เครื่องพ่นยุงสำหรับชุมชนใกล้ป่าพรุและพื้นที่ชุ่มน้ำ: ยุงชุกชุมแต่ต้องรักษาระบบนิเวศ พ่นเฉพาะแนวชุมชนด้วย AIROFOG UM4 ไม่พ่นลงแหล่งน้ำ

Last updated: 24 ก.ย. 2569  |  0 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการพ่นยุง

เครื่องพ่นยุงสำหรับชุมชนใกล้ป่าพรุและพื้นที่ชุ่มน้ำ: ยุงชุกชุมแต่ต้องรักษาระบบนิเวศ พ่นเฉพาะแนวชุมชนด้วย AIROFOG UM4 ไม่พ่นลงแหล่งน้ำ

หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ริมป่าพรุ หนองน้ำ บึง หรือทุ่งน้ำท่วมถึง ต้องอยู่กับยุงมากกว่าชุมชนทั่วไปหลายเท่า แต่ในเวลาเดียวกัน พื้นที่ชุ่มน้ำเหล่านี้ก็เป็นแหล่งอาหาร แหล่งประมง แหล่งน้ำ และบ้านของสัตว์ป่าจำนวนมาก บทความนี้เขียนให้ผู้บริหาร อปท. นักวิชาการสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ รพ.สต. และผู้นำชุมชน เห็นวิธีคิดที่สมดุล คือปกป้องคนในแนวบ้านเรือนอย่างจริงจัง โดยไม่ทำลายแหล่งน้ำที่ชุมชนพึ่งพา และเหตุผลที่เครื่องพ่นละอองฝอยติดหลังรถกระบะ 4 หัวที่ควบคุมแต่ละหัวได้อิสระอย่าง AIROFOG UM4 เหมาะกับโจทย์นี้

สรุปใน 1 นาที

  • ปัญหา: ชุมชนริมป่าพรุและพื้นที่ชุ่มน้ำมียุงชุกชุมเกือบทั้งปี ทั้งยุงลายในภาชนะรอบบ้าน และยุงกลุ่มที่เพาะพันธุ์ในหนองบึง ประชาชนร้องเรียน เด็กและผู้สูงอายุถูกกัดจนนอนไม่หลับ และมีความเสี่ยงโรคที่มียุงเป็นพาหะ
  • กับดักที่ต้องเลี่ยง: การพ่นสารเคมีลงป่าพรุ หนองน้ำ หรือคลองโดยตรง ไม่ได้ทำให้ยุงหมดไป เพราะแหล่งเพาะพันธุ์กว้างเกินควบคุม แต่กลับเสี่ยงกระทบปลา กุ้ง กบ แมลงผสมเกสร ผึ้งและชันโรง รวมถึงแหล่งน้ำที่ชาวบ้านใช้
  • หลักคิดที่ถูก: สร้าง "แนวป้องกันรอบชุมชน" คือพ่นเฉพาะถนน ซอย ลานบ้าน และพุ่มไม้ในเขตที่อยู่อาศัย เลือกช่วงเวลาและทิศลมให้ละอองลอยออกจากแหล่งน้ำ ควบคู่กับมาตรการ 3 เก็บ และการป้องกันตนเอง
  • ทำไมต้อง UM4: เป็นเครื่องพ่นละอองฝอย ULV ติดหลังรถกระบะ มี 4 หัวพ่นที่ควบคุมได้อิสระแต่ละหัว เครื่องยนต์ 18 แรงม้า ผู้ผลิตระบุมาตรฐาน ISO 9001 และการรับรองจาก WHO ตามข้อมูลบนหน้าสินค้าของ WHD จึงเปิดเฉพาะหัวที่หันเข้าหาบ้านเรือน และปิดหัวที่หันเข้าหาแหล่งน้ำได้
  • ขั้นตอนถัดไป: โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ขอใบเสนอราคาและสเปก ขอสาธิตและอบรม แล้วตั้งงบจัดซื้อตามระเบียบ

คืนที่ยุงบินเป็นกลุ่มควัน และคำถามจากชาวประมงริมพรุ (ตัวอย่างสถานการณ์)

คุณนูรีดา เป็นนักวิชาการสาธารณสุขขององค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งในภาคใต้ ตำบลของเธอมีหมู่บ้านเรียงรายตามถนนสายหลักที่ตัดผ่านขอบป่าพรุ ด้านหนึ่งของถนนเป็นบ้านเรือน สวนยาง สวนผลไม้ และโรงเรียน อีกด้านหนึ่งเป็นแนวต้นเสม็ด ต้นหมากแดง และผืนน้ำสีชาที่ทอดยาวเข้าไปในป่าพรุ ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยหาปลา หาผักกูด เก็บน้ำผึ้งชันโรง และตัดใบเตยปาหนันจากป่าพรุมาทำเครื่องจักสาน ป่าพรุจึงไม่ใช่แค่ธรรมชาติ แต่เป็นรายได้และวิถีชีวิตของคนทั้งตำบล

ช่วงปลายฤดูฝน น้ำในพรุเอ่อขึ้นสูง ยุงเพิ่มขึ้นจนชาวบ้านบอกว่าตอนพลบค่ำ "ยุงบินเป็นกลุ่มเหมือนควัน" แม่ที่มีลูกเล็กต้องจุดยากันยุงทั้งคืน ผู้สูงอายุนั่งหน้าบ้านไม่ได้ เด็กนักเรียนมีรอยยุงกัดเต็มแขนขา ครูที่โรงเรียนประจำตำบลส่งข้อความมาถามว่าจะมีการพ่นยุงเมื่อไร และในกลุ่มไลน์หมู่บ้านก็มีคนแชร์ภาพลูกที่ขาบวมแดงจากการเกา พร้อมข้อความว่า "อบต. ทำอะไรอยู่"

ปีก่อน ทีมงานเคยใช้เครื่องพ่นหมอกควันแบบถือเดินพ่นตามถนนและพ่นลึกเข้าไปในแนวป่าเพื่อ "ให้ถึงแหล่งยุง" ผลคือยุงลดลงเพียงสองสามคืนแล้วกลับมาเท่าเดิม แต่สิ่งที่ตามมาคือเสียงบ่นจากชาวประมงว่าพบปลาตายลอยในคูน้ำใกล้จุดที่พ่น ผู้เลี้ยงชันโรงบอกว่าผึ้งในรังลดลงผิดปกติ และมีกลุ่มอนุรักษ์ในจังหวัดโพสต์ตั้งคำถามถึงการใช้สารเคมีใกล้พื้นที่ชุ่มน้ำ แม้ยังพิสูจน์ไม่ได้ชัดว่าสาเหตุมาจากการพ่นทั้งหมด แต่ภาพลักษณ์ของ อบต. ก็เสียหายไปแล้ว

ปีนี้คุณนูรีดาต้องเสนอแผนต่อนายก อบต. ใหม่ทั้งหมด โจทย์ของเธอชัดเจนว่า "ต้องลดยุงในเขตบ้านเรือนให้ได้จริง แต่ห้ามให้สารเคมีลงไปในพรุอีก" เธอจึงเริ่มหาข้อมูลว่าเครื่องพ่นยุงแบบไหน วิธีพ่นแบบใด และช่วงเวลาใด ที่จะทำให้ละอองสารเคมีอยู่ในแนวชุมชนเท่านั้น

เจาะลึกความเจ็บปวดของชุมชนริมป่าพรุและพื้นที่ชุ่มน้ำ

1. ด้านสุขภาพ: ยุงหลายชนิด ความเสี่ยงหลายโรค

ชุมชนริมพื้นที่ชุ่มน้ำไม่ได้เจอยุงเพียงชนิดเดียว รอบบ้านเรือนยังมียุงลายที่เพาะพันธุ์ในโอ่ง ถังน้ำ ยางรถยนต์เก่า กะลา และจานรองกระถาง ซึ่งเป็นพาหะของไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และซิกา ส่วนในหนองบึงและป่าพรุมียุงกลุ่มที่ชอบน้ำนิ่งและพืชน้ำ เช่น ยุงเสือ (Mansonia) ซึ่งลูกน้ำเกาะรากพืชน้ำเพื่อหายใจ และในอดีตมีรายงานว่าเป็นพาหะของโรคเท้าช้างบางชนิดในพื้นที่ภาคใต้ ขณะที่ยุงรำคาญและยุงก้นปล่องบางชนิดก็พบได้ในพื้นที่ชื้นและใกล้ป่า โดยยุงก้นปล่องเป็นพาหะของมาลาเรีย ชนิดยุงและความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่ต่างกัน จึงควรอาศัยข้อมูลการสำรวจของหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ประกอบเสมอ

กลุ่มเปราะบางคือเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว ไข้เลือดออกเริ่มจากไข้สูงลอย ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อ และอาจเข้าสู่ภาวะช็อกในช่วงไข้ลด ชิคุนกุนยาทำให้ปวดข้อรุนแรงนานหลายสัปดาห์ ส่วนซิกามีความสำคัญเป็นพิเศษกับหญิงตั้งครรภ์ นอกจากโรคแล้ว การถูกยุงกัดจำนวนมากทุกคืนยังทำให้เด็กเกาจนแผลติดเชื้อ นอนไม่พอ และส่งผลต่อการเรียน

2. ด้านงบประมาณ: พ่นมากแต่ได้ผลน้อย

หลายพื้นที่ใช้วิธี "พ่นให้หนัก" โดยพ่นทั้งถนน ทั้งขอบป่า และลึกเข้าไปในพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งสิ้นเปลืองสารเคมี น้ำมัน และแรงงานอย่างมาก แต่ผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นาน เพราะแหล่งเพาะพันธุ์ในพรุกว้างใหญ่เกินกว่าจะควบคุมได้ด้วยการพ่นละอองฝอย ยุงรุ่นใหม่จะบินเข้าหมู่บ้านทุกคืน งบที่ใช้ไปจึงเหมือนเทน้ำลงทราย และเมื่อสิ้นปีงบประมาณ ผู้บริหารก็ตอบคำถามสภาได้ยากว่าเงินที่ใช้ไปได้ผลอะไร

3. ด้านสิ่งแวดล้อมและอาชีพ: แหล่งน้ำคือปากท้อง

สารเคมีกำจัดยุงที่ใช้ในงานสาธารณสุขจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มไพรีทรอยด์ มีความเป็นพิษสูงต่อปลาและสัตว์น้ำ และเป็นอันตรายต่อผึ้ง หากละอองลอยลงผิวน้ำหรือตกลงบนดอกไม้ที่ผึ้งกำลังหาอาหาร ผลกระทบจะตกกับคนหาปลา คนเลี้ยงชันโรง และเกษตรกรที่อาศัยแมลงผสมเกสร นอกจากนี้ พื้นที่ชุ่มน้ำหลายแห่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ มีสัตว์หายากหรือนกอพยพ การทำงานที่ไม่ระวังอาจขัดกับแนวทางของหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ป่าหรือทรัพยากรธรรมชาติ

4. ด้านภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น

ชุมชนริมพื้นที่ชุ่มน้ำมักมีทั้งกลุ่มที่อยากให้ "พ่นเยอะ ๆ" และกลุ่มที่กังวลเรื่องสารเคมี หน่วยงานจึงอยู่ตรงกลางแรงกดดันสองทาง ถ้าไม่พ่นก็ถูกว่าเพิกเฉย ถ้าพ่นแล้วปลาตายก็ถูกว่าทำลายธรรมชาติ ภาพเพียงภาพเดียวในโซเชียลมีเดีย เช่น รถพ่นควันขาวหนาทึบเหนือคลอง หรือปลาลอยตายหลังคืนที่พ่น สามารถลบความพยายามทั้งปีของทีมงานได้ทันที

5. ด้านภาระงานของเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่ อปท. และ รพ.สต. ในพื้นที่ชนบทมีจำนวนจำกัด การเดินสะพายเครื่องพ่นไปตามถนนยาวหลายกิโลเมตรในความชื้นสูงช่วงค่ำ พร้อมยุงรุมกัด ทำให้เหนื่อยล้าและเสี่ยงอุบัติเหตุ หากต้องพ่นซ้ำบ่อยเพราะวิธีไม่ถูก งานก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ในขณะที่ยังมีงานสำรวจลูกน้ำ งานรณรงค์ และงานสอบสวนโรคที่ต้องทำไปพร้อมกัน

ทำไมวิธีเดิม ๆ จึงไม่ได้ผลในพื้นที่ชุ่มน้ำ

  • พยายามพ่นให้ถึงแหล่งเพาะพันธุ์ในพรุ: การพ่นละอองฝอยหรือหมอกควันออกแบบมาเพื่อกำจัดยุงตัวเต็มวัยที่บินอยู่ในอากาศ ไม่ใช่เพื่อกำจัดลูกน้ำใต้ผิวน้ำที่เกาะรากพืช การพ่นลึกเข้าไปในพรุจึงแทบไม่ลดยุงรุ่นถัดไป แต่เพิ่มความเสี่ยงต่อสัตว์น้ำ
  • ใช้เครื่องที่ควบคุมทิศทางไม่ได้: เครื่องที่พ่นออกทุกด้านพร้อมกัน หรือพ่นหมอกควันหนาที่ลอยไปตามลม ทำให้ควบคุมไม่ได้ว่าละอองจะไปตกที่ใด โดยเฉพาะบนถนนที่ด้านหนึ่งเป็นบ้าน อีกด้านเป็นคลองหรือพรุ
  • ขนาดละอองไม่เหมาะสม: ละอองหยาบตกลงพื้นและผิวน้ำเร็ว สิ้นเปลืองสารเคมีและปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม ส่วนละอองที่ละเอียดเกินไปในลมแรงก็ลอยไปไกลเกินแนวชุมชน การพ่นแบบ ULV ที่ได้มาตรฐานจึงต้องใช้เครื่องที่ปรับและควบคุมได้
  • พ่นผิดเวลาและไม่ดูลม: การพ่นช่วงกลางวันแดดจัดหรือช่วงที่ลมพัดจากหมู่บ้านเข้าหาแหล่งน้ำ ทำให้ละอองระเหยเร็วหรือถูกพัดลงน้ำโดยตรง
  • เครื่องเก่า เสียบ่อย ไม่มีอะไหล่: เครื่องพ่นยุงราชการที่ซื้อจากผู้ขายที่ไม่มีบริการหลังการขาย เมื่อหัวพ่นหรือปั๊มมีปัญหา อัตราการไหลของสารเคมีเพี้ยน ทำให้บางช่วงพ่นเกินขนาด บางช่วงพ่นไม่ถึง
  • ไม่มีมาตรการควบคู่: การพ่นเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ในเขตบ้าน การใช้มุ้ง มุ้งลวด และการสื่อสารกับชุมชน ทำให้ผลลัพธ์ไม่ยั่งยืน

หลักคิดใหม่: สร้าง "แนวป้องกันรอบชุมชน" แทนการไล่พ่นทั้งพรุ

แนวคิดที่ใช้ได้จริงในพื้นที่ชุ่มน้ำคือยอมรับว่าเราไม่สามารถ และไม่ควร กำจัดยุงทั้งป่าพรุ สิ่งที่ทำได้และควรทำคือปกป้องพื้นที่ที่คนอยู่อาศัย ให้ยุงที่บินเข้ามาในเขตบ้านเรือนลดลงมากที่สุดในช่วงเวลาที่คนเสี่ยงถูกกัด เราเรียกพื้นที่นี้ว่า "แนวป้องกันรอบชุมชน" ซึ่งประกอบด้วยสามชั้น

ชั้นพื้นที่สิ่งที่ทำ
ชั้นในในบ้านและรอบบ้าน3 เก็บ ปิดฝาโอ่ง เปลี่ยนน้ำแจกัน ติดมุ้งลวด นอนในมุ้ง ใช้ยาทากันยุง
ชั้นกลางถนน ซอย ลานบ้าน โรงเรียน มัสยิด วัด ตลาดพ่นละอองฝอย ULV จากรถตามเส้นทางในเขตชุมชน เปิดเฉพาะหัวที่หันเข้าหาบ้าน
ชั้นนอกขอบป่าพรุ คลอง หนองน้ำไม่พ่นสารเคมี เว้นเป็นเขตกันชน ดูแลโดยวิธีทางธรรมชาติและการจัดการสิ่งแวดล้อมตามคำแนะนำของหน่วยงานวิชาการ

เมื่อวางแผนแบบนี้ บทบาทของเครื่องพ่นยุงจะชัดขึ้นทันที คือเป็นเครื่องมือของ "ชั้นกลาง" ที่ต้องพ่นได้ครอบคลุมเส้นทางยาว รวดเร็วในช่วงเวลาสั้นที่ยุงออกหากิน และควบคุมทิศทางได้ละเอียด เพื่อไม่ให้ละอองข้ามไปยังชั้นนอก นี่คือเหตุผลที่เครื่องพ่นละอองฝอยติดรถแบบหลายหัวที่ควบคุมแยกหัวได้ มีข้อได้เปรียบชัดเจนในพื้นที่แบบนี้

ทางออก: เครื่องพ่นละอองฝอยติดหลังรถกระบะ 4 หัว AIROFOG UM4

AIROFOG UM4 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume คือการพ่นสารเคมีปริมาณน้อยให้แตกเป็นละอองเล็กมากลอยค้างในอากาศเพื่อสัมผัสตัวยุง) สำหรับติดตั้งบนกระบะรถ ออกแบบมาเพื่องานควบคุมยุงและแมลงในพื้นที่กว้าง ข้อมูลหลักตามหน้าสินค้าของ World Health Disinfection มีดังนี้

รายการรายละเอียด
ประเภทเครื่องพ่นละอองฝอย ULV ติดหลังรถกระบะ
หัวพ่น4 หัว ควบคุมแยกกันได้อิสระแต่ละหัว
เครื่องยนต์18 แรงม้า
มาตรฐานISO 9001 และการรับรองจาก WHO ตามที่ระบุบนหน้าสินค้าของ WHD
บริการWHD ได้รับ ISO และ GMP ตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนส่งมอบ มีบริการหลังการขาย ช่างเทคนิค และอะไหล่ ตรงตามมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ

ทำไม UM4 จึงเข้ากับโจทย์ "พ่นเฉพาะแนวชุมชน"

หัวใจอยู่ที่หัวพ่น 4 หัวที่ควบคุมแยกกันได้ เมื่อรถวิ่งบนถนนที่ด้านซ้ายเป็นบ้านเรือนและด้านขวาเป็นคลองหรือขอบพรุ ผู้ควบคุมสามารถเปิดเฉพาะหัวพ่นที่หันไปทางบ้านเรือน และปิดหัวที่หันไปทางแหล่งน้ำ เมื่อเลี้ยวเข้าซอยที่มีบ้านทั้งสองฝั่งก็เปิดครบทุกหัว และเมื่อผ่านสะพานข้ามคลองก็ปิดทั้งหมดชั่วคราว ความยืดหยุ่นนี้ทำให้ทีมงานไม่ต้องเลือกระหว่าง "พ่นทุกอย่าง" กับ "ไม่พ่นเลย" อีกต่อไป

การติดตั้งบนรถกระบะช่วยให้ครอบคลุมเส้นทางยาวในเวลาสั้น ชุมชนริมพรุมักเป็นหมู่บ้านที่เรียงยาวตามถนน ระยะทางรวมหลายกิโลเมตร การเดินพ่นใช้เวลานานจนเลยช่วงที่ยุงออกหากิน แต่รถที่วิ่งช้าอย่างสม่ำเสมอสามารถพ่นทั้งเส้นทางได้ในหน้าต่างเวลาช่วงเย็นหรือเช้าตรู่ที่เหมาะสม เครื่องยนต์ 18 แรงม้าให้กำลังรองรับการทำงานต่อเนื่องในรอบพ่นยาว

ระบบ ULV ใช้สารเคมีน้อยเมื่อเทียบกับการพ่นแบบละอองหยาบ เมื่อควบคุมอัตราการไหลและความเร็วรถให้ถูกต้องตามฉลากสารเคมีและคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข จะช่วยลดปริมาณสารที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อม ซึ่งสำคัญมากสำหรับชุมชนที่อยู่ติดแหล่งน้ำ

มาตรฐานและบริการหลังการขาย ทำให้มั่นใจได้ว่าหัวพ่นและระบบจ่ายสารทำงานตรงตามค่าที่ตั้งไว้ เมื่อเครื่องทำงานเที่ยงตรง ความเสี่ยงที่จะพ่นเกินขนาดจนเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมก็ลดลง

แผนปฏิบัติการพ่นแนวชุมชนริมพื้นที่ชุ่มน้ำ ทีละขั้น

  1. ทำแผนที่เส้นทางพ่น: ใช้แผนที่ตำบลหรือภาพถ่ายดาวเทียม วาดเส้นทางถนนและซอยในเขตบ้านเรือน ทำเครื่องหมายช่วงที่ถนนติดคลอง พรุ หนองน้ำ บ่อปลา และรังผึ้งหรือชันโรงของชาวบ้าน แบ่งเป็นช่วง "เปิดทุกหัว" "เปิดฝั่งเดียว" และ "ปิดทั้งหมด"
  2. คุยกับชุมชนก่อนพ่น: ประชุมผู้นำชุมชน อสม. ผู้เลี้ยงชันโรง และกลุ่มประมง อธิบายว่าจะพ่นเฉพาะเขตบ้านเรือน ไม่พ่นลงน้ำ และขอความร่วมมือปิดรังชันโรงหรือย้ายภาชนะอาหารสัตว์ในคืนที่มีการพ่น
  3. เลือกสารเคมีที่ถูกต้อง: ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนสำหรับงานสาธารณสุข อ่านฉลากเรื่องข้อควรระวังต่อสัตว์น้ำและผึ้ง อัตราการใช้ และระยะห่างจากแหล่งน้ำ ปรึกษาสำนักงานสาธารณสุขอำเภอหรือสำนักงานป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่หากไม่แน่ใจ
  4. เลือกเวลาและดูลม: พ่นช่วงเย็นหรือเช้าตรู่ที่ยุงออกหากินและอากาศค่อนข้างนิ่ง หลีกเลี่ยงคืนที่ลมพัดจากหมู่บ้านเข้าหาแหล่งน้ำ งดพ่นเมื่อฝนตกหรือลมแรง
  5. ตั้งค่าเครื่องและความเร็วรถ: ตั้งอัตราการไหลตามคำแนะนำ ขับรถช้าสม่ำเสมอ ผู้ควบคุมหัวพ่นดูแผนที่และสั่งเปิดปิดหัวตามช่วงถนนที่กำหนด
  6. บันทึกทุกรอบ: จดวันเวลา เส้นทาง สภาพลม ปริมาณสารที่ใช้ และหัวพ่นที่เปิด เพื่อใช้ตรวจสอบย้อนหลังและตอบคำถามชุมชนหรือหน่วยงานสิ่งแวดล้อมได้
  7. ติดตามผล: ให้ อสม. สำรวจลูกน้ำในบ้านและสอบถามความรู้สึกของชาวบ้านเรื่องยุงรบกวนก่อนและหลังพ่น รวมทั้งเฝ้าดูผิดสังเกตในแหล่งน้ำ เช่น ปลาตาย เพื่อปรับแผนทันที

ในซอกซอยแคบที่รถเข้าไม่ได้ หรือรอบบ้านผู้ป่วยไข้เลือดออกที่ต้องพ่นรัศมีประมาณ 100 เมตร ทีมงานอาจใช้เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังอย่าง SUPER ROTARY เสริม โดยยึดหลักเดียวกันคือพ่นเข้าหาบ้านเรือน ไม่พ่นไปทางแหล่งน้ำ

10 เหตุผลที่ อปท. ริมพื้นที่ชุ่มน้ำควรเลือก AIROFOG UM4

  1. เปิดปิดหัวพ่นได้ทีละหัว ทั้ง 4 หัวควบคุมแยกกัน จึงพ่นเข้าหาบ้านเรือนได้โดยไม่ต้องพ่นลงคลองหรือพรุ
  2. ครอบคลุมหมู่บ้านเรียงยาวตามถนน ติดหลังรถกระบะ พ่นได้ทั้งเส้นทางในช่วงเวลาที่ยุงออกหากิน
  3. ระบบ ULV ประหยัดสารเคมี ใช้ปริมาณน้อยเมื่อตั้งค่าถูกต้อง ลดสารตกค้างในสิ่งแวดล้อม
  4. เครื่องยนต์ 18 แรงม้า พร้อมทำงานต่อเนื่องในรอบพ่นยาว ไม่ต้องหยุดพักบ่อย
  5. มาตรฐาน ISO 9001 และ WHO ตามที่ระบุบนหน้าสินค้า UM4 ช่วยให้เขียนคุณลักษณะเฉพาะได้อย่างมีหลักฐาน
  6. ลดภาระเจ้าหน้าที่ ไม่ต้องเดินสะพายเครื่องหลายกิโลเมตรในความชื้นสูงและยุงชุกชุม
  7. ช่วยปกป้องภาพลักษณ์หน่วยงาน สื่อสารกับชุมชนได้ชัดว่าหน่วยงานพ่นอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
  8. ใช้ได้หลายภารกิจ นอกจากยุงแล้วยังใช้ในงานกำจัดแมลงทุกชนิดที่เป็นพาหะหรือแมลงรบกวนในพื้นที่สาธารณะ ตามชนิดสารเคมีที่เลือกใช้อย่างถูกต้อง
  9. มีช่างและอะไหล่ในประเทศ WHD ตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนส่งมอบ และมีบริการหลังการขายครบ
  10. เป็นครุภัณฑ์ราชการที่คุ้มค่าระยะยาว ใช้ได้ทุกฤดูฝนหลายปี และแบ่งใช้ร่วมกับตำบลข้างเคียงได้ในภาวะระบาด

ก่อนและหลัง: เมื่อเปลี่ยนจากการไล่พ่นทั้งพรุ มาเป็นแนวป้องกันรอบชุมชน

ก่อน

  • เดินพ่นหมอกควันทั้งถนนและลึกเข้าไปในขอบพรุ
  • ยุงลดลงไม่กี่คืนแล้วกลับมาเท่าเดิม
  • ชาวประมงและผู้เลี้ยงชันโรงร้องเรียน
  • สารเคมีและน้ำมันหมดเร็ว งบไม่พอทั้งฤดู
  • เจ้าหน้าที่เหนื่อยล้า ไม่มีบันทึกการพ่น
  • โซเชียลมีเดียตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของหน่วยงาน

หลัง

  • รถติด UM4 พ่นเฉพาะถนนและซอยในเขตบ้านเรือน
  • เปิดหัวพ่นเฉพาะฝั่งบ้าน ปิดฝั่งคลองและพรุ
  • ควบคู่กับ 3 เก็บ มุ้ง และมุ้งลวดในชั้นใน
  • ใช้สารเคมีตามอัตราที่กำหนด คุมงบได้
  • มีแผนที่ บันทึก และผลติดตามรายรอบ
  • ชุมชนเข้าใจและร่วมมือ ภาพลักษณ์หน่วยงานดีขึ้น

เคล็ดลับการจัดซื้อจัดจ้างสำหรับหน่วยงานริมพื้นที่ชุ่มน้ำ

การจัดซื้อจัดจ้างเครื่องพ่นยุงราชการสำหรับพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อม ควรเขียนความต้องการให้สะท้อนโจทย์จริงของพื้นที่ ไม่ใช่คัดลอกสเปกกว้าง ๆ จากที่อื่น ต่อไปนี้คือประเด็นที่ควรพิจารณา โดยให้ยึดระเบียบพัสดุที่ใช้บังคับและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่พัสดุของหน่วยงานเป็นหลัก

ประเด็นสิ่งที่ควรระบุหรือตรวจสอบ
การควบคุมหัวพ่นหัวพ่นหลายหัวที่เปิดปิดแยกกันได้ เพื่อพ่นเฉพาะทิศที่ต้องการ
ระบบพ่นระบบ ULV ที่ปรับอัตราการไหลได้ เหมาะกับการใช้สารเคมีปริมาณน้อย
เอกสารมาตรฐานขอสำเนาเอกสารมาตรฐานที่ผู้ขายอ้างถึง เช่น ISO ของผู้ผลิต และตรวจสอบให้ตรงรุ่น
หมวดงบประมาณตั้งเป็นงบลงทุน หมวดครุภัณฑ์ ตามการจำแนกของหน่วยงาน และตั้งค่าสารเคมีและค่าบำรุงรักษาในงบดำเนินงานแยกต่างหาก
บริการหลังการขายมีช่างเทคนิคและอะไหล่ในประเทศ ระยะเวลาตอบสนองเมื่อเครื่องขัดข้อง และเงื่อนไขการรับประกันเป็นลายลักษณ์อักษร
การอบรมอบรมการใช้งาน การปรับตั้งอัตราการไหล การเปิดปิดหัวพ่น การดูแลรักษา และความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อม
รถที่จะติดตั้งตรวจสอบขนาดกระบะรถที่มีอยู่ การยึดติด และการจัดที่นั่งผู้ควบคุม ให้ทำงานได้อย่างปลอดภัย

อีกข้อที่มักถูกลืมคือการเขียนแผนการใช้งานแนบไปกับโครงการ เช่น แผนที่เส้นทางพ่น แนวทางไม่พ่นลงแหล่งน้ำ และแผนสื่อสารกับชุมชน เอกสารเหล่านี้ช่วยให้ผู้บริหารและสภาท้องถิ่นเห็นว่าการลงทุนมีเป้าหมายชัดเจน และลดข้อกังวลของกลุ่มอนุรักษ์ตั้งแต่ต้น

ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน

"ก่อนหน้านี้เราคิดว่ายิ่งพ่นลึกเข้าไปในพรุ ยุงจะยิ่งหมด แต่จริง ๆ แล้วยุงในพรุมีมากเกินกว่าจะพ่นให้หมดได้ พอเปลี่ยนมาคิดว่าเราปกป้องหมู่บ้าน ไม่ได้ไปสู้กับทั้งป่า งานก็ง่ายขึ้นมาก เราวาดแผนที่ ทำเครื่องหมายช่วงที่ถนนติดคลองไว้ คนขับรถกับคนคุมหัวพ่นรู้กันว่าช่วงไหนเปิดฝั่งซ้าย ช่วงไหนปิดหมด ชาวบ้านที่เลี้ยงชันโรงก็มาช่วยบอกว่ารังอยู่ตรงไหน ตอนนี้ไม่มีใครมาต่อว่าเรื่องปลาตายแล้ว และเสียงบ่นเรื่องยุงในหมู่บ้านก็ลดลง"

หมายเหตุ: เป็นตัวอย่างมุมมองที่เรียบเรียงจากลักษณะงานภาคสนามทั่วไป ไม่ใช่คำพูดของบุคคลหรือหน่วยงานใดโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: ถ้าไม่พ่นในป่าพรุเลย ยุงจากพรุจะไม่บินเข้าหมู่บ้านทุกคืนหรือ
ตอบ: ยุงจะยังบินเข้ามา แต่การพ่นแนวชุมชนในช่วงเวลาที่ยุงออกหากินจะลดจำนวนยุงตัวเต็มวัยในเขตบ้านเรือน ร่วมกับมุ้ง มุ้งลวด และยาทากันยุงที่ลดโอกาสถูกกัด การพ่นลึกเข้าไปในพรุไม่ได้แก้ปัญหานี้ได้ดีกว่า แต่เพิ่มความเสี่ยงต่อสัตว์น้ำ

ถาม: ใช้เครื่องพ่นหมอกควันในพื้นที่แบบนี้ได้ไหม
ตอบ: เครื่องพ่นหมอกควันใช้ได้ในงานควบคุมโรคหลายสถานการณ์ แต่ในแนวถนนที่ติดแหล่งน้ำ หมอกควันควบคุมทิศทางได้ยากกว่า เครื่องพ่นละอองฝอย ULV ที่เปิดปิดหัวพ่นแยกได้จึงเหมาะกว่า ทั้งนี้ไม่ว่าเครื่องแบบใด ต้องยึดฉลากสารเคมีและคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข

ถาม: ควรเว้นระยะห่างจากแหล่งน้ำเท่าไร
ตอบ: ขึ้นกับชนิดสารเคมี สภาพลม และลักษณะพื้นที่ ให้ยึดข้อกำหนดบนฉลากผลิตภัณฑ์ และขอคำแนะนำจากสำนักงานสาธารณสุขหรือหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่อนุรักษ์ในจังหวัด ไม่ควรกำหนดระยะเองโดยไม่มีหลักอ้างอิง

ถาม: UM4 ติดกับรถกระบะที่หน่วยงานมีอยู่แล้วได้หรือไม่
ตอบ: UM4 ออกแบบมาสำหรับติดหลังรถกระบะ ควรแจ้งรุ่นรถกับ WHD เพื่อประเมินการติดตั้งและการยึดที่ปลอดภัยก่อนจัดซื้อ

ถาม: พ่นบ่อยแค่ไหนจึงจะเหมาะสม
ตอบ: ความถี่ขึ้นกับฤดูกาล ความหนาแน่นของยุง และสถานการณ์โรคในพื้นที่ ควรวางแผนร่วมกับ รพ.สต. และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และเมื่อมีผู้ป่วยไข้เลือดออกให้ทำตามแนวทางควบคุมโรคของกรมควบคุมโรค

ถาม: ชาวบ้านที่เลี้ยงชันโรงหรือผึ้งควรทำอย่างไรในคืนที่พ่น
ตอบ: ประสานล่วงหน้าเพื่อให้ปิดทางเข้าออกรังหรือคลุมรังในช่วงพ่น และทีมพ่นควรปิดหัวพ่นเมื่อผ่านจุดที่มีรัง การพ่นช่วงเย็นหรือเช้าตรู่ซึ่งผึ้งออกหาอาหารน้อยก็ช่วยลดความเสี่ยงได้

ถาม: นอกจากพ่นแล้ว หน่วยงานควรทำอะไรอีก
ตอบ: รณรงค์ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค สำรวจลูกน้ำในบ้านโดย อสม. แจกหรือส่งเสริมการใช้มุ้งและมุ้งลวด และให้ความรู้เรื่องอาการไข้เลือดออกเพื่อให้ผู้ป่วยมาพบแพทย์เร็ว

ขั้นตอนถัดไป 3 ขั้น

  1. โทรหรือ LINE ขอใบเสนอราคาและสเปก: แจ้งลักษณะพื้นที่ ระยะทางถนน ความยาวช่วงที่ติดแหล่งน้ำ และรุ่นรถกระบะที่มี
  2. ขอสาธิตและอบรม: ให้ทีมงานได้ลองเปิดปิดหัวพ่นทีละหัว ปรับอัตราการไหล และฝึกอ่านสภาพลมก่อนใช้งานจริง
  3. ตั้งงบและจัดซื้อตามระเบียบ: ใช้ข้อมูลสเปกและแผนการใช้งานประกอบคำของบประมาณหมวดครุภัณฑ์ แล้วดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบพัสดุ

ปกป้องชุมชน ไม่ทำร้ายแหล่งน้ำ เริ่มต้นวันนี้

ปรึกษาทีมงาน World Health Disinfection เรื่องเครื่องพ่นละอองฝอยติดรถ 4 หัวสำหรับชุมชนริมพื้นที่ชุ่มน้ำ

ดูสินค้าและราคา AIROFOG UM4 คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268

อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

ดูศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ

บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด 88 268 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

#เครื่องพ่นยุง #เครื่องกำจัดยุง #เครื่องพ่นหมอกควัน #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยุงราชการ #ควบคุมโรค #ป่าพรุ #พื้นที่ชุ่มน้ำ #AIROFOGUM4

คีย์เวิร์ด: เครื่องพ่นยุง, เครื่องกำจัดยุง, เครื่องพ่นหมอกควัน, เครื่องพ่นละอองฝอย, เครื่องพ่นยุงราชการ, ควบคุมโรค, กำจัดแมลงทุกชนิด, ครุภัณฑ์ราชการ, จัดซื้อจัดจ้าง, ยุงลาย, ไข้เลือดออก, ULV, UM4, ป่าพรุ, พื้นที่ชุ่มน้ำ, ระบบนิเวศ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้