ที่นอนโซฟาแช่น้ำท่วม: เชื้อราและแบคทีเรียซ่อนลึกในเฟอร์นิเจอร์ผ้า และวิธีฟื้นฟูห้องด้วยการอบโอโซนอย่างถูกขั้นตอน

Last updated: 30 ก.ย. 2569  |  1 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ที่นอนโซฟาแช่น้ำท่วม: เชื้อราและแบคทีเรียซ่อนลึกในเฟอร์นิเจอร์ผ้า และวิธีฟื้นฟูห้องด้วยการอบโอโซนอย่างถูกขั้นตอน

ที่นอนโซฟาแช่น้ำท่วม: เชื้อราและแบคทีเรียซ่อนลึกในเฟอร์นิเจอร์ผ้า และวิธีฟื้นฟูห้องด้วยการอบโอโซนอย่างถูกขั้นตอน

น้ำลดแล้ว แต่ที่นอนยังหนัก โซฟายังชื้น และกลิ่นอับยังลอยอยู่ทั้งห้อง หลายบ้านเลือกลากที่นอนออกไปตากแดดสองสามวันแล้วยกกลับเข้ามานอนต่อ เพราะเสียดายของราคาหลายหมื่นบาท บทความนี้จะพาคุณเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นภายในโฟม ใยสังเคราะห์ และโครงไม้ของเฟอร์นิเจอร์ผ้าหลังแช่น้ำท่วม ชิ้นไหนควรทิ้ง ชิ้นไหนพอเก็บได้ และการอบโอโซนเข้ามาช่วยตรงจุดไหน โดยไม่อวดอ้างเกินจริง

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย: ที่นอนหลังแรกของบ้านที่คลองหลวง

(เรื่องเล่าต่อไปนี้เป็นสถานการณ์ตัวอย่างที่เรียบเรียงจากลักษณะปัญหาที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

คุณนกอาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยวชั้นเดียวย่านคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี กับสามีและลูกสาววัยห้าขวบ ปีนั้นน้ำจากคลองเอ่อเข้าหมู่บ้านในตอนกลางคืน ระดับน้ำในบ้านขึ้นมาราวสี่สิบเซนติเมตรและค้างอยู่เกือบหนึ่งสัปดาห์ ครอบครัวอพยพไปพักบ้านญาติ ทิ้งที่นอนขนาดหกฟุตที่เพิ่งผ่อนหมด โซฟาผ้าสามที่นั่งสีเทา และเก้าอี้บุนวมของคุณแม่ไว้ข้างหลัง เพราะยกขึ้นที่สูงไม่ทัน

เมื่อน้ำลด สิ่งแรกที่คุณนกเห็นคือคราบเส้นน้ำสีน้ำตาลบนผนังและบนผ้าหุ้มโซฟาที่ระดับเดียวกันพอดี ที่นอนดูดน้ำจนหนักเกินกว่าสองคนจะยกไหว ผิวด้านล่างมีโคลนละเอียดฝังอยู่ในเนื้อผ้า เมื่อกดลงไปจะมีน้ำสีขุ่นซึมออกมา กลิ่นที่ลอยขึ้นมาไม่ใช่แค่กลิ่นโคลน แต่ปนกลิ่นเหม็นเปรี้ยวคล้ายผ้าขี้ริ้วที่หมักทิ้งไว้

ด้วยความเสียดาย ครอบครัวช่วยกันลากที่นอนไปพิงรั้วตากแดดสามวัน ล้างโซฟาด้วยน้ำผสมน้ำยาซักผ้า แล้วเปิดพัดลมเป่าต่ออีกหลายคืน ผิวนอกดูแห้งจนคุณนกคิดว่าคงใช้ต่อได้ จึงยกที่นอนกลับเข้าห้องนอน แต่ภายในสองสัปดาห์ ลูกสาวเริ่มจามทุกเช้า มีน้ำมูกใสไม่หยุด ส่วนคุณแม่ที่ชอบนั่งเก้าอี้บุนวมตัวเดิมบ่นว่าแน่นหน้าอกและไอช่วงกลางคืน เมื่อพลิกที่นอนดูอีกครั้ง คุณนกพบจุดดำเล็ก ๆ กระจายเป็นวงอยู่ตามตะเข็บด้านข้าง และเมื่อเปิดซิปเบาะโซฟา ฟองน้ำด้านในยังชื้นเย็นและมีรอยด่างสีเขียวอมเทา

คุณนกเล่าว่าสิ่งที่ทำให้ท้อที่สุดไม่ใช่เงินที่เสียไป แต่เป็นความรู้สึกว่าบ้านที่ควรปลอดภัยที่สุดกลับทำให้คนในครอบครัวป่วย และไม่รู้ว่าต้องเริ่มแก้จากตรงไหน สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในแทบทุกพื้นที่ที่น้ำท่วมขัง ไม่ว่าจะเป็นอยุธยา นนทบุรี อุบลราชธานี หรือหาดใหญ่ เพราะเฟอร์นิเจอร์ผ้าคือของชิ้นใหญ่ที่ยกหนีน้ำยากที่สุด และเก็บความชื้นไว้ได้นานที่สุดในบ้าน

ทำไมที่นอนและโซฟาแช่น้ำจึงเป็นแหล่งเชื้อโรคที่ซ่อนลึกที่สุดในบ้าน

ที่นอนและโซฟาไม่ได้เป็นวัสดุชิ้นเดียว แต่เป็นชั้นวัสดุหลายชั้นซ้อนกัน ทั้งผ้าหุ้มด้านนอก ใยสังเคราะห์หรือใยมะพร้าว ฟองน้ำโพลียูรีเทน เมมโมรีโฟม ยางพารา สปริงโลหะ โครงไม้อัดหรือไม้เนื้ออ่อน และแผ่นรองด้านล่าง ทุกชั้นมีรูพรุนหรือช่องว่างที่ดูดน้ำเข้าไปเก็บไว้ได้มาก เมื่อน้ำท่วมซึ่งไม่ใช่น้ำสะอาดไหลเข้าไป สิ่งที่ตามเข้าไปด้วยคือตะกอนดิน เศษอินทรีย์ น้ำจากท่อระบายน้ำ และบางครั้งมีปัสสาวะของสัตว์ปนมาด้วย

น้ำท่วมไม่ใช่น้ำสะอาด

น้ำท่วมที่ไหลผ่านถนน ท่อ และพื้นที่เกษตร มักปนเปื้อนแบคทีเรียจากอุจจาระ เช่น อีโคไล (E. coli) และแบคทีเรียกลุ่มอื่นที่ทำให้ท้องร่วง ในพื้นที่ที่มีหนูชุกชุมยังมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อเลปโตสไปรา ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส เมื่อน้ำชนิดนี้ซึมเข้าไปในฟองน้ำ ของเหลวจะไหลออกได้บางส่วนเมื่อยกหรือบีบ แต่ตะกอนและเชื้อจำนวนมากยังติดค้างอยู่ในโครงสร้างรูพรุนด้านใน ซึ่งการล้างจากภายนอกเข้าไม่ถึง

เชื้อราโตได้เร็วในเฟอร์นิเจอร์ที่ยังชื้น

องค์กรด้านสาธารณสุขอย่างองค์การอนามัยโลกและศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกาแนะนำตรงกันว่า ของที่เปียกน้ำควรทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง เพื่อจำกัดการเติบโตของเชื้อรา ปัญหาคือที่นอนหนาสิบถึงสิบสองนิ้วที่แช่น้ำหลายวัน แทบไม่มีทางแห้งถึงแกนกลางได้ภายในสองวัน แม้จะตากแดดจัดก็ตาม ผิวด้านนอกแห้งเร็ว แต่ด้านในยังชื้นและอุ่น ซึ่งเป็นสภาพที่สปอร์เชื้อราชอบที่สุด เชื้อราที่พบบ่อยในบ้านหลังน้ำท่วมได้แก่ แอสเปอร์จิลลัส (Aspergillus) เพนิซิลเลียม (Penicillium) คลาโดสปอเรียม (Cladosporium) และราดำบางชนิด ซึ่งเติบโตบนเส้นใยผ้า ฝุ่น และคราบอินทรีย์ที่ติดอยู่ในเนื้อวัสดุ

ร่างกายสัมผัสใกล้ชิดที่สุด

สิ่งที่ทำให้ที่นอนและโซฟาต่างจากผนังหรือพื้น คือเราใช้เวลาสัมผัสกับมันนานที่สุดในแต่ละวัน ผู้ใหญ่นอนวันละหกถึงแปดชั่วโมง เด็กเล็กนอนนานกว่านั้น ใบหน้าอยู่ห่างจากผิวที่นอนเพียงไม่กี่เซนติเมตร ทุกครั้งที่พลิกตัวหรือทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา อากาศในฟองน้ำจะถูกบีบออกมาพร้อมสปอร์และฝุ่นละเอียด ซึ่งเราหายใจเข้าไปโดยตรง นี่คือเหตุผลที่อาการมักแย่ลงในเวลากลางคืนหรือตอนตื่นนอน

อาการที่ควรสังเกต

  • จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล คันตา โดยเฉพาะตอนตื่นนอนหรือหลังนั่งโซฟานาน ๆ
  • ไอแห้ง ไอกลางคืน แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงวี้ด ในคนที่เป็นหอบหืดอาจกำเริบบ่อยขึ้น
  • ผื่นคัน ผิวหนังอักเสบบริเวณที่สัมผัสผ้าหุ้มโดยตรง เช่น หลัง ต้นขา แขน
  • ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย รู้สึกนอนไม่สดชื่นแม้นอนครบชั่วโมง
  • หากช่วงที่ขนย้ายของหรือลุยน้ำมีบาดแผลที่ขาหรือเท้า แล้วมีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อน่องมาก ตาแดง ต้องรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นโรคฉี่หนู และหากมีท้องร่วงรุนแรง อาเจียน หรือขาดน้ำ ก็ต้องไปพบแพทย์เช่นกัน การอบโอโซนหรือการทำความสะอาดใด ๆ ไม่ใช่การรักษาโรค

ใครเสี่ยงที่สุด

กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือเด็กเล็กที่ระบบทางเดินหายใจยังพัฒนาไม่เต็มที่และมักนอนคว่ำหน้าลงบนที่นอน ผู้สูงอายุที่นั่งเก้าอี้บุนวมหรือโซฟาตัวเดิมเกือบทั้งวัน หญิงตั้งครรภ์ที่ภูมิคุ้มกันเปลี่ยนแปลง ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ หอบหืด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่ได้รับเคมีบำบัด ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ และผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน สำหรับคนกลุ่มนี้ สปอร์เชื้อราบางชนิด เช่น แอสเปอร์จิลลัส อาจก่อปัญหาได้มากกว่าอาการแพ้ทั่วไป จึงไม่ควรให้กลุ่มเสี่ยงเป็นคนลงมือรื้อหรือทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ที่ขึ้นราด้วยตัวเอง

ผลกระทบที่ตามมา เมื่อปล่อยให้เฟอร์นิเจอร์ผ้าที่แช่น้ำอยู่ในบ้านต่อ

ด้านสุขภาพ: อาการภูมิแพ้และทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อราในที่นอนมักถูกมองข้าม เพราะค่อย ๆ เป็นทีละน้อย หลายครอบครัวคิดว่าเป็นหวัดตามฤดูกาล พาเด็กไปหาหมอซ้ำหลายรอบ ได้ยาลดน้ำมูกกลับมา แต่อาการไม่หายขาด เพราะต้นเหตุยังอยู่ใต้ตัวเด็กทุกคืน

ด้านการเงิน: ที่นอนดี ๆ หนึ่งหลังอาจราคาตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลายหมื่นบาท โซฟาชุดใหญ่ก็ไม่ต่างกัน หากตัดสินใจผิดโดยเก็บของที่ควรทิ้งไว้ใช้ต่อ อาจต้องเสียค่ารักษาพยาบาลเพิ่ม และสุดท้ายก็ต้องทิ้งอยู่ดี ในทางกลับกัน หากทิ้งของทุกชิ้นโดยไม่แยกแยะ ก็เสียเงินซื้อใหม่ทั้งหมดโดยไม่จำเป็น การคัดแยกที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นจึงช่วยประหยัดได้ทั้งสองทาง

ด้านเวลา: การตากที่นอนหรือเปิดพัดลมเป่าโซฟาแบบลองผิดลองถูกอาจกินเวลาหลายสัปดาห์ ขณะที่ห้องนอนใช้งานไม่ได้ ครอบครัวต้องนอนรวมกันในห้องเดียวหรือนอนบนเสื่อ ส่งผลต่อคุณภาพการนอนของทุกคน ทั้งพ่อแม่ที่ต้องไปทำงานและเด็กที่ต้องไปโรงเรียน

ด้านความน่าเชื่อถือ: สำหรับเจ้าของบ้านเช่า หอพัก หรือโฮมสเตย์ ห้องที่มีกลิ่นอับจากที่นอนหรือโซฟาจะถูกผู้เช่ารับรู้ได้ตั้งแต่เปิดประตูเข้าไป และมักกลายเป็นข้อร้องเรียนหรือรีวิวที่ส่งผลต่อรายได้ในระยะยาว

ด้านครอบครัวและจิตใจ: เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นมีคุณค่าทางใจ เช่น เก้าอี้ตัวโปรดของพ่อแม่ หรือโซฟาที่ซื้อพร้อมกับการย้ายเข้าบ้านใหม่ การตัดสินใจทิ้งหรือเก็บจึงเต็มไปด้วยความลังเล และบ่อยครั้งทำให้เกิดความขัดแย้งในบ้าน ข้อมูลที่ถูกต้องช่วยให้ตัดสินใจร่วมกันได้ง่ายขึ้น

ทำไมวิธีที่คนส่วนใหญ่ใช้จึงไม่ได้ผลกับที่นอนและโซฟา

ตากแดดแค่ผิวนอก: แสงแดดช่วยให้ผิวผ้าแห้งและลดกลิ่นได้บ้าง แต่ความร้อนและแสงยูวีจากดวงอาทิตย์ส่องเข้าไปไม่ถึงแกนกลางของที่นอนหนา ๆ ความชื้นในชั้นฟองน้ำจึงยังคงอยู่ และเชื้อราก็เติบโตจากด้านในออกมา กว่าจะเห็นจุดดำบนผิวนอกก็มักลุกลามไปแล้ว

ฉีดน้ำยาฟอกขาวลงบนผ้า: น้ำยาฟอกขาวเป็นสารที่ใช้กับพื้นผิวแข็งที่ไม่มีรูพรุนได้ดี แต่เมื่อราดลงบนผ้าและฟองน้ำ จะทำให้สีผ้าด่าง เส้นใยเปื่อย และเพิ่มความชื้นให้วัสดุมากขึ้นอีก นอกจากนี้ยังทิ้งกลิ่นคลอรีนและสารตกค้างที่ระคายเคืองผิวหนังและทางเดินหายใจ การผสมน้ำยาฟอกขาวกับแอมโมเนียหรือน้ำยาทำความสะอาดชนิดอื่นยังอาจเกิดก๊าซอันตรายได้

ฉีดสเปรย์ปรับอากาศหรือโรยผงดับกลิ่น: วิธีนี้เป็นเพียงการกลบกลิ่น ไม่ได้กำจัดต้นเหตุ กลิ่นหอมหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง แล้วกลิ่นอับก็กลับมา บางครั้งยังเพิ่มสารก่อภูมิแพ้ให้คนในบ้านอีกชั้นหนึ่ง

เปิดพัดลมเป่าอย่างเดียว: พัดลมช่วยระบายความชื้นจากผิวนอก แต่ในห้องที่ความชื้นสัมพัทธ์ยังสูงหลังน้ำลด อากาศที่หมุนเวียนก็ชื้นเช่นกัน และยังพัดสปอร์เชื้อราจากเฟอร์นิเจอร์ให้ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องและติดตามผ้าม่าน พรม หรือเสื้อผ้า

ซักเฉพาะผ้าหุ้ม: การถอดปลอกโซฟาไปซักเป็นเรื่องดี แต่หากใส่ปลอกที่สะอาดกลับไปบนฟองน้ำที่ยังชื้นและปนเปื้อน ไม่นานปลอกผ้าก็จะกลับมาขึ้นราและมีกลิ่นเหมือนเดิม

จัดการเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ แต่ลืมห้อง: ต่อให้ทิ้งที่นอนแล้ว ห้องนอนที่ผ่านน้ำท่วมยังมีสปอร์ติดอยู่ตามผนัง ใต้เตียง ขอบบัว ผ้าม่าน และในอากาศ หากยกที่นอนใหม่เข้าไปในห้องที่ยังไม่ได้ฆ่าเชื้อ ที่นอนใหม่ก็กลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อรอบใหม่ได้

ขั้นแรกที่สำคัญที่สุด: คัดแยกว่าชิ้นไหนควรทิ้ง ชิ้นไหนพอฟื้นฟูได้

ก่อนพูดถึงการฆ่าเชื้อ ต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งก่อน คือ ที่นอนและเฟอร์นิเจอร์บุฟองน้ำที่แช่อยู่ในน้ำท่วมจนชุ่มถึงด้านใน โดยเฉพาะน้ำที่ปนน้ำเสียหรือโคลน โดยทั่วไปควรทิ้ง แนวทางการทำความสะอาดหลังน้ำท่วมของหน่วยงานสาธารณสุขอย่าง CDC ระบุในทำนองเดียวกันว่า ของที่มีรูพรุนซึ่งเปียกน้ำท่วมและไม่สามารถทำความสะอาดและทำให้แห้งได้หมด ควรนำไปทิ้ง ไม่มีวิธีใด รวมถึงการอบโอโซน ที่จะดึงโคลนและน้ำเสียออกจากแกนกลางฟองน้ำได้

แนวทางคัดแยกเบื้องต้นที่ช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นมีดังนี้

  • ควรทิ้ง: ที่นอนที่แช่น้ำจนชุ่มทั้งหลัง ที่นอนที่มีโคลนหรือตะกอนซึมเข้าไปด้านใน โซฟาที่ฟองน้ำอุ้มน้ำเสียนานเกินสองวัน เก้าอี้บุนวมที่โครงไม้บวมหรือผุ หมอนและผ้าห่มที่ไม่สามารถซักด้วยน้ำร้อนได้ และของทุกชิ้นที่เห็นเชื้อราลุกลามเป็นวงกว้างแล้ว
  • อาจฟื้นฟูได้: ที่นอนหรือโซฟาที่โดนเพียงน้ำกระเซ็น ความชื้นจากห้อง หรือเปียกเฉพาะขาและฐานโดยน้ำไม่ซึมถึงฟองน้ำ เฟอร์นิเจอร์โครงไม้จริงหรือโลหะที่ถอดเบาะออกได้ ปลอกผ้าที่ถอดซักได้ด้วยน้ำร้อน และเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ในห้องเดียวกับน้ำท่วมแต่ไม่ได้สัมผัสน้ำโดยตรงแต่มีกลิ่นอับจากความชื้นสะสม
  • ถ้าไม่แน่ใจ: ให้ถือว่ามีความเสี่ยงไว้ก่อน โดยเฉพาะในบ้านที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วย ความปลอดภัยของคนในบ้านสำคัญกว่ามูลค่าของเฟอร์นิเจอร์เสมอ

สำหรับของที่ต้องทิ้ง ควรถ่ายรูปและจดรายการไว้เพื่อใช้ประกอบการเคลมประกันหรือขอรับความช่วยเหลือ ห่อด้วยพลาสติกหนาก่อนขนออกจากบ้าน เพื่อไม่ให้สปอร์และน้ำปนเปื้อนหยดตามทางเดิน ระหว่างขนย้ายควรสวมถุงมือยาง รองเท้าบูท และหน้ากากที่กรองฝุ่นละเอียดได้ดี

การอบโอโซนจาก WHD เข้ามาช่วยตรงไหน

เมื่อคัดแยกของที่ต้องทิ้งออกไปแล้ว ขนโคลนออก ล้างพื้นและผนัง และทำให้ห้องแห้งแล้ว สิ่งที่ยังค้างอยู่คือเชื้อโรคและสปอร์ที่มองไม่เห็นในอากาศ ตามซอกมุมห้อง ใต้เตียง หลังตู้ ในผ้าม่าน และบนเฟอร์นิเจอร์ผ้าที่ตัดสินใจเก็บไว้ รวมถึงกลิ่นอับที่ฝังอยู่ในห้อง จุดนี้คือบทบาทของบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคารของ World Health Disinfection (WHD)

โอโซนทำงานอย่างไร: โอโซน (O3) เป็นก๊าซที่มีคุณสมบัติออกซิไดซ์สูง เมื่อปล่อยเข้าไปในห้องที่ปิดสนิท ก๊าซจะแพร่กระจายไปทั่วพื้นที่ รวมถึงซอกมุมที่ผ้าหรือสเปรย์เข้าไม่ถึง โอโซนจะทำลายโครงสร้างเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงสลายโมเลกุลที่เป็นต้นเหตุของกลิ่น หลังจากนั้นโอโซนจะกลับคืนสภาพเป็นออกซิเจน (O2) จึงไม่มีสารเคมีตกค้างบนเนื้อผ้า ที่นอน หรือพื้นผิวในห้อง ซึ่งต่างจากการฉีดพ่นน้ำยาที่อาจทิ้งคราบหรือกลิ่นไว้

ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง ระบบอบโอโซนของ WHD ผ่านการทดสอบและรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek (สหราชอาณาจักร) ในการกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% สามารถดูเอกสารรับรองได้บนเว็บไซต์

ข้อจำกัดที่ต้องรู้: โอโซนทำงานได้ดีที่สุดกับพื้นผิวและอากาศในห้อง รวมถึงชั้นผิวของผ้าและเฟอร์นิเจอร์ที่สะอาดและแห้งแล้ว แต่ไม่สามารถทดแทนการขนโคลน การล้าง และการทำให้แห้งได้ และไม่สามารถทำให้ที่นอนที่ชุ่มน้ำเสียถึงแกนกลับมาปลอดภัยได้ การอบโอโซนจึงเป็นขั้นตอนหลังการทำความสะอาดและการคัดแยก ไม่ใช่ทางลัดแทนขั้นตอนเหล่านั้น

ขั้นตอนการทำงานของทีม WHD

  1. สำรวจและประเมินหน้างาน: ทีมงานดูขนาดห้อง ระดับน้ำที่เคยท่วม สภาพความชื้น และช่วยให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่าเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใดเหมาะจะอยู่ในห้องระหว่างอบ
  2. เตรียมพื้นที่: ให้คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกจากพื้นที่ทั้งหมด ปิดประตูหน้าต่าง ถอดปลอกโซฟาที่ซักแล้วมาจัดวางให้อากาศถึง ยกเบาะตั้งขึ้น เปิดลิ้นชักและตู้ เพื่อให้ก๊าซเข้าถึงทุกซอก
  3. ปล่อยโอโซนเข้าสู่พื้นที่: เดินเครื่องจนความเข้มข้นในห้องถึงระดับที่เหมาะกับการฆ่าเชื้อ
  4. ช่วงสัมผัส: คงความเข้มข้นไว้ตามเวลาที่กำหนด ให้โอโซนทำปฏิกิริยากับเชื้อโรคและโมเลกุลกลิ่น รอบการทำงานโดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน
  5. พักห้องและระบายอากาศ: ปล่อยให้โอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจน แล้วเปิดระบายอากาศก่อนกลับเข้าพื้นที่ ห้ามเข้าห้องจนกว่าทีมงานจะแจ้งว่าปลอดภัย
  6. ส่งมอบและแนะนำการดูแลต่อ: ทีมงานแนะนำวิธีควบคุมความชื้น และจุดที่ควรเฝ้าระวังในสัปดาห์ต่อ ๆ ไป

ความปลอดภัยสำคัญที่สุด: การอบโอโซนต้องทำในพื้นที่ปิดที่ว่างเปล่าจากคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้เท่านั้น เพราะโอโซนความเข้มข้นสูงระคายเคืองทางเดินหายใจ ทุกคนต้องรอจนผ่านช่วงพักห้องและระบายอากาศแล้วจึงกลับเข้าไป

10 เหตุผลที่ควรอบโอโซนห้องนอนและห้องนั่งเล่นหลังจัดการเฟอร์นิเจอร์ผ้าที่แช่น้ำ

  1. ก๊าซเข้าถึงซอกที่มือเข้าไม่ถึง ทั้งใต้เตียง หลังโซฟา ช่องระหว่างเบาะ และตะเข็บผ้า ซึ่งเป็นจุดที่สปอร์ชอบสะสม
  2. ฆ่าเชื้อทั้งห้องในคราวเดียว ไม่ใช่เฉพาะชิ้นที่ฉีดพ่น แต่รวมถึงผ้าม่าน พรม และอากาศในห้อง ผ่านบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย
  3. ไม่ทิ้งสารเคมีบนเนื้อผ้า เพราะโอโซนกลับเป็นออกซิเจน ผิวหนังที่ต้องนอนแนบผ้าทุกคืนจึงไม่ต้องสัมผัสสารตกค้าง
  4. สลายกลิ่นอับที่ต้นเหตุ แทนการกลบกลิ่นด้วยน้ำหอม ห้องจึงไม่กลับมาเหม็นอีกเมื่อกลิ่นหอมจางลง
  5. ผลทดสอบรับรอง ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek ในการกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา 99.99%
  6. ใช้เวลาไม่นาน รอบการทำงานโดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน ครอบครัวกลับมาใช้ห้องนอนได้เร็วขึ้นกว่าการรอพัดลมเป่าเป็นสัปดาห์
  7. ปกป้องที่นอนใหม่ ห้องที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วลดโอกาสที่ที่นอนหรือโซฟาชุดใหม่จะรับสปอร์เก่าที่ค้างอยู่ในห้อง
  8. เหมาะกับบ้านที่มีกลุ่มเสี่ยง ทั้งเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยภูมิแพ้ ที่ไวต่อทั้งเชื้อราและกลิ่นน้ำยาเคมี
  9. ทีมงานมืออาชีพพร้อมอุปกรณ์ ประเมินหน้างาน ควบคุมความปลอดภัย และแนะนำการดูแลต่อ ดูรายละเอียดขั้นตอนการอบโอโซนของ WHD
  10. คุ้มค่ากว่าที่คิด เมื่อใช้บริการอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ไว้ใช้ดูแลจุดสัมผัสบ่อยต่อที่บ้าน สอบถามได้ที่หน้าบริการ

ก่อนและหลัง: ห้องนอนที่ผ่านน้ำท่วม

ก่อนจัดการอย่างถูกวิธี

  • ที่นอนแช่น้ำตากแดดแล้วยกกลับเข้าห้อง ด้านในยังชื้น
  • กลิ่นอับเปรี้ยวทุกครั้งที่นั่งหรือนอน
  • จุดดำตามตะเข็บและขอบเบาะ
  • เด็กจามตอนเช้า ผู้สูงอายุไอกลางคืน
  • ฉีดน้ำหอมทุกวันแต่กลิ่นกลับมาเสมอ
  • ครอบครัวไม่มั่นใจว่าห้องปลอดภัยหรือไม่

หลังคัดแยก ทำความสะอาด และอบโอโซน

  • ของที่ชุ่มน้ำเสียถูกนำออก ห้องล้างและแห้งแล้ว
  • อากาศในห้องและซอกมุมผ่านการฆ่าเชื้อด้วยโอโซน
  • กลิ่นอับถูกสลาย ไม่ต้องพึ่งน้ำหอม
  • ไม่มีสารเคมีตกค้างบนผ้าและพื้นผิว
  • ที่นอนใหม่เข้าห้องที่สะอาด ไม่รับเชื้อเก่า
  • ครอบครัวกลับมานอนได้อย่างสบายใจมากขึ้น

กรณีตัวอย่าง: ทาวน์เฮาส์ที่นนทบุรี กับโซฟาที่ไม่ได้แช่น้ำแต่มีกลิ่นอับ

(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวทาง ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้าที่ระบุตัวตนได้)

คุณต้นอาศัยในทาวน์เฮาส์สองชั้นที่นนทบุรี น้ำท่วมชั้นล่างสูงประมาณหนึ่งฟุต เขายกโซฟาผ้าขึ้นไปไว้ชั้นสองได้ทัน แต่ที่นอนเด็กและเบาะรองนั่งในห้องนั่งเล่นชั้นล่างแช่น้ำไปแล้ว ปัญหาคือแม้โซฟาจะไม่ได้โดนน้ำ แต่ถูกเก็บในห้องชั้นบนที่ปิดทึบร่วมสัปดาห์ท่ามกลางความชื้นที่ลอยขึ้นมาจากชั้นล่าง เมื่อยกกลับลงมา โซฟาก็มีกลิ่นอับชัดเจน

แนวทางที่เหมาะกับกรณีนี้คือ ทิ้งที่นอนเด็กและเบาะรองนั่งที่แช่น้ำ ขนโคลนและล้างพื้นชั้นล่าง ปล่อยให้ผนังและพื้นแห้งพร้อมใช้เครื่องลดความชื้น ถอดปลอกโซฟาไปซักด้วยน้ำร้อนและตากให้แห้งสนิท จากนั้นจึงนัดทีมอบโอโซนให้ครอบคลุมทั้งชั้นล่างและห้องชั้นบนที่ใช้เก็บของ โดยจัดโซฟาให้เบาะตั้งขึ้นเพื่อให้ก๊าซเข้าถึงช่องระหว่างเบาะ ทุกคนในบ้านออกจากพื้นที่ระหว่างอบและกลับเข้าหลังผ่านช่วงพักห้อง

ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้อย่างสมเหตุสมผลในกรณีแบบนี้คือ กลิ่นอับในห้องและบนโซฟาที่ไม่ได้แช่น้ำลดลงอย่างชัดเจน และห้องพร้อมสำหรับรับที่นอนเด็กหลังใหม่ ส่วนสิ่งที่ไม่ควรคาดหวังคือ การทำให้ที่นอนที่แช่น้ำเสียกลับมาใช้ได้ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมต้องคัดแยกก่อนเสมอ

เช็กลิสต์ฟื้นฟูเฟอร์นิเจอร์ผ้าและห้องนอนหลังน้ำท่วม

ก่อนอบโอโซน

  • ตัดไฟในห้องที่เคยจมน้ำและให้ช่างไฟตรวจก่อนเปิดใช้งาน
  • สวมถุงมือยาง รองเท้าบูท และหน้ากากกรองฝุ่นละเอียดทุกครั้งที่ขนย้ายเฟอร์นิเจอร์เปียก ให้เด็ก ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์อยู่ห่างจากการรื้อถอน
  • ถ่ายรูปความเสียหายและเก็บรายการเพื่อเคลมประกัน
  • คัดแยกที่นอน โซฟา หมอน เบาะ ที่ชุ่มน้ำท่วมออกทิ้ง ห่อพลาสติกก่อนขนออก
  • ถอดปลอกผ้าที่ซักได้ ซักด้วยน้ำร้อนตามที่ป้ายผ้าระบุ และตากให้แห้งสนิท
  • ขนโคลน ล้างพื้น ผนัง ขาเตียง และโครงเฟอร์นิเจอร์แข็งด้วยน้ำและผงซักฟอก แล้วเช็ดให้แห้ง
  • เปิดระบายอากาศและใช้เครื่องลดความชื้นจนห้องแห้ง ตั้งเป้าให้แห้งเร็วที่สุด
  • นัดทีมงานประเมินหน้างานและวางแผนโซนที่จะอบ

หลังอบโอโซน

  • รอให้ทีมงานแจ้งว่าผ่านช่วงพักห้องและระบายอากาศแล้วจึงเข้าพื้นที่
  • ควบคุมความชื้นในห้องอย่างต่อเนื่อง หมั่นเปิดหน้าต่างในวันที่อากาศแห้ง
  • ยกที่นอนใหม่ให้มีช่องระบายอากาศใต้เตียง ใช้ผ้าคลุมที่นอนที่ซักได้
  • ตรวจผนัง ขอบบัว และหลังตู้ทุกสัปดาห์ในเดือนแรก หากพบคราบราใหม่ให้รีบจัดการ
  • สังเกตอาการคนในบ้าน หากมีไข้ ปวดน่อง ท้องร่วง หรือหายใจลำบาก ให้พบแพทย์ทันที

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: อบโอโซนแล้วจะใช้ที่นอนที่แช่น้ำท่วมต่อได้ไหม
ตอบ: หากที่นอนชุ่มน้ำท่วมถึงด้านใน โดยเฉพาะน้ำที่ปนโคลนหรือน้ำเสีย โดยทั่วไปแนะนำให้ทิ้ง การอบโอโซนไม่สามารถนำโคลนและความชื้นออกจากแกนกลางได้ โอโซนเหมาะกับการฆ่าเชื้อในห้องและของที่สะอาดและแห้งแล้ว

ถาม: โซฟาที่เปียกแค่ขาและฐานควรทำอย่างไร
ตอบ: ตรวจว่าน้ำซึมถึงฟองน้ำหรือไม่ ถ้าไม่ถึง ให้ล้างและเช็ดส่วนที่เปียก ทำให้แห้งเร็วที่สุด ถอดปลอกซัก แล้วจึงรวมไว้ในห้องที่อบโอโซนเพื่อจัดการกลิ่นอับและเชื้อที่ผิว หากไม่แน่ใจ ทีมงานช่วยประเมินได้

ถาม: ระหว่างอบต้องออกจากบ้านนานแค่ไหน
ตอบ: ขึ้นกับขนาดและจำนวนโซน รอบการทำงานโดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน รวมช่วงพักห้องและระบายอากาศ ทุกคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องอยู่นอกพื้นที่จนกว่าทีมงานจะแจ้งว่าเข้าได้

ถาม: โอโซนทำให้ผ้าหุ้มโซฟาซีดหรือเสียหายไหม
ตอบ: ทีมงานจะควบคุมความเข้มข้นและเวลาให้เหมาะกับพื้นที่ และหลังการอบโอโซนจะกลับเป็นออกซิเจน ไม่มีคราบน้ำยาบนผ้า หากมีวัสดุพิเศษหรือของมีค่า แจ้งทีมงานก่อนเริ่มงานเพื่อวางแผนร่วมกัน

ถาม: ซื้อที่นอนใหม่แล้ว ควรอบโอโซนก่อนหรือหลังยกเข้าห้อง
ตอบ: แนะนำให้อบห้องก่อนยกที่นอนใหม่เข้า เพื่อให้ห้องสะอาดพร้อมรับของใหม่ และไม่ให้ที่นอนใหม่รับสปอร์เก่าที่ค้างอยู่

ถาม: ลูกจามทุกเช้าหลังน้ำท่วม อบโอโซนแล้วจะหายไหม
ตอบ: การลดเชื้อราและกลิ่นในห้องช่วยลดสิ่งกระตุ้นในสิ่งแวดล้อมได้ แต่ไม่ใช่การรักษา หากเด็กมีอาการต่อเนื่อง ไอ หายใจเหนื่อย หรือมีไข้ ควรพาไปพบแพทย์

ถาม: WHD ให้บริการที่ไหนบ้าง
ตอบ: ให้บริการทั้งบ้าน คอนโด โรงแรม สำนักงาน โรงงาน โรงเรียน และโรงพยาบาล ติดต่อสอบถามพื้นที่และนัดหมายได้ทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

อยากให้ห้องนอนกลับมาปลอดภัยสำหรับทุกคนในบ้าน

ปรึกษาทีม WHD ฟรี ประเมินหน้างาน วางแผนการฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมอย่างเป็นขั้นตอน

จองบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

คำค้นหา: ที่นอนโซฟาแช่น้ำท่วม, ที่นอนขึ้นรา, โซฟาเชื้อรา, เฟอร์นิเจอร์ผ้าแช่น้ำ, อบโอโซนห้องนอน, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, กำจัดกลิ่นอับ, บริการอบโอโซน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้