้งไว้อีกพักหนึ่งตามคำแนะนำ แล้วจึงพาน้อง ๆ กลับบ้านตอนเย็น ถั่วดำเดินเข้าห้องนั่งเล่นเป็นปกติ ส่วนส้มฉุนกลับไปใช้กระบะทรายใหม่ที่วางในจุดใหม่ ไม่กลับไปที่ใต้บันไดอีก ในสัปดาห์ต่อมา คุณแพรคุมความชื้นด้วยการเปิดหน้าต่างช่วงกลางวันและใช้เครื่องลดความชื้นในห้องเก็บของ และยังคงพาขนมปังไปพบสัตวแพทย์เพื่อรักษาอาการคันตามนัด

บทเรียนจากกรณีนี้คือ โอโซนไม่ได้ทำงานแทนทุกอย่าง แต่เมื่อวางลำดับถูก คือทิ้ง ล้าง ตาก แล้วค่อยอบ ผลลัพธ์ที่ได้จะชัดเจนกว่าการพยายามแก้ด้วยสเปรย์และน้ำหอมหลายเท่า

เช็กลิสต์ฟื้นฟูบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง ก่อนและหลังอบโอโซน

ก่อนเริ่มทำความสะอาด

  • ใส่ถุงมือยาง รองเท้าบูท และหน้ากากทุกครั้ง ปิดบาดแผลที่มือและเท้าให้มิดชิด
  • ให้เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และสัตว์เลี้ยงอยู่นอกพื้นที่ขณะตักโคลนและล้างบ้าน
  • ถ่ายรูปความเสียหายเก็บไว้ก่อนทิ้งของ เผื่อใช้ประกอบการขอความช่วยเหลือหรือเคลมประกัน

คัดแยกของใช้สัตว์เลี้ยง

  • ควรทิ้ง: ที่นอนฟองน้ำ เบาะผ้าหนา ของเล่นผ้าและของเล่นยัด อาหารเม็ดและขนมที่ถุงโดนน้ำ ทรายแมวที่เปียก ที่ลับเล็บกระดาษ
  • ล้างแล้วใช้ต่อได้: กรงเหล็ก ถาดพลาสติก ชามสแตนเลสหรือเซรามิก สายจูงไนลอน ของเล่นยางแข็ง กระบะทรายพลาสติก
  • ชามน้ำและชามอาหารควรล้างด้วยน้ำสบู่ ลวกน้ำร้อนถ้าวัสดุทนได้ และเปลี่ยนใหม่ถ้ามีรอยร้าว

ทำให้บ้านแห้ง

  • เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศ ใช้พัดลมเป่าไล่ความชื้นออกนอกบ้าน ไม่ใช่เป่าวนในห้อง
  • ตรวจใต้พื้นลามิเนต ขอบบัว และผนังชั้นล่าง ถ้ายังชื้นมากควรรอหรือใช้เครื่องลดความชื้นก่อนนัดอบ

วันอบโอโซน

  • ฝากสัตว์ทุกตัวไว้ที่บ้านญาติ โรงแรมสัตว์เลี้ยง หรือคลินิก ย้ายตู้ปลา กรงนก และต้นไม้ออกจากบ้าน
  • เปิดตู้และลิ้นชักที่ต้องการให้โอโซนเข้าถึง นำกรงที่ล้างแล้วมาวางในห้อง
  • ไม่กลับเข้าพื้นที่จนกว่าทีมงานแจ้งว่าผ่านช่วงพักและระบายอากาศเรียบร้อย

หลังอบโอโซน

  • เปิดหน้าต่างระบายอากาศเพิ่มก่อนพาสัตว์กลับเข้าบ้าน
  • จัดจุดนอนและกระบะทรายในตำแหน่งใหม่ที่แห้งและอากาศถ่ายเท
  • คุมความชื้นในบ้านต่อเนื่อง ทำความสะอาดชามและกระบะทรายทุกวัน
  • พาสัตว์ไปตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีน และรับยาป้องกันเห็บหมัดตามที่สัตวแพทย์แนะนำ
  • สังเกตอาการของทั้งคนและสัตว์ หากมีไข้ ปวดน่อง ท้องร่วง หรือมีผื่นที่ไม่ดีขึ้น ให้พบแพทย์หรือสัตวแพทย์ทันที

คำถามที่พบบ่อยเรื่องอบโอโซนบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง

ถาม: อบโอโซนอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงไหม

ตอบ: โอโซนความเข้มข้นสูงระหว่างการอบไม่ปลอดภัยต่อการหายใจของทุกชีวิต จึงต้องนำคนและสัตว์ออกจากพื้นที่ทั้งหมดก่อนเริ่มงาน เมื่อผ่านช่วงพักให้โอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจนและระบายอากาศแล้ว จึงพาสัตว์กลับเข้าได้ ข้อดีคือไม่มีสารเคมีตกค้างบนพื้นผิวที่สัตว์จะเลีย

ถาม: ต้องฝากน้องหมาแมวไว้ที่อื่นนานแค่ไหน

ตอบ: ขึ้นอยู่กับจำนวนโซน รอบหนึ่งประมาณ 30 นาทีต่อโซน บวกช่วงพักและระบายอากาศ บ้านขนาดทั่วไปส่วนใหญ่วางแผนไว้ประมาณครึ่งวันถึงหนึ่งวัน ทีมงานจะแจ้งเวลาที่ชัดเจนตอนประเมินหน้างาน

ถาม: อบโอโซนแล้วกลิ่นฉี่แมวจะหายถาวรไหม

ตอบ: โอโซนช่วยสลายโมเลกุลกลิ่นในอากาศและบนพื้นผิวได้ดี แต่ถ้าคราบปัสสาวะยังฝังลึกในร่องยาแนวหรือใต้พื้น ควรขัดล้างจุดนั้นก่อน และถ้าแมวยังขับถ่ายผิดที่ต่อเนื่อง อาจเป็นเรื่องสุขภาพหรือความเครียด ควรปรึกษาสัตวแพทย์ร่วมด้วย

ถาม: โอโซนฆ่าเห็บหมัดได้ไหม

ตอบ: บริการของเรามุ่งที่เชื้อจุลินทรีย์ เชื้อรา และกลิ่น เห็บหมัดควรจัดการด้วยยาป้องกันที่สัตวแพทย์แนะนำสำหรับตัวสัตว์ ร่วมกับการดูดฝุ่นและซักล้างที่นอนเป็นประจำ

ถาม: เลี้ยงนกหรือตู้ปลาต้องเตรียมอะไรเพิ่ม

ตอบ: ต้องย้ายกรงนกและตู้ปลาออกจากบ้านทั้งหมดในวันอบ นกไวต่ออากาศมาก ส่วนตู้ปลาอาจได้รับผลกระทบจากก๊าซที่ละลายลงน้ำ ควรนำกลับเข้าบ้านหลังระบายอากาศเสร็จเรียบร้อยแล้วเท่านั้น

ถาม: อบโอโซนแทนการล้างบ้านได้ไหม

ตอบ: ไม่ได้ ต้องตักโคลน ล้าง และทำให้แห้งก่อนเสมอ โอโซนเป็นขั้นตอนเก็บงานที่เข้าถึงอากาศและซอกมุม ไม่ได้ขจัดคราบโคลนหรือความชื้นที่ยังค้างอยู่

ถาม: สัตว์เลี้ยงป่วยหลังน้ำท่วม อบโอโซนช่วยรักษาได้ไหม

ตอบ: การอบโอโซนเป็นการลดเชื้อในสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่การรักษาโรค สัตว์ที่มีไข้ ซึม ไม่กินอาหาร ตาเหลือง หรือท้องร่วงต้องพบสัตวแพทย์ทันที เช่นเดียวกับคนที่มีไข้และปวดน่องหลังลุยน้ำต้องพบแพทย์

คืนบ้านที่สะอาดให้ทุกชีวิตในครอบครัว ทั้งสองขาและสี่ขา

ปรึกษาฟรี ประเมินพื้นที่ และวางแผนวันอบให้เหมาะกับการฝากน้อง ๆ ของคุณ

จองบริการอบโอโซนบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

โปรโมชัน: งานอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#อบโอโซน #บริการอบโอโซน #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #โอโซนฆ่าเชื้อ #น้ำท่วม #บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง #กำจัดกลิ่นฉี่แมว #ทาสหมาทาสแมว

คำค้นหา: อบโอโซนบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง, กำจัดกลิ่นสัตว์เลี้ยงหลังน้ำท่วม, กลิ่นฉี่แมว, เชื้อราที่นอนสัตว์, ฆ่าเชื้อกรงสัตว์, โรคฉี่หนูในสุนัข, อบโอโซนฆ่าเชื้อ, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้