เครื่องพ่นละอองฝอยสำหรับฟาร์มปศุสัตว์และสถานีพัฒนาอาหารสัตว์ของรัฐ: คุมแมลงวันคอกสัตว์และยุงรบกวนสัตว์ ด้วยสุขาภิบาลคอกควบคู่ AIROFOG U240

Last updated: 24 ก.ย. 2569  |  7 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องพ่นหมอกควัน

เครื่องพ่นละอองฝอยสำหรับฟาร์มปศุสัตว์และสถานีพัฒนาอาหารสัตว์ของรัฐ: คุมแมลงวันคอกสัตว์และยุงรบกวนสัตว์ ด้วยสุขาภิบาลคอกควบคู่ AIROFOG U240

แมลงวันที่บินวนเต็มคอก และยุงที่รุมกัดสัตว์ตอนหัวค่ำ เป็นปัญหาที่ฟาร์มของรัฐหลายแห่งเจอทุกปี ไม่ว่าจะเป็นฟาร์มสาธิต ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ หรือสถานีพัฒนาอาหารสัตว์ที่มีทั้งแปลงหญ้า โรงหญ้าหมัก และคอกสัตว์ บทความนี้อธิบายแนวทางที่ใช้ได้จริง โดยเริ่มจากสุขาภิบาลคอกเป็นฐาน แล้วใช้เครื่องพ่นละอองฝอย ULV อย่าง AIROFOG U240 กับผลิตภัณฑ์ที่ฉลากระบุให้ใช้ในพื้นที่เลี้ยงสัตว์เป็นเครื่องมือเสริม

สรุปใน 1 นาที

  • ปัญหา: แมลงวันเพาะพันธุ์ในมูลสัตว์ วัสดุรองพื้นที่เปียก และเศษอาหารหมัก ทำให้สัตว์เครียด กินอาหารน้อยลง เจ้าหน้าที่และผู้มาเยี่ยมชมรำคาญ ส่วนยุงจากบ่อน้ำและร่องน้ำรอบฟาร์มก็รุมกัดสัตว์และคนช่วงเย็น
  • แนวทาง: ใช้สุขาภิบาลคอกเป็นหลัก คือเก็บมูล จัดการน้ำขัง ลดความชื้น และใช้กับดัก แล้วเสริมด้วยการพ่นละอองฝอย ULV (ละอองละเอียด ปริมาณน้อย) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ฉลากอนุญาตให้ใช้ในโรงเรือนสัตว์ ตามวิธีที่ฉลากกำหนด
  • ทำไมต้อง U240: เครื่องพ่นละอองฝอย ULV จากเยอรมนี ละอองประมาณ 15 ถึง 30 ไมครอน ใช้ได้ทั้งสารสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน ตัวเครื่องทนไฟและทนรังสียูวี ถัง 5 ลิตร น้ำหนักประมาณ 3.1 กิโลกรัม ถือเดินพ่นในคอกได้คล่อง
  • สิ่งที่หน่วยงานได้: สัตว์อยู่สบายขึ้น พื้นที่ฝึกอบรมและจุดต้อนรับเกษตรกรสะอาดน่าเชื่อถือ เจ้าหน้าที่ทำงานได้ดีขึ้น และมีครุภัณฑ์ราชการที่มีบริการหลังการขาย
  • ทำอะไรต่อ: โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ขอสเปกและใบเสนอราคา ขอสาธิตในคอกจริง แล้วตั้งงบจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบ

เรื่องเล่าจากสถานีพัฒนาอาหารสัตว์ (ตัวอย่างสถานการณ์)

นายสัตวแพทย์ธนากรดูแลฝูงโคเนื้อและโคนมสาธิตของสถานีพัฒนาอาหารสัตว์แห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สถานีมีแปลงหญ้าหลายร้อยไร่ โรงเก็บหญ้าแห้ง บ่อหญ้าหมัก คอกโคหลายหลัง บ่อพักน้ำเสียจากคอก และอาคารฝึกอบรมที่เกษตรกรจากหลายอำเภอเดินทางมาเรียนเรื่องการผลิตพืชอาหารสัตว์ทุกเดือน

ช่วงต้นฤดูฝนปีหนึ่ง ฝนตกติดกันหลายวัน มูลโคในคอกเปียกแฉะ เศษหญ้าหมักที่หกอยู่รอบรางอาหารเริ่มส่งกลิ่น ไม่ถึงสัปดาห์แมลงวันก็เพิ่มขึ้นจนเกาะดำเต็มผนังคอกและหลังโค โคสะบัดหาง กระทืบเท้า และยืนเบียดกันตลอดทั้งวัน เจ้าหน้าที่สังเกตว่าโคบางตัวกินอาหารน้อยลง ส่วนโคนมบางตัวก็หงุดหงิดระหว่างรีดนม

ตกเย็น ยุงจากบ่อพักน้ำเสียและร่องน้ำข้างแปลงหญ้าก็บินเข้ามารุมกัดทั้งโคและเจ้าหน้าที่เวรกลางคืน บ้านพักเจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ห่างคอกไม่มากก็มีแมลงวันบินเข้าห้องครัว หนักที่สุดคือวันที่มีการฝึกอบรม เกษตรกรที่มาดูงานถ่ายรูปแมลงวันเกาะเต็มโต๊ะอาหารกลางวันแล้วโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย พร้อมคำถามว่า "หน่วยงานที่สอนเรื่องการเลี้ยงสัตว์ ยังจัดการแมลงวันในฟาร์มตัวเองไม่ได้หรือ"

ทีมงานเคยแก้ด้วยการผสมสารกำจัดแมลงใส่ถังพ่นแบบอัดแรงดันแล้วพ่นทั่วคอก แต่ละอองหยาบตกพื้นเร็ว สิ้นเปลือง และบางครั้งก็ไม่แน่ใจว่าสารที่ใช้ฉลากอนุญาตให้ใช้ในคอกสัตว์หรือไม่ ธนากรจึงเสนอแผนใหม่ที่ใช้สุขาภิบาลคอกเป็นฐาน แล้วใช้เครื่องพ่นละอองฝอยที่ควบคุมละอองได้เป็นเครื่องมือเสริม พร้อมกติกาเรื่องการเลือกสารที่ชัดเจน

ทำไมแมลงวันและยุงในฟาร์มของรัฐจึงเป็นเรื่องใหญ่

1. ด้านสุขภาพสัตว์และคน

แมลงวันบ้านเพาะพันธุ์ในมูลสัตว์ เศษอาหาร และวัสดุที่เน่าเปื่อย สามารถนำเชื้อโรคหลายชนิดติดตามขาและลำตัวไปยังอาหาร น้ำ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ ส่วนแมลงวันคอกเป็นแมลงวันที่กัดดูดเลือด ชอบกัดบริเวณขาและลำตัวส่วนล่างของโค ทำให้สัตว์เจ็บ เครียด และเสียพลังงานไปกับการไล่แมลง การที่สัตว์เครียดต่อเนื่องอาจส่งผลต่อการกินอาหาร การเจริญเติบโต และผลผลิตน้ำนม

ยุงที่เพาะพันธุ์ในบ่อน้ำเสีย ร่องน้ำ และแหล่งน้ำขังรอบฟาร์มก็รบกวนสัตว์ในช่วงเย็นและกลางคืน ในบางพื้นที่ ยุงบางชนิดเกี่ยวข้องกับการแพร่โรคในสัตว์ เช่น สุกรเป็นสัตว์ที่เชื้อไข้สมองอักเสบเจอีเพิ่มจำนวนได้ และมียุงรำคาญบางชนิดที่เพาะพันธุ์ในนาข้าวเป็นพาหะ สำหรับคน ยุงลายที่เพาะพันธุ์ในภาชนะขังน้ำรอบบ้านพักและอาคารเป็นพาหะไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และไข้ซิกา ซึ่งเป็นความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่และครอบครัวที่พักในสถานี

2. ด้านงบประมาณและผลผลิต

ฟาร์มของรัฐมีทั้งภารกิจผลิตพันธุ์สัตว์ ผลิตพืชอาหารสัตว์ และสาธิตให้เกษตรกร หากสัตว์เครียดจากแมลงจนกินอาหารน้อยลงหรือผลผลิตลดลง ตัวชี้วัดของหน่วยงานก็กระทบ นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายจากสารเคมีที่พ่นแบบสิ้นเปลือง ค่าแรงที่ต้องพ่นซ้ำ และเวลาที่สัตวแพทย์ต้องใช้ดูแลปัญหาที่ป้องกันได้

3. ด้านภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น

สถานีของรัฐเป็นต้นแบบให้เกษตรกร หากผู้มาดูงานเห็นแมลงวันเต็มคอกและเต็มโต๊ะอาหาร ความน่าเชื่อถือของคำแนะนำเรื่องการจัดการฟาร์มจะลดลงทันที ในทางกลับกัน คอกที่สะอาด มีระบบจัดการมูลและควบคุมแมลงที่เป็นขั้นตอน เป็นบทเรียนที่มีค่าที่สุดที่เกษตรกรนำกลับไปใช้ได้

4. เรื่องร้องเรียนจากชุมชนรอบข้าง

แมลงวันจากฟาร์มสามารถบินไปรบกวนชุมชนใกล้เคียงได้ ร่วมกับกลิ่นมูลสัตว์ เรื่องนี้มักกลายเป็นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานท้องถิ่นหรือโพสต์ในโซเชียลมีเดีย การมีแผนควบคุมแมลงที่ชัดเจนและบันทึกได้จึงช่วยทั้งในการป้องกันและในการชี้แจง

5. ภาระงานของเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่ฟาร์มมีงานประจำมากอยู่แล้ว ทั้งให้อาหาร รีดนม ดูแลสุขภาพสัตว์ และดูแลแปลงหญ้า การต้องพ่นสารด้วยถังพ่นที่ต้องสูบลมบ่อยและพ่นซ้ำหลายรอบกินเวลาและแรงงาน และยังเพิ่มโอกาสที่เจ้าหน้าที่จะสัมผัสสารเคมีนานเกินจำเป็น

ทำไมวิธีเดิมจึงไม่ได้ผล

  • พ่นแต่ไม่เก็บมูล: แมลงวันตัวเต็มวัยที่เห็นเป็นเพียงส่วนน้อยของประชากร ไข่และหนอนแมลงวันจำนวนมากอยู่ในมูลและวัสดุรองพื้นที่เปียก ถ้าไม่จัดการแหล่งเพาะพันธุ์ แมลงวันรุ่นใหม่จะออกมาแทนที่อย่างรวดเร็ว ในอากาศร้อน วงจรชีวิตจากไข่ถึงตัวเต็มวัยอาจใช้เวลาเพียงราวหนึ่งถึงสองสัปดาห์
  • ใช้สารที่ฉลากไม่อนุญาต: สารกำจัดแมลงแต่ละชนิดขึ้นทะเบียนสำหรับการใช้งานเฉพาะ บางชนิดไม่อนุญาตให้ใช้ในโรงเรือนสัตว์ หรือไม่อนุญาตให้สัมผัสตัวสัตว์ อาหาร และน้ำดื่ม การใช้ผิดฉลากเสี่ยงต่อสัตว์ คน และผลผลิต
  • ใช้สารกลุ่มเดิมซ้ำ: แมลงวันบ้านมีรายงานการดื้อต่อสารหลายกลุ่ม การพ่นสารกลุ่มเดียวซ้ำ ๆ ทำให้ได้ผลน้อยลงเรื่อย ๆ
  • ละอองหยาบเกินไป: ถังพ่นแบบอัดแรงดันให้หยดใหญ่ที่ตกพื้นเร็ว ไม่ลอยไปสัมผัสแมลงที่บินหรือเกาะตามโครงหลังคา
  • พ่นผิดเวลาและผิดจุด: พ่นตอนลมแรงหรือแดดจัด ละอองปลิวหายหรือระเหยเร็ว พ่นกระจายทั่วคอกโดยไม่เน้นจุดที่แมลงวันเกาะพัก เช่น ผนัง เสา และคานหลังคา ก็ได้ผลน้อย
  • เครื่องเก่าและไม่มีบริการหลังการขาย: หัวพ่นอุดตัน ตัวเครื่องผุกร่อนจากความชื้นและแดด ไม่มีอะไหล่หรือช่างดูแล
  • ไม่มีบันทึก: ไม่รู้ว่าพ่นสารอะไร เมื่อไร เท่าไร จึงวางแผนสลับกลุ่มสารหรือชี้แจงผู้ตรวจสอบไม่ได้

ทางออก: สุขาภิบาลคอกเป็นฐาน เสริมด้วยเครื่องพ่นละอองฝอย AIROFOG U240

AIROFOG U240 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยระบบ ULV จากเยอรมนี ULV คือการพ่นน้ำยาปริมาณน้อยมากให้แตกเป็นละอองละเอียดที่ลอยอยู่ในอากาศได้นานพอจะสัมผัสแมลงที่บินและเกาะพัก เหมาะกับงานในโรงเรือนและพื้นที่กึ่งปิดอย่างคอกสัตว์

ข้อมูลสำคัญของเครื่อง (ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์)

รายการรายละเอียด
ประเภทเครื่องพ่นละอองฝอย ULV
แหล่งผลิตเยอรมนี
ขนาดละอองประมาณ 15 ถึง 30 ไมครอน
น้ำยาที่ใช้ได้ทั้งสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน
ตัวเครื่องทนไฟและทนรังสียูวี
ความจุถัง5 ลิตร
น้ำหนักประมาณ 3.1 กิโลกรัม
บริการบริษัทมีมาตรฐาน ISO และ GMP ตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนส่งมอบ มีช่าง อะไหล่ และบริการหลังการขาย

ทำไมจึงเหมาะกับคอกสัตว์และสถานีพัฒนาอาหารสัตว์

น้ำหนักประมาณ 3.1 กิโลกรัมทำให้เจ้าหน้าที่ถือเดินพ่นตามแนวผนังคอก เสา และคานหลังคาซึ่งเป็นจุดที่แมลงวันชอบเกาะพักได้สะดวก ละอองขนาดประมาณ 15 ถึง 30 ไมครอนลอยตัวได้ดีกว่าหยดน้ำขนาดใหญ่ จึงสัมผัสแมลงที่บินและเกาะตามโครงสร้างได้ทั่วถึงกว่า การที่ใช้ได้ทั้งสารสูตรน้ำและสูตรน้ำมันช่วยให้เลือกผลิตภัณฑ์ได้ตามที่ฉลากกำหนดสำหรับพื้นที่เลี้ยงสัตว์ ตัวเครื่องที่ทนไฟและทนรังสียูวีเหมาะกับสภาพฟาร์มที่มีทั้งแดดและความชื้น ส่วนถัง 5 ลิตรเพียงพอสำหรับพ่นคอกทีละหลังโดยไม่หนักเกินไป

กติกาเรื่องสารที่ต้องยึดทุกครั้ง

  • ใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง และฉลากระบุว่าใช้ในโรงเรือนหรือพื้นที่เลี้ยงสัตว์ได้ พร้อมวิธีการพ่นที่สอดคล้องกับเครื่อง ULV
  • ทำตามฉลากเรื่องการนำสัตว์ออกจากคอกก่อนพ่นหรือไม่ ระยะเวลาก่อนนำสัตว์กลับเข้า และข้อห้ามพ่นโดนตัวสัตว์
  • ปิดหรือย้ายรางอาหาร รางน้ำ และอุปกรณ์รีดนมออกจากบริเวณพ่น ไม่ให้ละอองตกลงไป
  • หากฉลากกำหนดระยะหยุดใช้ก่อนส่งน้ำนมหรือเนื้อสัตว์ ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด และปรึกษาสัตวแพทย์ทุกครั้งที่ไม่แน่ใจ
  • ห้ามใช้สารกำจัดยุงที่ขึ้นทะเบียนเฉพาะงานสาธารณสุขในบ้านเรือนมาพ่นในคอกสัตว์ หากฉลากไม่ได้ระบุให้ใช้

สุขาภิบาลคอก: หัวใจของการคุมแมลงวัน

การพ่นช่วยลดแมลงวันตัวเต็มวัยได้ในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ความสำเร็จระยะยาวขึ้นกับการตัดวงจรที่แหล่งเพาะพันธุ์ แนวทางต่อไปนี้เป็นหลักทั่วไปที่ฟาร์มของรัฐนำไปปรับใช้ได้

จุดเสี่ยงสิ่งที่ควรทำ
มูลสัตว์ในคอกเก็บกวาดสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงฝน ไม่ปล่อยให้สะสมเป็นชั้นหนา
กองมูลและปุ๋ยคอกตากให้แห้ง หรือหมักแบบกองที่ปิดคลุม เพื่อลดการวางไข่ของแมลงวัน
วัสดุรองพื้นเปลี่ยนเมื่อเปียกแฉะ ไม่ปล่อยให้หมักหมม
รางอาหารและหญ้าหมักเก็บเศษอาหารที่หกทุกวัน ปิดบ่อหญ้าหมักให้มิดชิด
รางน้ำและจุดน้ำรั่วซ่อมท่อรั่ว ปรับพื้นให้น้ำไหลออก ลดโคลนรอบรางน้ำ
บ่อพักน้ำเสียและร่องน้ำลอกวัชพืชและตะกอน ลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ปล่อยปลากินลูกน้ำในบ่อที่เหมาะสม
การระบายอากาศติดพัดลมหรือเปิดช่องลม ช่วยให้คอกแห้งและลดการเกาะพักของแมลง
กับดักและเหยื่อใช้กับดักกาวหรือกับดักแมลงวันเพื่อลดจำนวนและติดตามระดับการระบาด

ตัวอย่างรอบงานประจำสัปดาห์

  • ทุกวัน: เก็บมูลและเศษอาหาร ตรวจรางน้ำ ตรวจกับดักแมลงวัน
  • สัปดาห์ละครั้ง: นับแมลงวันที่กับดักหรือบนแผ่นการ์ดตรวจ บันทึกแนวโน้ม ตรวจภาชนะขังน้ำรอบบ้านพักและอาคารฝึกอบรม
  • เมื่อถึงระดับที่ต้องพ่น: ประชุมกับสัตวแพทย์ เลือกผลิตภัณฑ์ตามฉลาก เตรียมคอกตามข้อกำหนด แล้วพ่นด้วย U240 เน้นจุดเกาะพัก
  • หลังพ่น: ล้างเครื่อง บันทึกชื่อสาร อัตรา จุดที่พ่น และติดตามผลในสัปดาห์ถัดไป

แนวทางนี้คือการควบคุมแมลงแบบผสมผสาน ความจริงคือไม่มีเครื่องหรือสารใดที่กำจัดแมลงทุกชนิดในฟาร์มได้ในครั้งเดียว แมลงวันบ้าน แมลงวันคอก และยุงมีพฤติกรรมและแหล่งเพาะพันธุ์ต่างกัน จึงต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน

รู้จักแมลงในฟาร์มให้ถูกตัว ก่อนเลือกวิธีควบคุม

ผู้บริหารหลายท่านเรียกทุกอย่างว่า "แมลงวัน" หรือ "ยุง" แต่ในทางปฏิบัติ แต่ละชนิดมีจุดเพาะพันธุ์ ช่วงเวลาออกหากิน และจุดเกาะพักต่างกัน การรู้จักให้ถูกตัวช่วยให้เลือกวิธีและเวลาพ่นได้แม่นยำขึ้น

ชนิดพฤติกรรมโดยทั่วไปจุดที่ควรเน้น
แมลงวันบ้านไม่กัด แต่ตอมอาหาร มูล และสิ่งสกปรก เพาะพันธุ์ในมูลและเศษอาหารที่ชื้นเก็บมูล เศษอาหาร พ่นตามผนัง เพดาน และจุดเกาะพักช่วงที่แมลงวันเกาะนิ่ง
แมลงวันคอกกัดดูดเลือดสัตว์ มักกัดบริเวณขา เพาะพันธุ์ในวัสดุพืชหมักหมม เช่น เศษหญ้าหมักและฟางเปียกเก็บเศษหญ้าหมักและฟางเปียก พ่นตามผนังคอกด้านที่มีแดดและรั้วที่แมลงวันเกาะพัก
ยุงรำคาญออกหากินเย็นถึงกลางคืน เพาะพันธุ์ในน้ำเสียและร่องน้ำจัดการบ่อน้ำเสีย พ่นรอบคอกช่วงเย็นที่ลมสงบ
ยุงลายกัดคนช่วงกลางวัน เพาะพันธุ์ในภาชนะขังน้ำ เป็นพาหะไข้เลือดออกมาตรการ 3 เก็บรอบบ้านพักและอาคารฝึกอบรม พ่นเมื่อมีรายงานผู้ป่วย

ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้พ่น

คอกสัตว์เป็นพื้นที่กึ่งปิดที่ละอองอาจค้างอยู่ได้นาน ผู้พ่นจึงต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันตามที่ฉลากกำหนด โดยทั่วไปคือหน้ากากที่เหมาะกับละออง ถุงมือกันสารเคมี แว่นตา และชุดแขนยาวขายาว เดินพ่นถอยหลังออกจากพื้นที่เพื่อไม่ให้เดินผ่านละอองที่เพิ่งพ่น ห้ามกินอาหาร ดื่มน้ำ หรือสูบบุหรี่ระหว่างปฏิบัติงาน หลังเสร็จงานให้ล้างมือ อาบน้ำ และแยกซักชุดทำงาน

การเก็บรักษาสารและการบันทึก

เก็บผลิตภัณฑ์ไว้ในภาชนะเดิมที่มีฉลากครบ ในห้องที่ล็อกได้ อากาศถ่ายเท ห่างจากอาหารสัตว์ เวชภัณฑ์ และน้ำดื่ม แยกชั้นระหว่างผลิตภัณฑ์สำหรับพื้นที่เลี้ยงสัตว์กับผลิตภัณฑ์กำจัดยุงสำหรับงานสาธารณสุข บันทึกการรับเข้า การใช้ และการทิ้งภาชนะทุกครั้ง น้ำล้างเครื่องต้องจัดการตามคำแนะนำบนฉลาก ห้ามเทลงบ่อน้ำหรือร่องน้ำที่สัตว์ใช้ดื่ม เมื่อมีผู้ตรวจสอบหรือเกษตรกรถามว่าใช้อะไร เมื่อไร และเพราะอะไร สถานีก็ตอบได้ทันที

ศัพท์น่ารู้

  • ULV: การพ่นน้ำยาปริมาณน้อยมากให้เป็นละอองละเอียด
  • เครื่องพ่นหมอกควัน: เครื่องที่ใช้ความร้อนเปลี่ยนน้ำยาเป็นควัน มองเห็นชัด เป็นคนละระบบกับ ULV
  • ระยะหยุดใช้: ช่วงเวลาที่ต้องเว้นหลังการใช้สารก่อนส่งผลผลิตจากสัตว์ ตามที่ฉลากหรือสัตวแพทย์กำหนด
  • จุดเกาะพัก: ตำแหน่งที่แมลงวันหรือยุงชอบเกาะนิ่ง เช่น ผนัง เสา คาน และรั้ว เป็นเป้าหมายสำคัญของการพ่น

แผนคุมแมลงในฟาร์มตลอดปี

ปริมาณแมลงวันและยุงในฟาร์มขึ้นลงตามฤดูกาล การวางแผนล่วงหน้าจึงใช้คน เครื่องมือ และงบประมาณได้คุ้มค่ากว่าการตั้งรับทีละครั้ง

  • ก่อนเข้าฤดูฝน: ตรวจสภาพเครื่องพ่น เปลี่ยนชิ้นส่วนสึกหรอ อบรมเจ้าหน้าที่ใหม่ ซ่อมหลังคาและรางน้ำฝนเหนือคอกไม่ให้ฝนสาดวัสดุรองพื้น ลอกร่องระบายน้ำเสีย และตกลงระดับจำนวนแมลงวันที่ต้องเริ่มพ่นร่วมกับสัตวแพทย์
  • ช่วงฝนชุก: เป็นช่วงที่มูลเปียกแฉะและเศษหญ้าหมักเน่าเร็วที่สุด เพิ่มรอบเก็บมูลและเศษอาหาร ตรวจกับดักถี่ขึ้น และเตรียมผลิตภัณฑ์ที่ฉลากอนุญาตกับอุปกรณ์ป้องกันให้พร้อมพ่นทันทีเมื่อถึงระดับที่ตกลงไว้
  • ปลายฝน: เฝ้าระวังบ่อ ร่องน้ำ และแอ่งน้ำขอบแปลงหญ้า ซึ่งอาจทำให้ยุงเพิ่มขึ้นอีกระยะหนึ่ง อาจต้องพ่นรอบคอกและบ้านพักช่วงเย็นควบคู่การจัดการน้ำ
  • ช่วงแล้ง: แมลงวันยังเพาะพันธุ์ได้ในมูลที่ชื้นและรอบรางน้ำ จึงต้องรักษารอบสุขาภิบาลต่อเนื่อง และใช้ช่วงนี้บำรุงรักษาเครื่องครั้งใหญ่ ทบทวนบันทึกการพ่น และวางแผนสลับกลุ่มสารสำหรับปีถัดไป

แผนนี้ยังใช้เป็นสื่อการสอนได้ด้วย เกษตรกรที่มาอบรมจะได้เห็นปฏิทินงาน ตัวเลขจากกับดัก และบันทึกการพ่นจริง แล้วนำระบบง่าย ๆ นี้กลับไปใช้ในฟาร์มของตนเอง ซึ่งเป็นคุณค่าที่สถานีของรัฐมอบให้ได้ดีที่สุด และแสดงให้เห็นว่างานควบคุมโรคกับการเลี้ยงสัตว์ที่ดีไปด้วยกันได้

10 เหตุผลที่ U240 เหมาะกับฟาร์มปศุสัตว์ของรัฐ

  1. น้ำหนักประมาณ 3.1 กิโลกรัม ถือเดินพ่นตามแนวคอกได้นานโดยไม่เหนื่อยเกินไป
  2. ละอองประมาณ 15 ถึง 30 ไมครอน ลอยตัวได้ดี สัมผัสแมลงที่บินและเกาะพักตามผนังและคานหลังคาได้ทั่วถึง
  3. ใช้ได้ทั้งสารสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน เลือกผลิตภัณฑ์ที่ฉลากอนุญาตสำหรับพื้นที่เลี้ยงสัตว์ได้กว้างขึ้น
  4. ตัวเครื่องทนไฟและทนรังสียูวี เหมาะกับสภาพงานในฟาร์มที่มีแดดจัดและความชื้นสูง
  5. ถัง 5 ลิตร ขนาดพอเหมาะกับการพ่นคอกทีละหลัง ไม่หนักเกินไป
  6. ผลิตในเยอรมนี และมีทีมงานในประเทศไทยคอยดูแลการใช้งานและการบำรุงรักษา
  7. ประหยัดน้ำยา ระบบ ULV ใช้ปริมาณน้อยเมื่อเทียบกับการพ่นแบบหยดใหญ่ เมื่อใช้ตามอัตราบนฉลาก
  8. ใช้ได้หลายจุดในสถานี ทั้งคอกสัตว์ โรงเก็บอาหารสัตว์ และรอบอาคาร ตามผลิตภัณฑ์ที่ฉลากอนุญาตสำหรับแต่ละพื้นที่
  9. เข้ากับการควบคุมแบบผสมผสาน ใช้เสริมการเก็บมูล กับดัก และการจัดการน้ำ ไม่ใช่ใช้แทน
  10. มีช่าง อะไหล่ และการอบรม จากบริษัทที่มี ISO และ GMP ดูรายละเอียดได้ที่ หน้าสินค้า AIROFOG U240

ก่อนและหลังใช้แนวทางสุขาภิบาลคอกควบคู่เครื่องพ่นละอองฝอย

ก่อน

  • มูลเปียกสะสม แมลงวันเกาะดำทั่วคอก
  • พ่นด้วยถังอัดแรงดัน ละอองหยาบ สิ้นเปลือง
  • ไม่แน่ใจว่าสารที่ใช้ฉลากอนุญาตในคอกสัตว์หรือไม่
  • เกษตรกรที่มาดูงานถ่ายรูปแมลงวันบนโต๊ะอาหาร
  • ไม่มีบันทึกการพ่น วางแผนสลับกลุ่มสารไม่ได้

หลัง

  • เก็บมูลและเศษอาหารเป็นรอบ แหล่งเพาะพันธุ์ลดลง
  • U240 พ่นละอองละเอียดเน้นจุดเกาะพักของแมลงวัน
  • ใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ฉลากอนุญาตในพื้นที่เลี้ยงสัตว์
  • อาคารฝึกอบรมและคอกสาธิตสะอาด เป็นต้นแบบให้เกษตรกร
  • มีบันทึกครบ สลับกลุ่มสารตามคำแนะนำสัตวแพทย์

เคล็ดลับจัดซื้อจัดจ้างเครื่องพ่นละอองฝอยสำหรับหน่วยงานปศุสัตว์

หน่วยงานปศุสัตว์ของรัฐควรตั้งงบครุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับการจำแนกประเภทครุภัณฑ์ของหน่วยงาน และเขียนคุณลักษณะเฉพาะจากงานจริงในฟาร์ม ด้านล่างเป็นแนวทางทั่วไปที่นำไปปรับใช้ได้

หัวข้อสิ่งที่ควรพิจารณา
ลักษณะพื้นที่จำนวนและขนาดคอก โรงเก็บอาหารสัตว์ อาคารฝึกอบรม และบ้านพัก
ระบบพ่นระบบ ULV ช่วงขนาดละออง ความเข้ากันได้กับสารสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน
ความทนทานวัสดุตัวเครื่องที่ทนสภาพฟาร์ม น้ำหนักที่ถือเดินได้สะดวก ความจุถัง
เอกสารคู่มือภาษาไทย แหล่งผลิต มาตรฐานของผู้จำหน่าย
บริการหลังการขายการรับประกัน อะไหล่ ช่าง ช่องทางติดต่อ
การอบรมการใช้งาน การล้างเครื่อง การใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง และการเตรียมคอกก่อนพ่น
  • ตั้งงบวัสดุสำหรับผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงที่ใช้ในพื้นที่เลี้ยงสัตว์แยกจากงบครุภัณฑ์
  • จัดซื้ออุปกรณ์ป้องกันตนเองพร้อมกัน เช่น หน้ากาก ถุงมือ แว่นตา และชุดคลุม
  • หากสถานีมีพื้นที่กลางแจ้งกว้าง เช่น แปลงหญ้าและร่องน้ำรอบฟาร์ม อาจพิจารณาเครื่องสะพายหลังอย่าง SUPER ROTARY หรือเครื่องพ่นหมอกควันอย่าง AT35 สำหรับงานควบคุมยุงรอบนอก โดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่ฉลากอนุญาตเช่นกัน

ขั้นตอนถัดไป 3 ขั้น

  1. โทรหรือ LINE ขอใบเสนอราคาและสเปก: 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 แจ้งจำนวนคอกและชนิดสัตว์
  2. ขอสาธิตและอบรม: ทดลองพ่นในคอกจริงร่วมกับสัตวแพทย์ และฝึกการล้างเครื่อง
  3. ตั้งงบและจัดซื้อตามระเบียบ: นำข้อมูลไปจัดทำคุณลักษณะเฉพาะและดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามขั้นตอนของหน่วยงาน

ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน

"เราเคยคิดว่าเรื่องแมลงวันแค่พ่นให้หนักขึ้นก็จบ แต่ยิ่งพ่นยิ่งเปลือง แมลงวันก็กลับมาทุกสัปดาห์ พอหันมาเก็บมูลเป็นรอบ เก็บเศษหญ้าหมักทุกวัน ปิดบ่อให้มิดชิด แล้วใช้เครื่องพ่นละอองฝอยเฉพาะตอนที่กับดักบอกว่าแมลงวันเริ่มเยอะ เน้นพ่นตามผนังและคานที่มันเกาะ ใช้เฉพาะสารที่ฉลากบอกว่าใช้ในคอกได้ ผลต่างกันชัดเจน วันที่มีเกษตรกรมาอบรม เราพาเดินดูระบบนี้เป็นหนึ่งในหัวข้อเรียนได้เลย"

ข้อความข้างต้นเป็นตัวอย่างที่เรียบเรียงจากลักษณะงานทั่วไปของฟาร์มปศุสัตว์ ไม่ได้อ้างอิงคำพูดของบุคคลหรือหน่วยงานใดโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. พ่นในคอกขณะมีสัตว์อยู่ได้หรือไม่

ขึ้นกับฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ บางชนิดกำหนดให้นำสัตว์ออกก่อนพ่นและกำหนดเวลาก่อนนำกลับเข้า บางชนิดห้ามพ่นโดนตัวสัตว์ ต้องอ่านฉลากและปรึกษาสัตวแพทย์ทุกครั้ง

2. ควรพ่นบ่อยแค่ไหน

ไม่ควรพ่นตามปฏิทินอย่างเดียว ควรใช้ข้อมูลจากกับดักหรือการนับแมลงวันเป็นตัวตัดสินใจ ควบคู่กับการเก็บมูลและจัดการแหล่งเพาะพันธุ์อย่างสม่ำเสมอ

3. U240 ใช้สารแบบไหนได้บ้าง

ตัวเครื่องใช้ได้ทั้งสารสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน แต่การเลือกผลิตภัณฑ์ต้องยึดฉลากที่ระบุการใช้ในพื้นที่เลี้ยงสัตว์และวิธีพ่นที่สอดคล้องกับเครื่อง ULV

4. การพ่นกระทบน้ำนมหรือเนื้อสัตว์หรือไม่

อาจกระทบได้หากใช้ผิดวิธี จึงต้องปิดหรือย้ายรางอาหาร รางน้ำ และอุปกรณ์รีดนมออกก่อนพ่น และปฏิบัติตามระยะหยุดใช้ที่ฉลากกำหนด หากฉลากระบุไว้

5. ใช้เครื่องเดียวกันพ่นยุงรอบบ้านพักเจ้าหน้าที่ได้ไหม

ทำได้ หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่ฉลากระบุสำหรับกำจัดยุงในพื้นที่นั้น และล้างถังกับระบบพ่นตามคู่มือก่อนเปลี่ยนประเภทงาน

6. แมลงวันดื้อยาแล้วต้องทำอย่างไร

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องการสลับกลุ่มสารตามกลไกการออกฤทธิ์ และให้น้ำหนักกับการจัดการแหล่งเพาะพันธุ์และกับดักมากขึ้น การเพิ่มความเข้มข้นเกินฉลากไม่ใช่ทางออกและผิดข้อกำหนด

ให้ฟาร์มของรัฐเป็นต้นแบบการจัดการแมลงที่เกษตรกรเชื่อถือ

ขอสเปก ใบเสนอราคา และนัดสาธิต AIROFOG U240 ในคอกจริงของหน่วยงาน

ดูสินค้าและราคา AIROFOG U240 คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | worldhealthdisinfection@gmail.com

ดูศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ

บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด 88 268 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

คีย์เวิร์ด: เครื่องพ่นละอองฝอย, เครื่องพ่นยุง, เครื่องกำจัดยุง, เครื่องพ่นหมอกควัน, เครื่องพ่นยุงราชการ, ควบคุมโรค, กำจัดแมลงทุกชนิด, ครุภัณฑ์ราชการ, จัดซื้อจัดจ้าง, ยุงลาย, ไข้เลือดออก, ULV, AIROFOG U240, แมลงวันคอกสัตว์, ฟาร์มปศุสัตว์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้