แผนเผชิญเหตุไข้เลือดออกระบาดระดับตำบล: ใครทำอะไร ภายในกี่ชั่วโมง ตารางบทบาทที่ อบต. และเทศบาลตำบลใช้ได้จริง พร้อมเครื่องพ่นหมอกควัน AIROFOG AT35

Last updated: 24 ก.ย. 2569  |  3 จำนวนผู้เข้าชม  | 

แผนเผชิญเหตุไข้เลือดออกระบาดระดับตำบล: ใครทำอะไร ภายในกี่ชั่วโมง ตารางบทบาทที่ อบต. และเทศบาลตำบลใช้ได้จริง พร้อมเครื่องพ่นหมอกควัน AIROFOG AT35

แผนเผชิญเหตุไข้เลือดออกระบาดระดับตำบล: ใครทำอะไร ภายในกี่ชั่วโมง ตารางบทบาทที่ อบต. และเทศบาลตำบลใช้ได้จริง พร้อมเครื่องพ่นหมอกควัน AIROFOG AT35

เมื่อโทรศัพท์แจ้งผู้ป่วยไข้เลือดออกรายแรกดังขึ้น ตำบลที่มีแผนกับตำบลที่ไม่มีแผนจะเห็นความต่างภายในไม่กี่ชั่วโมง บทความนี้วางโครงแผนเผชิญเหตุระดับตำบลแบบเข้าใจง่าย แยกบทบาทของผู้บริหารท้องถิ่น กองสาธารณสุขฯ รพ.สต. อสม. ผู้นำชุมชน โรงเรียน และหน่วยสนับสนุน พร้อมลำดับเวลาอ้างอิงที่ต้องปรับตามแนวทางของหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ และอธิบายว่าเครื่องพ่นหมอกควัน AIROFOG AT35 เข้ามาอยู่ตรงไหนของแผน

สรุปใน 1 นาที

  • ปัญหา: หลายตำบลมีคนทำงานพร้อม แต่ไม่มีแผนที่ตกลงกันไว้ก่อน เมื่อเกิดผู้ป่วย ทุกคนรอคำสั่ง ไม่รู้ว่าใครต้องเริ่มอะไร เวลาทองของการควบคุมโรคจึงหายไป
  • หลักคิดที่ถูก: แผนเผชิญเหตุต้องตอบให้ได้ว่า ใครเป็นผู้สั่งการ ใครลงพื้นที่ ใครสื่อสาร ใครจัดหาทรัพยากร และแต่ละงานต้องเริ่มภายในกรอบเวลาใด โดยกรอบเวลาให้ยึดตามแนวทางของกรมควบคุมโรคและสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่
  • สิ่งที่ได้จากบทความ: ตารางบทบาท 10 ฝ่าย ลำดับเวลาอ้างอิงตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุจนปิดเหตุการณ์ เช็กลิสต์ความพร้อม และแนวทางทบทวนหลังเหตุการณ์
  • ทำไมต้อง AIROFOG AT35: เครื่องพ่นหมอกควันสแตนเลส 100% น้ำหนักเบา ใช้ได้ทั้งสารเคมีสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน ผ่านการรับรองจากเยอรมนีและสหราชอาณาจักร เหมาะกับการพ่นรอบบ้านผู้ป่วยและจุดที่รถเข้าไม่ถึง
  • ขั้นตอนถัดไป: โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อขอสเปก ใบเสนอราคา และนัดสาธิต

ตัวอย่างสถานการณ์: 48 ชั่วโมงที่หายไปกับการรอว่า "ใครจะเริ่ม"

(ตัวอย่างสถานการณ์) คุณสุนันทา ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งในภาคเหนือตอนล่าง ได้รับโทรศัพท์จากผู้อำนวยการ รพ.สต. เย็นวันศุกร์ว่ามีเด็กนักเรียนชั้นประถมในหมู่ที่ 3 ได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นไข้เลือดออก และอีกสองวันต่อมามีรายงานผู้ป่วยรายที่สองในหมู่ติดกัน

ปัญหาไม่ใช่ว่าไม่มีใครอยากช่วย แต่คือไม่มีใครแน่ใจว่าต้องเริ่มตรงไหน เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขฯ รอหนังสือสั่งการ อสม. รอเจ้าหน้าที่ รพ.สต. นัดหมาย เครื่องพ่นหมอกควันของ อบต. เก็บไว้ในโกดังตั้งแต่ปีก่อน พอนำออกมาก็สตาร์ทไม่ติด สารเคมีที่เหลืออยู่ไม่มีใครแน่ใจว่าหมดอายุหรือยัง ส่วนโรงเรียนของเด็กที่ป่วยก็ยังไม่ได้รับการแจ้งอย่างเป็นทางการ

กว่าทีมจะลงพื้นที่ครบก็ผ่านไปเกือบสองวัน ระหว่างนั้นกลุ่ม LINE ของหมู่บ้านเต็มไปด้วยคำถามและข่าวลือ ผู้ปกครองบางคนไม่ส่งลูกไปโรงเรียน และนายก อบต. ถูกถามในที่ประชุมหมู่บ้านว่า "อบต. ทำอะไรอยู่"

สิ่งที่ขาดไม่ใช่คน ไม่ใช่ความตั้งใจ แต่คือแผนหนึ่งหน้ากระดาษที่ทุกคนรู้ล่วงหน้าว่าตัวเองต้องทำอะไร ภายในเวลาเท่าไร และเครื่องมือที่พร้อมใช้ทันทีเมื่อถึงเวลา

เจาะลึกความเจ็บปวด: ทุกชั่วโมงที่ช้าไปมีต้นทุน

1) ด้านสุขภาพ: ยุงไม่รอคำสั่ง

ไข้เลือดออกเกิดจากเชื้อไวรัสเดงกีที่มียุงลายเป็นพาหะ ผู้ป่วยมักมีไข้สูงลอยต่อเนื่องหลายวัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระบอกตา อาจมีผื่นหรือจุดเลือดออก และช่วงที่ไข้เริ่มลดเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังภาวะช็อกอย่างใกล้ชิด เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัวเป็นกลุ่มที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ยุงลายที่กัดผู้ป่วยในช่วงที่มีเชื้อในเลือดสามารถแพร่เชื้อต่อไปยังคนในบ้านและเพื่อนบ้านได้ การตัดวงจรให้เร็วที่สุดจึงเป็นหัวใจของการควบคุมโรค และยุงลายยังเป็นพาหะของชิคุนกุนยาและโรคติดเชื้อไวรัสซิกาด้วย

2) ด้านงบประมาณ: ระบาดใหญ่แพงกว่าควบคุมเร็ว

เมื่อควบคุมช้า ผู้ป่วยเพิ่มจากหนึ่งหมู่เป็นหลายหมู่ งานพ่นจากรอบบ้านผู้ป่วยไม่กี่หลังกลายเป็นงานพ่นทั้งตำบล ค่าสารเคมี ค่าน้ำมัน ค่าตอบแทน และค่าวัสดุเพิ่มขึ้นหลายเท่า ในขณะที่ครอบครัวผู้ป่วยก็สูญเสียรายได้จากการหยุดงานเพื่อดูแลคนป่วย

3) ด้านภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของ อปท.

ประชาชนจดจำว่าในวันที่ชุมชนเดือดร้อน ท้องถิ่นมาเร็วแค่ไหน ความรวดเร็วและความเป็นระบบในช่วงวิกฤตเป็นผลงานที่จับต้องได้ที่สุดของผู้บริหาร ในทางกลับกัน ความล่าช้าในช่วงนี้ถูกจดจำนานกว่าผลงานดี ๆ หลายเรื่องรวมกัน

4) ด้านเรื่องร้องเรียนและโซเชียลมีเดีย

ข่าวลือเรื่องจำนวนผู้ป่วยหรือผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นเร็วมากในกลุ่ม LINE ของหมู่บ้าน หากไม่มีผู้รับผิดชอบการสื่อสารที่ชัดเจน ข้อมูลผิดจะเดินหน้าเร็วกว่าทีมควบคุมโรค และทำให้การทำงานยากขึ้น เช่น ชาวบ้านไม่เปิดบ้านให้สำรวจลูกน้ำเพราะเข้าใจผิด

5) ด้านภาระงานของเจ้าหน้าที่

ไม่มีแผนหมายถึงทุกคนทำงานซ้ำซ้อนและโทรหากันตลอดเวลา บางบ้านถูกสำรวจลูกน้ำสองรอบ บางซอยไม่มีใครไปเลย เจ้าหน้าที่คนเดิมต้องทั้งพ่น ทั้งตอบคำถาม ทั้งทำรายงาน จนหมดแรงก่อนการระบาดจะสงบ

ทำไมการรับมือแบบเดิมจึงไม่ทัน

  • แผนมีแต่ในแฟ้ม: แผนยาวหลายสิบหน้าที่ไม่มีใครเปิดอ่าน ใช้งานจริงไม่ได้ในคืนวันศุกร์
  • ไม่ระบุตัวบุคคลและผู้แทน: แผนเขียนว่า "กองสาธารณสุขฯ รับผิดชอบ" แต่ไม่ระบุว่าใคร และถ้าคนนั้นลาต้องเป็นใคร
  • เครื่องพ่นไม่พร้อม: เครื่องพ่นหมอกควันเก่าที่ไม่ได้บำรุงรักษา สตาร์ทไม่ติด หรือรั่ว ทำให้พ่นช้ากว่ากำหนด
  • พ่นผิดเวลา: ออกพ่นตอนกลางวันแดดจัดเพราะสะดวกของทีม ทั้งที่การพ่นหมอกควันควรทำในช่วงเช้าตรู่หรือเย็นที่ยุงลายออกหากินและลมสงบ
  • ละอองหรือหมอกควันไม่ได้มาตรฐาน: อุปกรณ์ราคาถูกที่ไม่ได้มาตรฐานให้หมอกควันไม่สม่ำเสมอ สารเคมีหยดหรือเผาไหม้ไม่ดี ได้ผลไม่เต็มที่และเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้ปฏิบัติงาน
  • ไม่มีสต็อกสารเคมีที่ตรวจสอบแล้ว: ไม่รู้ยอดคงเหลือ ไม่รู้วันหมดอายุ ต้องเริ่มจัดหาใหม่ตอนเกิดเหตุ
  • ไม่มีบริการหลังการขาย: เครื่องเสียกลางการระบาดแล้วไม่มีช่างและอะไหล่ ต้องยืมเครื่องจากหน่วยงานอื่นซึ่งก็ต้องใช้ในพื้นที่ของตัวเองเช่นกัน
  • พ่นอย่างเดียวไม่กำจัดลูกน้ำ: การพ่นลดยุงตัวแก่ได้ในระยะสั้น แต่ถ้าไม่ทำ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค ควบคู่ ยุงรุ่นใหม่ก็เกิดขึ้นอีก

ตารางบทบาท: ใครทำอะไรในแผนเผชิญเหตุระดับตำบล

ตารางนี้เป็นกรอบบทบาททั่วไปสำหรับ อบต. และเทศบาลตำบล โครงสร้างและชื่อหน่วยงานในแต่ละพื้นที่อาจต่างกัน หน่วยงานควรปรับให้ตรงกับบริบทและแนวทางของสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) และทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) ในพื้นที่ โดยงานด้านวิชาการ เช่น การสอบสวนโรคและการวินิจฉัย เป็นหน้าที่ของหน่วยงานสาธารณสุข ส่วน อปท. เป็นกำลังหลักด้านการควบคุมพาหะ ทรัพยากร และการสื่อสารกับชุมชน

ฝ่ายบทบาทหลักสิ่งที่ต้องเตรียมไว้ก่อน
1. นายก อบต. / นายกเทศมนตรีผู้สั่งการระดับตำบล อนุมัติการใช้ทรัพยากร สื่อสารกับประชาชนในฐานะผู้นำคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงาน และผู้รักษาการแทน
2. ปลัด / ผู้อำนวยการกองศูนย์กลางประสานงาน ตรวจความถูกต้องตามระเบียบ ติดตามความคืบหน้าทะเบียนผู้ติดต่อ แนวทางการใช้งบประมาณกรณีจำเป็นเร่งด่วนตามระเบียบ
3. กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม / งานสาธารณสุขทีมพ่นควบคุมยุงตัวแก่ ดูแลเครื่องพ่นและสารเคมี บันทึกผลการพ่นเครื่องพ่นพร้อมใช้ สารเคมีที่ขึ้นทะเบียนและยังไม่หมดอายุ อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล
4. รพ.สต. / หน่วยบริการสาธารณสุขรับแจ้งและยืนยันข้อมูลผู้ป่วย สอบสวนโรค ให้คำแนะนำวิชาการ ประสาน สสอ. และ SRRTช่องทางแจ้ง อปท. ที่ใช้ได้นอกเวลาราชการ
5. อสม.สำรวจและกำจัดลูกน้ำรอบบ้านผู้ป่วย เคาะประตูแจ้งข่าว ค้นหาผู้มีไข้ในชุมชนตามที่ได้รับมอบหมายแบบสำรวจลูกน้ำ แผนที่หลังคาเรือน รายชื่อ อสม. ประจำคุ้ม
6. กำนัน / ผู้ใหญ่บ้านประกาศเสียงตามสาย ระดมชาวบ้านทำความสะอาด ช่วยเปิดทางให้ทีมเข้าพื้นที่ข้อความประกาศสำเร็จรูป กลุ่ม LINE ของหมู่บ้าน
7. โรงเรียน / ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสำรวจลูกน้ำในสถานศึกษา สังเกตอาการเด็ก สื่อสารกับผู้ปกครองผู้ประสานของสถานศึกษา แนวทางแจ้งเมื่อเด็กมีไข้
8. ผู้นำศาสนา / วัด / มัสยิดใช้พื้นที่และความศรัทธาชวนชุมชนทำ 3 เก็บ ดูแลแหล่งน้ำขังในศาสนสถานผู้ประสานประจำศาสนสถาน
9. งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย / อปพร.สนับสนุนกำลังคน ยานพาหนะ ขนย้ายอุปกรณ์ ช่วยทีมพ่นตามที่ได้รับการอบรมรายชื่อกำลังพลที่ผ่านการอบรมการใช้เครื่องพ่น
10. งานการเงิน พัสดุ และประชาสัมพันธ์จัดหาวัสดุและสารเคมีตามระเบียบ เผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง ตอบคำถามประชาชนรายการวัสดุที่ต้องใช้ ข้อความและภาพสำหรับเพจของหน่วยงาน

ลำดับเวลาอ้างอิง: ภายในกี่ชั่วโมงต้องเกิดอะไร

ข้อสำคัญก่อนใช้ตาราง: กรอบเวลาด้านล่างเป็นตัวอย่างเพื่อการวางแผน หน่วยงานต้องยึดตามแนวทางปัจจุบันของกรมควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอในพื้นที่เป็นหลัก ในหลายพื้นที่มีการอ้างถึงหลักการที่เรียกกันว่า "3-3-1" คือ แจ้งข้อมูลผู้ป่วยให้เร็วภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังวินิจฉัย ทีมลงสอบสวนโรคโดยเร็ว และดำเนินการควบคุมโรคในพื้นที่ภายในประมาณหนึ่งวัน รายละเอียดตัวเลขที่ใช้จริงให้ตรวจสอบกับหน่วยงานสาธารณสุขของท่าน

ระยะที่ 0: ก่อนเกิดเหตุ (ทำให้เสร็จก่อนฤดูระบาด)

  • ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงาน ระบุชื่อบุคคลและผู้แทนของทุกฝ่าย
  • ทำทะเบียนผู้ติดต่อที่ใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และกลุ่ม LINE ของคณะทำงาน
  • ตรวจสภาพเครื่องพ่นหมอกควันและเครื่องพ่นละอองฝอยทุกเครื่อง ทดลองสตาร์ท บันทึกในสมุดประวัติ
  • ตรวจสต็อกสารเคมี วันหมดอายุ และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล
  • เตรียมข้อความประกาศสำเร็จรูป แผนที่หลังคาเรือน และแบบฟอร์มบันทึก
  • ซ้อมแผนบนโต๊ะอย่างน้อยปีละครั้ง โดยจำลองสถานการณ์ผู้ป่วยรายแรก

ระยะที่ 1: ชั่วโมงแรกหลังได้รับแจ้ง

  • รพ.สต. แจ้งปลัดหรือผู้ประสานของ อปท. ตามช่องทางที่ตกลงไว้ โดยให้ข้อมูลพื้นที่ในระดับที่จำเป็นต่อการควบคุมโรค
  • ปลัด / ผู้ประสาน เปิดใช้งานแผน แจ้งคณะทำงานในกลุ่ม LINE และรายงานนายก
  • กองสาธารณสุขฯ ตรวจความพร้อมเครื่องพ่นและสารเคมี นัดหมายทีมพ่น
  • ประธาน อสม. นัดหมาย อสม. ในหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ระยะที่ 2: ภายในประมาณ 24 ชั่วโมง

  • หน่วยงานสาธารณสุข สอบสวนโรค ระบุพื้นที่เสี่ยง และแนะนำขอบเขตการควบคุม
  • อสม. และชาวบ้าน สำรวจและกำจัดลูกน้ำในบ้านผู้ป่วยและบ้านโดยรอบในรัศมีประมาณ 100 เมตร พร้อมให้ความรู้เรื่องการป้องกันยุงกัด
  • ทีมพ่น พ่นหมอกควันหรือพ่นละอองฝอยในบ้านและรอบบ้านผู้ป่วยในรัศมีประมาณ 100 เมตร ในช่วงเช้าตรู่หรือเย็นที่ยุงลายออกหากิน โดยใช้สารเคมีที่ขึ้นทะเบียนตามฉลาก
  • ผู้ใหญ่บ้านและประชาสัมพันธ์ ประกาศแจ้งประชาชนก่อนพ่น ไม่ระบุตัวผู้ป่วย และเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง
  • โรงเรียน หากผู้ป่วยเป็นนักเรียน ประสานสำรวจลูกน้ำในโรงเรียนและพิจารณาพ่นควบคุมในช่วงที่ไม่มีนักเรียนตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข

ระยะที่ 3: วันที่ 2 ถึงประมาณ 7 วัน

  • อสม. สำรวจลูกน้ำซ้ำ และรายงานผลให้ รพ.สต. ตามแบบที่ใช้ในพื้นที่
  • ติดตามค้นหาผู้มีไข้ในชุมชนตามที่หน่วยงานสาธารณสุขมอบหมาย และแนะนำให้ผู้มีไข้ไปพบแพทย์
  • ทีมพ่นเตรียมการพ่นซ้ำตามรอบที่หน่วยงานสาธารณสุขกำหนด หลายพื้นที่ใช้การพ่นซ้ำห่างจากรอบแรกประมาณหนึ่งสัปดาห์ เพื่อจัดการยุงรุ่นที่ออกจากลูกน้ำที่หลงเหลือ
  • นายกและปลัดติดตามความคืบหน้าทุกวันในการประชุมสั้น

ระยะที่ 4: เฝ้าระวังต่อเนื่องจนประกาศปิดเหตุการณ์

  • เฝ้าระวังผู้ป่วยรายใหม่ต่อเนื่องตามระยะเวลาที่หน่วยงานสาธารณสุขกำหนด แนวทางที่มักใช้คือเฝ้าระวังจนไม่มีผู้ป่วยรายใหม่ในช่วงเวลาประมาณสองเท่าของระยะฟักตัวของโรค ซึ่งหลายแห่งใช้ประมาณ 28 วัน
  • หากมีผู้ป่วยรายใหม่ ให้เริ่มวงจรตั้งแต่ระยะที่ 1 ใหม่ในพื้นที่นั้น และพิจารณาขยายขอบเขตตามคำแนะนำ
  • รณรงค์ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค ทั้งตำบลอย่างต่อเนื่อง

ระยะที่ 5: หลังปิดเหตุการณ์ (ภายในประมาณ 2 สัปดาห์)

  • ประชุมทบทวนหลังเหตุการณ์ อะไรทำได้ดี อะไรช้า เพราะอะไร
  • สรุปค่าใช้จ่าย สารเคมีที่ใช้ และสภาพเครื่องพ่นหลังใช้งานหนัก
  • ปรับปรุงแผน รายชื่อ และแผนงบประมาณปีถัดไป รวมถึงความจำเป็นในการจัดหาครุภัณฑ์เพิ่ม

เช็กลิสต์ความพร้อม 12 ข้อ ที่ผู้บริหารตรวจได้ใน 10 นาที

  1. มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานที่เป็นปัจจุบัน และระบุผู้แทนทุกตำแหน่ง
  2. มีเบอร์ติดต่อที่ใช้ได้นอกเวลาราชการของผู้ประสาน อปท. และ รพ.สต.
  3. เครื่องพ่นหมอกควันทุกเครื่องทดลองสตาร์ทแล้วภายในเดือนที่ผ่านมา
  4. มีเครื่องสำรองอย่างน้อยหนึ่งเครื่อง หรือมีข้อตกลงยืมเครื่องที่ชัดเจน
  5. สารเคมีคงเหลือเพียงพอสำหรับการพ่นอย่างน้อยหนึ่งเหตุการณ์ และยังไม่หมดอายุ
  6. อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลครบสำหรับทีมพ่น
  7. ทีมพ่นอย่างน้อยสองคนผ่านการอบรมการใช้งานและความปลอดภัย
  8. มีข้อความประกาศสำเร็จรูปสำหรับเสียงตามสายและ LINE
  9. มีแผนที่หลังคาเรือนและรายชื่อ อสม. ประจำคุ้มที่เป็นปัจจุบัน
  10. มีแบบฟอร์มบันทึกการพ่นและบัญชีคุมสารเคมี
  11. มีเบอร์ติดต่อช่างและผู้จำหน่ายเครื่องพ่นสำหรับกรณีเครื่องขัดข้อง
  12. ซ้อมแผนบนโต๊ะภายใน 12 เดือนที่ผ่านมา

ทางออกด้านเครื่องมือ: AIROFOG AT35 เครื่องพ่นหมอกควันสำหรับงาน 24 ชั่วโมงแรก

ในแผนเผชิญเหตุระดับตำบล งานที่ต้องทำเร็วที่สุดคือการพ่นควบคุมยุงตัวแก่ในบ้านและรอบบ้านผู้ป่วย ซึ่งมักเป็นพื้นที่ที่มีซอยแคบ ใต้ถุนบ้าน พุ่มไม้ และมุมอับ งานนี้ต้องการเครื่องพ่นหมอกควันที่พกพาง่าย พร้อมออกทันที และทนการใช้งานหนักช่วงระบาด AIROFOG AT35 เครื่องพ่นหมอกควัน ตอบโจทย์นี้ด้วยข้อมูลสำคัญดังนี้

คุณสมบัติประโยชน์ต่อแผนเผชิญเหตุ
เครื่องพ่นหมอกควัน (Thermal fogger)หมอกควันแทรกเข้าพุ่มไม้ ใต้ถุนบ้าน และมุมอับที่ยุงลายเกาะพัก
ตัวเครื่องสแตนเลส 100%ทนต่อการใช้งานหนักติดต่อกันหลายวันในช่วงระบาด และทนต่อการเก็บรักษาระยะยาว
น้ำหนักเบาเจ้าหน้าที่เดินพ่นรอบบ้านผู้ป่วยในรัศมีประมาณ 100 เมตรได้ต่อเนื่อง ลดความเหนื่อยล้า
ใช้ได้ทั้งสารเคมีสูตรน้ำและสูตรน้ำมันยืดหยุ่นตามสารเคมีที่หน่วยงานมีในสต็อกและคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข
ได้รับการรับรองจากเยอรมนีและสหราชอาณาจักรข้อมูลอ้างอิงด้านคุณภาพสำหรับเอกสารจัดซื้อและการชี้แจง

เครื่องนี้เหมาะกับบ้านเรือน โรงงาน โรงพยาบาล และพื้นที่สาธารณะ และมาพร้อมมาตรฐานของบริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด ที่ได้รับ ISO และ GMP ตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนส่งมอบ มีบริการหลังการขายครบวงจร ช่าง และอะไหล่ และเป็นไปตามมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ

สำหรับตำบลที่มีถนนสายหลักยาวหรือต้องขยายการพ่นเป็นวงกว้าง ควรมีเครื่องพ่นละอองฝอยระบบ ULV ติดรถ เช่น GREENFOG F4 หรือเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังอย่าง SOLO PORT423 เป็นกำลังเสริม ขณะที่ AT35 ทำหน้าที่เครื่องหลักสำหรับงานละเอียดรอบบ้านผู้ป่วย

10 เหตุผลที่ AIROFOG AT35 ควรอยู่ในแผนเผชิญเหตุของตำบล

  1. พร้อมใช้ในงานเร่งด่วน เครื่องพ่นหมอกควันแบบพกพาหยิบออกไปพ่นรอบบ้านผู้ป่วยได้ทันทีโดยไม่ต้องรอรถ
  2. เข้าถึงจุดที่ยุงลายเกาะพัก หมอกควันแทรกเข้าใต้ถุนบ้าน พุ่มไม้ และมุมอับที่เครื่องติดรถเข้าไม่ถึง
  3. ตัวเครื่องสแตนเลส 100% ทนการใช้งานต่อเนื่องหลายวันและทนการเก็บรักษาระหว่างฤดู
  4. น้ำหนักเบา ทีมเล็กของ อบต. ผลัดกันพ่นได้ครบรัศมีโดยไม่หมดแรงกลางทาง
  5. ยืดหยุ่นเรื่องสารเคมี ใช้ได้ทั้งสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน ตามสารที่ขึ้นทะเบียนและคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข
  6. มีการรับรองจากต่างประเทศ ได้รับการรับรองจากเยอรมนีและสหราชอาณาจักร ใช้อ้างอิงในเอกสารจัดซื้อจัดจ้างได้
  7. ใช้ได้หลายภารกิจ นอกจากไข้เลือดออก ยังใช้ในงานกำจัดแมลงทุกชนิดที่เป็นพาหะหรือแมลงรบกวนในชุมชน ตามชนิดสารเคมีที่ขึ้นทะเบียน
  8. เหมาะกับหลายสถานที่ บ้านเรือน โรงเรียน ศาสนสถาน โรงพยาบาล และพื้นที่สาธารณะในตำบล
  9. มีช่างและอะไหล่รองรับ บริการหลังการขายของ WHD ลดความเสี่ยงที่เครื่องจะเสียกลางการระบาด
  10. เป็นครุภัณฑ์ราชการที่อธิบายต่อสภาได้ สเปกชัด ตรวจรับง่าย และเชื่อมโยงกับแผนเผชิญเหตุได้โดยตรง ดูรายละเอียดที่ หน้าสินค้า AIROFOG AT35

ก่อนและหลังมีแผนเผชิญเหตุระดับตำบล

ก่อน

  • ได้รับแจ้งแล้วทุกคนรอคำสั่ง
  • ไม่รู้ว่าใครรับผิดชอบงานไหน ใครเป็นผู้แทน
  • เครื่องพ่นหมอกควันเก่าสตาร์ทไม่ติด
  • สารเคมีไม่รู้ยอดคงเหลือและวันหมดอายุ
  • ข่าวลือนำหน้าข้อมูลจริง
  • ลงพื้นที่ช้ากว่าที่ควรเกือบสองวัน

หลัง

  • ปลัดเปิดใช้แผนภายในชั่วโมงแรก
  • ตารางบทบาทระบุชื่อและผู้แทนครบ 10 ฝ่าย
  • AIROFOG AT35 ผ่านการตรวจสภาพ พร้อมออกพ่นทันที
  • สต็อกสารเคมีและอุปกรณ์ป้องกันตรวจสอบแล้ว
  • ประกาศสำเร็จรูปออกทุกช่องทาง ไม่ระบุตัวผู้ป่วย
  • ควบคุมโรคในพื้นที่ได้ตามกรอบเวลาของหน่วยงานสาธารณสุข

เคล็ดลับการจัดซื้อจัดจ้าง: ให้แผนกับครุภัณฑ์เดินไปด้วยกัน

ข้อแนะนำต่อไปนี้เป็นแนวทางทั่วไป หน่วยงานควรตรวจสอบระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างและแนวทางของหน่วยงานต้นสังกัดประกอบเสมอ

  • ใช้แผนเป็นเหตุผลประกอบการตั้งงบ: แผนเผชิญเหตุที่ระบุว่าต้องใช้เครื่องพ่นหมอกควันกี่เครื่อง และเครื่องสำรองกี่เครื่อง เป็นเหตุผลที่สภาท้องถิ่นเข้าใจง่าย
  • คุณลักษณะเฉพาะ (สเปก/TOR): ระบุประเภทเครื่อง วัสดุตัวเครื่อง ความสามารถในการใช้สารเคมีสูตรน้ำหรือน้ำมัน น้ำหนักที่เหมาะกับการพกพา และเอกสารรับรอง โดยเขียนอย่างเปิดกว้างและเป็นธรรม
  • หมวดงบประมาณ: ตั้งเครื่องพ่นเป็นรายการครุภัณฑ์ในงบลงทุน ส่วนสารเคมี อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และวัสดุ ตั้งในงบดำเนินงานให้เพียงพอกับอย่างน้อยหนึ่งเหตุการณ์
  • การอบรม: ขอให้ผู้ขายอบรมการใช้งาน การบำรุงรักษา และความปลอดภัยแก่ทีมพ่นหลักและทีมสำรอง รวมถึง อปพร. ที่อาจมาช่วย
  • บริการหลังการขาย: ระบุระยะรับประกัน ช่องทางแจ้งซ่อม ระยะเวลาตอบสนอง และการมีอะไหล่ในประเทศ
  • ตรวจรับแล้วบันทึกทันที: ลงหมายเลขเครื่องในสมุดประวัติ และเพิ่มเครื่องใหม่ในเช็กลิสต์ความพร้อมของแผน

ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน

"ปีที่แล้วเราเสียเวลาเกือบสองวันกว่าจะลงพื้นที่ครบ ปีนี้เราทำแผนหน้าเดียวติดไว้ที่ห้องกองสาธารณสุขฯ และส่งเข้ากลุ่ม LINE ของคณะทำงาน พอ รพ.สต. โทรแจ้ง ปลัดพิมพ์คำเดียวว่า 'เปิดแผน' ทุกคนรู้หน้าที่ อสม. ไปสำรวจลูกน้ำ ทีมพ่นหยิบเครื่องพ่นหมอกควันที่ตรวจสภาพไว้แล้วออกไปได้เลย ผู้ใหญ่บ้านประกาศเสียงตามสายด้วยข้อความที่เตรียมไว้ ทุกอย่างเกิดขึ้นในวันเดียวกัน"

(ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน เรียบเรียงเป็นภาพรวมจากลักษณะงานทั่วไปของ อปท. และหน่วยบริการสาธารณสุขระดับตำบล ไม่ใช่คำกล่าวของบุคคลจริง)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. กรอบเวลาในบทความนี้เป็นข้อกำหนดทางการหรือไม่

ไม่ใช่ เป็นตัวอย่างเพื่อการวางแผน กรอบเวลาที่ใช้จริงต้องยึดตามแนวทางปัจจุบันของกรมควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอในพื้นที่

2. อปท. ต้องรอหน่วยงานสาธารณสุขก่อนออกพ่นหรือไม่

ควรประสานกันตั้งแต่ต้น เพราะหน่วยงานสาธารณสุขเป็นผู้สอบสวนโรคและให้คำแนะนำขอบเขตการควบคุม แผนที่ดีจะทำให้การประสานนี้เกิดขึ้นภายในชั่วโมงแรก ไม่ใช่ต้องรอหนังสือหลายวัน

3. ทำไมต้องพ่นซ้ำ

การพ่นลดยุงตัวแก่ที่สัมผัสหมอกควันในช่วงนั้น แต่ลูกน้ำที่หลงเหลือจะพัฒนาเป็นยุงรุ่นใหม่ได้ภายในไม่กี่วัน จึงต้องพ่นซ้ำตามรอบที่หน่วยงานสาธารณสุขกำหนด ควบคู่กับการกำจัดลูกน้ำอย่างต่อเนื่อง

4. ทำไมเลือกเครื่องพ่นหมอกควัน AT35 เป็นเครื่องหลักในช่วงแรก

เพราะงานในช่วงแรกเน้นบ้านผู้ป่วยและบ้านโดยรอบ ซึ่งมีมุมอับ ใต้ถุนบ้าน และพุ่มไม้ เครื่องพ่นหมอกควันแบบพกพาเข้าถึงได้ดี AT35 มีตัวเครื่องสแตนเลส 100% น้ำหนักเบา และใช้ได้ทั้งสารสูตรน้ำและน้ำมัน

5. ตำบลเล็กควรมีเครื่องพ่นกี่เครื่อง

ขึ้นกับจำนวนหมู่บ้าน ขนาดพื้นที่ และกำลังคน หลักคิดที่ดีคือมีเครื่องหลักที่พร้อมใช้และเครื่องสำรองอย่างน้อยหนึ่งเครื่อง หรือมีข้อตกลงยืมเครื่องที่ชัดเจน ทีมงาน WHD ช่วยประเมินร่วมกับหน่วยงานได้

6. ควรซ้อมแผนบ่อยแค่ไหน

อย่างน้อยปีละครั้งก่อนฤดูระบาด และทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนตัวบุคคลสำคัญ การซ้อมบนโต๊ะใช้เวลาไม่นานแต่ช่วยให้ทุกคนรู้หน้าที่จริง

7. ติดต่อขอสเปกและนัดสาธิต AT35 ได้ที่ไหน

โทร 065-556-6294 LINE @whd268 หรืออีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

ขั้นตอนถัดไป 3 ขั้น

  1. โทรหรือ LINE ขอใบเสนอราคาและสเปก: โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 แจ้งจำนวนหมู่บ้าน ขนาดพื้นที่ และเครื่องที่มีอยู่
  2. ขอสาธิตและอบรม: นัดสาธิต AIROFOG AT35 พร้อมอบรมทีมพ่นหลักและทีมสำรอง และใช้โอกาสนี้ซ้อมแผนเผชิญเหตุไปพร้อมกัน
  3. ตั้งงบและจัดซื้อตามระเบียบ: บรรจุในแผนและข้อบัญญัติงบประมาณเป็นรายการครุภัณฑ์ แล้วดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ให้ตำบลของท่านพร้อมตั้งแต่ชั่วโมงแรก

ปรึกษาทีมงาน World Health Disinfection เรื่องเครื่องพ่นหมอกควัน AIROFOG AT35 สเปก ใบเสนอราคา และการสาธิต

ดูสินค้าและราคา AIROFOG AT35 คลิกที่นี่

ดูศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com
บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด 88 268 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

#เครื่องพ่นหมอกควัน #เครื่องพ่นยุง #เครื่องกำจัดยุง #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยุงราชการ #ควบคุมโรค #แผนเผชิญเหตุไข้เลือดออก #AIROFOGAT35

คีย์เวิร์ด: เครื่องพ่นหมอกควัน, เครื่องพ่นยุง, เครื่องกำจัดยุง, เครื่องพ่นละอองฝอย, เครื่องพ่นยุงราชการ, ควบคุมโรค, กำจัดแมลงทุกชนิด, ครุภัณฑ์ราชการ, จัดซื้อจัดจ้าง, ยุงลาย, ไข้เลือดออก, ULV, AIROFOG AT35, แผนเผชิญเหตุไข้เลือดออก, ระดับตำบล, อบต.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้