Last updated: 30 ก.ย. 2569 | 1 จำนวนผู้เข้าชม |
เปิดตู้เสื้อผ้าครั้งแรกหลังน้ำลด สิ่งที่ปะทะหน้าคือกลิ่นอับหนัก ๆ ที่ติดอยู่ในทุกตัว เสื้อเชิ้ตมีจุดดำเล็ก ๆ ที่ปกคอ กระเป๋าหนังใบโปรดมีฝ้าสีขาวอมเขียว รองเท้านักเรียนของลูกแข็งและเหม็นเปรี้ยว หลายบ้านซักซ้ำสามรอบแล้วกลิ่นก็ยังไม่หาย บทความนี้อธิบายว่าทำไมเสื้อผ้าและเครื่องหนังจึงขึ้นราง่ายหลังน้ำท่วม อะไรคือต้นเหตุที่ทำให้กลิ่นวนกลับมา และจะฟื้นฟูทั้งของในตู้และตัวตู้เองอย่างไรให้ได้ผลจริง
(เรื่องเล่าต่อไปนี้เป็นสถานการณ์ตัวอย่างที่เรียบเรียงจากลักษณะปัญหาที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)
ครูแพรสอนภาษาไทยอยู่ที่โรงเรียนประจำอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดสุโขทัย บ้านไม้ยกพื้นครึ่งปูนครึ่งไม้ของเธออยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำยม ปีที่น้ำเหนือไหลหลากมา น้ำเข้าชั้นล่างสูงเกือบครึ่งเมตร ครูแพรช่วยกันกับสามียกทีวี ตู้เย็น และเอกสารสำคัญขึ้นชั้นบนได้ทัน แต่ตู้เสื้อผ้าบิลต์อินไม้ปาร์ติเกิลในห้องนอนชั้นล่างขนย้ายไม่ได้ ในตู้มีชุดข้าราชการ เสื้อผ้าไหมที่แม่ทอให้ รองเท้าหนังคู่ที่ใส่ไปงานรับปริญญา และกระเป๋าหนังแท้ที่ได้เป็นของขวัญวันเกิด
น้ำขังอยู่ห้าวัน เมื่อเปิดตู้ออกมาครั้งแรก ครูแพรเล่าว่ากลิ่นที่ลอยออกมาทำให้แทบถอยหลัง ชั้นล่างสุดของตู้บวมพองจนประตูปิดไม่สนิท เสื้อที่แขวนอยู่ด้านบนไม่ได้แช่น้ำ แต่ชื้นทั้งตัวเพราะไอน้ำในตู้ที่ปิดทึบ ชายเสื้อยาวบางตัวจุ่มน้ำและมีคราบโคลนเป็นเส้น กระเป๋าหนังที่วางอยู่ชั้นกลางมีฝ้าสีขาวขึ้นเต็มผิว ส่วนรองเท้านักเรียนของลูกชายสองคนที่วางไว้ด้านล่างจมน้ำเต็ม ๆ
ครอบครัวช่วยกันขนเสื้อผ้าทั้งหมดไปซักด้วยเครื่องซักผ้า ตากไว้ในบ้านเพราะฝนยังตกไม่หยุด เช็ดกระเป๋าด้วยผ้าชุบน้ำยาฟอกขาวเจือจาง แล้วนำทุกอย่างกลับเข้าตู้เดิม ใส่ลูกเหม็นไว้ทุกชั้นเพื่อดับกลิ่น ผ่านไปไม่ถึงสองอาทิตย์ เสื้อที่ซักแล้วกลับมามีกลิ่นอับเหมือนเดิม จุดดำขึ้นใหม่ที่รักแร้และปกเสื้อ กระเป๋าหนังด่างเป็นดวงสีซีดตรงที่เช็ดน้ำยา ครูแพรเริ่มมีผื่นคันที่คอและแขนเวลาใส่เสื้อบางตัว ลูกชายคนเล็กบ่นว่าคันง่ามนิ้วเท้าหลังใส่รองเท้าคู่เดิมไปโรงเรียน
สิ่งที่ครูแพรพบไม่ใช่เรื่องแปลก ในพื้นที่ที่เจอน้ำท่วมบ่อยอย่างอยุธยา ปทุมธานี อุบลราชธานี หรือเชียงใหม่ ปัญหาเสื้อผ้าและเครื่องหนังขึ้นราเป็นหนึ่งในปัญหาที่เจ้าของบ้านเจอมากที่สุด และมักวนกลับมาซ้ำ เพราะแก้เฉพาะตัวเสื้อ แต่ไม่ได้แก้ตู้และห้องที่เป็นต้นตอ
ตู้เสื้อผ้าเป็นพื้นที่ปิด มืด อากาศถ่ายเทน้อย และอัดแน่นไปด้วยวัสดุที่เชื้อราชอบ เมื่อน้ำท่วมเข้ามาในห้อง ความชื้นสัมพัทธ์ในห้องพุ่งสูงอยู่หลายวัน และตู้ที่ปิดประตูอยู่ก็จะกักความชื้นนั้นไว้นานกว่าส่วนอื่นของห้องอีกหลายเท่า ต่อให้เสื้อผ้าไม่ได้แตะน้ำโดยตรง ก็ดูดซับไอน้ำจนชื้นได้
ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน ผ้าไหม ขนสัตว์ และหนังแท้ เป็นวัสดุจากธรรมชาติที่มีโครงสร้างอินทรีย์ ซึ่งเชื้อราใช้เป็นอาหารได้ ส่วนผ้าใยสังเคราะห์แม้จะทนกว่า แต่ก็มีคราบเหงื่อ ไขมันจากผิว เศษผงซักฟอก และฝุ่นติดอยู่ ซึ่งเพียงพอให้เชื้อราเกาะและเติบโต รองเท้ามีทั้งหนัง ผ้า ฟองน้ำพื้นรองเท้า และกาว เมื่อจมน้ำ พื้นรองเท้าด้านในจะอุ้มน้ำไว้นานมาก เชื้อราที่พบบ่อยบนผ้าและหนังในบ้านหลังน้ำท่วม ได้แก่ แอสเปอร์จิลลัส เพนิซิลเลียม และคลาโดสปอเรียม ซึ่งมักปรากฏเป็นจุดดำ จุดเขียว หรือฝ้าสีขาวคล้ายผง
กลิ่นอับเฉพาะตัวที่เรารู้จักกันดี เกิดจากสารระเหยที่เชื้อราและแบคทีเรียปล่อยออกมาระหว่างเติบโต การที่เสื้อซักแล้วยังมีกลิ่น หรือกลิ่นกลับมาภายในไม่กี่วัน จึงเป็นสัญญาณว่ายังมีเชื้อหลงเหลือในเนื้อผ้า หรือเสื้อได้รับเชื้อซ้ำจากตู้ที่ยังไม่สะอาด
ของที่จมน้ำท่วมโดยตรง ไม่ได้มีแค่ความชื้น แต่มีตะกอนและแบคทีเรียจากน้ำเสียปนมาด้วย เช่น แบคทีเรียกลุ่มที่มาจากอุจจาระ ในพื้นที่ที่มีหนูชุกชุมยังเสี่ยงต่อเชื้อเลปโตสไปราซึ่งทำให้เกิดโรคฉี่หนู โดยเฉพาะรองเท้าและชายผ้าที่แช่อยู่ที่พื้น เสื้อผ้าที่จมน้ำท่วมจึงต้องซักอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ผึ่งให้แห้ง
เด็กเล็กที่ผิวบอบบางและใส่ชุดนักเรียนหรือชุดนอนแนบตัวทั้งวัน ผู้สูงอายุที่ผิวแห้งและภูมิคุ้มกันลดลง หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ผิวหนังหรือหอบหืด ผู้ป่วยเบาหวานที่มีปัญหาแผลที่เท้าหายช้า และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรเลี่ยงการคัดแยกหรือเขย่าเสื้อผ้าที่ขึ้นราด้วยตัวเอง และไม่ควรใส่รองเท้าหรือเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้จัดการอย่างถูกวิธี
สุขภาพ: ผื่นคันเรื้อรัง โรคเชื้อราที่เท้า และอาการแพ้ที่เกิดขึ้นทุกเช้าตอนแต่งตัว ดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่สะสมเป็นความทรมานในชีวิตประจำวัน และต้องเสียค่ายาทาหรือค่าพบแพทย์ซ้ำ ๆ หากต้นตอในตู้ยังไม่ถูกแก้
เงิน: ลองนับดูว่าในตู้เสื้อผ้าหนึ่งหลังมีมูลค่าเท่าไร ทั้งชุดทำงาน ชุดเครื่องแบบ ชุดผ้าไทย รองเท้าหนัง กระเป๋าแบรนด์ เข็มขัด และเสื้อกันหนาว สำหรับหลายครอบครัว ของเหล่านี้รวมกันมีมูลค่าไม่น้อยกว่าเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ การจัดการผิดวิธี เช่น ใช้น้ำยาฟอกขาวกับหนังหรือผ้าไหม อาจทำให้ของที่ยังกู้ได้เสียหายถาวร
เวลา: การซักเสื้อผ้าทั้งตู้ซ้ำสองสามรอบ ตากในบ้านที่ยังชื้นแล้วต้องซักใหม่เพราะกลิ่นกลับมา ใช้เวลาและพลังงานมหาศาลในช่วงที่ครอบครัวต้องฟื้นฟูบ้านหลายด้านพร้อมกัน
ภาพลักษณ์และความมั่นใจ: สำหรับคนทำงานที่ต้องพบปะผู้คน ครู พยาบาล พนักงานขาย หรือเจ้าของกิจการ กลิ่นอับติดเสื้อเป็นเรื่องที่คนรอบข้างสังเกตได้ทันที ทำให้เสียความมั่นใจในที่ทำงาน เด็กนักเรียนที่ชุดนักเรียนมีกลิ่นก็อาจถูกเพื่อนล้อ
คุณค่าทางใจ: ผ้าไหมที่แม่ทอ ชุดแต่งงาน เสื้อตัวแรกของลูก หรือกระเป๋าที่เป็นของขวัญ เป็นสิ่งที่ซื้อใหม่ไม่ได้ การรู้วิธีกู้คืนอย่างถูกต้องจึงสำคัญไม่น้อยกว่าเรื่องเงิน
ซักน้ำเย็นแล้วตากในบ้าน: การซักด้วยน้ำเย็นและผงซักฟอกทั่วไปช่วยล้างคราบได้บางส่วน แต่หากตากในบ้านที่ความชื้นยังสูง เสื้อจะแห้งช้า ใช้เวลาเป็นวัน ซึ่งเปิดโอกาสให้เชื้อที่หลงเหลืออยู่เติบโตต่อ กลิ่นอับจึงกลับมาหลังซักเสร็จไม่นาน
ใส่ลูกเหม็นดับกลิ่น: ลูกเหม็นไม่ได้ฆ่าเชื้อรา เพียงแค่ส่งกลิ่นแรงกลบกลิ่นอับ และไอระเหยของมันยังระคายเคืองทางเดินหายใจ ไม่เหมาะกับห้องนอนที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ
เช็ดหนังด้วยน้ำยาฟอกขาว: น้ำยาฟอกขาวกัดสีและทำลายผิวหนัง ทำให้เกิดรอยด่าง แห้งแตก และเสื่อมสภาพถาวร ผ้าไหมและขนสัตว์ก็เสียหายจากน้ำยาฟอกขาวได้ง่ายเช่นกัน
เก็บใส่ถุงพลาสติกทั้งที่ยังชื้น: หลายคนรีบห่อเสื้อผ้าใส่ถุงเพื่อกันฝุ่นระหว่างซ่อมบ้าน แต่ถ้าผ้ายังชื้นอยู่แม้เพียงเล็กน้อย ถุงพลาสติกจะกลายเป็นตู้อบชื้นขนาดย่อมที่เร่งให้เชื้อราโตเร็วขึ้น
ใส่ซองกันชื้นไม่กี่ซอง: ซองกันชื้นช่วยได้ในพื้นที่เล็กมาก ๆ เท่านั้น ไม่สามารถดึงความชื้นจากตู้ทั้งหลังที่ผ่านน้ำท่วมได้ และไม่ได้ฆ่าเชื้อที่มีอยู่แล้ว
ซักเสื้อแต่ไม่แก้ตู้: นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งที่กลิ่นวนกลับมา ผนังตู้ด้านใน ราวแขวน ชั้นวาง ขอบบานประตู และผนังห้องหลังตู้ ยังมีสปอร์เกาะอยู่ เมื่อนำเสื้อที่สะอาดกลับเข้าไปแขวน เสื้อก็รับเชื้อใหม่ทันที
ระหว่างคัดแยก ให้สวมถุงมือและหน้ากากกรองฝุ่นละเอียด ทำงานในที่อากาศถ่ายเท และอย่าสะบัดเสื้อผ้าที่ขึ้นราในห้องนอน เพราะสปอร์จะฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง
หลังจากซัก คัดแยก และทำให้ของทุกชิ้นแห้งแล้ว ขั้นตอนที่มักถูกข้ามคือการจัดการพื้นที่เก็บ ทั้งภายในตู้ ผนังหลังตู้ ห้องแต่งตัว และอากาศในห้องนอน ซึ่งยังมีสปอร์เชื้อราและกลิ่นอับค้างอยู่ บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคารของ World Health Disinfection (WHD) ถูกออกแบบมาสำหรับงานส่วนนี้
หลักการ: โอโซน (O3) เป็นก๊าซออกซิไดซ์ที่แทรกซึมเข้าได้ทุกซอกของพื้นที่ปิด ทั้งมุมในตู้ ใต้ชั้นวาง ร่องบานพับ และช่องว่างระหว่างเสื้อที่แขวนห่าง ๆ โอโซนจะทำลายโครงสร้างเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา สลายโมเลกุลที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นอับ จากนั้นกลับคืนสภาพเป็นออกซิเจน (O2) จึงไม่มีสารเคมีตกค้างบนเสื้อผ้าที่ต้องสวมใส่แนบผิว
ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง ระบบของ WHD ผ่านการทดสอบและรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek (สหราชอาณาจักร) ในการกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา 99.99% ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หน้าเอกสารรับรอง
สิ่งที่ต้องรู้: โอโซนไม่ใช่เครื่องซักผ้า ไม่สามารถล้างคราบโคลนหรือเอาความชื้นออกจากผ้าได้ ต้องซักและทำให้แห้งก่อนเสมอ นอกจากนี้ โอโซนเป็นสารออกซิไดซ์แรง วัสดุบางประเภท เช่น ยางธรรมชาติ ยางยืด หรือของมีค่าบางชนิด อาจไวต่อการสัมผัสนาน ๆ ทีมงานจะประเมินและแนะนำว่าควรนำของชิ้นใดออกจากพื้นที่ก่อนอบ และกำหนดความเข้มข้นและเวลาให้เหมาะกับห้อง
ย้ำเรื่องความปลอดภัย: อบโอโซนเฉพาะในพื้นที่ปิดที่ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้อยู่ข้างใน กลับเข้าห้องหลังผ่านช่วงพักห้องและระบายอากาศเท่านั้น
(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวทาง ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้าที่ระบุตัวตนได้)
คุณมิ้นท์เปิดร้านเช่าชุดไทยและชุดราตรีเล็ก ๆ ในตัวเมืองอยุธยา ร้านอยู่ชั้นล่างของตึกแถว น้ำเข้าร้านสูงราวสามสิบเซนติเมตร เธอยกราวแขวนชุดส่วนใหญ่ขึ้นชั้นลอยได้ทัน แต่ชุดที่อยู่ราวล่าง รองเท้าส้นสูงหลายสิบคู่ และกระเป๋าคลัตช์ที่วางบนชั้นต่ำแช่น้ำ ที่หนักกว่านั้นคือชั้นลอยที่ปิดทึบร่วมสัปดาห์ทำให้ชุดที่ไม่ได้โดนน้ำเลยก็มีกลิ่นอับไปด้วย สำหรับร้านเช่าชุด ลูกค้าที่หยิบชุดขึ้นมาดมแล้วเจอกลิ่นอับ แทบจะไม่กลับมาอีก
แนวทางที่เหมาะสมคือ แยกชุดที่แช่น้ำส่งซักแห้งหรือซักตามชนิดผ้า ชุดที่ชื้นจากอากาศซักหรือนึ่งไอน้ำตามความเหมาะสมแล้วทำให้แห้งสนิท ทิ้งรองเท้าและกระเป๋าที่วัสดุเปื่อยหรือโครงด้านในผุ ล้างพื้นร้านและผนัง เปิดเครื่องลดความชื้นจนร้านแห้ง แล้วจึงนัดทีมอบโอโซนทั้งพื้นที่หน้าร้าน ห้องลองชุด และชั้นลอย โดยแขวนชุดให้มีระยะห่าง และให้ทีมงานช่วยประเมินว่าเครื่องประดับหรือวัสดุยางชิ้นใดควรนำออกก่อน
ผลที่คาดหวังได้อย่างสมเหตุสมผลคือ กลิ่นอับในร้านและในชุดที่ผ่านการซักแล้วลดลงอย่างชัดเจน ร้านพร้อมรับลูกค้าได้เร็วขึ้น ส่วนสิ่งที่ไม่ควรคาดหวังคือการทำให้ชุดที่ยังเปื้อนโคลนหรือยังชื้นอยู่กลับมาสะอาดโดยไม่ต้องซัก ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมการซักและทำให้แห้งต้องมาก่อนเสมอ
ถาม: อบโอโซนแทนการซักเสื้อผ้าได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ เสื้อผ้าที่จมน้ำท่วมต้องซักเพื่อเอาคราบโคลนและแบคทีเรียออก และต้องแห้งสนิทก่อน การอบโอโซนเป็นขั้นตอนถัดไปเพื่อจัดการเชื้อและกลิ่นที่ค้างในตู้ ห้อง และผิวของของใช้ที่สะอาดแล้ว
ถาม: ใส่เสื้อผ้าไว้ในตู้ระหว่างอบได้หรือไม่
ตอบ: ได้ สำหรับเสื้อผ้าที่ซักและแห้งแล้ว ควรแขวนให้มีระยะห่างและเปิดบานตู้ ทีมงานจะแนะนำว่าของชิ้นใดควรนำออก เช่น ของที่มียางยืดหรือยางธรรมชาติ หรือของมีค่าที่เจ้าของกังวล
ถาม: กระเป๋าหนังที่ขึ้นราทำอย่างไรดี
ตอบ: ปัดคราบรานอกบ้านขณะสวมหน้ากาก เช็ดด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหนังตามคำแนะนำของผู้ผลิต ผึ่งในที่ร่มให้แห้ง ของมีค่าควรปรึกษาร้านดูแลเครื่องหนัง ห้ามใช้น้ำยาฟอกขาว
ถาม: รองเท้าเด็กที่จมน้ำควรเก็บไว้ไหม
ตอบ: หากล้างและผึ่งแห้งแล้วยังมีกลิ่น หรือพื้นในเป็นฟองน้ำที่แช่น้ำเสียนาน แนะนำให้เปลี่ยนคู่ใหม่ เพราะเท้าเด็กสัมผัสด้านในรองเท้าทั้งวัน
ถาม: ต้องออกจากบ้านนานเท่าไรระหว่างอบ
ตอบ: ขึ้นอยู่กับจำนวนโซน รอบโดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน รวมกับช่วงพักห้องและระบายอากาศ ทุกคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องอยู่นอกพื้นที่จนกว่าทีมงานแจ้ง
ถาม: ร้านเช่าชุดหรือร้านเสื้อผ้าใช้บริการได้ไหม
ตอบ: ได้ WHD ให้บริการทั้งบ้าน คอนโด โรงแรม สำนักงาน โรงงาน โรงเรียน และโรงพยาบาล รวมถึงพื้นที่ร้านค้า ติดต่อ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
ปรึกษาทีม WHD ฟรี ประเมินหน้างาน วางแผนฆ่าเชื้อตู้และห้องแต่งตัวหลังน้ำท่วม
จองบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
คำค้นหา: เสื้อผ้าขึ้นราหลังน้ำท่วม, ตู้เสื้อผ้ากลิ่นอับ, กระเป๋าหนังขึ้นรา, รองเท้าขึ้นรา, กำจัดเชื้อราเสื้อผ้า, อบโอโซนตู้เสื้อผ้า, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, บริการอบโอโซน