Last updated: 25 ก.ย. 2569 | 4 จำนวนผู้เข้าชม |
ทุกครั้งที่รถหรือเจ้าหน้าที่ถือ เครื่องพ่นยุง เข้าชุมชน จะมีเสียงสองแบบเกิดขึ้นพร้อมกัน เสียงหนึ่งบอกว่า "ดีแล้ว ยุงเยอะมาก" อีกเสียงถามว่า "สารเคมีนี้อันตรายไหม ลูกฉันหายใจเข้าไปจะเป็นอะไรหรือเปล่า" ผู้บริหารท้องถิ่นที่เก่งไม่ใช่คนที่ปัดความกังวลนั้นทิ้ง แต่เป็นคนที่ตอบได้อย่างตรงไปตรงมาว่า หน่วยงานเลือกวิธีที่ใช้สารน้อย พ่นเฉพาะจุดที่จำเป็น และปฏิบัติตามฉลากทุกขั้นตอน บทความนี้คือชุดข้อความและแนวปฏิบัติที่ผู้บริหารนำไปใช้ได้ทันที โดยมี เครื่องพ่นละอองฝอย ULV อย่าง MASTER ELECTRIC ULV เป็นเครื่องมือหลักสำหรับงานในอาคาร
(ตัวอย่างสถานการณ์) คุณวรวุฒิเป็นนายกเทศมนตรีตำบลแห่งหนึ่งในภาคกลาง ช่วงต้นฤดูฝนมีผู้ป่วยไข้เลือดออกในเขตเทศบาลสามรายในเวลาไล่เลี่ยกัน ทีมกองสาธารณสุขจึงรีบนำเครื่องพ่นเข้าไปในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนประถมใกล้บ้านผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ตั้งใจดีมาก ถึงขั้นผสมน้ำยา "เข้มกว่าปกตินิดหน่อย" เพราะคิดว่าจะได้ผลดีขึ้น และเริ่มพ่นตอนบ่ายสองโมงเพราะเป็นเวลาที่ทีมว่าง
เย็นวันนั้น ผู้ปกครองคนหนึ่งโพสต์ภาพห้องเรียนที่ยังมีกลิ่นน้ำยาพร้อมข้อความว่า "พ่นยาฆ่ายุงตอนเด็กยังไม่กลับบ้าน ลูกไอทั้งคืน ใครรับผิดชอบ" โพสต์นั้นถูกแชร์ในกลุ่มไลน์ชุมชนหลายสิบกลุ่ม มีคนมาคอมเมนต์ว่า "สารเคมีพวกนี้ก่อมะเร็ง" "ต่อไปไม่ต้องมาพ่นแถวบ้านฉัน" ภายในสองวัน มีครัวเรือนที่ปฏิเสธไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าพ่นรอบบ้าน ทั้งที่บ้านเหล่านั้นอยู่ในรัศมีประมาณ 100 เมตรจากบ้านผู้ป่วยพอดี
สิ่งที่น่าเสียดายคือ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความตั้งใจของทีม และไม่ได้อยู่ที่การพ่นยุงโดยตัวมันเอง แต่อยู่ที่สามเรื่อง คือ การผสมน้ำยาไม่ตรงฉลาก การเลือกเวลาและสถานที่ที่มีเด็กอยู่ และการไม่แจ้งผู้ปกครองล่วงหน้า เมื่อคุณวรวุฒิเรียกประชุม เขาพบว่าหน่วยงานไม่มีแม้แต่ข้อความมาตรฐานที่จะใช้ตอบประชาชนเรื่องสารเคมี ทุกคนตอบกันไปคนละแบบ บางคนบอกว่า "ไม่อันตรายเลยครับ" ซึ่งยิ่งทำให้ผู้ปกครองไม่เชื่อ
เรื่องนี้เป็นภาพสะท้อนของความท้าทายที่ผู้บริหารท้องถิ่นหลายแห่งเจอ งาน ควบคุมโรค ต้องอาศัยความร่วมมือของประชาชน และความร่วมมือนั้นขึ้นอยู่กับความเชื่อใจ ความเชื่อใจจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อหน่วยงาน "ทำถูก" และ "พูดตรง" ไปพร้อมกัน
ฝั่งหนึ่งคือความกลัวโรค ยุงลาย เป็นพาหะของไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และไข้ซิกา ผู้ป่วยไข้เลือดออกมักมีไข้สูงลอยหลายวัน ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ บางรายมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง และระยะที่ไข้เริ่มลดเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังภาวะช็อก กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และหญิงตั้งครรภ์
อีกฝั่งคือความกลัวสารเคมี ผู้ปกครองของเด็กเล็ก ผู้ป่วยโรคหอบหืดหรือภูมิแพ้ ผู้สูงอายุที่นอนติดเตียง คนเลี้ยงผึ้ง คนเลี้ยงปลาในบ่อ และคนที่ปลูกผักกินเองรอบบ้าน ต่างมีเหตุผลของตัวเองที่จะถามว่า "พ่นแล้วจะกระทบฉันไหม" ความกังวลเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ สารกำจัดแมลงทุกชนิดมีความเป็นพิษในระดับหนึ่ง ฉลากของผลิตภัณฑ์จึงระบุวิธีใช้ ข้อควรระวัง และวิธีปฐมพยาบาลไว้เสมอ
หน้าที่ของผู้บริหารจึงไม่ใช่การเลือกข้างใดข้างหนึ่ง แต่เป็นการชั่งน้ำหนักความเสี่ยงอย่างมีเหตุผล และทำให้ประชาชนเห็นว่าหน่วยงานชั่งน้ำหนักนั้นอย่างรอบคอบ
การผสมน้ำยาเข้มเกินฉลากหรือพ่นซ้ำบ่อยเกินความจำเป็น ทำให้สิ้นเปลืองสารเคมีที่ซื้อด้วยงบประมาณของรัฐ และยังเพิ่มโอกาสที่ยุงจะดื้อต่อสาร ซึ่งทำให้รอบถัดไปต้องใช้มากขึ้นอีก การใช้สารอย่างพอดีตามฉลากจึงเป็นทั้งเรื่องความปลอดภัยและเรื่องความคุ้มค่าของเงินภาษีประชาชน
โพสต์เดียวในโซเชียลมีเดียอาจทำให้งานที่ทีมทำมาทั้งปีถูกมองข้าม ประชาชนไม่ได้เห็นว่าทีมลงพื้นที่กี่ครั้ง แต่เห็นภาพห้องเรียนที่มีกลิ่นน้ำยาตอนเด็กยังอยู่ ภาพลักษณ์ของหน่วยงานจึงขึ้นอยู่กับรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น เวลาที่พ่น การแจ้งล่วงหน้า และคำตอบของเจ้าหน้าที่หน้างาน
เมื่อประชาชนไม่ได้รับคำอธิบาย การร้องเรียนมักไปไกลกว่ากองสาธารณสุข อาจไปถึงสภาท้องถิ่น ศูนย์ดำรงธรรม หรือสื่อท้องถิ่น ทำให้ผู้บริหารต้องใช้เวลาไปกับการชี้แจงมากกว่าการแก้ปัญหา
เจ้าหน้าที่ที่ไม่มีข้อความมาตรฐานต้องคิดคำตอบเองทุกครั้ง บางคนตอบดี บางคนตอบพลาด และทุกคนเหนื่อย การมีชุดข้อความกลาง เอกสารแจกประชาชน และขั้นตอนมาตรฐาน จึงช่วยลดภาระทีมได้มาก และทำให้ทุกคนพูดตรงกัน
ทางแก้ที่ 1: หยุดพ่นไปเลยเพื่อตัดปัญหา ฟังดูปลอดภัย แต่ในช่วงที่มีผู้ป่วยในพื้นที่ ยุงลายที่มีเชื้ออาจแพร่โรคต่อไปยังเพื่อนบ้าน การพ่นควบคุมรอบบ้านผู้ป่วยเป็นหนึ่งในมาตรการที่ใช้กันทั่วไปเพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อ การหยุดพ่นทั้งหมดจึงอาจเปลี่ยนความเสี่ยงจากสารเคมีไปเป็นความเสี่ยงจากโรคแทน
ทางแก้ที่ 2: ผสมให้เข้มขึ้นจะได้พ่นน้อยครั้ง เป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด การผสมเกินอัตราบนฉลากไม่ได้ทำให้ได้ผลดีกว่าเสมอไป แต่เพิ่มความเสี่ยงต่อผู้พ่นและผู้อยู่อาศัย เพิ่มกลิ่นตกค้าง และสิ้นเปลืองงบประมาณ
ทางแก้ที่ 3: พ่นเวลาที่ทีมสะดวก ยุงลายออกหากินช่วงกลางวัน โดยเฉพาะเช้าและบ่ายแก่ถึงเย็น การพ่นให้ตรงช่วงที่ยุงออกหากิน และในเวลาที่ไม่มีเด็กหรือผู้ใช้อาคาร ทำให้ได้ผลดีกว่าและลดการสัมผัสของคน
ทางแก้ที่ 4: ใช้เครื่องเก่าที่หยดน้ำยาเป็นหยดใหญ่ เครื่องที่หัวพ่นสึกหรือปรับขนาดละอองไม่ได้ มักปล่อยหยดใหญ่ที่ตกลงพื้นเร็ว เปียกโต๊ะเก้าอี้ ทิ้งคราบและกลิ่น แต่สัมผัสยุงที่บินอยู่ได้น้อย ผลคือใช้สารมากแต่ได้ผลน้อย
ทางแก้ที่ 5: ใช้เครื่องพ่นหมอกควันในห้องเรียน เครื่องพ่นหมอกควัน เป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับงานกลางแจ้ง แต่ควันขาวหนาในอาคารมักทำให้ผู้ปกครองตกใจ และต้องจัดการเรื่องการระบายอากาศมากขึ้น งานในอาคารจึงมักเหมาะกับระบบละอองฝอยแบบเย็นมากกว่า
ทางแก้ที่ 6: ซื้อเครื่องราคาถูกที่ไม่มีมาตรฐานและไม่มีบริการหลังการขาย เมื่อเครื่องรั่วซึมหรือหัวพ่นเสีย ทีมก็ต้องกลับไปใช้วิธีเดิม หรือซ่อมเองจนละอองไม่สม่ำเสมอ
ทางแก้ที่ 7: บอกประชาชนว่า "ไม่อันตรายเลย" คำพูดนี้ตั้งใจให้คนสบายใจ แต่มักได้ผลตรงข้าม เพราะประชาชนรู้ว่าสารที่ฆ่ายุงได้ย่อมต้องมีพิษบางระดับ คำตอบที่ดีกว่าคือการอธิบายว่าหน่วยงานควบคุมความเสี่ยงอย่างไร
ลองนึกภาพสองแบบ แบบแรกคือการฉีดน้ำยาจนพื้น ผนัง และโต๊ะเปียกชุ่ม น้ำยาส่วนใหญ่ไปอยู่บนพื้นผิวที่ยุงอาจไม่ได้เกาะ แบบที่สองคือการทำให้น้ำยาปริมาณน้อยแตกเป็นละอองเล็กมากจำนวนมหาศาล ละอองลอยอยู่ในอากาศได้ระยะหนึ่งและกระจายไปตามช่องว่างของห้อง เมื่อยุงบินผ่านจะสัมผัสละอองเหล่านั้น นี่คือแนวคิดของ ULV
เพราะเป้าหมายคือ "ยุงที่บินอยู่ในอากาศ" ไม่ใช่ "พื้นผิวทุกตารางนิ้ว" ระบบ ULV จึงใช้ปริมาณน้ำยาต่อพื้นที่น้อยกว่าการพ่นแบบเปียกชุ่ม และเมื่อใช้ขนาดละอองที่เหมาะสม ละอองจะไม่ตกลงพื้นเร็วเกินไป ส่วนที่ตกค้างบนพื้นผิวก็น้อยลงตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ต้องพูดให้ชัดว่า "ใช้น้อยกว่า" ไม่ได้แปลว่า "ไม่มีความเสี่ยง" ปริมาณที่ถูกต้องยังคงกำหนดโดยฉลากของผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ และความปลอดภัยยังขึ้นอยู่กับการปฏิบัติของทีม เช่น การปิดประตูหน้าต่างตามคำแนะนำ การให้ผู้ใช้อาคารออกจากพื้นที่ การรอเวลาตามที่ฉลากกำหนดก่อนกลับเข้าห้อง และการระบายอากาศหลังพ่น
ข้อดีอีกข้อที่ผู้บริหารควรรู้ คือระบบ ULV ที่ปรับขนาดละอองได้ ช่วยให้ทีมตั้งค่าให้เหมาะกับงาน ห้องเล็กที่มีเฟอร์นิเจอร์มากกับโถงโล่งขนาดใหญ่ต้องการการตั้งค่าที่ต่างกัน การมีเครื่องที่ปรับได้จึงเป็นเครื่องมือของการ "พ่นอย่างมีหลัก" ไม่ใช่ "พ่นให้มากไว้ก่อน"
ข้อความสั้นที่ผู้บริหารใช้อธิบายประชาชนได้คือ "เราใช้ระบบที่ทำให้น้ำยาปริมาณน้อยกลายเป็นละอองเล็กมาก เพื่อให้สัมผัสยุงที่บินอยู่ ใช้ตามปริมาณที่ฉลากกำหนด และพ่นเฉพาะเวลาและสถานที่ที่จำเป็น"
MASTER ELECTRIC ULV Fogger เป็น เครื่องพ่นละอองฝอย ระบบ ULV แบบไฟฟ้าที่ WHD จัดจำหน่าย ข้อมูลหลักตามหน้าสินค้าของ WHD มีดังนี้
| หัวข้อ | ข้อมูลตามแคตตาล็อก | ความหมายต่อหน่วยงาน |
|---|---|---|
| ระบบการพ่น | ULV ละอองฝอย | ใช้น้ำยาปริมาณน้อยต่อพื้นที่ เหมาะกับงานในอาคาร |
| กำลังมอเตอร์ | 1,400 วัตต์ | มีแรงพอสำหรับงานห้องเรียน สำนักงาน และโถงอาคาร |
| ถังน้ำยา | 4.5 ลิตร | เติมครั้งเดียวทำงานได้หลายห้อง ลดการเปิดถังเติมบ่อย |
| ขนาดอนุภาค | ปรับได้ | ตั้งค่าให้เหมาะกับห้องและผลิตภัณฑ์ พ่นอย่างมีหลัก |
| มาตรฐาน | CE และ ETL | มีเอกสารอ้างอิงมาตรฐานประกอบการพิจารณาจัดซื้อ |
| พื้นที่ใช้งานที่แนะนำ | สำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล โรงงาน | ตรงกับงานในอาคารของ อปท. และหน่วยงานสาธารณสุข |
สำหรับงานที่ประชาชนกังวลเรื่องสารเคมีเป็นพิเศษ เช่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ห้องเรียน ห้องประชุม และอาคารสำนักงาน จุดเด่นที่ผู้บริหารนำไปสื่อสารได้คือ เป็นเครื่องไฟฟ้าที่ไม่มีไอเสียจากเครื่องยนต์ ละอองไม่เป็นควันขาวหนาที่ทำให้คนตกใจ ปรับขนาดอนุภาคได้ และใช้น้ำยาในระบบ ULV ที่ใช้ปริมาณน้อยต่อพื้นที่ ทั้งหมดนี้ต้องใช้คู่กับผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับการใช้ในอาคารและขึ้นทะเบียนถูกต้อง ตามที่ฉลากกำหนด
ในภาพรวม MASTER ELECTRIC ULV ไม่ได้มาแทน เครื่องพ่นหมอกควัน หรือเครื่องติดรถสำหรับงานกลางแจ้ง แต่ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือเฉพาะสำหรับงานในอาคารที่ต้องการความละเอียดและภาพลักษณ์ที่ดีต่อประชาชน หน่วยงานที่มีงานกลางแจ้งด้วยสามารถดูรุ่นอื่นได้ที่ ศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ
ทุกเครื่องที่จำหน่ายโดย WHD ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนส่งมอบ บริษัทมีระบบ ISO และ GMP มีช่างเทคนิค อะไหล่ และบริการหลังการขายครบ และสินค้าเป็นไปตามมาตรฐาน ครุภัณฑ์ราชการ
การสื่อสารที่ดีไม่ได้เริ่มหลังมีคนร้องเรียน แต่เริ่มก่อนเครื่องพ่นออกจากโกดัง ชุดข้อความด้านล่างออกแบบให้ผู้บริหารส่งต่อให้ทีมประชาสัมพันธ์ ครู และ อสม. ใช้ได้เลย ปรับชื่อสถานที่และวันเวลาตามจริง
"เรียนผู้ปกครองและประชาชน เทศบาลจะดำเนินการพ่นควบคุมยุงลายภายในอาคาร [ชื่อสถานที่] วันที่ [...] เวลา [...] หลังเลิกเรียนหรือเลิกงาน เพื่อลดความเสี่ยงไข้เลือดออก เราใช้ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง ผสมตามอัตราบนฉลาก และใช้ระบบละอองฝอย ULV ที่ใช้น้ำยาปริมาณน้อย ขอความร่วมมือเก็บภาชนะใส่อาหาร น้ำดื่ม ของเล่นเด็ก และปิดตู้ปลาหรือนำสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่ ท่านที่มีโรคหอบหืดหรือภูมิแพ้ แจ้งเจ้าหน้าที่ได้ที่ [เบอร์โทร/LINE]"
"ตอนนี้เรากำลังพ่นในห้องนี้ ขอให้ทุกคนอยู่ห่างจากพื้นที่ก่อนนะครับ ปิดประตูไว้ตามเวลาที่ฉลากแนะนำ แล้วเราจะเปิดระบายอากาศก่อนให้กลับเข้าใช้ ถ้ามีข้อสงสัยเรื่องน้ำยา ดูชื่อผลิตภัณฑ์และฉลากได้ที่นี่ครับ"
"เทศบาลดำเนินการพ่นควบคุมยุงลายที่ [ชื่อสถานที่] เรียบร้อยแล้ว เปิดระบายอากาศตามขั้นตอน สามารถใช้อาคารได้ตามปกติตั้งแต่ [เวลา] การพ่นช่วยลดยุงตัวเต็มวัยในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ลูกน้ำยุงลายยังเกิดใหม่ได้จากภาชนะขังน้ำ ขอความร่วมมือทุกบ้านทำ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค คือ เก็บบ้าน เก็บขยะ เก็บน้ำ อย่างต่อเนื่อง"
| หลีกเลี่ยง | ใช้แทน |
|---|---|
| "ปลอดภัย 100% ไม่มีอันตรายเลย" | "เราใช้ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียน ตามอัตราบนฉลาก และมีขั้นตอนลดการสัมผัสของประชาชน" |
| "กลิ่นแค่นี้เอง ไม่เป็นไรหรอก" | "ขอบคุณที่แจ้งครับ เราจะเปิดระบายอากาศเพิ่ม และบันทึกไว้เพื่อปรับการพ่นครั้งต่อไป" |
| "พ่นแล้วยุงหมดแน่นอน" | "การพ่นช่วยลดยุงตัวเต็มวัยที่อาจมีเชื้อ ต้องทำควบคู่กับการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์" |
| "ไม่รู้ครับ ถามหัวหน้าเอง" | "ชื่อผลิตภัณฑ์คือ [...] ดูฉลากได้ และติดต่อกองสาธารณสุขได้ที่ [...]" |
| "ถ้าไม่ให้พ่นก็แล้วแต่" | "เราเคารพการตัดสินใจ ขอแนะนำทางเลือกอื่น เช่น การกำจัดแหล่งน้ำขังและใช้มุ้ง และขอบันทึกไว้ในรายงาน" |
หมายเหตุสำหรับทีมวิชาการ: การพ่นสารเคมีเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของการควบคุมพาหะแบบผสมผสาน ควรใช้ร่วมกับการสำรวจและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำ การเฝ้าระวังผู้ป่วย และการสื่อสารความเสี่ยง ตามแนวทางของกรมควบคุมโรค
หลายหน่วยงานมองการ จัดซื้อจัดจ้าง เครื่องพ่นยุงราชการ เป็นเรื่องของราคาและจำนวนเครื่องเท่านั้น แต่ถ้าผู้บริหารต้องการลดความกังวลของประชาชนในระยะยาว ควรใส่ประเด็นด้านความปลอดภัยและการใช้งานอย่างถูกต้องไว้ในร่างคุณลักษณะเฉพาะตั้งแต่แรก ตัวอย่างประเด็นที่ควรพิจารณา (ปรับตามระเบียบและดุลยพินิจของหน่วยงาน)
ข้อสำคัญ: ร่างคุณลักษณะเฉพาะควรเขียนตามความต้องการใช้งานจริง และเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันตามระเบียบ ผู้บริหารควรให้เจ้าหน้าที่พัสดุตรวจสอบรายละเอียดก่อนประกาศทุกครั้ง
(ตัวอย่างเชิงผสมจากลักษณะงานที่พบบ่อย ไม่ใช่คำพูดของบุคคลจริง)
"สมัยก่อนเราพ่นแล้วโดนต่อว่าเกือบทุกรอบ พอเปลี่ยนมาแจ้งผู้ปกครองล่วงหน้าหนึ่งวัน พ่นหลังเลิกเรียน และให้ครูช่วยส่งข้อความในกลุ่มห้อง ผู้ปกครองถามน้อยลงเยอะ ที่สำคัญคือเราหยุดพูดว่าไม่อันตรายเลย แต่บอกว่าใช้ตามฉลาก และเปิดให้ดูชื่อผลิตภัณฑ์ได้ คนกลับเชื่อเรามากขึ้น เครื่องที่ปรับละอองได้ก็ช่วยเยอะ ห้องไม่เปียก ไม่มีคราบบนโต๊ะเด็ก เวลาครูเข้ามาตอนเช้าก็ไม่มีอะไรให้ตกใจ"
ตัวอย่างนี้สะท้อนว่า เครื่องมือที่ดีกับการสื่อสารที่ดีต้องมาคู่กัน เครื่องพ่นที่ดีที่สุดก็ยังสร้างเรื่องร้องเรียนได้ถ้าพ่นผิดเวลาและไม่บอกใคร ส่วนการสื่อสารที่ดีที่สุดก็ไปต่อไม่ได้ถ้าเครื่องหยดน้ำยาเลอะทั้งห้อง
ถาม: เครื่องพ่นละอองฝอย ULV ปลอดภัย 100% หรือไม่
ตอบ: ไม่มีวิธีพ่นสารกำจัดแมลงวิธีใดที่ควรเรียกว่าปลอดภัย 100% สิ่งที่ระบบ ULV ช่วยได้คือใช้น้ำยาปริมาณน้อยต่อพื้นที่และควบคุมขนาดละอองได้ ความปลอดภัยยังขึ้นอยู่กับการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียน การใช้ตามฉลาก และขั้นตอนของทีม
ถาม: ต้องให้ประชาชนออกจากบ้านหรือห้องนานเท่าไร
ตอบ: ขึ้นกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ให้ยึดระยะเวลาที่ระบุบนฉลาก แล้วเปิดระบายอากาศก่อนกลับเข้าใช้ ไม่ควรกำหนดตัวเลขเองโดยไม่ดูฉลาก
ถาม: ทำไมไม่ใช้เครื่องพ่นหมอกควันในห้องเรียน
ตอบ: เครื่องพ่นหมอกควันเหมาะกับงานกลางแจ้งและพื้นที่เปิด ในอาคารปิด ควันขาวหนามักทำให้ผู้ใช้อาคารกังวล ระบบละอองฝอยแบบเย็นอย่าง MASTER ELECTRIC ULV จึงมักเหมาะกับงานในอาคารมากกว่า
ถาม: ถ้ามีบ้านที่ไม่ยอมให้พ่นรอบบ้าน ควรทำอย่างไร
ตอบ: เคารพการตัดสินใจ อธิบายเหตุผลด้วยข้อความมาตรฐาน เสนอทางเลือก เช่น ช่วยกำจัดแหล่งน้ำขัง ใช้มุ้ง และบันทึกไว้ในรายงาน อาจขอให้ อสม. หรือผู้นำชุมชนที่ครัวเรือนนั้นไว้ใจช่วยพูดคุยอีกครั้ง
ถาม: เครื่องนี้กำจัดแมลงทุกชนิดได้หรือไม่
ตอบ: ผลต่อแมลงแต่ละชนิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้และฉลากที่ระบุ เครื่องทำหน้าที่ทำให้น้ำยาเป็นละออง ไม่มีเครื่องใดอ้างได้ว่ากำจัดแมลงทุกชนิดด้วยตัวเอง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับแมลงเป้าหมาย
ถาม: พ่นแล้วทำไมยังมียุง
ตอบ: การพ่นช่วยลดยุงตัวเต็มวัยในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ลูกน้ำในภาชนะขังน้ำจะเจริญเป็นยุงรุ่นใหม่ได้ การพ่นจึงต้องทำคู่กับมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค และการสำรวจลูกน้ำอย่างต่อเนื่อง
ถาม: ขอดูตัวเครื่องและทดลองก่อนจัดซื้อได้ไหม
ตอบ: ติดต่อ WHD ทางโทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อขอสเปก ใบเสนอราคา และนัดสาธิตการใช้งาน
ดูรายละเอียด MASTER ELECTRIC ULV เครื่องพ่นละอองฝอยระบบ ULV แบบไฟฟ้า 1,400 วัตต์ ถัง 4.5 ลิตร ปรับขนาดอนุภาคได้ มาตรฐาน CE และ ETL
ดูสินค้าและราคา MASTER ELECTRIC ULV คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268
#เครื่องพ่นยุง #เครื่องกำจัดยุง #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นหมอกควัน #เครื่องพ่นยุงราชการ #ควบคุมโรค #ULV #MASTERELECTRICULV #สื่อสารความเสี่ยง
คีย์เวิร์ด: เครื่องพ่นยุง, เครื่องกำจัดยุง, เครื่องพ่นหมอกควัน, เครื่องพ่นละอองฝอย, เครื่องพ่นยุงราชการ, ควบคุมโรค, กำจัดแมลงทุกชนิด, ครุภัณฑ์ราชการ, จัดซื้อจัดจ้าง, ยุงลาย, ไข้เลือดออก, ULV, MASTER ELECTRIC ULV, สื่อสารความเสี่ยงสารเคมี