วิธีใช้เครื่องพ่นหมอกควันอย่างถูกต้อง: ขั้นตอนก่อนพ่น ระหว่างพ่น หลังพ่น สำหรับเจ้าหน้าที่ อปท.

Last updated: 24 ก.ย. 2569  |  0 จำนวนผู้เข้าชม  | 

วิธีใช้เครื่องพ่นหมอกควันอย่างถูกต้อง: ขั้นตอนก่อนพ่น ระหว่างพ่น หลังพ่น สำหรับเจ้าหน้าที่ อปท.

วิธีใช้เครื่องพ่นหมอกควันอย่างถูกต้อง: ขั้นตอนก่อนพ่น ระหว่างพ่น หลังพ่น สำหรับเจ้าหน้าที่ อปท.

เครื่องพ่นหมอกควันที่ดีที่สุดก็ให้ผลไม่เต็มที่ ถ้าคนใช้ไม่รู้ขั้นตอน บทความนี้เป็นคู่มือภาคสนามฉบับอ่านง่าย สำหรับเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล ทีมสาธารณสุข และ อสม. ที่ต้องออกพ่นยุงจริง เราไล่ให้ครบตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนพ่น การเดินพ่นอย่างปลอดภัย ไปจนถึงการดับเครื่อง ทำความสะอาด และบันทึกผล โดยยึดหลักข้อเดียวที่สำคัญที่สุด คือ ทำตามคู่มือของผู้ผลิตเครื่องและฉลากสารเคมีทุกครั้ง

สรุปใน 1 นาที

  • ก่อนพ่น: อ่านคู่มือเครื่องและฉลากสารเคมี ตรวจสภาพเครื่อง เตรียมอุปกรณ์ป้องกันตัว (PPE) แจ้งชาวบ้านล่วงหน้า ดูสภาพอากาศ และวางเส้นทางเดินพ่น
  • ระหว่างพ่น: พ่นในช่วงเช้าตรู่หรือเย็นที่ยุงออกหากิน เดินด้วยความเร็วสม่ำเสมอ ปล่อยหมอกควันเข้าใต้ถุนบ้าน พุ่มไม้ และมุมอับ ระวังไฟ ระวังคน สัตว์เลี้ยง และแหล่งน้ำ
  • หลังพ่น: ปิดสารเคมีและดับเครื่องตามลำดับในคู่มือ รอให้เครื่องเย็น ทำความสะอาด เก็บสารเคมีให้ถูกที่ ล้างตัว และบันทึกผลการพ่น
  • เครื่องที่ช่วยให้ทำงานง่าย: AIROFOG AT35 ตัวเครื่องสแตนเลส 100% น้ำหนักเบา ใช้ได้ทั้งสารเคมีสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน ได้รับการรับรองจากเยอรมนีและอังกฤษ
  • ขั้นตอนถัดไป 3 ขั้น: โทร/LINE ขอใบเสนอราคาและสเปก → ขอสาธิตและอบรมการใช้งาน → ตั้งงบและจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบ

เรื่องเล่าจากหมู่บ้านริมทุ่ง (ตัวอย่างสถานการณ์)

เย็นวันพฤหัสบดีต้นฤดูฝน "พี่สมศักดิ์" เจ้าพนักงานสาธารณสุขของ อบต. แห่งหนึ่งในภาคกลาง ได้รับแจ้งจาก รพ.สต. ว่ามีเด็กนักเรียนชั้นประถมป่วยเป็นไข้เลือดออกในหมู่ 5 ทีมต้องออกพ่นควบคุมยุงลายรอบบ้านผู้ป่วยให้เร็วที่สุด พี่สมศักดิ์จึงเรียกน้องใหม่สองคนที่เพิ่งย้ายมาจากกองช่าง ยกเครื่องพ่นหมอกควันเครื่องเก่าขึ้นรถ แล้วออกเดินทางทันที

พอถึงหน้างาน ปัญหาก็เริ่มทยอยมา น้องคนหนึ่งเติมน้ำมันเชื้อเพลิงจนล้นขณะที่ตัวเครื่องยังอุ่นจากการทดลองติดเครื่องที่สำนักงาน อีกคนผสมสารเคมีโดยกะด้วยสายตาเพราะหาถ้วยตวงไม่เจอ ชาวบ้านหลายหลังไม่รู้ล่วงหน้าว่าจะมีการพ่น จึงยังตากผ้าและวางสำรับกับข้าวไว้ที่ใต้ถุน ระหว่างเดินพ่น หัวพ่นมีไฟพุ่งออกมาเป็นระยะ ทำให้ทุกคนตกใจ ขณะที่ลมเย็นพัดแรงจนหมอกควันลอยข้ามทุ่งนาไปแทนที่จะเข้าไปในพุ่มไม้รอบบ้าน

คืนนั้นมีคนโพสต์ในกลุ่มไลน์หมู่บ้านว่า "มาพ่นแค่ผ่าน ๆ ควันเหม็น กับข้าวเสียหมด" สองสัปดาห์ต่อมายังมีผู้ป่วยรายใหม่ในซอยเดียวกัน พี่สมศักดิ์กลับมานั่งทบทวน และพบว่าปัญหาเกือบทั้งหมดไม่ได้เกิดจากความตั้งใจที่ไม่ดี แต่มาจาก "ขั้นตอน" ที่ไม่มีใครเขียนไว้ให้ชัด ทั้งก่อนพ่น ระหว่างพ่น และหลังพ่น

เรื่องนี้เป็นตัวอย่างสถานการณ์ที่เราแต่งขึ้นเพื่ออธิบาย แต่เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหลายคนคุ้นเคยดี บทความนี้จึงรวบรวมขั้นตอนมาตรฐานเชิงปฏิบัติ เพื่อให้ทุกทีมนำไปปรับเป็นคู่มือประจำหน่วยงานได้ทันที

ทำไมการใช้เครื่องพ่นยุงผิดวิธีจึงเป็นเรื่องใหญ่

1. สุขภาพของประชาชนยังเสี่ยงต่อ

ยุงลายเป็นพาหะของไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ผู้ป่วยไข้เลือดออกมักมีไข้สูงลอย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ บางรายมีจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง และบางรายอาจเข้าสู่ภาวะช็อกได้ในช่วงที่ไข้เริ่มลด กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือเด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว เมื่อการพ่นทำได้ไม่ครอบคลุม ยุงตัวเต็มวัยที่มีเชื้ออาจยังรอดและแพร่เชื้อต่อไปยังคนในบ้านข้างเคียง ความตั้งใจดีจึงไม่พอ ต้องมีวิธีการที่ถูกต้องด้วย

2. ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่

เครื่องพ่นหมอกควันทำงานด้วยความร้อน ส่วนท่อเผาไหม้และหัวพ่นร้อนมากขณะใช้งานและหลังดับเครื่องไปแล้วระยะหนึ่ง ถ้าเติมเชื้อเพลิงผิดจังหวะ วางเครื่องใกล้วัสดุติดไฟ หรือไม่สวมอุปกรณ์ป้องกัน อาจเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ ผิวหนังไหม้ หรือสูดดมสารเคมีเกินจำเป็นได้ เจ้าหน้าที่คือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของหน่วยงาน การเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บของทีมพ่นหนึ่งคนอาจทำให้แผนควบคุมโรคทั้งตำบลสะดุด

3. งบประมาณสูญเปล่า

สารเคมีที่ผสมผิดอัตรา พ่นในช่วงที่ลมแรงหรือฝนตก หรือพ่นตอนกลางวันแดดจัดที่ยุงหลบอยู่ในที่ร่ม ล้วนทำให้สารเคมีและน้ำมันเชื้อเพลิงหมดไปโดยไม่ได้ผล ยิ่งไปกว่านั้น เครื่องพ่นยุงที่ถูกใช้งานผิดวิธีมักเสียเร็ว ต้องส่งซ่อมบ่อย หรือเสื่อมก่อนอายุการใช้งานจริง ซึ่งหมายถึงการเสียงบครุภัณฑ์ราชการที่ตั้งไว้อย่างยากลำบาก

4. ภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของหน่วยงาน

ทุกวันนี้ชาวบ้านถ่ายคลิปและโพสต์ลงโซเชียลมีเดียได้ในไม่กี่วินาที ภาพเจ้าหน้าที่พ่นหมอกควันใส่ร้านอาหาร พ่นใกล้เด็กที่กำลังเล่น หรือพ่นแบบเดินเร็วผ่านหน้าบ้านโดยไม่เข้าซอก ทำให้เกิดคำถามต่อความเป็นมืออาชีพของ อปท. ในทางกลับกัน ทีมที่แจ้งล่วงหน้า แต่งกายครบ อธิบายได้ว่ากำลังทำอะไร และพ่นอย่างมีระบบ จะสร้างความไว้วางใจได้มาก

5. ภาระงานที่ซ้ำซ้อน

เมื่อพ่นไม่ได้ผลในรอบแรก ทีมต้องกลับไปพ่นซ้ำ ต้องตอบข้อร้องเรียน ต้องเขียนรายงานชี้แจง และต้องซ่อมเครื่องที่เสีย งานเหล่านี้กินเวลาของเจ้าหน้าที่ที่มีจำนวนจำกัดอยู่แล้ว ขั้นตอนที่ชัดเจนตั้งแต่ต้นจึงเป็นการลดภาระงานในระยะยาวอย่างแท้จริง

ทำไมวิธีเดิม ๆ มักไม่ได้ผล

  • เครื่องเก่าที่ไม่ได้บำรุงรักษา: ท่อเผาไหม้มีคราบเขม่า หัวพ่นอุดตัน ปะเก็นรั่ว ทำให้ติดเครื่องยาก เครื่องดับกลางทาง หรือพ่นได้ไม่สม่ำเสมอ
  • ไม่มีใครอ่านคู่มือ: หลายหน่วยงานได้รับคู่มือมาพร้อมเครื่อง แต่เก็บไว้ในตู้เอกสาร ความรู้จึงอยู่กับคนคนเดียว เมื่อคนนั้นย้ายงาน ความรู้ก็หายไปด้วย
  • ผสมสารเคมีด้วยความเคยชิน: การกะอัตราผสมด้วยสายตา หรือใช้สูตรที่ "เคยใช้มา" โดยไม่ดูฉลากของสารเคมีที่ซื้อมาล็อตใหม่ อาจทำให้เข้มข้นเกินหรือเจือจางเกิน ทั้งสองแบบล้วนไม่ดี
  • ผิดเวลา: พ่นตอนสายหรือบ่ายที่แดดแรง อากาศร้อนทำให้หมอกควันลอยขึ้นสูงและกระจายหายเร็ว ขณะที่ยุงลายจำนวนมากหลบอยู่ในที่มืดและชื้น
  • ขนาดละอองไม่เหมาะ: เครื่องที่ปรับตั้งผิดหรือหัวพ่นสึก อาจให้ละอองใหญ่ที่ตกลงพื้นเร็ว ไม่ลอยค้างนานพอจะสัมผัสตัวยุง
  • เครื่องราคาถูกที่ไม่ได้มาตรฐาน: วัสดุบางเป็นสนิมง่าย ไม่มีอะไหล่ ไม่มีช่างดูแล พอเสียในช่วงโรคระบาดก็ต้องจอดรอ
  • ไม่มีบริการหลังการขาย: ไม่มีใครอบรมทีมใหม่ ไม่มีใครตอบคำถามเมื่อเครื่องมีอาการผิดปกติ ความผิดพลาดเดิมจึงเกิดซ้ำทุกปี

ขั้นตอนที่ 1: ก่อนพ่น (เตรียมให้พร้อม ลดความเสี่ยงได้มากที่สุด)

ช่วงเตรียมการคือช่วงที่สำคัญที่สุด เพราะปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดหน้างานสามารถป้องกันได้ตั้งแต่ที่สำนักงาน ต่อไปนี้คือเช็กลิสต์เชิงปฏิบัติที่ทีมควรทำทุกครั้ง

1.1 อ่านคู่มือเครื่องและฉลากสารเคมี

ก่อนออกพ่นทุกครั้ง หัวหน้าทีมควรเปิดคู่มือของเครื่องพ่นหมอกควันรุ่นที่ใช้ ทบทวนขั้นตอนการติดเครื่อง การเปิดปิดสารเคมี และการดับเครื่อง จากนั้นอ่านฉลากสารเคมีที่จะใช้ในล็อตนั้น ฉลากจะบอกอัตราผสม ชนิดของตัวทำละลายที่ใช้ได้ (น้ำหรือน้ำมัน) ข้อควรระวัง การปฐมพยาบาล และวิธีเก็บรักษา ตัวเลขทุกตัวในการผสมให้ยึดตามฉลากเท่านั้น ไม่ใช้สูตรจากความจำหรือจากคนอื่น

ศัพท์น่ารู้: ฉลาก คือเอกสารทางกฎหมายที่ติดมากับสารเคมี บอกวิธีใช้ที่ปลอดภัยและได้ผล การใช้นอกเหนือฉลากถือเป็นความเสี่ยงที่หน่วยงานต้องรับผิดชอบเอง

1.2 ตรวจสภาพเครื่อง

  • ตรวจถังเชื้อเพลิงและถังสารเคมีว่าไม่มีรอยรั่วหรือรอยร้าว ฝาปิดแน่น ซีลยางอยู่ในสภาพดี
  • ตรวจสายยาง ข้อต่อ และวาล์ว ว่าไม่แตก ไม่หลวม ไม่มีคราบรั่วซึม
  • ตรวจท่อเผาไหม้และหัวพ่นว่าไม่มีเขม่าสะสมมากเกินไปหรืออุดตัน
  • ตรวจแบตเตอรี่หรือถ่านสำหรับระบบจุดระเบิด (ถ้าเครื่องรุ่นนั้นใช้) ว่ามีไฟเพียงพอ
  • ติดเครื่องทดสอบในที่โล่ง ห่างจากวัสดุติดไฟ โดยยังไม่เปิดสารเคมี เพื่อฟังเสียงว่าเครื่องทำงานสม่ำเสมอ

1.3 เตรียมอุปกรณ์ป้องกันตัว (PPE)

อุปกรณ์ขั้นต่ำควรเป็นไปตามที่ฉลากสารเคมีและคู่มือเครื่องกำหนด โดยทั่วไปประกอบด้วยหน้ากากป้องกันไอระเหยสารเคมีที่มีไส้กรองเหมาะสม แว่นตาหรือกระบังหน้า ถุงมือกันสารเคมี เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว หรือชุดคลุม รองเท้าหุ้มส้น และอุปกรณ์ลดเสียง (ที่อุดหูหรือครอบหู) เพราะเครื่องพ่นหมอกควันมีเสียงดัง ควรตรวจว่าไส้กรองยังไม่หมดอายุ และทุกคนในทีมสวมใส่ได้พอดี

1.4 ผสมสารเคมีอย่างถูกต้อง

  • ผสมในที่โล่ง อากาศถ่ายเท ห่างจากเปลวไฟ บ้านเรือน แหล่งน้ำ และเด็ก
  • ใช้ภาชนะและอุปกรณ์ตวงที่แยกไว้สำหรับงานสารเคมีเท่านั้น ห้ามนำไปใช้กับอาหารหรือน้ำดื่ม
  • ใช้ตัวทำละลายตามที่ฉลากระบุ ถ้าฉลากระบุว่าใช้กับน้ำ ให้ผสมน้ำ ถ้าระบุว่าใช้กับน้ำมัน ให้ใช้น้ำมันชนิดที่ฉลากกำหนด ห้ามสลับเอง
  • ผสมเท่าที่จะใช้หมดในรอบนั้น เพื่อลดปัญหาสารเคมีเหลือค้าง
  • ติดป้ายระบุชื่อสารและวันที่ผสมไว้ที่ภาชนะ

1.5 เติมเชื้อเพลิงอย่างปลอดภัย

เติมเชื้อเพลิงเมื่อเครื่องดับสนิทและเย็นแล้วเท่านั้น ใช้กรวย เติมไม่ให้ล้น และเช็ดคราบที่หกทันที ห้ามสูบบุหรี่หรือมีเปลวไฟในบริเวณนั้น แยกภาชนะน้ำมันเชื้อเพลิงกับภาชนะสารเคมีให้ชัดเจน มีป้ายกำกับ เพื่อไม่ให้หยิบผิดตอนเร่งรีบ

1.6 สื่อสารกับชุมชน

แจ้งผู้นำชุมชน อสม. และชาวบ้านล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวันถ้าทำได้ ผ่านหอกระจายข่าว กลุ่มไลน์หมู่บ้าน หรือรถประชาสัมพันธ์ บอกวันเวลา พื้นที่ และสิ่งที่ชาวบ้านควรทำ เช่น ปิดฝาโอ่งน้ำและภาชนะใส่อาหาร เก็บผ้าที่ตากไว้ นำกรงนกและตู้ปลาเข้าที่ปิด เปิดประตูหน้าต่างให้หมอกควันเข้าได้ตามคำแนะนำของทีม และให้เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ และหญิงตั้งครรภ์อยู่ห่างจากบริเวณที่พ่น

1.7 ดูสภาพอากาศและวางแผนเส้นทาง

หลักทั่วไปคือพ่นเมื่ออากาศค่อนข้างสงบ ลมไม่แรง ไม่มีฝนตก และอยู่ในช่วงที่ยุงออกหากิน คือเช้าตรู่หรือเย็น วางแผนเส้นทางเดินพ่นล่วงหน้า โดยให้เดินพ่นตามทิศทางที่ลมพาหมอกควันเข้าหาบ้านและพุ่มไม้ ไม่ใช่พาย้อนกลับหาผู้พ่น กำหนดจุดเริ่ม จุดพัก จุดเติมสาร และจุดสิ้นสุดให้ชัด ถ้าเป็นการพ่นควบคุมรอบบ้านผู้ป่วย ให้ครอบคลุมรัศมีประมาณ 100 เมตรตามแนวทางที่ใช้กันทั่วไป และประสานกับทีมสาธารณสุขเรื่องรอบการพ่นซ้ำ

ขั้นตอนที่ 2: ระหว่างพ่น (ทำให้ได้ผลและปลอดภัยไปพร้อมกัน)

2.1 ติดเครื่องตามลำดับในคู่มือ

ติดเครื่องในที่โล่ง ห่างจากวัสดุติดไฟ รอให้เครื่องทำงานนิ่งและร้อนได้ที่ก่อนเปิดวาล์วสารเคมี ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะการเปิดสารเคมีก่อนที่ห้องเผาไหม้จะพร้อม อาจทำให้เกิดละอองหยดใหญ่ หรือมีเปลวไฟพุ่งออกจากหัวพ่นได้ ลำดับและระยะเวลาที่แน่นอนให้ยึดตามคู่มือของเครื่องรุ่นนั้น

2.2 ท่าทางและความเร็วในการเดิน

ถือเครื่องให้มั่นคง หัวพ่นชี้ไปข้างหน้าหรือไปทางเป้าหมาย ไม่ชี้เข้าหาตัวเองหรือเพื่อนร่วมทีม เดินด้วยความเร็วสม่ำเสมอ ไม่รีบเกินจนหมอกควันไม่ทันเข้าซอกมุม และไม่ช้าเกินจนสารเคมีหนาแน่นเกินจำเป็นในจุดเดียว ให้คนหนึ่งเดินนำหน้าเพื่อเคลียร์ทาง บอกชาวบ้าน และคอยดูสิ่งกีดขวาง ส่วนอีกคนทำหน้าที่พ่น สลับกันเป็นระยะเพื่อลดความเหนื่อยล้า

2.3 เล็งเป้าหมายให้ถูกที่

ยุงลายชอบเกาะพักในที่มืด ชื้น และลมสงบ เช่น ใต้ถุนบ้าน หลังตู้ ใต้เตียง พุ่มไม้เตี้ย กองวัสดุเก่า ยางรถยนต์ และมุมห้องน้ำ ปล่อยหมอกควันให้ลอยเข้าไปในจุดเหล่านี้ รอให้หมอกควันเข้าไปเต็มพื้นที่สักครู่ก่อนเดินต่อ สำหรับการพ่นภายในอาคาร ให้ปฏิบัติตามคู่มือเครื่องและฉลากสารเคมีอย่างเคร่งครัด เพราะหมอกควันที่หนาแน่นในห้องปิดมีความเสี่ยงด้านไฟและการหายใจมากกว่าพื้นที่เปิด หลายหน่วยงานจึงเลือกใช้เครื่องพ่นละอองฝอย ULV สำหรับงานในอาคาร และใช้เครื่องพ่นหมอกควันกับพื้นที่รอบนอก

2.4 จุดที่ต้องหลีกเลี่ยง

  • ห้ามพ่นใส่คน สัตว์เลี้ยง อาหาร และน้ำดื่มโดยตรง
  • หลีกเลี่ยงแหล่งน้ำ บ่อปลา และรังผึ้ง ตามข้อควรระวังในฉลาก
  • ห้ามพ่นใกล้เปลวไฟ เตาถ่าน กองไฟ หรือจุดที่มีแก๊สรั่ว
  • ระวังเป็นพิเศษบริเวณโรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และสถานพยาบาล ควรนัดเวลาที่ไม่มีเด็กหรือผู้ป่วยอยู่ในจุดนั้น

2.5 สังเกตสัญญาณผิดปกติ

ถ้าเครื่องเสียงสะดุด หมอกควันเปลี่ยนสีหรือมีหยดของเหลวไหลออกจากหัวพ่น มีเปลวไฟพุ่งผิดปกติ หรือได้กลิ่นไหม้ ให้ปิดวาล์วสารเคมีก่อน แล้วดับเครื่องตามขั้นตอน วางเครื่องในที่ปลอดภัยให้เย็น แล้วค่อยตรวจสอบ ห้ามเปิดฝาถังหรือเติมอะไรในขณะที่เครื่องยังร้อน

2.6 ดูแลตัวเองและเพื่อนร่วมทีม

พักเป็นระยะ ดื่มน้ำในจุดที่ห่างจากหมอกควัน ถอดถุงมือและล้างมือก่อนดื่มหรือกินทุกครั้ง ถ้าใครมีอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ แสบตา หรือหายใจลำบาก ให้หยุดงาน ออกไปที่อากาศบริสุทธิ์ ปฐมพยาบาลตามที่ฉลากระบุ และพบแพทย์พร้อมนำฉลากสารเคมีไปด้วย

ขั้นตอนที่ 3: หลังพ่น (ปิดงานให้ครบ เครื่องอยู่ได้นาน)

3.1 ดับเครื่องให้ถูกลำดับ

โดยทั่วไป ให้ปิดวาล์วสารเคมีก่อน ปล่อยให้เครื่องทำงานต่ออีกระยะสั้น ๆ เพื่อไล่สารที่ค้างในท่อ แล้วจึงดับเครื่อง ระยะเวลาที่เหมาะสมขึ้นกับรุ่นของเครื่อง จึงต้องยึดตามคู่มือ การดับเครื่องทั้งที่สารเคมียังไหลอยู่อาจทำให้สารค้างในห้องเผาไหม้ และเกิดเปลวไฟหรือควันผิดปกติในการติดเครื่องครั้งต่อไป

3.2 รอให้เครื่องเย็น

วางเครื่องบนพื้นที่ไม่ติดไฟ ห่างจากหญ้าแห้งและเบาะรถ ห้ามยกเครื่องที่ยังร้อนขึ้นรถทันที ห้ามคลุมผ้า และห้ามให้เด็กหรือชาวบ้านเข้ามาจับ

3.3 จัดการสารเคมีที่เหลือ

สารที่ผสมแล้วเหลือ ให้จัดการตามคำแนะนำในฉลาก ห้ามเทลงท่อระบายน้ำ คูคลอง หรือแหล่งน้ำ ภาชนะเปล่าให้ทำตามวิธีทิ้งที่ฉลากระบุ ห้ามนำไปใส่น้ำหรืออาหาร สารเคมีที่ยังไม่เปิดให้เก็บในตู้หรือห้องที่ล็อกได้ มีป้ายเตือน อากาศถ่ายเท และแยกจากอาหาร

3.4 ทำความสะอาดเครื่อง

ทำความสะอาดตามที่คู่มือแนะนำ เช่น การล้างระบบสารเคมีด้วยตัวทำละลายที่เหมาะสม เช็ดคราบภายนอก ตรวจหัวพ่น และทำความสะอาดคราบเขม่าตามรอบที่กำหนด สำหรับเครื่องตัวถังสแตนเลสอย่าง AT35 การเช็ดทำความสะอาดทำได้ง่ายและไม่ต้องกังวลเรื่องสนิมมากนัก แต่ยังต้องดูแลชิ้นส่วนภายในตามคู่มือเช่นเดิม

3.5 ดูแลเจ้าหน้าที่

ถอด PPE ตามลำดับที่ลดการปนเปื้อน ล้างถุงมือก่อนถอด ล้างมือ ล้างหน้า และอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยเร็ว เสื้อผ้าที่ใส่พ่นให้ซักแยกจากผ้าของครอบครัว หน้ากากและไส้กรองให้เก็บในถุงปิด และเปลี่ยนตามรอบที่ผู้ผลิตกำหนด

3.6 บันทึกผลและรายงาน

บันทึกวันเวลา พื้นที่ จำนวนหลังคาเรือน ชื่อสารเคมีตามฉลาก ปริมาณที่ใช้ สภาพอากาศ ปัญหาที่พบ และชื่อผู้ปฏิบัติงาน ข้อมูลเหล่านี้ช่วยในการวางแผนรอบถัดไป การรายงานผู้บริหาร การตอบข้อซักถามของประชาชน และการประเมินความคุ้มค่าของงบประมาณ นอกจากนี้ ควรบันทึกชั่วโมงการใช้งานของเครื่องไว้ด้วย เพื่อใช้วางแผนบำรุงรักษา

3.7 ต่อยอดด้วยมาตรการอื่น

การพ่นหมอกควันกำจัดยุงตัวเต็มวัย แต่ไม่ได้กำจัดลูกน้ำในภาชนะน้ำขัง หลังพ่นทุกครั้งควรประสาน อสม. และชาวบ้านให้ทำมาตรการ 3 เก็บ 3 โรค ที่กรมควบคุมโรคแนะนำ คือ เก็บบ้าน เก็บขยะ เก็บน้ำ เพื่อป้องกันไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา การพ่นจึงเป็นเครื่องมือหนึ่งในแผนควบคุมโรค ไม่ใช่คำตอบเดียว

เช็กลิสต์ติดรถ (พิมพ์แปะไว้ได้เลย)

ช่วงสิ่งที่ต้องทำผู้รับผิดชอบ
ก่อนพ่นอ่านคู่มือและฉลาก ตรวจเครื่อง ตรวจ PPE ผสมสารตามฉลาก เติมเชื้อเพลิงตอนเครื่องเย็น แจ้งชุมชน ดูลมและฝน วางเส้นทางหัวหน้าทีม
ระหว่างพ่นติดเครื่องตามลำดับ เดินสม่ำเสมอ เล็งจุดพักของยุง เลี่ยงคน สัตว์ อาหาร น้ำ ไฟ สังเกตอาการเครื่องและเพื่อนร่วมทีมผู้พ่นและผู้นำทาง
หลังพ่นปิดสารก่อนดับเครื่อง รอเย็น จัดการสารเหลือตามฉลาก ทำความสะอาดเครื่อง ล้างตัว บันทึกผล ประสาน 3 เก็บทุกคนในทีม

ทางออก: เครื่องพ่นหมอกควัน AIROFOG AT35 ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและดูแลง่าย

ขั้นตอนที่ดีจะได้ผลเต็มที่เมื่อทำงานคู่กับเครื่องที่ไว้ใจได้ เครื่องพ่นหมอกควัน AIROFOG AT35 เป็นเครื่องพ่นยุงแบบหมอกควัน (thermal fogger) ที่บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น จำกัด (WHD) จัดจำหน่ายและให้บริการในประเทศไทย จุดเด่นตามข้อมูลสินค้ามีดังนี้

  • ตัวเครื่องสแตนเลส 100%: ทนการกัดกร่อน เช็ดล้างง่าย เหมาะกับงานภาคสนามที่เจอทั้งฝน ความชื้น และสารเคมี
  • น้ำหนักเบา: เจ้าหน้าที่ถือเดินพ่นได้ต่อเนื่อง ลดความเหนื่อยล้า ซึ่งช่วยให้เดินพ่นได้สม่ำเสมอตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
  • ใช้ได้ทั้งสารเคมีสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน: หน่วยงานเลือกผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนและเหมาะกับพื้นที่ได้ โดยผสมตามฉลาก
  • ได้รับการรับรองจากเยอรมนีและอังกฤษ: ช่วยให้คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างมีข้อมูลประกอบการพิจารณา
  • ใช้งานได้หลากหลาย: บ้านเรือน ชุมชน โรงงาน โรงพยาบาล และพื้นที่สาธารณะ ตามแผนของหน่วยงาน ทั้งงานควบคุมยุงและงานกำจัดแมลงทุกชนิดที่สารเคมีตามฉลากรองรับ

นอกจากตัวเครื่อง สิ่งที่ อปท. ได้จาก WHD คือระบบสนับสนุน บริษัทมีมาตรฐาน ISO และ GMP ตรวจสอบคุณภาพ 100% ก่อนส่งมอบ มีบริการหลังการขายครบ มีช่างและอะไหล่ และสินค้าเป็นไปตามมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ ซึ่งหมายความว่าเมื่อทีมมีคำถามเรื่องขั้นตอนการใช้งานหรือการบำรุงรักษา ก็มีคนให้ถามได้จริง

ศัพท์น่ารู้: เครื่องพ่นหมอกควัน (thermal fogger) ใช้ความร้อนเปลี่ยนสารเคมีเป็นหมอกควันที่มองเห็นได้ชัด ลอยเข้าซอกมุมได้ดี ต่างจาก เครื่องพ่นละอองฝอย ULV ที่ใช้แรงลมตีสารให้เป็นละอองเล็กมากโดยไม่ใช้ความร้อน

10 เหตุผลที่ AT35 ช่วยให้ทีม อปท. ทำตามขั้นตอนได้ง่ายขึ้น

  1. ตรวจสภาพก่อนพ่นได้เร็ว เพราะตัวเครื่องสแตนเลสมองเห็นรอยรั่วและคราบผิดปกติได้ชัด
  2. น้ำหนักเบา ทำให้เดินพ่นด้วยความเร็วคงที่ได้นานกว่า ไม่ต้องรีบจบงานเพราะเมื่อยล้า
  3. เลือกสูตรสารเคมีได้กว้าง ทั้งสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน จึงปรับตามฉลากและลักษณะพื้นที่ได้
  4. ทนการกัดกร่อน จากสารเคมีและความชื้น ลดปัญหาสนิมที่มักเป็นต้นเหตุของรอยรั่ว
  5. ทำความสะอาดหลังพ่นง่าย ผิวสแตนเลสเช็ดล้างได้สะดวก เหมาะกับการดูแลตามรอบ
  6. มีการรับรองจากต่างประเทศ คือเยอรมนีและอังกฤษ ใช้เป็นข้อมูลประกอบการเขียนสเปกได้
  7. มีช่างและอะไหล่ จาก WHD เมื่อพบสัญญาณผิดปกติ ไม่ต้องจอดเครื่องรอนาน
  8. ขออบรมการใช้งานได้ ช่วยถ่ายทอดขั้นตอนก่อนพ่น ระหว่างพ่น หลังพ่นให้ทีมใหม่ ไม่ให้ความรู้ติดอยู่กับคนคนเดียว ดูรายละเอียด AT35
  9. ผ่าน QC 100% ก่อนส่งมอบ เริ่มต้นใช้งานด้วยเครื่องที่ตรวจแล้ว ลดปัญหาตั้งแต่วันแรก
  10. เป็นไปตามมาตรฐานครุภัณฑ์ราชการ ช่วยให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการตรวจรับเป็นไปอย่างราบรื่น

ก่อนและหลัง: เมื่อทีมมีขั้นตอนที่ชัดเจน

ก่อน

  • ผสมสารเคมีด้วยการกะ ไม่ได้อ่านฉลาก
  • เติมเชื้อเพลิงตอนเครื่องร้อน เสี่ยงไฟไหม้
  • ชาวบ้านไม่รู้ล่วงหน้า กับข้าวและผ้าโดนหมอกควัน
  • พ่นตอนลมแรง หมอกควันลอยหนีไปทุ่งนา
  • ดับเครื่องทั้งที่สารยังไหล เครื่องติดยากในวันถัดไป
  • ไม่มีบันทึก ตอบคำถามผู้บริหารไม่ได้

หลัง

  • ผสมตามฉลาก มีอุปกรณ์ตวงเฉพาะ มีป้ายวันที่
  • เติมเชื้อเพลิงเมื่อเครื่องเย็น มีกรวยและผ้าเช็ด
  • แจ้งผ่านหอกระจายข่าวและไลน์ ชาวบ้านเตรียมตัวได้
  • พ่นช่วงเช้าตรู่หรือเย็น ลมสงบ เดินตามทิศลม
  • ปิดสารก่อน ไล่ท่อ แล้วดับเครื่องตามคู่มือ AT35
  • มีบันทึกทุกรอบ วางแผนรอบถัดไปและรายงานได้ทันที

เคล็ดลับจัดซื้อจัดจ้าง: ซื้อเครื่องพร้อม "ขั้นตอน" ไม่ใช่ซื้อแค่เครื่อง

ไม่ว่าจะจัดซื้อเครื่องพ่นยุงราชการแบบหมอกควันหรือเครื่องกำจัดยุงแบบอื่น ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่พัสดุสามารถทำให้ขั้นตอนการใช้งานที่ถูกต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของการจัดซื้อได้ตั้งแต่ต้น ด้วยแนวทางทั่วไปต่อไปนี้

  • ระบุในคุณลักษณะเฉพาะ (สเปก/TOR): ให้ผู้ขายส่งมอบคู่มือการใช้งานและการบำรุงรักษาเป็นภาษาไทย หรือมีเอกสารสรุปภาษาไทยประกอบ
  • ระบุการอบรม: ให้มีการสาธิตและอบรมการใช้งานแก่เจ้าหน้าที่ ณ หน่วยงาน ครอบคลุมการติดเครื่อง การดับเครื่อง ความปลอดภัย และการทำความสะอาด
  • ระบุบริการหลังการขาย: ช่องทางติดต่อช่าง ระยะเวลารับประกันตามที่ผู้ขายเสนอ และการมีอะไหล่รองรับ
  • ตั้งงบให้ครบ: นอกจากงบครุภัณฑ์สำหรับตัวเครื่อง ควรวางแผนงบวัสดุสำหรับ PPE ไส้กรอง สารเคมีที่ขึ้นทะเบียน และค่าบำรุงรักษา ตามหมวดงบประมาณที่หน่วยงานใช้อยู่
  • เก็บเอกสารการรับรอง: ขอสำเนาเอกสารรับรองของสินค้าและมาตรฐานของผู้จำหน่าย เพื่อใช้ประกอบการตรวจรับพัสดุ

ข้อควรจำคือ รายละเอียดวิธีการจัดซื้อจัดจ้างให้ยึดตามระเบียบและหนังสือสั่งการที่หน่วยงานถือปฏิบัติ และปรึกษาเจ้าหน้าที่พัสดุของหน่วยงานเสมอ

ตัวอย่างเสียงจากหน้างาน

"สมัยก่อนเราพ่นกันตามความเคยชิน ใครเคยทำอย่างไรก็ทำแบบนั้น พอทีมเปลี่ยนคนก็เริ่มนับหนึ่งใหม่ทุกครั้ง หลังจากทำเช็กลิสต์ก่อนพ่น ระหว่างพ่น หลังพ่น แปะไว้ในรถ และให้ทุกคนฝึกกับเครื่องจริง เรื่องร้องเรียนเรื่องกลิ่นและกับข้าวเลอะแทบไม่มี เครื่องก็ติดง่ายขึ้น เพราะเราปิดสารก่อนดับเครื่องทุกครั้ง น้องใหม่ก็กล้าถาม เพราะมีคู่มือกับช่างให้ถาม ไม่ต้องเดาเอาเอง"

(ตัวอย่างความคิดเห็นที่เรียบเรียงจากลักษณะงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขท้องถิ่นทั่วไป ไม่ใช่คำพูดของบุคคลจริง)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. ควรพ่นหมอกควันเวลาไหนดีที่สุด

หลักทั่วไปคือช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็น ซึ่งเป็นช่วงที่ยุงลายออกหากินและอากาศมักสงบ หมอกควันจึงลอยค้างใกล้พื้นได้นานกว่าช่วงกลางวันที่แดดร้อน ควรหลีกเลี่ยงช่วงฝนตกหรือลมแรง

2. อัตราผสมสารเคมีควรเป็นเท่าไร

ให้ยึดตามฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ใช้เท่านั้น เพราะแต่ละผลิตภัณฑ์มีความเข้มข้นและตัวทำละลายต่างกัน และใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องสำหรับงานสาธารณสุข

3. ต้องแจ้งชาวบ้านล่วงหน้าหรือไม่

ควรแจ้งทุกครั้งที่ทำได้ เพื่อให้ชาวบ้านปิดภาชนะอาหารและน้ำ เก็บผ้า ดูแลสัตว์เลี้ยง และให้กลุ่มเปราะบางอยู่ห่างจากบริเวณที่พ่น การแจ้งล่วงหน้ายังช่วยลดข้อร้องเรียนได้มาก

4. ถ้าเครื่องมีไฟพุ่งออกจากหัวพ่นต้องทำอย่างไร

ให้ปิดวาล์วสารเคมีก่อน แล้วดับเครื่องตามคู่มือ วางเครื่องในที่ปลอดภัยให้เย็น แล้วตรวจสอบหรือติดต่อช่าง อาการนี้อาจเกิดจากการเปิดสารเคมีก่อนเครื่องร้อนได้ที่ หรือระบบเผาไหม้ต้องการการบำรุงรักษา

5. ใช้เครื่องพ่นหมอกควันในอาคารได้หรือไม่

ขึ้นกับคู่มือเครื่องและฉลากสารเคมี และต้องระวังเรื่องไฟและการหายใจเป็นพิเศษ หลายหน่วยงานเลือกใช้เครื่องพ่นละอองฝอย ULV เช่น AIROFOG U240 สำหรับงานในอาคาร และใช้หมอกควันกับพื้นที่รอบนอก

6. พ่นครั้งเดียวพอหรือไม่

โดยทั่วไปการพ่นครั้งเดียวมักไม่พอ การพ่นควบคุมรอบบ้านผู้ป่วยมักทำเป็นรอบตามแนวทางของหน่วยงานสาธารณสุข ควบคู่กับการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำ ควรประสานกับ รพ.สต. หรือสาธารณสุขอำเภอเรื่องรอบการพ่น

7. WHD ช่วยอบรมทีมได้หรือไม่

สามารถติดต่อขอสาธิตและขอข้อมูลการอบรมการใช้งานได้ที่ โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อให้ทีมฝึกกับเครื่องจริงก่อนออกปฏิบัติงาน

พร้อมยกระดับทีมพ่นยุงของ อปท. แล้วหรือยัง

ขอใบเสนอราคา สเปก และนัดสาธิตเครื่องพ่นหมอกควัน AT35 ได้ทันที

ดูสินค้าและราคา AT35 คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

ดูศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ

ขั้นตอนถัดไป 3 ขั้น

  1. โทรหรือ LINE ขอใบเสนอราคาและสเปกเครื่องพ่นหมอกควัน AT35
  2. ขอสาธิตและอบรมการใช้งานให้ทีมพ่นของหน่วยงาน
  3. ตั้งงบครุภัณฑ์และจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบของหน่วยงาน

#เครื่องพ่นหมอกควัน #เครื่องพ่นยุง #เครื่องกำจัดยุง #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยุงราชการ #ควบคุมโรค #วิธีใช้เครื่องพ่นหมอกควัน #AIROFOGAT35

คีย์เวิร์ด: เครื่องพ่นหมอกควัน, วิธีใช้เครื่องพ่นหมอกควัน, เครื่องพ่นยุง, เครื่องกำจัดยุง, เครื่องพ่นละอองฝอย, เครื่องพ่นยุงราชการ, ควบคุมโรค, กำจัดแมลงทุกชนิด, ครุภัณฑ์ราชการ, จัดซื้อจัดจ้าง, ยุงลาย, ไข้เลือดออก, ULV, AT35

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้