Last updated: 21 ก.ย. 2569 | 8 จำนวนผู้เข้าชม |
คุณพ่อหรือคุณตาสูบบุหรี่นอกบ้านแล้ว แต่ทำไมผ้าม่านยังเหม็น ลูกยังไอไม่หยุด เรื่องจริงของครอบครัวหนึ่งย่านบางแค และทางออกที่ช่วยให้บ้านกลับมาปลอดภัยสำหรับเด็กเล็กอีกครั้ง
คุณพลอย ปวีณา อายุ 31 ปี เป็นคุณแม่มือใหม่ที่อาศัยอยู่ในทาวน์เฮาส์สามชั้นย่านบางแค กรุงเทพฯ กับสามี ลูกชายวัยสิบเดือนชื่อ “น้องข้าวปั้น” และคุณพ่อของสามีซึ่งอายุ 64 ปี คุณพ่อเป็นคนใจดี รักหลานมาก แต่มีนิสัยหนึ่งที่ติดตัวมากว่าสี่สิบปี นั่นคือการสูบบุหรี่วันละเกือบหนึ่งซอง
ตั้งแต่รู้ว่าตั้งครรภ์ ทั้งบ้านตกลงกันว่าคุณพ่อจะไม่สูบในบ้านอีก ท่านก็ทำตามอย่างดี ไปยืนสูบที่หน้าประตูรั้วบ้าง ที่ระเบียงชั้นสองบ้าง แล้วค่อยเดินกลับเข้ามาเล่นกับหลาน คุณพลอยจึงเชื่อว่าปัญหาจบแล้ว เพราะไม่มีควันลอยอยู่ในห้องให้เห็นอีกเลย
แต่เมื่อน้องข้าวปั้นเริ่มคลาน ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป คุณพลอยสังเกตว่าลูกไอแห้ง ๆ ตอนกลางคืนบ่อยขึ้น จามทุกเช้า มีน้ำมูกใสไหลเป็นพัก ๆ ผิวบริเวณแก้มและข้อพับขึ้นผื่นแดง และมีอยู่วันหนึ่งที่เธออุ้มลูกขึ้นมาหอม แล้วได้กลิ่นบุหรี่จาง ๆ ติดอยู่ที่เส้นผมของลูก ทั้งที่วันนั้นไม่มีใครสูบบุหรี่ใกล้ตัวน้องเลย
เธอเริ่มเดินดมไปทั่วบ้าน และพบว่ากลิ่นนั้นอยู่ทุกที่ ทั้งผ้าม่านห้องนั่งเล่น โซฟาผ้าตัวที่คุณพ่อชอบนั่งดูทีวี พรมปูพื้นที่ลูกคลานเล่นทุกวัน ตุ๊กตาผ้าที่ลูกชอบกัด แม้แต่ในรถยนต์ที่ใช้พาลูกไปหาหมอ กลิ่นไม่ได้แรงจนเวียนหัว แต่เป็นกลิ่นเหม็นอับ ๆ ปนขม ๆ ที่ไม่ยอมหายไปไหน
เมื่อพาน้องไปพบกุมารแพทย์ คุณหมอถามคำถามแรกว่า “มีใครในบ้านสูบบุหรี่ไหมครับ” และอธิบายให้ฟังว่า แม้จะไม่ได้สูบต่อหน้าเด็ก แต่สารจากควันบุหรี่สามารถตกค้างอยู่บนเสื้อผ้า ผม ผิวหนัง และพื้นผิวในบ้านได้นานมาก สิ่งนี้เรียกว่า “ควันบุหรี่มือสาม” ซึ่งเด็กเล็กที่คลานและเอามือเข้าปากเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
คุณพลอยกลับบ้านมาพร้อมความรู้สึกผิดปนสับสน เธอไม่อยากทะเลาะกับคุณพ่อ และรู้ดีว่าการเลิกบุหรี่ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ในวันเดียว แต่เธอก็ปล่อยให้ลูกใช้ชีวิตอยู่กับคราบที่มองไม่เห็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้เหมือนกัน
หลายคนรู้จัก “ควันบุหรี่มือสอง” ซึ่งหมายถึงควันที่คนรอบข้างสูดเข้าไปขณะมีคนสูบ แต่ยังมีอีกหนึ่งรูปแบบที่คนไทยพูดถึงน้อยมาก นั่นคือ “ควันบุหรี่มือสาม” หรือ thirdhand smoke ซึ่งหมายถึงสารเคมีจากควันบุหรี่ที่ตกค้างและสะสมอยู่บนพื้นผิวต่าง ๆ หลังจากควันจางหายไปแล้ว
เมื่อบุหรี่หนึ่งมวนถูกเผาไหม้ ควันที่เกิดขึ้นมีทั้งนิโคติน น้ำมันดิน และสารประกอบอีกจำนวนมาก บางส่วนลอยออกไปนอกบ้าน แต่อีกส่วนหนึ่งเกาะติดกับทุกสิ่งที่มันสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นเส้นใยผ้า ฟองน้ำในเบาะ ผนังที่ทาสี ฝ้าเพดาน พัดลม แผ่นกรองแอร์ และที่สำคัญที่สุดคือเสื้อผ้า เส้นผม และผิวหนังของผู้สูบเอง
ปัญหาคือคราบเหล่านี้ไม่ได้อยู่นิ่ง ๆ แต่สามารถค่อย ๆ ระเหยกลับสู่อากาศในห้องได้ใหม่ และยังทำปฏิกิริยากับสารอื่นในอากาศภายในบ้าน จนเกิดเป็นสารประกอบใหม่ที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย นี่คือเหตุผลที่บ้านของคนสูบบุหรี่มักมีกลิ่นเฉพาะตัวที่ติดทนนาน แม้เจ้าของบ้านจะไม่ได้สูบในห้องนั้นมาหลายวันแล้วก็ตาม
เกร็ดความรู้: คราบจากควันบุหรี่ชอบเกาะกับวัสดุที่มีรูพรุนและนุ่ม เช่น ผ้าม่าน พรม ฟองน้ำ ตุ๊กตา และวอลเปเปอร์ มากกว่าพื้นผิวเรียบอย่างกระจกหรือกระเบื้อง บ้านที่ตกแต่งด้วยผ้าเยอะจึงมักมีกลิ่นติดทนกว่า และห้องที่ปิดแอร์ตลอดวันก็จะวนอากาศเดิมซ้ำไปมา ทำให้กลิ่นเหมือนไม่เคยจางลงเลย
ลองนึกภาพง่าย ๆ ว่าคุณตากลับเข้าบ้านหลังสูบบุหรี่ที่หน้าประตู เสื้อที่ท่านใส่ได้ซับควันไว้เต็มที่ ท่านนั่งลงบนโซฟา อุ้มหลานขึ้นมากอด หลานซบหน้ากับเสื้อ แล้วเอามือที่เพิ่งจับเสื้อเข้าปาก เพียงเท่านี้สารตกค้างก็เดินทางจากบุหรี่หน้าบ้าน เข้าสู่ร่างกายของเด็กได้โดยที่ไม่มีใครเห็นควันแม้แต่นิดเดียว
ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ในระดับความสูงที่ห่างจากพื้น แต่เด็กวัยทารกและวัยเตาะแตะใช้ชีวิตแทบทั้งวันอยู่บนพื้นบ้าน พรม เบาะนอน และโซฟา ซึ่งเป็นบริเวณที่คราบจากควันบุหรี่สะสมมากที่สุด พฤติกรรมตามธรรมชาติของเด็กยิ่งทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหลายเท่า
อาการที่พ่อแม่หลายบ้านสังเกตได้ เช่น ไอเรื้อรังโดยเฉพาะช่วงกลางคืน จามบ่อยในตอนเช้า คัดจมูก หายใจมีเสียงวี้ด ผื่นผิวหนังกำเริบ หูอักเสบซ้ำ และนอนหลับไม่สนิท ในผู้สูงอายุที่มีโรคปอดหรือโรคหัวใจอยู่เดิม สภาพอากาศในบ้านที่มีสารตกค้างก็อาจทำให้อาการทรุดลงได้ง่ายขึ้นเช่นกัน
ข้อควรระวังคือ อาการเหล่านี้มีได้หลายสาเหตุ หากลูกมีอาการผิดปกติควรปรึกษากุมารแพทย์เสมอ แต่การลดสิ่งกระตุ้นในบ้านเป็นสิ่งที่พ่อแม่ทำได้ทันทีและช่วยให้การรักษาได้ผลดีขึ้น ข้อมูลเรื่องพิษภัยจากบุหรี่และการดูแลสุขภาพเด็ก สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และ องค์การอนามัยโลก (WHO)
เงินที่ค่อย ๆ รั่วไหล ครอบครัวของคุณพลอยต้องพาน้องข้าวปั้นไปหาหมอเกือบทุกเดือน ค่ายาแก้แพ้ ยาพ่น ค่าตรวจ และค่าเดินทาง รวมกันแล้วไม่น้อยเลย ยังไม่นับเงินที่หมดไปกับสเปรย์ปรับอากาศ น้ำยาซักผ้าสูตรพิเศษ และเครื่องฟอกอากาศที่ซื้อมาสองเครื่องแต่กลิ่นก็ยังไม่หาย
ความสัมพันธ์ในครอบครัว เรื่องบุหรี่กลายเป็นหัวข้อที่ทุกคนอึดอัดจะพูดถึง สามีอยู่ตรงกลางระหว่างภรรยากับพ่อ คุณพ่อเองก็รู้สึกผิด เริ่มไม่กล้าอุ้มหลาน และแยกตัวไปนั่งคนเดียวบ่อยขึ้น บรรยากาศในบ้านที่เคยอบอุ่นกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด
เวลาและพลังงาน คุณพลอยใช้เวลาเกือบทุกวันหยุดไปกับการถอดผ้าม่านมาซัก ขัดพื้น ถูผนัง และตากเบาะในแดด แต่ผ่านไปไม่กี่วันกลิ่นก็กลับมาเหมือนเดิม ความเหนื่อยสะสมจนเธอเริ่มรู้สึกหมดแรงและท้อใจ
มูลค่าของบ้าน บ้านที่มีกลิ่นบุหรี่ฝังแน่นยังเป็นปัญหาเมื่อต้องการขายหรือปล่อยเช่า ผู้ซื้อหลายคนเดินเข้าบ้านแล้วได้กลิ่นก็ตัดสินใจเดินออกทันที เพราะรู้ว่าการกำจัดกลิ่นแบบนี้ต้องใช้ทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย
ก่อนจะมาถึงทางออกที่ได้ผล คุณพลอยลองมาแล้วแทบทุกวิธี ซึ่งหลายบ้านก็คงเคยลองเช่นเดียวกัน
1. สเปรย์ปรับอากาศและน้ำหอม ช่วยได้เพียงกลบกลิ่นชั่วคราว คราบนิโคตินยังอยู่ที่เดิม แถมกลิ่นหอมที่ผสมกับกลิ่นบุหรี่ยังกลายเป็นกลิ่นแปลก ๆ ที่แย่กว่าเดิม และสารในสเปรย์บางชนิดก็อาจระคายเคืองจมูกของเด็กเล็ก
2. เปิดหน้าต่างระบายอากาศ ช่วยลดควันในอากาศขณะนั้นได้จริง แต่ไม่สามารถดึงคราบที่ซึมลึกเข้าไปในเส้นใยผ้าและฟองน้ำออกมาได้ ยิ่งในกรุงเทพฯ ที่มีฝุ่น PM2.5 และความชื้นสูง การเปิดหน้าต่างนาน ๆ ก็มีข้อจำกัดของมันเอง
3. เช็ดถูและซักล้าง เป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ทำได้เฉพาะพื้นผิวที่เข้าถึงง่าย ส่วนโซฟา ที่นอน ฟูก หัวเตียงบุผ้า ฝ้าเพดาน ช่องแอร์ และซอกหลังตู้ แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะทำความสะอาดให้ทั่วถึงด้วยมือ
4. เครื่องฟอกอากาศ ช่วยดักฝุ่นละอองในอากาศได้ดี แต่ทำงานกับสิ่งที่ลอยผ่านแผ่นกรองเท่านั้น ไม่ได้ไปจัดการกับคราบที่เกาะอยู่บนผ้าม่านหรือพรม และแผ่นกรองเองก็อิ่มตัวเร็วมากในบ้านที่มีคนสูบบุหรี่
5. ถ่านไม้ไผ่ เบกกิ้งโซดา และกาแฟ ช่วยดูดซับกลิ่นได้ในพื้นที่เล็ก ๆ อย่างตู้หรือลิ้นชัก แต่ไม่มีพลังพอสำหรับทั้งห้อง และไม่ได้ฆ่าเชื้อโรคที่สะสมอยู่ร่วมด้วย
ข้อสรุปของคุณพลอยคือ ทุกวิธีมีประโยชน์ในแบบของตัวเอง แต่ไม่มีวิธีไหนเข้าถึง “ทุกซอกทุกมุม” ของบ้านได้พร้อมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่คราบควันบุหรี่มือสามต้องการ
คุณพลอยได้รู้จัก World Health Disinfection หรือ WHD จากกลุ่มคุณแม่ในโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีสมาชิกคนหนึ่งเล่าว่าเคยใช้บริการอบโอโซนบ้านหลังจากซื้อบ้านมือสองที่เจ้าของเดิมสูบบุหรี่จัด เธอจึงลองศึกษาข้อมูลและติดต่อไป
หัวใจของบริการนี้คือก๊าซโอโซน (O3) ที่ผลิตจากเครื่อง Master Ozone Generator โอโซนเป็นก๊าซที่มีคุณสมบัติออกซิไดซ์สูง สามารถแพร่กระจายไปทั่วห้อง แทรกซึมเข้าสู่เนื้อผ้า เบาะ เฟอร์นิเจอร์ และซอกมุมที่มือเราเอื้อมไม่ถึง เพื่อทำลายเชื้อโรคและสลายโมเลกุลที่เป็นต้นเหตุของกลิ่น เมื่อทำงานเสร็จ โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O2) ตามธรรมชาติ จึงไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างไว้บนผ้าห่มหรือของเล่นของลูก
ตามข้อมูลของ WHD เครื่อง Master Ozone Generator ผ่านการรับรองและทดสอบโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสถาบัน Intertek จากสหราชอาณาจักร โดยระบุว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าวิธีทั่วไปถึง 10 เท่าตามผลของ Intertek สามารถกำจัดแบคทีเรียได้มากกว่า 99.9% ทำลายไวรัสรวมถึง SARS-CoV-2 จัดการสปอร์เชื้อราในเครื่องปรับอากาศได้ถึง 99.99% และขจัดกลิ่นบุหรี่ กลิ่นอับ กลิ่นสัตว์เลี้ยง กลิ่นอาหาร รวมถึงกลิ่นสารเคมีตกค้าง พร้อมช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ในบ้าน
เรื่องความปลอดภัยที่ต้องรู้: ระหว่างการอบโอโซน ทุกคนในบ้าน รวมถึงเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ ต้องออกจากพื้นที่ที่กำลังทำงาน ช่างเทคนิคของ WHD จะเป็นผู้ควบคุมเครื่องตลอดกระบวนการ และจะเปิดพื้นที่พร้อมระบายอากาศหลังช่วงพักระบบ ก่อนที่สมาชิกในบ้านจะกลับเข้ามา การมีผู้เชี่ยวชาญดูแลจึงสำคัญมากเมื่อบ้านมีลูกเล็ก
การอบโอโซนได้ผลดีที่สุดเมื่อทำควบคู่กับการปรับพฤติกรรมในบ้าน คุณพลอยและครอบครัวจึงวางแผนร่วมกันแบบนี้
คุณพลอยบอกว่า สิ่งที่ดีที่สุดไม่ใช่แค่บ้านหายเหม็น แต่คือการที่ทุกคนได้เริ่มต้นใหม่จากบ้านที่สะอาด แล้วช่วยกันรักษาไว้ ไม่มีใครต้องเป็นฝ่ายผิดอีกต่อไป
อีกเรื่องที่คุณพลอยได้เรียนรู้คือ การอบโอโซนเป็นการ “รีเซ็ต” บ้าน ไม่ใช่ใบอนุญาตให้กลับไปสูบในบ้านได้ หากยังมีคนสูบในห้องเหมือนเดิม คราบใหม่ก็จะเริ่มสะสมอีกครั้ง การตั้งกติกาในบ้านที่ชัดเจนจึงเป็นส่วนสำคัญไม่แพ้กัน
“ตอนแรกพลอยคิดว่าให้คุณพ่อออกไปสูบนอกบ้านก็จบแล้ว ไม่เคยรู้เลยว่าคราบมันติดอยู่ในผ้าม่าน ในโซฟา ในพรมที่ลูกคลานทุกวัน วันที่ช่าง WHD มาอบโอโซน เขาอธิบายขั้นตอนละเอียดมาก ให้พวกเราออกไปข้างนอกก่อน แล้วโทรมาบอกตอนที่เปิดระบายอากาศเสร็จ พอเดินกลับเข้าบ้านรู้สึกเลยว่าอากาศเปลี่ยน กลิ่นที่อยู่กับบ้านมาเป็นปี ๆ หายไป ที่ดีใจที่สุดคือคุณพ่อพูดขึ้นมาเองว่าจะเปลี่ยนเสื้อทุกครั้งก่อนอุ้มหลาน บ้านเรากลับมาคุยกันได้เหมือนเดิมค่ะ”
— คุณพลอย ย่านบางแค กรุงเทพฯ
ประสบการณ์ของแต่ละบ้านอาจแตกต่างกันตามขนาดพื้นที่ ระยะเวลาที่มีการสูบบุหรี่ และวัสดุในบ้าน ช่างของ WHD จะประเมินหน้างานและแนะนำจำนวนรอบหรือจำนวนโซนที่เหมาะสมก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
อย่าปล่อยให้คราบควันบุหรี่ที่มองไม่เห็นอยู่กับลูกของคุณอีกต่อไป ให้ WHD ช่วยอบโอโซนฆ่าเชื้อทั่วทั้งบ้าน โดยช่างผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลความปลอดภัยทุกขั้นตอน
ดูบริการและราคา อบโอโซนบ้าน คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
โปรโมชันพิเศษ: ใช้บริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรี บริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ด้วย CHEMGENE HLD4H จากสหราชอาณาจักร
ถาม: ถ้าคนในบ้านสูบนอกบ้านตลอด ยังจำเป็นต้องอบโอโซนไหม
ตอบ: หากบ้านเคยมีการสูบบุหรี่ภายในมาก่อน หรือยังได้กลิ่นบุหรี่ติดผ้าม่าน โซฟา และพรม แสดงว่ายังมีคราบสะสมอยู่ การอบโอโซนช่วยเริ่มต้นใหม่ให้บ้าน จากนั้นการสูบนอกบ้านและเปลี่ยนเสื้อก่อนเข้าบ้านจะช่วยรักษาผลลัพธ์ไว้ได้นานขึ้น
ถาม: ระหว่างอบโอโซน ลูกเล็กอยู่ในบ้านได้หรือไม่
ตอบ: ไม่ได้ ทุกคน รวมถึงเด็ก ผู้สูงอายุ สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ ต้องออกจากพื้นที่ที่กำลังอบ ช่างจะควบคุมเครื่อง และเปิดระบายอากาศหลังช่วงพักระบบ แล้วจึงแจ้งให้ครอบครัวกลับเข้ามา
ถาม: หลังอบแล้วมีสารเคมีตกค้างบนของเล่นหรือขวดนมไหม
ตอบ: โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนตามธรรมชาติ จึงไม่ทิ้งคราบสารเคมี อย่างไรก็ตาม แนะนำให้เก็บขวดนม อาหาร และของใช้ส่วนตัวของลูกไว้ในที่ปิดก่อนเริ่มงานเพื่อความสบายใจ
ถาม: อบโอโซนครั้งเดียว กลิ่นบุหรี่จะหายถาวรหรือไม่
ตอบ: การอบช่วยจัดการคราบและกลิ่นที่สะสมอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากยังมีการสูบในบ้านต่อ คราบใหม่ก็จะเกิดขึ้นได้อีก บ้านที่มีกลิ่นฝังแน่นมานานอาจต้องอบมากกว่าหนึ่งรอบ ช่างจะประเมินให้ก่อนเริ่มงาน
ถาม: โอโซนทำให้โซฟาผ้าหรือทีวีเสียหายไหม
ตอบ: การอบโอโซนเป็นการใช้ก๊าซ ไม่ใช่ของเหลว จึงไม่ทำให้เฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเปียกหรือเสียหาย
ถาม: รถยนต์ที่ใช้รับส่งลูกมีกลิ่นบุหรี่ด้วย ทำได้ไหม
ตอบ: สามารถสอบถามทีมงาน WHD เพิ่มเติมได้ทาง LINE @whd268 หรือโทร 065-556-6294 เพื่อประเมินพื้นที่และรูปแบบบริการที่เหมาะสม
ถาม: การอบโอโซนช่วยให้คนในบ้านเลิกบุหรี่ได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้โดยตรง การอบโอโซนเป็นการดูแลอากาศและพื้นผิวในบ้าน ส่วนการเลิกบุหรี่ควรปรึกษาแพทย์ คลินิกเลิกบุหรี่ หรือสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 ซึ่งจะช่วยปกป้องทั้งผู้สูบและเด็ก ๆ ได้ดีที่สุดในระยะยาว
แหล่งข้อมูลอ้างอิงด้านสุขภาพ: กรมควบคุมโรค และ องค์การอนามัยโลก
#ควันบุหรี่มือสาม #โอโซนฆ่าเชื้อ #อบโอโซนบ้าน #กำจัดกลิ่นบุหรี่ #ฆ่าเชื้อในบ้าน #บ้านปลอดภัยสำหรับเด็ก #เครื่องโอโซน #WorldHealthDisinfection
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: ควันบุหรี่มือสาม, กำจัดกลิ่นบุหรี่ในบ้าน, คราบนิโคติน, อบโอโซนบ้าน, โอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย, บ้านมีเด็กเล็กและคนสูบบุหรี่, ลูกไอเพราะควันบุหรี่, กำจัดกลิ่นอับ, เครื่องโอโซน Master Ozone Generator, World Health Disinfection