อบโอโซนโกดังหลังน้ำท่วม: หยุดเชื้อราบนสต็อกสินค้า บรรจุภัณฑ์ และวัตถุดิบ ก่อนความเสียหายลามถึงลูกค้า

Last updated: 30 ก.ย. 2569  |  2 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อบโอโซนโกดังหลังน้ำท่วม: หยุดเชื้อราบนสต็อกสินค้า บรรจุภัณฑ์ และวัตถุดิบ ก่อนความเสียหายลามถึงลูกค้า

อบโอโซนโกดังหลังน้ำท่วม: หยุดเชื้อราบนสต็อกสินค้า บรรจุภัณฑ์ และวัตถุดิบ ก่อนความเสียหายลามถึงลูกค้า

สำหรับเจ้าของโรงงานและผู้จัดการคลังสินค้า น้ำท่วมไม่ได้จบลงในวันที่น้ำลด ความเสียหายรอบที่สองมักมาแบบเงียบ ๆ ในอีกสองสามสัปดาห์ต่อมา เมื่อกล่องลูกฟูกเริ่มมีจุดสีเขียวอมเทา พาเลตไม้มีขุยขาว ม้วนผ้ามีกลิ่นอับ และลูกค้าส่งรูปสินค้าขึ้นรากลับมาพร้อมใบเคลม บทความนี้อธิบายว่าเชื้อราในโกดังหลังน้ำท่วมเกิดขึ้นอย่างไร ทำไมพื้นที่ขนาดใหญ่ถึงจัดการยาก และจะวางแผนฟื้นฟูอย่างไรให้ครบ ตั้งแต่การคัดแยกสินค้า ทำความสะอาด ทำให้แห้ง ไปจนถึง บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในอาคาร ก่อนนำสินค้ากลับเข้าชั้นวาง

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย: คลังสินค้าบรรจุภัณฑ์ที่อยุธยา

(เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย ตัวละครและรายละเอียดเป็นกรณีตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ)

คุณเอกเป็นผู้จัดการคลังสินค้าของบริษัทจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์กระดาษและวัตถุดิบสำหรับโรงงานขนมในอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โกดังของเขาเป็นอาคารโครงเหล็กหลังคาเมทัลชีตขนาดใหญ่ ภายในมีชั้นวางแบบแร็คสูงห้าชั้น เก็บกล่องลูกฟูกพับแบน ม้วนกระดาษคราฟต์ ถุงแป้ง และน้ำตาลทรายที่รอส่งให้ลูกค้าหลายราย

ปีนั้นน้ำเหนือหลากลงมาเร็วกว่าที่คาด ทีมงานมีเวลาเพียงหนึ่งคืนในการยกสินค้าขึ้นแร็คชั้นบน แต่สินค้าบนพาเลตชั้นล่างสุดและที่วางกองกับพื้นยังคงจมน้ำราวหนึ่งเมตรเป็นเวลาเกือบสองสัปดาห์ เมื่อน้ำลด พื้นโกดังเต็มไปด้วยโคลนหนาหลายเซนติเมตร กลิ่นน้ำเน่าอบอวลไปทั้งอาคาร

ทีมงานเร่งฉีดน้ำล้างพื้น ขนสินค้าที่เปียกออกไปทิ้ง แล้วรีบนำสินค้าที่อยู่ชั้นบนซึ่ง “ดูเหมือนไม่โดนน้ำ” ลงมาจัดเรียงใหม่ เพื่อให้ทันส่งออเดอร์ที่ค้างอยู่ พาเลตไม้ที่เคยแช่น้ำถูกล้างแล้วนำกลับมาใช้ เพราะพาเลตใหม่หาซื้อยากในช่วงนั้น เพียงสิบวันหลังน้ำลด โกดังก็กลับมาเดินงานตามปกติ

สามสัปดาห์ต่อมา ลูกค้ารายใหญ่ส่งอีเมลพร้อมรูปถ่ายกล่องลูกฟูกที่มีจุดราดำและเขียวกระจายอยู่ตามรอยพับ ตามมาด้วยลูกค้าอีกรายที่แจ้งว่าถุงแป้งมีกลิ่นอับ และขอส่งคืนทั้งล็อต คุณเอกเดินตรวจโกดังด้วยตัวเอง พบว่าฝ้าขาวเริ่มขึ้นบนพาเลตไม้หลายสิบตัว กล่องที่อยู่ชั้นสองซึ่งไม่เคยโดนน้ำโดยตรงก็เริ่มนิ่มและมีกลิ่นเหมือนกระดาษเปียก ส่วนพนักงานขับรถยกสองคนบ่นว่าไอและคันจมูกทุกครั้งที่เข้าไปในโซนด้านใน

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่สินค้าที่จมน้ำเท่านั้น แต่อยู่ที่ “อากาศทั้งอาคาร” ที่ชื้นจัดหลังน้ำลด โคลนที่ยังตกค้างตามร่องพื้นและขาแร็ค และพาเลตที่ยังชื้นอยู่ด้านใน ซึ่งกลายเป็นแหล่งปล่อยสปอร์เชื้อราให้ลอยไปเกาะสินค้าทุกชั้น คุณเอกได้เรียนรู้อย่างเจ็บปวดว่า การฟื้นฟูโกดังต้องคิดทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ทิ้งของเปียกแล้วเดินงานต่อ

เจาะลึกเชื้อราในโกดังและโรงงานหลังน้ำท่วม

ทำไมโกดังจึงเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง

โกดังและโรงงานมีลักษณะเฉพาะที่ทำให้เชื้อราเติบโตได้ดีเป็นพิเศษหลังน้ำท่วม อย่างแรกคือ ปริมาตรอากาศมหาศาล อาคารสูงหลายเมตรที่อากาศชื้นจัด ต้องใช้เวลานานกว่าบ้านหรือสำนักงานหลายเท่าในการลดความชื้นลง อย่างที่สองคือ หลังคาเมทัลชีต ที่ร้อนจัดตอนกลางวันและเย็นลงตอนกลางคืน ทำให้เกิดหยดน้ำควบแน่นใต้หลังคา แล้วหยดลงบนสินค้าชั้นบนสุด อย่างที่สามคือ สินค้าจำนวนมากเป็นวัสดุอินทรีย์ เช่น กระดาษ ลูกฟูก ไม้ ผ้า เส้นใย แป้ง ธัญพืช และหนัง ซึ่งเป็นอาหารของเชื้อราโดยตรง และอย่างสุดท้ายคือ การวางสินค้าแน่นชิดกัน ทำให้อากาศไหลเวียนระหว่างกองสินค้าได้น้อย ความชื้นจึงค้างอยู่ด้านใน

องค์การอนามัยโลกและ CDC แนะนำว่าควรทำความสะอาดและทำให้พื้นที่ที่เปียกน้ำแห้งภายใน 24–48 ชั่วโมงเพื่อจำกัดการเติบโตของเชื้อรา แต่สำหรับโกดังที่น้ำขังนานเป็นสัปดาห์ กรอบเวลานี้ผ่านไปนานแล้วตั้งแต่ก่อนที่ใครจะเข้าไปได้ เชื้อราจึงเริ่มตั้งรกรากตั้งแต่ช่วงที่น้ำยังท่วมอยู่

เชื้อราชนิดที่พบบ่อยในคลังสินค้า

  • Aspergillus พบได้บ่อยบนธัญพืช แป้ง ถั่ว และวัสดุที่มีความชื้น บางสายพันธุ์ เช่น Aspergillus flavus สามารถสร้างสารพิษอะฟลาทอกซิน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นอันตรายต่อตับ และไม่ถูกทำลายง่าย ๆ ด้วยการหุงต้มทั่วไป
  • Penicillium มักเห็นเป็นสีเขียวอมฟ้าบนกระดาษ ลูกฟูก ผ้า และอาหารแห้ง ปล่อยสปอร์จำนวนมากขึ้นสู่อากาศ
  • Cladosporium เป็นจุดสีเขียวเข้มถึงดำ พบบนไม้ ผนัง และบรรจุภัณฑ์ที่ชื้น
  • Rhizopus และราขนฟูชนิดอื่น โตเร็วบนวัสดุที่มีแป้งและน้ำตาล เห็นเป็นเส้นใยขาวฟูแล้วเปลี่ยนเป็นจุดดำ

เส้นทางการแพร่กระจายในโกดัง

หลังน้ำลด เชื้อราไม่ได้อยู่แค่บนของที่จมน้ำ สปอร์จากพาเลตไม้ที่ยังชื้น โคลนตามร่องพื้น ผนังบล็อกที่อมน้ำ และกล่องที่เปียกซึ่งยังไม่ได้ขนออก จะลอยไปกับกระแสลมจากพัดลมอุตสาหกรรม รถยกที่วิ่งผ่าน และการเปิดปิดประตูรับส่งสินค้า แล้วไปตกบนสินค้าที่แห้งดีซึ่งวางอยู่ชั้นบน เมื่อสินค้าเหล่านั้นอยู่ในอากาศชื้นต่อเนื่อง สปอร์ก็งอกขึ้นมาได้ นี่คือเหตุผลที่กล่องที่ “ไม่เคยโดนน้ำ” ก็ขึ้นราได้

นอกจากเชื้อราแล้ว น้ำที่ท่วมโกดังยังมักปนเปื้อนน้ำเสียและปัสสาวะหนู แบคทีเรียจึงตกค้างตามพื้น ขาแร็ค และพาเลต ส่วนหนูที่หนีน้ำเข้ามาอาศัยในกองสินค้าก็เพิ่มความเสี่ยงโรคเลปโตสไปโรซิส (ฉี่หนู) ให้กับพนักงานที่ต้องขนย้ายของ

อาการและกลุ่มคนที่เสี่ยง

พนักงานที่ทำงานในโกดังที่มีเชื้อรามาก อาจมีอาการคัดจมูก จาม ไอ แสบตา คันผิวหนัง ปวดศีรษะ และอ่อนเพลีย ผู้ที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืดอาจมีอาการกำเริบ ส่วนผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคปอดเรื้อรัง ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปทำงานในพื้นที่ที่ยังไม่ได้ฟื้นฟู งานที่เสี่ยงเป็นพิเศษคือการรื้อกองสินค้าที่ขึ้นรา การกวาดโคลนแห้ง และการขนพาเลตเก่า ซึ่งทำให้สปอร์ฟุ้งกระจายมาก

ข้อควรระวังทางสุขภาพ: พนักงานที่ลุยน้ำหรือขนย้ายสินค้าเปียก หากมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง ตาแดง ควรไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งว่าสัมผัสน้ำท่วม เพราะอาจเป็นโรคฉี่หนู ผู้ที่มีอาการท้องร่วงหรือไอเรื้อรังก็ควรพบแพทย์เช่นกัน การอบโอโซนเป็นการจัดการพื้นที่ ไม่ใช่การรักษาโรค

ความเสียหายที่ลามไกลกว่ากองสินค้าที่จมน้ำ

1. สุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน

พนักงานคลังสินค้าและพนักงานฝ่ายผลิตต้องอยู่ในอาคารวันละหลายชั่วโมง หากอากาศเต็มไปด้วยสปอร์และกลิ่นอับ อาการภูมิแพ้และระบบทางเดินหายใจจะรบกวนการทำงาน คนขับรถยกที่ปวดหัวหรือแสบตาอาจเสียสมาธิ เพิ่มความเสี่ยงอุบัติเหตุในโกดัง และเมื่อพนักงานรู้สึกว่าที่ทำงานไม่ปลอดภัย อัตราการลาออกก็อาจสูงขึ้นในช่วงที่องค์กรต้องการแรงงานมากที่สุด

2. เงินที่หายไปกับสินค้าเสีย การเคลม และการเรียกคืน

สินค้าที่ขึ้นราหลังส่งมอบไม่ได้เสียแค่มูลค่าของตัวเอง แต่ยังมีค่าขนส่งไปกลับ ค่าเสียโอกาส ค่าปรับตามสัญญา และในกรณีวัตถุดิบอาหาร อาจลุกลามถึงการเรียกคืนสินค้าทั้งล็อตจากลูกค้าปลายทาง บรรจุภัณฑ์ที่ขึ้นราก็ทำให้สินค้าที่อยู่ข้างในดูไม่น่าไว้วางใจ แม้ตัวสินค้าจะไม่เสียหายก็ตาม นอกจากนี้กล่องลูกฟูกที่ดูดความชื้นจะสูญเสียความแข็งแรงในการรับน้ำหนัก เสี่ยงต่อการยุบตัวเมื่อซ้อนสูง ทำให้สินค้าด้านล่างเสียหายเพิ่มอีก

3. เวลาและกำลังการผลิตที่สะดุด

การตรวจนับสต็อกใหม่ การคัดแยกของดีของเสีย การรอผลตรวจจากฝ่ายควบคุมคุณภาพ และการทำงานซ้ำเมื่อพบราในล็อตที่ส่งไปแล้ว ล้วนกินเวลาและกำลังคน ไลน์การผลิตอาจต้องหยุดรอวัตถุดิบที่ผ่านการตรวจ และเมื่อพบปัญหาซ้ำ ๆ การวางแผนการผลิตทั้งเดือนก็ต้องเปลี่ยนตาม

4. ความน่าเชื่อถือต่อคู่ค้าและผลการตรวจประเมิน

โรงงานที่ผลิตอาหาร ยา เครื่องสำอาง หรือบรรจุภัณฑ์สัมผัสอาหาร ต้องผ่านการตรวจประเมินตามมาตรฐานต่าง ๆ จากหน่วยงานรัฐและลูกค้า เช่น ระบบ GMP หรือ HACCP ร่องรอยราบนผนัง พาเลต หรือบรรจุภัณฑ์ อาจกลายเป็นข้อบกพร่องสำคัญในรายงานการตรวจ ลูกค้าต่างประเทศบางรายอาจระงับคำสั่งซื้อจนกว่าจะมีหลักฐานการฟื้นฟูที่ชัดเจน ความเชื่อมั่นที่สร้างมาหลายปีอาจสั่นคลอนได้ภายในการเคลมไม่กี่ครั้ง

5. ครอบครัวของพนักงานและชุมชนรอบโรงงาน

พนักงานหลายคนอาศัยอยู่ในชุมชนใกล้โรงงานซึ่งก็ประสบน้ำท่วมเช่นกัน หากที่ทำงานยังไม่ปลอดภัย พวกเขาต้องแบกรับความเสี่ยงทั้งที่บ้านและที่ทำงาน เสื้อผ้าและรองเท้าที่สัมผัสฝุ่นราก็ติดกลับไปบ้านที่มีเด็กเล็กและผู้สูงอายุ การที่โรงงานฟื้นฟูพื้นที่อย่างถูกวิธีจึงเป็นทั้งความรับผิดชอบต่อพนักงานและภาพลักษณ์ต่อชุมชน

ทำไมวิธีที่โกดังส่วนใหญ่ใช้หลังน้ำลด จึงไม่พอ

  • ล้างพื้นแล้วรีบเอาสินค้ากลับเข้าที่ พื้นคอนกรีตดูแห้งจากด้านบนภายในวันสองวัน แต่ยังคายความชื้นขึ้นมาอีกนาน การวางพาเลตและสินค้าลงไปเร็วเกินไปทำให้ความชื้นถูกกักอยู่ใต้กองสินค้า
  • ล้างพาเลตไม้แล้วนำกลับมาใช้ทันที ไม้ที่แช่น้ำนานดูดน้ำเข้าไปถึงเนื้อใน การล้างผิวนอกไม่ได้ทำให้ด้านในแห้ง พาเลตจึงกลายเป็นแหล่งเพาะราที่ส่งต่อไปยังสินค้าทุกชิ้นที่วางอยู่ด้านบน
  • ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบนผนังและพื้นเท่านั้น การฉีดพ่นช่วยจัดการผิวที่ละอองไปถึง แต่ไม่ทั่วถึงในอากาศปริมาตรมหาศาล ใต้หลังคา หลังแร็ค และในช่องว่างระหว่างกองสินค้า อีกทั้งการฉีดน้ำยาปริมาณมากยังเพิ่มความชื้นให้พื้นที่ และอาจทิ้งสารตกค้างที่ไม่เหมาะกับสินค้าบางประเภท
  • เปิดพัดลมอุตสาหกรรมเป่าทั้งวัน ช่วยระบายอากาศได้บ้าง แต่ถ้ายังมีแหล่งราอยู่ พัดลมก็เท่ากับช่วยกระจายสปอร์ไปทั่วโกดังเร็วขึ้น
  • เช็ดคราบราบนกล่องแล้วส่งของต่อ การเช็ดทำให้กล่องดูสะอาดชั่วคราว แต่เส้นใยราที่แทรกอยู่ในเนื้อกระดาษยังอยู่ และจะกลับมาให้ลูกค้าเห็นระหว่างขนส่งหรือหลังเก็บไว้ในคลังของลูกค้า
  • ทาสีหรือเคลือบอีพ็อกซีทับพื้นและผนังที่ยังชื้น สารเคลือบจะหลุดร่อนเป็นแผ่น และปิดความชื้นไว้ด้านใต้ ทำให้ปัญหาซ่อนตัวแล้วกลับมารุนแรงกว่าเดิม
  • วางกาวดักหนูหรือยาเบื่ออย่างเดียว การควบคุมหนูเป็นเรื่องจำเป็น แต่ไม่ได้จัดการกับเชื้อที่หนูทิ้งไว้ตามพื้นและกองสินค้า และไม่ได้แก้กลิ่นที่ดึงดูดสัตว์พาหะให้กลับมา

บทเรียนสำคัญคือ โกดังต้องได้รับการจัดการทั้ง “พื้นผิว” และ “อากาศ” พร้อมกัน และต้องทำหลังจากคัดแยกสินค้าที่ปนเปื้อนออกไปแล้ว ไม่ใช่ทำขณะที่ของเสียยังกองอยู่เต็มพื้นที่

บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อจาก WHD สำหรับโกดังและโรงงาน

World Health Disinfection (WHD) ให้บริการ อบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคาร ครอบคลุมบ้าน คอนโด โรงแรม สำนักงาน โรงงาน โรงเรียน และโรงพยาบาล สำหรับโกดังและโรงงานหลังน้ำท่วม การอบโอโซนเป็นขั้นตอนที่มาหลังจากขนโคลน คัดแยกและทิ้งสินค้าที่ปนเปื้อน ล้างทำความสะอาด และทำให้อาคารแห้งแล้ว เพื่อลดเชื้อและกลิ่นที่ยังตกค้างอยู่ในอากาศ บนแร็ค ใต้หลังคา และตามซอกมุมที่คนงานเช็ดไม่ถึง ก่อนนำสินค้ากลับเข้าพื้นที่

หลักการทำงานของโอโซน

โอโซน (O3) เป็นก๊าซที่ออกซิไดซ์ได้แรง เมื่อกระจายทั่วพื้นที่ปิดจะเข้าไปทำลายโครงสร้างเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงแตกโมเลกุลของสารที่ก่อให้เกิดกลิ่นอับและกลิ่นน้ำเน่า จากนั้นจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O2) จึงไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างบนแร็ค พื้น และผนัง ข้อนี้สำคัญมากสำหรับพื้นที่เก็บวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ ซึ่งไม่ต้องการคราบน้ำยาหลงเหลือ และเนื่องจากเป็นก๊าซ โอโซนจึงเข้าถึงด้านหลังแร็ค ช่องใต้หลังคา และช่องว่างที่เครื่องพ่นละอองเข้าไม่ถึง

ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง บริการของ WHD ผ่านการทดสอบและรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ Intertek (สหราชอาณาจักร) ว่ากำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% ซึ่งสามารถแนบเป็นหลักฐานประกอบรายงานการฟื้นฟูให้คู่ค้าได้ ดูรายละเอียดที่ เอกสารรับรอง

ขั้นตอนการอบโอโซนโกดังและโรงงาน

  1. สำรวจและแบ่งโซน ทีมงานเดินสำรวจผังโกดัง ห้องเก็บวัตถุดิบ ห้องบรรจุ พื้นที่ผลิต ห้องพักพนักงาน และสำนักงานหน้างาน แล้วแบ่งเป็นโซนที่ปิดกั้นได้ เช่น ใช้ประตูม้วนหรือผ้าใบกั้นชั่วคราว
  2. เตรียมพื้นที่ร่วมกับฝ่ายโรงงาน ย้ายสินค้าที่ต้องการแยกเก็บออก ปิดประตูรับส่งสินค้า ช่องระบายอากาศ และพัดลมดูดอากาศ แจ้งพนักงานทุกกะว่าห้ามเข้าโซนที่กำหนด นำคน สัตว์ และต้นไม้ออกจากพื้นที่ทั้งหมด
  3. ปล่อยโอโซน ติดตั้งเครื่องผลิตโอโซนตามจุดที่เหมาะสม ให้ก๊าซกระจายทั่วโซน
  4. ระยะสัมผัส ให้โอโซนทำปฏิกิริยาตามเวลาที่กำหนด โดยทั่วไปรอบการทำงานประมาณ 30 นาทีต่อโซน พื้นที่ขนาดใหญ่อาจแบ่งหลายโซนหรือหลายรอบ
  5. พักและระบายอากาศ รอให้โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน แล้วเปิดประตูและพัดลมระบายอากาศ ก่อนอนุญาตให้พนักงานกลับเข้าตามที่ทีมงานแจ้ง
  6. ส่งมอบพื้นที่ สรุปโซนที่ดำเนินการ และให้คำแนะนำเรื่องการควบคุมความชื้นก่อนนำสินค้ากลับเข้าชั้นวาง

ความปลอดภัยและขอบเขตที่ต้องเข้าใจ: การอบโอโซนทำในพื้นที่ ว่างและปิดสนิทเท่านั้น ต้องไม่มีพนักงาน สัตว์ หรือต้นไม้อยู่ในโซน และกลับเข้าได้หลังผ่านช่วงพักและระบายอากาศ ที่สำคัญ อาหาร วัตถุดิบอาหาร หรือสินค้าที่สัมผัสน้ำท่วมโดยตรงหรือขึ้นราแล้ว ต้องตัดสินใจตามหลักความปลอดภัยอาหารและดุลยพินิจของฝ่ายควบคุมคุณภาพ ซึ่งโดยทั่วไปควรทิ้ง การอบโอโซนไม่ได้ทำให้อาหารที่ปนเปื้อนกลับมาปลอดภัย และไม่ได้ทำลายสารพิษจากเชื้อราที่สร้างไว้แล้วในวัตถุดิบ

โปรโมชัน: ใช้บริการอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ สำหรับดูแลจุดสัมผัสร่วมในห้องพักพนักงานและสำนักงานหน้างาน

10 เหตุผลที่โกดังและโรงงานเลือกอบโอโซนกับ WHD ก่อนนำสินค้ากลับเข้าคลัง

  1. จัดการได้ทั้งปริมาตรอากาศ ไม่ใช่แค่ผิวที่ละอองน้ำยาไปถึง เหมาะกับอาคารสูงและกว้าง
  2. เข้าถึงหลังแร็คและใต้หลังคา จุดที่คนงานต้องใช้นั่งร้านหรือรถกระเช้าจึงจะเช็ดถึง
  3. ไม่ทิ้งคราบน้ำยาบนชั้นวางและพื้น โอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจน เหมาะกับพื้นที่เก็บบรรจุภัณฑ์และวัตถุดิบ
  4. ลดกลิ่นอับและกลิ่นน้ำเน่าที่ต้นเหตุ ก่อนกลิ่นจะซึมเข้าสู่กล่องและสินค้าใหม่ที่นำเข้ามาเก็บ ดูรายละเอียดที่ บริการอบโอโซน WHD
  5. ไม่เพิ่มความชื้นให้พื้นที่ ต่างจากการฉีดพ่นน้ำยาปริมาณมาก ซึ่งเพิ่มน้ำเข้าไปในอาคารที่พยายามทำให้แห้ง
  6. มีผลทดสอบรองรับ ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek (UK) ว่ากำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% ใช้ประกอบเอกสารชี้แจงคู่ค้าได้
  7. แบ่งโซนตามกะการทำงาน ทำทีละห้องหรือทีละอาคาร ให้ส่วนอื่นของโรงงานเดินงานต่อได้
  8. รอบการทำงานรวดเร็ว ประมาณ 30 นาทีต่อโซนต่อรอบ วางแผนร่วมกับตารางการผลิตได้ง่าย
  9. ทีมงานมืออาชีพ ควบคุมพื้นที่ปลอดภัย ปิดกั้นโซน ตรวจว่าไม่มีคนหลงเหลือ และกำหนดเวลากลับเข้าที่ชัดเจน สอบถามรายละเอียดที่ หน้าบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ
  10. ต่อยอดเป็นแผนสุขอนามัยทั้งโรงงาน ร่วมกับ บริการฆ่าเชื้อโรค และ เครื่องโอโซนฆ่าเชื้อ สำหรับดูแลต่อเนื่อง พร้อมรับสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์เมื่อใช้บริการตั้งแต่ 15,000 บาท

ก่อนอบโอโซน

  • เปิดประตูโกดังแล้วเจอกลิ่นอับปนกลิ่นโคลนเน่า
  • พาเลตไม้มีฝ้าขาว กล่องลูกฟูกมีจุดราตามรอยพับ
  • ลูกค้าส่งรูปสินค้าขึ้นรากลับมาพร้อมใบเคลม
  • พนักงานรถยกไอ คันจมูก แสบตา เมื่อเข้าโซนด้านใน
  • กังวลเรื่องผลการตรวจประเมินจากลูกค้าและหน่วยงาน
  • ไม่แน่ใจว่าควรนำสินค้าใหม่เข้ามาเก็บได้หรือยัง

หลังฟื้นฟูครบขั้นตอนและอบโอโซน

  • อากาศในโกดังไม่มีกลิ่นอับค้าง
  • เชื้อและกลิ่นตกค้างบนแร็คและใต้หลังคาถูกจัดการ
  • พร้อมรับสินค้าใหม่บนพาเลตที่แห้งและสะอาด
  • พนักงานทำงานได้อย่างสบายใจ
  • มีเอกสารการฟื้นฟูพื้นที่ประกอบการชี้แจงคู่ค้า
  • มีแผนควบคุมความชื้นและตรวจสต็อกต่อเนื่อง

กรณีตัวอย่าง: โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าขนาดเล็กที่อุบลราชธานี

(กรณีตัวอย่างเพื่อประกอบความเข้าใจ ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้าที่ระบุตัวตน)

คุณแพรเป็นเจ้าของโรงงานตัดเย็บชุดยูนิฟอร์มขนาดประมาณห้าสิบคน ตั้งอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำมูลในจังหวัดอุบลราชธานี ห้องเก็บผ้าม้วนและอุปกรณ์ตัดเย็บอยู่ชั้นล่าง เมื่อน้ำมูลเอ่อล้น น้ำเข้าท่วมห้องเก็บของสูงราวครึ่งเข่าเป็นเวลาหลายวัน ผ้าม้วนที่วางบนพื้นเสียหายหมด แต่ผ้าบนชั้นสูงดูเหมือนรอด

หลังน้ำลด ทีมงานล้างพื้นและนำผ้าม้วนที่ดูดีกลับมาใช้ตัดชุดส่งลูกค้าตามกำหนด ไม่นานนัก ลูกค้าโรงเรียนแห่งหนึ่งแจ้งว่าชุดที่ได้รับมีกลิ่นอับแม้ซักแล้ว และบางตัวมีจุดด่างเล็ก ๆ ตามแนวพับ ช่างเย็บหลายคนก็บ่นว่าคันจมูกทุกครั้งที่คลี่ผ้าม้วน

คุณแพรตัดสินใจหยุดใช้ผ้าจากห้องนั้นทั้งหมด ให้ฝ่ายควบคุมคุณภาพตรวจทีละม้วน แยกม้วนที่มีกลิ่นหรือจุดราออกไป รื้อชั้นไม้ที่อมน้ำทิ้งและเปลี่ยนเป็นชั้นเหล็ก ติดเครื่องลดความชื้นจนผนังและพื้นแห้งสนิท จากนั้นจึงนัด WHD เข้าอบโอโซนห้องเก็บผ้าและพื้นที่ตัดเย็บในวันอาทิตย์ แบ่งเป็นสามโซน โดยปิดโรงงานทั้งวันและให้พนักงานกลับเข้าหลังผ่านช่วงระบายอากาศ

ในกรณีตัวอย่างนี้ เมื่อเริ่มงานวันจันทร์ ห้องเก็บผ้าไม่มีกลิ่นอับเหมือนเดิม คุณแพรเริ่มรับผ้าล็อตใหม่เข้าเก็บบนชั้นเหล็กที่ยกสูงจากพื้น พร้อมตั้งเกณฑ์ความชื้นในห้องและให้หัวหน้ากะบันทึกทุกวัน ส่วนช่างเย็บที่ยังมีอาการภูมิแพ้ได้รับคำแนะนำให้ไปพบแพทย์ สิ่งที่คุณแพรได้เรียนรู้คือ การคัดแยกสินค้าอย่างเด็ดขาดและการทำให้พื้นที่แห้งต้องมาก่อน โอโซนจึงจะช่วยปิดงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เช็กลิสต์ฟื้นฟูโกดังและโรงงานหลังน้ำท่วม

ก่อนเข้าพื้นที่

  • ให้วิศวกรหรือช่างไฟฟ้าตรวจระบบไฟฟ้า ตู้ควบคุม และเครื่องจักร ก่อนจ่ายไฟ
  • ตรวจโครงสร้างแร็คและชั้นวางว่ายังมั่นคง ไม่ทรุดหรือเอียงจากการแช่น้ำ
  • พนักงานสวมรองเท้าบูต ถุงมือยาง หน้ากากกันฝุ่นที่เหมาะสม และแว่นตานิรภัย
  • ถ่ายภาพและบันทึกสต็อกที่เสียหายทุกล็อต เพื่อใช้กับประกันภัยและระบบบัญชี

คัดแยก ทำความสะอาด และทำให้แห้ง

  • ให้ฝ่ายควบคุมคุณภาพคัดแยกสินค้าเป็นกลุ่ม “ทิ้ง” “ตรวจเพิ่ม” และ “ใช้ได้” โดยอาหารและวัตถุดิบอาหารที่สัมผัสน้ำท่วมควรทิ้ง
  • ขนโคลนออกให้หมด โดยเฉพาะตามร่องพื้น ขาแร็ค และรางระบายน้ำ
  • ทิ้งหรือแยกพาเลตไม้ที่แช่น้ำนาน พิจารณาใช้พาเลตพลาสติกในช่วงฟื้นฟู
  • ล้างพื้น ผนัง และแร็ค แล้วฆ่าเชื้อตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์
  • ใช้เครื่องลดความชื้นและพัดลมระบายอากาศจนพื้นและผนังแห้งจริง ตรวจด้วยเครื่องวัดความชื้นถ้ามี
  • ตรวจหยดน้ำควบแน่นใต้หลังคา และแก้ไขฉนวนหลังคาที่เสียหาย

วันอบโอโซน

  • ประสานกับหัวหน้ากะทุกกะ ปิดโซนและติดป้ายห้ามเข้า
  • ตรวจให้แน่ใจว่าไม่มีคน สัตว์ หรือต้นไม้ในพื้นที่ รวมถึงห้องเล็กและห้องใต้บันได
  • ปิดประตูรับส่งสินค้าและพัดลมดูดอากาศตามคำแนะนำ
  • กลับเข้าพื้นที่เมื่อทีมงานยืนยันว่าผ่านช่วงพักและระบายอากาศแล้วเท่านั้น

หลังอบโอโซน

  • วางสินค้าบนพาเลตที่แห้ง เว้นระยะห่างจากผนังและระหว่างกอง เพื่อให้อากาศไหลเวียน
  • บันทึกความชื้นและอุณหภูมิในคลังทุกวัน ใช้หลักเข้าก่อนออกก่อนเพื่อไม่ให้สินค้าค้างนาน
  • ตรวจสต็อกเป็นรอบ ดูจุดราและกลิ่นอับตามรอยพับกล่อง
  • วางระบบควบคุมหนูและแมลงต่อเนื่อง
  • พนักงานที่มีอาการผิดปกติ ให้พบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการอบโอโซนโกดังและโรงงาน

ถาม: อบโอโซนแล้ว สินค้าอาหารที่เคยจมน้ำนำกลับมาขายได้ไหม
ตอบ: ไม่ควร อาหารและวัตถุดิบอาหารที่สัมผัสน้ำท่วมหรือขึ้นราแล้วควรทิ้งตามหลักความปลอดภัยอาหาร การอบโอโซนมีไว้จัดการพื้นที่และอากาศ ไม่ได้ทำให้อาหารที่ปนเปื้อนกลับมาปลอดภัย

ถาม: โกดังพื้นที่ใหญ่มาก จะอบได้ทั่วถึงหรือไม่
ตอบ: ทีมงานจะสำรวจและแบ่งโซนที่ปิดกั้นได้ แล้วดำเนินการทีละโซนหรือหลายรอบตามขนาดพื้นที่ รอบการทำงานโดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน

ถาม: ต้องหยุดการผลิตทั้งโรงงานหรือเปล่า
ตอบ: ไม่จำเป็นเสมอไป หากแบ่งโซนได้ชัดเจน สามารถทำเฉพาะโซนที่ว่าง ขณะที่ส่วนอื่นยังเดินงานได้ แต่โซนที่อบต้องไม่มีคนอยู่เลยจนกว่าจะผ่านช่วงระบายอากาศ

ถาม: ควรอบก่อนหรือหลังนำสินค้าใหม่เข้ามาเก็บ
ตอบ: แนะนำให้อบหลังจากคัดแยกสินค้าเสียออก ทำความสะอาด และทำให้แห้งแล้ว แต่ก่อนนำสินค้าใหม่เข้ามา เพื่อให้พื้นที่พร้อมที่สุด หากมีสินค้าที่ต้องเก็บไว้ในพื้นที่ ควรแจ้งทีมงานล่วงหน้าเพื่อประเมินร่วมกัน

ถาม: โอโซนมีผลต่อเครื่องจักรหรือวัสดุบางชนิดหรือไม่
ตอบ: ทีมงานจะประเมินพื้นที่และวัสดุก่อนเริ่มงาน และแนะนำว่าควรย้ายหรือป้องกันสิ่งใดเป็นพิเศษ ควรแจ้งรายการเครื่องจักรและวัสดุที่มีความไวเป็นพิเศษให้ทีมงานทราบ

ถาม: มีเอกสารยืนยันการให้บริการเพื่อใช้ชี้แจงลูกค้าหรือผู้ตรวจประเมินไหม
ตอบ: สามารถสอบถามทีมงานเรื่องเอกสารสรุปงานได้ และดูผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองในหน้า เอกสารรับรอง

ถาม: ติดต่อขอประเมินราคาได้อย่างไร
ตอบ: โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 พร้อมแจ้งขนาดพื้นที่ ประเภทสินค้า และระดับน้ำที่ท่วม หรือดูช่องทางอื่นที่ ติดต่อเรา

เตรียมคลังให้พร้อม ก่อนสินค้าล็อตใหม่จะเข้ามา

ปรึกษา WHD เพื่อวางแผนอบโอโซนโกดังและโรงงานหลังน้ำท่วม แบ่งโซนตามผังอาคารและตารางการผลิตของคุณ

ขอประเมินงานอบโอโซนโกดัง

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#อบโอโซน #บริการอบโอโซน #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #โอโซนฆ่าเชื้อ #น้ำท่วม #อบโอโซนโกดัง #เชื้อราบนสินค้า #ฟื้นฟูโรงงานหลังน้ำท่วม

คำค้นหา: อบโอโซนโกดังหลังน้ำท่วม, เชื้อราบนสต็อกสินค้า, เชื้อราบนกล่องลูกฟูก, พาเลตขึ้นรา, ฟื้นฟูโรงงานหลังน้ำท่วม, กลิ่นอับในโกดัง, ฆ่าเชื้อคลังสินค้า, บริการอบโอโซน, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้