แอร์หลังน้ำท่วม: เชื้อราในเครื่องปรับอากาศ ท่อลม และความเสี่ยงเชื้อ Legionella ที่ต้องรู้ก่อนเปิดแอร์อีกครั้ง

Last updated: 30 ก.ย. 2569  |  2 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องอบโอโซนเทคโนโลยีกำจัดกลิ่น

แอร์หลังน้ำท่วม: เชื้อราในเครื่องปรับอากาศ ท่อลม และความเสี่ยงเชื้อ Legionella ที่ต้องรู้ก่อนเปิดแอร์อีกครั้ง

หลังน้ำลด อากาศร้อนอบอ้าว บ้านทั้งหลังชื้นและเหม็นอับ สิ่งแรกที่หลายคนอยากทำคือกดรีโมตเปิดแอร์ให้เย็นสบาย แต่เครื่องปรับอากาศที่ผ่านน้ำท่วมหรืออยู่ในบ้านที่ชื้นจัดมาหลายวัน อาจกลายเป็นเครื่องเป่าสปอร์เชื้อราและแบคทีเรียไปทั่วห้อง บทความนี้อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นภายในแอร์และท่อลมหลังน้ำท่วม เชื้อ Legionella คืออะไรและเกี่ยวข้องกับระบบแบบไหน ต้องตรวจอะไรก่อนเปิดเครื่อง และการอบโอโซนจะช่วยได้ในขั้นตอนใด

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย: บ้านสองชั้นที่หาดใหญ่ กับแอร์ที่เป่ากลิ่นถุงเท้าเปียก

(เรื่องเล่าต่อไปนี้เป็นสถานการณ์ตัวอย่างที่เรียบเรียงจากลักษณะปัญหาที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

คุณเอกอาศัยอยู่ในบ้านสองชั้นย่านชานเมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา กับภรรยา ลูกสาววัยประถม และคุณยายวัยเจ็ดสิบแปดที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ช่วงปลายปีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน น้ำจากคลองระบายไม่ทันและเอ่อเข้าหมู่บ้าน ชั้นล่างของบ้านจมน้ำสูงราวหกสิบเซนติเมตรนานสี่วัน คอยล์ร้อนของแอร์สามเครื่องที่ตั้งบนพื้นข้างบ้านจมน้ำมิด ส่วนแอร์ในห้องนั่งเล่นชั้นล่างติดผนังสูงพ้นน้ำ แต่ต้องอยู่ในห้องที่มีน้ำขังและความชื้นสูงตลอดเวลา

เมื่อน้ำลดและไฟฟ้ากลับมา อากาศร้อนจัด คุณเอกเห็นว่าแอร์ในห้องนอนชั้นบนไม่ได้โดนน้ำเลย จึงเปิดใช้ทันทีให้คุณยายนอนสบาย ส่วนแอร์ชั้นล่าง เขาเช็ดคอยล์ร้อนที่เปื้อนโคลนด้วยผ้าแล้วลองเปิดดู ปรากฏว่าเครื่องทำงาน แต่ลมที่เป่าออกมามีกลิ่นเหม็นอับคล้ายถุงเท้าเปียก มีหยดน้ำซึมจากตัวเครื่องลงบนพื้น และเมื่อมองเข้าไปที่ช่องลมก็เห็นจุดดำเกาะเต็มบานสวิงและใบพัดลม

ภายในหนึ่งสัปดาห์ คุณยายไอถี่ขึ้น เสมหะมาก หายใจเหนื่อยตอนกลางคืน ลูกสาวคัดจมูกทุกเช้า คุณเอกเองก็ปวดศีรษะทุกครั้งที่นั่งทำงานในห้องนั่งเล่นนาน ๆ ครอบครัวพาคุณยายไปพบแพทย์ แพทย์ให้การรักษาและแนะนำให้ดูแลสภาพแวดล้อมในบ้านให้ดีขึ้น ซึ่งทำให้คุณเอกเริ่มสงสัยว่าแอร์ที่ตั้งใจเปิดให้คนในบ้านสบาย อาจกำลังเป่าสิ่งที่ไม่ควรหายใจเข้าไปทั่วบ้าน

สถานการณ์แบบนี้เกิดซ้ำทุกฤดูน้ำหลาก ทั้งในหาดใหญ่ นครศรีธรรมราช อยุธยา ปทุมธานี หรืออุบลราชธานี เพราะแอร์คืออุปกรณ์ที่ดูดอากาศในห้องเข้าไปผ่านคอยล์เย็นชื้น แล้วเป่ากลับออกมาตลอดทั้งวัน หากภายในเครื่องมีเชื้อ ก็เท่ากับกระจายเชื้อไปทุกมุมของห้อง

เกิดอะไรขึ้นภายในเครื่องปรับอากาศและท่อลมหลังน้ำท่วม

คอยล์เย็นและถาดน้ำทิ้ง: จุดที่ชื้นตลอดเวลา

ในการทำงานปกติ แอร์ดึงความชื้นออกจากอากาศ น้ำจะควบแน่นบนคอยล์เย็นและไหลลงถาดน้ำทิ้ง ก่อนระบายออกทางท่อ พื้นที่ส่วนนี้จึงชื้นอยู่แล้วโดยธรรมชาติ เมื่อบ้านผ่านน้ำท่วม อากาศที่แอร์ดูดเข้าไปเต็มไปด้วยความชื้นสูง ฝุ่นโคลนแห้ง และสปอร์เชื้อราที่ลอยอยู่ในห้อง ฝุ่นและสปอร์เหล่านี้จะไปติดบนครีบคอยล์ ถาดน้ำทิ้ง ใบพัดลมแบบกรงกระรอก และแผ่นกรองอากาศ กลายเป็นชั้นเมือกที่เชื้อราและแบคทีเรียเติบโตได้ดี กลิ่นอับแบบถุงเท้าเปียกที่หลายคนคุ้นเคยก็มาจากตรงนี้

ท่อน้ำทิ้งอุดตันจากโคลน

หากปลายท่อน้ำทิ้งอยู่ในระดับที่น้ำท่วมถึง โคลนและเศษขยะอาจไหลย้อนเข้าไปอุดท่อ เมื่อเปิดแอร์ น้ำที่ควบแน่นระบายไม่ได้ จะขังในถาดจนล้นหยดออกมาจากตัวเครื่อง น้ำขังที่นิ่งอยู่ในถาดเป็นเวลานานยิ่งเร่งให้เชื้อโตเร็วขึ้น

คอยล์ร้อนและระบบไฟฟ้าที่จมน้ำ

คอยล์ร้อนที่ตั้งบนพื้นหรือระเบียงชั้นล่างมักจมน้ำเป็นอย่างแรก โคลนและน้ำเข้าไปในแผงวงจร มอเตอร์พัดลม คอมเพรสเซอร์ และขั้วต่อสายไฟ การเปิดเครื่องโดยไม่ได้ตรวจสอบเสี่ยงทั้งไฟฟ้าลัดวงจร ไฟดูด และความเสียหายถาวรของเครื่อง นี่เป็นเรื่องความปลอดภัยที่ต้องมาก่อนเรื่องเชื้อโรค

ท่อลมในอาคารและระบบแอร์รวม

ในคอนโด สำนักงาน โรงแรม หรืออาคารที่ใช้ระบบปรับอากาศแบบรวมศูนย์ ลมเย็นจะถูกส่งผ่านท่อลมที่ยาวหลายสิบเมตร หากท่อลมหรือห้องเครื่องส่งลมถูกน้ำท่วม หรือแค่อยู่ในสภาพชื้นจัดหลายวัน ฉนวนภายในท่อที่มีรูพรุนจะดูดความชื้นและฝุ่นไว้ กลายเป็นพื้นที่ที่เชื้อราเติบโตได้ตลอดความยาวของท่อ และถูกเป่ากระจายไปทุกห้องที่เชื่อมต่อกัน

Legionella คืออะไร และเกี่ยวข้องกับแอร์แบบไหน

เลจิโอเนลลา (Legionella) เป็นแบคทีเรียที่พบได้ตามธรรมชาติในแหล่งน้ำจืด แต่จะเพิ่มจำนวนได้มากในระบบน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้นซึ่งมีน้ำอุ่นและน้ำนิ่ง เช่น หอผึ่งเย็น (cooling tower) ของระบบแอร์ในอาคารขนาดใหญ่ ระบบน้ำร้อนของอาคาร ถังเก็บน้ำ อ่างน้ำวน เครื่องทำความชื้น และน้ำพุตกแต่ง คนติดเชื้อได้จากการหายใจเอาละอองน้ำขนาดเล็กที่มีเชื้อเข้าไป โดยทั่วไปไม่ติดต่อจากคนสู่คน โรคที่เกิดขึ้นมีสองแบบหลัก คือ โรคลีเจียนแนร์ (Legionnaires' disease) ซึ่งเป็นปอดอักเสบที่อาจรุนแรง และไข้ปอนเตียก (Pontiac fever) ซึ่งอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่และรุนแรงน้อยกว่า

สิ่งที่ควรเข้าใจให้ถูกต้องคือ แอร์บ้านแบบแยกส่วนทั่วไปไม่ได้ใช้น้ำหมุนเวียนแบบหอผึ่งเย็น ความเสี่ยงหลักของแอร์บ้านหลังน้ำท่วมจึงเป็นเชื้อราและแบคทีเรียทั่วไปที่สะสมในคอยล์และถาดน้ำทิ้ง ส่วนความเสี่ยงเรื่องเลจิโอเนลลาจะเด่นชัดในอาคารขนาดใหญ่ที่มีหอผึ่งเย็นหรือระบบน้ำร้อน ซึ่งหลังน้ำท่วมหรือหลังปิดระบบไปหลายวัน น้ำในระบบอาจนิ่งและปนเปื้อน ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบน้ำและวิศวกรอาคารดูแลตามมาตรฐาน ก่อนเปิดใช้งานอีกครั้ง

อาการที่ควรสังเกต

  • จาม คัดจมูก น้ำมูก คันตา ไอ มากขึ้นเมื่ออยู่ในห้องที่เปิดแอร์ และดีขึ้นเมื่อออกไปข้างนอก
  • หอบหืดหรือโรคปอดเรื้อรังกำเริบ หายใจมีเสียงวี้ด แน่นหน้าอก
  • ปวดศีรษะ ระคายคอ อ่อนเพลีย เวลาอยู่ในห้องปรับอากาศนาน ๆ
  • มีไข้สูง ไอ หายใจเหนื่อย ปวดกล้ามเนื้อ หรือสับสน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยเรื้อรัง ต้องพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นปอดอักเสบ ซึ่งรวมถึงโรคจากเชื้อเลจิโอเนลลา
  • หากลุยน้ำแล้วมีไข้สูงและปวดน่องมาก ให้พบแพทย์โดยเร็วเพราะอาจเป็นโรคฉี่หนู การทำความสะอาดแอร์หรืออบโอโซนไม่สามารถใช้แทนการรักษาได้

ใครเสี่ยงที่สุด

ผู้สูงอายุโดยเฉพาะอายุห้าสิบปีขึ้นไป ผู้ที่สูบบุหรี่หรือเคยสูบ ผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง หอบหืด เบาหวาน โรคไต ผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน รวมถึงเด็กเล็กและหญิงตั้งครรภ์ที่ไวต่อเชื้อราและสิ่งระคายเคืองในอากาศ คนกลุ่มนี้ไม่ควรนอนในห้องที่แอร์ยังไม่ได้รับการตรวจและล้างหลังน้ำท่วม

ผลกระทบเมื่อเปิดแอร์ที่ยังไม่ได้จัดการหลังน้ำท่วม

สุขภาพ: แอร์ทำงานวันละหลายชั่วโมง หมุนเวียนอากาศในห้องซ้ำไปซ้ำมา หากในเครื่องมีเชื้อรา ทุกคนในห้องจะหายใจเอาสปอร์เข้าไปตลอดเวลา อาการภูมิแพ้และหอบหืดจึงกำเริบง่าย ผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคปอดอาจมีอาการหนักขึ้นจนต้องเข้าโรงพยาบาล

เงิน: เปิดแอร์ที่คอยล์ร้อนจมน้ำโดยไม่ตรวจ อาจทำให้แผงวงจรหรือคอมเพรสเซอร์เสียหายจนต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ ค่าใช้จ่ายสูงกว่าค่าตรวจและล้างหลายเท่า คอยล์ที่มีคราบสกปรกยังทำให้แอร์ทำงานหนัก กินไฟมากขึ้น และเย็นช้าลง

เวลา: ครอบครัวที่ต้องเข้าออกคลินิก หรือต้องนอนห้องเดียวกันเพราะห้องอื่นอยู่ไม่ได้ เสียเวลาทำงานและเวลาพักผ่อน ช่วงฟื้นฟูบ้านที่ควรใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์กลับยืดยาวออกไป

ชื่อเสียง: สำหรับโรงแรม คอนโด หอพัก ร้านอาหาร หรือสำนักงาน แอร์ที่เป่ากลิ่นอับออกมาเป็นสิ่งแรกที่ลูกค้า ผู้เช่า หรือพนักงานสังเกตเห็น และเป็นเรื่องร้องเรียนที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม ส่วนอาคารที่มีหอผึ่งเย็น การละเลยการดูแลระบบน้ำหลังน้ำท่วมอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพของผู้ใช้อาคารและความรับผิดชอบที่ตามมา

ครอบครัว: ความรู้สึกผิดของคนที่ตั้งใจเปิดแอร์ให้พ่อแม่หรือลูกนอนสบาย แต่กลับทำให้อาการแย่ลง เป็นความทุกข์ที่หลายบ้านไม่ได้พูดออกมา ข้อมูลที่ถูกต้องช่วยให้ตัดสินใจได้ตั้งแต่ต้น

ทำไมการแก้แบบเดิม ๆ จึงไม่พอ

ถอดแผ่นกรองล้างอย่างเดียว: แผ่นกรองเป็นเพียงด่านแรก เชื้อราส่วนใหญ่อยู่ลึกกว่านั้น บนครีบคอยล์เย็น ถาดน้ำทิ้ง และใบพัดลม ซึ่งการล้างแผ่นกรองเข้าไม่ถึง กลิ่นอับจึงยังอยู่

ฉีดสเปรย์ดับกลิ่นหรือน้ำหอมเข้าช่องลม: เป็นเพียงการกลบกลิ่นชั่วคราว สารเคมีบางชนิดยังระคายเคืองทางเดินหายใจเมื่อถูกเป่ากระจายไปทั่วห้อง และไม่ได้ทำลายชั้นเมือกที่เชื้อเกาะอยู่

ใช้สเปรย์ล้างแอร์แบบทำเองกับเครื่องที่จมน้ำ: สเปรย์ล้างคอยล์แบบกระป๋องอาจช่วยเรื่องคราบบนผิวคอยล์ได้บ้าง แต่ไม่ได้ตรวจระบบไฟฟ้า ไม่ได้ล้างท่อน้ำทิ้ง และไม่ได้ทำความสะอาดใบพัดลม สำหรับเครื่องที่จมน้ำหรือผ่านความชื้นหนัก ควรให้ช่างที่มีความชำนาญดูแลทั้งระบบ

เปิดแอร์โหมดพัดลมให้แห้ง: ช่วยลดความชื้นในเครื่องได้บ้าง แต่ถ้าในเครื่องมีเชื้อราอยู่แล้ว ก็เท่ากับเป่าสปอร์ออกมาเต็มห้องโดยตรง

ล้างแอร์แต่ไม่จัดการห้อง: ต่อให้ล้างแอร์สะอาดแล้ว หากห้องยังมีเชื้อราเกาะตามผนัง ผ้าม่าน ฝ้าเพดาน และลอยอยู่ในอากาศ แอร์ที่เพิ่งล้างก็จะดูดสปอร์เหล่านั้นกลับเข้าไปใหม่ภายในไม่กี่วัน วงจรก็เริ่มต้นอีกครั้ง

ทาสีทับคราบราที่ผนังใต้แอร์: ผนังใต้เครื่องแอร์มักมีคราบน้ำหยดและราดำ การทาสีทับไม่ได้ฆ่าเชื้อ ไม่นานคราบก็ซึมกลับขึ้นมา

ลำดับที่ถูกต้อง: ความปลอดภัยไฟฟ้า การล้างระบบ แล้วจึงฆ่าเชื้อพื้นที่

  1. ห้ามเปิดแอร์ที่จมน้ำทันที: ปิดเบรกเกอร์ของแอร์ทุกเครื่องที่คอยล์ร้อน คอยล์เย็น หรือสายไฟเคยจมน้ำ และให้ช่างไฟหรือช่างแอร์ที่มีความชำนาญตรวจระบบไฟฟ้า มอเตอร์ และคอมเพรสเซอร์ก่อน บางเครื่องอาจต้องซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่
  2. ล้างแอร์ทั้งระบบโดยช่าง: ล้างคอยล์เย็น คอยล์ร้อน ถาดน้ำทิ้ง ใบพัดลม แผ่นกรอง และทะลวงท่อน้ำทิ้งที่อุดตันจากโคลน
  3. อาคารที่มีท่อลมหรือหอผึ่งเย็น: ให้ฝ่ายวิศวกรรมอาคารหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจท่อลม ฉนวนท่อที่ชุ่มน้ำท่วมอาจต้องเปลี่ยน และหอผึ่งเย็นหรือระบบน้ำร้อนต้องทำความสะอาดและบำบัดน้ำตามมาตรฐานก่อนเปิดระบบ งานส่วนนี้ไม่มีอะไรทดแทนได้
  4. ขนโคลน ล้าง และทำให้ห้องแห้ง: ห้องที่แอร์ติดตั้งอยู่ต้องสะอาดและแห้ง ใช้เครื่องลดความชื้นช่วย
  5. อบโอโซนฆ่าเชื้อพื้นที่: เมื่อแอร์ได้รับการตรวจและล้างแล้ว และห้องแห้ง จึงเป็นเวลาที่การอบโอโซนจะให้ผลคุ้มค่าที่สุด

การอบโอโซนจาก WHD ช่วยให้แอร์ที่ล้างแล้วไม่ดูดเชื้อกลับเข้าไปใหม่

การล้างแอร์จัดการกับตัวเครื่อง แต่ห้องที่ผ่านน้ำท่วมยังมีสปอร์และเชื้อโรคค้างอยู่ในอากาศ บนผนัง ฝ้าเพดาน ผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ และช่องลมที่เชื่อมต่อกัน บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคารของ World Health Disinfection (WHD) ช่วยจัดการส่วนที่เหลือนี้ เพื่อให้แอร์ที่เพิ่งล้างทำงานในอากาศที่สะอาด

หลักการทำงาน: โอโซน (O3) เป็นก๊าซออกซิไดซ์ที่แพร่กระจายไปทั่วพื้นที่ปิด เข้าถึงซอกมุม ฝ้าเพดาน หลังตู้ และช่องลมที่เข้าถึงยาก ทำลายโครงสร้างเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา และสลายโมเลกุลที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นอับ หลังจากนั้นโอโซนจะกลับคืนสภาพเป็นออกซิเจน (O2) ไม่มีสารเคมีตกค้างที่จะถูกแอร์เป่ากระจายไปในห้องภายหลัง

ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง ระบบของ WHD ผ่านการทดสอบและรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek (สหราชอาณาจักร) ในการกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา 99.99% ดูรายละเอียดได้ที่เอกสารรับรอง

ขอบเขตที่ต้องชัดเจน: การอบโอโซนไม่ใช่การล้างแอร์ ไม่ใช่การซ่อมระบบไฟฟ้า และไม่ใช่การบำบัดน้ำในหอผึ่งเย็นหรือระบบน้ำร้อนของอาคาร งานเหล่านั้นต้องทำโดยช่างและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านก่อน สำหรับอาคารที่มีระบบท่อลม ทีมงาน WHD จะประเมินหน้างานและวางแผนร่วมกับฝ่ายอาคารว่าพื้นที่ใดเหมาะกับการอบ

ขั้นตอนการทำงาน

  1. สำรวจหน้างาน: ดูจำนวนห้อง ตำแหน่งแอร์ สภาพหลังการล้าง ระดับความชื้น และแบ่งโซนการอบ
  2. เตรียมพื้นที่: ทุกคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกจากพื้นที่ ปิดประตูหน้าต่าง เปิดตู้และลิ้นชักให้ก๊าซเข้าถึง
  3. ปล่อยโอโซน: เดินเครื่องจนความเข้มข้นถึงระดับที่เหมาะกับการฆ่าเชื้อ
  4. ช่วงสัมผัส: คงความเข้มข้นตามเวลาที่กำหนด รอบการทำงานโดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน
  5. พักห้องและระบายอากาศ: รอให้โอโซนสลายเป็นออกซิเจน แล้วเปิดระบายอากาศ ห้ามเข้าพื้นที่จนกว่าทีมงานแจ้งว่าปลอดภัย
  6. ส่งมอบ: แนะนำรอบการล้างแอร์และการควบคุมความชื้นในระยะยาว

ความปลอดภัย: การอบโอโซนทำในพื้นที่ปิดที่ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้เท่านั้น เพราะโอโซนความเข้มข้นสูงระคายเคืองทางเดินหายใจ ทุกคนกลับเข้าพื้นที่หลังผ่านช่วงพักห้องและระบายอากาศแล้ว

10 เหตุผลที่ควรอบโอโซนหลังล้างแอร์ในบ้านหรืออาคารที่ผ่านน้ำท่วม

  1. ตัดวงจรเชื้อกลับเข้าเครื่อง แอร์ที่เพิ่งล้างจะไม่ดูดสปอร์จากห้องที่ยังปนเปื้อนกลับเข้าไปสะสมใหม่
  2. ฆ่าเชื้อทั้งอากาศและพื้นผิวในห้อง ครอบคลุมผนัง ฝ้า ผ้าม่าน และเฟอร์นิเจอร์ ผ่านบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคาร
  3. ไม่มีสารตกค้างให้แอร์เป่ากระจาย เพราะโอโซนกลับเป็นออกซิเจน ต่างจากน้ำยาที่อาจถูกเป่าฟุ้งไปทั้งห้อง
  4. สลายกลิ่นอับแบบถุงเท้าเปียก ที่ติดอยู่ในห้องและผ้าม่าน ไม่ใช่แค่กลบด้วยน้ำหอม
  5. เข้าถึงจุดที่มองไม่เห็น ทั้งเหนือฝ้า หลังตู้ และมุมห้องที่ลมแอร์พัดสปอร์ไปสะสม
  6. ผลทดสอบรับรอง ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek ในการกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา 99.99%
  7. เหมาะกับห้องของผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคปอด ที่ต้องอยู่ในห้องปรับอากาศเกือบตลอดวัน
  8. ใช้เวลาไม่นาน รอบโดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน กลับมาใช้ห้องได้หลังผ่านช่วงพักห้องและระบายอากาศ
  9. รองรับทั้งบ้านและอาคาร ตั้งแต่บ้านเดี่ยว คอนโด โรงแรม ไปจนถึงสำนักงาน โรงเรียน และโรงพยาบาล ดูรายละเอียดบริการ
  10. รับสเปรย์ฆ่าเชื้อฟรี เมื่อใช้บริการอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาท รับสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ไว้ใช้กับรีโมตและจุดสัมผัสบ่อย สอบถามที่หน้าบริการ

ก่อนและหลัง: ห้องที่เปิดแอร์หลังน้ำท่วม

ก่อน

  • เปิดแอร์ที่คอยล์ร้อนจมน้ำโดยไม่ตรวจไฟฟ้า
  • ลมแอร์มีกลิ่นอับแบบถุงเท้าเปียก
  • จุดดำบนบานสวิงและใบพัดลม
  • น้ำหยดจากเครื่องเพราะท่อน้ำทิ้งอุดตัน
  • ผู้สูงอายุไอกลางคืน เด็กคัดจมูกทุกเช้า
  • ฉีดน้ำหอมเข้าช่องลม กลิ่นกลับมาทุกวัน

หลัง

  • ช่างตรวจระบบไฟฟ้าและล้างแอร์ทั้งระบบ
  • ท่อน้ำทิ้งโล่ง ไม่มีน้ำหยด
  • ห้องล้าง แห้ง และผ่านการอบโอโซน
  • ลมเย็นสะอาด ไม่มีกลิ่นอับ
  • ไม่มีสารเคมีตกค้างถูกเป่ากระจาย
  • คนในบ้านนอนหลับได้สบายใจขึ้น

กรณีตัวอย่าง: สำนักงานขนาดเล็กชั้นล่างที่นนทบุรี

(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวทาง ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้าที่ระบุตัวตนได้)

คุณเจนดูแลสำนักงานบัญชีขนาดเล็กที่เช่าชั้นล่างของอาคารพาณิชย์สามชั้นในนนทบุรี น้ำท่วมเข้าสำนักงานราวสี่สิบเซนติเมตร แอร์แบบติดเพดานสองเครื่องไม่ได้โดนน้ำโดยตรง แต่คอยล์ร้อนที่ตั้งอยู่หลังอาคารจมน้ำ และสำนักงานถูกปิดทิ้งไว้เกือบสองสัปดาห์ในสภาพชื้นจัด เมื่อกลับมาเปิดสำนักงาน พนักงานหลายคนบ่นว่าปวดศีรษะ ระคายคอ และมีกลิ่นอับทุกครั้งที่เปิดแอร์ พนักงานคนหนึ่งที่เป็นหอบหืดต้องขอลาทำงานที่บ้าน

ลำดับงานที่เหมาะสมคือ ปิดเบรกเกอร์แอร์ทั้งหมด ให้ช่างตรวจคอยล์ร้อนที่จมน้ำและระบบไฟฟ้า ซ่อมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เสียหาย ล้างคอยล์เย็น ถาดน้ำทิ้ง ใบพัดลม และทะลวงท่อน้ำทิ้ง ขณะเดียวกันรื้อพรมและแผ่นฝ้าที่ชื้นหรือมีคราบรา ล้างพื้นและผนัง และใช้เครื่องลดความชื้นจนพื้นที่แห้ง จากนั้นจึงนัดทีม WHD อบโอโซนทั้งสำนักงานนอกเวลาทำงาน โดยทุกคนออกจากพื้นที่ และกลับเข้าหลังผ่านช่วงพักห้องและระบายอากาศ

ผลที่คาดหวังได้อย่างสมเหตุสมผลคือ กลิ่นอับจากแอร์และในสำนักงานลดลงอย่างชัดเจน อากาศในห้องสะอาดขึ้นก่อนพนักงานกลับมาทำงานเต็มรูปแบบ ส่วนพนักงานที่ยังมีอาการทางเดินหายใจ ควรได้รับการดูแลจากแพทย์ต่อไป เพราะการฆ่าเชื้อพื้นที่ไม่ใช่การรักษา

เช็กลิสต์ฟื้นฟูแอร์และท่อลมหลังน้ำท่วม

ก่อนอบโอโซน

  • ปิดเบรกเกอร์แอร์ทุกเครื่องที่ส่วนใดส่วนหนึ่งเคยจมน้ำ อย่าเปิดทดสอบเอง
  • ให้ช่างที่มีความชำนาญตรวจระบบไฟฟ้า คอยล์ร้อน และคอมเพรสเซอร์
  • ล้างแอร์ทั้งระบบ รวมถึงถาดน้ำทิ้ง ใบพัดลม และท่อน้ำทิ้ง
  • อาคารที่มีท่อลม ให้ตรวจฉนวนท่อที่ชื้นหรือจมน้ำ และเปลี่ยนตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
  • อาคารที่มีหอผึ่งเย็นหรือระบบน้ำร้อน ให้ผู้เชี่ยวชาญทำความสะอาดและบำบัดน้ำตามมาตรฐานก่อนเปิดระบบ
  • ขนโคลน ล้างพื้นและผนัง รื้อวัสดุที่ชุ่มน้ำ เช่น พรมและฝ้าที่เสียหาย
  • ใช้เครื่องลดความชื้นจนห้องแห้ง
  • นัดทีม WHD สำรวจและวางแผนโซนการอบ

หลังอบโอโซน

  • เข้าพื้นที่หลังทีมงานแจ้งว่าผ่านช่วงพักห้องและระบายอากาศแล้ว
  • ล้างแผ่นกรองแอร์สม่ำเสมอ และล้างแอร์ใหญ่ตามรอบที่ช่างแนะนำ
  • สังเกตว่ามีน้ำหยดหรือกลิ่นอับกลับมาหรือไม่ หากมี ให้ตรวจท่อน้ำทิ้ง
  • ควบคุมความชื้นในห้อง ไม่ตากผ้าในห้องแอร์
  • หากคนในบ้านมีไข้สูง ไอ หายใจเหนื่อย หรือสับสน ให้พบแพทย์ทันที

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: แอร์บ้านทั่วไปมีเชื้อ Legionella ได้ไหม
ตอบ: แอร์บ้านแบบแยกส่วนไม่ได้ใช้ระบบน้ำหมุนเวียนแบบหอผึ่งเย็น ความเสี่ยงหลักหลังน้ำท่วมจึงเป็นเชื้อราและแบคทีเรียทั่วไปในคอยล์และถาดน้ำทิ้ง ส่วนเลจิโอเนลลาเป็นประเด็นสำคัญของอาคารที่มีหอผึ่งเย็นหรือระบบน้ำร้อนขนาดใหญ่ ซึ่งต้องให้ผู้เชี่ยวชาญดูแล

ถาม: อบโอโซนแทนการล้างแอร์ได้หรือไม่
ตอบ: ไม่ได้ ต้องให้ช่างตรวจไฟฟ้าและล้างแอร์ก่อน การอบโอโซนเป็นขั้นตอนต่อจากนั้น เพื่อฆ่าเชื้อในห้องและอากาศ ไม่ให้แอร์ที่สะอาดแล้วดูดเชื้อกลับเข้าไป

ถาม: แอร์ไม่ได้จมน้ำ แต่มีกลิ่นอับหลังน้ำท่วม ต้องทำอย่างไร
ตอบ: ความชื้นในห้องที่สูงหลายวันทำให้เชื้อราโตในเครื่องได้แม้ไม่ได้โดนน้ำ ควรล้างแอร์ ทำให้ห้องแห้ง แล้วอบโอโซนห้องเพื่อจัดการกลิ่นและสปอร์ที่ค้าง

ถาม: ระหว่างอบต้องปิดแอร์ไหม
ตอบ: ทีมงานจะแนะนำการตั้งค่าอุปกรณ์ในห้องตามสภาพหน้างาน สิ่งสำคัญคือทุกคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องออกจากพื้นที่ และกลับเข้าหลังทีมงานแจ้งว่าปลอดภัยแล้วเท่านั้น

ถาม: ใช้เวลานานแค่ไหน
ตอบ: รอบการทำงานโดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน บวกช่วงพักห้องและระบายอากาศ ระยะเวลารวมขึ้นกับจำนวนห้องและขนาดพื้นที่

ถาม: คุณยายไอมากหลังเปิดแอร์ อบโอโซนแล้วจะหายไหม
ตอบ: การลดเชื้อราและกลิ่นในห้องช่วยลดสิ่งกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม แต่ไม่ใช่การรักษา ผู้สูงอายุที่ไอมาก มีไข้ หรือหายใจเหนื่อย ต้องพบแพทย์โดยเร็ว

ถาม: ติดต่อ WHD ได้ทางไหน
ตอบ: โทร 065-556-6294 LINE @whd268 หรืออีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com ให้บริการทั้งบ้าน คอนโด โรงแรม สำนักงาน โรงงาน โรงเรียน และโรงพยาบาล

ให้ลมเย็นในบ้านกลับมาสะอาด ปลอดภัยสำหรับทุกคน

ปรึกษาทีม WHD ฟรี ประเมินหน้างาน วางแผนฆ่าเชื้อห้องปรับอากาศหลังน้ำท่วมอย่างเป็นขั้นตอน

จองบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

คำค้นหา: แอร์หลังน้ำท่วม, เชื้อราในแอร์, แอร์มีกลิ่นอับ, เชื้อ Legionella, ท่อลมขึ้นรา, ล้างแอร์หลังน้ำท่วม, อบโอโซนห้องแอร์, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้