Last updated: 25 ก.ย. 2569 | 4 จำนวนผู้เข้าชม |
เมื่อไข้เลือดออกเริ่มขยับขึ้นในอำเภอ วาระ "สถานการณ์โรคติดต่อ" ในที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการมักใช้เวลาไม่เกินสิบนาที ทุกหน่วยรายงานสั้น ๆ แล้วแยกย้าย แต่หน้างานจริงกลับติดขัดเพราะไม่มีใครรู้ชัดว่าใครต้องทำอะไร ใครมี เครื่องพ่นยุง กี่เครื่อง เครื่องไหนใช้ได้ และใครจะออกค่าสารเคมี บทความนี้คือเอกสารสรุปที่นายอำเภอ สาธารณสุขอำเภอ และหัวหน้าส่วนราชการใช้ประกอบการประชุมได้ทันที ครอบคลุมบทบาทของแต่ละหน่วย เครื่องมือที่ควรมี และตัวอย่างเครื่อง เครื่องพ่นละอองฝอย ULV แบบพกพา AIROFOG U240
(ตัวอย่างสถานการณ์) คุณสุภาพรเป็นสาธารณสุขอำเภอในอำเภอขนาดกลางที่มีเทศบาลสองแห่งและ อบต. อีกแปดแห่ง เดือนกรกฎาคมปีหนึ่ง มีผู้ป่วยไข้เลือดออกในสามตำบลพร้อมกัน โรงพยาบาลชุมชนรายงานผู้ป่วยเข้าระบบตามปกติ รพ.สต. ลงสอบสวนโรคและสำรวจลูกน้ำรอบบ้านผู้ป่วยได้ แต่เมื่อถึงขั้นพ่นควบคุมรอบบ้านผู้ป่วยรัศมีประมาณ 100 เมตร กลับเกิดคำถามชุดเดิม
ตำบลแรกมีเครื่องพ่น แต่เครื่องเสียมาตั้งแต่ปีก่อนและยังไม่ได้ส่งซ่อม ตำบลที่สองมีเครื่องใช้ได้ แต่สารเคมีหมดและยังไม่ได้ตั้งงบ ตำบลที่สามมีทั้งเครื่องและสาร แต่เจ้าหน้าที่ที่เคยพ่นย้ายไปแล้ว คนใหม่ยังไม่เคยอบรม ขณะเดียวกัน โรงเรียนในตำบลที่สองโทรมาถามว่า "ใครจะมาพ่นในห้องเรียนให้" และวัดประจำตำบลแจ้งว่ามีงานบุญใหญ่อีกสามวัน
ในที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการเดือนนั้น วาระนี้ใช้เวลาสิบนาทีเช่นเคย คุณสุภาพรรายงานตัวเลขผู้ป่วย นายอำเภอกำชับให้ทุกหน่วยช่วยกัน ทุกคนรับทราบ แต่ไม่มีใครออกจากห้องประชุมพร้อมรายการงานที่ชัดเจน สุดท้าย รพ.สต. ต้องไปยืมเครื่องจากอำเภอข้างเคียง และการพ่นรอบบ้านผู้ป่วยในตำบลแรกล่าช้าไปหลายวัน
ไม่มีใครในเรื่องนี้ละเลยหน้าที่ ทุกคนทำงานหนัก ปัญหาคือ "ภาพรวม" ไม่เคยถูกวางบนโต๊ะเดียวกัน ที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอคือเวทีที่เหมาะที่สุดในการวางภาพนั้น เพราะเป็นที่เดียวที่ทุกหน่วยนั่งอยู่ด้วยกัน
ยุงลาย เป็นพาหะของไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และไข้ซิกา ส่วนในพื้นที่ป่าเขาบางแห่งยังมีมาลาเรียที่มียุงก้นปล่องเป็นพาหะ ผู้ป่วยไข้เลือดออกมักมีไข้สูงลอย ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อ และช่วงไข้ลดเป็นระยะที่ต้องเฝ้าระวังภาวะช็อก เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และหญิงตั้งครรภ์เป็นกลุ่มเปราะบาง คนในอำเภอเดินทางข้ามตำบลทุกวัน ไปโรงเรียน ไปตลาด ไปทำงาน การระบาดในตำบลหนึ่งจึงลามไปตำบลอื่นได้ง่าย การควบคุมแยกกันตำบลใครตำบลมันจึงมีช่องโหว่
เมื่อแต่ละหน่วยวางแผนเอง บาง อปท. อาจมีเครื่องหลายเครื่องที่ใช้ไม่เต็มที่ ขณะที่อีกแห่งไม่มีเลย การรวมข้อมูลระดับอำเภอช่วยให้เห็นว่าควรจัดซื้อเพิ่มที่ไหน ควรซ่อมเครื่องไหน และควรแบ่งปันเครื่องกันอย่างไร ทำให้งบประมาณของรัฐถูกใช้อย่างคุ้มค่า
ชาวบ้านไม่ได้แยกว่าใครเป็นเทศบาล ใครเป็น รพ.สต. ใครเป็นอำเภอ เมื่อการพ่นล่าช้า ความไม่พอใจจะตกไปที่ "ภาครัฐ" ทั้งหมด ภาพลักษณ์ของทุกหน่วยในอำเภอจึงผูกกันอยู่
เมื่อประชาชนร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมหรือโซเชียลมีเดีย คำถามแรกมักเป็น "ใครรับผิดชอบ" หากอำเภอมีตารางบทบาทที่ชัดเจน ก็ตอบได้ทันทีและแก้ปัญหาได้ตรงจุด
เจ้าหน้าที่ รพ.สต. และกองสาธารณสุขของ อปท. หลายแห่งมีจำนวนน้อย ถ้าต้องวิ่งยืมเครื่อง หาสารเคมี และตอบคำถามประชาชนเองทั้งหมด งานหลักอย่างการสำรวจลูกน้ำและการให้ความรู้จะถูกเบียด การแบ่งบทบาทและการมีเครื่องมือพร้อมจึงช่วยลดภาระทีมโดยตรง
1. สั่งการกว้าง ๆ ว่า "ให้ทุกหน่วยบูรณาการ" ฟังดี แต่ไม่มีใครรู้ว่าต้องทำอะไรเมื่อไร เมื่อไม่มีชื่อผู้รับผิดชอบ งานจึงตกไปอยู่กับหน่วยที่ตัวเล็กที่สุด
2. นับเครื่องพ่นจากทะเบียนครุภัณฑ์ ไม่ใช่จากสภาพจริง เครื่องที่อยู่ในทะเบียนอาจเสีย ขาดอะไหล่ หรือไม่มีคนใช้เป็น ตัวเลขในกระดาษจึงไม่ตรงกับกำลังจริงในวันที่ต้องใช้
3. มีแต่เครื่องกลางแจ้ง ไม่มีเครื่องสำหรับในอาคาร หลายตำบลมี เครื่องพ่นหมอกควัน สำหรับพ่นรอบบ้าน แต่ไม่มีเครื่องที่เหมาะกับห้องเรียน ศาลาวัด หรืออาคารสำนักงาน ทั้งที่ยุงลายชอบเกาะพักในที่มืดและอับในอาคาร
4. ซื้อเครื่องราคาถูกที่ไม่มีบริการหลังการขาย เมื่อเสียก็ไม่มีช่างซ่อม ไม่มีอะไหล่ เครื่องจึงกลายเป็นครุภัณฑ์ที่วางไว้เฉย ๆ
5. พ่นผิดเวลา ผิดขนาดละออง ยุงลายออกหากินกลางวัน โดยเฉพาะเช้าและบ่ายแก่ถึงเย็น การพ่นตอนเที่ยงหรือใช้เครื่องที่ปล่อยหยดใหญ่ ทำให้สิ้นเปลืองสารแต่ได้ผลน้อย
6. ไม่มีงบสารเคมีและอุปกรณ์ป้องกันต่อเนื่อง ซื้อเครื่องแล้วแต่ไม่ได้ตั้งงบค่าวัสดุ ทำให้เครื่องใช้ไม่ได้เมื่อถึงเวลา
7. พ่นอย่างเดียว ไม่จัดการแหล่งเพาะพันธุ์ การพ่นลดยุงตัวเต็มวัยได้ช่วงหนึ่ง แต่ถ้าไม่ทำ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค ยุงรุ่นใหม่ก็กลับมา ต้องมีหน่วยที่รับผิดชอบงานรณรงค์ชัดเจน
ตารางนี้เป็นกรอบตัวอย่างทั่วไป แต่ละอำเภอควรปรับตามโครงสร้าง ข้อตกลง และแนวทางของหน่วยงานต้นสังกัด เช่น ใช้ร่วมกับกลไก พชอ. (คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ) หรือคณะทำงานที่อำเภอมีอยู่แล้ว
| หน่วยงาน | บทบาทหลัก | เครื่องมือ/ทรัพยากรที่ควรมี |
|---|---|---|
| ที่ว่าการอำเภอ (นายอำเภอ) | เป็นประธาน สั่งการและบูรณาการ ติดตามผลในที่ประชุมทุกเดือน สนับสนุนการสื่อสารผ่านกำนันผู้ใหญ่บ้าน | ตารางบทบาท รายงานสถานการณ์ ทะเบียนเครื่องพ่นทั้งอำเภอ |
| สาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) | เจ้าภาพวิชาการ วิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วย จัดลำดับพื้นที่เสี่ยง ประสานทีมสอบสวนและทีมพ่น อบรมมาตรฐานการพ่น | แผนที่พื้นที่เสี่ยง แบบบันทึกการพ่น เครื่องพ่นสำรองส่วนกลาง |
| โรงพยาบาลชุมชน | วินิจฉัยและรักษา รายงานผู้ป่วยโดยเร็ว สนับสนุนทีมสอบสวนโรค ควบคุมยุงภายในโรงพยาบาล | เครื่องพ่นละอองฝอยสำหรับอาคารผู้ป่วย เช่น U240 หรือ U260 |
| รพ.สต. | สอบสวนโรคเบื้องต้น สำรวจลูกน้ำรอบบ้านผู้ป่วย ร่วมพ่นควบคุมกับ อปท. ให้ความรู้ครัวเรือน กำกับ อสม. | เครื่องพ่นในอาคารแบบพกพา อุปกรณ์ป้องกัน แบบสำรวจลูกน้ำ |
| เทศบาล / อบต. | ตั้งงบประมาณ จัดหาครุภัณฑ์และสารเคมี จัดทีมพ่น จัดการขยะและแหล่งน้ำขังในพื้นที่สาธารณะ ประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า | เครื่องพ่นหมอกควัน เครื่องพ่นละอองฝอยในอาคาร และสำหรับพื้นที่ใหญ่อาจมีเครื่องติดรถ |
| ท้องถิ่นอำเภอ | ประสาน อปท. ทุกแห่ง ติดตามการตั้งงบและการใช้ครุภัณฑ์ ส่งเสริมการใช้เครื่องร่วมกันระหว่าง อปท. | สรุปทะเบียนครุภัณฑ์ของ อปท. ข้อตกลงการยืมใช้ |
| สถานศึกษา | สำรวจลูกน้ำในโรงเรียนทุกสัปดาห์ แจ้งเมื่อมีนักเรียนป่วย ประสานให้ทีมพ่นในอาคารนอกเวลาเรียน สื่อสารผู้ปกครอง | แบบสำรวจลูกน้ำ ช่องทางติดต่อทีมพ่น (ครูไม่ต้องพ่นเอง) |
| กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน | ประกาศข่าว นัดหมายครัวเรือนก่อนพ่น นำรณรงค์ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค ช่วยพูดคุยกับบ้านที่ยังไม่พร้อมให้พ่น | หอกระจายข่าว กลุ่มไลน์หมู่บ้าน ข้อความประชาสัมพันธ์มาตรฐาน |
| อสม. | สำรวจลูกน้ำตามหลังคาเรือน รายงานค่าดัชนีลูกน้ำ ติดตามผู้มีไข้ ให้ความรู้แบบเคาะประตู | แบบสำรวจ ไฟฉาย สื่อความรู้ |
| ศาสนสถาน ตลาด สถานประกอบการ | จัดการภาชนะขังน้ำในพื้นที่ของตน แจ้งกำหนดงานที่มีคนรวมตัวมากเพื่อวางแผนพ่นล่วงหน้า | ผู้ประสานงานประจำสถานที่ |
หมายเหตุ: ตารางนี้ไม่ได้อ้างอิงคำสั่งหรือระเบียบฉบับใดโดยเฉพาะ เป็นกรอบสำหรับเริ่มคุยในที่ประชุม แต่ละอำเภอควรยึดแนวทางของกรมควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และหน่วยงานต้นสังกัดเป็นหลัก
ที่ประชุมสามารถใช้เช็กลิสต์นี้สั่งให้แต่ละหน่วยตรวจของจริง ไม่ใช่ตรวจจากทะเบียนอย่างเดียว แล้วรายงานกลับในการประชุมครั้งถัดไป
| รายการ | ใช้ทำอะไร | ตัวอย่างรุ่นจาก WHD |
|---|---|---|
| เครื่องพ่นละอองฝอยในอาคารแบบพกพา | ห้องเรียน ศาลาวัด อาคารสำนักงาน บ้านผู้ป่วย | AIROFOG U240, MASTER ELECTRIC ULV |
| เครื่องพ่นหมอกควัน | รอบบ้าน สวน พงหญ้า พื้นที่เปิด | AIROFOG AT35 |
| เครื่องพ่นสะพายหลัง ULV | หมู่บ้านกระจายตัว ซอยแคบ พื้นที่รถเข้าไม่ถึง | SOLO PORT423, SUPER ROTARY |
| เครื่องพ่นติดรถ (สำหรับเทศบาลหรือพื้นที่กว้าง) | ถนนหลายสาย ชุมชนหนาแน่น | UM2, UM4, GREENFOG F4 |
| อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล | หน้ากาก ถุงมือ แว่นตา ชุดแขนยาว ตามที่ฉลากแนะนำ | จัดหาตามจำนวนผู้พ่น |
| สารเคมีที่ขึ้นทะเบียนสำหรับงานสาธารณสุข | ใช้ตามอัตราบนฉลาก เลือกสูตรให้ตรงกับเครื่อง | ตั้งงบค่าวัสดุต่อเนื่องทุกปี |
| แบบบันทึกและแผนที่ | บันทึกวันเวลา สถานที่ สาร ปริมาณ ผู้พ่น | ใช้แบบฟอร์มเดียวกันทั้งอำเภอ |
อำเภอไม่จำเป็นต้องให้ทุกหน่วยมีทุกเครื่อง แนวทางที่คุ้มค่ากว่าคือกำหนดว่าเครื่องแต่ละประเภทอยู่ที่ใด ใครเป็นผู้ดูแล และใครยืมใช้ได้อย่างไร เครื่องที่มีบริการหลังการขายดีและมีอะไหล่ จะหมุนเวียนใช้ร่วมกันได้นานกว่า ดูภาพรวมทุกรุ่นได้ที่ ศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ
ในบรรดาเครื่องมือทั้งหมด เครื่องที่ช่องว่างใหญ่ที่สุดของหลายอำเภอคือ "เครื่องพ่นในอาคาร" เพราะงานในห้องเรียน ศาลาวัด โรงพยาบาล และที่ว่าการอำเภอเอง ต้องการละอองที่ละเอียดและควบคุมได้ AIROFOG U240 เป็น เครื่องพ่นละอองฝอย ระบบ ULV ที่ตอบโจทย์นี้ ข้อมูลตามหน้าสินค้าของ WHD มีดังนี้
| หัวข้อ | ข้อมูลตามแคตตาล็อก | ประโยชน์ต่อการใช้ร่วมกันระดับอำเภอ |
|---|---|---|
| แหล่งผลิต | เยอรมนี | แบรนด์ AIROFOG ที่ใช้ในงานควบคุมพาหะ |
| ขนาดละออง | 15–30 ไมครอน | ละอองละเอียด ลอยในอากาศได้นาน เหมาะกับงานในอาคาร |
| สารเคมีที่ใช้ได้ | สูตรน้ำและสูตรน้ำมัน | หน่วยงานต่าง ๆ ที่ซื้อสารต่างสูตรกันยังใช้เครื่องร่วมกันได้ (ตามที่ฉลากอนุญาต) |
| ถังน้ำยา | 5 ลิตร | พ่นได้หลายห้องต่อการเติมหนึ่งครั้ง |
| น้ำหนัก | 3.1 กิโลกรัม | ถือเดินได้สะดวก ขนย้ายระหว่างตำบลด้วยรถเล็กได้ |
| ตัวเครื่อง | ทนไฟและทนรังสี UV | ทนต่อการใช้งานและการเก็บรักษาในสภาพอากาศร้อนของไทย |
จุดที่ทำให้ U240 เหมาะเป็น "เครื่องกลาง" ของอำเภอคือความยืดหยุ่น ใช้ได้ทั้งสารสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน น้ำหนักเบา และละอองละเอียดในช่วงที่เหมาะกับการควบคุมยุงที่บินอยู่ในอาคาร หน่วยงานที่มีเครื่องนี้สามารถให้บริการพ่นในโรงเรียน ศาสนสถาน และอาคารราชการได้โดยไม่ต้องใช้ เครื่องพ่นหมอกควัน ในห้องปิด
ทุกเครื่องที่ WHD จำหน่ายผ่านการตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนส่งมอบ บริษัทมีระบบ ISO และ GMP มีช่างเทคนิค อะไหล่ บริการหลังการขายครบ และเป็นไปตามมาตรฐาน ครุภัณฑ์ราชการ
"ที่ประชุมมอบหมาย (1) สสอ. จัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงและแบบบันทึกการพ่นกลาง ภายใน [วัน] (2) ท้องถิ่นอำเภอรวบรวมทะเบียนเครื่องพ่นที่ใช้งานได้จริงของ อปท. ทุกแห่ง ภายใน [วัน] (3) อปท. ที่ยังไม่มีเครื่องพ่นในอาคาร พิจารณาตั้งงบครุภัณฑ์และสารเคมีในปีงบประมาณถัดไป (4) สถานศึกษาสำรวจลูกน้ำทุกสัปดาห์และแจ้งทีมพ่นเมื่อมีนักเรียนป่วย (5) กำนันผู้ใหญ่บ้านใช้ข้อความประชาสัมพันธ์กลางก่อนการพ่นทุกครั้ง"
มติจะมีความหมายก็ต่อเมื่อกลายเป็นการปฏิบัติ แผนสามช่วงนี้ช่วยให้อำเภอติดตามงานระหว่างการประชุมแต่ละครั้งได้ โดยไม่เพิ่มงานเอกสารมากเกินไป
ทุก อปท. และหน่วยบริการสาธารณสุขตรวจเครื่องพ่นที่มีด้วยตนเอง ทดลองเปิดเครื่อง ตรวจหัวพ่น ดูรอยรั่ว และจดอะไหล่ที่ขาด พร้อมนับสารเคมีคงเหลือ ตรวจวันหมดอายุบนฉลาก และทำรายชื่อผู้ที่ผ่านการอบรม ท้องถิ่นอำเภอรวมข้อมูลเป็นทะเบียนเดียว แสดงรายตำบลว่าเครื่องประเภทใดพร้อมใช้ ประเภทใดรอซ่อม และประเภทใดยังไม่มี
ส่งเครื่องที่ชำรุดซ่อมผ่านผู้จำหน่ายที่มีช่างและอะไหล่ ตำบลที่ยังไม่มีเครื่องพ่นในอาคาร ให้อำเภอจัดคิวยืมเครื่องกลาง เช่น U240 ไปพลางก่อน สสอ. จัดอบรมทบทวนร่วมกันเรื่องการผสมตามฉลาก การตั้งขนาดละออง ช่วงเวลาพ่น และการบันทึก เพื่อให้ทุกทีมใช้มาตรฐานเดียวกัน
อปท. ที่ยังขาดเครื่องหลักจัดทำคำของบประมาณปีถัดไป โดยอ้างอิงทะเบียนระดับอำเภอเป็นหลักฐาน จากนั้นอำเภอจัดซ้อมบนโต๊ะสั้น ๆ สมมติว่ามีรายงานผู้ป่วยไข้เลือดออกหนึ่งราย ให้แต่ละหน่วยอธิบายว่าจะทำอะไรและภายในกรอบเวลาใด จุดที่ยังสับสนให้แก้ในตารางบทบาทก่อนเข้าฤดูระบาด
เมื่อครบ 90 วัน อำเภอจะมีทะเบียนเครื่องที่ตรวจแล้ว มาตรฐานการพ่นร่วมกัน และตารางบทบาทที่ผ่านการซ้อม ซึ่งมีประโยชน์มากกว่าการประชุมที่ยาวขึ้น
ระดับอำเภออาจไม่ได้เป็นผู้ซื้อโดยตรงในทุกกรณี แต่ที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการมีบทบาทสำคัญในการชี้ช่องว่าง และช่วยให้การ จัดซื้อจัดจ้าง เครื่องพ่นยุงราชการ ของแต่ละหน่วยสอดคล้องกัน ข้อแนะนำทั่วไป (ปรับตามระเบียบของแต่ละหน่วย)
ควรให้เจ้าหน้าที่พัสดุของแต่ละหน่วยตรวจสอบร่างคุณลักษณะเฉพาะก่อนประกาศ และเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันตามระเบียบ
(ตัวอย่างเชิงผสมจากลักษณะงานที่พบบ่อย ไม่ใช่คำพูดของบุคคลจริง)
"ตอนแรกคิดว่าทำตารางบทบาทคงเป็นงานเอกสารเพิ่มอีกชิ้น แต่พอได้ใช้จริงในฤดูฝน ต่างกันมาก พอมีผู้ป่วย เราเปิดตารางดูได้เลยว่าเครื่องพ่นในอาคารอยู่ที่ไหน ใครยืมได้ โรงเรียนก็รู้ว่าต้องโทรหาใคร ไม่ต้องมาถามกันวนไปวนมา ส่วนเครื่องพ่นละอองฝอยแบบพกพาที่หมุนเวียนกัน ช่วยได้มาก เพราะห้องเรียนกับศาลาวัดใช้เครื่องพ่นหมอกควันไม่สะดวก ชาวบ้านกลัวควัน"
ตัวอย่างนี้สะท้อนว่า การประชุมที่ดีไม่ได้วัดจากความยาว แต่วัดจากว่าทุกหน่วยเดินออกจากห้องพร้อมรายการงานที่ชัดเจนหรือไม่
ถาม: อำเภอต้องซื้อเครื่องพ่นยุงเองหรือไม่
ตอบ: ขึ้นกับโครงสร้างงบประมาณของแต่ละพื้นที่ โดยทั่วไป อปท. และหน่วยบริการสาธารณสุขเป็นผู้จัดหาครุภัณฑ์ ที่ประชุมระดับอำเภอมีบทบาทชี้ช่องว่างและประสานให้เกิดการใช้ร่วมกัน
ถาม: ทุกตำบลต้องมีเครื่องครบทุกประเภทไหม
ตอบ: ไม่จำเป็น แนวทางที่คุ้มค่ากว่าคือกำหนดชุดเครื่องมือขั้นต่ำ และจัดระบบยืมใช้เครื่องบางประเภทร่วมกันภายในอำเภอ
ถาม: ทำไมต้องมีเครื่องพ่นในอาคารแยกจากเครื่องพ่นหมอกควัน
ตอบ: เครื่องพ่นหมอกควันเหมาะกับพื้นที่เปิด ส่วนห้องเรียน ศาลาวัด และอาคารราชการต้องการละอองละเอียดที่ควบคุมได้ เช่น ระบบ ULV ของ U240
ถาม: U240 ใช้สารเคมีแบบไหนได้
ตอบ: ใช้ได้ทั้งสารสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน โดยต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนและฉลากรองรับวิธีพ่นแบบ ULV และใช้ตามอัตราบนฉลาก
ถาม: เครื่องนี้กำจัดแมลงทุกชนิดได้หรือไม่
ตอบ: เครื่องทำหน้าที่ทำให้น้ำยาเป็นละออง ผลต่อแมลงแต่ละชนิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์และฉลาก ไม่มีเครื่องใดกำจัดแมลงทุกชนิดได้ด้วยตัวเอง ควรเลือกสารให้ตรงกับแมลงเป้าหมาย
ถาม: ควรทบทวนตารางบทบาทบ่อยแค่ไหน
ตอบ: อย่างน้อยก่อนฤดูฝนหนึ่งครั้ง และทบทวนในที่ประชุมประจำเดือนระหว่างฤดูระบาด หรือเมื่อมีการย้ายเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ
ถาม: ขอให้ WHD มาสาธิตในที่ประชุมได้ไหม
ตอบ: ติดต่อ WHD ทางโทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อสอบถามการสาธิตและการอบรม
AIROFOG U240 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV จากเยอรมนี ละออง 15–30 ไมครอน ใช้ได้ทั้งสารสูตรน้ำและน้ำมัน ถัง 5 ลิตร หนัก 3.1 กก.
ดูสินค้าและราคา AIROFOG U240 คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268
#เครื่องพ่นยุง #เครื่องกำจัดยุง #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นหมอกควัน #เครื่องพ่นยุงราชการ #ควบคุมโรค #AIROFOGU240 #หัวหน้าส่วนราชการ #ไข้เลือดออก
คีย์เวิร์ด: เครื่องพ่นยุง, เครื่องกำจัดยุง, เครื่องพ่นหมอกควัน, เครื่องพ่นละอองฝอย, เครื่องพ่นยุงราชการ, ควบคุมโรค, กำจัดแมลงทุกชนิด, ครุภัณฑ์ราชการ, จัดซื้อจัดจ้าง, ยุงลาย, ไข้เลือดออก, ULV, AIROFOG U240, ที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ