ห้องยิมที่บ้านและห้องนอนลูกวัยรุ่น กลิ่นเหงื่อที่ไม่ยอมหาย กับเชื้อโรคที่ซ่อนอยู่ในอุปกรณ์กีฬา

Last updated: 21 ก.ย. 2569  |  5 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ห้องยิมที่บ้านและห้องนอนลูกวัยรุ่น กลิ่นเหงื่อที่ไม่ยอมหาย กับเชื้อโรคที่ซ่อนอยู่ในอุปกรณ์กีฬา

ห้องยิมที่บ้านและห้องนอนลูกวัยรุ่น กลิ่นเหงื่อที่ไม่ยอมหาย กับเชื้อโรคที่ซ่อนอยู่ในอุปกรณ์กีฬา

ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ แต่ห้องกลับอับชื้นจนเพื่อนลูกไม่อยากเข้า เรื่องจริงของครอบครัวสายกีฬาที่ปากเกร็ด และวิธีทำให้ห้องที่ใช้เหงื่อทุกวันกลับมาสดชื่นอย่างถูกต้อง

ครอบครัวสายกีฬาแห่งปากเกร็ด

คุณนุ่น อรอุมา อายุ 45 ปี อาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยวสองชั้นย่านปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี กับสามีชื่อคุณเอก ซึ่งเป็นคนรักการออกกำลังกาย และลูกชายวัย 16 ปีชื่อ “ต้นกล้า” นักฟุตบอลของโรงเรียนที่ซ้อมหนักเกือบทุกเย็น และยังเล่นบาสเกตบอลกับเพื่อนในวันหยุด

ช่วงที่ฟิตเนสปิดในปีที่มีโรคระบาด คุณเอกตัดสินใจเปลี่ยนห้องเก็บของชั้นล่างให้กลายเป็นยิมเล็ก ๆ ในบ้าน มีลู่วิ่ง จักรยานปั่นอยู่กับที่ ม้านั่งยกน้ำหนัก ดัมเบลหลายคู่ เสื่อโยคะ นวมชกมวย และกระสอบทรายแขวนอยู่มุมห้อง ห้องนี้ไม่มีหน้าต่างบานใหญ่ มีเพียงช่องลมเล็ก ๆ กับแอร์หนึ่งตัว

ช่วงแรกทุกอย่างดูดีมาก ทั้งพ่อทั้งลูกออกกำลังกายด้วยกันแทบทุกวัน แต่ผ่านไปประมาณหนึ่งปี คุณนุ่นเริ่มไม่อยากเปิดประตูห้องยิม เพราะทันทีที่เปิดจะเจอกลิ่นอับชื้นปนกลิ่นเหงื่อเปรี้ยว ๆ พุ่งออกมา เสื่อโยคะมีกลิ่นแปลก ๆ นวมชกมวยมีกลิ่นที่เธอบรรยายว่า “เหมือนถุงเท้าที่ลืมซักมาหนึ่งอาทิตย์” และแอร์ในห้องเริ่มมีกลิ่นอับทุกครั้งที่เปิด

ชั้นบนก็ไม่ต่างกัน ห้องนอนของต้นกล้ากลายเป็นที่รวมของรองเท้าสตั๊ด สนับแข้ง ถุงเท้าฟุตบอล เสื้อซ้อมที่แขวนไว้บนเก้าอี้ และกระเป๋ากีฬาที่ปิดซิปทิ้งไว้ทั้งคืนพร้อมเสื้อผ้าเปียกเหงื่อด้านใน ต้นกล้าเริ่มมีสิวขึ้นที่หลังและหน้าอก มีผื่นคันบริเวณขาหนีบ และง่ามเท้าลอกเป็นขุย

เรื่องที่ทำให้คุณนุ่นตัดสินใจจริงจังคือวันหนึ่งเพื่อนร่วมทีมของต้นกล้ามาทำรายงานที่บ้าน แล้วมีคนหนึ่งแซวขึ้นมาว่า “ห้องนายกลิ่นเหมือนห้องล็อกเกอร์เลยว่ะ” ทุกคนหัวเราะ แต่ต้นกล้าหน้าแดงและเงียบไปทั้งวัน หลังจากนั้นเขาไม่ชวนเพื่อนมาบ้านอีกเลย

คืนนั้นคุณนุ่นนั่งคุยกับสามีจริงจังเป็นครั้งแรก ทั้งคู่ยอมรับว่าที่ผ่านมาแก้ปัญหาแบบ “เห็นอะไรก็เช็ดอันนั้น” มาตลอด แต่ไม่เคยถามตัวเองเลยว่ากลิ่นเหล่านี้มาจากไหน และทำไมมันจึงกลับมาทุกครั้ง พวกเขาตัดสินใจว่าจะหาต้นเหตุให้เจอ และแก้ให้ถูกจุดเสียที

ความจริงเรื่องกลิ่นเหงื่อ: ไม่ใช่เหงื่อที่เหม็น แต่เป็นแบคทีเรีย

หลายคนเข้าใจว่าเหงื่อมีกลิ่นเหม็นในตัวเอง แต่ความจริงแล้วเหงื่อที่เพิ่งออกจากร่างกายแทบไม่มีกลิ่น กลิ่นที่เราได้กลิ่นกันเกิดจากแบคทีเรียบนผิวหนังและบนเนื้อผ้าที่ย่อยสลายโปรตีนและไขมันในเหงื่อ แล้วปล่อยสารที่มีกลิ่นฉุนออกมา

เมื่อเหงื่อซึมเข้าไปในเสื่อโยคะ ฟองน้ำในนวม เบาะม้านั่ง พื้นยาง และรองเท้ากีฬา มันจะกลายเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของแบคทีเรีย ยิ่งเมืองไทยอากาศร้อนชื้นเกือบทั้งปี ห้องที่ปิดทึบและอุปกรณ์ที่ไม่เคยแห้งสนิทก็ยิ่งเป็นสภาพที่เชื้อโรคและเชื้อราเติบโตได้ดีเป็นพิเศษ

จุดที่มักถูกมองข้ามในห้องยิมและห้องนอนนักกีฬา ได้แก่

  • ด้านในนวมชกมวยและถุงมือยกน้ำหนัก ชื้นตลอดเวลาและแทบไม่เคยโดนแดด
  • เสื่อโยคะและแผ่นยางปูพื้น มีรูพรุนเล็ก ๆ ที่เก็บเหงื่อและผิวหนังที่หลุดลอก
  • เบาะม้านั่งและเบาะจักรยาน สัมผัสผิวหนังโดยตรงทุกครั้งที่ใช้งาน
  • รองเท้าสตั๊ดและรองเท้าวิ่ง มืด อับ และชื้น เหมาะกับการเติบโตของเชื้อรา
  • กระเป๋ากีฬา ที่ปิดซิปขังเสื้อผ้าเปียกไว้ข้ามคืน
  • ที่นอนและหมอน ที่ดูดซับเหงื่อของวัยรุ่นซึ่งเหงื่อออกมากเป็นพิเศษช่วงวัยเจริญพันธุ์
  • คอยล์และแผ่นกรองแอร์ ที่ดึงความชื้นจากห้องเข้าไป จนกลายเป็นแหล่งสะสมสปอร์เชื้อรา

ห้องนอนวัยรุ่น: ทำไมกลิ่นจึงแรงกว่าห้องอื่นในบ้าน

พ่อแม่หลายคนแปลกใจว่าทำไมห้องลูกตอนเด็ก ๆ ไม่เคยมีกลิ่น แต่พอเข้าสู่วัยรุ่นกลับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว คำตอบคือในช่วงวัยเจริญพันธุ์ ฮอร์โมนในร่างกายกระตุ้นให้ต่อมเหงื่อบางชนิด โดยเฉพาะบริเวณรักแร้และขาหนีบ ทำงานมากขึ้น เหงื่อจากต่อมกลุ่มนี้มีไขมันและโปรตีนมากกว่า จึงเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรียและทำให้เกิดกลิ่นได้ชัดกว่าเหงื่อทั่วไป

เมื่อรวมกับไลฟ์สไตล์ของวัยรุ่นที่เล่นกีฬาหนัก กลับบ้านมาเหนื่อยจนล้มตัวลงนอนทั้งชุดซ้อม เปิดแอร์ปิดประตูทั้งวัน กินขนมในห้อง และมีกองเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ซักอยู่ตามมุมต่าง ๆ ห้องนอนจึงกลายเป็นพื้นที่ที่ความชื้น เหงื่อ และแบคทีเรียมาบรรจบกันพอดี ที่นอนและหมอนซึ่งซับเหงื่อทุกคืนเป็นเวลาหลายปี ก็กลายเป็นแหล่งกลิ่นที่ซักปลอกหมอนเท่าไรก็ไม่หาย

สิ่งสำคัญคือพ่อแม่ไม่ควรมองว่าเป็นความผิดของลูก หรือใช้คำพูดที่ทำให้ลูกอับอาย เพราะวัยนี้อ่อนไหวเรื่องภาพลักษณ์มาก การชวนลูกมาร่วมแก้ปัญหาและอธิบายด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ จะได้ผลดีกว่าการบ่นหรือสั่งให้ทำความสะอาดเพียงอย่างเดียว

เช็กลิสต์ 7 สัญญาณว่าห้องของคุณมีเชื้อสะสมเกินกว่าจะแก้ด้วยการเช็ดถู

  1. ได้กลิ่นอับทันทีที่เปิดประตู แม้เพิ่งทำความสะอาดไปเมื่อวาน
  2. แอร์มีกลิ่นเหม็นอับในช่วงนาทีแรกที่เปิด
  3. ผ้าขนหนูที่แขวนในห้องแห้งช้าและมีกลิ่นเปรี้ยว
  4. เสื่อหรือเบาะมีจุดด่างสีคล้ำที่เช็ดไม่ออก
  5. คนในบ้านมีอาการจาม คัดจมูก หรือคันผิวเวลาอยู่ในห้องนาน ๆ
  6. เสื้อผ้าที่ซักแล้วยังมีกลิ่นติดเมื่อนำไปเก็บในห้องนั้น
  7. ใช้สเปรย์ดับกลิ่นแล้ว กลิ่นกลับมาภายในวันเดียว

หากคุณตอบว่า “ใช่” ตั้งแต่สามข้อขึ้นไป เป็นไปได้สูงว่ากลิ่นและเชื้อได้ฝังลึกเข้าไปในวัสดุและระบบปรับอากาศแล้ว และถึงเวลาที่ต้องใช้วิธีที่เข้าถึงทั้งห้องพร้อมกัน

ผลกระทบที่มากกว่ากลิ่น

สุขภาพผิวและระบบทางเดินหายใจ อุปกรณ์กีฬาที่ใช้ร่วมกันและไม่ได้ทำความสะอาดอย่างทั่วถึง อาจเป็นช่องทางส่งต่อเชื้อที่ทำให้เกิดปัญหาผิวหนัง เช่น สิวที่หลัง รูขุมขนอักเสบ ผื่นกลาก เกลื้อน และเชื้อราที่เท้า ส่วนสปอร์เชื้อราที่ลอยอยู่ในห้องอับชื้นก็อาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้ จาม คัดจมูก และหอบหืดในคนที่ไวต่อสิ่งกระตุ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสมรรถภาพในการเล่นกีฬา

เงินที่ต้องจ่ายซ้ำ ๆ คุณนุ่นเล่าว่าปีเดียวซื้อเสื่อโยคะใหม่ไปสองผืน ซื้อนวมคู่ใหม่เพราะคู่เดิมกลิ่นแรงจนใช้ไม่ไหว ซื้อสเปรย์ดับกลิ่นรองเท้าแทบทุกเดือน และยังต้องพาต้นกล้าไปหาหมอผิวหนังเรื่องผื่นและสิวอีกหลายครั้ง

ความมั่นใจของวัยรุ่น สำหรับเด็กวัยนี้ ความรู้สึกของเพื่อนสำคัญมาก คำแซวเพียงประโยคเดียวทำให้ต้นกล้าเลิกชวนเพื่อนมาบ้าน ไม่อยากให้ใครเข้าห้อง และเริ่มหงุดหงิดง่ายเวลาที่แม่พูดเรื่องความสะอาด ทำให้เกิดการทะเลาะกันเล็ก ๆ ในบ้านบ่อยขึ้น

เวลาของทุกคน การไล่ซักล้างอุปกรณ์ทีละชิ้น ขัดเสื่อ ตากรองเท้า และถูพื้นห้องยิม กินเวลาหลายชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่กลิ่นก็ยังกลับมาภายในไม่กี่วัน เพราะต้นเหตุฝังอยู่ในที่ที่มือเข้าไม่ถึง

ทำไมสเปรย์ดับกลิ่นและการตากแดดยังไม่พอ

สเปรย์ดับกลิ่นรองเท้าและสเปรย์ปรับอากาศ ทำได้ดีในการเปลี่ยนกลิ่นชั่วคราว แต่กลิ่นหอมจะจางหายภายในไม่กี่ชั่วโมง แล้วกลิ่นเหงื่อก็กลับมาพร้อมกลิ่นน้ำหอมที่ผสมกันจนแย่กว่าเดิม ที่สำคัญคือสเปรย์ไม่ได้เข้าไปถึงแบคทีเรียที่อยู่ลึกในฟองน้ำ

การตากแดด ช่วยได้จริงสำหรับของบางชิ้น แต่ในช่วงหน้าฝนที่แดดไม่มีหลายวัน หรือกับอุปกรณ์ชิ้นใหญ่อย่างลู่วิ่ง ม้านั่ง กระสอบทราย และที่นอน การยกออกไปตากแทบเป็นไปไม่ได้ ส่วนของที่เป็นยางหรือหนังเทียมก็อาจเสื่อมสภาพเมื่อโดนแดดจัดบ่อย ๆ

การเช็ดด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำยา ใช้ได้ดีกับพื้นผิวเรียบอย่างดัมเบลหรือด้ามจับ แต่ไม่สามารถซึมเข้าไปถึงด้านในนวม เนื้อเสื่อ หรือฟองน้ำของเบาะได้อย่างทั่วถึง แถมการใช้น้ำยาปริมาณมากกับวัสดุบางชนิดยังทำให้ผิวแตกและเสื่อมเร็ว

การเปิดพัดลมหรือเปิดประตูระบาย ช่วยลดความอับได้บ้าง แต่ห้องยิมในบ้านส่วนใหญ่ถูกดัดแปลงจากห้องเก็บของที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อระบายอากาศ อากาศจึงวนอยู่ในห้องและพาความชื้นกลับไปสะสมที่เดิม

ถ่านดูดกลิ่นหรือผงเบกกิ้งโซดาในรองเท้า ช่วยดูดกลิ่นได้ในพื้นที่แคบ ๆ แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ และไม่มีผลกับห้องทั้งห้องหรือแอร์ที่เป่ากลิ่นอับออกมาทุกวัน

ทางออกที่เข้าถึงทุกซอก: บริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยจาก WHD

คุณเอกเคยเห็นโรงแรมที่ไปพักใช้บริการอบโอโซนห้องพัก จึงลองค้นข้อมูลและพบบริการของ World Health Disinfection หรือ WHD ซึ่งให้บริการอบโอโซนสำหรับบ้านและที่พักอาศัยโดยเฉพาะ

บริการนี้ใช้ก๊าซโอโซน (O3) จากเครื่อง Master Ozone Generator ข้อได้เปรียบของก๊าซคือมันไม่ได้ทำงานแค่บนผิวหน้า แต่แพร่กระจายไปทั่วห้องและแทรกซึมเข้าไปในเนื้อผ้า ฟองน้ำ เบาะ พื้นยาง และช่องว่างของอุปกรณ์ที่ผ้าเช็ดหรือสเปรย์เข้าไม่ถึง เพื่อทำลายแบคทีเรีย ไวรัส และสปอร์เชื้อรา พร้อมสลายโมเลกุลที่ก่อให้เกิดกลิ่น เมื่อจบกระบวนการ โอโซนจะสลายกลับเป็นออกซิเจน (O2) ตามธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีตกค้างบนที่นอนหรืออุปกรณ์ที่ต้องสัมผัสผิวทุกวัน

ข้อมูลจาก WHD ระบุว่า Master Ozone Generator ผ่านการรับรองและทดสอบโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ Intertek สหราชอาณาจักร มีประสิทธิภาพสูงกว่าวิธีมาตรฐานทั่วไป 10 เท่าตามผลของ Intertek กำจัดแบคทีเรียได้มากกว่า 99.9% จัดการสปอร์เชื้อราในเครื่องปรับอากาศได้ 99.99% ทำลายไวรัสรวมถึง SARS-CoV-2 ขจัดกลิ่นอับและกลิ่นไม่พึงประสงค์ และช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ โดยไม่ทำให้เฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างลู่วิ่งไฟฟ้าเปียกหรือเสียหาย

เกร็ดความรู้: ห้องยิมที่ปิดแอร์ออกกำลังกายทุกวันมีความชื้นสูงกว่าห้องทั่วไปมาก เพราะร่างกายปล่อยทั้งเหงื่อและไอน้ำจากลมหายใจออกมาตลอดเวลาที่ออกแรง แอร์จะดึงความชื้นนี้ไปควบแน่นที่คอยล์เย็น เมื่อปิดเครื่อง คอยล์ที่ยังเปียกอยู่ก็กลายเป็นที่อยู่ของเชื้อรา นี่คือเหตุผลที่แอร์ในห้องยิมมักเป็นตัวการกระจายกลิ่นอับไปทั่วห้องทุกครั้งที่เปิดใช้งาน และเป็นจุดที่การอบโอโซนช่วยได้มาก เพราะก๊าซสามารถไหลเข้าไปในช่องลมที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง

คุณเอกบอกว่าสิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจง่ายขึ้น คือการที่ไม่ต้องขนลู่วิ่งหนักเกือบร้อยกิโลกรัมหรือกระสอบทรายออกไปไหน ช่างทำงานกับห้องตามสภาพที่เป็นอยู่ และครอบครัวใช้เวลาระหว่างรอไปทำธุระนอกบ้านได้ตามปกติ

กระบวนการประมาณ 30 นาทีต่อพื้นที่

  1. 2 นาทีแรก เริ่มระบบและปรับระดับความเข้มข้นให้เหมาะกับขนาดห้องและระดับกลิ่น
  2. 12 นาทีถัดมา กระจายโอโซนให้ทั่วพื้นที่ ทั้งใต้ลู่วิ่ง หลังกระสอบทราย ในตู้รองเท้า และช่องลมของแอร์
  3. 12 นาทีต่อมา ช่วงฟอกและทำลายเชื้อโรคในระดับโมเลกุล
  4. 4 นาทีสุดท้าย หยุดระบบให้ก๊าซสลายตัว ก่อนช่างจะเปิดระบายอากาศและเปิดพื้นที่ให้ใช้งาน

ความปลอดภัยต้องมาก่อน: ระหว่างอบโอโซน สมาชิกทุกคนในบ้าน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ ต้องออกจากพื้นที่ที่กำลังทำงาน ช่างเทคนิคของ WHD เป็นผู้ควบคุมเครื่องตั้งแต่ต้นจนจบ และจะเปิดระบายอากาศหลังช่วงพักระบบ ก่อนแจ้งให้ทุกคนกลับเข้าห้องได้ ห้ามอยู่ในห้องขณะเครื่องทำงานไม่ว่ากรณีใด

เตรียมบ้านอย่างไรก่อนวันนัดอบโอโซน

  • นำเสื้อผ้าซ้อม ถุงเท้า และผ้าขนหนูที่ใช้แล้วไปซักให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้มีแหล่งกลิ่นใหม่ค้างอยู่ในห้อง
  • เปิดกระเป๋ากีฬา ตู้รองเท้า และลิ้นชักไว้ วางนวม สนับแข้ง และรองเท้าในลักษณะที่เปิดออก
  • เก็บอาหาร เครื่องดื่ม และอาหารเสริมอย่างเวย์โปรตีนไว้ในภาชนะปิดสนิทหรือนำออกจากห้อง
  • นำต้นไม้และตู้ปลาออกจากพื้นที่ รวมถึงเตรียมพาสัตว์เลี้ยงออกไปข้างนอก
  • แจ้งช่างล่วงหน้าหากมีห้องใดที่ต้องการให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เช่น ห้องเก็บรองเท้าหรือห้องนอนลูก

10 เหตุผลที่บ้านสายกีฬาควรอบโอโซนกับ WHD

  1. ถึงแบคทีเรียในที่ลึก ก๊าซแทรกเข้าไปในฟองน้ำนวม เนื้อเสื่อโยคะ และพื้นยางที่เก็บเหงื่อไว้
  2. กำจัดกลิ่นเหงื่อที่ต้นตอ ไม่ใช่การพ่นน้ำหอมทับ แต่เป็นการจัดการกับแบคทีเรียที่ผลิตกลิ่น
  3. ดูแลแอร์ไปพร้อมกัน ลดสปอร์เชื้อราในเครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นต้นเหตุของกลิ่นอับทุกครั้งที่เปิดแอร์
  4. ไม่ทำให้อุปกรณ์เปียก ปลอดภัยต่อลู่วิ่งไฟฟ้า จักรยานปั่น ลำโพง และทีวีในห้อง
  5. ไม่มีสารตกค้างบนสิ่งที่สัมผัสผิว เบาะ ที่นอน และหมอนพร้อมใช้หลังระบายอากาศ โดยไม่มีคราบน้ำยา
  6. ช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ เหมาะกับนักกีฬาที่มีอาการภูมิแพ้หรือหอบหืดจากสภาพแวดล้อม
  7. ทำครั้งเดียวได้หลายห้อง ห้องยิม ห้องนอนลูก และห้องเก็บรองเท้า จัดการได้ในวันเดียวกัน
  8. ใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 30 นาทีต่อพื้นที่ ไม่ต้องยกอุปกรณ์หนักออกไปไหน
  9. เครื่องมือผ่านการทดสอบจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ ได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek
  10. ทีมงานที่องค์กรชั้นนำไว้วางใจ WHD ดูแลลูกค้ากว่า 300 องค์กร ทั้งโรงแรมห้าดาวอย่าง The Ritz-Carlton, Fraser Suites, Andaz, Dusit International รวมถึงโรงพยาบาล โรงเรียน สำนักงาน และโรงงาน

กติกาใหม่ของบ้าน หลังอบโอโซน

คุณนุ่นเข้าใจดีว่าตราบใดที่ยังออกกำลังกายทุกวัน เหงื่อก็ยังเกิดขึ้นทุกวัน การอบโอโซนจึงเป็นการ “เริ่มนับหนึ่งใหม่” ส่วนการรักษาให้ห้องสดชื่นอยู่เสมอขึ้นอยู่กับนิสัยของทุกคน ครอบครัวจึงตกลงกติกาง่าย ๆ ร่วมกันดังนี้

  • ห้ามขังของเปียกในกระเป๋า กลับจากซ้อมต้องเปิดกระเป๋าและนำเสื้อผ้าไปใส่ตะกร้าซักทันที
  • ผ้าขนหนูส่วนตัวทุกครั้ง ปูบนเบาะม้านั่งและเสื่อเพื่อลดเหงื่อที่ซึมลงไป
  • เช็ดอุปกรณ์หลังใช้ ดัมเบล ด้ามจับ และเบาะ เช็ดด้วยผ้าชุบน้ำยาอ่อน ๆ ทุกครั้ง
  • สลับรองเท้าและเปิดให้แห้ง มีรองเท้าซ้อมสองคู่ใช้สลับกัน และถอดพื้นรองเท้าด้านในออกมาผึ่ง
  • พัดลมระบายอากาศ ติดพัดลมดูดอากาศในห้องยิมเพื่อให้ความชื้นมีทางออก
  • ล้างแอร์ตามรอบ และนัดอบโอโซนซ้ำเป็นระยะตามคำแนะนำของช่าง

สิ่งที่น่าดีใจคือต้นกล้าเป็นคนเสนอกติกาเรื่องกระเป๋ากีฬาเอง เพราะเขาไม่อยากให้ห้องกลับไปมีกลิ่นแบบเดิมอีก

ก่อน และ หลัง อบโอโซน

ก่อน

  • เปิดประตูห้องยิมแล้วเจอกลิ่นเหงื่อเปรี้ยวปนอับชื้น
  • นวมชกมวยและเสื่อโยคะมีกลิ่นจนไม่อยากหยิบมาใช้
  • แอร์เป่ากลิ่นอับออกมาทุกครั้งที่เปิด
  • ห้องนอนลูกกลิ่นเหมือนห้องล็อกเกอร์
  • ลูกมีสิวที่หลังและผื่นคัน ต้องไปหาหมอบ่อย
  • ลูกไม่กล้าชวนเพื่อนมาบ้าน

หลัง

  • ห้องยิมอากาศโล่ง กลิ่นอับหายไปอย่างเห็นได้ชัด
  • อุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกันสะอาดขึ้น ใช้แล้วสบายใจ
  • แอร์กลับมาเย็นสดชื่นโดยไม่มีกลิ่นติด
  • ห้องนอนลูกมีกลิ่นเป็นกลาง น่านอนขึ้น
  • ไม่มีคราบน้ำยาบนเบาะและที่นอน
  • ลูกกลับมามั่นใจ ชวนเพื่อนมาติวหนังสือที่บ้านอีกครั้ง

เสียงจากลูกค้า

“นุ่นลองมาทุกวิธีแล้วค่ะ ซักทุกอาทิตย์ ตากแดดทุกครั้งที่แดดออก สเปรย์ดับกลิ่นซื้อมาเป็นลัง แต่กลิ่นห้องยิมก็ยังอยู่ วันที่ช่าง WHD มา เขาอธิบายชัดเจนว่าต้องให้ทุกคนออกจากห้อง เราเลยพาหมาไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน ช่างอบห้องยิม ห้องลูก และห้องเก็บรองเท้า พอเขาเปิดระบายอากาศเสร็จแล้วให้เรากลับเข้าไป สามีพูดคำแรกว่า ‘นี่ห้องเดียวกันจริงเหรอ’ ที่ประทับใจที่สุดคือเสาร์ถัดมา ต้นกล้าชวนเพื่อนร่วมทีมมาติวหนังสือที่บ้านเองเลยค่ะ”

— คุณนุ่น ปากเกร็ด นนทบุรี

ผลลัพธ์ของแต่ละบ้านขึ้นอยู่กับขนาดห้อง ระยะเวลาที่กลิ่นสะสม และชนิดของวัสดุ ช่าง WHD จะประเมินหน้างานและแนะนำแผนที่เหมาะสมก่อนเริ่มงาน

เปลี่ยนห้องที่เต็มไปด้วยเหงื่อ ให้กลับมาสดชื่นน่าใช้

ไม่ว่าจะเป็นห้องยิมในบ้าน ห้องนอนลูกนักกีฬา หรือห้องเก็บอุปกรณ์ ให้ WHD ช่วยอบโอโซนฆ่าเชื้อและกำจัดกลิ่นถึงต้นตอ โดยช่างผู้เชี่ยวชาญที่ควบคุมความปลอดภัยทุกขั้นตอน

ดูบริการและราคา อบโอโซนบ้าน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

โปรโมชัน: ใช้บริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรี บริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ด้วย CHEMGENE HLD4H จากสหราชอาณาจักร

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ต้องยกอุปกรณ์ออกกำลังกายออกจากห้องก่อนอบหรือไม่
ตอบ: ไม่จำเป็น โอโซนเป็นก๊าซที่แพร่ไปรอบอุปกรณ์ได้เอง แนะนำเพียงเปิดตู้ ลิ้นชัก และกระเป๋ากีฬาไว้ และวางนวม รองเท้า เสื่อให้กางออก เพื่อให้ก๊าซเข้าถึงได้ทั่วถึงยิ่งขึ้น

ถาม: ลู่วิ่งไฟฟ้าและเครื่องเสียงในห้องจะเสียหายไหม
ตอบ: การอบโอโซนไม่ใช้ของเหลว จึงไม่ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเปียกหรือเสียหาย สามารถปิดสวิตช์อุปกรณ์ไว้ตามปกติระหว่างงาน

ถาม: ระหว่างอบ ลูกนอนพักในห้องข้าง ๆ ได้ไหม
ตอบ: ทุกคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ ต้องออกจากพื้นที่ที่กำลังอบ ช่างจะประเมินและแจ้งว่าต้องออกจากบริเวณใดบ้าง และจะเปิดระบายอากาศหลังช่วงพักระบบ ก่อนให้กลับเข้าพื้นที่

ถาม: อบแล้วกลิ่นจะกลับมาอีกหรือไม่
ตอบ: หากยังใช้ห้องออกกำลังกายทุกวัน เหงื่อใหม่ก็จะเกิดขึ้นเป็นธรรมดา การอบโอโซนช่วยล้างสิ่งที่สะสมมานาน และเมื่อทำควบคู่กับการระบายอากาศ การซักผ้า และการเช็ดอุปกรณ์หลังใช้ ห้องจะสดชื่นได้นานขึ้นมาก

ถาม: ควรอบบ่อยแค่ไหนสำหรับห้องยิมในบ้าน
ตอบ: ขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งาน จำนวนคน และการระบายอากาศของห้อง ช่าง WHD จะแนะนำรอบที่เหมาะสมหลังประเมินหน้างาน

ถาม: ล้างแอร์เป็นประจำอยู่แล้ว ยังจำเป็นต้องอบโอโซนอีกหรือไม่
ตอบ: การล้างแอร์ยังสำคัญและควรทำต่อไป การล้างทั่วไปเน้นชิ้นส่วนที่ช่างถอดล้างได้ ส่วนก๊าซโอโซนจะเข้าถึงทั้งห้อง ทั้งช่องลม ผ้า ฟองน้ำ และอุปกรณ์ที่วางอยู่รอบ ๆ ทั้งสองวิธีจึงช่วยเสริมกัน โดยเฉพาะในห้องยิมที่ปิดทึบและชื้น

ถาม: อบโอโซนช่วยรักษาเชื้อราที่เท้าหรือสิวได้หรือไม่
ตอบ: การอบโอโซนเป็นการดูแลสภาพแวดล้อมในบ้าน ไม่ใช่การรักษาโรค หากมีอาการทางผิวหนังควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง การลดเชื้อในห้องและอุปกรณ์เป็นเพียงส่วนช่วยลดการสัมผัสเชื้อซ้ำ

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติมเรื่องคุณภาพอากาศภายในอาคาร: U.S. EPA Indoor Air Quality และข้อมูลสุขภาพจาก องค์การอนามัยโลก

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: กลิ่นเหงื่อในห้อง, กำจัดกลิ่นห้องยิมที่บ้าน, กลิ่นอุปกรณ์กีฬา, กลิ่นรองเท้า, ห้องนอนลูกวัยรุ่นเหม็นอับ, แบคทีเรียในเสื่อโยคะ, อบโอโซนบ้าน, โอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย, Master Ozone Generator, World Health Disinfection

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้